จากกรณีคุณยายวัย 53 ปี หลงเชื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โอนเงินให้มิจฉาชีพไปกว่า 5 ล้านบาท แถมยังเข้าใจผิดคิดว่าตำรวจจริงเป็นผู้ก่อกวน ล่าสุดคุณยายรู้ตัวแล้วว่าถูกหลอก และเจ้าหน้าที่สามารถอายัดเงินคืนมาได้บางส่วน มาดูกันว่า**แฉกลมิจฉาชีพลวง**ที่ทำให้คุณยายหลงเชื่อเป็นอย่างไร
วันที่ 16 กันยายน 2568 พ.ต.อ.ภูมิยศ เหล็กกล้า รอง ผบก.น.5 ได้รับแจ้งจากศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ AOC 1441 ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พระโขนง เพื่อเข้าพูดคุยกับคุณยายวัย 83 ปี ที่บ้านพัก เพื่อแจ้งเตือนว่าอย่าโอนเงินให้มิจฉาชีพอีก เนื่องจากธนาคารตรวจพบความผิดปกติ เพราะคุณยายถอนเงินออกจากบัญชีถึง 5 ครั้ง แต่คุณยายกลับไม่เชื่อ แถมยังคุยโทรศัพท์กับตำรวจปลอม และไม่เชื่อว่าตำรวจที่มาหาเป็นตำรวจจริง ทำให้ตำรวจตัวจริงทำได้เพียงประสานผู้นำชุมชนให้ช่วยดูแลและเตือนภัย ต่อมาคุณยายจึงเข้าแจ้งความเมื่อวันที่ 13 กันยายน แต่ยังไม่ได้รับเงินคืน
จากการตรวจสอบพบว่าคุณยายโอนเงินไปทั้งหมด 5 ครั้ง ดังนี้
- ครั้งแรก วันที่ 3 กันยายน ฝากเงินสดเข้าบัญชีธนาคาร 3.5 ล้านบาท
- วันที่ 4 กันยายน โอนเงินสด 4 แสนบาท
- วันที่ 5 กันยายน โอนเงิน 3 แสนบาท
- วันที่ 8 กันยายน โอนเงิน 3 แสนบาท
- วันที่ 10 กันยายน โอนเงิน 4.5 แสนบาท
รวมยอดเงินที่เสียไปทั้งสิ้น 4.95 ล้านบาท (อ่านข่าว : บุกห้าม ยายวัย 83 โอนเงินให้แก๊งคอลฯ 5 ล้าน ซ้ำฟ้องมิจฉาชีพว่าตำรวจมากวน)
พ.ต.อ.ภูมิยศ กล่าวว่า หากธนาคารพบความผิดปกติในการถอนเงิน จะเเจ้งเรื่องมายังท้องที่ และตำรวจในพื้นที่ก็จะเข้าตรวจสอบทันที ซึ่งศูนย์ AOC ช่วยให้การทำงานของตำรวจง่ายขึ้น ทำให้ผู้เสียหายรู้ตัว และติดตามเงินคืนได้เร็วขึ้น
สำหรับคดีนี้ ศูนย์ AOC ตรวจสอบพบความผิดปกติก่อน ทำให้สามารถอายัดเงินได้ 2.5 ล้านบาท แม้ว่าผู้เสียหายจะยังไม่ได้แจ้งความ
ด้าน พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ ประดับไทย ผกก.สน.พระโขนง กล่าวว่า หลังจากที่ตำรวจเข้าแจ้งเตือนคุณยายที่บ้าน ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวน สน.พระโขนง ไปรับคุณยายมาให้ปากคำเพิ่มเติม โดยในตอนแรกคุณยายยังไม่เชื่อ แต่หลังจากที่ได้พูดคุยจึงเข้าใจ โดยมิจฉาชีพอ้างว่าเป็น ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ หลอกให้คุณยายโอนเงินมาตรวจสอบ
พ.ต.อ.ภูมิยศ กล่าวเสริมว่า มิจฉาชีพมักจะสุ่มโทรหาประชาชน อ้างว่าโทรจากค่ายมือถือ แล้วบอกว่ามีคนเอาชื่อไปเปิดเบอร์โทรศัพท์ จากนั้นจะขอแอดไลน์ส่วนตัว อ้างว่าเป็นตำรวจยศ พ.ต.อ.ชื่อนี้ บอกว่าผู้เสียหายมีคดีติดตัว อาจถูกดำเนินคดีฟอกเงิน แล้วหลอกให้โอนเงินมาตรวจสอบ เมื่อผู้เสียหายกลัวก็จะโอนเงินให้ ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถอายัดเงินคืนได้บางส่วน แต่สูญเสียเงินไปเกือบ 1.5 ล้านบาท
**แฉกลมิจฉาชีพลวง** ที่ใช้หลอกคุณยาย
จากเหตุการณ์นี้ เรามา**แฉกลมิจฉาชีพลวง**ที่คุณยายวัย 53 หลงเชื่อจนสูญเงินหลายล้านกัน:
- การแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่: มิจฉาชีพมักแอบอ้างเป็นตำรวจ, เจ้าหน้าที่ธนาคาร หรือหน่วยงานราชการต่างๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
- การสร้างเรื่องราวที่น่าตกใจ: มิจฉาชีพจะสร้างเรื่องราวที่ทำให้เหยื่อตกใจกลัว เช่น มีคดีความ, ถูกฟ้องร้อง, หรือมีคนนำชื่อไปใช้ในทางที่ผิด
- การเร่งรัดให้ตัดสินใจ: มิจฉาชีพจะเร่งรัดให้เหยื่อตัดสินใจอย่างรวดเร็ว โดยไม่ให้มีเวลาคิดทบทวน เช่น บอกว่าต้องโอนเงินภายในวันนี้เท่านั้น
- การขอข้อมูลส่วนตัว: มิจฉาชีพจะพยายามขอข้อมูลส่วนตัวของเหยื่อ เช่น เลขบัญชี, รหัส ATM, หรือหมายเลขบัตรประชาชน
วิธีป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ **แฉกลมิจฉาชีพลวง**
เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ
- อย่าหลงเชื่อใครง่ายๆ: หากมีใครโทรมาอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ หรือมีเรื่องราวที่น่าตกใจ อย่าเพิ่งหลงเชื่อ ให้ตรวจสอบข้อมูลให้แน่ใจก่อน
- อย่าให้ข้อมูลส่วนตัว: อย่าให้ข้อมูลส่วนตัวกับใครง่ายๆ โดยเฉพาะทางโทรศัพท์
- อย่าโอนเงินให้ใครง่ายๆ: หากมีใครขอให้โอนเงินให้ อย่าเพิ่งรีบโอน ให้ตรวจสอบข้อมูลให้แน่ใจก่อน
- ปรึกษาคนใกล้ชิด: หากไม่แน่ใจ ให้ปรึกษาคนใกล้ชิด หรือโทรศัพท์สอบถามหน่วยงานที่ถูกอ้างถึง
เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า มิจฉาชีพมีกลโกงที่หลากหลายและพัฒนาอยู่เสมอ เราจึงต้องระมัดระวังตัวอยู่เสมอ อย่าหลงเชื่อใครง่ายๆ และตรวจสอบข้อมูลให้แน่ใจก่อนตัดสินใจทำอะไรลงไป
ที่มา – แฉกลมิจฉาชีพลวง ยายวัย 53 เชื่อหมดใจโอนเงิน 5 ล้าน ล่าสุดรู้แล้วว่าโดนหลอก



