โฆษกรัฐบาลไทย ตอกกลับข่าว “สำนักโฆษกกัมพูชา” ให้ข่าวไม่สร้างสรรค์ ย้ำ “ไทย” ยึดกรอบข้อตกลง ควรปฏิบัติตาม 4 ข้อตกลงอย่างเคร่งครัด
วันที่ 6 พ.ย. 2568 นายสิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย เป็นกังวลหลังสำนักโฆษกกัมพูชาสื่อสารข้อกล่าวหาที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ในประเด็นเรื่องการที่ไทยจะใช้กำลัง และการทวงถามเรื่องการปล่อยทหารกัมพูชา ที่ถูกจับกุมทั้ง 18 ราย จึงขอชี้แจงว่า รัฐบาลไทย ทุกหน่วยงานทั้งด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ เดินหน้าโดยยึดตามถ้อยแถลงร่วม ฯ และทุกอย่างอยู่ในกระบวนการ โดยนายกรัฐมนตรียังดำริให้จัดตั้ง คณะกรรมการ เพื่อติดตามการดำเนินการต่าง ๆ ตามถ้อยแถลงร่วมด้วย
ทั้งนี้ ถ้อยแถลงร่วม ฯ ซึ่งผู้นำทั้งสองประเทศได้ลงนามร่วมกันเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 ยืนยันชัดเจนว่า ทั้งสองฝ่ายมีเจตนารมณ์เดียวกันที่จะรักษาสันติภาพ ความมั่นคง และความร่วมมือ เพื่อประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศ โดยอ้างอิงเจตนารมณ์เดิมที่ประกาศไว้ ณ เมืองปุตราจายา เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา
โฆษกรัฐบาลยืนยันว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ ร่วมแถลงข่าว เมื่อวันจันทร์ที่ 3 พ.ย. ที่ผ่านมา มีความชัดเจนว่า ไทยได้ยึดมั่นปฏิบัติตามสาระสำคัญของถ้อยแถลงร่วม ที่ระบุให้ทั้งสองประเทศละเว้นการคุกคามหรือใช้กำลังในการแก้ไขข้อพิพาททางพรมแดน ยึดมั่นในหลักสันติวิธี เคารพต่อเขตแดนและกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อสร้างสันติภาพ เสถียรภาพ และความรุ่งเรืองร่วมกันในภูมิภาค ซึ่งไทยได้ยึดมั่นและปฏิบัติตาม 4 ข้อตกลงโดยเคร่งครัดมาโดยตลอดและขอให้ฝั่งกัมพูชาได้ดำเนินการตามข้อตกลง โดยเฉพาะเรื่อง หลักทั้ง 4 ข้อ อย่างเคร่งครัด
โฆษกรัฐบาลไทย ตอกกลับ “สำนักโฆษกกัมพูชา” ย้ำควรปฏิบัติตาม 4 ข้อตกลง
สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและกัมพูชาในช่วงหลังมานี้มีความละเอียดอ่อน การสื่อสารที่ผิดพลาด หรือการให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง อาจส่งผลกระทบต่อความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างประเทศได้ การที่โฆษกรัฐบาลไทยออกมาเน้นย้ำให้ปฏิบัติตาม 4 ข้อตกลงนั้น จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ
ทำไมการปฏิบัติตาม 4 ข้อตกลงจึงสำคัญ?
การปฏิบัติตาม 4 ข้อตกลงแสดงให้เห็นถึงความเคารพซึ่งกันและกัน และความตั้งใจจริงที่จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี ซึ่งเป็นหลักการสำคัญในการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขในภูมิภาค การที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งละเลยข้อตกลง อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิด ความไม่ไว้วางใจ และอาจบานปลายกลายเป็นความขัดแย้งที่รุนแรงยิ่งขึ้นได้
นอกจากนี้ การปฏิบัติตาม 4 ข้อตกลงยังเป็นการส่งสัญญาณที่ดีต่อประชาคมโลก ว่าทั้งสองประเทศมีความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี และให้ความสำคัญกับกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของทั้งสองประเทศในเวทีโลก
ข้อตกลงเหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างความเข้าใจอันดี และความร่วมมือระหว่างประเทศ การสื่อสารที่ชัดเจน ตรงไปตรงมา และการยึดมั่นในข้อตกลง เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายควรให้ความสำคัญ เพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดี และสร้างสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค
รัฐบาลไทยได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนในการยึดมั่นในหลักการสันติวิธี และการปฏิบัติตาม 4 ข้อตกลงอย่างเคร่งครัด หวังว่าฝ่ายกัมพูชาจะให้ความร่วมมือในการดำเนินการตามข้อตกลง เพื่อประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ
การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศต้องอาศัยความอดทน การเจรจา และความเข้าใจซึ่งกันและกัน การยึดมั่นในหลักการสากล และความเคารพในข้อตกลง จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในระยะยาวอย่างแน่นอน
ที่มา – โฆษกรัฐบาลไทย ตอกกลับ “สำนักโฆษกกัมพูชา” ให้ข่าวไม่สร้างสรรค์ ย้ำควรปฏิบัติตาม 4 ข้อตกลง


