วัน: 28 สิงหาคม 2025

ตร.แจง ดราม่า**ผลักดันนักเรียนวัย 13** กลับประเทศ

จากกรณีดราม่าที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการผลักดันนักเรียนวัย 13 ปี กลับประเทศกัมพูชา ล่าสุด ผกก.สภ.บัวเชด ได้ออกมาชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเน้นย้ำว่ามีความเห็นใจเด็ก แต่จำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายเพื่อให้ถูกต้อง ยืนยันว่าเด็กสามารถกลับมาเรียนต่อได้หากดำเนินการเรื่องเอกสารให้ถูกต้อง

เรื่องราวดังกล่าวเริ่มต้นจากการที่ครูท่านหนึ่งออกมาโพสต์ถึงเหตุการณ์ที่นักเรียนชายวัย 13 ปี ถูกแจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าว และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวหลังเคารพธงชาติ โดยต้องเปลี่ยนจากชุดลูกเสือเป็นชุดไปรเวทเพื่อเตรียมตัวผลักดันนักเรียนวัย 13 กลับประเทศกัมพูชาพร้อมกับแม่ เนื่องจากไม่มีเอกสารอนุญาตที่ถูกต้องตามกฎหมาย

ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 พ.ต.อ.สราวุธ ศรีวิฑูลย์ศักดิ์ ผกก.สภ.บัวเชด ได้เชิญครูผู้โพสต์เฟซบุ๊ก คณะครู และพ่อของเด็กนักเรียนชาย เข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นางสูพล หงปัญญา ผู้ใหญ่บ้านโนนสังข์ ม.10 ต.บัวเชด กล่าวว่า พ่อของเด็กคือ นายใบ เภาว์เพ็ง ได้อยู่กินกับนางมอม ชาวกัมพูชา ซึ่งนำลูกติดมาด้วยตั้งแต่อายุ 8 ขวบ จากนั้นจึงเข้าเรียนหนังสือจนจบประถมและต่อชั้นมัธยมปีที่ 1 ปัจจุบัน ผู้ใหญ่บ้านเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งได้ไม่นานและได้สอบถามนางมอมเรื่องเอกสาร ซึ่งนางมอมแจ้งว่ามีพาสปอร์ตและต่ออายุตลอด แต่ภายหลังถูกจับกุมจึงบอกว่าพาสปอร์ตขาดไป 4-5 ปีแล้ว ส่วนเอกสารตัวจริงนั้นไม่เคยนำมาแสดงให้เห็น ซึ่งทั้งสองแม่ลูกถูกควบคุมตัวอยู่ที่สำนักงาน ตม.สุรินทร์ เพื่อรอการผลักดันนักเรียนวัย 13 กลับประเทศ

เจ้าหน้าที่ได้อธิบายว่าสถานการณ์ชายแดนในขณะนี้ทำให้ต้องผลักดันนักเรียนวัย 13 กลับประเทศเนื่องจากไม่มีเอกสารที่ถูกต้อง และแนะนำให้กลับไปทำเอกสารให้ถูกต้องก่อน จึงค่อยกลับมาเรียนอีกครั้ง ซึ่งทั้งสองแม่ลูกเข้าใจและจะปฏิบัติตาม ขณะนี้ทั้งสองถูกควบคุมตัวอยู่ที่ สภ.กาบเชิง และเจ้าหน้าที่ ตม.สุรินทร์ ได้นำตัวไปยังจุดผ่านแดนอรัญประเทศเพื่อผลักดันกลับประเทศแล้ว

พ.ต.อ.สราวุธ ศรีวิฑูลย์ศักดิ์ ผกก.สภ.บัวเชด กล่าวว่า ได้รับแจ้งว่ามีคนต่างด้าวเข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่ จึงได้เข้าไปตรวจสอบและพบตัวนางมอม ซึ่งแจ้งว่ามีลูกชายด้วย แต่ไม่มีหลักฐานแสดงตัว จึงได้เชิญตัวมาจากโรงเรียนเพื่อตรวจสอบและพบว่าไม่มีหลักฐานการเข้าเมืองโดยถูกต้อง จึงแจ้งข้อหาหลบหนีเข้าเมือง พร้อมแนะนำให้กลับไปทำเอกสารให้ถูกต้องก่อนที่จะกลับเข้ามาใหม่ ซึ่งอาจจะมาด้วยช่องทางอื่นหรือโดยสารเครื่องบิน ก็สามารถกลับมาเรียนได้ตามปกติ ซึ่งคณะครูและสองแม่ลูกเข้าใจดี สุรินทร์มีการกวาดล้างบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองเป็นประจำอยู่แล้ว โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์ที่ไม่ปกติเช่นนี้ ทางตำรวจมีความเห็นใจเด็ก แต่จำเป็นต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย

ตร. แจงดราม่าผลักดันนักเรียนวัย 13 กลับประเทศ

ทำไมต้องผลักดันนักเรียนวัย 13 กลับประเทศ?

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการดำเนินการด้านเอกสารให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับชาวต่างชาติที่เข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย แม้ว่าเรื่องราวจะน่าเห็นใจ แต่การบังคับใช้กฎหมายก็เป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยในสังคม

ถึงแม้ว่าการผลักดันนักเรียนวัย 13 กลับประเทศอาจดูเป็นการกระทำที่รุนแรง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยืนยันว่าเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย และพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือในการดำเนินการด้านเอกสารเพื่อให้เด็กสามารถกลับมาเรียนต่อได้ในอนาคต สิ่งสำคัญคือการเรียนรู้จากเหตุการณ์นี้และตระหนักถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามกฎหมาย

ที่มา – ตร. แจงดราม่าผลักดัน “นักเรียนวัย 13” กลับประเทศ เห็นใจเด็ก แต่ต้องทำให้ถูกต้อง

ศาลรัฐธรรมนูญแจ้งความ เอาผิดเพจบิดเบือนวันนัดไต่สวน

ศาลรัฐธรรมนูญได้แจ้งความต่อตำรวจไซเบอร์เพื่อเอาผิดกับเพจที่บิดเบือนข้อมูลเกี่ยวกับวันนัดไต่สวนคดีของนายกรัฐมนตรี โดยมุ่งเป้าไปที่เพจ Facebook ที่ชื่อ The Critics และช่อง YouTube สถาบันทิศทางไทย ที่เผยแพร่คลิปที่บิดเบือนวันนัดไต่สวนในคดีคลิปเสียงที่เกี่ยวข้องกับ “นายกฯ แพทองธาร”

สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 ว่า ตามที่มีข่าวในสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ (ข่าวที่ 30/2568) เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา พบการเผยแพร่คลิปและข่าวในสื่อต่างๆ ที่เป็นเท็จและบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระบวนการไต่สวนของศาล การกระทำดังกล่าวสร้างความเข้าใจผิดแก่สาธารณชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อศาลรัฐธรรมนูญ และอาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 รวมถึงกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังอาจเป็นการละเมิดอำนาจศาลตามมาตรา 38 และ 39 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 และข้อ 10 และ 11 ของข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2562 สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจึงเตรียมดำเนินการทางกฎหมายกับบุคคลที่กระทำการบิดเบือนและเผยแพร่คลิปดังกล่าว

ในวันที่ 26 สิงหาคม 2568 สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้ทำการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อให้ดำเนินการทางกฎหมายกับ Facebook The Critics และ YouTube สถาบันทิศทางไทย ซึ่งเผยแพร่ข่าวที่เป็นเท็จและบิดเบือนข้อเท็จจริงในกระบวนการไต่สวนของศาล ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550

ศาลรัฐธรรมนูญแจ้งความ เอาผิดเพจบิดเบือนวันนัดไต่สวน

ทำไมศาลรัฐธรรมนูญถึงแจ้งความ เอาผิดเพจบิดเบือนวันนัดไต่สวน?

