แฮกเกอร์ต่างชาติ ติดตั้งมัลแวร์ ดูดคริปโต 6 ผู้เสียหายไปกว่า 14 ล้าน

แฮกเกอร์ต่างชาติ ดูดคริปโต 14 ล้านคืนเหยื่อ

ตำรวจไซเบอร์เปิดปฏิบัติการ “Operation 293” ทลายแก๊งแฮกเกอร์ต่างชาติ ติดตั้งมัลแวร์ ดูดคริปโต มูลค่ากว่า 14 ล้านบาท เตรียมส่งคืน 6 ผู้เสียหายชาวไทย พร้อมขยายผลดำเนินคดีข้ามชาติ

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 ณ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี ได้มีการแถลงผลปฏิบัติการ “Operation 293” โดยมี พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พร้อมด้วยนายตำรวจระดับสูง ร่วมกันแถลงความสำเร็จในการยึดคริปโตเคอร์เรนซีคืนจากแฮกเกอร์ต่างชาติ ติดตั้งมัลแวร์ ดูดคริปโต ซึ่งเตรียมจะนำไปคืนให้กับผู้เสียหายชาวไทย

พล.ต.ท.สุรพล กล่าวว่า ปฏิบัติการนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกวาดล้างกลุ่มสแกมเมอร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่สร้างความเดือดร้อนและเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศ

แฮกเกอร์ต่างชาติ ติดตั้งมัลแวร์ ดูดคริปโต

สืบเนื่องจากกรณีที่มีผู้เสียหายถูกแฮกเกอร์ต่างชาติ ติดตั้งมัลแวร์ ดูดคริปโต โดยไม่รู้ตัว คาดว่าเกิดจากการกดลิงก์จากเพจหรือเว็บไซต์เกี่ยวกับการลงทุน ทำให้มัลแวร์ดังกล่าวเข้าไปค้นหารหัสผ่านต่างๆ ที่เก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้เสียหาย เช่น Google Authenticator Key, Seed Phrase และ Seed Words จนสามารถเข้าควบคุมบัญชีซื้อขายคริปโตของผู้เสียหายได้

คนร้ายจะทำการแปลงเหรียญคริปโตทุกสกุลเป็น USDT ยกเว้น Bitcoin แล้วโอนเข้ากระเป๋าดิจิทัลที่เตรียมไว้ ซึ่งในคดีแรกมีความเสียหายรวม 93,344.83 USDT และ 2.51 BTC

จากการสืบสวนพบว่าผู้ก่อเหตุเป็นแฮกเกอร์ต่างชาติ ติดตั้งมัลแวร์ ดูดคริปโต จากประเทศในแถบยุโรปตะวันออก ตำรวจไซเบอร์จึงประสานกับบริษัท Tether เพื่อระงับการทำธุรกรรมของกระเป๋าดิจิทัลของคนร้ายชั่วคราว และสืบสวนขยายผลจนพบความเชื่อมโยงกับเหยื่อชาวไทยอีก 6 ราย

คนร้ายจะเข้าควบคุมบัญชีเทรดคริปโตของเหยื่อ จากนั้นเพิ่มบัญชี Perfect Money (ซึ่งปัจจุบันปิดให้บริการไปแล้ว) เป็นบัญชีรับเงิน ก่อนที่จะขายทรัพย์สินของเหยื่อผ่านทาง P2P และโอนเข้าบัญชี Perfect Money ดังกล่าว รวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมด 432,000 USDT หรือกว่า 14 ล้านบาท

ตำรวจไซเบอร์ยึดคริปโตคืน

ต่อมา ตำรวจไซเบอร์สามารถควบคุมกระเป๋าดิจิทัลของคนร้ายได้ และเพื่อป้องกันความเสี่ยงหลังการ Unfreeze ซึ่งอาจถูกตั้งระบบ auto-sweep ให้ดูดเงินออกทันที เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงประสานฝ่ายเทคนิคของ Bitkub เพื่อตรวจสอบ Smart Contract และเพิ่มระบบความปลอดภัย จนกระทั่งสามารถโอนเงินจำนวน 432,000 USDT หรือกว่า 14 ล้านบาท ออกจากกระเป๋าเงินดิจิทัลของคนร้ายเข้ามาเก็บรักษาไว้ที่กระเป๋ากลางของตำรวจไซเบอร์ได้สำเร็จ

ปฏิบัติการ “Operation 293” แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ทั้งในและต่างประเทศ ในการต่อสู้กับอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติที่ใช้เทคนิคขั้นสูง

หลังจากนี้ ตำรวจไซเบอร์จะทำการส่งคืนคริปโตเคอร์เรนซีที่ยึดมาได้ให้กับผู้เสียหายชาวไทย จำนวน 6 ราย พร้อมทั้งเร่งสืบสวนขยายผลเพื่อดำเนินคดีข้ามชาติต่อไป

การถูกแฮกเกอร์ต่างชาติ ติดตั้งมัลแวร์ ดูดคริปโต เป็นเรื่องที่น่ากลัว แต่ข่าวดีคือตำรวจไทยสามารถจับกุมและยึดทรัพย์สินคืนมาได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตควรระมัดระวังในการคลิกลิงก์แปลกปลอม และติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสเพื่อป้องกันตนเองจากภัยคุกคามทางไซเบอร์

ที่มา – แฮกเกอร์ต่างชาติ ติดตั้งมัลแวร์ ดูดคริปโต 6 ผู้เสียหายไปกว่า 14 ล้าน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: