วัน: 27 สิงหาคม 2025

ปชช. ค้าน! ใช้เงิน รฟม. อุดหนุนรถไฟฟ้า 20 บาท

พรรคประชาชน (ปชช.) นำโดย “สุรเชษฐ์-ศุภณัฐ” แถลงคัดค้านรัฐบาลใช้เงิน รฟม. อุดหนุนนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ชี้เสี่ยงผิดวินัยการเงินการคลัง เสนอใช้กลไกตั๋วร่วม บัตรโดยสารใบเดียวใช้ได้กับทุกผู้ประกอบการ

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 ณ รัฐสภา สส.พรรคประชาชน นำโดย นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และ นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กรุงเทพฯ (หลักสี่ จตุจักร บางเขน) ร่วมแถลงข่าวภายหลังสภาผู้แทนราษฎรผ่านร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งทางรางจำนวน 3 ฉบับ ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.การขนส่งทางราง, ร่าง พ.ร.บ.การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม และ ร่าง พ.ร.บ.การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.).

นายสุรเชษฐ์กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเคยประกาศนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายภายใน 3 เดือน แต่ได้เลื่อนเป็นภายใน 2 ปี โดยจะเริ่มวันที่ 1 ตุลาคม 2568 และล่าสุดก็เลื่อนอีกครั้ง การพิจารณากฎหมายทั้ง 3 ฉบับของสภาผู้แทนราษฎรเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะร่าง พ.ร.บ.ขนส่งทางราง ที่ผ่านไปได้ด้วยดี และข้อเรียกร้องต่างๆ จากพรรคประชาชนก็ได้ถูกนำไปใส่ไว้ในร่างที่ผ่านสภา ซึ่งถือเป็นความสำเร็จร่วมกัน

สำหรับร่าง พ.ร.บ.ตั๋วร่วม พรรคประชาชนสนับสนุนในภาพรวม เพราะเป็นสิ่งที่ดี และเป็นฉบับที่สำคัญที่สุดในการดำเนินนโยบายเรือธงของรัฐบาล เพราะจะทำให้ประชาชนได้รับความสะดวกสบายในการเดินทาง โดยหลักการที่สำคัญคือ สามารถใช้บัตรใบเดียวได้กับทุกระบบขนส่งสาธารณะ โดยไม่ต้องถือบัตรหลายใบ หรือลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน ส่วนความแตกต่างที่สำคัญคือเรื่องของ “ค่าโดยสารร่วม” ซึ่งมีความเห็นต่างกันในเชิงนโยบาย รัฐบาลโฆษณารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย แต่สิ่งที่รัฐบาลจะทำคือค่าโดยสารร่วม 20 บาทตลอดทางเฉพาะรถไฟฟ้า ในขณะที่พรรคประชาชนเสนอ “ค่าโดยสารร่วม 8-45 บาทตลอดทาง รถไฟฟ้าร่วมกับรถเมล์” ซึ่งโครงสร้างของ พ.ร.บ.ตั๋วร่วมรองรับทั้งสองรูปแบบ

ส่วน พ.ร.บ.รฟม. เป็นร่างที่มีความเห็นต่างกัน โดยมาตรา 8 ถือเป็นประเด็นหลักที่รัฐบาลเข้าไปดึงเงินจาก รฟม. ซึ่งพรรคประชาชนไม่เห็นด้วยและลงมติไม่เห็นชอบ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมีเสียงข้างมากจึงผ่านร่างทั้งสามฉบับ ดังนั้น ตอนนี้รัฐบาลมีเครื่องมือครบถ้วน ซึ่งที่จริงแล้วต้องการเพียงสองฉบับแรกเท่านั้น ส่วนฉบับที่สามเพียงแค่ระบุว่าจะเอาเงินมาจากไหน ซึ่งพรรคประชาชนไม่เห็นด้วยกับวิธีการดังกล่าว เพราะเสี่ยงต่อการผิดวินัยการเงินการคลัง

นายสุรเชษฐ์ทิ้งท้ายว่า สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปคือ (1) นโยบายเรือธงของรัฐบาลจะเลื่อนไปถึงเมื่อไร และ (2) จะดำเนินการตาม พ.ร.บ. ทั้งสามฉบับหรือไม่ เพราะถ้าดำเนินการตาม จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อประชาชนในการใช้บัตรใบเดียวแตะเพื่อเข้า-ออก พร้อมรับส่วนลดค่าโดยสารทั้งรถเมล์และรถไฟฟ้า

นายศุภณัฐกล่าวว่า ในฐานะ สส. กทม. ของพรรคประชาชน ยืนยันว่าเราเห็นด้วยกับการอุดหนุนค่าโดยสารให้กับประชาชน และเห็นด้วยกับการทำตั๋วร่วมและค่าโดยสารร่วม ที่ผ่านมาหลายประเด็นในร่างตั๋วร่วมของ ครม. ที่เสนอมานั้นยังไม่ครบถ้วน จึงต้องอาศัยร่างของพรรคประชาชนเพื่อให้ครบถ้วนมากขึ้น โดยเฉพาะประเด็นการครอบคลุมรถเมล์

ประเด็นเดียวที่พรรคไม่เห็นด้วยคือ วิธีการหรือช่องทางในการใช้เงิน ซึ่งคือการใช้เงินของ รฟม. แต่ยืนยันว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากพรรคประชาชน เราเข้าร่วมประชุม กมธ. ทุกครั้งและพยายามให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อรัฐบาล ความล่าช้าเกิดจากการวางนโยบายของรัฐบาลที่ผิดพลาด เพราะ กมธ.ตั๋วร่วม ประชุมเสร็จตั้งแต่เดือนเมษายน แต่รัฐบาลเพิ่งจะมาประชุม พ.ร.บ.รฟม. ในเดือนพฤษภาคม หมายความว่าก่อนหน้านี้รัฐบาลไม่ได้วางแผนว่าจะใช้เงินจากช่องทางไหน เพิ่งจะมาคิดได้หน้างาน จึงยื่นร่าง พ.ร.บ.รฟม. เข้ามา ทำให้เกิดความล่าช้าในการผลักดันนโยบาย สรุปแล้วรัฐบาลสะดุดขาตัวเอง ไม่ใช่ใครอื่น

ดังนั้น ความล่าช้าเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากพรรคประชาชน แต่รัฐบาลคือผู้ที่ต้องรับผิดชอบ ความเสียหายที่เกิดขึ้นขณะนี้ ทำให้ผู้ประกอบการบางรายยกเลิกตั๋วเหมา ตั๋วรายเดือน ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่เคยใช้บริการในราคาถูก ทั้งที่รัฐบาลควรจะคำนวณได้ว่าไทม์ไลน์ต่างๆ ควรจะเสร็จเมื่อใด รัฐบาลควรคำนวณได้เพราะเป็นเจ้าของเสียงข้างมาก ยืนยันว่าพรรคประชาชนพยายามผลักดันตั๋วร่วมและค่าโดยสารร่วมมาโดยตลอด แต่คัดค้านช่องทางการใช้เงินที่มีปัญหา หลังจากนี้หวังว่ารัฐบาลจะยึดตามกลไกตั๋วร่วม ทำให้เกิดบัตรโดยสารใบเดียวที่ใช้ได้กับทุกผู้ประกอบการ ไม่ใช่สองใบอย่างที่เป็นอยู่ ดึงรถเมล์ รถโดยสารต่างๆ และเรือ เข้ามาอยู่ในระบบตั๋วร่วมด้วย

พรรคประชาชนค้าน รัฐบาลใช้เงิน รฟม. อุดหนุนรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย

ทำไมนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายถึงเป็นที่ถกเถียง

นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายเป็นนโยบายที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากประชาชน แต่ก็มีประเด็นที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะเรื่องแหล่งเงินทุนที่จะนำมาใช้ในการอุดหนุน ซึ่งพรรคประชาชนเห็นว่าการใช้เงินของ รฟม. อาจไม่ใช่วิธีการที่เหมาะสม

ข้อกังวลหลักของพรรคประชาชนคืออะไร?

