“โสภณ ซารัมย์” มองว่าสถานการณ์ปัจจุบันอาจ “ไม่น่าจัดเลือกตั้งได้” หากประชาชนชายแดนยังคงต้องอพยพอยู่เนื่องจากปัญหาความไม่สงบ ชี้ประเด็นสำคัญคือการจัดการเลือกตั้งต้องเกิดขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ และหากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะต้องพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้ง
เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ณ ทำเนียบรัฐบาล นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ผู้ดูแลพื้นที่เลือกตั้งภาคอีสาน ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับประเด็นการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ซึ่งตามกฎหมายกำหนดให้ต้องจัดขึ้นพร้อมกันทั้ง 400 เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ แต่เนื่องจากสถานการณ์การปะทะตามชายแดนไทย-กัมพูชายังคงมีอยู่ จึงเกิดคำถามว่าจะส่งผลกระทบต่อการจัดการเลือกตั้งหรือไม่
นายโสภณ กล่าวว่า หากสถานการณ์ยังไม่สงบเรียบร้อย ประเด็นนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของ กกต. ที่จะต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน หากประชาชนยังคงต้องอพยพออกจากพื้นที่ การจัดการเลือกตั้งก็อาจ “ไม่น่าจัดเลือกตั้งได้” เนื่องจากตามหลักการแล้ว การเลือกตั้งต้องเกิดขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ
เมื่อถูกถามถึงการเตรียมความพร้อมในการหาเสียงของพรรคภูมิใจไทยในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา นายโสภณ ตอบว่า พรรคไม่มีปัญหาในการดูแลประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว ส่วนเรื่องกำหนดการเลือกตั้งนั้นยังไม่สามารถระบุได้ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ กกต. เป็นหลัก
โสภณมอง “ไม่น่าจัดเลือกตั้งได้” จริงหรือ?
จากสถานการณ์ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดน ทำให้เกิดข้อถกเถียงเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการจัดการเลือกตั้งตามกำหนดเดิม ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ความพร้อมของพรรคการเมืองในการหาเสียง แต่อยู่ที่ความปลอดภัยและความสะดวกของประชาชนในการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง หากสถานการณ์ความขัดแย้งยังคงดำเนินต่อไป การที่ประชาชนต้องอพยพออกจากพื้นที่ย่อมส่งผลกระทบต่อการจัดการเลือกตั้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
กกต. จะตัดสินใจอย่างไร?
ความคาดหวังจึงอยู่ที่การพิจารณาอย่างรอบคอบของ กกต. ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม โดยคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ความมั่นคง ความปลอดภัยของประชาชน และความเป็นไปได้ในการจัดการเลือกตั้งพร้อมกันทั่วประเทศ
การตัดสินใจของ กกต. จะส่งผลกระทบต่ออนาคตทางการเมืองของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น การพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนและการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นสามารถสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนได้อย่างแท้จริง แม้ว่านายโสภณจะมองว่า “ไม่น่าจัดเลือกตั้งได้” แต่สุดท้ายแล้ว การตัดสินใจอยู่ที่ กกต.
สถานการณ์ชายแดนที่ยังไม่คลี่คลายกลายเป็นความท้าทายสำคัญที่ กกต. ต้องเผชิญ การจัดการเลือกตั้งภายใต้สถานการณ์ที่ไม่ปกติเช่นนี้ จำเป็นต้องอาศัยความยืดหยุ่นและความคิดสร้างสรรค์ เพื่อให้การเลือกตั้งสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย
นอกจากประเด็นเรื่องความปลอดภัยแล้ว กกต. ยังต้องพิจารณาถึงประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของประชาชนในพื้นที่ การอำนวยความสะดวกในการลงทะเบียนและการใช้สิทธิเลือกตั้ง และการป้องกันการทุจริตเลือกตั้ง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสถานการณ์จะมีความท้าทาย แต่การเลือกตั้งยังคงเป็นกลไกสำคัญในการตัดสินใจอนาคตของประเทศ การมีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือกตั้งจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้เสียงของประชาชนได้รับการรับฟังและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น
การติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและการรับฟังข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง จะช่วยให้ประชาชนสามารถตัดสินใจได้อย่างมีวิจารณญาณ และเลือกผู้แทนที่สามารถนำพาประเทศไปข้างหน้าได้อย่างแท้จริง
ที่มา – “โสภณ” มองไม่น่าจัดเลือกตั้งได้ เหตุคนชายแดนยังอพยพอยู่ ชี้หน้าที่ กกต. ดูความเหมาะสม


