ตำรวจเกาหลีใต้เดินหน้ากวาดล้างอาชญากรรมไซเบอร์ ด้วยการขอศาลออกหมายจับผู้ต้องสงสัย 59 ราย จากทั้งหมด 64 ราย ที่ถูกส่งตัวกลับประเทศจากกัมพูชา หลังพบหลักฐานเชื่อมโยงกับหลากหลายกลโกงออนไลน์ ทั้งคอลเซ็นเตอร์, การหลอกให้รัก และ “ขบวนการเชือดหมู” คดีนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเกาหลีใต้ในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า ได้ยื่นเรื่องต่อศาลเพื่อขอออกหมายจับผู้ต้องสงสัยจำนวน 59 ราย ที่ถูกส่งตัวกลับจากประเทศกัมพูชา ฐานต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการหลอกลวงออนไลน์หลายรูปแบบ ซึ่งรวมถึงแก๊งคอลเซ็นเตอร์
ผู้ต้องสงสัย 64 ราย ถูกส่งตัวกลับถึงเกาหลีใต้ด้วยเที่ยวบินเช่าเหมาลำเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (18 ต.ค.) โดยมี 1 ราย ถูกจับกุมทันทีด้วยหมายจับที่ออกไว้ก่อนแล้ว ส่วนผู้ต้องสงสัยที่เหลือ 63 ราย มี 4 ราย ถูกปล่อยตัวในเวลาต่อมา และ 1 ราย ถูกปล่อยตัวหลังจากอัยการปฏิเสธคำขอหมายจับของตำรวจ ทำให้เหลือผู้ที่ถูกขอหมายจับในล็อตนี้ 59 ราย ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้ เกาหลีใต้ออกหมายจับ 59 ผู้ต้องสงสัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในที่สุด
เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวบุคคลเหล่านี้ทันทีที่เครื่องบินลงจอดและถูกนำตัวออกจากเครื่องบินโดยสวมกุญแจมือ โดย 45 ราย ถูกส่งไปยังจังหวัดชุงนัมทางตะวันตกเฉียงใต้ และอีก 19 ราย ถูกส่งไปยังภูมิภาคอื่น ๆ
นายปาร์ค ซอง-จู ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนแห่งชาติ ระบุเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า บุคคลที่ถูกส่งตัวกลับมามีส่วนพัวพันกับอาชญากรรมหลากหลายประเภท ทั้ง คอลเซ็นเตอร์, โรมานซ์ สแกม (หรือ หลอกให้รัก) และการฉ้อโกงแบบ “No-show”
นายวี ซอง-รัก ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า ผู้ที่ถูกควบคุมตัวนั้นมีทั้ง “ผู้เข้าร่วมโดยสมัครใจและผู้เข้าร่วมโดยไม่สมัครใจ” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของขบวนการเหล่านี้
ทางการเกาหลีใต้คาดการณ์ว่า มีพลเมืองเกาหลีใต้ประมาณ 1,000 คน ที่คาดว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของผู้ที่ทำงานในแก๊งหลอกลวงในกัมพูชา จำนวนรวม 200,000 คน ซึ่งบางรายถูกบังคับภายใต้การขู่เข็ญให้ดำเนินกลโกงที่เรียกว่า “การเชือดหมู” ซึ่งเป็นรูปแบบการหลอกลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลที่ใช้เวลาสร้างความไว้ใจกับเหยื่อก่อนที่จะขโมยเงินไป
การส่งตัวผู้ต้องสงสัยกลับในครั้งนี้มีขึ้นภายหลังกระแสความไม่พอใจของสาธารณชนในประเทศต่อกรณีการทรมานและสังหารนักศึกษาเกาหลีใต้ ในกัมพูชาเมื่อต้นปีนี้ ซึ่งมีรายงานว่าเป็นฝีมือของขบวนการอาชญากรรมดังกล่าว.
เกาหลีใต้ออกหมายจับ 59 ผู้ต้องสงสัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์
ทำไมเกาหลีใต้ออกหมายจับ 59 ผู้ต้องสงสัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์จึงสำคัญ?
เหตุการณ์ เกาหลีใต้ออกหมายจับ 59 ผู้ต้องสงสัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จากกัมพูชาครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างประเทศในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และความพยายามของเกาหลีใต้ในการปกป้องพลเมืองจากภัยการหลอกลวงออนไลน์ การที่ทางการเกาหลีใต้ดำเนินการอย่างจริงจังเช่นนี้ เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าอาชญากรรมไซเบอร์จะไม่ถูกละเลย
นอกจากนี้ คดีนี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตระหนักรู้ถึงกลโกงออนไลน์รูปแบบต่างๆ และการป้องกันตนเองจากการตกเป็นเหยื่อ การหลอกลวงทางออนไลน์มีวิวัฒนาการอยู่เสมอ และผู้บริโภคจำเป็นต้องระมัดระวังและตรวจสอบข้อมูลก่อนที่จะลงทุนหรือให้ข้อมูลส่วนตัวใดๆ
ต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับบางส่วนในการป้องกันตนเองจากการหลอกลวงออนไลน์:
- ตรวจสอบข้อมูลของผู้ติดต่อก่อนที่จะให้ข้อมูลส่วนตัวใดๆ
- ระมัดระวังข้อเสนอที่ดูดีเกินจริง
- อย่าคลิกลิงก์หรือดาวน์โหลดไฟล์จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ
- ใช้รหัสผ่านที่คาดเดาได้ยากและเปลี่ยนรหัสผ่านของคุณเป็นประจำ
- ติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและอัปเดตซอฟต์แวร์ของคุณให้เป็นปัจจุบัน
- รายงานการหลอกลวงออนไลน์ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
การตระหนักรู้และการระมัดระวังเป็นกุญแจสำคัญในการปกป้องตนเองจากภัยการหลอกลวงออนไลน์ ขอให้ทุกคนปลอดภัยจากอาชญากรรมไซเบอร์!
ที่มา – เกาหลีใต้ออกหมายจับ 59 ผู้ต้องสงสัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังส่งตัวกลับจากกัมพูชา