  • ความเสี่ยงต่อวินัยการเงินการคลัง: การดึงเงินจาก รฟม. อาจส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเงินขององค์กร และอาจนำไปสู่ปัญหาในระยะยาว
  • ความยั่งยืนของนโยบาย: หากนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายต้องพึ่งพาเงินอุดหนุนจาก รฟม. อาจไม่สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
  • ความเท่าเทียม: การอุดหนุนเฉพาะรถไฟฟ้า อาจไม่เป็นธรรมต่อผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะประเภทอื่นๆ เช่น รถเมล์

พรรคประชาชนเสนอทางเลือกอะไร?

พรรคประชาชนสนับสนุนการใช้กลไกตั๋วร่วม บัตรโดยสารใบเดียวที่สามารถใช้ได้กับทุกระบบขนส่งสาธารณะ ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนได้รับความสะดวกสบายในการเดินทาง และยังสามารถบริหารจัดการค่าโดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ พรรคประชาชนยังเสนอให้พิจารณาโครงสร้างค่าโดยสารที่เหมาะสม เพื่อให้ครอบคลุมต้นทุนการดำเนินงานของระบบขนส่งสาธารณะแต่ละประเภท

การผลักดันนโยบายตั๋วร่วมและค่าโดยสารร่วมถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะของประเทศ แต่ต้องคำนึงถึงความยั่งยืนทางการเงิน และความเป็นธรรมต่อผู้ใช้บริการทุกกลุ่ม เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดจากนโยบายนี้

ที่มา – พรรคประชาชน ค้านรัฐบาลใช้เงิน รฟม. อุดหนุนนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย

เวสต์แฮมวิกฤต? อะไรผิดพลาดที่นี่

สามเกม, สามความพ่ายแพ้, เสียไป 11 ประตู การเริ่มต้นฤดูกาลของเวสต์แฮมไม่น่าจะเลวร้ายไปกว่านี้ได้อีกแล้ว และมันได้เพิ่มแรงกดดันให้กับผู้จัดการทีม แกรห์ม พอตเตอร์

ความพ่ายแพ้ล่าสุด – ต่อวูล์ฟแฮมป์ตันในคาราบาวคัพ – จบลงด้วยภาพของกัปตันทีม จาร์ร็อด โบเว่น ที่ดูเหมือนจะเผชิญหน้ากับแฟนบอลในช่วงท้ายเกม ซึ่งเป็นการเพิ่มความรู้สึกถึงวิกฤต

ไนเจล รีโอ-โคเกอร์ อดีตกองกลางของเวสต์แฮมอธิบายสถานการณ์ว่า “เวสต์แฮมวิกฤต” แต่จะทำอย่างไรได้บ้างเพื่อพลิกสถานการณ์? ปัญหาต่างๆ เกินกว่าแค่ผู้จัดการทีมหรือไม่?

บีบีซีสปอร์ตวิเคราะห์เหตุผลเบื้องหลังการดิ้นรนของทีมขุนค้อน

สัญญาณเตือนภัยอยู่ที่นั่นแล้ว

แมทธิว ฮ็อบส์, นักข่าวบีบีซีสปอร์ต

ความกังวลที่สำคัญที่สุดสำหรับแฟนบอลเวสต์แฮมคือสัญญาณเตือนภัยอยู่ที่นั่นมาระยะหนึ่งแล้ว นับตั้งแต่พอตเตอร์เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 14 มกราคม ทีมจากลอนดอนแห่งนี้จะอยู่อันดับสุดท้ายของตารางพรีเมียร์ลีกที่มีเพียงสโมสรที่อยู่ในลีกสูงสุดตลอดกาล และชนะเพียง 2 จาก 13 นัดในพรีเมียร์ลีกนับตั้งแต่เริ่มต้นเดือนมีนาคม (เสมอ 4, แพ้ 7)

ในบรรดาผู้จัดการทีมที่คุมทีม 20 นัดขึ้นไปในพรีเมียร์ลีก มีเพียงอัฟราม แกรนท์ เท่านั้นที่มีเปอร์เซ็นต์การชนะที่แย่กว่า 25% ของเขา ซึ่งรวมถึงยูเลน โลเปเตกี ผู้ซึ่งถูกไล่ออกโดยที่สโมสรอยู่ในอันดับที่ 14 และอยู่เหนือโซนตกชั้น 7 แต้ม หลังจากชนะ 6 จาก 20 เกมลีกที่คุมทีม

มีหลายสิ่งที่เน้นไปที่เกมรับของพวกเขา มีเพียงท็อตแนมและไบรท์ตันเท่านั้นที่เสียประตูมากกว่าในบรรดาสโมสรที่อยู่ในพรีเมียร์ลีกตลอดกาลนับตั้งแต่พอตเตอร์เข้ารับตำแหน่ง และพวกเขาเผชิญหน้ากับการยิงเข้ากรอบมากที่สุดในลีกสูงสุดในฤดูกาลนี้ (12)

ทีมขุนค้อนยังทำแต้มหลุดมือจากตำแหน่งที่ได้เปรียบไปแล้ว 15 แต้มภายใต้การคุมทีมของอดีตบอสของไบรท์ตันและเชลซี – มากที่สุดในบรรดาทีมในพรีเมียร์ลีกในช่วงที่เขาคุมทีม ขณะเดียวกัน ความพ่ายแพ้ 2 นัด – และเสียไป 8 ประตู – ถือเป็นการเริ่มต้นฤดูกาลที่เลวร้ายที่สุดของพวกเขาตั้งแต่ปี 1954

‘การซื้อขายนักเตะเป็นปัญหาใหญ่’

การเริ่มต้นที่ย่ำแย่ทำให้การซื้อขายนักเตะในช่วงซัมเมอร์ของสโมสรตกเป็นเป้าสายตาอย่างเข้าใจได้

เวสต์แฮมเซ็นสัญญานักเตะไปแล้ว 5 ราย โดยมีเอล ฮัดจิ มาลิค ดิยุฟ แบ็คขวาที่ได้รับการยกย่องอย่างสูง, แมดส์ แฮร์มันเซน ผู้รักษาประตู และคัลลัม วิลสัน อดีตกองหน้าของนิวคาสเซิลเป็นหนึ่งในผู้ที่ย้ายมา

อย่างไรก็ตาม พวกเขายังไม่ได้ดึงตัวผู้เล่นมาแทนที่ โมฮัมเหม็ด คูดุส ปีกขวาโดยตรง – ซึ่งย้ายไปร่วมทีมท็อตแนมคู่แข่งร่วมเมืองด้วยค่าตัว 55 ล้านปอนด์ และจนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถดึงกองกลางตัวกลางเข้ามาได้

ไนเจล รีโอ-โคเกอร์ อดีตกองกลางของเวสต์แฮมกล่าวในพอดแคสต์ BBC Radio 5 Live Football Daily ว่า: “ตอนนี้ดูเหมือนว่าเวสต์แฮมวิกฤตมาก สถานการณ์ดูยากลำบาก ผมคิดว่าพวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับการต่อสู้เพื่อหนีตกชั้นในฤดูกาลนี้ ไม่มีการต่อสู้หรือความสามัคคีกันเลยเมื่อเจอกับเชลซี พวกเขาดูเหมือนเป็นกลุ่มบุคคล

ความกังวลที่ใหญ่ที่สุดคือแดนกลางเพราะพวกเขาไม่มีพลังหรือนักสู้ที่จะแย่งบอลกลับมา พวกเขาดูอ่อนแอ

พวกเขาไม่สามารถส่งบอลขึ้นหน้าได้เช่นกันเพราะไม่มีเป้าหมายที่แท้จริง การซื้อขายนักเตะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเวสต์แฮมมานานแล้ว ตอนนี้พวกเขาไม่มีทิศทางที่แท้จริงในสิ่งที่พวกเขากำลังพยายามสร้างหรือทำ

คุณสามารถบอกอะไรได้มากมายจากภาษากายและสีหน้าของผู้จัดการทีม และสองสามครั้งเมื่อกล้องจับภาพไปที่เขา เขาก็ดูเหมือนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร

พอตเตอร์ดูเหมือนหลงทาง ผมคิดว่าแฟนบอลเวสต์แฮมส่วนใหญ่จะมีความสุขที่ได้เห็นทีมอยู่รอดในฤดูกาลนี้ ไม่มีเป้าหมายอื่นใดนอกจากการเอาชีวิตรอดในพรีเมียร์ลีก”

‘พอตเตอร์ก้าวเข้าสู่ความวุ่นวาย’

