เรื่องราวความรักที่กลายเป็นฝันร้ายของสาวเลย เมื่อเธอได้รับรถกระบะคืนมา 1 คัน หลังจากถูกชายหนุ่มที่รู้จักกันผ่านทางเพจหาคู่หลอกให้รัก แล้วออกอุบายนำรถไปขาย โดยอ้างว่านำเงินที่ได้มาเป็นค่าสินสอดจากแม่ เรื่องราวนี้กลายเป็นคดีความที่ซับซ้อนและสร้างความเสียหายให้กับหลายฝ่าย
จากเหตุการณ์ที่สาวเลย ถูกหนุ่มที่พบในเพจหาคู่หลอกลวง หลังจากพูดคุยกันเพียงวันเดียว ชายคนดังกล่าวได้ขอยืมรถถึง 3 คัน ทั้งรถกระบะและรถจักรยานยนต์ รวมมูลค่ากว่า 1.2 ล้านบาท แล้วหลบหนีไป ทำให้เธอต้องเข้าแจ้งความกับตำรวจ และพบว่าชายคนนี้มีหมายจับในลักษณะเดียวกันอีก 8 คดี
สาวเลยได้รถคืนแล้ว 1 คัน จากหนุ่มหลอกขาย
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2568 นายสุรศักดิ์ อายุ 34 ปี ได้ติดต่อมายัง สภ.วังสะพุง จ.เลย เพื่อขอคืนรถโตโยต้ารีโว้ สีบรอนซ์เทา ทะเบียนหนองบัวลำภู ให้กับผู้เสียหายที่ถูกนายธวัชชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี หลอกขายในราคา 107,000 บาท หลังจากทราบข่าวว่ารถคันดังกล่าวถูกขโมยมา โดยมีนางสาววิชญาดา พรมทา อายุ 44 ปี พี่สาวของนางสาววัชลาพร ผู้เสียหาย พร้อมครอบครัว มารอรับรถคืน
เมื่อทั้งสองฝ่ายได้พบกัน มีการพูดคุยกันเบื้องต้น ก่อนที่เจ้าของรถจะยอมจ่ายเงินจำนวน 60,000 บาท ให้นายสุรศักดิ์ เพื่อให้เรื่องจบลง และมีการลงบันทึกประจำวันและมอบเงินกันที่หน้ารถ
นายสุรศักดิ์ เล่าว่า นายธวัชชัยได้ขายรถโตโยต้าให้กับตนเองในราคา 107,000 บาท ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในเขต ต.ศรีสงคราม อ.วังสะพุง จ.เลย โดยแสดงเอกสารการโอนจากเจ้าของรถและเล่มทะเบียนที่ถูกต้อง ตนเองจึงตัดสินใจซื้อและโอนเงินเข้าบัญชีของนางสาววัชลาพร บุษบา จากนั้นได้ให้น้องชายนำรถไปตีราคาที่เต็นท์รถในบางแค กรุงเทพฯ แต่เต็นท์ไม่รับซื้อ จึงขับรถกลับมาที่ จ.เลย ก่อนจะเดินทางกลับไปยัง จ.นครพนม กระทั่งทราบข่าวว่าเอกสารทั้งหมดเป็นลายเซ็นปลอมของเจ้าของรถ จึงติดต่อตำรวจ สภ.วังสะพุง เพื่อขอคืนรถและยืนยันว่าตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขโมยรถ และได้พูดคุยกับเจ้าของรถจนยินยอมคืนเงินให้ตนเอง 60,000 บาท เพื่อไม่ให้ติดใจเอาความกัน
นางสาววิชญาดา ผู้เสียหาย เล่าว่า นายสุรศักดิ์ ผู้ที่ซื้อรถโตโยต้าไป ได้ติดต่อมายังตำรวจ สภ.วังสะพุง เพื่อขอคืนรถ โดยมีการเจรจาและตกลงกันว่า ทางผู้เสียหายจะขอรถคืน แต่นายสุรศักดิ์ ยืนยันว่าไม่รู้เห็นกับการขโมยรถ และเป็นเพียงผู้เสียหาย จึงขอเงินบางส่วนคืน โดยตกลงกันที่ 60,000 บาท เพื่อยุติเรื่อง ส่วนคดีที่นายธวัชชัยขโมยรถไปทั้ง 3 คัน ซึ่งประกอบไปด้วยรถจักรยานยนต์ 1 คัน และรถกระบะ 2 คัน ยังคงดำเนินต่อไป แม้ว่าจะสาวเลยได้รถคืนแล้ว เพียง 1 คันก็ตาม
ด้านนางสาววัชลาพร บุษบา ที่ถูกนายธวัชชัยหลอกขอแต่งงาน เล่าว่า ตนเองไม่รู้เรื่องทั้งหมด และถูกหลอกมาโดยตลอด คิดว่าเขาเป็นคนดี จนกระทั่งวันที่ 12 ตุลาคม 2568 นายธวัชชัยพาเธอไปยัง จ.ชัยภูมิ โดยอ้างว่าจะไปกดเงิน 107,000 บาท เพราะแม่โอนเงินค่าดองมาให้ เพื่อที่จะได้แต่งงานกัน โดยเธอไม่ทราบเลยว่าเงินจำนวนนั้นได้มาจากการนำรถกระบะโตโยต้าไปขาย
ความรู้สึกหลังจากสาวเลยได้รถคืนแล้ว
แม้ว่าการได้รถคืนจะช่วยบรรเทาความเสียหายได้บ้าง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นได้สร้างบาดแผลในใจให้กับนางสาววัชลาพรเป็นอย่างมาก การถูกหลอกลวงจากคนที่ไว้ใจ ไม่เพียงแต่ทำให้สูญเสียทรัพย์สิน แต่ยังทำให้สูญเสียความเชื่อมั่นในความรักอีกด้วย
- บทเรียนจากเหตุการณ์นี้:
- อย่าไว้ใจคนแปลกหน้ามากเกินไป โดยเฉพาะคนที่รู้จักกันผ่านช่องทางออนไลน์
- ตรวจสอบข้อมูลและเอกสารต่างๆ ให้ละเอียดรอบคอบก่อนตัดสินใจทำธุรกรรมใดๆ
- หากเกิดความสงสัยหรือพบสิ่งผิดปกติ ควรรีบปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที
เรื่องราวของสาวเลยได้รถคืนแล้ว เป็นอุทาหรณ์สอนใจให้เราทุกคนระมัดระวังในการใช้ชีวิต โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น การมีสติและตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบ จะช่วยให้เราปลอดภัยจากมิจฉาชีพที่แฝงตัวอยู่ในโลกออนไลน์
ที่มา – สาวเลยได้รถคืนแล้ว 1 คัน หนุ่มหลอกไปขาย ได้เงินมาอ้างเป็นค่าสินสอดจากแม่




