เหตุการณ์สุดสะเทือนใจในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เมื่ออาสาทหารพราน ดับ ถูกคนร้ายลอบยิงขณะกำลังลาพักกลับมาบ้านเกิดได้เพียง 2 วันเท่านั้น ชวนให้คนทั้งประเทศต้องตั้งคำถามถึงความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดนใต้ที่ยังคงร้อนระอุ
อาสาทหารพราน ดับ ถูกคนร้ายลอบยิง
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2569 เวลาประมาณ 20.51 น. ที่บ้านหลังหนึ่งในตำบลโต๊ะเด็ง อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส อส.ทพ.ดรุณ ดาราฮง วัย 40 ปี สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 4813 กำลังยืนคุยกับเพื่อนบ้านที่ประตูห้องครัว จู่ๆ ก็มีคนร้าย 2 คน สวมชุดสีดำ ควงปืนอาก้า ลอบยิงเข้าใส่ไม่ยั้ง
จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบร่องรอยกระสุนและคราบเลือดกระจายไปทั่วบริเวณ ทั้งที่ห้องครัว ประตูหน้าบ้าน และพื้นบันได มีกองเลือดขนาดใหญ่ 3 จุด นอกจากนี้ยังพบปลอกกระสุนปืนอาก้ากว่า 20 ปลอก กระจายอยู่ 3 พื้นที่หลัก คือ ฝาผนังห้องครัว หน้าบันได และหน้าบ้านข้างเคียง
รายละเอียดการก่อเหตุโหด
ตามคำให้การของนายรอตะนัน เสาดี เจ้าของบ้านและเพื่อนของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ขณะที่ทั้งคู่กำลังสนทนากันอยู่นั้น คนร้ายบุกยิงทันที ผู้เสียชีวิตพยายามวิ่งหลบเข้าไปในบ้าน แต่ถูกยิงตามหลายนัด จากนั้นวิ่งออกประตูหน้าเพื่อหนีไปตามถนนในหมู่บ้าน แต่คนร้ายดักรออยู่ ยิงซ้ำที่ศีรษะและร่างกายหลายจุด ก่อนหลบหนีไปทางเทือกเขาหลังหมู่บ้าน โดยอาศัยความมืดและความชำนาญพื้นที่
ญาติและชาวบ้านรีบนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลสุไหงปาดี แต่เสียชีวิตในที่สุด แพทย์ชันสูตรพบถูกยิงหลายนัด สาเหตุการตายชัดเจน
เจ้าหน้าที่เร่งล่าคนร้าย
เช้าวันถัดมา 25 มี.ค. 2569 เวลา 09.30 น. พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผู้บัญชาการกองกำลังนราธิวาส นำทีมเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด และกองพิสูจน์หลักฐาน รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ สั่งการให้เร่งติดตามตัวคนร้ายทันที
พล.ต.ยอดอาวุธ ยังเดินทางไปบ้านผู้เสียชีวิตที่ห่างเพียง 300 เมตร เพื่อแสดงความเสียใจกับครอบครัว มอบเงินช่วยเหลือ และตำหนิเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหมู่บ้านที่ปล่อยให้คนร้ายบุกเข้ามาก่อเหตุในชุมชนได้ เชื่อว่าคนร้ายรู้ความเคลื่อนไหวของเป้าหมายล่วงหน้า
- คนร้ายแต่งชุดดำ 2 คน
- ใช้อาวุธปืนอาก้า
- หลบหนีทางเทือกเขา
- น่าจะกลุ่มเดียวกับที่ยิงจุดตรวจฉัตรวารินเมื่อ 19 มี.ค.
พิธีศพจัดอย่างสมเกียรติ ญาติอาบน้ำศพที่บ้าน ก่อนเคลื่อนย้ายไปมัสยิดและฝังที่กูโบร์โต๊ะเด็ง มีเจ้าหน้าที่และชาวบ้านร่วมงานจำนวนมาก
บทเรียนจากเหตุการณ์
เหตุอาสาทหารพราน ดับ ถูกคนร้ายลอบยิงครั้งนี้ สะท้อนปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนใต้ที่ยังไม่จบสิ้น แม้กำลังพลจะลาพัก แต่ก็ไม่วายตกเป็นเป้า แสดงให้เห็นว่าความมั่นคงต้องเข้มข้นยิ่งขึ้น ชาวบ้านในพื้นที่เรียกร้องให้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย เช่น เพิ่มจุดตรวจและกล้องวงจรปิด
ในฐานะที่ติดตามข่าวสารภาคใต้มาเนิ่นนาน ผมเชื่อว่านี่คือโอกาสให้หน่วยงานรัฐบูรณาการกำลังมากขึ้น เพื่อปกป้องทั้งทหารและประชาชน หากคุณมีประสบการณ์หรือเห็นด้วย สามารถแสดงความเห็นในคอมเมนต์ได้เลย หรือแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นรับรู้และช่วยกันเฝ้าระวัง
ที่มา – “อาสาทหารพราน” ดับ ถูกคนร้ายลอบยิงขณะลาพัก กลับมาอยู่บ้านได้เพียง 2 วัน