การแจ้งความดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า การเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาคดีของศาล อาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของศาล และสร้างความเข้าใจผิดให้กับประชาชน การกระทำดังกล่าวจึงเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ผลกระทบของการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญ อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดในหมู่ประชาชน ขาดความเชื่อมั่นในการตัดสินของศาล และอาจส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคมโดยรวม

ศาลรัฐธรรมนูญแจ้งความ เอาผิดเพจบิดเบือนวันนัดไต่สวน ถือเป็นการดำเนินการตามกฎหมายเพื่อปกป้องกระบวนการยุติธรรมและรักษาความน่าเชื่อถือของศาล การเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน

การที่ศาลรัฐธรรมนูญออกมาดำเนินการอย่างจริงจังเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาความเป็นกลางและความถูกต้องของข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับศาล การดำเนินการนี้จึงเป็นสัญญาณเตือนไปยังผู้ที่อาจมีเจตนาบิดเบือนข้อมูลหรือเผยแพร่ข่าวสารที่เป็นเท็จ ให้ตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และระมัดระวังในการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร

การใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างมีความรับผิดชอบเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม การตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนการเผยแพร่ และการหลีกเลี่ยงการบิดเบือนข้อมูล เป็นสิ่งที่ทุกคนควรคำนึงถึง

ศาลรัฐธรรมนูญแจ้งความ เอาผิดเพจบิดเบือนวันนัดไต่สวน แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการรักษาความถูกต้องของข้อมูลข่าวสาร และการปกป้องกระบวนการยุติธรรมจากการบิดเบือนข้อมูล การดำเนินการของศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ถือเป็นบทเรียนที่สำคัญสำหรับทุกคนในการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างมีความรับผิดชอบ

จากกรณีนี้ แสดงให้เห็นว่าการตรวจสอบข้อมูลก่อนเชื่อและแชร์ต่อ มีความสำคัญอย่างยิ่งในยุคดิจิทัล เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง

ที่มา – ศาลรัฐธรรมนูญ แจ้งความตร.ไซเบอร์ เอาผิดพวกเพจบิดเบือนวันนัดไต่สวนคดีนายกฯ

สลด! พบ “ฟิล์ม หลักช้าง” ถูกฆ่าฝังดิน

เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งตรวจสอบและขุดค้นหา จนกระทั่งพบร่างของ “ฟิล์ม หลักช้าง” ถูกฆ่าฝังดินอย่างโหดเหี้ยมในจังหวัดนครศรีธรรมราช หลังจากการหายตัวไปนานกว่าเดือนครึ่ง สาเหตุเบื้องต้นคาดว่ามาจากการหักหลังธุรกิจผิดกฎหมาย

สืบเนื่องจากกรณีการหายตัวไปของ นายปฏิพล พิทักษ์ หรือ “ฟิล์ม หลักช้าง” อายุ 35 ปี ญาติได้แจ้งความไว้ที่ สภ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา การสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจนำไปสู่การขอหมายค้นบ้านของสองสามีภรรยาผู้ต้องสงสัยใน ต.ช้างกลาง อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 แต่ไม่พบตัวทั้งสอง พบเพียงชายชราวัย 79 ปี ซึ่งให้ความร่วมมือในการตรวจค้นบ้านอย่างละเอียด โดยมีผู้ใหญ่บ้านร่วมเป็นพยาน พบอาวุธปืน เครื่องกระสุน และหลักฐานอื่นๆ รวม 19 รายการ ซึ่งถูกยึดไว้เพื่อตรวจสอบ

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 ตำรวจสืบสวนภาค 8, ตำรวจสืบสวนจังหวัดนครศรีธรรมราช, ตำรวจ สภ.ช้างกลาง และตำรวจพิสูจน์หลักฐานนครศรีธรรมราช ได้ร่วมกันสืบทราบว่าร่างของ นายปฏิพล หรือ ฟิล์ม หลักช้าง น่าจะถูกนำไปฝังไว้บนภูเขาสูงในพื้นที่บ้านหน้าเหมน ม.10 ต.ช้างกลาง จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิใต้เต๊กตึ้งเพื่อทำการขุดค้นหาในบริเวณที่คาดการณ์

หลังจากการขุดลึกลงไปประมาณ 1.5 เมตร เจ้าหน้าที่ก็ได้พบร่างของนายปฏิพล ในสภาพเน่าเปื่อย คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 เดือน ศพถูกห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติก สาเหตุของการเสียชีวิตยังไม่สามารถระบุได้ ต้องรอผลการชันสูตรจากเจ้าหน้าที่นิติเวช รพ.พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ อีกครั้ง

พ่อและแม่ของนายปฏิพล พร้อมด้วยสมาชิกในครอบครัว ได้เดินทางมาร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และยืนยันว่าเป็นร่างของลูกชาย เนื่องจากมีรอยสักที่แผ่นหลังตรงกับของนายปฏิพล

พ.ต.อ.พงศ์พิชาญ ชยานนท์พิริย ผกก. สภ.ช้างกลาง เปิดเผยว่า ตำรวจได้ติดตามกลุ่มผู้ต้องสงสัยในการอุ้มฆ่านายปฏิพลแล้ว แต่เนื่องจากยังไม่พบศพ จึงไม่สามารถขอหมายจับได้ จนกระทั่งทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหาถูกตำรวจพังงาจับกุมในท้องที่ สภ.คุระบุรี ชุดสืบสวนจึงติดตามไปสอบสวนอย่างหนัก จนผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้อุ้มฆ่านายปฏิพล และชี้จุดฝังศพ ซึ่งนำไปสู่การขุดค้นจนพบศพ ส่วนการดำเนินคดีนั้น สภ.คุระบุรี ได้ดำเนินคดีในข้อหายาเสพติดและอาวุธปืนไปก่อนแล้ว สภ.ช้างกลาง อยู่ระหว่างการยื่นขอหมายจับต่อศาลทุ่งสง นครศรีธรรมราช โดยมีผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมด 5 ราย หลังจากศาลอนุมัติหมายจับแล้ว จะดำเนินการอายัดตัวผู้ต้องหาจาก สภ.คุระบุรี และศาลจังหวัดพังงา เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีต่อที่ สภ.ช้างกลาง หลังจากกระบวนการทางกฎหมายที่พังงาเสร็จสิ้น

มีรายงานว่า สาเหตุที่นายปฏิพลถูกฆ่าฝังดินมาจากการหักหลังในธุรกิจผิดกฎหมาย ความคืบหน้าของคดีจะรายงานให้ทราบต่อไป

พบ “ฟิล์ม หลักช้าง” ถูกฆ่าฝังดิน

ความเชื่อมโยงธุรกิจผิดกฎหมายกับการเสียชีวิตของ “ฟิล์ม หลักช้าง”

การพบศพ “ฟิล์ม หลักช้าง” ถูกฆ่าฝังดิน สร้างความสะเทือนใจให้กับครอบครัวและคนใกล้ชิดเป็นอย่างมาก คดีนี้แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงและการหักหลังที่เกิดขึ้นในวงจรธุรกิจผิดกฎหมาย ซึ่งมักนำไปสู่จุดจบที่น่าเศร้า การสืบสวนขยายผลเพื่อจับกุมผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต

คดีฆาตกรรม “ฟิล์ม หลักช้าง” เป็นเครื่องเตือนใจว่าการเข้าไปเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ผิดกฎหมายนั้นมีความเสี่ยงสูง ไม่เพียงแต่เสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังอาจนำมาซึ่งอันตรายถึงชีวิตได้ การเลือกประกอบอาชีพสุจริตและหลีกเลี่ยงการกระทำที่ผิดกฎหมายจึงเป็นสิ่งที่ควรยึดถือไว้

ที่มา – หายตัวนานกว่าเดือน พบ “ฟิล์ม หลักช้าง” เป็นศพถูกฆ่าฝังดิน

นูเนซ ช็อก! ย้าย 10 ล้านปอนด์ จากนอริชสู่อิปสวิช

นูเนซ ช็อก! ย้าย 10 ล้านปอนด์ จากนอริชสู่อิปสวิช

มาร์เซลิโน นูเนซ กองกลางนอริช ซิตี้ เตรียมสร้างความตกตะลึงด้วยการย้ายจากทีม “นกขมิ้น” ไปสู่คู่ปรับสำคัญอย่าง อิปสวิช ทาวน์

สถานีวิทยุ BBC Radio Norfolk รายงานว่าข้อตกลงมูลค่า 10 ล้านปอนด์ คาดว่าจะเสร็จสิ้น โดยนอริชตัดสินใจขายเนื่องจากสัญญาของนักเตะชาวชิลีกำลังจะหมดลงในอีก 12 เดือนข้างหน้า

ดีลนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ทั้งสองสโมสรแห่งอีสต์ แองเกลีย ตกลงการย้ายทีมโดยมีค่าตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง นับตั้งแต่ผู้รักษาประตู แอนดี้ มาร์แชลล์ ย้ายไปในทิศทางเดียวกันเมื่อปี 2001

ขณะเดียวกัน เปเล่ แมตต์สัน กองกลางชาวเดนมาร์กจาก ซิลเคบอร์ก ถูกวางตัวให้เป็นตัวแทนของ นูเนซ ที่แคร์โรว์ โร้ด

นูเนซ ย้ายมาร่วมทีมนอริชจาก Club Deportivo Universidad Catolica ในปี 2022 และลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ไปแล้ว 119 นัด ทำได้ 12 ประตูและ 10 แอสซิสต์

นูเนซ: การย้ายทีมที่สร้างความฮือฮา

ดาวเตะวัย 25 ปีลงเล่นไปแล้ว 3 นัดในฤดูกาลนี้ และทำประตูให้นอริชในเกมเยือนวัตฟอร์ดในศึกคาราบาว คัพ

ปัจจุบัน นูเนซ กำลังพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้า ซึ่งได้รับมาจากเกมที่ ทีมชนะปอร์ทสมัธ 2-1 เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม

การย้ายทีมของ นูเนซ สร้างความประหลาดใจให้กับแฟนบอลหลายคน เนื่องจากเป็นการย้ายไปสู่ทีมคู่แข่งร่วมเมือง การสูญเสียผู้เล่นคนสำคัญอย่างนูเนซ อาจส่งผลกระทบต่อผลงานของนอริชในฤดูกาลนี้

การเจรจาครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของอิปสวิชในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมเพื่อสู้ศึกในฤดูกาลหน้า พวกเขาเชื่อว่านูเนซจะเข้ามาเติมเต็มศักยภาพในแดนกลาง และช่วยยกระดับทีมให้สูงขึ้นไปอีก

สำหรับนอริช การขายนูเนซออกไปอาจเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากนักเตะเหลือสัญญาเพียงปีเดียว และการได้รับข้อเสนอที่น่าสนใจก็เป็นสิ่งที่ยากจะปฏิเสธ อย่างไรก็ตาม พวกเขาจะต้องเร่งหาตัวแทนที่เหมาะสมเพื่อเข้ามาทดแทนการขาดหายไปของนูเนซ

การย้ายทีมครั้งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่า ในโลกของฟุตบอลอาชีพ อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น แม้แต่การย้ายทีมระหว่างคู่ปรับร่วมเมืองที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้

สิ่งที่น่าสนใจคือ เราจะได้เห็นนูเนซลงสนามพบกับทีมนอริชหรือไม่ และเขาจะได้รับการต้อนรับจากแฟนบอลอย่างไร การย้ายทีมครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อเส้นทางอาชีพของเขาอย่างไรบ้าง คงต้องติดตามดูกันต่อไป

ความคิดเห็นส่วนตัว: การย้ายทีมของ นูเนซ เป็นเรื่องที่น่าสนใจและน่าติดตามอย่างยิ่ง ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อทั้งสองสโมสรอย่างแน่นอน

ที่มา – Nunez set for shock £10m move from Norwich to Ipswich

ความวุ่นวายของมาร์ติน: จุดจบอยู่ตรงไหน?

ในช่วงเวลาที่ รัสเซลล์ มาร์ติน กำลังคิดถึงเกมก่อนแข่งในเมืองบรูจส์ เขาได้พูดถึงความฝันถึงดินแดนแห่งฟุตบอลที่เป็นเหมือนคำสัญญา เป็นวิสัยทัศน์แห่งอนาคตที่ทำให้เรนเจอร์ส เข้าทำ ทำคะแนน และชนะเกมต่างๆ อย่างเป็นกอบเป็นกำ “มันจะสวยงาม” เขากล่าว “และเราทุกคนจะได้แบ่งปันมันร่วมกัน”

เมื่อเขาปรากฏตัวหลังจากการพ่ายแพ้ 6-0 ในเลกที่สองที่เบลเยียม แสงจันทร์เหนือศีรษะได้หายไป และคำพูดที่ออกมาไม่ใช่สวรรค์ แต่เป็นสิ่งที่ใกล้เคียงกับนรกมากกว่า – ความเจ็บปวด ความเสียใจ ความอับอาย ความอัปยศ บิงโกแชมเปียนส์ลีก

มาร์ตินที่เราเห็นในชั่วโมงก่อนน้ำท่วมนั้นมีความมั่นใจเมื่อดูเหมือนไม่มีเหตุผลใดๆ ให้มั่นใจ การตามหลังอยู่ 3-1 เมื่อคุณไม่สามารถเอาชนะมาเธอร์เวลล์ ดันดี และเซนต์เมียร์เรนได้ ปาฏิหาริย์เป็นสิ่งที่จำเป็นเมื่อแนวรับของคุณเต็มไปด้วยผู้เล่นที่ประหม่าและรั่วเหมือนกระชอน

อัลลัว – จากระดับสามของสกอตแลนด์ – ทำประตูใส่เรนเจอร์สไปสองประตูเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน นักนิยมความจริงรู้ดีว่าการเดินทางไป Club Brugge เป็นเรื่องของการจำกัดความเสียหาย มาร์ตินพยายามขายมันเป็นอย่างอื่น

คติพจน์คือการรอจนกว่าผู้เล่นเหล่านี้จะเข้าใจอัจฉริยภาพของข้อความ เพียงแค่รอจนกว่าความงดงามของการทำงานจะเริ่มออกผล

คำสัญญาเรื่องแยมในวันพรุ่งนี้ดูเหมือนจะเป็นจุดเริ่มต้น จุดจบ และช่วงระหว่างกลางของการจัดการของเขา

