สถานการณ์น้ำในลุ่มเจ้าพระยากำลังอยู่ในช่วงเฝ้าระวัง กรมชลประทานเตรียมปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อหลายจังหวัดในพื้นที่ลุ่มน้ำ
เตือน 11 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา กรมชลจ่อระบายน้ำ 1,500 ลบ.ม. ท้ายเขื่อนขึ้นเกือบเมตร
กรมชลประทานเตรียมปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งอาจส่งผลให้พื้นที่นอกคันกั้นน้ำในบางจังหวัดมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะบริเวณคลองโผงเผง จังหวัดอ่างทอง และคลองบางบาล อำเภอเสนา และอำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา คาดการณ์ว่าระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นอีก 0.10-0.90 เมตร
ชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงภัยเริ่มทยอยเก็บของขึ้นที่สูงแล้ว ความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมซ้ำรอยปี 2554 ยังคงเป็นสิ่งที่หลายคนหวั่นเกรง
11 จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ
นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน ได้ออกประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา ฉบับที่ 5 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา จำนวน 11 จังหวัด ได้แก่
- จังหวัดอุทัยธานี
- จังหวัดชัยนาท
- จังหวัดสิงห์บุรี
- จังหวัดอ่างทอง
- จังหวัดสุพรรณบุรี
- จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
- จังหวัดลพบุรี
- จังหวัดปทุมธานี
- จังหวัดนนทบุรี
- จังหวัดสมุทรปราการ
- กรุงเทพมหานคร
การแจ้งเตือนนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้จังหวัดเหล่านี้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น
สถานการณ์น้ำปัจจุบันและแนวโน้ม
จากการคาดการณ์ในช่วง 1-3 วันข้างหน้า ในวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ที่สถานี C.2 อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 1,650–1,850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และคาดการณ์ปริมาณน้ำจากลำน้ำสาขามีปริมาณ 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลทำให้ปริมาณน้ำที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยา มีปริมาณระหว่าง 1,750-1,950 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
กรมชลประทานจำเป็นต้องระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 1,200–1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันอีกประมาณ 0.10-0.90 เมตร บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำบริเวณคลองโผงเผง จังหวัดอ่างทอง คลองบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และที่ ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา ตำบลลาดชิด ตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พื้นที่แม่น้ำน้อย โดยจะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชน
หากมีปริมาณน้ำเหนือเพิ่มขึ้นที่จะส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา มากกว่า 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะแจ้งให้ทราบต่อไป
สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน ที่สถานีวัดน้ำ C. อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 1,551 ลบ.ม./วินาที ที่เขื่อนเจ้าพระยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท มีปริมาณน้ำทางด้านเหนือเขื่อนอยู่ที่ 15.75 เมตร/รทก. มีปริมาณน้ำทางด้านท้ายเขื่อนอยู่ที่ 11.82 เมตร/รทก. ซึ่งระดับน้ำห่างจากตลิ่งอยู่ 4.52 เมตร และเขื่อนเจ้าพระยามีอัตราการระบายน้ำผ่านเขื่อนอยู่ที่ 1,150 ลบ.ม./วินาที
กรมชลประทานจะทำการบริหารจัดการน้ำ และควบคุมปริมาณการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าวอย่างเต็มศักยภาพ
ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ กรมชลประทานได้แจ้งเตือน 11 จังหวัดในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย ให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการติดตามข่าวสารและการแจ้งเตือนจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หาก 11 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา ได้รับผลกระทบ
การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การเตรียมอุปกรณ์จำเป็น เช่น ไฟฉาย น้ำดื่ม ยา และเอกสารสำคัญ รวมถึงการวางแผนอพยพหากจำเป็น จะช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นจริง รวมถึงตรวจสอบเส้นทางอพยพในกรณีฉุกเฉิน
การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้ เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในพื้นที่ 11 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา
ที่มา – เตือน 11 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา กรมชลจ่อระบายน้ำ 1,500 ลบ.ม. ท้ายเขื่อนขึ้นเกือบเมตร


