วัน: 20 สิงหาคม 2025

จุฬาฯ มอบทุน ป.โท ภรรยา ส.อ.อัมรินทร์

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มอบทุนการศึกษาปริญญาโทแก่ภรรยาของ “ส.อ.อัมรินทร์ ผาสุข” ทหารกล้าผู้เสียสละชีวิตในสมรภูมิตาเมือนธม เพื่อสานฝันการเป็นพยาบาลจิตเวช นี่คือเรื่องราวที่สร้างความประทับใจและแสดงให้เห็นถึงความห่วงใยที่จุฬาฯ มีต่อครอบครัวผู้เสียสละ

จุฬาฯ มอบทุน ป.โท ภรรยา ส.อ.อัมรินทร์

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษา พร้อมให้โอวาทแก่นางสาวตะวันฉาย ลินลา นิสิตหลักสูตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต (ภาคนอกเวลาราชการ) โดยพิธีจัดขึ้นเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2568 ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 11 อาคารบรมราชชนนีศรีศตพรรษ

การมอบทุนการศึกษาแก่ น.ส.ตะวันฉาย ลินลา เป็นไปตามนโยบายของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มุ่งให้ความช่วยเหลือแก่คู่สมรส หรือบุตรของทหารที่เสียสละชีพเพื่อชาติในการปกป้องอธิปไตย บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ก่อนหน้านี้ ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ และคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลสุรินทร์ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2568 เพื่อแสดงความห่วงใย และประกาศนโยบายดังกล่าวอย่างเป็นทางการ

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตระหนักถึงความเสียสละอย่างยิ่งของทหารกล้าที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องประเทศชาติ ด้วยหลักการที่ว่าคนไทยทุกคนคือครอบครัวเดียวกัน มหาวิทยาลัยจึงได้จัดสรรทุนการศึกษาเต็มรูปแบบ ให้แก่ภรรยาของผู้เสียสละจากเหตุการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อให้มีโอกาสศึกษาต่อในระดับปริญญาโท โดยทุนครอบคลุมค่าเล่าเรียน ค่าธรรมเนียมการศึกษา ค่าใช้จ่ายรายเดือน ตลอดระยะเวลา 2 ปี รวมถึงค่าหนังสือและอุปกรณ์การเรียนการสอน

“การมอบทุนสนับสนุนครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการให้เรียนฟรี แต่เป็นการแสดงออกถึงความห่วงใย และความผูกพันที่คนไทยมีต่อกัน ครอบครัวของทหารกล้าก็คือครอบครัวของเรา เราต้องดูแลซึ่งกันและกัน การมอบทุนครั้งนี้สะท้อนเจตนารมณ์ของจุฬาฯ ที่มุ่งเน้นไม่เพียงการสร้างบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถ แต่ยังยืนหยัดเคียงข้างประชาชนในทุกช่วงเวลา เพื่อร่วมกันสร้างสังคมไทยที่มั่นคงและเข้มแข็ง” อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวเพิ่มเติม

ศ.ดร.รัตน์ศิริ ทาโต คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาฯ เผยว่า คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาฯ ได้ดำเนินการตามนโยบายของมหาวิทยาลัย โดยรับ น.ส.ตะวันฉาย เข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโท สาขาการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต (ภาคนอกเวลาราชการ) ในภาคต้น ปีการศึกษา 2568 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลครอบครัวทหารกล้าที่เสียสละชีวิตเพื่อประเทศชาติ โดย น.ส.ตะวันฉาย มีคุณสมบัติเป็นไปตามเกณฑ์ของบัณฑิตวิทยาลัย ทุนการศึกษาตลอดระยะเวลา 2 ปีนี้ ครอบคลุมค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมการศึกษา ค่าใช้จ่ายรายเดือน ค่าหนังสือและอุปกรณ์การศึกษา รวมถึงค่าใช้จ่ายในการสืบค้นวารสารทางวิชาการ

ความรู้สึกของภรรยา ส.อ.อัมรินทร์ หลังได้รับทุน

น.ส.ตะวันฉาย ลินลา พยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลสุรินทร์ ภรรยาของ ส.อ.อัมรินทร์ ผาสุข ได้เปิดใจถึงการได้รับทุนการศึกษาจากจุฬาฯ ในครั้งนี้ว่า รู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับทุนศึกษาต่อในระดับปริญญาโท สาขาการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช โดยทุนครั้งนี้คือโอกาสที่ยิ่งใหญ่ทั้งของตนเอง และครอบครัว แรงบันดาลใจสำคัญ มาจากการพูดคุยกับสามีที่เคยตั้งคำถาม และวางเป้าหมายว่าวันหนึ่งจะได้มาเรียนที่จุฬาฯ จนวันนี้ฝันได้กลายเป็นจริง การเลือกศึกษาต่อด้านสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่น เกิดจากการตระหนักถึงปัญหาในเรื่องนี้ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในสังคม ในขณะที่บุคลากรผู้เชี่ยวชาญยังมีจำนวนจำกัด เด็กเปรียบเสมือนต้นกล้า หากดูแลเพียงสุขภาพกาย แต่ละเลยสุขภาพใจ ย่อมส่งผลกระทบต่อพัฒนาการโดยรวม การศึกษาต่อปริญญาโทในครั้งนี้ จะเป็นก้าวสำคัญในการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตเด็ก ครอบครัว และประชากรของประเทศ การได้รับโอกาสทางการศึกษาจากจุฬาฯ ในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นเกียรติสำหรับตนเอง แต่ยังเป็นความรับผิดชอบที่จะใช้ความรู้ตอบแทนสังคม อย่างน้อยที่สุดจะได้เป็นอีกหนึ่งกำลังของประเทศ ที่ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนไทย

เรื่องราวการมอบทุน จุฬาฯ มอบทุน ป.โท ภรรยา ส.อ.อัมรินทร์ ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นความช่วยเหลือทางการศึกษา แต่ยังเป็นการส่งต่อกำลังใจและความหวังให้กับครอบครัวผู้เสียสละ เพื่อให้พวกเขาสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างเข้มแข็ง นี่คือสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการดูแลซึ่งกันและกันในสังคมไทย

ที่มา – จุฬาฯ มอบทุน ป.โท ภรรยา “ส.อ.อัมรินทร์” ทหารกล้าชายแดน สานฝันการเป็นพยาบาลจิตเวช

สุดยอด! มุลเลอร์, ร็อบเบน, เลวานฯ ยิงเปิดบุนเดสลีกา


สุดยอด! มุลเลอร์, ร็อบเบน, เลวานฯ ยิงเปิดบุนเดสลีกา

โธมัส มุลเลอร์, อาร์เยน ร็อบเบน และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ติดอันดับสุดยอดประตูเปิดฤดูกาลบุนเดสลีกา

BBC จะถ่ายทอดสดการแข่งขันบุนเดสลีกาสัปดาห์ละหนึ่งนัดในอีกสองฤดูกาลข้างหน้า

อ่านเพิ่มเติม: BBC เตรียมถ่ายทอดสดบุนเดสลีกา – จะรับชมได้อย่างไร?

ทุกแมตช์จะสามารถรับชมสดได้ทางเว็บไซต์ BBC Sport, แอพ และ BBC iPlayer ทุกวันศุกร์ พร้อมคลิปช่วงเวลาสำคัญในการแข่งขันผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของ BBC Sport

สำหรับผู้ใช้ในสหราชอาณาจักรเท่านั้น

สุดยอด! มุลเลอร์, ร็อบเบน, เลวานฯ ยิงเปิดบุนเดสลีกา

การทำประตูในช่วงต้นเกมนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะมันสามารถสร้างความได้เปรียบทางด้านจิตใจให้กับทีม และอาจส่งผลต่อผลลัพธ์ของเกมการแข่งขันได้เลยทีเดียว เรามาดูกันว่าประตูสุดสวยของสามดาวดัง มุลเลอร์, ร็อบเบน และ เลวานดอฟสกี้ มีที่มาที่ไปอย่างไร และมีความสำคัญต่อทีมของพวกเขาแค่ไหน

ประตูสุดสวยของ มุลเลอร์

โธมัส มุลเลอร์ ขึ้นชื่อเรื่องการหาพื้นที่และการจบสกอร์ที่เฉียบคม ประตูเปิดฤดูกาลของเขามักจะมาจากการเคลื่อนที่ที่ชาญฉลาด และการยิงที่แม่นยำ แม้ว่าเขาจะไม่ใช่นักเตะที่มีความเร็วสูง แต่เขาก็สามารถใช้ความเข้าใจในเกม และการอ่านจังหวะที่ดี เอาชนะกองหลังคู่แข่งได้เสมอ

ความเร็วและความสามารถเฉพาะตัวของ ร็อบเบน

อาร์เยน ร็อบเบน เป็นที่รู้จักจากความเร็ว เทคนิคการเลี้ยงบอล และการยิงด้วยเท้าซ้ายที่เฉียบคม ประตูเปิดฤดูกาลของเขามักจะมาจากการลากตัดเข้าในจากริมเส้นฝั่งขวา และยิงด้วยเท้าซ้ายข้างถนัดเข้าไปอย่างสวยงาม การเลี้ยงบอลที่คล่องแคล่ว และความสามารถในการเอาชนะคู่ต่อสู้แบบตัวต่อตัว ทำให้เขาสร้างโอกาสในการทำประตูได้อย่างมากมาย

สัญชาตญาณดาวยิงของ เลวานดอฟสกี้

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ คือสุดยอดกองหน้าที่มีสัญชาตญาณในการทำประตูที่ยอดเยี่ยม การยืนตำแหน่งที่ชาญฉลาด การจบสกอร์ที่เฉียบคม และความสามารถในการเล่นลูกกลางอากาศที่แข็งแกร่ง ทำให้เขาสามารถทำประตูได้หลากหลายรูปแบบ ประตูเปิดฤดูกาลของเขามักจะมาจากการจบสกอร์ในกรอบเขตโทษ ไม่ว่าจะเป็นการยิงด้วยเท้า การโหม่ง หรือการใช้ความสามารถเฉพาะตัวในการเอาชนะกองหลัง

การมีนักเตะระดับโลกอย่าง มุลเลอร์, ร็อบเบน และ เลวานดอฟสกี้ ในทีม ถือเป็นความโชคดีอย่างยิ่ง เพราะพวกเขาสามารถสร้างความแตกต่าง และช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จได้ พวกเขาไม่เพียงแต่เป็นผู้ทำประตูที่ยอดเยี่ยมเท่านั้น แต่พวกเขายังเป็นผู้นำ และเป็นแรงบันดาลใจให้กับเพื่อนร่วมทีมอีกด้วย การได้เห็นพวกเขาสร้างสรรค์ประตูที่สวยงาม เป็นสิ่งที่ทำให้แฟนบอลบุนเดสลีกามีความสุข

สุดยอด! มุลเลอร์, ร็อบเบน, เลวานฯ ยิงเปิดบุนเดสลีกา ไม่ได้เป็นเพียงแค่ประตู แต่เป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่น ความสามารถ และความทุ่มเทของนักเตะระดับโลกเหล่านี้ ที่พร้อมจะสร้างความสุขให้กับแฟนบอลและพาทีมไปสู่ความสำเร็จ

ดังนั้น หากคุณเป็นแฟนบอลบุนเดสลีกา อย่าพลาดชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันในฤดูกาลใหม่ และร่วมลุ้นไปกับประตูสุดสวยจากนักเตะระดับโลกเหล่านี้

ที่มา – Muller, Robben & Lewandowski in Bundesliga’s best opening goals

บีบีซีถ่ายทอดสดบุนเดสลีกา: วิธีการรับชม

ฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมัน จะมีการถ่ายทอดสดทาง BBC ในฤดูกาลนี้ หลังจากได้รับสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดการแข่งขันบุนเดสลีกาสัปดาห์ละหนึ่งนัดไปจนถึงปี 2027

การถ่ายทอดสดจะเริ่มในวันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม เมื่อทีมแชมป์เก่า บาเยิร์น มิวนิก ต้อนรับ แอร์เบ ไลป์ซิก ที่สนาม อัลลิอันซ์ อารีน่า

เกมที่ได้รับการยืนยันอื่นๆ ได้แก่ แชมป์ปี 2023-24 ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น พบกับ ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต และ บาเยิร์น พบกับ แวร์เดอร์ เบรเมน

การแข่งขันทั้งหมดจะสามารถรับชมสดได้ทางเว็บไซต์ BBC Sport แอปพลิเคชัน และทาง BBC iPlayer ทุกวันศุกร์ โดยมีคลิปช่วงเวลาสำคัญในการแข่งขันต่างๆ ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของ BBC Sport

อเล็กซ์ เคย์-เจลสกี้ ผู้อำนวยการ BBC Sport กล่าวว่า “การสามารถนำการแข่งขันบุนเดสลีกามาไว้ในรายการถ่ายทอดสดฟุตบอลของเราถือเป็นปรากฏการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกมเปิดสนามของบาเยิร์น มิวนิก ที่มีกัปตันทีมชาติอังกฤษ แฮร์รี่ เคน”

“ผมภูมิใจที่ BBC Sport มีผลงานการถ่ายทอดสดฟุตบอลที่น่าประทับใจมากมายในทุกแพลตฟอร์มของเรา ตั้งแต่เกมสดไปจนถึงไฮไลท์และคลิปดิจิทัล ไปจนถึงข่าวด่วนบนเว็บไซต์ เราพร้อมสำหรับแฟนๆ ในฤดูกาลนี้”

รายชื่อการแข่งขันและวันที่ได้รับการยืนยัน โดยจะมีการประกาศเพิ่มเติมในเวลาที่เหมาะสม:

(เวลาเริ่มเตะ 19:30 BST)

  • บาเยิร์น มิวนิก พบ แอร์เบ ไลป์ซิก – 22 สิงหาคม

  • ฮัมบูร์ก พบ เซนต์ เพาลี – 29 สิงหาคม

  • ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น พบ ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต – 12 กันยายน

  • สตุ๊ตการ์ท พบ เซนต์ เพาลี – 19 กันยายน

  • บาเยิร์น มิวนิก พบ แวร์เดอร์ เบรเมน – 26 กันยายน

บีบีซีถ่ายทอดสดบุนเดสลีกา: วิธีการรับชม

บทความนี้เป็นบทความล่าสุดจากทีม Ask Me Anything ของ BBC Sport

อะไรคือ Ask Me Anything? เกี่ยวกับการถ่ายทอดสดบุนเดสลีกา

Ask Me Anything เป็นบริการที่อุทิศตนเพื่อตอบคำถามของคุณ

เราต้องการตอบแทนเวลาของคุณด้วยการบอกสิ่งที่คุณไม่รู้และเตือนสิ่งที่คุณรู้

ทีมงานจะค้นหาสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้ทั้งหมดและสามารถเรียกใช้เครือข่ายผู้ติดต่อรวมถึงผู้เชี่ยวชาญและนักวิจารณ์ของเรา

เราจะตอบคำถามของคุณจากใจกลางห้องข่าวของ BBC Sport และเบื้องหลังเหตุการณ์กีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

การรายงานข่าวของเราจะครอบคลุมเว็บไซต์ BBC Sport แอปพลิเคชัน โซเชียลมีเดีย และบัญชี YouTube รวมถึง BBC TV และวิทยุ

คำถามที่ตอบเพิ่มเติม…

การที่ BBC ตัดสินใจถ่ายทอดสดบุนเดสลีกาถือเป็นข่าวดีสำหรับแฟนบอลชาวไทยที่ต้องการรับชมฟุตบอลเยอรมันที่มีคุณภาพเเบบถูกลิขสิทธิ์ เเละสามารถเข้าถึงได้ง่ายผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆของ BBC Sport ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์เเอปพลิเคชั่นหรือทาง BBC iPlayer ทำให้การ บีบีซีถ่ายทอดสดบุนเดสลีกา: วิธีการรับชม เป็นเรื่องที่ไม่ยากอีกต่อไปสำหรับเเฟนฟุตบอลชาวไทย

สำหรับแฟนบอลชาวไทยที่ไม่คุ้นเคยกับบุนเดสลีกา นี่เป็นโอกาสที่ดีในการทำความรู้จักกับลีกที่มีชื่อเสียงระดับโลก ซึ่งเต็มไปด้วยทีมที่น่าสนใจและนักเตะฝีเท้าดีมากมาย การรับชม บีบีซีถ่ายทอดสดบุนเดสลีกา: วิธีการรับชม จะช่วยให้คุณได้สัมผัสกับความสนุกและความตื่นเต้นของฟุตบอลเยอรมันอย่างเต็มที่ เเละอาจจะกลายเป็นเเฟนบอลบุนเดสลีกาไปเลยก็ได้

ดังนั้น อย่าพลาดโอกาสในการรับชม บีบีซีถ่ายทอดสดบุนเดสลีกา: วิธีการรับชม ผ่านช่องทางต่างๆ ของ BBC Sport ในฤดูกาลนี้ แล้วคุณจะได้พบกับประสบการณ์ฟุตบอลที่น่าประทับใจเเน่นอน

ที่มา – BBC to show live Bundesliga games – how can you watch?

ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนคดีนายกฯ 21 ส.ค. นี้!

“ภูมิธรรม” ไม่ทราบใครไปกับ “แพทองธาร ชินวัตร” ในวันที่ 21 ส.ค. ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยานบุคคล คดีคลิปเสียงสนทนากับ “ฮุน เซน” ส่วนกรณีหมายจับ “อดิศร” เหตุไม่ไปฟังคำพิพากษา ว่าไปตามกฎหมาย

เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 20 สิงหาคม 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงกรณีที่ นายอดิศร เพียงเกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ไม่ไปฟังคำพิพากษาในคดีแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ก่อความไม่สงบในการชุมนุมขับไล่รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 9 เมษายน 2552 ในวันนี้ ทำให้ศาลออกหมายจับ ว่า ตนยังไม่ทราบเรื่องนี้ เนื่องจากเพิ่งกลับมาจากการแถลงจับยาเสพติดที่ จ.เชียงใหม่ แต่กรณีของนายอดิศร มีเอกสิทธิ์คุ้มครองอยู่แล้วในฐานะที่เป็น สส. ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย อะไรที่มีปัญหา กฎหมายว่าอย่างไรก็ว่าอย่างนั้น

แพทองธาร ชินวัตร
แพทองธาร ชินวัตร

นอกจากนี้ นายภูมิธรรม ยังกล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยานบุคคล กรณีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภาของกัมพูชา ในวันที่ 21 สิงหาคม 2568 จะมีใครเดินทางไปกับนายกรัฐมนตรีบ้าง ว่า “ยังไม่ทราบเลย ยังไม่ได้คุยกันเลย”

เมื่อถามถึงกรณีวันที่ 19 สิงหาคม 2568 นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปที่พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นวันประชุม สส.ของพรรค นายภูมิธรรม ระบุว่า เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ตนทำงานอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาลทั้งวัน เมื่อถามว่าขณะนี้ยังมีความกังวลอะไรหรือไม่ในเรื่องการเมืองที่กำลังจะเริ่มร้อนแรง นายภูมิธรรม ตอบว่า “ก็ยังไม่รู้สึกว่าจะร้อน”

ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนคดีนายกฯ 21 ส.ค. “ภูมิธรรม” ไม่รู้ใครไปกับ “แพทองธาร”

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงเป็นที่จับตามองของประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับอดีตนายกรัฐมนตรีและบุคคลสำคัญทางการเมืองต่างๆ ล่าสุดประเด็นที่ได้รับความสนใจคือกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยานบุคคลในคดีที่เกี่ยวข้องกับคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร กับสมเด็จฮุน เซน ซึ่งกำหนดขึ้นในวันที่ 21 สิงหาคม 2568

นายภูมิธรรม เวชยชัย ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ รวมถึงกรณีของนายอดิศร เพียงเกษ และการเดินทางมายังพรรคเพื่อไทยของนายทักษิณ ชินวัตร โดยยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายและยังไม่รู้สึกถึงความร้อนแรงทางการเมือง

ประเด็นที่น่าสนใจ: ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนคดีนายกฯ 21 ส.ค.นี้

การนัดไต่สวนพยานบุคคลของศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ถือเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันได้ หลายฝ่ายกำลังจับตาดูว่าผลการไต่สวนจะเป็นอย่างไรและจะมีผลต่อการตัดสินใจของศาลรัฐธรรมนูญในอนาคตหรือไม่

นอกจากนี้ กรณีที่นายภูมิธรรมกล่าวว่ายังไม่ทราบว่าใครจะเดินทางไปกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ในวันดังกล่าว ก็ยิ่งทำให้เกิดความสนใจมากยิ่งขึ้น เนื่องจากอาจมีบุคคลสำคัญทางการเมืองอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้เดินทางไปด้วย

สถานการณ์การเมืองไทยยังคงมีความไม่แน่นอนสูง การติดตามข่าวสารและข้อมูลต่างๆ อย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและสามารถวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้

การที่นายภูมิธรรมออกมาให้สัมภาษณ์ในประเด็นต่างๆ สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการจัดการกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรอบคอบและระมัดระวัง อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อทำความเข้าใจและประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

มาร่วมกันติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่พลาดทุกประเด็นสำคัญทางการเมืองที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของเรา

ที่มา – ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนคดีนายกฯ 21 ส.ค. “ภูมิธรรม” ไม่รู้ใครไปกับ “แพทองธาร”

เชื่อปาฏิหาริย์หลวงพ่อสมหวัง: สาวหายป่วยได้เลขเด็ด!

เรื่องราวเหลือเชื่อ! สาวที่เคยเกือบเป็นอัมพาต กลับมาเดินได้ด้วยความศรัทธาใน “หลวงพ่อสมหวัง” แห่งวัดกลางบางพระ นครปฐม และเมื่อหายป่วยก็ไม่ลืมที่จะเดินทางมาแก้บนตามสัญญา แถมยังได้ เลขเด็ด กลับไปเสี่ยงโชคอีกด้วย เรื่องราวเชื่อปาฏิหาริย์หลวงพ่อสมหวังนี้ กลายเป็นที่ฮือฮาในกลุ่มนักเสี่ยงโชคและผู้ที่เลื่อมใสศรัทธา

เชื่อปาฏิหาริย์หลวงพ่อสมหวัง

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รายงานบรรยากาศจากวัดกลางบางพระ (หลวงพ่อสมหวัง) จังหวัดนครปฐม ถึงแม้จะไม่ใช่วันหยุดสุดสัปดาห์ แต่ก็ยังมีผู้คนเดินทางมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ที่ศรัทธาในองค์หลวงพ่อสมหวัง ต่างก็เดินทางมาแก้บนกันอย่างไม่ขาดสาย ส่วนใหญ่จะนำหัวหมู, ไข่ไก่สด, ข้าวสาร และผลไม้ตามฤดูกาล มาถวายเพื่อเป็นการขอบคุณที่ได้รับโชคลาภตามที่ได้บนบานไว้ นอกจากนี้ ทางวัดโดยพระครูศรีสุตากร เจ้าอาวาส ยังได้นำสิ่งของที่ได้รับจากการแก้บนไปบริจาคให้กับผู้ยากไร้ โรงเรียน และโรงพยาบาล เป็นการทำบุญต่อยอดอีกด้วย

สำหรับขั้นตอนการแก้บนที่วัดกลางบางพระนั้น เริ่มต้นด้วยการนำสิ่งของมาวางไว้ที่ลานด้านหน้าองค์หลวงพ่อสมหวัง จุดธูปเทียนบอกกล่าว จากนั้นจึงเข้าไปบูชาดอกไม้ธูปเทียนที่องค์หลวงพ่อ นำทองคำเปลวไปปิดที่พระหัตถ์ แล้วอธิษฐานขอพร ก่อนจะลงมาที่ลานด้านล่างบริเวณกลางหัวใจขององค์หลวงพ่อ เพื่อขอพรในสิ่งที่ปรารถนาอีกครั้ง ถือเป็นอันเสร็จพิธี แต่ที่สำคัญคือ อย่าลืมแวะไปกราบไหว้หลวงพ่อพุฒ อดีตเจ้าอาวาสที่มรณภาพไปแล้ว แต่ศพไม่เน่าเปื่อย ซึ่งบรรจุอยู่ในโลงแก้วภายในศาลาเจ้าอาวาส เพื่อความเป็นสิริมงคล และกราบไหว้ขอโชคลาภจากองค์ท้าวเวสสุวรรณ ก่อนเดินทางกลับ

