วัน: 28 สิงหาคม 2025

ต๋อย วงพิงค์แพนเตอร์ โต้เอี่ยวเงินวัดพระบาทน้ำพุ

“ต๋อย วิชัย ปุญญะยันต์” หัวหน้าวงพิงค์แพนเตอร์ ออกมาโต้ตอบข้อกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินบริจาคของวัดพระบาทน้ำพุ หลังจากถูกพาดพิงว่าเป็นนักร้องดังยุค 80 ชื่อวงเป็นชื่อสี โดยเรื่องนี้กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงในวงกว้าง

จากกระแสข่าวที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 มีรายงานว่ามีการพาดพิงถึงนักร้องดังในยุค 80 ที่มีชื่อวงเป็นชื่อสีภาษาอังกฤษ ซึ่งถูกโยงเข้าไปเกี่ยวข้องกับเงินบริจาคของวัดพระบาทน้ำพุ ทำให้เกิดความสงสัยและวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์

ล่าสุด ต๋อย วิชัย ปุญญะยันต์ หัวหน้าวงพิงค์แพนเตอร์ ศิลปินชื่อดังในยุค 80 ได้ออกมาเคลื่อนไหวเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว โดยได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงความบริสุทธิ์ใจ

ข้อความที่ ต๋อย วงพิงค์แพนเตอร์ โพสต์ระบุว่า “ขอบคุณครับ…. วงพิงค์เราจัดคอนเสิร์ตหาเงินช่วยวัดพระบาทน้ำพุเกือบทุกปี เพราะเห็นในความมีเจตนาดี มีคุณูปการของสังคมในการดูแลผู้ป่วยเอดส์และผู้ป่วยยากไร้ ในยุคที่สังคมยังไม่เปิดรับทางทัศนคติเท่าทุกวันนี้”

นอกจากนี้ เขายังกล่าวเพิ่มเติมว่า “ผมโอนเงินให้วัดปีละแสนมาเกือบสิบปี มาสองปีนี้เองทำบุญได้แค่ปีละ 50,000 น้อยหน่อยเพราะตรงกับวันเกิด เลยจัด 2 รอบ (แต่ได้เงินเท่าเดิม ก็วงมันดังเท่านี้ แถมยังแก่อีก)”

ต๋อย วงพิงค์แพนเตอร์ ยังได้กล่าวถึงกระแสข่าวที่เกิดขึ้นด้วยว่า “ขอ…ขอบคุณผู้ที่กรุณาพาดพิงถึงวงเรา เพราะทำให้วงดังขึ้นมาอีกที แต่อย่าทำให้เราต้องฟ้องร้องได้นะครับ…คือ ไม่รู้จริงว่า เรามีแต่ให้ และมีจิตใจที่ศรัทธาสิ่งที่ดี…จัดอีกสักรอบดีมั้ยครับ ท่านจะได้ช่วยโปรโมทเราให้ขายบัตรได้หมด…”

ท้ายที่สุด เขาได้ทิ้งท้ายด้วยข้อคิดว่า “เราทุกคนมีกรรม มีวาระเป็นของตัวเอง รักษาใจตัวเองไว้ ความจริงก็คือ ความจริงครับ” ซึ่งหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีผู้คนจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นและให้กำลังใจคุณต๋อย พร้อมทั้งเชื่อมั่นในการทำความดีของเขาต่อไป

จากข้อความที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่า ต๋อย วงพิงค์แพนเตอร์ ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาและแสดงความบริสุทธิ์ใจอย่างชัดเจน พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงเจตนาที่ดีในการช่วยเหลือสังคมและการทำบุญอย่างต่อเนื่อง

เพื่อให้เข้าใจถึงประเด็นนี้อย่างกระจ่างชัด เรามาสรุปใจความสำคัญของการเคลื่อนไหวของ ต๋อย วงพิงค์แพนเตอร์ กันอีกครั้ง:

  • ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการมีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินบริจาคของวัดพระบาทน้ำพุ
  • ยืนยันว่าวงพิงค์แพนเตอร์จัดคอนเสิร์ตเพื่อหารายได้ช่วยเหลือวัดพระบาทน้ำพุเป็นประจำ
  • แสดงความบริสุทธิ์ใจและเจตนาที่ดีในการทำบุญและช่วยเหลือสังคม

ต๋อย วงพิงค์แพนเตอร์ เคลื่อนไหวตอบโต้

การออกมาเคลื่อนไหวของ ต๋อย วงพิงค์แพนเตอร์ ในครั้งนี้ ถือเป็นการตอบโต้ข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา และเป็นการแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสในการทำงานและการทำบุญของเขา

ทำไมเรื่องนี้ถึงเป็นประเด็น?

ประเด็นนี้กลายเป็นที่สนใจของสังคมเนื่องจากวัดพระบาทน้ำพุเป็นองค์กรการกุศลที่ช่วยเหลือผู้ป่วยเอดส์และผู้ยากไร้ ซึ่งการที่เงินบริจาคถูกนำไปใช้อย่างไม่โปร่งใส ย่อมส่งผลกระทบต่อความศรัทธาและความเชื่อมั่นของประชาชน

นอกจากนี้ การพาดพิงถึงศิลปินที่มีชื่อเสียงอย่าง ต๋อย วงพิงค์แพนเตอร์ ยิ่งทำให้เรื่องนี้ได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น เนื่องจากมีผู้คนจำนวนมากที่ติดตามและชื่นชอบผลงานของเขา

อย่างไรก็ตาม การที่ ต๋อย วงพิงค์แพนเตอร์ ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างชัดเจน ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม และเป็นการปกป้องชื่อเสียงของตนเองและวงพิงค์แพนเตอร์

สิ่งที่สำคัญที่สุดในเรื่องนี้คือการรักษาความจริงและความถูกต้อง การที่ทุกฝ่ายออกมาให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา จะช่วยให้สังคมเข้าใจข้อเท็จจริงและตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง

สำหรับผู้ที่ให้กำลังใจ ต๋อย วงพิงค์แพนเตอร์ พวกเขามีความเชื่อมั่นในการทำความดีของเขา และสนับสนุนให้เขาทำสิ่งดีๆ เพื่อสังคมต่อไป

ท้ายที่สุดแล้ว การทำความดีและการช่วยเหลือผู้อื่น คือสิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากที่สุด ไม่ว่าจะมีอุปสรรคหรือข้อกล่าวหาใดๆ เกิดขึ้นก็ตาม

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราได้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลและความโปร่งใสในการทำงานขององค์กรการกุศลต่างๆ การที่ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลและตรวจสอบการใช้จ่ายเงินบริจาคได้อย่างโปร่งใส จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาในการบริจาคให้กับองค์กรเหล่านั้น

การออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาของ ต๋อย วงพิงค์แพนเตอร์ ในครั้งนี้ เป็นบทเรียนสำคัญที่สอนให้เรารู้ว่า การรักษาความจริงและความถูกต้อง คือสิ่งสำคัญที่สุดในการดำเนินชีวิต

ที่มา – เคลื่อนไหวแล้ว “ต๋อย วงพิงค์แพนเตอร์” โต้เอี่ยวเงินบริจาควัดพระบาทน้ำพุ

ควิซกีฬารายสัปดาห์: ใครยิงประตูแรกที่สนามใหม่เอฟเวอร์ตัน?

