กรมควบคุมโรคเตือนนักท่องเที่ยวที่ชอบเข้าป่ากางเต็นท์สัมผัสอากาศหนาว ให้ระวังถูกตัวไรอ่อนกัด เสี่ยงป่วยเป็น “โรคไข้รากสาดใหญ่” ซึ่งในบางรายอาจมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้นการป้องกันตัวเองจึงเป็นสิ่งสำคัญ
ช่วงปลายฝนต้นหนาวแบบนี้ หลายคนมักเดินทางไปท่องเที่ยวตามป่าเขา กางเต็นท์นอนชมหมอกและสัมผัสอากาศหนาวเย็น แต่ต้องระวัง! เพราะมีความเสี่ยงที่จะถูกตัวไรอ่อนที่อาศัยอยู่ในป่ากัด และอาจติดเชื้อจนป่วยเป็นโรคสครับไทฟัส (Scrub typhus) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “โรคไข้รากสาดใหญ่” นั่นเอง
สถานการณ์น่าห่วง! โรคไข้รากสาดใหญ่ในประเทศไทย
สถานการณ์โรคไข้รากสาดใหญ่ในประเทศไทย ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 15 ตุลาคม 2568 พบผู้ป่วยสะสมถึง 7,055 ราย อัตราป่วย 10.66 ต่อประชากรแสนคน กระจายใน 74 จังหวัด โดยพบมากในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดที่มีผู้ป่วยสะสมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน อุบลราชธานี และตาก ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยทำงาน ประกอบอาชีพเกษตรกรและรับจ้างทั่วไป ที่น่าเศร้าคือในปี 2568 มีผู้เสียชีวิตจาก “โรคไข้รากสาดใหญ่” แล้วถึง 6 ราย คิดเป็นอัตราป่วยตายร้อยละ 0.09
ไข้รากสาดใหญ่ เกิดจากอะไร?
“โรคไข้รากสาดใหญ่” เกิดจากการถูกตัวไรอ่อนที่มีเชื้อกัด ทำให้คนได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลบริเวณผิวหนัง ตัวไรอ่อนมีขนาดเล็กมากจนแทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า อาศัยอยู่ตามใบไม้ ใบหญ้าใกล้พื้นดิน และไต่ขึ้นไปตามยอดหญ้าเพื่อเกาะเสื้อผ้าของคนที่เดินผ่าน บริเวณที่มักถูกกัดคือ รักแร้ ขาหนีบ รอบเอว
หากถูกตัวไรอ่อนที่มีเชื้อกัด ประมาณ 10-12 วัน จะเริ่มมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะ ตาแดง ปวดเมื่อยตัว อ่อนเพลีย บริเวณที่ถูกกัดอาจมีผื่นแดงเล็กๆ ค่อยๆ นูนหรือใหญ่ขึ้น และอาจพบแผลคล้ายบุหรี่จี้ (Eschar) แต่จะไม่ปวดและไม่คัน ผู้ป่วยบางรายอาจหายได้เอง แต่บางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ เยื่อหุ้มสมองและสมองอักเสบ ซึ่งอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้
วิธีป้องกันตัวจาก “โรคไข้รากสาดใหญ่”
เพื่อป้องกันตัวเองจาก “โรคไข้รากสาดใหญ่” กรมควบคุมโรคมีคำแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าป่าและกางเต็นท์ ดังนี้
- สวมเสื้อผ้าให้มิดชิด เช่น เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว
- หลีกเลี่ยงการนั่งหรือนอนบนพื้นหญ้าโดยตรง
- ใช้สเปรย์หรือโลชั่นกันแมลงที่มีส่วนผสมของสาร DEET 20-30%
- หลีกเลี่ยงการเข้าไปในบริเวณที่อาจมีตัวไรอ่อนอาศัยอยู่ เช่น ป่าละเมาะ ทุ่งหญ้าชายป่า หรือบริเวณต้นไม้ใหญ่ที่แสงแดดส่องไม่ถึง
- หลังออกจากป่า ให้อาบน้ำทำความสะอาดร่างกายและสระผม
- สำรวจร่างกายตัวเองว่ามีผื่น แผล หรือแมลงเกาะตามตัวหรือไม่
- นำเสื้อผ้าที่สวมใส่มาซักทำความสะอาดด้วยผงซักฟอกเข้มข้นทันที เพราะอาจมีตัวไรอ่อนติดมา
หากกลับจากเที่ยวป่า หรือกางเต็นท์ภายใน 2 สัปดาห์ แล้วมีอาการป่วย เช่น ไข้ขึ้นสูง ปวดศีรษะ หรือตรวจพบสะเก็ดแผลที่มีรอยไหม้คล้ายถูกบุหรี่จี้ที่ผิวหนัง อย่าชะล่าใจ! ให้นึกถึงโรคไข้รากสาดใหญ่ และรีบไปพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการเข้าไปในป่า เพื่อรับการรักษาอย่างรวดเร็ว ป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจถึงแก่ชีวิตได้ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
การป้องกันตัวเองจากตัวไรอ่อนและการสังเกตอาการผิดปกติหลังกลับจากเที่ยวป่า เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการป่วยเป็น “โรคไข้รากสาดใหญ่” ได้ อย่าลืมปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรคเพื่อสุขภาพที่ดีในการท่องเที่ยว
ที่มา – เตือน นทท. เข้าป่ากางเต็นท์ ระวังถูกตัวไรอ่อนกัด เสี่ยงป่วย “โรคไข้รากสาดใหญ่”