ในแง่หนึ่ง ปัญหาของเวสต์แฮมย้อนกลับไปถึงผลพวงของค่ำคืนที่น่าปีติยินดีในกรุงปราก เมื่อสโมสรยุติการรอคอยถ้วยแชมป์นาน 43 ปีด้วยการเอาชนะฟิออเรนตินาในรอบชิงชนะเลิศยูฟ่าคอนเฟอเรนซ์ลีก

เดวิด ซัลลิแวน เจ้าของสโมสรประกาศแทบจะทันทีว่าเดแคลน ไรซ์ จะย้ายออกไป และทิม สไตด์เทน ก็เข้ามาเป็นผู้อำนวยการด้านเทคนิคเพื่อช่วยปรับโฉมทีมขุนค้อนด้วยเงินจำนวน 105 ล้านปอนด์ที่ได้รับจากอาร์เซนอล

ยกเว้นว่ามันไม่ได้ผลตามที่วางแผนไว้

ประการแรก สไตด์เทนและเดวิด มอยส์ ไม่ได้คิดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งในที่สุดส่งผลให้ชาวเยอรมันถูกแบนจากสนามฝึกซ้อม

เวสต์แฮมใช้เงินที่ได้จากไรซ์และมากกว่านั้นไปกับการเซ็นสัญญานักเตะ 4 ราย ได้แก่ เอ็ดสัน อัลวาเรซ, เจมส์ วอร์ด-พราวส์, คอนสแตนตินอส มาฟโรปานอส และโมฮัมเหม็ด คูดุส ซึ่งทั้งหมดในช่วงแรกดูดี แต่จากนั้นก็เริ่มขาดความสม่ำเสมอหรือไม่สามารถทำอะไรได้เลย คัลวิน ฟิลลิปส์ ย้ายมาร่วมทีมในช่วงกลางฤดูกาลด้วยสัญญายืมตัวแต่ไม่ได้สร้างผลกระทบใดๆ คูดุสถูกขายออกไปในช่วงซัมเมอร์นี้ อัลวาเรซย้ายออกไปด้วยสัญญายืมตัว

เมื่อมอยส์ออกจากทีมในปี 2024 – ซึ่งเป็นการย้ายที่ทุกคนยอมรับว่าต้องเกิดขึ้น – ยูเลน โลเปเตกี ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนของเขาโดยสไตด์เทน มีการใช้เงินอีก 140 ล้านปอนด์ไปกับผู้เล่นใหม่ แต่โดยรวมแล้วสร้างผลกระทบที่จำกัด

โลเปเตกีถูกไล่ออกในเดือนมกราคม สไตด์เทนออกจากทีมในเดือนกุมภาพันธ์

พอตเตอร์ก้าวเข้าสู่ความวุ่นวายนี้

ตามแบบฉบับของเขา พอตเตอร์ถ่อมตัวเกี่ยวกับความต้องการผู้เล่นใหม่ เขาไม่ใช่คนประเภทที่จะคร่ำครวญถึงชะตากรรมของเขาต่อสาธารณชน เขาชอบที่จะทำงานร่วมกับผู้เล่นเพื่อพยายามปรับปรุงกลุ่มโดยรวม สิ่งนั้นจะไม่เปลี่ยนแปลงไม่ว่าเขาจะอยู่ภายใต้แรงกดดันมากแค่ไหน

ความเป็นจริงก็คือเวสต์แฮมยังคงพึ่งพาจาร์ร็อด โบเว่น, โทมัส ซูเช็ค และลูคัส ปาเกต้า เช่นเดียวกับที่พวกเขาทำในการเดินทางสู่ค่ำคืนที่มีชื่อเสียงในกรุงปราก ความแตกต่างที่สำคัญคือไรซ์ไม่ได้อยู่ที่นั่นเพื่อยึดทุกสิ่งไว้ด้วยกัน

พอตเตอร์กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อแก้ไขสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม แฟนบอลเวสต์แฮมจำนวนมากหมดความอดทน

พวกเขายังรู้ดีว่าผู้เล่นที่ย้ายเข้ามาตั้งแต่วันที่มีชื่อเสียงที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของพวกเขา ไม่ดีพอที่จะให้โอกาสใครก็ตามประสบความสำเร็จอย่างมีนัยสำคัญ

‘ทุกอย่างขึ้นอยู่กับวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะ’

เจมส์ โจนส์ จาก We Are West Ham

สามเกมเข้าสู่ฤดูกาลใหม่ และทิศทางที่เวสต์แฮมกำลังมุ่งหน้าไปนั้นไม่เคยน่าตกใจมากเท่านี้มาก่อน

พอตเตอร์ได้รับการยกประโยชน์ให้จำเลยหลังจากที่เขาย้ายมาร่วมทีมในเดือนมกราคม เขาได้รับการสืบทอดทีมชุดที่มีผู้เล่นที่กำลังอยู่ในช่วงขาลงภายใต้ผู้จัดการทีมสองคนก่อนหน้านี้ แต่เขาก็ยังสามารถนำพาทีมให้พ้นจากปัญหาการตกชั้นได้ และดูแลการคว้าชัยชนะนอกบ้านที่น่าประทับใจเหนืออาร์เซนอลและแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดไปพร้อมกัน

แต่ตอนนี้ เมื่อทีมเสียไป 11 ประตูในสามเกมและดูเหมือนจะไม่ดีพอที่จะแข่งขันในระดับสูงสุดของฟุตบอลอังกฤษ แรงกดดันก็กำลังเพิ่มขึ้นบนบ่าของพอตเตอร์อย่างถูกต้อง

มีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องพิจารณาในสถานการณ์นี้ อย่างไรก็ตาม ในด้านแท็คติก เวสต์แฮมทำผลงานได้ย่ำแย่มากในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา กองหลังสามคนดูไม่เหมาะกับงานของพวกเขา กองกลางช้าและอุ้ยอ้าย และเกมรุกพึ่งพาผู้เล่นคนเดียวมากเกินไปในการส่งมอบผลงานในแต่ละสัปดาห์

ปัญหาของเวสต์แฮมวิกฤตเกิดจากอะไร?

ที่อื่น คุณต้องสงสัยว่าข้อจำกัดด้านกฎระเบียบด้านผลกำไรและความยั่งยืน (PSR) ในช่วงซัมเมอร์นี้ขัดขวางความต้องการในการซื้อขายนักเตะของพอตเตอร์ได้อย่างไร นั่นไม่ใช่ความผิดของเขา และมีความเชื่อว่าสโมสรจะไม่กระตือรือร้นที่จะเสริมทัพในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของฤดูกาล หากเขามีอิสระมากขึ้นในการออกไปและคว้าตัวใครก็ตามที่เขาต้องการ

แต่ผู้จัดการทีมที่ดีจะปรับตัว และในขณะนี้พอตเตอร์ไม่ได้ปรับตัว เขาใช้แผนการเล่นที่ไม่เวิร์คและกองกลางที่ยังดีไม่พอ

เขาจะกอบกู้สถานการณ์ได้หรือไม่? ทุกอย่างขึ้นอยู่กับช่วงสองสามวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะ แต่หากไม่มีสัญญาณของการพัฒนาในสุดสัปดาห์นี้เมื่อเจอกับน็อตติงแฮมฟอเรสต์ ก็ยากที่จะเห็นว่าเขาจะอยู่รอดไปได้นานกว่าช่วงพักเบรกทีมชาติได้อย่างไร

สถานการณ์ของเวสต์แฮมวิกฤตจริงหรือไม่? เวลาเท่านั้นที่จะบอกได้

ที่มา – ‘It’s very bleak’ – what’s gone wrong at West Ham?