สัปดาห์ที่ผ่านมามีเหตุการณ์มากมายเกิดขึ้น ทั้งการเปิดตัวสนามกีฬาสุดอลังการ, ดราม่าในการแข่งขัน Vuelta a Espana และทรงผมใหม่สุดสะดุดตาในการแข่งขัน US Open

ในการตอบคำถามควิซเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีเพียง 7% เท่านั้นที่ได้คะแนนเต็ม แล้วสัปดาห์นี้คุณจะทำได้ดีแค่ไหน?

ควิซกีฬารายสัปดาห์: ใครยิงประตูแรกที่สนามใหม่เอฟเวอร์ตัน?

มาทดสอบความรู้รอบตัวของคุณเกี่ยวกับวงการกีฬาในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมากัน! ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอล, เทนนิส หรือกีฬาอื่นๆ เรามีคำถามหลากหลายให้คุณได้ประลองความสามารถ

คำถามเกี่ยวกับประตูแรกในสนามใหม่ของเอฟเวอร์ตัน

คำถามสำคัญในควิซนี้คือ ใครยิงประตูแรกที่สนามใหม่ของเอฟเวอร์ตัน? นี่เป็นเหตุการณ์สำคัญที่แฟนบอลทั่วโลกต่างจับตามอง ใครคือนักเตะที่สร้างประวัติศาสตร์ในครั้งนี้? มาร่วมค้นหาคำตอบไปพร้อมๆกัน

นอกจากคำถามนี้แล้ว ยังมีคำถามอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น:

  • นักเทนนิสคนใดที่โชว์ทรงผมใหม่ในการแข่งขัน US Open?
  • เกิดอะไรขึ้นในการแข่งขัน Vuelta a Espana ที่เป็นประเด็นดราม่า?
  • มีสถิติอะไรที่น่าสนใจเกิดขึ้นในวงการฟุตบอลบ้าง?

เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาสนุกกับการตอบคำถามควิซกีฬารายสัปดาห์กัน!

เคล็ดลับ: ลองทบทวนข่าวสารกีฬาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำคะแนนให้ได้มากที่สุด

มาดูกันว่าใครจะเป็นผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดในควิซกีฬาสัปดาห์นี้! อย่ารอช้า เริ่มทำควิซเลย!

ควิซกีฬารายสัปดาห์: ใครยิงประตูแรกที่สนามใหม่เอฟเวอร์ตัน? ไม่ได้มีแค่คำถามเกี่ยวกับฟุตบอลเท่านั้น แต่ยังมีคำถามเกี่ยวกับกีฬาอื่นๆ อีกมากมายให้ได้ทดสอบความรู้กันแบบจัดเต็ม

การทำควิซเป็นวิธีที่สนุกในการเรียนรู้และทบทวนข่าวสารต่างๆ ที่เกิดขึ้นในวงการกีฬา หากคุณเป็นแฟนกีฬาตัวจริง ห้ามพลาดควิซกีฬารายสัปดาห์ของเรา!

อย่าลืมติดตามควิซกีฬารายสัปดาห์ของเราในสัปดาห์หน้า เพื่อพบกับคำถามที่ท้าทายและน่าสนใจยิ่งขึ้น

ความคิดเห็น: การมีส่วนร่วมในกิจกรรมอย่างควิซกีฬานี้ ไม่เพียงแต่จะเพิ่มพูนความรู้ แต่ยังช่วยให้เราได้ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในวงการกีฬาอย่างใกล้ชิด

ที่มา – Weekly sports quiz: Who scored first goal at Everton’s new stadium?

“ธีรรัตน์” ย้ำ ปลดล็อกแรงงานผู้หนีภัยการสู้รบเมียนมา

“ธีรรัตน์” ย้ำ มาตรการปลดล็อกแรงงานผู้หนีภัยการสู้รบเมียนมา เป็นการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม–แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน โดยไม่แย่งอาชีพคนไทย

วันที่ 28 สิงหาคม 2568 นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ที่ประชุมมีมติเห็นชอบมาตรการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวที่พำนักอยู่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงนามเห็นชอบด้วย มาตรการดังกล่าวสะท้อนถึงนโยบายด้านมนุษยธรรมที่ไทยยึดมั่นมาโดยตลอด ควบคู่กับการเสริมสร้างกำลังแรงงานให้กับภาคธุรกิจที่เผชิญภาวะขาดแคลนแรงงาน

สนับสนุนเศรษฐกิจภาพรวม

ปัจจุบันมีผู้หนีภัยจากเมียนมาอาศัยอยู่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราว 9 แห่ง ครอบคลุมจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี และราชบุรี รวมกว่า 77,000 คน โดยในจำนวนนี้กว่า 42,000 คนเป็นวัยแรงงาน มาตรการนี้เปิดโอกาสให้บุคคลกลุ่มนี้สามารถเข้าสู่ระบบการทำงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย ภายใต้กรอบการควบคุมอย่างรัดกุมของกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงแรงงาน ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ผู้หนีภัยสามารถพึ่งพาตนเองได้แล้ว ยังมีส่วนสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมด้วย

ต้องได้รับอนุญาตออกนอกพื้นที่

นางสาวธีรรัตน์ กล่าวด้วยว่า ขั้นตอนการดำเนินงานกำหนดให้ผู้หนีภัยที่เข้าร่วมมาตรการต้องผ่านการตรวจสอบสถานะจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และต้องได้รับอนุญาตให้ออกนอกพื้นที่พักพิง พร้อมผ่านการตรวจสุขภาพและทำประกันสุขภาพตามข้อกำหนด ก่อนเข้าสู่กระบวนการยื่นคำขออนุญาตทำงานกับกระทรวงแรงงาน โดยนายทะเบียนเป็นผู้มีอำนาจอนุญาต และจะทำงานได้ไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันที่มีคำสั่งอนุญาตให้ทำงาน โดยมีสิทธิทำงานกับนายจ้างได้ทุกประเภทที่มิได้ประกาศห้ามคนต่างด้าวทำ เพื่อให้มั่นใจว่ามาตรการนี้จะไม่กระทบต่อโอกาสการทำงานของแรงงานไทย

สนองความต้องการแรงงาน

นอกจากการบรรเทาภาระของรัฐในการดูแลผู้หนีภัยระยะยาวแล้ว ยังเป็นการตอบสนองต่อความต้องการแรงงานในหลายภาคธุรกิจที่พร้อมรับแรงงานกลุ่มนี้เข้าทำงานโดยความสมัครใจ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ประสบปัญหาขาดแคลน อีกทั้งยังสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อเศรษฐกิจและสังคมในหลายมิติ อาทิ ลดการพึ่งพาความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมระยะยาว เสริมสร้างเสถียรภาพทางสังคมชายแดน ลดการค้ามนุษย์และการเอารัดเอาเปรียบแรงงาน และยกระดับมาตรฐานด้านสุขภาพแรงงาน ขณะเดียวกันยังสะท้อนบทบาทเชิงรุกของไทยในเวทีนานาชาติ ซึ่งองค์การ UNHCR ได้ชื่นชมว่าการเปิดโอกาสให้ผู้ลี้ภัยใช้ศักยภาพของตนเอง ไม่เพียงแต่ยึดมั่นในหลักมนุษยธรรม แต่ยังถือเป็นการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ ที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น สร้างงานใหม่ และเพิ่มความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

“ธีรรัตน์” ย้ำปลดล็อกแรงงานผู้หนีภัยการสู้รบเมียนมา

ประเด็นสำคัญที่นางสาวธีรรัตน์เน้นย้ำคือ การปลดล็อกแรงงานผู้หนีภัยการสู้รบเมียนมานั้นไม่เพียงแต่เป็นการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในประเทศไทย โดยมาตรการนี้ได้รับการออกแบบมาอย่างรอบคอบ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อโอกาสในการทำงานของคนไทย

มาตรการปลดล็อกแรงงานผู้หนีภัยการสู้รบเมียนมานี้ มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศเพื่อนบ้าน และในขณะเดียวกันก็ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจไทย นอกจากนี้ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการปฏิบัติตามหลักสากลด้านสิทธิมนุษยชน

ขั้นตอนการขออนุญาตทำงานสำหรับแรงงานผู้หนีภัย

สำหรับผู้หนีภัยที่สนใจเข้าร่วมโครงการปลดล็อกแรงงานผู้หนีภัยการสู้รบเมียนมา จะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบและได้รับอนุญาตจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบสถานะ การตรวจสุขภาพ และการทำประกันสุขภาพ การดำเนินการทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงแรงงาน

โดยสรุปแล้ว มาตรการนี้ไม่เพียงแต่เป็นการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม แต่ยังเป็นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในเวทีระดับนานาชาติ

ที่มา – “ธีรรัตน์” ย้ำปลดล็อกแรงงานผู้หนีภัยการสู้รบเมียนมา เพื่อช่วยด้านมนุษยธรรม แก้ปัญหาขาดแรงงาน

ทำนายผลงานสโมสรอังกฤษในแชมเปียนส์ลีก

ศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2025-26 ใกล้เข้ามาแล้ว และปีนี้จะมีสโมสรจากพรีเมียร์ลีกเข้าร่วมการแข่งขันมากเป็นประวัติการณ์ถึง 6 ทีม

อย่างไรก็ตาม จะไม่มีทีมจากสกอตแลนด์ในการแข่งขันรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 2021-22 หลังจากเซลติกและเรนเจอร์สถูกเขี่ยตกรอบเพลย์ออฟ ซึ่งเป็นผลมาจาก สกอตแลนด์เสียตำแหน่งอัตโนมัติ หลังจากหลุดจาก 10 อันดับแรกของค่าสัมประสิทธิ์ยูฟ่า

การจับสลากสำหรับรอบแบ่งกลุ่มจะมีขึ้น ในวันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม ที่โมนาโก เวลา 17:00 BST

นี่จะเป็นการแข่งขันแชมเปียนส์ลีกในรูปแบบใหม่เป็นครั้งที่สอง โดยประกอบด้วยรอบแบ่งกลุ่ม 36 ทีม

เกมรอบแบ่งกลุ่มรอบแรกจะเริ่มในวันที่ 16 กันยายน โดยรอบชิงชนะเลิศจะจัดขึ้นที่ปุสกัสอารีน่า บูดาเปสต์ ในวันที่ 30 พฤษภาคม 2026

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง กลับมาในฐานะแชมป์เก่า หลังจากเอาชนะอินเตอร์ มิลาน 5-0 ในรอบชิงชนะเลิศเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เพื่อคว้าแชมป์รายการนี้เป็นครั้งแรก ขณะที่เรอัล มาดริด แชมป์ 15 สมัย ครองอันดับหนึ่งของค่าสัมประสิทธิ์ยูฟ่าจากผลงานในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา

แต่ทีมจากพรีเมียร์ลีกจะทำผลงานได้ดีแค่ไหน? ลองทำนายกันด้านล่าง

อาร์เซนอล

อาร์เซนอลเข้ามาในแชมเปียนส์ลีกด้วยผลงานที่น่าประทับใจในยุโรป โดยเข้าถึงรอบรองชนะเลิศเป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปี

พวกเขาพร้อมด้วยลิเวอร์พูลและแอสตัน วิลลา พ่ายแพ้ต่อเปแอสเช แชมป์ในที่สุด แต่ทีมของมิเกล อาร์เตต้าแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการอย่างมากในเวทียุโรป เมื่อพวกเขาเอาชนะเรอัล มาดริด แชมป์เก่า โดยเอาชนะทั้งเหย้าและเยือนด้วยสกอร์รวม 5-1 ที่เหนือกว่า

อาร์เซนอลเสริมแนวรุกอย่างหนักในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยทุ่มเงินกว่า 150 ล้านปอนด์ไปกับวิคเตอร์ เกียวเคเรส, เอเบเรชี เอเซ และโนนี มาดูเอเก้ หลังจากที่มิเกล เมริโน กองกลางที่ผันตัวมาเป็นกองหน้าจำเป็น ถูกบังคับให้เป็นผู้นำในเกมรอบน็อกเอาต์ทั้งหมดของทีมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

ความกดดันกำลังเพิ่มขึ้นต่อสโมสรเพื่อให้ประสบความสำเร็จในรายการใหญ่ในที่สุด เนื่องจากพวกเขารอคอยถ้วยรางวัลมา 5 ปีแล้ว แต่อาร์เตต้าเชื่อว่าขุมกำลังเชิงลึกที่เพิ่มขึ้นของเขาสามารถช่วยให้ทีมของเขาประสบความสำเร็จในแชมเปียนส์ลีกเป็นครั้งแรกได้

อันดับค่าสัมประสิทธิ์สโมสรยูฟ่า: อันดับ 15

เชลซี

เชลซีกลับสู่เวทียุโรปในฐานะแชมป์สโมสรโลกและแชมป์คอนเฟอเรนซ์ลีก หลังจากหายหน้าไป 2 ปี

ความสำเร็จในช่วงซัมเมอร์ของสิงห์บลูส์ใน CWC ซึ่งเป็นการแข่งขันที่พวกเขาเข้าร่วมเนื่องจากพวกเขาคว้าแชมป์แชมเปียนส์ลีกในปี 2021 สิ้นสุดลงด้วยชัยชนะที่น่าประทับใจเหนือเปแอสเช แชมป์ยุโรปเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

พวกเขาจะเข้ามาในรอบแบ่งกลุ่มของฤดูกาลนี้โดยหวังว่าจะชดเชยเวลาที่เสียไป และมีประวัติความสำเร็จในยุโรป เนื่องจากพวกเขาเป็นสโมสรเดียวที่คว้าแชมป์การแข่งขันสโมสรยูฟ่ารายการใหญ่ทั้งสี่รายการ

เอ็นโซ มาเรสกาเสริมแนวรุกของเขาในช่วงซัมเมอร์นี้ด้วยการเซ็นสัญญากับเจา เปโดร, เลียม เดแลป และเจมี กิตเทนส์ โดยหวังว่าจะเสริมความแข็งแกร่งให้เชลซีในประเทศและในยุโรป

อันดับค่าสัมประสิทธิ์สโมสรยูฟ่า: อันดับ 14

ลิเวอร์พูล

แชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้วจะหมายมั่นปั้นมือที่จะคว้าแชมป์ยุโรป หลังจากถูกเขี่ยตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายของแชมเปียนส์ลีก 2024-25 โดยเปแอสเช

ในฤดูกาลแรกของอาร์เน สล็อตกับหงส์แดง เขาจัดการผ่านเข้ารอบแบ่งกลุ่มที่เพิ่งเปิดตัวได้อย่างสบายๆ โดยจบอันดับหนึ่งจาก 36 ทีม

อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้ราบรื่นสำหรับสล็อตและทีมของเขาเมื่อพวกเขาพบกับเปแอสเช แชมป์ในที่สุดในเกมรอบน็อกเอาต์เปิดสนาม

ในรูปแบบใหม่เมื่อฤดูกาลที่แล้ว บาเยิร์น มิวนิก อันดับ 12 เข้ารอบได้ไกลกว่าหงส์แดง ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของแชมเปียนส์ลีกรูปแบบใหม่

มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปในฤดูกาลนี้? ลิเวอร์พูลได้เพิ่มฟลอเรียน เวิร์ตซ์, เจเรมี ฟริมปง, มิโลส เคอร์เคซ, อูโก เอกิติเก และโจวานนี เลโอนี เข้ามาในทีมเพื่อหวังที่จะคว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 8

อันดับค่าสัมประสิทธิ์สโมสรยูฟ่า: อันดับ 5

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

เป็นฤดูกาลที่ค่อนข้างน่าผิดหวังสำหรับทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของเป๊ป กวาร์ดิโอลา เมื่อฤดูกาลที่แล้ว อันดับสามในพรีเมียร์ลีก ตกรอบแชมเปียนส์ลีกในรอบเพลย์ออฟน็อกเอาต์กับเรอัล มาดริด และไม่มีถ้วยรางวัลใดๆ ให้โอ้อวด

ซิตี้ที่คว้าแชมป์แชมเปียนส์ลีกปี 2023 ดูเหมือนจะพลิกหน้าใหม่ในฤดูกาลนี้เมื่อพวกเขาเดินหน้าต่อไปโดยไม่มีเควิน เดอ บรอยน์ จอมทัพแดนกลาง

กวาร์ดิโอลาได้เสริมทัพด้วยการมาถึงของรายัน แชร์กี, รายัน ไอต์-นูรี และทิยานี ไรจ์เดอร์ส

หลังจากช่วงเวลาที่ยากลำบากเมื่อฤดูกาลที่แล้ว การผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายจะเป็นก้าวที่ถูกต้องสำหรับซิตี้ ด้วยผู้เล่นใหม่และไรจ์เดอร์สที่เล่นในบทบาทของเดอ บรอยน์ ซิตี้จะสามารถคว้าแชมป์แชมเปียนส์ลีกสมัยที่สองได้หรือไม่?

อันดับค่าสัมประสิทธิ์สโมสรยูฟ่า: อันดับ 4

นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด

ทีมของเอ็ดดี้ ฮาวได้สัมผัสกับฟุตบอลแชมเปียนส์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปีในฤดูกาล 2023-24 และมีผลงานที่โดดเด่นในรอบแบ่งกลุ่ม รวมถึงชัยชนะ 4-1 ที่มีชื่อเสียงเหนือทีมเปแอสเชที่นำโดยคีเลียน เอ็มบัปเป้ ที่สนามเซนต์เจมส์พาร์ก

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจในช่วงซัมเมอร์ของพวกเขาไม่ได้สะท้อนถึงสถานะการกลับมาในฐานะสโมสรแชมเปียนส์ลีก โดยมีการปฏิเสธจากเป้าหมายกองหน้าหลายราย รวมถึงอูโก เอกิติเก และเจา เปโดร ที่เซ็นสัญญากับลิเวอร์พูลและเชลซีในที่สุด

นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวยาวนานเกี่ยวกับอเล็กซานเดอร์ อิซัค กองหน้าตัวเก่ง ซึ่งหลังจากดูเหมือนว่าจะอยู่ต่อที่ไทน์ไซด์เมื่อทีมสาลิกาดงคว้าอันดับท็อปไฟว์ในเดือนพฤษภาคม กำลังผลักดันให้ย้ายไปลิเวอร์พูล

โดยรวมแล้ว นิวคาสเซิลไม่ได้อยู่ในสถานะที่ดีที่สุดสำหรับการกลับสู่ฟุตบอลแชมเปียนส์ลีก แต่ไม่มีทีมใดอยากเผชิญกับการเริ่มต้นที่ยากลำบากที่สามารถกลืนกินทีมเยือนในค่ำคืนยุโรปที่ยิ่งใหญ่ที่เซนต์เจมส์

อันดับค่าสัมประสิทธิ์สโมสรยูฟ่า: อันดับ 85

ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์

ท็อตแนมกลับสู่แชมเปียนส์ลีกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023 หลังจากบันทึกผลงานที่แย่ที่สุดในพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม สเปอร์สจบฤดูกาล 2024-25 ในฐานะแชมป์ยูโรปาลีก ซึ่งทำให้พวกเขาได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันชั้นนำในปีนี้

โทมัส แฟรงค์ บอสคนใหม่กำลังมุ่งหน้าสู่ดินแดนที่ไม่คุ้นเคย ชาวเดนมาร์กไม่เคยคุมทีมในการแข่งขันที่ทุกคนปรารถนาในยุโรป อันที่จริง ก่อนที่จะนำท็อตแนมไปสู่ความพ่ายแพ้ในการดวลจุดโทษซูเปอร์คัพกับเปแอสเชเมื่อต้นเดือนนี้ ประสบการณ์ในทวีปของเขามีเพียงการคุมทีมบรอนด์บีในรอบคัดเลือกยูโรปาลีกเท่านั้น

แต่มันก็เป็นไปด้วยดีสำหรับแฟรงค์ที่สโมสรทางเหนือของลอนดอน การมาของโจอัว ปาลินญา และโมฮัมเหม็ด คูดุส นำทางให้สเปอร์สคว้าชัยชนะ 2 นัดติดต่อกันในพรีเมียร์ลีก แต่พวกเขาจะนำฟอร์มในประเทศไปสู่ยุโรปได้หรือไม่?

อันดับค่าสัมประสิทธิ์สโมสรยูฟ่า: อันดับ 31

สำหรับ ทำนายผลงานสโมสรอังกฤษในแชมเปียนส์ลีก นี้อาจจะเป็นเรื่องที่คาดเดาได้ยาก แต่เชื่อว่าทุกทีมจะทำเต็มที่อย่างแน่นอน

การ ทำนายผลงานสโมสรอังกฤษในแชมเปียนส์ลีก ยังคงเป็นที่สนใจของแฟนบอลทั่วโลก

สุดท้ายนี้ การ ทำนายผลงานสโมสรอังกฤษในแชมเปียนส์ลีก เป็นเพียงการคาดการณ์ส่วนตัว โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม

รับชมไฮไลท์ของการแข่งขันแชมเปียนส์ลีกทุกนัดตั้งแต่เวลา 22:00 น. ในวันพุธทาง BBC iPlayer และเว็บไซต์และแอป BBC Sport

นอกจากนี้ จะมีการแข่งขันแชมเปียนส์ลีกประจำวันทาง BBC One ในวันพุธ ตั้งแต่เวลา 22:40 น. ถึง 00:00 น.

ที่มา – Predict how English clubs will fare in Champions League

ด่วน! ผบก.น.2 สั่งเด้ง 5 เสือ สน.ดอนเมือง


ผู้การ บก.น.2 สั่งย้ายด่วน 5 เสือ สน.ดอนเมือง เซ่นปมปกครองบุกทลายบ่อนดอนเมืองชื่อดัง งานนี้เรื่องใหญ่!

จากกรณีที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ กรมการปกครอง บุกทลายบ่อนดอนเมืองเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา กลายเป็นข่าวใหญ่โต ล่าสุดมีการสั่งย้ายด่วนเกิดขึ้นแล้ว

ผบก.น.2 สั่งเด้ง 5 เสือ สน.ดอนเมือง จริงหรือ?

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 พล.ต.ต.เจษฎา สวยสม ผบก.น.2 ได้ลงนามในคำสั่งย้าย 5 เสือ สน.ดอนเมือง จริง! โดยมีรายละเอียดในคำสั่งที่ 239/2568 ดังนี้

ใจความสำคัญของคำสั่งระบุถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 22.00 น. ที่เจ้าหน้าที่กรมการปกครองและตำรวจ สน.ดอนเมือง ร่วมกันจับกุมนักพนัน บริเวณซอยสรงประภา 1 ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของ สน.ดอนเมือง ทำให้เกิดคำถามถึงประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปราม

เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ จึงมีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจทั้ง 5 นาย ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 โดยขาดจากต้นสังกัดเดิม จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

ใครบ้างที่โดนเด้งจาก สน.ดอนเมือง?

  • พันตำรวจเอก ภูวดล อุ่นโพธิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลดอนเมือง
  • พันตำรวจโท คณิณ ค้ำคูณ รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาล
  • พันตำรวจโท อำนาจ ฉ่ำชะเอม รองผู้กำกับการสืบสวน สถานีตำรวจนครบาลดอนเมือง
  • พันตำรวจตรี กิตติศักดิ์ จันทจิต สารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาล
  • พันตำรวจตรี ภาคิน ดอกไม้ สารวัตรสืบสวน สถานีตำรวจนครบาลดอนเมือง

นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจรักษาราชการแทนในตำแหน่งต่างๆ ดังนี้

  • พันตำรวจเอก เรวัตร จิตรเอื้อ รักษาราชการแทน ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลดอนเมือง
  • พันตำรวจโท รุ่งโรจน์ อำรุงแคว้น รักษาราชการแทน รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลดอนเมือง
  • พันตำรวจโท เปรมศักดิ์ ทองอ่อน รักษาราชการแทน รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลดอนเมือง
  • พันตำรวจโท พลภัทร แก้วอาษา รักษาราชการแทน สารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลดอนเมือง
  • พันตำรวจตรี ธนภัทร กำลังแรง รักษาราชการแทน สารวัตรสืบสวนสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลดอนเมือง

คำสั่งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ.2568 เป็นต้นไป

เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจังในการปราบปรามอบายมุขและรักษาความสงบเรียบร้อยในสังคม การที่ ผบก.น.2 สั่งเด้ง 5 เสือ สน.ดอนเมือง แสดงให้เห็นว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย และทุกหน่วยงานต้องทำงานอย่างเต็มที่เพื่อประโยชน์ของประชาชน

การบุกทลายบ่อนดอนเมืองในครั้งนี้เป็นเหมือนสัญญาณเตือนให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายต้องตระหนักว่า ไม่มีที่ยืนในสังคม และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการอย่างเข้มงวดเพื่อให้สังคมไทยน่าอยู่มากยิ่งขึ้น

งานนี้ต้องติดตามกันต่อไปว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะส่งผลดีต่อการปราบปรามอาชญากรรมในพื้นที่ดอนเมืองมากน้อยแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ เรื่อง ผบก.น.2 สั่งเด้ง 5 เสือ สน.ดอนเมือง กลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ไปแล้ว

ที่มา – ผบก.น.2 สั่งเด้งแล้ว 5 เสือ “สน.ดอนเมือง” เซ่นปกครองบุกจับบ่อนในตำนาน

ภูมิธรรม: ไม่เคยได้ยินซื้อเสียงโหวต 2 พันล้าน

รักษาการนายกฯ ลั่น อย่าไปคิดสิ่งที่ยังไม่เกิด ถามกลับใครพูดปมซื้อเสียงโหวต 2,000 ล้าน หวังล้มรัฐบาลหากมีการโหวตนายกฯ ใหม่ มอง สส.เพื่อไทยเชื่อ “แพทองธาร” บริสุทธิ์ใจ ไม่มีใครรู้ผลศาลจะเป็นอย่างไร

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 28 สิงหาคม 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงกระแสข่าวมีการซื้อเสียงโหวต 2,000 ล้านบาท เพื่อล้มรัฐบาล หากมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี โดยนายภูมิธรรม ย้อนถามสื่อว่า “ใครหรอครับ บอกมาเลย ผมจะได้ไปเจอ ผมยังไม่เคยได้ยินเรื่องนี้”

ผู้สื่อข่าวถามต่อกังวลหรือไม่หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม วันที่ 29 สิงหาคม 2568 แล้วต้องเลือกนายกรัฐมนตรีใหม่อาจมีการพลิกขั้ว นายภูมิธรรม กล่าวว่า อย่าไปคิดสิ่งที่ยังไม่เกิด ตรงนั้นจะเกิดเมื่อ น.ส.แพทองธาร มีความผิด ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่ามีความผิดหรือไม่ เอาไปทีละขั้นตอน

ส่วนคำถามถึงกรณีที่ สส.พรรคเพื่อไทย จะนั่งรถบัสจากพรรคเพื่อไทยมาให้กำลังใจ น.ส.แพทองธาร ที่ทำเนียบรัฐบาลนั้น นายภูมิธรรม ตอบว่า ตนไม่ทราบ คงมาให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี ที่ผ่านมาตนไม่ได้เข้าพรรคเลยเพราะมีภารกิจเยอะ จึงไม่ทราบว่าเขาคุยอะไรกัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงเรื่องที่มีการมองกันว่าบรรดา สส. รู้ผลล่วงหน้าแล้ว นายภูมิธรรม ระบุว่า อย่าไปคิดอย่างนั้น ตนเชื่อว่า สส.พรรคเพื่อไทย เชื่อในความตั้งใจและความบริสุทธิ์ใจของนายกรัฐมนตรี เชื่อว่าข้อกล่าวหาไม่ใช่ปัญหา ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างประเทศหลายส่วนก็บอกว่าเป็นเรื่องธรรมดาทางการทูต ดังนั้น สส. จึงมั่นใจและคิดว่าจะประสบความสำเร็จ เลยอยากมาแสดงความยินดี ทั้งนี้ ไม่มีใครรู้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะใช้ดุลพินิจอย่างไร

ไม่เคยได้ยินซื้อเสียงโหวต 2,000 ล้าน ล้มรัฐบาล มองเพื่อไทยเชื่อนายกฯ บริสุทธิ์ใจ

จากกรณีที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับ ซื้อเสียงโหวต 2,000 ล้าน เพื่อล้มรัฐบาลที่อาจเกิดขึ้นในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่นั้น นายภูมิธรรม เวชยชัย ได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว โดยเน้นย้ำว่าตนเองไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน และยังตั้งคำถามกลับไปยังผู้ที่ปล่อยข่าวนี้อีกด้วย

ภูมิธรรมตอบประเด็นซื้อเสียงโหวต 2,000 ล้าน

นอกจากนี้ นายภูมิธรรมยังกล่าวถึงกรณีที่ สส. พรรคเพื่อไทยเดินทางมาให้กำลังใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร โดยเชื่อว่าเป็นการแสดงออกถึงความมั่นใจและความเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ใจของนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม นายภูมิธรรมย้ำว่า ผลการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญยังเป็นสิ่งที่ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความไม่แน่นอนสูง การคาดการณ์หรือการด่วนสรุปใดๆ อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดและความสับสนได้ สิ่งสำคัญคือการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้าน เพื่อให้สามารถวิเคราะห์สถานการณ์และตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง

ประเด็นเรื่อง ซื้อเสียงโหวต 2,000 ล้าน บาทเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและต้องพิจารณาด้วยความระมัดระวัง การแพร่กระจายข่าวสารที่ไม่ได้รับการยืนยันอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและเสถียรภาพทางการเมืองได้ ดังนั้น จึงควรตรวจสอบข้อมูลและแหล่งข่าวอย่างถี่ถ้วนก่อนที่จะเชื่อหรือเผยแพร่ข้อมูลใดๆ ต่อไป การแสดงความเห็นหรือการตัดสินใจใดๆ ควรอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดและการสร้างความขัดแย้ง

การติดตามสถานการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิดและการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้านเป็นสิ่งสำคัญสำหรับประชาชนทุกคน เพื่อให้สามารถเข้าใจถึงความเป็นไปของสถานการณ์และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในระบอบประชาธิปไตยได้อย่างมีประสิทธิภาพ การแสดงความคิดเห็นและการถกเถียงกันอย่างสร้างสรรค์เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการพัฒนาสังคมและการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น

ที่มา – ไม่เคยได้ยินซื้อเสียงโหวต 2,000 ล้าน ล้มรัฐบาล มองเพื่อไทยเชื่อนายกฯ บริสุทธิ์ใจ

“ภูมิธรรม” ปัดจับบ่อนดอนเมืองโยงโยกย้ายตำรวจ

“ภูมิธรรม” ปัดจับบ่อนดอนเมือง โยงแต่งตั้งโยกย้ายโผตำรวจ ชี้ เป็นนโยบายที่ต้องทำอยู่แล้ว แจงฝ่ายปกครองที่ได้รับการร้องจากชาวบ้าน ย้ำ ไม่เกี่ยวข้องการเมือง

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 28 สิงหาคม 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีฝ่ายปกครองลงพื้นที่บุกจับบ่อนการพนันย่านดอนเมืองเมื่อคืนที่ผ่านมา (27 สิงหาคม 2568) เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจที่จะมีการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) วันนี้หรือไม่ ว่า ไม่เกี่ยว การปราบปรามผู้มีอิทธิพล บ่อนการพนัน คอลเซ็นเตอร์ และสถานบันเทิงที่มั่วสุมยาเสพติด เป็นนโยบายที่ต้องทำอยู่แล้ว เมื่อมีเวลาออกจากสถานทูตนิวซีแลนด์ตนเดินทางไปทันที ได้เห็นการทำงานของเจ้าหน้าที่ เห็นปัญหา จะได้นำมาประกอบในการวางแผนทำงาน ไม่เกี่ยวกับเรื่องโยกย้าย อันนั้นว่าไปตามระบบอยู่แล้ว

เมื่อถามถึงกระแสข่าวเตรียมจะมีคำสั่งย้าย พล.ต.ต.เจษฎา สวยสม ผบก.น.2 และ พ.ต.อ.ภูวดล อุ่นโพธิ ผกก.ดอนเมือง ให้มาช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบัญชาการตำรวจนครบาล กรณี ผบก.น.2 มีชื่อในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจครั้งนี้หรือไม่ นายภูมิธรรม ตอบว่า ตนยังไม่ทราบ เรื่องนี้เป็นไปตามกระบวนการ

ทางด้านคำถามว่าการบุกจับบ่อนเป็นการสนธิกำลังร่วมกับตำรวจ หรือมีเพียงเจ้าหน้าที่ของฝ่ายปกครอง นายภูมิธรรม ระบุว่า เริ่มต้นจากฝ่ายปกครองที่ได้รับการร้องทุกข์มาจากชาวบ้านแถบนั้น จากนั้นทำการสืบสวนสอบสวนกระทั่งมั่นใจในข้อมูล ส่วนคำถามว่าเป็นเพราะชาวบ้านไม่ไว้ใจตำรวจใช่หรือไม่ ถึงมาแจ้งพนักงานฝ่ายปกครองแทน นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่ใช่ เพราะทางผู้กำกับและรองผู้กำกับ สน.ดอนเมือง ก็เดินทางมา เราไม่มีเรื่องไว้ใจหรือไม่ไว้ใจ อย่างไรก็ตาม ในประเด็นคำถามว่า การจับบ่อนครั้งนี้มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ นายภูมิธรรม บอกว่า ไม่มีการเมือง.