ประสบการณ์ตรง: เชื่อปาฏิหาริย์หลวงพ่อสมหวังทำให้หายป่วย

นางลำจวน สีเหล็กเพชร ชาวบ้านจากอำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม หนึ่งในผู้ที่เดินทางมาแก้บนในวันนั้น ได้เล่าให้ฟังว่า ตนเองได้ตั้งใจเดินทางมาแก้บนกับองค์หลวงพ่อสมหวัง โดยนำไข่ไก่สดและไข่ต้ม 499 ฟอง, ข้าวสาร 10 ถุง และผลไม้ตามฤดูกาล 9 อย่าง มาถวาย เนื่องจากเมื่อประมาณหนึ่งปีก่อนหน้านี้ เธอได้ป่วยหนักจนเดินไม่ได้ ต้องนั่งรถเข็น เพราะทำงานแบกหามของหนักจนกระดูกทับเส้น

นางลำจวนเล่าต่อว่า อาการป่วยของเธอคล้ายกับจะเป็นอัมพาต ไปหาหมอทั้งแผนโบราณและแผนปัจจุบันก็ไม่ดีขึ้น ได้แต่ยามากินและยาทา จนรู้สึกท้อแท้ แต่หลังจากที่ได้มากราบไหว้หลวงพ่อสมหวังและบนบานศาลกล่าวไว้ ทุกเช้าเธอจะอธิษฐานขอพรจากหลวงพ่อให้ช่วย และทำกายภาพบำบัดด้วยตัวเอง ทำให้อาการค่อยๆ ดีขึ้น เชื่อว่าเป็นการช่วยเหลือจากหลวงพ่อสมหวัง ทำให้เธอหายป่วยและสามารถกลับมาเดินได้อีกครั้ง จึงตั้งใจเดินทางมาแก้บนตามสัญญา

นอกจากจะมาแก้บนแล้ว นางลำจวนยังตั้งใจมาขอโชคลาภจากหลวงพ่อสมหวังอีกด้วย เพราะในช่วงที่ป่วยหนัก เธอต้องใช้จ่ายเงินไปกับการรักษาจนเกือบหมด จึงหวังว่าหลวงพ่อจะประทานโชคลาภให้เธอได้มีเงินทองกลับคืนมา โดยเธอได้ทำบุญสมทบทุนซื้อที่ดินเพิ่มเติมให้กับวัด และตั้งใจจะนำเลขที่ได้จากการทำบุญไปเสี่ยงโชค

ที่น่าสนใจคือ นางลำจวนได้หยิบธนบัตรฉบับละ 100 บาทออกมาโชว์ให้ดู พร้อมกับบอกว่าเป็นเลขนำโชค คือเลข 4 G 8112739 พร้อมกับยกมือพนมเหนือศีรษะ อธิษฐานขอให้หลวงพ่อสมหวังให้โชคลาภอีกครั้ง และสัญญาว่าจะกลับมาแก้บนอย่างเต็มที่ จากนั้น นางลำจวนก็ได้เดินไปหาซื้อลอตเตอรี่ตามแผงต่างๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณวัด ก่อนที่จะเดินทางกลับ

เรื่องราวความศรัทธาและเชื่อปาฏิหาริย์หลวงพ่อสมหวังของนางลำจวน เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่สร้างความประทับใจและเป็นกำลังใจให้กับผู้คนจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงพลังแห่งความศรัทธาที่สามารถช่วยให้เราผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ ในชีวิตไปได้

ไม่ว่าเรื่องราวของนางลำจวนจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่เราสัมผัสได้อย่างชัดเจนคือ ความศรัทธาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สามารถเป็นพลังใจให้เราก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาในชีวิต ลองหาที่พึ่งทางใจที่คุณเคารพศรัทธา และขอพรให้ท่านช่วยนำทาง คุณอาจจะพบกับปาฏิหาริย์ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตคุณไปตลอดกาล

ที่มา – เชื่อปาฏิหาริย์หลวงพ่อสมหวัง สาวหายป่วยกลับมาเดินได้ มาแก้บน แถมได้ “เลขเด็ด”

“โรม” จี้ “แพทองธาร” ไร้ความรับผิดชอบ เอากัมพูชาขึ้นศาล!

“รังสิมันต์ โรม” สวด “นายกฯ อิ๊งค์” ไร้สปิริต จี้กระทรวงการต่างประเทศทำงานเชิงรุกและเอากัมพูชาขึ้นศาลอาญาระหว่างประเทศ เอาผิดเรื่องโจมตีเป้าหมายพลเรือนและคอลเซ็นเตอร์

วันที่ 19 ส.ค. 2568 ที่อาคารรัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนคดีคลิปเสียง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ และ รมว.วัฒนธรรม สนทนากับสมเด็จฮุน เซน วันที่ 21 ส.ค. ว่า ไม่เห็นด้วยกับการที่จะใช้นิติสงครามใดๆ และต้องยอมรับว่านายกฯ ไม่ได้แสดงความรับผิดชอบทางการเมืองที่ได้สัดส่วนกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากคลิปเสียง เราต้องการนักการเมืองที่กล้าหาญมากกว่านี้ ปัญหาหลายอย่างแก้ไม่ตก ท่านไม่รู้จักคำว่าความรับผิดชอบ บ้านเมืองเรายุ่งเหยิงเกิดปัญหาเสถียรภาพแบบนี้ อยากเห็นนายกฯ แสดงสปิริต แต่ก็คงช้าไปเพราะที่ผ่านมา พิสูจน์แล้วว่าท่านไม่ได้มีสปิริตอะไรเลย

