การเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ระหว่างอาเซียนและแคนาดามีอันต้องเลื่อนออกไป โดยมีเป้าหมายใหม่เป็นปี 2569 แทนที่เป้าเดิมที่วางไว้ในปี 2568 เนื่องจากยังไม่สามารถหาข้อสรุปในหลายประเด็นสำคัญได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการค้าสินค้า การค้าบริการ และการลงทุน
นางสาวโชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) อาเซียน-แคนาดา รอบที่ 15 และการประชุมที่เกี่ยวข้องในช่วงต้นเดือนกันยายนที่กรุงเทพฯ เพื่อผลักดันการเจรจาในประเด็นต่าง ๆ และรายงานความคืบหน้าต่อที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน-แคนาดา ซึ่งที่ประชุมเห็นพ้องกันในการปรับเป้าหมายการดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2569 หากการเจรจาสำเร็จลุล่วง จะเป็นเอฟทีเอแรกของไทยและอาเซียนกับประเทศในภูมิภาคอเมริกาเหนือ ซึ่งจะช่วยขยายมูลค่าการค้าระหว่างกันได้อย่างมาก ปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 23,500 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี
ทำไมต้องเลื่อนปิดดีลเจรจาเอฟทีเอ อาเซียน-แคนาดา เป็นปี 69
สาเหตุหลักของการเลื่อนเลื่อนปิดดีลเจรจาเอฟทีเอ อาเซียน-แคนาดา เป็นปี 69 มาจากความคืบหน้าที่ล่าช้าของการเจรจาในหลายกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นสำคัญอย่างการค้าสินค้า การค้าบริการ และการลงทุน ซึ่งจำเป็นต้องมีการหารือเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน ทั้งสองฝ่ายจึงเห็นพ้องที่จะเสนอต่อที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน-แคนาดา เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบการปรับเป้าหมายและแผนงาน
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้ให้แนวทางในการขับเคลื่อนการเจรจา โดยเน้นย้ำให้เร่งสรุปผลการเจรจาเปิดตลาดการค้าสินค้า บริการ และการลงทุน รวมถึงผลักดันให้สามารถสรุปข้อบทให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้ ยังให้หยิบยกประเด็นที่ติดขัดขึ้นมาหารือในคณะกรรมการเจรจาเอฟทีเอชุดใหญ่เพื่อหาแนวทางแก้ไข และผลักดันให้มีการประชุมทั้งในรูปแบบออนไลน์และการประชุมทางกายภาพให้มากที่สุด เพื่อให้สามารถสรุปผลการเจรจาได้ทันตามเป้าหมายใหม่ที่กำหนดไว้
ความคืบหน้าล่าสุดของการเจรจา
ปัจจุบัน คณะทำงาน 6 กลุ่มสามารถสรุปผลการเจรจาข้อบทได้แล้ว 6 บท ได้แก่ การเคลื่อนย้ายชั่วคราวของบุคคลธรรมดา, การกำกับการบริหารจัดการเอฟทีเอ, วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, การแข่งขัน, พิธีการศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้า และแนวปฏิบัติที่ดีในการออกกฎหมาย รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อเสนอเปิดตลาดการค้าสินค้าระหว่างกันแล้ว
นางสาวโชติมา กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยพร้อมให้การสนับสนุนเพื่อให้เอฟทีเออาเซียน-แคนาดาบรรลุผลสำเร็จโดยเร็ว ซึ่งจะเป็นเอฟทีเอฉบับแรกของไทยและอาเซียนกับประเทศในภูมิภาคอเมริกาเหนือ และจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่ภาคธุรกิจ ขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนที่เชื่อมโยงทั้งสองภูมิภาคให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ท่ามกลางสถานการณ์การค้าโลกและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ทำให้หลายประเทศหันมามองหาพันธมิตรตลาดใหม่ ๆ และเร่งขยายเอฟทีเอในกรอบต่าง ๆ เพื่อกระจายความเสี่ยงและรักษาระดับการส่งออก ขณะเดียวกัน แคนาดาก็ให้ความสำคัญกับภูมิภาคอินโดแปซิฟิก ซึ่งเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ ดังนั้น การสรุปผลการเจรจาเลื่อนปิดดีลเจรจาเอฟทีเอ อาเซียน-แคนาดา เป็นปี 69 นี้โดยเร็ว จะช่วยขยายโอกาสทางเศรษฐกิจร่วมกันของทั้งสองภูมิภาค โดยเฉพาะในด้านการค้าสินค้า การค้าบริการ และการลงทุน
ในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ (มกราคม-กรกฎาคม) การค้ารวมของไทยและแคนาดามีมูลค่า 2,186.71 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยไทยส่งออกไปแคนาดา 1,461.66 ล้านเหรียญสหรัฐ และนำเข้าจากแคนาดา 725.05 ล้านเหรียญสหรัฐ
การเลื่อนปิดดีลเจรจาเอฟทีเอ อาเซียน-แคนาดา เป็นปี 69 อาจดูเหมือนเป็นความล่าช้า แต่ก็เป็นโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายได้พิจารณาและปรับปรุงข้อตกลงให้ครอบคลุมและเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ทุกฝ่าย การมุ่งเน้นไปที่คุณภาพของข้อตกลงมากกว่าการเร่งรีบให้เสร็จสิ้น จะเป็นผลดีต่อการค้าและการลงทุนในระยะยาว
ที่มา – เลื่อนปิดดีลเจรจาเอฟทีเอ อาเซียน-แคนาดา เป็นปี 69 เร่งสรุปผลขยายโอกาสทางเศรษฐกิจ