พระราชทานเพลิงศพ “พลทหารน้อย” ผู้เสียสละ

พระราชทานเพลิงศพ “พลทหารน้อย” ผู้กล้าที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่พิทักษ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ท่ามกลางความโศกเศร้าอาลัยของครอบครัวและเพื่อนร่วมงาน

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 ณ วัดหนองกง จังหวัดบุรีรัมย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ในการบำเพ็ญกุศลและพระราชทานเพลิงศพ พลทหาร พิทยุตม์ โสดา ผู้เสียสละชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่พิทักษ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พล.ต.นรธิป โพยนอก รองแม่ทัพภาคที่ 2 และนายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานในพิธีอันสมเกียรติ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนเข้าร่วมอย่างเนืองแน่น

พิธีเริ่มขึ้นในเวลา 10.00 น. ด้วยการสวดพระพุทธมนต์ ถวายพระธรรมเทศนา รับพระราชทานฉัน พระสงฆ์สมณศักดิ์ 10 รูป สวดมาติกา พิธีทอดผ้าไตรบังสุกุล 10 ไตร อุทิศส่วนกุศล พระวชิรกิตติบัณฑิต รองเจ้าคณะจังหวัดบุรีรัมย์ และพระสงฆ์สมณศักดิ์รวม 10 รูป สวดพระพุทธมนต์

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอาลัยรัก ชาวบ้านและเพื่อนทหารต่างเดินทางมาร่วมไว้อาลัย “พลทหารน้อย” เป็นครั้งสุดท้าย ครอบครัวของพลทหารน้อยยังคงอยู่ในความเศร้าโศกกับการจากไปของลูกชายวัยเพียง 20 ปี

นายพลวรรธน์ โสดา และ น.ส.พริ้มเพรา จันเกตุ บิดามารดาของ “พลทหารน้อย” กล่าวด้วยความเสียใจ แต่ก็ภูมิใจที่ลูกชายได้ทำหน้าที่เพื่อชาติอย่างสมบูรณ์

พลทหาร พิทยุตม์ โสดา หรือ น้องน้อย เกิดเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2549 เป็นบุตรชายคนเดียวของครอบครัว โสดา ได้สมัครเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ผลัดที่ 1 รุ่นปี 2567 สังกัดกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 23 ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก จังหวัดบุรีรัมย์

ระหว่างปฏิบัติภารกิจป้องกันประเทศตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณปราสาทตาเมือนธม จังหวัดสุรินทร์ พลทหารน้อยได้แสดงให้เห็นถึงความเสียสละ ทุ่มเท และความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์

“พลทหารน้อย” เป็นที่รักใคร่ของผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน ด้วยอุปนิสัยโอบอ้อมอารี เรียบร้อย และมีน้ำใจ เสียชีวิตด้วยโรคประจำตัวขณะปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ สิริอายุ 20 ปี

พระราชทานเพลิงศพ “พลทหารน้อย”

พิธีพระราชทานเพลิงศพ “พลทหารน้อย” จัดขึ้นอย่างสมเกียรติ

การจากไปของพลทหาร พิทยุตม์ โสดา ถือเป็นการสูญเสียบุคคลากรที่สำคัญของกองทัพไทย ผู้ที่อุทิศตนเพื่อประเทศชาติอย่างแท้จริง ขอสดุดีวีรกรรมของ “พลทหารน้อย” และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวและญาติมิตร

วีรกรรมและความเสียสละของ “พลทหารน้อย” จะอยู่ในความทรงจำของพวกเราตลอดไป

ที่มา – พระราชทานเพลิงศพ “พลทหารน้อย” เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่พิทักษ์ชายแดน

ทัศนคติกระป๋องบิสกิต นำไปสู่การตกรอบของเซลติก?

การตกรอบแชมเปียนส์ลีกของเซลติกในคาซัคสถานจะส่งผลกระทบที่หลากหลายและกว้างขวาง ตั้งแต่งบประมาณการสรรหา ไปจนถึงความน่าดึงดูดใจของการแข่งขันในยุโรปในฤดูกาลนี้ และอาจรวมถึงอนาคตของเบรนแดน ร็อดเจอส์ด้วย

ผลกระทบนั้นมีไว้สำหรับวันอื่น อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้น ถึงเวลาวิเคราะห์ว่าแชมป์จากสก็อตแลนด์ทำให้ตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยุ่งเหยิงนี้ได้อย่างไร

การทำประตูไม่ได้แม้แต่ลูกเดียวในการเจอกับไครัต อัลมาตี ใน 210 นาทีของการแข่งขันฟุตบอล สรุปได้ถึงความพยายามที่น่าเบื่อหน่ายในเกมที่อาจกล่าวได้ว่ามีความสำคัญที่สุดของเซลติกในฤดูกาลนี้

เราขอความคิดเห็นจากคุณ และเราก็ได้รับการตอบรับจากแฟนๆ อย่างมากมาย นี่คือจุดที่ทุกอย่างผิดพลาด…

‘ทัศนคติกระป๋องบิสกิต’ – บอร์ดบริหารถูกวิพากษ์วิจารณ์

Robert: เป็นที่ชัดเจนมาสักพักแล้วว่าอะไรคือสิ่งที่จำเป็น แต่บอร์ดบริหารกลับดื้อดึงและรับความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น และแพ้ เบรนแดน ร็อดเจอส์ และผู้เล่นไม่ได้ไร้ความผิด แต่ฉันรู้สึกว่าเราเป็นม้าตัวเดียวมาสักพักแล้ว และทีมต่างๆ ก็จับทางเราได้ หวังว่าการเซ็นสัญญาใหม่จะเพิ่มพลังงานที่จำเป็น

Brendan: ความอัปยศอดสูอย่างยิ่ง – ทำไมถึงไม่มีการลงทุนในทีม? การปล่อยให้ผู้เล่นที่ดีจากไปและไม่หาใครมาแทนที่พวกเขา… มันคือเซลติกแบบเดิมๆ ที่พยายามอย่างเต็มที่ที่จะไม่ใช้เงิน แต่หวังว่าจะได้รับความร่ำรวยจากแชมเปียนส์ลีก

Peter: เราปล่อยผู้เล่นที่มีคุณภาพอย่างเคียวโกะ ฟุรุฮาชิ, นิโคลัส คุห์น, เกร็ก เทย์เลอร์ และแมตต์ โอ’ไรลีย์ ออกไป และไม่ได้นำใครเข้ามาที่มีคุณภาพเท่ากัน คุณคาดหวังอะไร? เทียร์นีย์อาจเล่นได้ 65 นาที แต่เขาไม่ได้มีคุณค่าต่อทีมเท่ากับเทย์เลอร์ อดัม ไอดาห์ ไม่สามารถผูกเชือกรองเท้าของเคียวโกะได้ ยิ่งพูดถึงตัวแทนของคุห์นและโอ’ไรลีย์น้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งดี พวกเขาทั้งคู่มีคลาส ยกเว้นเรโอะ ฮาตาเตะ ไม่มีคุณภาพที่แท้จริงในทีม ผู้เล่นที่ดีกว่าของเราบางคนกำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของอาชีพและไม่สามารถให้อะไรได้อีกต่อไป จำเป็นต้องเคลียร์ออกจากบอร์ดบริหารลงมาจนถึงผู้เล่น ไม่มีที่ให้หลบซ่อน

Peter: ตื่นได้แล้ว ดมกลิ่นกาแฟ บอร์ดบริหารไม่มีความสนใจในการพัฒนาในยุโรป เราจะยังคงเป็นเจ้าแห่งสกอตแลนด์เพราะมันเป็นลีกผับที่รุ่งโรจน์ เราสามารถปล่อยให้ผู้เล่นครึ่งทีมออกไปและยังคงชนะลีก แล้วไง? ไม่มีแรงบันดาลใจ จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

Sean: ทีมจำเป็นต้องแข็งแกร่งขึ้น ง่ายๆ แค่นั้น ให้สิ่งที่ร็อดเจอส์ต้องการ แล้วเขาสามารถผลิตผลงานได้ ดูอย่างเมื่อฤดูกาลที่แล้วในแชมเปียนส์ลีกสิ!

