อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจ ไบเดน กำลังเข้ารับการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากด้วยการฉายรังสีและฮอร์โมนบำบัด หลังจากแพทย์ตรวจพบว่ามะเร็งได้ลุกลามไปยังกระดูก ซึ่งถือเป็นระยะที่รุนแรงขึ้น แต่ยังตอบสนองต่อการรักษาได้ดี โดยคาดว่าจะดำเนินการต่อเนื่องเป็นเวลา 5 สัปดาห์ แหล่งข่าวใกล้ชิดเปิดเผยว่าการรักษาได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในเมืองฟิลาเดลเฟีย
ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา สำนักงานของไบเดนเปิดเผยว่า เขาถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากชนิดรุนแรง (Gleason score 9 – Grade Group 5) ซึ่งแพร่กระจายไปยังกระดูก หลังเข้ารับการตรวจจากอาการผิดปกติทางปัสสาวะ ผลการวินิจฉัยระบุว่าเป็นมะเร็งชนิดที่ “ไวต่อฮอร์โมน” ซึ่งยังสามารถควบคุมและรักษาได้ด้วยการบำบัดแบบผสมผสาน การตัดสินใจเข้ารับการรักษาครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก “โจ ไบเดน” เผชิญหน้ากับความกังวลด้านสุขภาพมาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
แหล่งข่าวใกล้ชิดเผยว่า “โจ ไบเดน” ตอบสนองต่อการรักษาได้ดี และสภาพร่างกายโดยรวมแข็งแรง แม้จะต้องเข้ารับการฉายรังสีอย่างต่อเนื่อง การรักษานี้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องของเขา
ไบเดนซึ่งสิ้นสุดวาระเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ถือเป็นประธานาธิบดีที่มีอายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ และเผชิญคำถามเกี่ยวกับสุขภาพตลอดการดำรงตำแหน่ง จนในที่สุดตัดสินใจถอนตัวจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2024 โดยอดีตรองประธานาธิบดี คามาลา แฮร์ริส ลงสมัครแทนในนามพรรคเดโมแครต แต่พ่ายให้แก่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไบเดนเป็นหนึ่งในผู้ผลักดันโครงการวิจัยโรคมะเร็งอย่างจริงจัง โดยในปี 2022 เขาและภรรยา ดร.จิล ไบเดน ได้รื้อฟื้นโครงการ “Cancer Moonshot” เพื่อระดมความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ ตั้งเป้าลดการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งกว่า 4 ล้านรายภายในปี 2047
ไบเดนเคยสูญเสียลูกชายคนโต “โบ ไบเดน” จากโรคมะเร็งสมองในปี 2015 และเคยเข้ารับการรักษามะเร็งผิวหนังสองครั้งในปี 2023 และ 2025 ล่าสุดเขาใช้ชีวิตอย่างสงบห่างจากสื่อ โดยให้สัมภาษณ์กับบีบีซีในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาเป็นครั้งแรกหลังออกจากทำเนียบขาว ยอมรับว่าการตัดสินใจถอนตัวจากการเลือกตั้ง “เป็นเรื่องยากที่สุดในชีวิตทางการเมืองของเขา”
ตามข้อมูลจากสมาคมโรคมะเร็งอเมริกัน มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นโรคมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับสองในผู้ชาย รองจากมะเร็งผิวหนัง โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) ระบุว่า ผู้ชายราว 13 ใน 100 คนมีโอกาสป่วยด้วยโรคนี้ในช่วงชีวิต และอายุเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุด การตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ชายที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีความเสี่ยงสูง
“โจ ไบเดน” เข้ารับการฉายรังสีและฮอร์โมนบำบัด รักษามะเร็งต่อมลูกหมากระยะลุกลาม
สถานการณ์ของ “โจ ไบเดน” ทำให้เราเห็นถึงความสำคัญของการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ และการตระหนักถึงความเสี่ยงของโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก
อะไรคือความสำคัญของการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากระยะลุกลาม?
การรักษามะเร็งต่อมลูกหมากระยะลุกลาม มีความสำคัญอย่างยิ่งในการควบคุมการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกาย การรักษาที่เหมาะสมสามารถช่วยยืดอายุขัย และลดความเจ็บปวดของผู้ป่วยได้ “โจ ไบเดน” เองก็เป็นตัวอย่างของผู้ที่เข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที
การรักษามะเร็งต่อมลูกหมากนั้นมีความก้าวหน้าอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัด การฉายรังสี หรือการให้ยาฮอร์โมน การเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับระยะของโรค สภาพร่างกายของผู้ป่วย และความเห็นของแพทย์
- การผ่าตัด: เป็นการตัดต่อมลูกหมากออกทั้งหมด มักใช้ในผู้ป่วยที่มะเร็งยังไม่แพร่กระจาย
- การฉายรังสี: ใช้รังสีพลังงานสูงเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง
- การให้ยาฮอร์โมน: ลดระดับฮอร์โมนเพศชายในร่างกาย ซึ่งเป็นอาหารของเซลล์มะเร็ง
การรักษามะเร็งต่อมลูกหมากควรรวมถึงการดูแลสุขภาพองค์รวม การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และการจัดการกับความเครียด
สถานการณ์ของ “โจ ไบเดน” เป็นเครื่องเตือนใจว่าโรคมะเร็งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน และการตรวจสุขภาพเป็นประจำมีความสำคัญอย่างยิ่งในการตรวจหาโรคในระยะเริ่มต้น
ขอส่งกำลังใจให้ “โจ ไบเดน” หายป่วยโดยเร็ว และขอให้เรื่องราวของเขาเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนหันมาดูแลสุขภาพของตนเองนะครับ
ที่มา – “โจ ไบเดน” เข้ารับการฉายรังสีและฮอร์โมนบำบัด รักษามะเร็งต่อมลูกหมากระยะลุกลาม