“ภูมิธรรม” ปัดจับบ่อนดอนเมืองโยงโยกย้ายตำรวจ ย้ำ ไม่เกี่ยวข้องการเมือง

จากกรณีที่ฝ่ายปกครองได้ทำการบุกจับบ่อนการพนันในย่านดอนเมืองเมื่อคืนที่ผ่านมา (27 สิงหาคม 2568) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมากล่าวถึงประเด็นดังกล่าว โดยยืนยันว่าการดำเนินการครั้งนี้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจที่จะมีการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ในวันนี้

นายภูมิธรรม กล่าวว่า การปราบปรามผู้มีอิทธิพล บ่อนการพนัน คอลเซ็นเตอร์ และสถานบันเทิงที่มั่วสุมยาเสพติด เป็นนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญและต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง การที่ฝ่ายปกครองลงพื้นที่จับบ่อนดอนเมืองเป็นไปตามนโยบายดังกล่าว และเป็นผลมาจากการได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจับบ่อนดอนเมือง

นายภูมิธรรมยังได้ชี้แจงถึงกระแสข่าวเกี่ยวกับการย้าย พล.ต.ต.เจษฎา สวยสม ผบก.น.2 และ พ.ต.อ.ภูวดล อุ่นโพธิ ผกก.ดอนเมือง ให้มาช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยระบุว่าเรื่องนี้เป็นไปตามกระบวนการ และตนเองยังไม่ทราบรายละเอียด

ในส่วนของการดำเนินการจับกุม นายภูมิธรรม กล่าวว่า เริ่มต้นจากฝ่ายปกครองที่ได้รับการร้องทุกข์จากชาวบ้านในพื้นที่ และได้ทำการสืบสวนสอบสวนจนมั่นใจในข้อมูลก่อนเข้าทำการจับกุม ทั้งนี้ นายภูมิธรรม ยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่ได้มีประเด็นเรื่องความไม่ไว้วางใจตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากผู้กำกับและรองผู้กำกับ สน.ดอนเมือง ก็ได้เดินทางมาร่วมในการดำเนินการด้วย

เมื่อถามถึงประเด็นทางการเมืองที่อาจเข้ามาเกี่ยวข้องกับการจับบ่อนดอนเมือง นายภูมิธรรม ยืนยันว่าไม่มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน การดำเนินการทั้งหมดเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชน

การออกมาแถลงการณ์ของนายภูมิธรรมในครั้งนี้ ถือเป็นการยืนยันความโปร่งใสในการทำงานของรัฐบาล และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมและสิ่งผิดกฎหมายต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสังคมและประชาชนโดยรวม การดำเนินการจับบ่อนดอนเมืองจึงเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการสร้างสังคมที่ปลอดภัยและน่าอยู่ยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม การจับบ่อนดอนเมืองครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการแก้ไขปัญหาการพนันในสังคมไทย ยังมีบ่อนการพนันอีกมากมายที่แอบแฝงอยู่ในหลายพื้นที่ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อให้สังคมไทยปลอดจากการพนันและอาชญากรรมที่เกี่ยวข้อง

ที่มา – “ภูมิธรรม” ปัดจับบ่อนดอนเมืองโยงโยกย้ายตำรวจ ย้ำ ไม่เกี่ยวข้องการเมือง

ทำเนียบขาวสั่งปลดผู้อำนวยการ CDC เซ่นปมขัดแย้ง

สถานการณ์ร้อนระอุในวงการสาธารณสุขสหรัฐฯ เมื่อทำเนียบขาวประกาศปลด ซูซาน โมนาเรซ ออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC) อย่างกะทันหัน ข่าวนี้สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่ว โดยมีรายงานว่าเธอถูกปลดเนื่องจาก “ไม่สอดคล้องกับวาระของประธานาธิบดี ในการทำให้อเมริกากลับมามีสุขภาพดีอีกครั้ง” การตัดสินใจครั้งนี้จุดชนวนให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับการเมืองในแวดวงวิทยาศาสตร์และสุขภาพ

เรื่องราวเริ่มซับซ้อนเมื่อกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐฯ ประกาศการจากไปของเธอก่อนหน้าที่จะมีการยืนยันใด ๆ จากโมนาเรซเอง ทนายความของเธอออกมาโต้แย้งว่าเธอไม่ได้รับแจ้งเรื่องการถูกปลด และยืนยันว่าจะไม่มีการลาออก พวกเขายังกล่าวหาว่าเธอถูกปลดเพราะปฏิเสธคำสั่งที่ “ขาดหลักวิทยาศาสตร์และอันตราย” และกล่าวหานายโรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ว่ากำลัง “ใช้องค์กรสาธารณสุขเป็นเครื่องมือ” การกล่าวหาที่รุนแรงเหล่านี้ยิ่งเพิ่มความตึงเครียดให้กับสถานการณ์

เพื่อยุติความสับสน ทำเนียบขาวจึงออกแถลงการณ์ยืนยันการปลดโมนาเรซออกจากตำแหน่งโดยตรง โดยระบุว่า “แถลงการณ์ของทนายความของซูซาน โมนาเรซ ทำให้เห็นชัดเจนว่าเธอไม่สอดคล้องกับวาระของประธานาธิบดี” การยืนยันนี้เป็นการตอกย้ำว่าความขัดแย้งระหว่างโมนาเรซกับรัฐบาลเป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้

ผลกระทบของการปลดผู้อำนวยการ CDC ครั้งนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเปลี่ยนตัวผู้บริหาร หลังข่าวการปลดแพร่สะพัดออกไป ผู้นำระดับสูงของ CDC อย่างน้อย 3 คน ได้ยื่นใบลาออกทันที ซึ่งรวมถึง เดบรา ฮาวรี หัวหน้าเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ ผู้ซึ่งเคยเตือนถึง “การเพิ่มขึ้นของข้อมูลที่ผิด” เกี่ยวกับวัคซีน และคัดค้านแผนการลดงบประมาณขององค์กร การลาออกครั้งนี้เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความไม่พอใจอย่างลึกซึ้งภายในองค์กร

นอกจากนี้ แดเนียล เจอร์นิแกน ผู้ดูแลศูนย์โรคติดเชื้อและโรคติดต่อจากสัตว์ และ ดีมีเทร ดาสกาลาคิส หัวหน้าศูนย์การสร้างภูมิคุ้มกันและโรคระบบทางเดินหายใจ ก็ได้ยื่นใบลาออก โดยให้เหตุผลว่าไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ “เนื่องจากการใช้องค์กรสาธารณสุขกำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือ” การลาออกหมู่ครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าความขัดแย้งไม่ได้จำกัดอยู่แค่ระดับบนสุดขององค์กรเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อบุคลากรสำคัญในหลายส่วน

การลาออกหมู่ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพกำลังแสดงความกังวลเกี่ยวกับแนวทางการสร้างภูมิคุ้มกันของ CDC ภายใต้การนำของรัฐมนตรีเคนเนดี ซึ่งเป็นผู้ที่ขึ้นชื่อว่าไม่เชื่อมั่นในวัคซีน ความกังวลนี้ยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อพิจารณาถึงบทบาทสำคัญของ CDC ในการควบคุมและป้องกันโรค

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) ได้อนุมัติวัคซีนโควิด-19 ตัวใหม่ แต่จำกัดกลุ่มเป้าหมาย โดยจะฉีดให้กับผู้สูงอายุเท่านั้น ส่วนผู้ใหญ่และเด็กที่ไม่มีปัญหาสุขภาพจะถูกยกเว้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของนายเคนเนดี ที่โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ว่า “การอนุญาตให้ใช้วัคซีนโควิดฉุกเฉินซึ่งเคยใช้เพื่อเป็นเหตุผลในการบังคับฉีดวัคซีนให้กับประชาชนทั่วไปในสมัยรัฐบาลไบเดน ได้ถูกยกเลิกแล้ว”

ซูซาน โมนาเรซ นับเป็นผู้อำนวยการ CDC คนแรกในรอบ 50 ปีที่ไม่ได้จบการศึกษาด้านแพทยศาสตร์ แต่เชี่ยวชาญด้านการวิจัยโรคติดเชื้อ เธอเพิ่งได้รับการแต่งตั้งและได้รับยืนยันจากวุฒิสภาเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และได้ช่วยปลอบขวัญพนักงาน CDC หลังจากสำนักงานใหญ่ถูกโจมตีด้วยอาวุธปืนโดยผู้ที่เชื่อว่าตนเองได้รับอันตรายจากวัคซีนโควิด ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 1 นาย.

ทำเนียบขาวสั่งปลดผู้อำนวยการ CDC เซ่นปมขัดแย้ง

การปลด ผู้อำนวยการ CDC และการลาออกหมู่ที่ตามมา ทำให้เกิดคำถามสำคัญเกี่ยวกับอนาคตของ CDC ภายใต้การนำของรัฐบาลชุดปัจจุบัน จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป? บทบาทของวิทยาศาสตร์และข้อมูลเชิงประจักษ์ในการตัดสินใจด้านสาธารณสุขจะยังคงมีความสำคัญหรือไม่? และผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อหน่วยงานสาธารณสุขจะเป็นอย่างไร?

ทำเนียบขาวสั่งปลดผู้อำนวยการ CDC จริงหรือ?

การที่ทำเนียบขาวสั่งปลดผู้อำนวยการ CDC แสดงให้เห็นถึงรอยร้าวที่ลึกซึ้งภายในองค์กร และอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและนโยบายของ CDC ในอนาคตอันใกล้นี้

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ ทำเนียบขาวสั่งปลดผู้อำนวยการ CDC ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายในการนำองค์กรด้านสาธารณสุขในยุคที่การเมืองเข้ามามีบทบาทมากขึ้น การรักษาสมดุลระหว่างความต้องการทางการเมืองกับหลักการทางวิทยาศาสตร์จึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้องค์กรสามารถปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องสุขภาพของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา – ทำเนียบขาวสั่งปลดผู้อำนวยการ CDC เซ่นปมขัดแย้งด้านสาธารณสุข

29 ส.ค. “อิ๊งค์” เข้าทำเนียบฯ ลุ้นผลศาล รธน.

“แพทองธาร ชินวัตร” เข้าทำเนียบฯ 29 ส.ค. รอลุ้นผลศาลรัฐธรรมนูญกรณีคลิปเสียง ด้าน สส.เพื่อไทย เปลี่ยนแปลงสถานที่ นัดรวมตัวที่ทำการพรรค ให้กำลังใจ “อิ๊งค์”

วันที่ 28 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีการเปิดเผยจากแหล่งข่าว ล่าสุดพรรคเพื่อไทยแจ้งขอเปลี่ยนแปลงนัดหมายจากเดิมที่วันพรุ่งนี้ (29 สิงหาคม 2568) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของพรรคเพื่อไทย จะนัดรวมตัวกันที่พรรค แล้วนั่งรถเข้าทำเนียบรัฐบาล ให้กำลังใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อรอลุ้นคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ที่นัดอ่านคำวินิจฉัยในเวลา 15.00 น.

ทั้งนี้ มีการเปลี่ยนแปลงโดยแจ้งในไลน์กลุ่มของ สส.พรรคเพื่อไทย ว่าจะไม่เข้ามาในทำเนียบรัฐบาลแล้ว แต่จะรวมตัวกันที่พรรคเพื่อไทย โดยส่วนใหญ่เห็นด้วย เพราะมีความสะดวกสบายเรื่องสถานที่ โดยมีการแจ้งให้ สส. ไปรวมตัวกันที่พรรคตั้งแต่ 16.00 น.

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า น.ส.แพทองธาร จะเข้าทำเนียบรัฐบาลพรุ่งนี้ในเวลา 14.00 น.

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงเป็นประเด็นที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่ 29 ส.ค. “อิ๊งค์” เข้าทำเนียบฯ ลุ้นผลศาล รธน. ซึ่งเป็นวันที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคดีที่เกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมืองที่สำคัญ การตัดสินใจของศาลในครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเสถียรภาพทางการเมืองและทิศทางของประเทศในอนาคต

นอกจากนี้ การที่ สส.พรรคเพื่อไทยมีการปรับเปลี่ยนแผนการรวมตัว โดยย้ายจากทำเนียบรัฐบาลไปเป็นที่ทำการพรรค แสดงให้เห็นถึงการเตรียมพร้อมและความรอบคอบในการรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น การรวมตัวกันที่พรรคยังเป็นการส่งสัญญาณให้เห็นถึงความสามัคคีและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของสมาชิกพรรค

29 ส.ค. “อิ๊งค์” เข้าทำเนียบฯ ลุ้นผลศาล รธน.

การตัดสินใจของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่จะเข้าทำเนียบฯ ในวันที่ 29 ส.ค. “อิ๊งค์” เข้าทำเนียบฯ ลุ้นผลศาล รธน. แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจและความพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น การปรากฏตัวของเธอในครั้งนี้ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำและความรับผิดชอบต่อสถานการณ์ทางการเมือง

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกี่ยวกับ 29 ส.ค. “อิ๊งค์” เข้าทำเนียบฯ ลุ้นผลศาล รธน.

สิ่งที่น่าสนใจคือการปรับเปลี่ยนแผนการรวมตัวของ สส.พรรคเพื่อไทย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการประเมินสถานการณ์และความยืดหยุ่นในการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป การเลือกที่จะรวมตัวกันที่พรรคอาจเป็นเพราะความสะดวกสบายและความเป็นส่วนตัวที่มากกว่า รวมถึงเป็นการหลีกเลี่ยงความวุ่นวายที่อาจเกิดขึ้นหากมีการรวมตัวกันที่ทำเนียบรัฐบาล

การตัดสินใจของศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 29 ส.ค. “อิ๊งค์” เข้าทำเนียบฯ ลุ้นผลศาล รธน. จะมีผลกระทบต่อการเมืองไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าผลการตัดสินจะเป็นอย่างไร สิ่งสำคัญคือทุกฝ่ายควรเคารพการตัดสินใจของศาลและร่วมกันหาทางออกเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้

สถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของความสามัคคีและความร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาของประเทศ การแบ่งฝักแบ่งฝ่ายและการสร้างความขัดแย้งจะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก สิ่งที่ประเทศไทยต้องการในขณะนี้คือความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน เพื่อที่จะสามารถก้าวข้ามอุปสรรคและสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับทุกคน

การที่ น.ส.แพทองธาร ตัดสินใจเข้าทำเนียบรัฐบาลในวันดังกล่าว ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อประเทศชาติ และพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายเพื่อนำพาประเทศไทยไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองต่อไป การรอคอยผลการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญจึงเป็นช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่ง ที่ทุกภาคส่วนควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือกับผลที่จะตามมา

ที่มา – 29 ส.ค. “อิ๊งค์” เข้าทำเนียบฯ ลุ้นผลศาล รธน. ด้าน สส.เพื่อไทย ปรับใหม่นัดรวมตัวที่พรรค