“สีหศักดิ์” เรียกร้องให้กัมพูชาแสดงความจริงใจ ขอโทษต่อเหตุการณ์วางทุ่นระเบิด พร้อมหาทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย เตรียมชี้แจงต่อประชาคมโลกถึงการระงับปฏิญญาไทย-กัมพูชา เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงที่ทำไว้
จากเหตุการณ์ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้แถลงผลการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นการละเมิดปฏิญญาไทย-กัมพูชา ไทยจึงจำเป็นต้องระงับการปฏิบัติตามปฏิญญา อย่างไรก็ตาม ส่วนใดที่ไทยสามารถดำเนินการได้เอง เช่น การเก็บกู้ทุ่นระเบิด ก็จะยังคงดำเนินการต่อไป
กระทรวงการต่างประเทศจะดำเนินการประท้วงเป็นลายลักษณ์อักษรต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยอ้างอิงกรอบอนุสัญญาออตตาวา นายสีหศักดิ์ได้หารือกับนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา โดยเน้นย้ำว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ควรเกิดขึ้น เพราะเป็นการละเมิดข้อตกลงที่มีอยู่ นอกจากนี้ จะมีการชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสหรัฐอเมริกาและมาเลเซีย ซึ่งเป็นพยานในการลงนามปฏิญญา รวมถึงประชาคมโลก โดยประสานงานกับกองทัพไทยและกองทัพบก เพื่อให้การชี้แจงเป็นไปอย่างหนักแน่นและชอบธรรม
“สีหศักดิ์” เรียกร้อง กัมพูชา แสดงความจริงใจขอโทษต่อเหตุการณ์ หาทางป้องกันไม่ให้มีซ้ำ
นายสีหศักดิ์กล่าวว่า หากต้องการให้ปฏิญญากลับไปสู่สภาวะเดิม กัมพูชาจำเป็นต้องแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น การแสดงความเสียใจ การตรวจสอบข้อเท็จจริง และการกำหนดมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย
การประท้วงคือการประณาม
เมื่อถูกถามถึงมาตรการตอบโต้เพิ่มเติม หากกัมพูชาไม่แสดงความรับผิดชอบ นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ปัจจุบันไทยได้ระงับการปฏิบัติตามปฏิญญาแล้ว เมื่อถามว่าการประท้วงซ้ำๆ จะได้ผลลัพธ์อย่างไร นายสีหศักดิ์กล่าวว่า การประท้วงมีความจำเป็นเพื่อยืนยันว่ามีการละเมิดข้อตกลง และเพื่อให้ประชาคมโลกเข้าใจถึงเหตุผลที่ไทยต้องระงับปฏิญญา รวมถึงการถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ (ยกเว้นการเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่ไทยดำเนินการเองได้) การประท้วงดังกล่าวถือเป็นการประณามในคราวเดียวกัน
นายสีหศักดิ์ยังแสดงความไม่พอใจต่อข้ออ้างของกัมพูชาที่ว่าทุ่นระเบิดดังกล่าวเป็นทุ่นระเบิดเก่า โดยกล่าวว่าสิ่งที่กัมพูชาชี้แจงนั้นยังไม่เพียงพอและไม่น่าพอใจสำหรับประเทศไทย ทั้งนี้ จะต้องรอดูท่าทีของกัมพูชาต่อการตัดสินใจของไทยในอนาคต ส่วนการเจรจายังไม่มีการพูดถึงในขณะนี้ เนื่องจากยังไม่มีพื้นที่สำหรับการพูดคุย
อย่างไรก็ตาม กัมพูชาได้แสดงความกังวลต่อการระงับปฏิญญาแล้ว นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ไทยได้แสดงท่าทีชัดเจนในการระงับปฏิญญาและเรียกร้องให้กัมพูชาแสดงความรับผิดชอบ โดยขอให้รอดูท่าทีของไทยต่อไป ส่วนการปักหมุดชั่วคราวจะไม่มีการดำเนินการ เพราะไทยได้ระงับการดำเนินการทุกอย่างแล้ว
อนาคตความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา
เหตุการณ์ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดและผลกระทบที่ตามมา ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชาอยู่ในช่วงที่เปราะบาง การที่ “สีหศักดิ์” เรียกร้อง กัมพูชา แสดงความจริงใจขอโทษต่อเหตุการณ์ หาทางป้องกันไม่ให้มีซ้ำ นั้น ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า ไทยต้องการเห็นความรับผิดชอบและการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังจากฝ่ายกัมพูชา
สิ่งที่ไทยต้องพิจารณาต่อไป
- การเจรจา: แม้ว่าในขณะนี้จะยังไม่มีพื้นที่สำหรับการเจรจา แต่การเปิดช่องทางการสื่อสารและการหารืออย่างสร้างสรรค์เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
- ความร่วมมือด้านความมั่นคง: การเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงชายแดน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเก็บกู้ทุ่นระเบิด เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองประเทศ
- บทบาทของประชาคมโลก: การชี้แจงข้อเท็จจริงต่อประชาคมโลก และการขอความร่วมมือจากนานาชาติในการแก้ไขปัญหา จะช่วยสร้างแรงกดดันให้กัมพูชาแสดงความรับผิดชอบอย่างเหมาะสม
การที่ไทยแสดงท่าทีแข็งกร้าว โดยการระงับปฏิญญาและการเรียกร้องให้ “สีหศักดิ์” เรียกร้อง กัมพูชา แสดงความจริงใจขอโทษต่อเหตุการณ์ หาทางป้องกันไม่ให้มีซ้ำ เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า ไทยจะไม่ยอมรับการกระทำที่ละเมิดข้อตกลงและเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ อย่างไรก็ตาม การรักษาสมดุลระหว่างการปกป้องผลประโยชน์ของชาติและการรักษาความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน เป็นสิ่งที่ท้าทายและต้องใช้ความรอบคอบในการตัดสินใจ
สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้นเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การมีสติ การเจรจา และการยึดมั่นในหลักการที่ถูกต้อง จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการนำพาประเทศชาติให้ก้าวผ่านความท้าทายต่างๆ ไปได้ด้วยดี
ที่มา – “สีหศักดิ์” เรียกร้อง กัมพูชา แสดงความจริงใจขอโทษต่อเหตุการณ์ หาทางป้องกันไม่ให้มีซ้ำ