มาร์ตินที่เราเห็นในภายหลังขอโทษและให้คำมั่นสัญญาว่าจะทำให้ดีขึ้น เขากล่าวว่าบอร์ดบริหารของเขา “ให้การสนับสนุนอย่างน่าทึ่ง พวกเขาเข้าใจว่าสิ่งนี้อาจต้องใช้เวลา”

สำหรับแฟนบอลเรนเจอร์สที่หลังจากเพิ่งคุมทีมไปได้เพียง 10 เกม อยากได้ยินเพียงว่า ‘งานนี้ใหญ่เกินไปสำหรับฉัน ฉันขอลาออก’ คำพูดของเขานั้นเจ็บปวดยิ่งกว่าสิ่งที่บรูจจ์ที่อาละวาดทำกับทีมของพวกเขาใน 90 นาทีเสียอีก

เรือบรรทุกน้ำมันของเรนเจอร์สไม่หัน

มาร์ตินพูดถึงการต้องยอมรับความเจ็บปวดและความเสียใจและใช้มันเป็นเชื้อเพลิงในการเจอกับเซลติกที่ไอบรอกซ์ในวันอาทิตย์นี้

สิ่งที่หายไปชั่วขณะคือการยกย่องตัวเองเมื่อสองสัปดาห์ก่อนเมื่อเขาเล่าเรื่องที่หนึ่งในทีมงานของเขาบอกว่าเรือบรรทุกน้ำมันของเรนเจอร์สกำลังถูกพลิกกลับในการดูแลของเขา ซึ่งเป็นการประเมินที่มาร์ตินทำซ้ำอย่างร่าเริง

เรือบรรทุกน้ำมันไม่ได้หันไปไหน มันมีรูรั่วมากมายจนหายไปจากสายตา จมลงอย่างรวดเร็ว เร็วๆ นี้จะกลายเป็นถังสนิม ซึ่งเป็นคำอธิบายที่เหมาะสมสำหรับโครงการของผู้จัดการทีมที่ไอบรอกซ์หลังจากการพ่ายแพ้ที่น่าอับอายและหายนะนี้

ความเมตตา – หากคุณสามารถเรียกมันว่าอย่างนั้นได้ – คือมันไม่ได้น่าอับอายยิ่งกว่านี้สำหรับเรนเจอร์ส พวกเขาเสียไปหกประตู เห็นลูกยิงสองครั้งกระแทกไม้ของพวกเขา และต้องขอบคุณ แจ็ค บัตแลนด์ สำหรับการเซฟบางครั้ง หากไม่มีการพูดเกินจริงแม้แต่น้อย มันอาจเป็น 10 ประตู

นานก่อนจบเกม ท่ามกลางความโกรธแค้นที่ไม่ถูกระงับ เป็นเรื่องง่ายที่จะจินตนาการว่าผู้คนของเรนเจอร์สกำลังให้กำลังใจบรูจจ์ สนับสนุนพวกเขาในการไล่ล่าคะแนนที่มากขึ้น และอาจเป็นความอัปยศที่แก้ไขไม่ได้สำหรับมาร์ตินและทีมงานของเขา ความเจ็บปวดในระยะสั้นสำหรับการแสดงประตูของผู้จัดการทีมในระยะกลาง

มาร์ตินบอกเราในภายหลังว่าบอร์ดบริหารมีความศรัทธา เขาไม่น่าจะพูดอะไรอย่างอื่น แต่สำหรับตอนนี้ มันอาจเป็นเรื่องจริง อาจเป็นเรื่องจริงน้อยลงเมื่อเกิดความผิดพลาดแต่ละครั้ง แต่ก็จริงพอที่จะให้มาร์ตินมีเวลามากขึ้น

เจ้าของใหม่ไม่ได้อยู่ในเรือนกระจกของฟุตบอลกลาสโกว์ พวกเขาไม่รู้สึกถึงอารมณ์ และดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ตอบสนองต่อเสียงฟ้าร้องของแฟนๆ ในแบบที่รุ่นก่อนๆ ทำ

แอนดรูว์ คาเวนากห์ ประธาน ไม่ได้เติบโตมากับเรื่องราวของวีรบุรุษเรนเจอร์สในอดีต เช่นเดียวกับรองประธาน พาราก มาราเธ จาก 49ers Enterprises ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจที่สำคัญอย่างยิ่งอีกคนหนึ่งในสโมสร

ส่วนใหญ่พวกเขาอยู่ห่างจากกลาสโกว์ แต่จากผลงานของมาราเธในฐานะประธานของลีดส์ ยูไนเต็ด เราเห็นคนที่เชื่อในการรักษาสติ ความอดทนดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งขององค์ประกอบของเขา

เมื่อดาเนียล ฟาร์เก้ กลายเป็นผู้จัดการทีมลีดส์ในช่วงซัมเมอร์ปี 2023 เขาเริ่มต้นในบทบาทนี้อย่างขรุขระ เขาชนะสามจากเก้าเกมแรกในแชมเปี้ยนชิพ และหนึ่งในเก้าเกมสุดท้ายของฤดูกาล ซึ่งจบลงด้วยความพ่ายแพ้ในรอบชิงชนะเลิศเพลย์ออฟที่สำคัญโดยเซาแธมป์ตันของมาร์ติน

เมื่อเขาเริ่มต้นฤดูกาลต่อไปด้วยการเสมอสองครั้งในลีกและการตกรอบบอลถ้วยให้กับมิดเดิลสโบรห์ มาราเธและบอร์ดบริหารของเขาไม่ได้กระพริบตา พวกเขาเชื่อมั่นและสนับสนุนผู้จัดการทีมต่อไป และได้รับการเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกในการพยายามครั้งที่สอง

‘บอร์ดบริหารไม่สามารถหูหนวกต่อเสียงประท้วงได้’

ภายในโถปลาทอง อาจดูเหมือนว่ามาร์ตินถึงวาระแล้ว แฟนบอลเรนเจอร์สทุกคนกำลังกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง พวกเขากำลังเรียกร้องให้เขาถูกไล่ออก ในแง่ที่ไม่มีความคลุมเครือ

มีความอาฆาตและความเป็นพิษ เขาจะหวังที่จะรอดพ้นจากสิ่งนี้และสิ่งนี้และสิ่งนี้ได้อย่างไร

ความเป็นจริงก็คือถึงแม้จะไม่มีการปรับปรุงที่เห็นได้ชัดเจนในเรนเจอร์สภายใต้มาร์ติน – แม้แต่เศษเล็กเศษน้อย – เขาก็จะได้รับโอกาสมากขึ้นในการสร้างทีมใหม่

คาเวนากห์และมาราเธไม่ได้ทำให้คุณรู้สึกว่ามีนิ้วที่สั่นไหว Not yet at any rate.