นายรังสิมันต์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ทหารไทยได้พบโทรศัพท์ของกัมพูชา เผยให้เห็นคลิปการวางทุ่นระเบิด ว่าตอนนี้เรามีแต้มต่อเยอะมาก แต่อยู่ที่ว่าจะใช้หรือไม่ เรื่องการละเมิดอนุสัญญาออตตาวา กระทรวงการต่างประเทศต้องไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมนานาชาติถึงไม่มีการประณามหรือตำหนิกัมพูชาที่ละเมิดอนุสัญญาในเรื่องนี้ ต้องทำงานเชิงรุกต่อไป กระทรวงการต่างประเทศเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จะเสียเชิง มากไปกว่านั้น อีกทั้งต้องพากัมพูชาไปศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ดำเนินการเอาผิดได้ทั้งมิติคอลเซ็นเตอร์ การโจมตีเป้าหมายพลเรือน จุดนี้จะทำให้ไทยได้เปรียบ ถามรัฐตั้งใจยั้งมือหรือกลัวคลิปเสียง

เมื่อถามว่าการที่มติ สมช. ฟ้องสมเด็จฮุน เซน แค่ภายในประเทศ สะท้อนอะไรบ้าง นายรังสิมันต์กล่าวว่า ตนคิดว่ามันก็เท่านั้น ทุกคนในฝ่ายความมั่นคงทราบว่ากัมพูชาใช้ไทยเป็นฐานในการฟอกเงิน มีทรัพย์สินจำนวนมากอยู่ในประเทศไทย หากไม่มีการยึดทรัพย์อย่างแท้จริงก็เปล่าประโยชน์ ตนจึงคิดว่าถ้าจะดำเนินการในประเทศก็ทำ แต่ต้องยึดทรัพย์จริงๆ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ต้องเข้าแล้ว วันนี้ ปปง. ยังเงียบทำอะไรอยู่ ต้องนำไปสู่การยึดทรัพย์ยึดไว้ก่อนได้ เห็นความล่าช้าของหน่วยงานรัฐในหลายภาคส่วน เลยสงสัยว่าตกลงจะเอาจริงหรือไม่ หรือกลัวว่าเขาจะมีคลิปเสียงอีกจำนวนมาก วันนี้เราต้องเอาผลประโยชน์ของชาติเป็นหลักก่อน

เมื่อถามอีกว่าการที่รัฐบาลไม่ฟ้องศาล ICC เพราะมีผลประโยชน์กับนักการเมืองไทยหรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า ตนก็เป็นห่วงว่าที่ประเทศไทยยั้งมือ เพราะเรามีผลประโยชน์กับกัมพูชาเยอะหรือไม่ ถ้ามีเยอะก็เป็นไปได้ว่าเขาเอาเรื่องนี้มาต่อรอง ซึ่งรัฐบาลต้องออกมาตอบคำถามเพื่อสร้างความมั่นใจว่าตัวเองไม่มีผลประโยชน์ในเรื่องนี้ เรียนตามตรงว่าผลประโยชน์ของทั้งสองตระกูลก็คงมีมานาน แต่วันนี้ต้องยึดผลประโยชน์ของชาติ รัฐบาลควรยึดผลประโยชน์ของชาติให้มากที่สุด และใช้โอกาสนี้ในการสร้างสันติภาพระยะยาว

“โรม” เฉ่ง “แพทองธาร” ไร้ความรับผิดชอบ จี้ กต. เอากัมพูชาขึ้นศาล ICC

จากกรณีที่นายรังสิมันต์ โรมออกมาวิพากษ์วิจารณ์ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และเรียกร้องให้กระทรวงการต่างประเทศนำประเด็นกัมพูชาขึ้นสู่ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) นั้น มีหลายประเด็นที่น่าสนใจและควรพิจารณาอย่างละเอียด

ประเด็นความรับผิดชอบทางการเมืองของ น.ส.แพทองธาร

นายรังสิมันต์ โรมมองว่า น.ส.แพทองธารไม่ได้แสดงความรับผิดชอบทางการเมืองอย่างเหมาะสมต่อกรณีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก การที่นักการเมืองระดับสูงถูกวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องความรับผิดชอบ ถือเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ เพราะความไว้วางใจจากประชาชนเป็นสิ่งสำคัญในการบริหารประเทศ

นอกจากนี้ นายรังสิมันต์ยังกล่าวถึงเรื่องการใช้ไทยเป็นฐานในการฟอกเงินของกัมพูชา ซึ่งเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติ หากเป็นเรื่องจริง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรดำเนินการตรวจสอบและยึดทรัพย์สินอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำผิดกฎหมาย

ความเห็นของนายรังสิมันต์ในเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนที่อาจมีระหว่างนักการเมืองไทยและกัมพูชา ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการทางกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา การเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความโปร่งใสและยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นหลักจึงเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผล

การที่นายรังสิมันต์ “โรม” เฉ่ง “แพทองธาร” ไร้ความรับผิดชอบ จี้ กต. เอากัมพูชาขึ้นศาล ICC เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังรัฐบาลให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดและโปร่งใสในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกัมพูชา เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

ประเด็นที่นายรังสิมันต์ยกขึ้นมานั้นมีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน ตั้งแต่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การบังคับใช้กฎหมาย ไปจนถึงผลประโยชน์ทางการเมือง การแก้ไขปัญหาเหล่านี้จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย และที่สำคัญที่สุดคือการยึดมั่นในหลักการของความถูกต้องและโปร่งใส

คำถามสำคัญคือ รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรต่อไปในประเด็นเหล่านี้ และจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้หรือไม่ว่าผลประโยชน์ของชาติจะได้รับการปกป้องอย่างเต็มที่ การติดตามข่าวสารและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลจึงเป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคน

การที่ “โรม” ออกมาเรียกร้องให้ เอากัมพูชาขึ้นศาล ICC นั้นเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถึงผลดีผลเสียที่อาจจะเกิดขึ้นต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและผลกระทบต่อประชาชนทั้งสองฝ่าย แน่นอนว่าการดำเนินการใดๆ จะต้องเป็นไปตามหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศและคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ

ที่มา – “โรม” เฉ่ง “แพทองธาร” ไร้ความรับผิดชอบ จี้ กต. เอากัมพูชาขึ้นศาล ICC

ตะลึง! **ตรวจยึดซิมโทรศัพท์ 395 หมายเลข** ทิ้งไร่อ้อย

**ตรวจยึดซิมโทรศัพท์ 395 หมายเลข** ทิ้งไร่อ้อยชายแดนสระแก้ว

กองกำลังบูรพาพบกล่องต้องสงสัยถูกทิ้งในไร่อ้อยอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ภายในบรรจุซิมโทรศัพท์จำนวนมากถึง 395 หมายเลข พร้อมเครื่องสำอางและเสื้อผ้าจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่เร่งขยายผลเพื่อหาผู้เกี่ยวข้อง โดยคาดว่าอาจมีความเชื่อมโยงกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 เวลา 19.00 น. กองกำลังบูรพา ฉก.อรัญประเทศ และกองร้อยทหารพรานที่ 1304 ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่บ้านหนองเอี่ยน ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ว่าพบกล่องพัสดุต้องสงสัยถูกทิ้งไว้ในไร่อ้อย จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว

จากการตรวจสอบ พบกล่องกระดาษจำนวน 3 กล่อง และกระสอบอีก 4 ใบ น้ำหนักรวมกว่า 300 กิโลกรัม ถูกทิ้งไว้ในไร่อ้อย แต่ไม่พบผู้ใดแสดงตัวเป็นเจ้าของ เจ้าหน้าที่จึงทำการยึดพัสดุทั้งหมดกลับไปตรวจสอบอย่างละเอียดที่กองร้อยทหารพรานที่ 1304

ผลการตรวจสอบ พบของกลางที่น่าสนใจหลายรายการ ประกอบด้วย:

  • ซิมโทรศัพท์ จำนวน 395 หมายเลข
  • เสื้อผ้า จำนวน 93 ชิ้น
  • เครื่องสำอาง จำนวน 300 ชิ้น
  • เครื่องทำกาแฟ จำนวน 1 เครื่อง
  • เครื่องปั่นน้ำผลไม้ จำนวน 1 เครื่อง

ทำไมต้อง **ตรวจยึดซิมโทรศัพท์ 395 หมายเลข** เหล่านี้?

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ซิมโทรศัพท์จำนวนมากเหล่านี้ อาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การก่ออาชญากรรมทางออนไลน์ หรือเป็นเครื่องมือสนับสนุนเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งกำลังเป็นปัญหาสำคัญในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ที่ซิมเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในการเปิดบัญชีม้า เพื่อใช้ในการหลอกลวงทางการเงิน

เจ้าหน้าที่ทหารพรานได้ทำการเก็บของกลางทั้งหมดไว้เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติมอย่างละเอียด พร้อมทั้งเร่งดำเนินการสืบสวนขยายผลเพื่อหาตัวผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพัสดุดังกล่าว เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบว่าเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการทิ้งซิมโทรศัพท์เหล่านี้ มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติหรือไม่

การ **ตรวจยึดซิมโทรศัพท์ 395 หมายเลข** ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความพยายามของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามอาชญากรรมทางออนไลน์ และการหลอกลวงประชาชน ซึ่งเป็นปัญหาที่สร้างความเดือดร้อนให้กับสังคมเป็นอย่างมาก การร่วมมือของประชาชนในการแจ้งเบาะแสข้อมูลที่เป็นประโยชน์ จะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามและจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ในที่สุด

การ **ตรวจยึดซิมโทรศัพท์ 395 หมายเลข** ครั้งนี้อาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนกว่าที่เราคิด การเฝ้าระวังและให้ความรู้แก่ประชาชนจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

ที่มา – ตรวจยึดซิมโทรศัพท์ 395 หมายเลข ถูกทิ้งในไร่อ้อยชายแดน คาดโยงขบวนการแก๊งคอลฯ

ชัยวุฒิชี้ชัด! กัมพูชาวางทุ่นระเบิด หนุนฟ้อง

“ชัยวุฒิ” ชี้หลักฐานชัดกัมพูชาวางทุ่นระเบิดจริง! พร้อมหนุนฟ้องผู้นำกัมพูชา และเสนอสร้างรั้วชายแดนแก้ปัญหา

จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอที่แสดงภาพทหารกัมพูชาวางทุ่นระเบิดในพื้นที่ชายแดน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างชัดเจน โดยระบุว่าไม่รู้สึกแปลกใจที่กัมพูชาออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว เนื่องจากมีหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอที่พบในโทรศัพท์มือถือบริเวณชายแดน ซึ่งเป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าทหารกัมพูชาวางทุ่นระเบิดจริง และนานาชาติจะได้เห็นความจริงที่เกิดขึ้น

ชัยวุฒิชี้ชัด! กัมพูชาวางทุ่นระเบิด หนุนฟ้อง

นายชัยวุฒิกล่าวเพิ่มเติมว่า การที่กัมพูชารุกล้ำเข้ามาในพื้นที่บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว ถือเป็นการละเมิดบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2543 และเป็นการฉวยโอกาสจากความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่ประเทศไทยเคยให้ ซึ่งส่งผลให้ประชาชนชาวไทยเสียสิทธิในที่ดินทำกินมานานกว่า 40 ปี การกระทำดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความไม่จริงใจของกัมพูชา

พรรคพลังประชารัฐสนับสนุนมาตรการป้องกันการรุกล้ำและการวางทุ่นระเบิด โดยเสนอให้มีการติดตั้งรั้วลวดหนามในเขตแดนไทย เพื่อป้องกันการบุกรุกและรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชน

เดินหน้าฟ้องผู้นำกัมพูชา

ในส่วนของการดำเนินคดี นายชัยวุฒิสนับสนุนให้รัฐบาลไทยยื่นฟ้องสมเด็จฮุน เซน และนายฮุน มาเนต ต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ในข้อหาต่างๆ เช่น การโจมตีพลเรือน การวางทุ่นระเบิด และอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมทั้งจะผลักดันเรื่องนี้เข้าสู่เวทีโลก เพื่อดำเนินการเอาผิดในฐานะอาชญากรสงคราม พรรคพลังประชารัฐยืนยันว่าจะยืนหยัดเคียงข้างประชาชนและกองทัพในการปกป้องอธิปไตยของชาติ