Stewart: ผลการแข่งขันเมื่อวันอังคารและการขาดความเคลื่อนไหวในตลาดซื้อขายนักเตะยืนยันว่าเราไม่มีความทะเยอทะยานไปไกลกว่าตำแหน่งแชมป์ในประเทศ บอร์ดบริหารของเซลติกควรอับอายกับทัศนคติกระป๋องบิสกิตของพวกเขา

[‘กระป๋องบิสกิต’ เป็นคำที่แฟนบอลเซลติกบางคนใช้เรียกสิ่งที่พวกเขา มองว่าเป็นบอร์ดบริหารที่ขี้เหนียว]

‘เรื่องนี้เป็นความผิดของร็อดเจอส์’ – ผู้จัดการทีมต้องตำหนิ

Richard: ผู้จัดการทีมและผู้เล่นต้องรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว ไม่ใช่บอร์ดบริหารในเรื่องนี้ ตลอดการดำรงตำแหน่งผู้จัดการทีมสองครั้งของเขา การเซ็นสัญญาของเขานั้นไร้สาระ ยกเว้นหนึ่งหรือสองราย

F McGuirk: ร็อดเจอส์ต้องตำหนิเป็นหลักสำหรับความวุ่นวายในอัลมาตี เขาพร้อมที่จะยอมรับคำชม แต่ไม่เคยแบกรับความผิด บอร์ดบริหารมีส่วนร่วม แต่แฟนๆ ก็เช่นกันที่ทนกับฟุตบอลที่น่าเบื่อที่เสิร์ฟมาเป็นเวลา 18 เดือน สื่อผิดที่มองว่าความพ่ายแพ้ต่อบาเยิร์นเมื่อฤดูกาลที่แล้วเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ เซลติกเป็นทีมที่อยู่ในอันดับต่ำสุดในรอบแบ่งกลุ่ม และถูกกำจัดออกในรอบน็อกเอาต์แรก

Eamonn: อีก 210 นาทีที่มืดมนและน่าหดหู่จากเซลติก กลยุทธ์การส่งบอลแบบสี่เหลี่ยมด้านลบเหล่านี้ตรงกันข้ามกับฟุตบอลเกมรุกของแอนจ์ พอสเตโคกลู ไม่มีอะไร ‘ฉลาด’ เกี่ยวกับยุทธวิธีที่เชื่องช้าและการจัดทีมที่ล้าสมัยของร็อดเจอส์ ถึงเวลาที่เบรนแดนต้องออกจากอาคาร

Gordon: เรื่องนี้เป็นของร็อดเจอส์ทั้งหมด ไม่สามารถปรับปรุงผ่านการฝึกสอนผู้เล่นที่เขามี โดยที่หลายคนมีรูปแบบที่ถดถอยและไม่เต็มใจที่จะเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อทำลายทีมที่ดื้อรั้น

Neil: เบรนแดนภูมิใจในการพัฒนาความสามารถพิเศษ ไอดาห์, อาร์เน เองเกิลส์ และออสตัน ทรัสตี ถอยหลังเข้าคลอง บางทีนั่นอาจเป็นเหตุผลที่บอร์ดบริหารจะไม่ใช้จ่าย? ผลงานของทีมนั้นแย่มาก ไม่มีการกัดในแดนกลาง เราไม่สามารถทำลายบล็อกต่ำได้ ไม่มีตัวจบสกอร์ตามธรรมชาติ ทุกคนที่สโมสรต้องรับผิดชอบต่อความยุ่งเหยิงนี้ ถึงเวลาเปลี่ยน จากบนลงล่าง สโมสรนั้นเก่าแก่ เริ่มพูดคุยกับฐานแฟนบอล

‘ไม่มีความปรารถนาหรือไม่มีพลังงาน’ – ผู้เล่นอยู่ในท่าทีที่เสียเปรียบ

Alan: แนวหน้าไร้ความสามารถแค่ไหน? ไอดาห์เข้ามาและมันก็ยิ่งแย่ลงไปอีก! ดูเหมือนว่าฮาตาเตะและมาเอดะต้องการออกไป เริ่มรู้สึกเหมือนหายนะ 10 สมัยติดต่อกัน

Fazal: หยุดโทษสนามได้แล้ว คุณมีผู้เล่นที่ไม่สามารถเตะฟรีคิกและเตะมุมได้ คุณมีกัปตันทีม [Callum McGregor] ที่สามารถส่งบอลทะลุช่องได้แค่สองสามหลาและเข้าสกัดไม่ได้ ไม่มีการเคลื่อนที่และไม่ใช่ผู้เล่นกองกลาง ควรถูกเปลี่ยนตัวออกไป

Aldo: การไม่สามารถทำประตูได้แม้แต่ลูกเดียวตลอดสองนัดที่เจอกับทีมธรรมดาๆ บ่งบอกได้เป็นอย่างดี พูดตามตรง ไม่มีทีมใดสมควรได้รับตำแหน่งในรอบแบ่งกลุ่ม

Brian: ทีมเซลติกชุดนี้ไม่ได้เล่นด้วยความมุ่งมั่นและความสามารถทางเทคนิคแบบเดียวกับฤดูกาลที่แล้ว มีผู้โดยสารมากเกินไป พลังการโจมตีของไดเซน มาเอดะ เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง นำเคียวโกะกลับมา

Steven: การแสดงที่น่าอับอาย เซลติกดูเหมือนจะหมดแรง พวกเขาเหมือนนักมวยที่มึนเมา กังวลเกี่ยวกับการเดินทางกลับบ้านที่ยาวนานมากกว่าความสำคัญของการแข่งขัน ไม่มีความปรารถนา ไม่มีพลังงาน ไม่มีความเร็วในการส่งบอล มาเอดะดูเหมือนพร้อมที่จะจากไป นักฟุตบอลอาชีพแบบไหนที่ไม่สามารถกระตุ้นตัวเองให้ผ่านเข้ารอบสำหรับการแข่งขันชั้นนำของยุโรปได้? น่าอับอาย

Andy: ผู้เล่นที่ค่าตัวหลายล้านปอนด์ล้มเหลวจากระยะ 12 หลาได้อย่างไร? น่าสมเพช

หรือการผสมผสานของปัจจัยต่างๆ…

R Duff: สองสิ่งสามารถเป็นจริงได้พร้อมกัน – บอร์ดบริหารของเซลติกมีความผิดในที่นี้ เช่นเดียวกับเบรนแดนและทีม การไม่สามารถหาคนมาแทนที่และการไม่สามารถทำผลงานได้ตลอดสองนัดทำให้เราต้องเสียค่าใช้จ่าย บอร์ดชุดนี้ทำให้เราต้องเสีย 10 สมัยติดต่อกัน และตอนนี้คือฟุตบอลแชมเปียนส์ลีก ถึงเวลาเปลี่ยน…

James: เหมือนกับว่าเซลติกกำลังเล่นอยู่ในน้ำเชื่อมจินตนาการสูงระดับเอว – เป็นรองลูกบอลหลวมๆ จำนวนมาก และเล่นฟุตบอลที่ขี้ขลาด ลังเล ไม่สร้างสรรค์ และคาดเดาได้

Jamie: ความล้มเหลวในการเข้าถึงแชมเปียนส์ลีกเป็นอาการอีโก้ของร็อดเจอส์ในการปฏิเสธที่จะใช้ทีมของเขา และในการที่บอร์ดบริหารปฏิเสธที่จะเสริมมัน ฟุตบอลที่น่าเบื่อและน่าเบื่อหน่าย และมีการเปลี่ยนตัวสามครั้งภายในนาทีที่ 105 เราทำแบบนี้กับตัวเอง

หรือบางทีผู้ชายคนนี้อาจสรุปได้ดีที่สุด…

Aaron: ขยะ

โดยรวมแล้ว สถานการณ์ที่เซลติกกำลังเผชิญอยู่เป็นผลมาจากหลายปัจจัยประกอบกัน ไม่ว่าจะเป็นทัศนคติกระป๋องบิสกิตของบอร์ดบริหาร การบริหารจัดการทีมของร็อดเจอส์ หรือฟอร์มการเล่นของผู้เล่นเอง ทั้งหมดนี้ล้วนมีส่วนทำให้ทีมไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เพื่อให้เซลติกกลับมายืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง

ทัศนคติกระป๋องบิสกิตที่บอร์ดบริหารอาจมีนั้น ส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนในทีม และอาจเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาทีมในระยะยาว การมีทัศนคติกระป๋องบิสกิตอาจทำให้ทีมพลาดโอกาสในการคว้าตัวผู้เล่นที่มีศักยภาพ และส่งผลเสียต่อผลงานของทีมในระยะยาวได้

ถึงเวลาแล้วที่เซลติกจะต้องทบทวนตัวเองอย่างจริงจัง และหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงบุคลากร การปรับปรุงระบบการฝึกซ้อม หรือการลงทุนในทีมอย่างจริงจัง เพื่อให้ทีมกลับมาแข็งแกร่งและประสบความสำเร็จได้อีกครั้ง

ที่มา – Did ‘biscuit tin mentality’ lead to Celtic’s exit?