พวกเขาไม่สามารถหูหนวกต่อเสียงประท้วงได้ – หากพวกเขาเข้าร่วมเกม Old Firm ในวันอาทิตย์นี้ พวกเขาจะได้รับแจ้งเกี่ยวกับเรื่องนี้ – แต่มีหลักฐานเพียงเล็กน้อยที่บ่งชี้ว่าพวกเขาจะได้รับอิทธิพลจากผู้สนับสนุนที่พร้อมจะลุกเป็นไฟโดยธรรมชาติ

ดังนั้นคุณจึงมีบอร์ดบริหารที่จะรอคอย การสนับสนุนที่ไม่เห็นประโยชน์ในการรอคอย และผู้จัดการทีมที่พยายามทำให้ฟังดูเหมือนว่าเขาสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ทั้งๆ ที่หลักฐานทั้งหมดบ่งชี้เป็นอย่างอื่น ส่วนผสมที่ชวนปวดหัว

นี่คือทีมของมาร์ติน และความวุ่นวายของมาร์ติน ไม่เพียงแต่จะไม่เป็นผลเท่านั้น แต่มันยังแย่ลงอีกด้วย ไม่มีปริมาณการพูดเร็วใดๆ ที่สามารถปิดบังสิ่งนั้นได้ ไม่มีความพยายามใดๆ ในการเล่นกลสามใบที่จะหลอกลวงแฟนบอลแม้แต่คนเดียวในจุดนี้

Nasser Djiga เป็นหนึ่งในผู้กระทำผิดสำหรับประตูแรกของ Brugge – ผู้เล่นที่มาร์ตินเซ็นสัญญา Max Aarons ถูกไล่ออกภายในแปดนาที – ผู้เล่นที่มาร์ตินเซ็นสัญญาอีกคน

ผู้เล่นใหม่ทุกคนของเขาถูกรื้อออก ในช่วงพักครึ่ง เขาถอดผู้เล่นสามคนออก – 5-0 ให้บรูจจ์ในตอนนั้น – และแทนที่พวกเขาด้วยผู้เล่นสามคนที่เขาสืบทอดมา

ต่อมา ขณะที่เขาหยิบเศษซากปรักหักพัง เขาพบคำชมสำหรับผู้เล่นสำรองคนหนึ่งของเขา กัปตันทีม เจมส์ ทาเวอร์เนียร์ เขากล่าวว่าเขารู้สึกภูมิใจในความเป็นผู้นำที่ฟูลแบ็กมากประสบการณ์แสดงให้เห็น – และมันแปลก

หากทาเวอร์เนียร์เก่งขนาดนั้น ทำไมเขาถึงไม่ได้ส่งเขาลงเล่นก่อนหน้า แอรอนส์ ที่โชคร้ายล่ะ? หากเขาทำมาจากสิ่งที่ถูกต้อง แล้วทำไมมาร์ตินถึงดร็อปเขาเป็นตัวสำรองกับเซนต์เมียร์เรนเมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว กับบรูจจ์เมื่อวันอังคารที่แล้ว กับอัลลัวก่อนหน้านั้นและกับดันดีก่อนหน้านั้นล่ะ?

มีตัวอย่างมากมายเกี่ยวกับวิธีการตัดสินใจที่น่าสงสัยของมาร์ตินในตอนนี้ และคำชมอย่างกะทันหันสำหรับกัปตันทีมที่เขาดร็อปนั้นเป็นส่วนหนึ่งของมัน

เรนเจอร์สภายใต้มาร์ตินไม่สามารถป้องกันได้ และในบรูจส์ พวกเขาไม่สามารถหยุดการไหลของเลือดได้เมื่อแอรอนส์โยนทีมของเขาลงใต้รถบัส

พวกเขาจะกลายเป็นวุ้นเมื่อลูกบอลถูกส่งเข้าไปในกรอบเขตโทษของพวกเขา ไม่ใช่แค่วันพุธเท่านั้น แต่กับมาเธอร์เวลล์และดันดีและเซนต์เมียร์เรนและอัลลัว

ความวุ่นวายของมาร์ติน

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของบรูจจ์ ไม่ใช่เพียงอย่างเดียว มันเกี่ยวกับผู้จัดการทีมที่ผู้สนับสนุนจำนวนมากไม่ต้องการตั้งแต่แรกล้มเหลวในการพลิกสถานการณ์พวกเขา เช่นเดียวกับเรือบรรทุกน้ำมันในจินตนาการของเขา

มันเกี่ยวกับความสับสนและความวุ่นวาย เกี่ยวกับคำพูดที่ไม่น่าเชื่อถือและผลงานที่น่าตกใจ มันเกี่ยวกับบอร์ดบริหารที่ดูเหมือนจะเชื่อมั่นและผู้สนับสนุนที่ไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจน

และสถานีต่อไปคือเกม Old Firm ที่ไอบรอกซ์ ซึ่งทั้งสองสโมสรกระหืดกระหอบเข้าหากัน การต่อสู้เหล่านี้ไม่ค่อยสวยงาม นี่อาจเป็นหนึ่งในสิ่งที่น่าสยดสยองกว่านี้

ที่มา – ‘Martin’s mess exposed – but when will it end?’

กัมพูชาเรียกร้องสวีเดนพิจารณาการขายเครื่องบินขับไล่กริพเพนให้ไทย

กัมพูชาเรียกร้องสวีเดนพิจารณาการขายเครื่องบินขับไล่กริพเพนให้ไทย หลังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกัมพูชา (CHRC) ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงสวีเดน โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับการขายเครื่องบินขับไล่กริพเพน (Gripen E/F) ให้กับประเทศไทย โดยอ้างถึงประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนและความมั่นคงในภูมิภาค

จดหมายดังกล่าวส่งถึงผู้อำนวยการสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งสวีเดน โดยนายแก้ว รามี ประธาน CHRC ระบุว่าการขายเครื่องบินรบรุ่นดังกล่าวอาจส่งผลเสียต่อสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค และอาจถูกนำไปใช้ในการคุกคามอธิปไตยของกัมพูชาได้

กัมพูชาเรียกร้องสวีเดนพิจารณาการขายเครื่องบินขับไล่กริพเพนให้ไทย

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกัมพูชาเน้นย้ำถึงประวัติศาสตร์ความขัดแย้งตามแนวชายแดนระหว่างกัมพูชาและไทย และแสดงความกังวลว่าการเพิ่มศักยภาพทางทหารให้กับประเทศไทยอาจนำไปสู่ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นและอาจเกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน

ในจดหมายยังอ้างถึงกรณีในอดีตที่เครื่องบินทหารของไทย ‘ถูกนำไปใช้ในลักษณะที่ก่อให้เกิดอันตรายอย่างน่าเศร้าแก่พลเรือนชาวกัมพูชา’ และเตือนว่าการขายเครื่องบินขับไล่กริพเพนให้ไทย อาจทำให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

CHRC เรียกร้องให้สวีเดนพิจารณาถึงพันธกรณีภายใต้กฎบัตรสหประชาชาติและอนุสัญญาเจนีวา ที่เรียกร้องให้รัฐต่างๆ หลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจนำไปสู่การรุกรานหรือบ่อนทำลายสันติภาพในภูมิภาค นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงชื่อเสียงของสวีเดนในด้านการปกป้องสิทธิมนุษยชน และชี้ให้เห็นว่า การขายอาวุธดังกล่าวอาจขัดแย้งกับหลักการดังกล่าว

ข้อเรียกร้องสำคัญจากกัมพูชา

  • คัดค้านการขายเครื่องบินขับไล่กริพเพนให้กับประเทศไทย
  • เรียกร้องให้รัฐบาลสวีเดนทบทวนการขาย
  • สนับสนุนกลไกสันติวิธีเพื่อแก้ไขข้อพิพาทชายแดน

CHRC ย้ำว่าการ ‘งดเว้นการติดอาวุธให้แก่ผู้รุกรานไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมายระหว่างประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของมโนธรรมด้วย’ และเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของกัมพูชาในการแก้ไขข้อพิพาทด้วยสันติ

เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นที่น่าสนใจและสะท้อนถึงความซับซ้อนของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การค้าอาวุธ และประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน กัมพูชาเรียกร้องสวีเดนพิจารณาการขายเครื่องบินขับไล่กริพเพนให้ไทย แสดงให้เห็นว่าการตัดสินใจทางการทหารและการค้าสามารถมีผลกระทบทางการเมืองและสังคมที่กว้างขวางได้

การพิจารณาถึงผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนในการตัดสินใจทางการทูตและการค้าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การที่กัมพูชาออกมาเรียกร้องให้สวีเดนทบทวนการขายเครื่องบินขับไล่กริพเพนให้ไทย เป็นเครื่องเตือนใจว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้นซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับหลากหลายมิติ

โดยรวมแล้ว ความเคลื่อนไหวนี้เน้นย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของการพิจารณาอย่างรอบคอบถึงผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนในการตัดสินใจทางการทูตและการค้า กัมพูชาเรียกร้องสวีเดนพิจารณาการขายเครื่องบินขับไล่กริพเพนให้ไทย สะท้อนถึงความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงในภูมิภาคและความสำคัญของการรักษาสันติภาพผ่านกระบวนการทางการทูต

ที่มา – กัมพูชาเรียกร้องสวีเดนพิจารณาการขายเครื่องบินขับไล่กริพเพนให้ไทย

Salah, Fernandes และ Wood: เคล็ดลับ FPL & ทีมประจำสัปดาห์

ถึงเวลาต้องปล่อย Cole Palmer ไปแล้วหรือยัง? จะหาใครมาแทน Bukayo Saka ดี? และคำถามยอดฮิต… Erling Haaland หรือ Mohamed Salah?

มีเรื่องให้ผู้เล่น Fantasy Premier League ขบคิดมากมายก่อนเกมวีคที่ 3 แต่อย่ากลัวไป เพราะทีม Free Hit ของเราคือบ่อเกิดแห่งแรงบันดาลใจ

นี่เป็นสัปดาห์สุดท้ายของผมในการมาทำหน้าที่แทน Thomas Woods ผู้เชี่ยวชาญ FPL ประจำ BBC Sport และหลังจากวิเคราะห์ตัวเลขมาแล้ว ผมมั่นใจว่าทีมนี้จะช่วยให้ผมปิดฉากได้อย่างสวยงาม

ทีมประจำสัปดาห์ได้รับการคัดเลือกโดยอิงจากราคา FPL ปัจจุบันเพื่อให้เข้ากับงบประมาณ 100 ล้านปอนด์ ราวกับว่าคุณกำลังเล่น Free Hit

ห้ามพลาดช่วงถามตอบพิเศษ FPL สัปดาห์ที่ 3 กับผู้เชี่ยวชาญ FPL Heisenberg ถ่ายทอดสดบนเว็บไซต์ BBC Sport เวลา 15:30 BST ในวันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม

ผลงานของทีม FPL ประจำสัปดาห์ที่แล้วเป็นอย่างไร?

มันดูดีมากบนกระดาษ แต่ Erling Haaland กัปตันทีมทำแต้มไม่ได้ และ Cole Palmer ก็ไม่ได้ลงเล่น ทำให้ทีม Free Hit ได้ไป 48 คะแนน

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมบอกว่ามันเป็นการตัดสินใจ 50-50 ระหว่าง Jean-Philippe Mateta กับ Joao Pedro ผมเลือก Mateta ซึ่งได้กลับมา 2 คะแนน Pedro ทำประตูและแอสซิสต์ไป 2 ครั้ง น่าจะได้ 15 คะแนน

Fantasy Premier League ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย

ผู้รักษาประตูและกองหลัง

Robert Sanchez, Chelsea, ผู้รักษาประตู, £5m – Fulham (เหย้า)

Sanchez ผู้รักษาประตูของ Chelsea เป็นตัวเลือกที่มั่นคงสำหรับการเริ่มต้น Fulham ทำประตูไม่ได้ในการมาเยือน Stamford Bridge 6 ครั้งจาก 7 ครั้งหลังสุด ขณะที่ Sanchez เก็บคลีนชีตได้ในเกมเปิดบ้านที่ Chelsea ชนะ Crystal Palace เขาน่าจะมีอีกครั้งที่ West Ham ในเกมวีคที่ 2 แต่ Lucas Paqueta ก็ยิงประตูสุดสวยในเกมที่ Blues ชนะ 5-1

Marc Cucurella, Chelsea, กองหลัง, £6.1m – Fulham (เหย้า)

Cucurella กำลังจะกลายเป็นสิ่งที่ต้องมีใน FPL อย่างรวดเร็ว เขาเป็นผู้เล่นที่ทำผลงานได้ดีในทีม Free Hit ของ BBC Sport เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยทำแอสซิสต์ให้กับการทำประตูแรกของ Chelsea คาดหวังการมีส่วนร่วมในเกมรุกมากขึ้น และหวังว่าเขาจะเก็บคลีนชีตได้ในสุดสัปดาห์นี้

Nikola Milenkovic, Nottingham Forest, กองหลัง, £5.5m – West Ham (เหย้า)

เรากำลังหันไปหาผู้เล่นคนโปรดของฤดูกาลที่แล้วอย่าง ‘Mr Reliable’ ของ Forest ผู้เก็บไปได้ถึง 145 คะแนนในปี 2024-25 กองหลังตัวกลางรายนี้ยังไม่ได้เริ่มต้นใน FPL ในแคมเปญนี้ แต่เกมเหย้ากับ West Ham ซึ่งทำประตูได้ 1 และเสียไป 8 ประตูจนถึงตอนนี้ ดูน่าสนใจ

Sepp van den Berg, Brentford, กองหลัง, £4.5m – Sunderland (เยือน)

Van den Berg กองหลังตัวกลางของ Brentford เป็นหนึ่งในผู้เล่นเพียง 8 คนที่เก็บคะแนนสมทบกองหลังสูงสุด 2 คะแนนเต็มได้ในทั้งสองเกมวีคในฤดูกาลนี้ Bees รักษาคลีนชีตได้ 2 ครั้งในหนึ่งสัปดาห์ รวมถึงเกมที่พวกเขาชนะ Bournemouth ในบอลถ้วย และคาดหวังว่าจะทำให้เป็น 3 เกมติดต่อกันในการเดินทางไปเยือน Sunderland ทีมน้องใหม่

กองกลาง

Mohamed Salah, Liverpool, กองกลาง, £14.5m (กัปตัน) – Arsenal (เหย้า)

Salah จะเป็นกัปตันทีมของเราในสุดสัปดาห์นี้ แม้ว่า Liverpool จะมีเกมเหย้าที่ยากอย่างเหลือเชื่อกับ Arsenal แต่จนถึงตอนนี้แนวทางการเล่นเกมรุกของ Arne Slot ก็ดูจะประสบความสำเร็จ Salah ทำประตูและแอสซิสต์ได้แล้วในฤดูกาลนี้ แถมยังทำประตูได้ใน 3 จาก 4 เกมหลังสุดที่เจอกับปืนใหญ่

Bruno Fernandes, Manchester United, กองกลาง, £9m – Burnley (เหย้า)