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและมีความซับซ้อน การแก้ไขปัญหาต้องอาศัยความรอบคอบและยึดมั่นในหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศ การใช้สันติวิธีและการเจรจาเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ เพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน

การที่นายชัยวุฒิออกมาแสดงความเห็นอย่างแข็งกร้าวในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และความต้องการที่จะปกป้องผลประโยชน์ของชาติและประชาชน อย่างไรก็ตาม การดำเนินการใดๆ ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายและคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในทุกด้าน

ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาชัยวุฒิชี้หลักฐานชัดกัมพูชาวางทุ่นระเบิด ไม่สามารถทำได้โดยลำพังฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

การที่ชัยวุฒิชี้หลักฐานชัดกัมพูชาวางทุ่นระเบิดสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความขัดแย้งชายแดนที่ยังคงมีอยู่ การแก้ไขปัญหาในระยะยาวจึงจำเป็นต้องมีการสร้างความเข้าใจและความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกันระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

นอกจากนี้ การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ชายแดนก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความขัดแย้งและสร้างความมั่นคงให้กับพื้นที่ การส่งเสริมการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว จะช่วยสร้างงานสร้างรายได้ให้กับประชาชน และลดแรงจูงใจในการก่อเหตุความไม่สงบ

การดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับชัยวุฒิชี้หลักฐานชัดกัมพูชาวางทุ่นระเบิด ควรพิจารณาถึงผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศโดยรวม และหลีกเลี่ยงการกระทำใดๆ ที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงยิ่งขึ้น การใช้การทูตและการเจรจาเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหา จะช่วยให้สามารถหาทางออกที่ยุติธรรมและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

ที่มา – “ชัยวุฒิ” ชี้หลักฐานชัดกัมพูชาวางทุ่นระเบิด หนุนฟ้องผู้นำกัมพูชา

“ธนกฤต” พบ “หลวงพ่ออลงกต” ที่ใจฟ้าอคาเดมี

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา นายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เดินทางไปยังใจฟ้าอคาเดมี จังหวัดลพบุรี เพื่อเข้าพบและพูดคุยกับ “หลวงพ่ออลงกต” อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ เป็นการส่วนตัว การพบปะครั้งนี้ได้รับความสนใจจากหลายฝ่าย เนื่องจากหลวงพ่ออลงกตเป็นบุคคลที่ได้รับความเคารพอย่างสูง และมีบทบาทสำคัญในงานด้านสาธารณสุขและการช่วยเหลือสังคม

“ธนกฤต” พบ “หลวงพ่ออลงกต” เป็นการส่วนตัว ที่ใจฟ้าอคาเดมี

การเดินทางมาพบ “หลวงพ่ออลงกต” ของนายธนกฤตในครั้งนี้ มีขึ้นหลังจากที่หน่วยงานสาธารณสุขได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนวัดพระบาทน้ำพุในช่วงเช้าวันเดียวกัน มีรายงานว่าทางหลวงพ่ออลงกตมีความประสงค์ที่จะพูดคุยกับหน่วยงานสาธารณสุขเป็นการส่วนตัว ทำให้เกิดการนัดหมายและเดินทางมาพบกันที่ใจฟ้าอคาเดมี

แม้ว่ารายละเอียดของการพูดคุยระหว่าง “ธนกฤต” และ “หลวงพ่ออลงกต” จะยังไม่ได้รับการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่มีการคาดการณ์ว่าประเด็นสำคัญของการหารืออาจเกี่ยวข้องกับงานด้านสาธารณสุขที่หลวงพ่ออลงกตให้ความสำคัญมาโดยตลอด รวมถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและองค์กรการกุศลในการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโรคภัยต่างๆ

ประเด็นที่คาดว่าจะมีการหารือ

  • ความร่วมมือในการดูแลผู้ป่วย HIV/AIDS
  • การสนับสนุนด้านการแพทย์และสาธารณสุขสำหรับผู้ยากไร้
  • การพัฒนาโครงการเพื่อส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค
  • การระดมทุนและการบริหารจัดการองค์กรการกุศล

หลวงพ่ออลงกตเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้ที่อุทิศตนเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย HIV/AIDS และผู้ด้อยโอกาส ท่านได้ก่อตั้งวัดพระบาทน้ำพุให้เป็นสถานพักพิงและรักษาผู้ป่วยเหล่านี้มานานหลายปี นอกจากนี้ ท่านยังเป็นผู้ริเริ่มโครงการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือสังคมในด้านต่างๆ อีกมากมาย ด้วยความเสียสละและความมุ่งมั่นของท่าน ทำให้หลวงพ่ออลงกตได้รับความเคารพและศรัทธาจากผู้คนจำนวนมาก

การที่นายธนกฤต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เดินทางมาพบ “หลวงพ่ออลงกต” ในครั้งนี้ จึงเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของภาครัฐต่อการสนับสนุนงานด้านสาธารณสุขและการช่วยเหลือสังคมที่หลวงพ่ออลงกตได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง การพูดคุยและการหารือร่วมกันระหว่างทั้งสองท่าน จะนำไปสู่ความร่วมมือที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น และส่งผลดีต่อผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในสังคมต่อไป

การพบปะระหว่าง “ธนกฤต” กับ “หลวงพ่ออลงกต” ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาสังคมให้ดียิ่งขึ้น การสนับสนุนและส่งเสริมการทำงานขององค์กรการกุศลต่างๆ จะช่วยให้ผู้ที่ด้อยโอกาสในสังคมได้รับการดูแลและช่วยเหลืออย่างทั่วถึง

การพูดคุยระหว่างทั้งสองท่านในครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมที่สามารถช่วยเหลือสังคมได้จริง

ที่มา – “ธนกฤต” เข้าพูดคุยกับ “หลวงพ่ออลงกต” เป็นการส่วนตัว ที่ใจฟ้าอคาเดมี