ทบ. เชื่อกัมพูชาจงใจวางทุ่นระเบิด: ไทยเจ็บอีก!

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงน่ากังวล เมื่อทางกองทัพบก (ทบ.) ออกมาแสดงความเชื่อมั่นว่า ฝ่ายกัมพูชาจงใจวาง ทุ่นระเบิด ในพื้นที่ปราสาทตาควาย จังหวัดสุรินทร์ ส่งผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บสาหัส ขาขาด นับเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ทบ. เชื่อกัมพูชาจงใจวางทุ่นระเบิด

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงเหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ว่า พลทหาร อดิศร ป้อมกลาง สังกัดกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 23 ได้เหยียบ ทุ่นระเบิด สังหารบุคคลที่ถูกลอบวางไว้ขณะปฏิบัติหน้าที่บริเวณปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ในเขตแดนไทย เหตุการณ์นี้ส่งผลให้พลทหารอดิศรได้รับบาดเจ็บสาหัส ขาขวาท่อนล่างขาด

เหตุการณ์ดังกล่าว นับเป็นครั้งที่ 6 แล้ว และเป็นครั้งที่ 3 ที่เกิดขึ้นหลังจากที่ฝ่ายไทยและกัมพูชาได้ตกลงหยุดยิงร่วมกัน ทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าฝ่ายกัมพูชายังคงละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการไม่ปฏิบัติตามพันธกรณีในอนุสัญญาออตตาวา ซึ่งห้ามใช้ ทุ่นระเบิด สังหารบุคคลทุกชนิด การกระทำเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นการลอบโจมตีและมีเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ต่อกำลังพลของฝ่ายไทย

ทำไม ทบ. ถึงเชื่อว่ากัมพูชาจงใจวางทุ่นระเบิด?

กองทัพบกมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลายครั้งในพื้นที่ชายแดน สะท้อนให้เห็นถึงเจตนาร้ายและพฤติกรรมต่อเนื่องของฝ่ายกัมพูชาในการคุกคามและละเมิดบูรณภาพแห่งดินแดนไทย การกระทำนี้สวนทางกับข้อตกลงหยุดยิงระหว่างประเทศในการประชุม GBC ที่ผ่านมา และเป็นเครื่องยืนยันว่ายังมีความพยายามในการใช้อาวุธจากฝั่งกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการตกลงหยุดยิงแล้วก็ตาม

นอกจากนี้ ทางกองทัพบกยังเชื่อว่าการวาง ทุ่นระเบิด เป็นการวางแผนที่เป็นระบบตลอดแนวชายแดน โดยมีเจตนาที่จะนำมาใช้คุกคามและทำร้ายฝ่ายไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จุดเกิดเหตุอยู่ในพื้นที่ปฏิบัติการฝั่งไทย

พฤติกรรมและการกระทำดังกล่าวนับเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการคลี่คลายสถานการณ์ความตึงเครียดที่ทั้งสองฝ่ายกำลังดำเนินการอยู่ผ่านกลไกทวิภาคีในช่วงเวลานี้

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นสิ่งที่น่ากังวล และจำเป็นอย่างยิ่งที่ทั้งสองฝ่ายจะต้องหันหน้าเข้าหากันอย่างจริงจังเพื่อหาทางออกร่วมกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียและความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การเคารพข้อตกลงและพันธสัญญาระหว่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะนำไปสู่สันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค

ที่มา – ทบ. เชื่อกัมพูชาจงใจวางทุ่นระเบิด ลอบทำร้ายทหารไทยขาขาดเพิ่มอีก 1 ราย

ทบ. ซัดกัมพูชาลอบวางระเบิดโจมตีทหารไทย

โฆษกกองทัพบก ซัดกัมพูชาพฤติกรรมสวนทางข้อตกลงหยุดยิง จงใจลอบวางระเบิด ละเมิดข้อตกลงและอนุสัญญาออตตาวาอย่างต่อเนื่อง หลังทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดบาดเจ็บอีกครั้งบริเวณปราสาทตาควาย สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงเป็นประเด็นที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรมของฝ่ายกัมพูชาที่ถูกกล่าวหาว่าสวนทางกับข้อตกลงหยุดยิงและจงใจลอบวางระเบิดโจมตีทหารไทย

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ออกมากล่าวถึงกรณีทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ซึ่งถูกลอบวางโดยฝ่ายกัมพูชาในพื้นที่บริเวณปราสาทตาควาย ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บสาหัส ขาขวาท่อนล่างขาด การกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดข้อตกลงระหว่างประเทศและหลักมนุษยธรรม

พล.ต.วินธัย กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 6 แล้ว และเป็นครั้งที่ 3 หลังจากที่ไทยและกัมพูชาได้ทำข้อตกลงหยุดยิงร่วมกัน ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าฝ่ายกัมพูชายังคงละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการไม่ปฏิบัติตามพันธกรณีในอนุสัญญาออตตาวา ที่ห้ามใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลทุกชนิด การกระทำดังกล่าวเป็นการลอบวางระเบิดโจมตีทหารไทยอย่างจงใจ และมีเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์

โฆษกกองทัพบกยังระบุอีกว่า เหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นหลายครั้งในพื้นที่ชายแดน สะท้อนให้เห็นถึงเจตนาร้ายและพฤติกรรมต่อเนื่องของฝ่ายกัมพูชาในการคุกคามฝ่ายไทย และละเมิดบูรณภาพแห่งดินแดนไทย ซึ่งสวนทางกับข้อตกลงหยุดยิงระหว่างประเทศในการประชุม GBC ที่ผ่านมา นับเป็นการยืนยันว่าการใช้อาวุธโดยฝั่งกัมพูชายังคงมีความพยายามอยู่ตลอด แม้จะมีการทำข้อตกลงหยุดยิงแล้วก็ตาม

ทบ. ซัดกัมพูชาลอบวางระเบิดโจมตีทหารไทย

กองทัพบกเชื่อว่า การวางทุ่นระเบิดเป็นไปอย่างมีระบบและมีการวางแผนไว้ล่วงหน้า เพื่อใช้ในการคุกคามและทำร้ายฝ่ายไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจุดเกิดเหตุอยู่ในเขตพื้นที่ปฏิบัติการของฝ่ายไทย พฤติกรรมและการกระทำเช่นนี้เป็นอุปสรรคอย่างยิ่งต่อการคลี่คลายสถานการณ์ความตึงเครียดที่ทั้งสองฝ่ายกำลังดำเนินการอยู่ ผ่านกลไกทวิภาคี

ผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

เหตุการณ์ทบ. ซัดกัมพูชาลอบวางระเบิดโจมตีทหารไทย ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสอง ความเชื่อมั่นและความไว้วางใจซึ่งกันและกันลดลง การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งต่างๆ เป็นไปได้ยากขึ้น กระทรวงการต่างประเทศของไทยต้องเข้ามามีบทบาทในการเจรจาและทำความเข้าใจกับฝ่ายกัมพูชา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย

มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหา

กองทัพบกจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังในพื้นที่ชายแดนอย่างเข้มงวดมากขึ้น รวมถึงการลาดตระเวนและการเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่อาจหลงเหลืออยู่ นอกจากนี้ การให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับอันตรายจากทุ่นระเบิดก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน

ข้อเสนอแนะเพื่อแก้ไขสถานการณ์

  • รัฐบาลไทยและกัมพูชาควรเปิดโต๊ะเจรจาอย่างจริงจัง เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน
  • ควรมีการจัดตั้งกลไกตรวจสอบร่วมกัน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย
  • ควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่ชายแดน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของความขัดแย้ง

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นปัญหาที่ซับซ้อนและต้องการการแก้ไขอย่างรอบด้าน การใช้ความอดทนอดกลั้นและการเจรจาเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหาอย่างสันติ

ที่มา – ทบ. ซัดกัมพูชาพฤติกรรมสวนทางข้อตกลงหยุดยิง จงใจลอบวางระเบิดโจมตีทหารไทย

อิซัค ติดทีมชาติสวีเดน แม้มีข่าวลือย้ายทีม

อเล็กซานเดอร์ อิซัค หัวหอกตัวเก่งของนิวคาสเซิล ได้รับการเรียกตัวติดทีมชาติสวีเดน สำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก แม้ว่าจะมีข่าวลือเรื่องการย้ายทีม และยังไม่ได้ลงสนามเลยในฤดูกาลนี้

อิซัค เป็นหนึ่งใน 24 ผู้เล่นที่ได้รับการเสนอชื่อโดย Jon Dahl Tomasson ผู้จัดการทีมชาติสวีเดน สำหรับเกมที่จะพบกับสโลวีเนียและโคโซโวในเดือนหน้า

กองหน้าวัย 25 ปี กำลังฝึกซ้อมแยกจากเพื่อนร่วมทีมนิวคาสเซิล หลังจากแสดงความต้องการที่จะย้ายไปร่วมทีมลิเวอร์พูล แม้ว่าสัญญาของเขาจะเหลืออีกถึง 3 ปีก็ตาม

วิคเตอร์ เกียวเคเรส กองหน้ารายอื่นที่เพิ่งทำประตูแรกให้กับอาร์เซนอลเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็มีชื่ออยู่ในทีมของ Tomasson ด้วยเช่นกัน

โค้ชทีมชาติสวีเดนกล่าวว่า “ผมมีความสุขมากที่ อเล็กซานเดอร์ อิซัค ต้องการอยู่ในทีม เขาเป็นผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ สถานการณ์ของเขาอาจจะไม่สมบูรณ์แบบ และเขาอาจจะไม่ได้ฝึกซ้อมกับทีมมากนัก แต่เขาเป็นผู้เล่นที่สามารถตัดสินเกมได้ และเขาต้องการเป็นส่วนหนึ่งของทีมเรา ฟุตบอลโลกมีความสำคัญสำหรับ อเล็กซานเดอร์ อิซัค

ลิเวอร์พูลยังไม่ได้ยื่นข้อเสนอใหม่สำหรับอิซัค นับตั้งแต่ข้อเสนอ 110 ล้านปอนด์ถูกปฏิเสธไปเมื่อต้นเดือนนี้

อิซัคได้ออกแถลงการณ์บนโซเชียลมีเดีย กล่าวหานิวคาสเซิลว่าผิดสัญญาที่อนุญาตให้เขาย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

ทางฝั่งนิวคาสเซิลได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว และยืนยันว่าอิซัคไม่ได้มีไว้ขาย

อิซัค ติดทีมชาติสวีเดน แม้มีข่าวลือย้ายทีม

สถานการณ์ของ อเล็กซานเดอร์ อิซัค กำลังเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด ทั้งในเรื่องของการย้ายทีม และการเข้าร่วมทีมชาติสวีเดน แม้ว่าเขาจะไม่ได้ลงเล่นให้กับนิวคาสเซิลเลยในฤดูกาลนี้ แต่ Jon Dahl Tomasson ก็ยังคงให้ความไว้วางใจในตัวเขา และเชื่อว่าเขาจะสามารถสร้างความแตกต่างให้กับทีมได้

อนาคตของ อิซัค กับนิวคาสเซิล ยังคงคลุมเครือ

การที่ อิซัค ออกมาเปิดเผยว่านิวคาสเซิลผิดสัญญา ทำให้สถานการณ์ของเขากับสโมสรยิ่งตึงเครียดมากขึ้นไปอีก แม้ว่านิวคาสเซิลจะยืนยันว่าเขาไม่ได้มีไว้ขาย แต่ก็เป็นที่ชัดเจนว่า อิซัค ต้องการย้ายทีม และลิเวอร์พูลก็เป็นจุดหมายปลายทางที่เขาต้องการ

ความสำคัญของ อิซัค ในทีมชาติสวีเดน

ถึงแม้จะมีปัญหาเรื่องการย้ายทีม แต่ อิซัค ก็ยังคงเป็นผู้เล่นที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับทีมชาติสวีเดน ด้วยทักษะและความสามารถในการทำประตูของเขา ทำให้เขาเป็นกำลังหลักที่ทีมขาดไม่ได้ ในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกที่กำลังจะมาถึง

  • ความท้าทายของ Tomasson: การจัดการกับสถานการณ์ของ อิซัค ถือเป็นความท้าทายที่สำคัญสำหรับ Tomasson เขาจะต้องหาทางทำให้ อิซัค มีสมาธิกับทีมชาติ และสามารถแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ แม้ว่าจะมีเรื่องวุ่นวายเกี่ยวกับสโมสร
  • การประสานงานกับ Gyokeres: การจับคู่ อิซัค กับ Gyokeres ในแดนหน้า ถือเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ทั้งสองเป็นผู้เล่นที่มีความสามารถ และสามารถสร้างปัญหาให้กับกองหลังคู่ต่อสู้ได้เป็นอย่างดี
  • อนาคตของสวีเดนในฟุตบอลโลก: การมี อิซัค อยู่ในทีม ทำให้สวีเดนมีโอกาสที่ดีในการผ่านเข้าไปเล่นในฟุตบอลโลก การที่เขาทำผลงานได้ดี จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จ

ดังนั้น แม้ว่า อิซัค จะมีสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนกับสโมสร แต่การที่เขาได้รับโอกาสในการเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติสวีเดน ถือเป็นกำลังใจสำคัญที่อาจช่วยให้เขาผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ และหวังว่าเขาจะสามารถกลับมาโชว์ฟอร์มเก่งได้อีกครั้ง

สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนในโลกฟุตบอลอาชีพ ที่ซึ่งความฝันและความทะเยอทะยานส่วนตัวของผู้เล่น อาจขัดแย้งกับผลประโยชน์ของสโมสรและทีมชาติได้ การที่ อิซัค พยายามที่จะย้ายไปลิเวอร์พูล สะท้อนให้เห็นถึงความปรารถนาที่จะพัฒนาตัวเองและเล่นในระดับสูงสุด แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ต้องคำนึงถึงความรับผิดชอบที่มีต่อสโมสรและประเทศชาติ

ที่มา – Newcastle’s Isak named in Sweden squad

เปิดรายชื่อ กำลังพล 3 นาย เหยียบกับระเบิด

กองทัพภาคที่ 2 ได้เปิดเผยรายชื่อ กำลังพล ทั้ง 3 นายที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์เหยียบกับระเบิด PMN-2 ขณะปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนในพื้นที่ปราสาทตาควาย จังหวัดสุรินทร์ เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความเสียใจให้กับผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 กองทัพภาคที่ 2 ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า เมื่อเวลา 15.45 น. ได้เกิดเหตุกำลังพลเหยียบกับระเบิด PMN-2 ในระหว่างการลาดตระเวนในพื้นที่ปฏิบัติการ ส่งผลให้มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 นาย

เปิดรายชื่อ “กำลังพล” 3 นาย เหยียบกับระเบิด PMN-2 ขณะออกไปเดินลาดตระเวน

รายชื่อกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวมีดังนี้

  1. พลทหาร อดิศร ป้อมกลาง สังกัด ร.23 พัน.1 ได้รับบาดเจ็บบริเวณขาขวาท่อนล่างขาด ซึ่งเป็นอาการที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง
  2. จ่าสิบเอก ณัฐพงศ์ สีชิน สังกัด ร้อย.อวบ.ที่ 2 สนาม ร้อย.ร.221 มว.3 ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าบริเวณหลัง ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
  3. พลทหาร ธรรณ์ณธร เทากระโทก ร้อย.อวบ.ที่ 1 สนาม ร้อย.ร.221 มว.3 ได้รับบาดเจ็บที่ข้อมือซ้าย

ทางหน่วยงานต้นสังกัดได้เร่งให้การช่วยเหลือและนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ซึ่งขณะนี้อาการของผู้บาดเจ็บอยู่ในความดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด

ต่อมาในเวลา 18.20 น. ได้มีรายงานเพิ่มเติมว่า หน่วยทหารจาก พัน.ร.22 ได้จัดกำลังพลออกลาดตระเวนระหว่างฐานปฏิบัติการ บริเวณหน้าบังเกอร์ 11–12 ด้านทิศตะวันตกของปราสาทตาควาย ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ได้เหยียบเข้ากับกับระเบิดแสวงเครื่องชนิด PMN-2 ซึ่งเป็นระเบิดร้ายแรงที่สร้างความเสียหายต่อชีวิตและร่างกาย

PMN-2 คืออะไร ทำไมถึงอันตราย

PMN-2 เป็นกับระเบิดสังหารบุคคลชนิดหนึ่งที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำให้เป้าหมายได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยมักจะถูกฝังไว้ใต้ดินและยากต่อการตรวจจับ ทำให้เป็นภัยคุกคามอย่างยิ่งต่อผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงภัย

เหตุการณ์ในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงและความท้าทายในการปฏิบัติหน้าที่ของทหารที่ต้องเผชิญกับภัยคุกคามจากกับระเบิดและวัตถุระเบิดต่างๆ ซึ่งจำเป็นต้องมีการฝึกฝนและเตรียมความพร้อมอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัยเพื่อตรวจจับและทำลายวัตถุระเบิด

ทางกองทัพภาคที่ 2 ได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้ให้คำมั่นว่าจะให้การช่วยเหลือและดูแลกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังและรอบคอบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัย และเพื่อประเมินสถานการณ์โดยรวม เพื่อวางแผนการปฏิบัติงานในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสียสละของทหารที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องประเทศชาติ และเป็นกำลังใจให้พวกเขามีความเข้มแข็งและปลอดภัยในการปฏิบัติภารกิจต่อไป

ขอส่งกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละเพื่อความสงบสุขของประเทศชาติ

ที่มา – เปิดรายชื่อ “กำลังพล” 3 นาย เหยียบกับระเบิด PMN-2 ขณะออกไปเดินลาดตระเวน

“หมอบี” บริหารรักไม่ดี ทำขัดแย้ง “อลงกตการละคร”

คดีอดีตพระอลงกต หรือ ทิดจอร์จ ยังคงเป็นที่จับตา ล่าสุด พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบช.ก. ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าของคดี พร้อมทั้งให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ “หมอบี” และความสัมพันธ์ภายในวัดพระบาทน้ำพุ

“หมอบี” บริหารรักไม่ดี ทำขัดแย้ง “อลงกตการละคร” จริงหรือ?

จากกรณีที่ “บิ๊กเต่า” พบเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงไปยังคนใกล้ชิดของ “ทิดอลงกต” ประมาณ 30 คน ความขัดแย้งภายในเริ่มปะทุขึ้นเมื่อหนึ่งในหญิงคนสนิทของ “หมอบี” พบว่ามีการเขียนหนังสือระบุว่าทั้ง 4 คนเป็นพี่น้องกัน เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกันได้ ประเด็นนี้ทำให้เกิดคำถามว่าในวันที่ตำรวจเข้าจับกุม นักร้องสาวชื่อดังอยู่ในบ้านด้วยหรือไม่

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า หลักฐานที่ยึดมาได้มีจำนวนมาก ทั้งเงินสดหลายล้านบาท ปืน เอกสาร สังหาริมทรัพย์ และที่ดิน ซึ่งอยู่ระหว่างการคัดแยกและตรวจสอบอย่างละเอียด

เกี่ยวกับประเด็นคนใกล้ชิดของหมอบีที่ออกมาแฉ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เผยว่า พบคนใกล้ชิดหมอบีทั้งหมด 3 คน และคนใกล้ชิดห่างๆ อีก 1 คน โดยทั้งหมดอยู่ในบ้านในวันที่เข้าตรวจค้น ส่วนเลขาของหมอบีก็อยู่ในกลุ่มนี้ด้วย เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำถึงนักร้องสาวชื่อดัง รองผบช.ก. ตอบว่า “เห็นแว้บๆ” ทำให้เกิดความสงสัยในความสัมพันธ์ของคนกลุ่มนี้

เมื่อถามถึงระยะเวลาที่ทั้ง 3 คนอาศัยอยู่ที่บ้านสีดำกับหมอบี พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เลี่ยงที่จะตอบโดยตรง แต่กล่าวว่า หมอบีมีความสามารถในการสะกดจิตใจให้ทุกคนเชื่อได้ โดยการเขียนหนังสือว่าทุกคนเป็นพี่น้องกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน หมอบีเป็นคนที่มีความสามารถในการโน้มน้าวใจคน

ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ ความขัดแย้งภายในบ้านเกิดจากการปันความรักไม่เท่ากัน หรือการบริหารงานของหมอบีไม่ดีเท่าที่ควร พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวติดตลกว่า อยากจะไปเรียนรู้การบริหารของหมอบีบ้าง แต่คิดว่าตนเองอาจจะไม่มีความสามารถพอ

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของการจ้างคอนเสิร์ตโดยดารานักร้อง และการนำเงินบริจาคไปใช้ ซึ่งอดีตพระอลงกตได้บ่นถึงเรื่องนี้ว่า กลุ่มนักร้องที่มาแสดงดนตรีโกงค่าใช้จ่ายที่ตกลงกันไว้

เกี่ยวกับการโอนชื่อบ้านดำของหมอบีไปยังบุคคลอื่น พบว่า หมอบีได้โอนไปให้อดีตพระอลงกตก่อนที่จะมีเรื่องกัน นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลการเดินบัญชีที่แสดงให้เห็นว่ามีการนำเงินไปซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม

ส่วนกระแสข่าวเรื่องพินัยกรรมที่ระบุว่า หากอดีตพระอลงกตเสียชีวิต บ้านหลังดังกล่าวจะกลับมาเป็นชื่อของหมอบี ตำรวจยังไม่พบข้อมูลดังกล่าว

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ย้ำว่า ตำรวจมีนโยบายที่จะนำทรัพย์สินของคนที่บริจาคและมีผู้อื่นเป็นผู้ครอบครอง คืนให้กับวัด หากไม่คืนจะถือว่ามีเจตนานำทรัพย์สินของวัดไปเป็นของตนเอง

ในส่วนของโรงเรียนและใจฟ้าอคาเดมี รัฐบาลได้เข้าไปดูแลแล้ว อดีตพระอลงกตมีความห่วงใยเพียงแค่เรื่องผู้ป่วย HIV ที่พักรักษาตัวอยู่ในวัด ซึ่งกองปราบได้ประสานกระทรวงสาธารณสุขเข้าไปดูแลแล้ว

ประเด็นเรื่องภรรยาและลูกของอดีตพระอลงกตยังคงเป็นข้อสงสัยที่ต้องตรวจสอบต่อไป โดยได้เก็บดีเอ็นเอของอดีตพระอลงกตเพื่อตรวจสอบแล้ว

เส้นทางการเงินที่ซับซ้อน และ “อลงกตการละคร

การตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า มีเงินหมุนเวียนในเรื่องการเบิกถอน และมีผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการประมาณ 30 คน ซึ่งเป็นคนที่ทำงานใกล้ชิดกับอดีตพระอลงกต เชื่อว่าเงินน่าจะผ่านบัญชีวัดหลายพันล้านบาท เรื่องนี้ ปปง. ได้ตรวจสอบในเบื้องต้นแล้ว และจะมีการขยายผลต่อไป โดยผู้ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเส้นเงินเหล่านี้จะถูกดำเนินคดีในข้อหาฟอกเงิน

ประเด็นที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ การที่อดีตพระอลงกตสามารถเดินได้สะดวกระหว่างถูกจับกุม ซึ่งแตกต่างจากภาพลักษณ์ที่นั่งวีลแชร์เป็นประจำ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า อาจจะเป็น “อลงกตการละคร” เพื่อตบตาประชาชนและได้รับเงินบริจาค

เรื่องราวของ “หมอบี” และอดีตพระอลงกตยังคงมีเงื่อนงำอีกมากมายที่ต้องติดตามกันต่อไป การบริหารจัดการภายในวัด การใช้จ่ายเงินบริจาค และความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน ล้วนเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ

สิ่งที่เกิดขึ้นกับอดีตพระอลงกตและคนใกล้ชิด สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบการทำงานขององค์กรการกุศล และความโปร่งใสในการใช้จ่ายเงินบริจาค เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีก

คดีความต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับอดีตพระอลงกต และ “หมอบี” สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของปัญหา และความจำเป็นในการตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และเพื่อให้สังคมได้รับรู้ความจริงที่เกิดขึ้น การออกมาแฉเรื่องราว “หมอบี” บริหารรักไม่ดี ทำขัดแย้ง “อลงกตการละคร” นี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการสงฆ์และการบริจาค

ที่มา – “หมอบี” บริหารรักไม่ดี ทำขัดแย้ง “อลงกตการละคร” นั่งวีลแชร์ตบตาเพื่อเงินบริจาค