ผู้เล่น Manchester United ในสัปดาห์นี้ในทุกสัปดาห์? ไม่สนใจความน่าสังเวชในกลางสัปดาห์ ตัวเลขที่ซ่อนอยู่บ่งชี้ว่าทีมของ Ruben Amorim จะทำได้ดีในบ้านกับ Burnley หากเป็นเช่นนั้น คาดว่า Fernandes จะโดดเด่น เป็นเรื่องจริงที่กองกลางชาวโปรตุเกสรายนี้เล่นได้ลึกกว่าเดิม แต่ด้วยคะแนนสมทบกองหลัง เขายังคงได้ 12 คะแนนหากเขายิงจุดโทษได้ที่ Fulham Fernandes น่าจะยังคงเป็นคนยิงจุดโทษต่อไปหลังจากยิงได้ 2 ประตูในเกมที่ United แพ้ Grimsby ในการดวลจุดโทษคาราบาวคัพ

Harvey Barnes, Newcastle, กองกลาง, £6.5m – Leeds (เยือน)

ด้วยความเป็นเจ้าของเพียง 0.7% Barnes ปีกรายนี้อาจเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมหากคุณต้องการความแตกต่าง เกมเยือนที่ยากกับ Aston Villa และเกมเหย้ากับ Liverpool เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เขายังไม่สามารถทำคะแนนได้ในฤดูกาลนี้ แต่แข้งชาวอังกฤษรายนี้มีเกมที่ดูดีกว่าในสุดสัปดาห์นี้ในการไปเยือน Leeds ซึ่งเสียไป 5 ประตูที่ Arsenal ในเกมล่าสุด เขาคาดว่าจะได้ลงเล่นหลายนาทีเช่นกัน เนื่องจาก Anthony Gordon เพื่อนร่วมทีมถูกแบน 3 นัด เมื่อฤดูกาลที่แล้ว Barnes มีส่วนร่วมในการทำประตู 14 ครั้ง แม้จะออกสตาร์ทเพียง 17 จาก 33 เกมในพรีเมียร์ลีก

Dango Ouattara, Brentford, กองกลาง, £6m – Sunderland (เยือน)

Brentford มีฮีโร่คนใหม่ใน Ouattara ที่เซ็นสัญญาในช่วงซัมเมอร์ ซึ่งเป็นผู้ทำประตูชัยในเกมที่เจอกับ Aston Villa ช่วยให้เขาได้ 13 คะแนนในเกมล่าสุด กองกลางรายนี้ซึ่งใช้เวลาส่วนใหญ่ในการประเดิมสนามโดยเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้า อาจมีส่วนร่วมมากขึ้นในการเจอกับ Sunderland ทีมน้องใหม่ในวันเสาร์นี้

กองหน้า

Chris Wood, Nottingham Forest, กองหน้า, £7.7m – West Ham (เหย้า)

มาถึงกองหน้า ที่ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะมองข้าม Chris Wood ขวัญใจของ Forest ทำไป 2 ประตูในเกมเหย้าล่าสุดของทีมกับ Brentford และจะเลียริมฝีปากรอการเผชิญหน้ากับ West Ham ซึ่งเสียไป 5 ประตูเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

Joao Pedro, Chelsea, กองหน้า, £7.6m – Fulham (เหย้า)

ผมจะไม่ทำผิดพลาดซ้ำรอยกับ Joao Pedro ในสัปดาห์นี้ หลังจากทำประตูและแอสซิสต์ 2 ครั้งที่ West Ham แข้งชาวบราซิลรายนี้จะต้องเจอกับ Fulham ซึ่งยังไม่สามารถเก็บคลีนชีตได้ในทั้งสองเกมในฤดูกาลนี้ เขาอยู่ในทีม

Jean-Philippe Mateta, Crystal Palace, กองหน้า, £7.5m – Aston Villa (เยือน)

Mateta เป็นตัวเลือกที่กล้าหาญกว่า เขาทำประตูไม่ได้ตั้งแต่ Community Shield แม้ว่าเขาจะต้องเจอกับทีมรับที่แข็งแกร่งอย่าง Chelsea และ Nottingham Forest การไปเยือน Aston Villa ดูเหมือนจะไม่ใช่เกมที่ยากเหมือนเมื่อฤดูกาลที่แล้ว Villans พ่ายแพ้ให้กับ Brentford เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และน่าจะแพ้เกมเปิดสนามแบบไร้สกอร์กับ Newcastle ด้วยซ้ำ ต่างจาก Newcastle ที่ Palace มีขวัญใจของพวกเขา และเขาควรทำได้ดีในวันอาทิตย์

ม้านั่งสำรอง

Martin Dubravka, Burnley, ผู้รักษาประตู, £4m – Manchester United (เยือน)

Pape Sarr, Tottenham, กองกลาง, £5m – Bournemouth (เหย้า)

Michael Keane, Everton, กองหลัง, £4.5m – Wolves (เยือน)

Omar Alderete, Sunderland, กองหลัง, £4m – Brentford (เหย้า)

ราคารวมทีม: £97.4m

โดยรวมแล้ว Salah, Fernandes และ Wood: เคล็ดลับ FPL & ทีมประจำสัปดาห์ นี้ มุ่งเน้นไปที่การเลือกผู้เล่นที่มีโอกาสทำคะแนนสูงในเกมวีคที่จะถึงนี้ หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้เล่น FPL ทุกท่านในการตัดสินใจเลือกทีมที่ดีที่สุด Salah, Fernandes และ Wood: เคล็ดลับ FPL & ทีมประจำสัปดาห์ คือสิ่งที่คุณต้องรู้

สรุป Salah, Fernandes และ Wood: เคล็ดลับ FPL & ทีมประจำสัปดาห์

การพิจารณาเลือกผู้เล่นอย่าง Salah, Fernandes และ Wood อาจเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จใน FPL สัปดาห์นี้ อย่าลืมวิเคราะห์ข้อมูลและเลือกผู้เล่นที่เหมาะสมกับกลยุทธ์ของคุณ

ที่มา – Salah, Fernandes and Wood – FPL tips & team of week

คุรุสภา ยึดคืนรางวัลคุณูปการต่อการศึกษา “ทิดจอร์จ-ทิดแย้ม”

วงการสงฆ์และการศึกษาไทยต้องเผชิญกับข่าวที่น่าตกใจ เมื่อ “คุรุสภา” มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยึดคืนรางวัลพระสงฆ์ผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาชาติที่เคยให้กับ “ทิดจอร์จ” หรืออดีตพระอลงกต และ “ทิดแย้ม” หรืออดีตพระธรรมวชิรานุวัตร ภายหลังทั้งสองท่านถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้เปิดเผยถึงการประชุมกับคุรุสภาเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว โดยระบุว่าก่อนหน้านี้ คุรุสภาได้มอบรางวัลอันทรงเกียรติแก่ อดีตพระอลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี ในฐานะพระสงฆ์ผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาชาติ ประจำปี 2563 เนื่องจากการที่ท่านมีจิตสาธารณะอันแรงกล้าในการช่วยเหลือดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์มาอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป เมื่ออดีตพระอลงกตต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยสงฆ์อย่างร้ายแรง นำไปสู่การถูกดำเนินคดีในข้อหาฟอกเงิน ซึ่งเป็นความผิดทางอาญาที่ร้ายแรง คุรุสภาจึงพิจารณาเห็นว่า พฤติการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของรางวัลที่เคยได้รับ ดังนั้นจึงมีมติให้ยึดคืนรางวัลคุรุสภา ยึดคืนรางวัลคุณูปการต่อการศึกษา

ไม่เพียงแต่ทิดจอร์จเท่านั้นที่ถูกยึดคืนรางวัล อดีตพระธรรมวชิรานุวัตร หรือ ทิดแย้ม อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง จังหวัดนครปฐม ซึ่งเคยได้รับรางวัลเดียวกันนี้ ก็ถูกพิจารณาให้ถูกยึดคืนรางวัลด้วยเช่นกัน เนื่องจากมีเหตุผลและข้อพิจารณาในทำนองเดียวกัน

คุรุสภา ยึดคืนรางวัลคุณูปการต่อการศึกษา “ทิดจอร์จ-ทิดแย้ม”

การตัดสินใจของคุรุสภาในครั้งนี้ ถือเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจและวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคม หลายคนเห็นด้วยกับการตัดสินใจดังกล่าว โดยมองว่าเป็นการรักษาสักดิ์ศรีและความน่าเชื่อถือของรางวัล และเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า ผู้ที่ได้รับรางวัลจะต้องประพฤติตนให้เหมาะสมกับเกียรติที่ได้รับ

อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ที่แสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง โดยมองว่า การยึดคืนรางวัลเป็นเรื่องที่รุนแรงเกินไป และควรพิจารณาถึงคุณงามความดีที่ทั้งสองท่านได้เคยทำไว้ในอดีตประกอบด้วย นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องกระบวนการในการพิจารณาและการตัดสินใจของคุรุสภาว่ามีความเป็นธรรมและโปร่งใสเพียงใด

ผลกระทบต่อวงการสงฆ์และการศึกษา: การที่คุรุสภา ยึดคืนรางวัลคุณูปการต่อการศึกษา ในครั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกและความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อวงการสงฆ์และการศึกษาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลายคนอาจรู้สึกผิดหวังและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นโอกาสที่จะได้ทบทวนและปรับปรุงระบบการพิจารณาและมอบรางวัลให้มีความรัดกุมและโปร่งใสมากยิ่งขึ้น

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นยังเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้ที่อยู่ในวงการต่างๆ โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับรางวัลหรือตำแหน่งอันทรงเกียรติ ว่าจะต้องประพฤติตนให้เหมาะสมกับสถานะและเกียรติที่ได้รับ และจะต้องตระหนักเสมอว่า การกระทำของตนเองย่อมส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือขององค์กรและสังคมโดยรวม

บทเรียนจากกรณี คุรุสภา ยึดคืนรางวัลคุณูปการต่อการศึกษา

สิ่งที่เกิดขึ้นกับ “ทิดจอร์จ” และ “ทิดแย้ม” เป็นเครื่องเตือนใจให้กับทุกคนว่า คุณงามความดีที่เคยทำมา ไม่สามารถลบล้างความผิดที่ได้กระทำลงไปได้ และการได้รับรางวัลหรือตำแหน่งอันทรงเกียรติ ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับสิทธิพิเศษเหนือกฎหมายหรือศีลธรรม

  • ความสำคัญของการตรวจสอบประวัติและพฤติกรรมของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับ
  • รางวัลการสร้างกลไกในการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ที่ได้รับรางวัล
  • การกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการยึดคืนรางวัลที่ชัดเจนและเป็นธรรม

กรณีคุรุสภา ยึดคืนรางวัลคุณูปการต่อการศึกษา ให้ข้อคิดว่า การมอบรางวัลและการเชิดชูเกียรติบุคคล ควรทำด้วยความรอบคอบ และมีการตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่า ผู้ที่ได้รับรางวัลเป็นผู้ที่มีคุณธรรมและจริยธรรมอย่างแท้จริง และสมควรที่จะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสังคม

ที่มา – คุรุสภา ยึดคืนรางวัลคุณูปการต่อการศึกษา “ทิดจอร์จ-ทิดแย้ม” หลังถูกดำเนินคดี

รังสิมันต์ จับตาคดีนายกฯ หากรอดซักฟอกต่อ

รังสิมันต์” จับตาคดีนายกฯ เชื่อส่งผลการเมืองสูง เผยหากรอดเล็งซักฟอกรัฐบาลต่อทันที

วันที่ 28 สิงหาคม 2568 นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคดีคุณสมบัติของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ว่า เป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อการเมืองอย่างแน่นอน โดยพรรคฝ่ายค้านจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากศาลมีคำวินิจฉัยให้นายกรัฐมนตรีรอด พรรคประชาชนจะหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อเดินหน้าตรวจสอบรัฐบาลต่อไป และอาจจะใช้มาตรการสำคัญอย่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151 โดยจะพิจารณาช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อไป

ส่วนหากเกิดกรณีที่ไม่คาดฝันขึ้น นายรังสิมันต์ย้ำว่า พรรคประชาชนพร้อมเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ โดยไม่ได้มีจุดประสงค์ที่จะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล และยังคงยืนยันว่าการคืนอำนาจให้กับประชาชนผ่านการเลือกตั้งใหม่ คือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับประเทศในขณะนี้

รังสิมันต์ จับตาคดีนายกฯ ผลกระทบการเมือง

สถานการณ์ทางการเมืองกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญเตรียมอ่านคำวินิจฉัยในคดีที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาแสดงความเห็นถึงประเด็นนี้ โดยเน้นย้ำถึงผลกระทบทางการเมืองที่อาจเกิดขึ้นตามมา และความพร้อมของพรรคฝ่ายค้านในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลต่อไป

รังสิมันต์ โรม ชี้ คดีนายกฯ ส่งผลถึงเสถียรภาพรัฐบาล

นายรังสิมันต์ โรม ได้กล่าวว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าผลจะออกมาในทิศทางใด พรรคฝ่ายค้านก็เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากศาลมีคำวินิจฉัยให้นายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ก็อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่

อย่างไรก็ตาม หากศาลมีคำวินิจฉัยว่า นายกรัฐมนตรีไม่มีความผิด พรรคประชาชนและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ก็เตรียมที่จะเดินหน้าตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มข้นต่อไป โดยอาจมีการใช้มาตรการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151 เพื่อตรวจสอบการบริหารงานของรัฐบาลอย่างละเอียด

นอกจากนี้ นายรังสิมันต์ยังได้กล่าวถึงจุดยืนของพรรคประชาชนว่า พรรคฯ พร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ โดยไม่ได้มีเป้าหมายที่จะเข้าร่วมรัฐบาล แต่ยังคงยืนยันว่าการคืนอำนาจให้กับประชาชนผ่านการเลือกตั้งใหม่ คือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับประเทศในขณะนี้

ความเคลื่อนไหวของนายรังสิมันต์และพรรคประชาชน สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของพรรคฝ่ายค้านในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ทางการเมืองที่อาจเปลี่ยนแปลงไปได้ทุกเมื่อ การจับตารังสิมันต์ ในช่วงเวลานี้จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

  • หากผลการตัดสินออกมาเป็นคุณต่อรัฐบาล ควรรัฐบาลควรเปิดใจรับฟังข้อเสนอเเละข้อติชมจากฝ่ายค้าน
  • หากผลการตัดสินออกมาเป็นโทษต่อรัฐบาล ควรรัฐบาลควรยอมรับการตัดสินใจ

สถานการณ์ทางการเมืองไทยยังคงมีความไม่แน่นอนสูง การติดตามข่าวสารและข้อมูลอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เราสามารถเข้าใจและวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างถูกต้อง และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเพื่ออนาคตของประเทศ

ที่มา – “รังสิมันต์” จับตาคดีนายกฯ เชื่อส่งผลการเมืองสูง หากรอดซักฟอกต่อทันที