อนุทินถึงญี่ปุ่น ถกเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น เชียร์นักกีฬาไทย เป็นภารกิจสำคัญที่สะท้อนการเดินหน้าความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศในหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การลงทุน การทูต และการกีฬา โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางถึงกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเตรียมเป็นประธานการประชุมทีมประเทศไทยในญี่ปุ่น พร้อมรับฟังผลการดำเนินงาน ปัญหา และข้อเสนอแนะจากหน่วยงานไทยที่ปฏิบัติหน้าที่ในประเทศญี่ปุ่น
การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการหารือด้านการค้าหรือการลงทุนเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสในการกระชับความร่วมมือระหว่างไทยกับญี่ปุ่นให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งสองประเทศจำเป็นต้องร่วมกันหาแนวทางสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และสนับสนุนภาคธุรกิจให้สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
อนุทินถึงญี่ปุ่น ถกเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น เชียร์นักกีฬาไทย
หัวใจสำคัญของการประชุมคือการกำหนดทิศทางการทำงานของหน่วยงานไทยในญี่ปุ่นให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล โดยเน้นการส่งเสริมธุรกิจ การดึงดูดการลงทุน และการขยายความร่วมมือในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ญี่ปุ่นถือเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูงด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และการผลิตขั้นสูง ขณะที่ไทยมีจุดแข็งด้านทำเลที่ตั้ง โครงสร้างพื้นฐาน แรงงาน และตลาดในภูมิภาคอาเซียน
อุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญ เพราะญี่ปุ่นมีบทบาทอย่างมากต่อฐานการผลิตรถยนต์ในประเทศไทย รัฐบาลต้องการส่งเสริมให้เกิดการลงทุนใหม่ รวมถึงสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ชิ้นส่วนอัจฉริยะ และเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การขยายห่วงโซ่อุปทานในกลุ่มนี้จะช่วยสร้างงาน เพิ่มรายได้ และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปมีส่วนร่วมมากขึ้น
อนุทินถึงญี่ปุ่น ถกเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น เชียร์นักกีฬาไทย กับบทบาททีมประเทศไทย
ทีมประเทศไทยในญี่ปุ่นประกอบด้วยผู้แทนจากหลายหน่วยงาน เช่น กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงแรงงาน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ทุกหน่วยงานจะทำงานร่วมกันเพื่อผลักดันผลประโยชน์ของประเทศในด้านต่าง ๆ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
การทำงานแบบบูรณาการมีความสำคัญอย่างมาก เพราะการส่งเสริมเศรษฐกิจในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเรื่องการค้าและการลงทุน แต่ยังเกี่ยวข้องกับแรงงาน การท่องเที่ยว เกษตรกรรม เทคโนโลยี การศึกษา วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน รัฐบาลจึงต้องการให้หน่วยงานไทยในต่างประเทศแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสานงานกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การช่วยเหลือภาคเอกชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและตรงกับความต้องการ
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดเรื่อง “ทีมประเทศไทย พลัส” ซึ่งเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนไทยในต่างประเทศเข้ามาร่วมกำหนดเป้าหมายและแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แนวคิดนี้นับเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะผู้ประกอบการเป็นผู้ที่เข้าใจสถานการณ์จริงในตลาดมากที่สุด การเปิดพื้นที่ให้ภาคเอกชนเสนอความคิดเห็นจะช่วยให้ภาครัฐออกแบบมาตรการได้เหมาะสม และสามารถแก้ไขอุปสรรคในการทำธุรกิจได้ตรงจุดมากขึ้น
โอกาสการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับญี่ปุ่น
ญี่ปุ่นเป็นคู่ค้าอันดับ 3 ของไทย รองจากจีนและสหรัฐอเมริกา โดยมีมูลค่าการค้ารวมกว่า 53,204 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 7.77 ของมูลค่าการค้าระหว่างไทยกับต่างประเทศ ขณะที่ไทยส่งออกสินค้าไปญี่ปุ่นมูลค่า 23,549 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าญี่ปุ่นยังเป็นตลาดที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยอย่างมาก
ในด้านการลงทุน ญี่ปุ่นยังคงเป็นนักลงทุนต่างชาติที่มีมูลค่าการลงทุนสะสมในไทยเป็นอันดับ 1 โดยในปี 2568 มีมูลค่าการลงทุน 184,741 ล้านบาท ขณะเดียวกัน BOI อนุมัติส่งเสริมการลงทุนจากญี่ปุ่นจำนวน 248 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวม 67,158 ล้านบาท การลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในสาขาเครื่องจักรและยานยนต์ อุตสาหกรรมโลหะและวัสดุ รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
- ส่งเสริมการลงทุนจากญี่ปุ่นในอุตสาหกรรมยานยนต์และยานยนต์ไฟฟ้า
- ขยายห่วงโซ่อุปทานและเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย
- สนับสนุนเทคโนโลยี นวัตกรรม และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
- เปิดพื้นที่ให้ภาคเอกชนไทยมีส่วนร่วมผ่านแนวคิดทีมประเทศไทย พลัส
- ยกระดับความร่วมมือด้านการค้า การท่องเที่ยว แรงงาน และวัฒนธรรม
นอกจากภารกิจด้านเศรษฐกิจแล้ว นายกรัฐมนตรียังฝากส่งกำลังใจถึงทัพนักกีฬาไทยที่เข้าร่วมการแข่งขันเอเชียนเกมส์ โดยขอให้นักกีฬาทุกคนทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถและมีความมุ่งมั่น แม้ผลการแข่งขันจะออกมาเป็นอย่างไร นักกีฬาไทยทุกคนก็ถือเป็นตัวแทนของประเทศ และเป็นผู้สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทย
การส่งแรงเชียร์จากผู้นำประเทศมีความหมายต่อทั้งนักกีฬาและประชาชน เพราะการแข่งขันระดับนานาชาติไม่ได้วัดเพียงผลแพ้ชนะ แต่ยังสะท้อนความมีวินัย ความพยายาม และน้ำใจนักกีฬา การสนับสนุนจากคนไทยจะช่วยสร้างพลังใจให้นักกีฬาก้าวผ่านความกดดัน และทำผลงานอย่างดีที่สุดบนเวทีเอเชีย
ภาพรวมของภารกิจครั้งนี้จึงมีทั้งมิติระหว่างประเทศและมิติภายในประเทศ ด้านหนึ่งคือการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและดึงดูดการลงทุนจากญี่ปุ่น อีกด้านหนึ่งคือการรวมพลังคนไทยเพื่อส่งกำลังใจให้นักกีฬา การเดินหน้าความสัมพันธ์ไทย–ญี่ปุ่นให้เกิดผลเป็นรูปธรรมจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากรัฐบาล หน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทุกภาคส่วน
มุมมองที่น่าจับตาคือ หากการหารือครั้งนี้นำไปสู่โครงการลงทุนใหม่ การพัฒนาทักษะแรงงาน และการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับบริษัทญี่ปุ่นได้จริง ก็จะช่วยสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาว ขณะเดียวกัน คนไทยสามารถร่วมสนับสนุนนโยบายและนักกีฬาไทยได้ด้วยการติดตามข้อมูลอย่างสร้างสรรค์ ใช้สินค้าไทย และส่งแรงใจให้ตัวแทนประเทศอย่างเต็มที่
ภารกิจของนายกรัฐมนตรีที่ญี่ปุ่นจึงเป็นอีกหนึ่งก้าวของการสร้างความร่วมมือที่มีทั้งเป้าหมายทางเศรษฐกิจและความรู้สึกร่วมของคนไทย ขอชวนทุกคนติดตามผลการประชุม พร้อมส่งแรงเชียร์ให้ทัพนักกีฬาไทยทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถ เพราะทุกกำลังใจมีส่วนช่วยให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
ที่มา – “อนุทิน” ถึงญี่ปุ่น เตรียมถกเศรษฐกิจ 2 ประเทศ ชวนส่งแรงเชียร์นักกีฬาไทยในเอเชียนเกมส์


