เมืองเวนิสสั่งแบน 'เกรตา ทุนแบร์ก' ฐานเทสีเขียวลงคลองแกรนด์คาแนล

เวนิสแบน! “เกรตา ทุนแบร์ก” เทสีเขียวคลอง

กลายเป็นประเด็นร้อนแรง เมื่อเมืองเวนิสสั่งแบน “เกรตา ทุนแบร์ก” ฐานเทสีเขียวลงคลองแกรนด์คาแนล อันเลื่องชื่อ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในระหว่างการประท้วงด้านสิ่งแวดล้อมที่นำโดยนักเคลื่อนไหวชื่อดัง

ตามรายงานข่าว เกรตา ทุนแบร์ก นักเคลื่อนไหวด้านสภาพอากาศชาวสวีเดน วัย 22 ปี ได้เข้าร่วมกับกลุ่ม Extinction Rebellion ในการประท้วงครั้งนี้ โดยพวกเขาได้เทสีลงในคลองแกรนด์คาแนล ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสีของน้ำเป็นสีเขียวสดใสอย่างเห็นได้ชัด

ทางกลุ่ม Extinction Rebellion อ้างว่าสีย้อมที่ใช้ในการประท้วงครั้งนี้เป็นสารที่ไม่เป็นพิษ และมักจะถูกนำมาใช้ในการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม กลุ่มยังได้แสดงป้ายผ้าขนาดใหญ่จากสะพานรีอัลโต ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเมืองเวนิส โดยมีข้อความว่า “หยุดทำลายระบบนิเวศ” เพื่อเน้นย้ำถึงผลกระทบที่ร้ายแรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

นอกจากเวนิสแล้ว กลุ่ม Extinction Rebellion ยังได้ทำการประท้วงในลักษณะเดียวกันนี้ในเมืองอื่นๆ ของอิตาลี เช่น มิลาน ปาแลร์โม และโบโลญญา โดยการเทสีย้อมลงในทางน้ำและน้ำพุต่างๆ

การประณามและการตอบโต้ต่อการประท้วง “เกรตา ทุนแบร์ก” ฐานเทสีเขียวลงคลองแกรนด์คาแนล

นายลูกา ซาเอีย ผู้ว่าการแคว้นเวเนโต ได้ออกมาประณามการกระทำดังกล่าว โดยกล่าวว่าเป็นการทำลายเมืองเวนิส และไม่ได้ช่วยปกป้องสิ่งแวดล้อมแต่อย่างใด เขายังเสริมอีกว่าการกระทำเหล่านี้สร้างความเสียหายให้กับเวนิส และต้องใช้งบประมาณในการซ่อมแซม ซึ่งขัดแย้งกับจุดประสงค์ของการประท้วงที่ต้องการรักษาสิ่งแวดล้อม

หลังจากการประท้วง “เกรตา ทุนแบร์ก” ฐานเทสีเขียวลงคลองแกรนด์คาแนล เธอถูกห้ามเข้าเมืองเวนิสเป็นเวลา 48 ชั่วโมง และถูกปรับเป็นเงิน 172 ดอลลาร์สหรัฐฯ พร้อมกับผู้ประท้วงคนอื่นๆ อีกหลายสิบคน

ผลกระทบของการประท้วง

เหตุการณ์นี้ได้จุดประกายให้เกิดการถกเถียงอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับวิธีการประท้วงที่เหมาะสมเพื่อเรียกร้องความสนใจในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม บางคนมองว่าการกระทำของทุนแบร์กเป็นการกระทำที่รุนแรงเกินไป และสร้างความเสียหายให้กับเมืองที่เป็นมรดกโลก ในขณะที่คนอื่นๆ มองว่าเป็นการกระทำที่จำเป็นเพื่อกระตุ้นให้ผู้คนตระหนักถึงความเร่งด่วนของปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นการประท้วงในรูปแบบที่สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น การสาดสี การปาสิ่งของใส่ภาพวาด และการทำลายสิ่งของต่างๆ ในพิพิธภัณฑ์ ซึ่งทำให้เกิดคำถามว่าวิธีการเหล่านี้เป็นวิธีการที่ถูกต้องหรือไม่ในการเรียกร้องความสนใจจากสังคม

อนึ่ง ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้ประท้วงได้หันมาใช้การทำลายทรัพย์สิน เป็นการประท้วงเพื่อสภาพอากาศรูปแบบหนึ่งมากยิ่งขึ้น

ในช่วงฤดูร้อนปี 2565 เกิดเหตุการณ์หลายครั้งที่ผู้ประท้วงทำลายงานศิลปะ เช่น สาดซุปมะเขือเทศ ใส่ภาพวาด “ดอกทานตะวัน” ของแวนโก๊ะ ที่หอศิลป์แห่งชาติในลอนดอน และมีการปามันบดใส่ภาพวาดของโมเนต์ที่พิพิธภัณฑ์บาร์เบรินี ในเมืองพอทสดัม ประเทศเยอรมนี

ในปี 2566 สมาชิก 2 คนของกลุ่มเคลื่อนไหวด้านสภาพอากาศชื่อ Declare Emergency ถูกตั้งข้อหา หลังก่อเหตุสาดสีแดงและสีดำใส่ตู้กระจก ที่เก็บประติมากรรม “นักเต้นรำตัวน้อยอายุ 14” ของเอ็ดการ์ เดอกา ที่หอศิลป์แห่งชาติ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

การประท้วง “เกรตา ทุนแบร์ก” ฐานเทสีเขียวลงคลองแกรนด์คาแนล ได้สร้างผลกระทบทั้งในด้านบวกและด้านลบ สิ่งสำคัญคือการพิจารณาถึงผลกระทบของการกระทำต่างๆ และหาวิธีการประท้วงที่มีประสิทธิภาพและสร้างสรรค์มากกว่าการทำลายทรัพย์สิน

ที่มา – เมืองเวนิสสั่งแบน “เกรตา ทุนแบร์ก” ฐานเทสีเขียวลงคลองแกรนด์คาแนล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: