วัน: 29 สิงหาคม 2025

เพื่อไทยนำจัดตั้งรัฐบาล เล็งเสนอ “ชัยเกษม”

“ภูมิธรรม” แถลงย้ำ พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เล็งเสนอ “ชัยเกษม นิติสิริ” พรรคร่วมตบเท้า แต่ไร้เงา “กล้าธรรม” ร่วมแถลง

เมื่อเวลาประมาณ 18.20 น. วันที่ 29 สิงหาคม 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี นำพรรคร่วมรัฐบาล แถลงข่าวที่โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง ว่า จากสถานการณ์วันนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ตามที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้แสดงความรู้สึกไปแล้ว พวกเราทุกคนให้กำลังใจนายกฯ ในสถานการณ์ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ควรอย่างยิ่งที่จะต้องทำให้เกิดความต่อเนื่องในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชน เราไม่อยากให้เกิดสุญญากาศที่จะเป็นปัญหา โดยได้คุยกันแล้วเรายังจับมือที่จะร่วมกันเป็นรัฐบาลในช่วงรักษาการนี้ต่ออย่างถึงที่สุด เพื่อทำให้งานสามารถต่อเนื่องได้และไม่ให้มีผลกระทบต่อการแก้ปัญหาพี่น้องประชาชนที่สุด

“ผลการที่คุยกันเราตกลงกันว่า เราจะยังจับมือร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาลโดยให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการดำเนินการที่จะทำให้มีการจัดตั้งไปตามกระบวนการประชาธิปไตยอย่างถูกต้องอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ขึ้นมาบริหารประเทศนี่ก็เป็นหัวใจหลักสำคัญเราอยากให้กระบวนการประชาธิปไตยได้ดำเนินการไปต่อเนื่องและพวกเราก็จะดำเนินการอย่างนี้เป็นที่สุดโดยหลักก็เป็นแบบนี้”

นายภูมิธรรม กล่าวต่อไปว่า หลังจากนี้ต่อไปพรรคเพื่อไทยจะเป็นพรรคที่ดำเนินการต่อไปให้การเลือกนายกฯ แล้วเสร็จ โดยจะรายงานให้พรรคร่วมรัฐบาลทราบเป็นระยะ หากสภาฯ เปิดเมื่อไหร่การดำเนินการเลือกตั้งนายกฯ จะเป็นไปให้เร็วที่สุดเพื่อให้ระบอบประชาธิปไตยของรัฐบาลที่ทำงานให้พี่น้องประชาชนได้เดินหน้าต่อไปอย่างเร็วที่สุด

จากนั้นผู้สื่อข่าวถามถึงการแถลงวันนี้ที่ไม่มีพรรคกล้าธรรม นายภูมิธรรม ตอบว่า ตอนนี้ยังมีครบอยู่ จนกว่าจะมีความชัดเจน เป็นเพียงข่าวขึ้นมา ยังไม่ได้รับการรายงานอย่างเป็นทางการของพรรคกล้าธรรม เพราะฉะนั้นยังถือว่าเรายังจับมือกัน ส่วนจะเป็นอย่างไรต่อไปเป็นกระบวนการที่พรรคเพื่อไทยจะไปดำเนินการต่อ

ในคำถามว่ามีบางพรรคไปแสดงจุดยืนกับฝ่ายค้าน นายภูมิธรรม ระบุว่า วันนี้เราอย่าเพิ่งไปพิจารณาหรือดำเนินการในรายละเอียด หลักการตรงนี้สิ่งสำคัญคือทำให้ประเทศมีความเชื่อมั่นจากทุกฝ่าย และเรายังเชื่อมั่นว่ายังสามารถที่จะดำเนินการต่อไปได้ “พรรคเพื่อไทยมั่นใจว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้เหมือนเดิม ไม่มีปัญหาอะไร”

นายภูมิธรรม กล่าวต่อไปว่า ขั้นตอนจากนี้เป็นไปตามกระบวนการ พรรคเพื่อไทยต้องพิจารณาที่จะเสนอใคร ซึ่งยังเหลืออยู่อีก 1 คนคือ นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และยังมีอีกหลายๆ ส่วนที่เกี่ยวข้องในพรรคที่ร่วมรัฐบาล จะต้องไปดูในรายละเอียด ผู้สื่อข่าวถามต่อจะใช้เวลากี่วันในการรวบรวมรัฐบาล นายภูมิธรรม ตอบว่า ใช้เวลาเร็วที่สุด พร้อมย้ำถึงพรรคกล้าธรรมว่า ขณะนี้ยังไม่ได้เข้ามา แต่ก็ยังไม่ได้ยืนยันว่าจะไปหรือจะอยู่ ตนคิดว่ายังร่วมมือกันทำงานได้ต่อไป

นอกจากนี้ นายภูมิธรรม ยังกล่าวอีกว่า จะรู้แน่ชัดอีกทีวันที่ตัดสินใจเลือกนายกฯ ตอนนี้ใครไปกินข้าวกันก็เป็นเพื่อนกันหมด เรายังหาข้อสรุปนี้ไม่ได้ ตนคิดว่าต้องเป็นการแจ้งอย่างเป็นทางการของแต่ละพรรคการเมือง “ขอให้เชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยจะดำเนินหน้าที่อย่างเต็มที่ในการจัดตั้งรัฐบาลให้ได้โดยเร็วที่สุด” โดยหลังจากนี้รัฐมนตรียังคงทำหน้าที่ต่อไป รัฐบาลรักษาการจะมีการประชุม ครม.นัดพิเศษในวันพรุ่งนี้ (30 สิงหาคม)

ส่วนเงื่อนไขของพรรคประชาชน นายภูมิธรรม บอกว่า สิ่งใดที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ เป็นประโยชน์ต่อกระบวนการเสริมสร้างประชาธิปไตย พวกเราพร้อมสนับสนุนสิ่งนั้นได้ ขอให้มีการใช้ดุลพินิจพิจารณา เพราะยังต้องมีรายละเอียดอีก เมื่อถามว่าโควตารัฐบาลยังตำแหน่งเดิมหรือไม่ นายภูมิธรรม ระบุ ว่าไปตามกระบวนการประชาธิปไตย จากนั้นทั้งหมดได้ถ่ายรูปจับมือกัน และจบการแถลงข่าวในเวลา 18.27 น.

สำหรับผู้ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้ประกอบด้วย

พรรคเพื่อไทย

  • นายภูมิธรรม เวชยชัย
  • นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ
  • นายประเสริฐ จันทรรวงทอง
  • นางมนพร เจริญศรี
  • นายสมศักดิ์ เทพสุทิน
  • นายสรวงศ์ เทียนทอง
  • น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล
  • นายชูศักดิ์ ศิรินิล
  • น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์
  • นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล
  • น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์
  • นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์
  • นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ
  • นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช

พรรครวมไทยสร้างชาติ

  • นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค
  • นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์

พรรคประชาธิปัตย์

  • นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน
  • นายเดชอิศม์ ขาวทอง
  • นายชัยชนะ เดชเดโช

พรรคชาติไทยพัฒนา

  • นายวราวุธ ศิลปอาชา

พรรคประชาชาติ

  • พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง

พรรคชาติพัฒนา

  • นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ
  • นายเทวัญ ลิปตพัลลภ

เพื่อไทยนำจัดตั้งรัฐบาล เล็งเสนอ “ชัยเกษม”

ความคืบหน้าล่าสุด! เพื่อไทยนำจัดตั้งรัฐบาล เล็งเสนอ “ชัยเกษม”

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การที่พรรคเพื่อไทยนำจัดตั้งรัฐบาล เล็งเสนอ “ชัยเกษม” เป็นการตัดสินใจที่น่าจับตามอง และจะเป็นอย่างไรต่อไปต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด

การเพื่อไทยนำจัดตั้งรัฐบาล เล็งเสนอ “ชัยเกษม” นั้นแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการจัดตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุดเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประชาชน

การตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยในการเพื่อไทยนำจัดตั้งรัฐบาล เล็งเสนอ “ชัยเกษม” จะส่งผลต่อทิศทางทางการเมืองของประเทศในอนาคตอย่างแน่นอน

หลังจากนี้คงต้องจับตาดูว่าการเพื่อไทยนำจัดตั้งรัฐบาล เล็งเสนอ “ชัยเกษม” จะราบรื่นหรือไม่ และจะมีพรรคการเมืองใดเข้าร่วมรัฐบาลบ้าง

โดยสรุป การเพื่อไทยนำจัดตั้งรัฐบาล เล็งเสนอ “ชัยเกษม” เป็นก้าวสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และประชาชนคาดหวังว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา – เพื่อไทยนำจัดตั้งรัฐบาล เล็งเสนอ “ชัยเกษม” พรรคร่วมไร้เงา “กล้าธรรม” ร่วมแถลง

ภูมิใจไทยรับข้อเสนอ พรรคประชาชน ตั้งรัฐบาลใหม่

“พรรคภูมิใจไทย” แถลงการณ์ตอบรับข้อเสนอและเงื่อนไข 3 ประการของ “พรรคประชาชน” ในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่

ภายหลังจาก นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายไชยชนก ชิดชอบ และ ภราดร ปริศนานันทกุล เดินทางมาที่ทำการของพรรคประชาชน เพื่อพูดคุยอย่างเป็นทางการ กับหัวหน้าพรรคและคณะผู้บริหารของพรรคนั้น

ล่าสุด วันที่ 29 ส.ค. 2568 พรรคภูมิใจไทย ได้ออกแถลงการณ์เรื่อง “พรรคภูมิใจไทย ตอบรับข้อเสนอและเงื่อนไขพรรคประชาชน จัดตั้งรัฐบาลใหม่” โดยระบุว่า

“พรรคภูมิใจไทย โดยมติคณะกรรมการบริหารพรรค ร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มอบหมายให้นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรค และ นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค รับข้อเสนอของพรรคประชาชน และดำเนินการรวบรวมเสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคประชาชน ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากที่สุดของสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้สนับสนุนหลัก

โดยความชอบธรรมและประเพณีปฏิบัติทางการเมือง พรรคประชาชน ในฐานะพรรคการเมือง ที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นอันดับ 1 มีสิทธิที่จะรวบรวมเสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อจัดตั้งรัฐบาลเป็นลำดับแรก แต่เนื่องจากข้อจำกัดของกฎหมาย ทำให้พรรคประชาชนไม่สามารถเสนอบุคคลซึ่งเป็นสมาชิกพรรคประชาชนให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาลงมติเป็นนายกรัฐมนตรีได้

พรรคประชาชน จึงเสนอแนวทางการสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาล ตามที่ได้ประกาศให้ทราบทั่วกันแล้ว ซึ่งพรรคภูมิใจไทยได้หารือกับพรรคการเมืองบางพรรคและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนหนึ่ง เห็นตรงกันว่าสามารถรับข้อเสนอของพรรคประชาชน เพื่อนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของประเทศและประชาชน จากนั้นจะยุบสภาผู้แทนราษฎร จัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป คืนอำนาจให้ประชาชนตัดสินใจทางการเมืองตามกำหนดเวลาที่พรรคประชาชนเสนอ

หลังจากพรรคภูมิใจไทย รับข้อเสนอของพรรคประชาชนในวันนี้แล้ว จะเชิญพรรคการเมืองต่างๆ มาหารือขอรับการสนับสนุนจัดตั้งรัฐบาล เพื่อบริหารประเทศในสถานการณ์ที่มีปัญหาภัยความมั่นคง ภัยเศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติ และภัยสังคม ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ให้พ้นจากระยะวิกฤต แล้วจะคืนอำนาจให้ประชาชนได้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งเป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขต่อไป

พรรคภูมิใจไทย ขอเรียนว่านโยบายและภารกิจหลักของรัฐบาลใหม่ ที่จะจัดตั้งขึ้นโดยการสนับสนุนของพรรคประชาชน มี 3 ประการ ซึ่งเป็นสาระสำคัญที่จะได้นำไปหารือกับพรรคการเมืองอื่นๆ เพื่อพิจารณาร่วมจัดตั้งรัฐบาลได้แก่

1. การแก้ปัญหาความมั่นคง กรณีพิพาทไทย-กัมพูชา

2. การจัดทำประชามติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญโดยเร็ว

3. การยุบสภาผู้แทนราษฎร คืนอำนาจให้ประชาชนตัดสินใจทางการเมืองภายในเวลา 4 เดือน นับจากรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเสร็จสิ้น

พรรคภูมิใจไทย ขอขอบคุณพรรคประชาชนที่ได้นำเสนอแนวทางจัดตั้งรัฐบาล เพื่อให้การเมืองไทยดำเนินไปตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขได้อย่างราบรื่น และขอใช้โอกาสนี้เชิญชวนพรรคการเมืองทุกพรรคและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เพื่อแก้วิกฤติของประเทศ แก้ปัญหาของประชาชน และคืนอำนาจให้ประชาชนในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตยได้ตัดสินใจทางการเมืองอีกครั้งหนึ่ง”.

พรรคภูมิใจไทยรับข้อเสนอ พรรคประชาชน ตั้งรัฐบาลใหม่

จากแถลงการณ์ล่าสุด พรรคภูมิใจไทยได้ตอบรับเงื่อนไขของพรรคประชาชนในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งมีประเด็นสำคัญคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการคืนอำนาจให้ประชาชนภายใน 4 เดือน การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการแก้ไขวิกฤตของประเทศ แต่คำถามคือพรรคการเมืองอื่นๆ จะเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้หรือไม่

เงื่อนไขและข้อเสนอ พรรคภูมิใจไทยรับข้อเสนอ พรรคประชาชน

พรรคภูมิใจไทยได้ตอบรับข้อเสนอและเงื่อนไขของพรรคประชาชนในการจัดตั้งรัฐบาล โดยมีเงื่อนไขหลัก 3 ประการ ได้แก่ การแก้ไขปัญหาความมั่นคงกรณีพิพาทไทย-กัมพูชา การจัดทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการยุบสภาผู้แทนราษฎรภายใน 4 เดือน การตอบรับข้อเสนอนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหาของประเทศอย่างเร่งด่วน

การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ภายใต้การสนับสนุนของพรรคประชาชนนั้น มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าของประเทศและประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาภัยความมั่นคง ภัยเศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติ และภัยสังคม ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน การแก้ไขปัญหาเหล่านี้ถือเป็นภารกิจสำคัญของรัฐบาลใหม่

หลังจากที่พรรคภูมิใจไทยได้ พรรคภูมิใจไทยรับข้อเสนอ พรรคประชาชน แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเชิญพรรคการเมืองต่างๆ มาร่วมหารือและขอรับการสนับสนุนในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งจะต้องมีการพิจารณาถึงนโยบายและภารกิจหลักของรัฐบาลใหม่ เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ การที่พรรคภูมิใจไทย พรรคภูมิใจไทยรับข้อเสนอ พรรคประชาชน ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยการคืนอำนาจให้ประชาชนได้ตัดสินใจทางการเมืองผ่านการเลือกตั้ง

การตัดสินใจของพรรคภูมิใจไทยในครั้งนี้ จะมีผลต่อการเมืองไทยในอนาคตอย่างแน่นอน การที่ พรรคภูมิใจไทยรับข้อเสนอ พรรคประชาชน เพื่อการจัดตั้งรัฐบาลนั้น แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหาของประเทศ และความมุ่งมั่นในการรักษาระบอบประชาธิปไตย อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของการจัดตั้งรัฐบาลและความสามารถในการแก้ไขปัญหาต่างๆ นั้น ยังคงต้องขึ้นอยู่กับการร่วมมือของทุกฝ่าย

การเมืองไทยยังคงต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะการ พรรคภูมิใจไทยรับข้อเสนอ พรรคประชาชน เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น และยังมีอีกหลายขั้นตอนที่ต้องดำเนินการต่อไป เพื่อให้การเมืองไทยกลับคืนสู่ความมั่นคงและสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง

ที่มา – “พรรคภูมิใจไทย” ตอบรับข้อเสนอ-เงื่อนไข “พรรคประชาชน” จัดตั้งรัฐบาลใหม่

บอร์ดกลาโหมไฟเขียว! ลงนาม “โผทหาร” ตาม ผบ.เหล่าทัพ

“พล.อ.ณัฐพล” เผยลงนาม“โผทหาร” ตามที่คาด ผบ.เหล่าทัพเสนอ คาด “อุกฤษฎ์” ขึ้น ผบ.ทสส. – “เสกสรร” ผบ.ทอ. – ไพโรจน์ ผบ.ทร. ขยับ 2 แม่ทัพ “วรยศ-วีระยุทธ์” รับสถานการณ์ชายแดนกัมพูชา จับตา 5 เสือ ทบ. วาง “อมฤต-ณรงค์ฤทธิ์” รอชิง ผบ.ทบ. ปี 70

วันที่ 29 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงกลาโหมว่า เมื่อเวลา 13:35 น. ก่อนการประชุมสภากลาโหม พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหมและรักษาการรมช.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพล โดยมี พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ร่วมประชุม โดยใช้เวลาหารือประมาณ 45 นาที หลังจากนั้นจึงเข้าประชุมสภากลาโหม ในเวลา 14.20 น. ซึ่งเป็นช่วงที่ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมอ่านคำวินิจฉัยคดี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ซึ่งมีคำวินิจฉัยพ้นตำแหน่ง และ ครม.พ้นจากตำแหน่งยกชุด

ต่อมา พล.อ.ณัฐพล เปิดเผยถึงการประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพลว่าวันนี้เป็นการพูดคุยและพิจารณากันครั้งสุดท้าย โดยที่ผ่านมาก็มีการพูดคุยกันเป็นระยะ ซึ่งการหารือเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีข้อขัดแย้งใด ๆ ทั้งสิ้น โดยคำนึงถึงแผนปรับลดนายพล ซึ่งในปี พ.ศ. 2551 เรามีตำแหน่งระดับผู้ทรงคุณวุฒิ 756 คน และเป้าหมายคือในปี 2571 ต้องเหลือ 378 คน ซึ่งเป็นไปตามลำดับ และปีนี้ยังลดได้ตามเป้า แต่ทั้งนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ละเอียดได้ ต้องรอพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ จึงจะสามารถเปิดเผยได้

พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่าการจัด“โผทหาร”ครั้งนี้เป็นไปตามที่ ผบ.เหล่าทัพเสนอ ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เนื่องจากได้มีการพูดคุยกันเป็นระยะ และขอความร่วมมือ ผบ.เหล่าทัพที่กำลังจะเกษียณอายุราชการว่า อยากให้สร้างกองทัพที่มีความเหมาะสม มีความพร้อมรบ ในการปฏิบัติการรับมือภัยทุกชนิด หลายรูปแบบ โดยเฉพาะสถานการณ์ในปัจจุบัน เพราะฉะนั้น การปรับย้ายครั้งนี้จึงมีความพิเศษ คือปรับกำลังพลให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่มีความตึงเครียดบริเวณชายแดนทั้งด้านตะวันออกและด้านตะวันตก เนื่องจากในสถานการณ์ปกติ เราปรับย้ายโดยคำนึงถึงหลักอาวุโส แต่ปัจจุบันต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถ บุคลิกภาพประกอบด้วย

“โผทหาร” ไฟเขียวตามที่ ผบ.เหล่าทัพ เสนอ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารที่เสนอให้พิจารณาเห็นชอบ ได้แก่

พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ เป็น ปลัดกระทรวงกลาโหม

พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด

พล.อ.อ.เสกสรร คันธา เป็นผู้บัญชาการทหารอากาศ

พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ เป็นผู้บัญชาการทหารเรือ

ขณะที่กองทัพบก ซึ่งยังไม่มีการเปลี่ยนผู้บัญชาการทหารบก เนื่องจาก พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ยังไม่เกษียณอายุราชการ แต่จะมีการปรับเปลี่ยนในส่วนของ 5 เสือทบ.

โดยมีชื่อของ พล.อ.ชิษณุพงษ์ รอดศิริ ผช.ผบ.ทบ. ขึ้นเป็น รองผบ.ทบ.

พล.ท.อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 เป็น ผช.ผบ.ทบ.

พล.ท.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผบ.นสศ. เป็น ผช.ผบ.ทบ.

พล.ท.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เป็นเสนาธิการทหารบก

โดยมีชื่อ พล.ท.วรยศ เหลืองสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 1 เป็นแม่ทัพภาคที่ 1

และ พล.ท.วีระยุทธ์ รักศิลป์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 ขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 2

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “โผทหาร”

การอนุมัติ“โผทหาร”ครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเตรียมความพร้อมของกองทัพในการรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นตามแนวชายแดน การปรับย้ายโดยคำนึงถึงความรู้ความสามารถและบุคลิกภาพของบุคคลากรเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่ากองทัพมีความพร้อมสูงสุดในการปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติ

การพิจารณา“โผทหาร”ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในการวางแผนและการเตรียมความพร้อมของกองทัพ การปรับลดจำนวนนายพลตามแผนที่วางไว้ก็เป็นสัญญาณที่ดีของการปฏิรูปกองทัพให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งสำคัญในกองทัพย่อมส่งผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจของกำลังพล การสื่อสารที่ชัดเจนและความโปร่งใสในการตัดสินใจจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกฝ่ายเข้าใจและพร้อมที่จะสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น

ที่มา – “บิ๊กเล็ก” เผยบอร์ด 6 เสือ กห. ลงนาม “โผทหาร” ไฟเขียวตามที่ ผบ.เหล่าทัพ เสนอ

ฟอเรสต์ ปะทะ มัลโม่ คืนสู่ยุโรป!


ฟอเรสต์ ปะทะ มัลโม่ คืนสู่ยุโรป!

น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ เตรียมพบกับ มัลโม่ ในรอบแบ่งกลุ่มของศึกยูโรปา ลีก ซึ่งเป็นการกลับคืนสู่เวทียุโรปครั้งแรกในรอบ 30 ปี

การแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นการรีแมตช์นัดชิงชนะเลิศยูโรเปี้ยน คัพ ปี 1979 ที่ เทรเวอร์ ฟรานซิส กองหน้าของฟอเรสต์ ยิงประตูชัยให้ทีมเอาชนะไป 1-0 ภายใต้การคุมทีมของ ไบรอัน คลัฟ

นอกเหนือจากมัลโม่แล้ว ฟอเรสต์ยังต้องเจอกับทีมแกร่งอย่าง ปอร์โต้ และ เรอัล เบติส อีกด้วย ในขณะที่ แอสตัน วิลล่า ถูกจับสลากมาอยู่ในกลุ่มเดียวกับ เฟเยนูร์ด, เฟเนร์บาห์เช่ และ โบโลญญ่า

เซลติก และ เรนเจอร์ส ต่างก็ต้องดวลกับ โรม่า หลังจากพลาดโอกาสในการผ่านเข้ารอบแชมเปี้ยนส์ ลีก ในสัปดาห์นี้

ในรูปแบบการแข่งขันแบบลีก 36 ทีม ซึ่งถูกนำมาใช้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่ละทีมจะได้ลงเล่น 8 นัด แบ่งเป็นเกมเหย้า 4 นัด และเกมเยือน 4 นัด โดยทีมจากลีกเดียวกันจะไม่สามารถพบกันได้จนกว่าจะถึงรอบน็อกเอาต์

ทำไมการพบกันระหว่าง ฟอเรสต์ ปะทะ มัลโม่ ถึงน่าสนใจ

การพบกันระหว่าง ฟอเรสต์ ปะทะ มัลโม่ ในครั้งนี้มีความหมายอย่างยิ่งต่อแฟนบอลของทั้งสองทีม โดยเฉพาะอย่างยิ่งแฟนบอลของน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ที่รอคอยการกลับมาเล่นในรายการระดับทวีปยุโรปมาอย่างยาวนาน การได้พบกับคู่ปรับเก่าอย่างมัลโม่ ยิ่งทำให้การแข่งขันมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้นไปอีก

นอกจากนี้ การแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่มของยูโรปา ลีก ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ทีมอย่างฟอเรสต์ได้แสดงศักยภาพของตนเองในการแข่งขันกับทีมชั้นนำจากลีกต่างๆ ทั่วยุโรป ซึ่งจะเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่าสำหรับนักเตะและทีมงานทุกคน

  • การเจอกับปอร์โต้ จะเป็นบททดสอบที่สำคัญสำหรับเกมรับของฟอเรสต์
  • การดวลกับเรอัล เบติส จะเป็นการวัดความสามารถในเกมรุกของทีม
  • และแน่นอนว่า การปะทะกับมัลโม่ จะเป็นการรำลึกถึงความทรงจำอันแสนหวานในอดีต

สำหรับแฟนบอลชาวไทย การได้ชมเกมการแข่งขันของน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ในศึกยูโรปา ลีก จะเป็นโอกาสที่ดีในการติดตามและเชียร์ทีมโปรดของตนเองในรายการระดับทวีปยุโรป

มาร่วมเป็นกำลังใจให้ ฟอเรสต์ ในการแข่งขันยูโรปา ลีก และติดตามข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับทีมได้ที่นี่!

โดยรวมแล้ว การกลับมาของฟอเรสต์ในเวทียุโรปและการเผชิญหน้ากับมัลโม่ ถือเป็นเรื่องราวที่น่าติดตามและเป็นแรงบันดาลใจให้กับทีมเล็กๆ อื่นๆ ที่มีความฝันที่จะก้าวไปสู่ระดับนานาชาติ

ดังนั้น อย่าพลาดชมเกมการแข่งขันของ ฟอเรสต์ ปะทะ มัลโม่ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางครั้งใหม่ของน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ในเวทียุโรป!

ที่มา – Forest to face Malmo on European return

เซลติกและเรนเจอร์สรู้แล้วคู่แข่งยูโรปาลีก

เซลติกและเรนเจอร์สรู้แล้วคู่แข่งยูโรปาลีก โดยทั้งสองทีมจากสกอตแลนด์จะได้เล่นในบ้านพบกับโรมาหลังจากการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

เรนเจอร์สจะต้องเจอกับทีมจากโปรตุเกสถึงสองทีม โดยมีโปรแกรมไปเยือนปอร์โต้ และต้อนรับบราก้าที่ไอบร็อกซ์

ขณะที่เซลติกมีโปรแกรมต้องไปเยือนเฟเยนูร์ดและโบโลญญาใน 8 นัดของพวกเขา ส่วนบราก้าจะต้องเดินทางมาเยือนกลาสโกว์อีกครั้ง

คาดว่าจะมีการยืนยันวันแข่งขันอย่างเป็นทางการในช่วงสุดสัปดาห์นี้

ทั้งสองสโมสรจากกลาสโกว์เริ่มต้นเส้นทางในแชมเปียนส์ลีก รอบคัดเลือก โดยเซลติกแพ้ให้กับไคราตในรอบเพลย์ออฟ และเรนเจอร์สพ่ายให้กับคลับ บรูช หลังจากเอาชนะพานาธิไนกอสและวิคตอเรีย พิลเซน

เรนเจอร์สเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศยูโรปาลีกในปี 2022 และเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งพวกเขาแพ้ให้กับแอธเลติก บิลเบา

การเข้าร่วมการแข่งขันระดับสองของยูฟ่าครั้งล่าสุดของเซลติกคือในฤดูกาล 2021-22 ซึ่งพวกเขาจบอันดับรองจากไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น และเรอัล เบติส ในกลุ่มของพวกเขา

เซลติกและเรนเจอร์สรู้แล้วคู่แข่งยูโรปาลีก

ตารางการแข่งขันของเซลติก

  • โรมา (เหย้า)
  • เฟเยนูร์ด (เยือน)
  • บราก้า (เหย้า)
  • เรดสตาร์ เบลเกรด (เยือน)
  • สตรูม กราซ (เหย้า)
  • มิดทิลลันด์ (เยือน)
  • อูเทร็คท์ (เหย้า)
  • โบโลญญา (เยือน)

ตารางการแข่งขันของเรนเจอร์ส

  • โรมา (เหย้า)
  • ปอร์โต้ (เยือน)
  • บราก้า (เหย้า)
  • เฟเรนซ์วารอส (เยือน)
  • ลูโดโกเรตส์ (เหย้า)
  • สตรูม กราซ (เยือน)
  • เกงค์ (เหย้า)
  • บรันน์ (เยือน)

การที่เซลติกและเรนเจอร์สได้ทราบคู่แข่งในยูโรปาลีก ทำให้แฟนบอลต่างตื่นเต้นที่จะได้เห็นทีมรักลงสนามแข่งขันในระดับยุโรปอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ทั้งสองทีมจะได้พบกับโรมา ซึ่งเป็นทีมที่แข็งแกร่ง และมีชื่อเสียงในระดับนานาชาติ การแข่งขันในครั้งนี้จะเป็นบทพิสูจน์ที่สำคัญว่าทีมจากสกอตแลนด์มีความสามารถมากน้อยเพียงใดในการแข่งขันกับทีมชั้นนำจากทวีปยุโรป

สำหรับเซลติก การที่ต้องพบกับเฟเยนูร์ดและโบโลญญาก็ถือเป็นงานที่ท้าทายเช่นกัน เนื่องจากทั้งสองทีมต่างก็มีคุณภาพและฟอร์มการเล่นที่ดี ขณะที่เรนเจอร์สเองก็ต้องเจอกับความยากลำบากในการบุกไปเยือนปอร์โต้และเฟเรนซ์วารอส ซึ่งเป็นทีมที่มีแฟนบอลที่ให้การสนับสนุนอย่างเหนียวแน่น

อย่างไรก็ตาม ทั้งเซลติกและเรนเจอร์สต่างก็มีศักยภาพที่จะประสบความสำเร็จในการแข่งขันยูโรปาลีกในฤดูกาลนี้ หากพวกเขาสามารถเล่นได้อย่างเต็มที่ และมีความมุ่งมั่นที่จะคว้าชัยชนะในทุกๆ นัด การแข่งขันครั้งนี้จะเป็นโอกาสที่ดีที่จะแสดงให้เห็นว่าฟุตบอลสกอตแลนด์ยังคงมีความแข็งแกร่ง และสามารถแข่งขันกับทีมชั้นนำจากทั่วยุโรปได้

สรุปแล้ว การแข่งขันยูโรปาลีกในฤดูกาลนี้จะเป็นบททดสอบที่สำคัญสำหรับเซลติกและเรนเจอร์ส และจะเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้เห็นทั้งสองทีมพัฒนาและเติบโตขึ้นในฐานะสโมสรฟุตบอล

เซลติกและเรนเจอร์สรู้แล้วคู่แข่งยูโรปาลีกแน่นอนว่าแฟนบอลทั้งสองทีมต่างก็ตั้งตารอคอยที่จะได้ชมเกมการแข่งขันที่น่าตื่นเต้นและดุเดือดในฤดูกาลนี้

ที่มา – Celtic & Rangers learn Europa League opponents

อนุทินดอดพบเท้ง ลุ้นเสียงโหวตนายกฯ

อนุทิน เดินทางมาถึงพรรคประชาชนแล้ว แต่ยังอุบไต๋ไม่ตอบสื่อมวลชน โดยบอกเพียงว่า ขอคุยเงื่อนไขกับหัวหน้าพรรคประชาชนก่อน

วันที่ 29 ส.ค. 68 มีรายงานว่า ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ต่อมา เวลา 17.50 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และนายภารดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทยเดินทางมาถึงพรรคประชาชน ท่ามกลางบรรยากาศสื่อมวลชนแทบทุกสำนัก ที่ยืนรอเกาะติดสถานการณ์อยู่ก่อนแล้ว ทันทีที่ลงจากรถ นายอนุทิน บอกผู้สื่อข่าวว่า มีนัดหารือกับนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน

ผู้สื่อข่าวถามว่า มาขอเสียงโหวตหนุนเป็นนายกฯ ใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ขอขึ้นไปพบท่านหัวหน้าพรรคประชาชนก่อน และพร้อมรับข้อเสนอพรรคประชาชนหรือไม่นั้น ขอคุยกับนายณัฐพงษ์ หัวหน้าพรรคก่อน

เมื่อถามย้ำอีกถึงเงื่อนไขที่พรรคประชาชนขอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนการเลือกตั้งใหม่ นายอนุทินกล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยเห็นว่าควรแก้ไขรัฐธรรมนูญในบางมาตราที่มันไม่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ส่วนเงื่อนไขการยุบสภาฯ ภายใน 4 เดือน รับได้หรือไม่นั้น นายอนุทินตอบว่า พอมีปัญหาทางการเมืองอะไรแบบนี้ การคืนอำนาจให้ประชาชนก็เป็นสิ่งที่ควรกระทำ.

อนุทิน ดอดคุยกับ “เท้ง” ที่พรรคประชาชน อุบไต๋ขอเสียงโหวตนายกฯ

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงร้อนระอุอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เดินทางไปที่พรรคประชาชน ท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชนและการจับจ้องของประชาชน

อนุทิน เดินทางไปพรรคประชาชนทำไม?

คำถามที่หลายคนอยากรู้คือ การเดินทางไปพรรคประชาชนของ นายอนุทิน ในครั้งนี้ มีจุดประสงค์อะไรกันแน่? เป็นเพียงการพูดคุยหารือตามปกติ หรือมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรซ่อนอยู่?

แน่นอนว่า ประเด็นสำคัญที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือ เรื่องของการขอเสียงสนับสนุนในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี หลังจากที่สถานการณ์ทางการเมืองมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การที่พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคขนาดใหญ่ เดินทางไปพบกับพรรคประชาชน จึงถูกตีความได้ว่า เป็นการดำเนินการเพื่อแสวงหาแนวร่วมและเสียงสนับสนุน

อย่างไรก็ตาม นายอนุทิน ยังคงอุบไต๋ ไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดของการพูดคุย โดยให้เหตุผลว่า ต้องการที่จะพูดคุยกับหัวหน้าพรรคประชาชนก่อน ซึ่งทำให้สถานการณ์ยิ่งดูน่าติดตามและชวนให้สงสัยมากยิ่งขึ้น

การเคลื่อนไหวทางการเมืองของอนุทินในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการปรับตัวและแสวงหาโอกาสท่ามกลางสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ท้ายที่สุดแล้ว จะสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้หรือไม่ ก็คงต้องติดตามดูกันต่อไป

สิ่งที่น่าสนใจคือ ท่าทีของพรรคประชาชน จะมีเงื่อนไขหรือข้อเสนออะไรในการที่จะให้การสนับสนุนอนุทิน หรือพรรคภูมิใจไทย หรือไม่? ประเด็นนี้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะชี้วัดอนาคตทางการเมืองของอนุทินและพรรคภูมิใจไทยได้เช่นกัน

การเมืองไทยยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และการเปลี่ยนแปลงที่คาดเดาได้ยาก การที่นักการเมืองต้องปรับตัวและแสวงหาแนวร่วมอยู่เสมอ จึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก เพื่อให้การเมืองเป็นไปในทิศทางที่สร้างสรรค์และยั่งยืน

การที่ อนุทิน ดอดคุยกับ “เท้ง” ที่พรรคประชาชน อุบไต๋ขอเสียงโหวตนายกฯ แสดงให้เห็นถึงการแข่งขันทางการเมืองที่เข้มข้น และการแสวงหาพันธมิตรเพื่อสร้างความได้เปรียบ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ การดำเนินการทุกอย่างด้วยความโปร่งใส และคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ

ที่มา – “อนุทิน” ไวจัด ดอดคุยกับ “เท้ง” ที่พรรคประชาชน อุบไต๋ขอเสียงโหวตนายกฯ

รวมพลังฯ เฮ! “แพทองธาร” พ้นนายกฯ นัด 31 ส.ค.

กลุ่มรวมพลังแผ่นดิน เฮลั่น หลัง “แพทองธาร” ถูกวินิจฉัยให้พ้นตำแหน่งนายกฯ คดีคลิปเสียง พร้อมนัดชุมนุมใหญ่ 31 ส.ค. อนุสาวรีย์ชัย ตั้งแต่เที่ยงวัน ย้ำจุดยืนไม่เอาแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 29 สิงหาคม ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ คณะรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย นำโดย นายจตุพร พรหมพันธุ์ นพ.วรงค์ เดชวิกรม นายพิชิต ไชยมงคล นายแก้วสรร อติโพธิ นัดแถลงข่าวภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดีคลิปเสียงสนทนาระหว่างน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา

ทันทีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ความเป็นนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง กลุ่มมวลชนที่มารอ ได้ปรบมือ ส่งเสียงเฮ และตะโกนว่า “อุ๊งอิ๊งออกไป ชัยเกษมไม่เอา ไม่เอาเพื่อไทย”

จากนั้นเวลา 16.00 น. นายพิชิต กล่าวว่า แม้ว่า น.ส.แพทองธาร จะพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีผลทันทีและย้อนหลังกลับไปนั้น แต่เนื่องจากพรรคเพื่อไทย (พท.) ยังมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอีกคน และอยู่ภายใต้การบงการและสั่งการได้จากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ดังนั้น ข้อกล่าวหาและคำพิพากษาที่เราได้ยินมาก่อนหน้านี้ว่าวันนี้ยังมีเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าของประเทศนั้น เราจึงมีความเคลือบแคลงสงสัยอยู่ และไม่ไว้วางใจคือผลประโยชน์ทับซ้อนที่อยู่เหนือเกียรติภูมิของประเทศชาติภายใต้การนำของนายทักษิณ เราจึงไม่ไว้วางใจพรรค พท. ที่มีการแทรกแซงจากนายทักษิณ ในการจัดตั้งรัฐบาล เพราะก็ยังมีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนอยู่

“ดังนั้น จึงขอนัดหมายพี่น้องประชาชนมาร่วมกันแสดงพลังเพื่อคัดค้านและไม่เห็นด้วยเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน รวมถึงเราไม่เห็นด้วยที่จะให้พรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล เพราะมีผลประโยชน์ทับซ้อนทั้งในและต่างประเทศ ฉะนั้น จึงเชิญชวนพี่น้องมาแสดงพลังในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป” นายพิชิต กล่าว

นายพิชิต กล่าวต่อว่า ส่วนการคัดเลือกนายกรัฐมนตรีคนอื่น ก็ขอให้เป็นไปตามกลไกของรัฐสภา แต่เรามีเงื่อนไขที่ต้องแถลงต่อไป แต่เบื้องต้น ขอนัดหมายพี่น้องมาแสดงพลังเรื่องการคัดค้านผลประโยชน์ทับซ้อนของพรรคเพื่อไทย

ด้านนายจตุพร กล่าวว่า ตนทราบข้อมูลเบื้องต้นที่ศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยนายกรัฐมนตรี พ้นจากตำแหน่งในเรื่องมาตรฐานจริยธรรมเสียงข้างมาก 6:3 เป็นบุคคลใดนั้น เราคงได้ทราบในคำแถลงต่อไป อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมา หลายวันนี้ตนเชื่อว่าพี่น้องประชาชนได้ติดตามเรื่องนี้ด้วยความไม่สบายใจ เต็มไปด้วยข่าวลือ และเรื่องราวต่างๆ แม้กระทั่งก่อนการวินิจฉัยก็เต็มไปด้วยข่าวที่สร้างความไม่สบายใจ แต่เมื่อมีมติเสียงข้างมากของศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งเป็นทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย รวมถึงความสงบเรียบร้อยของประเทศ เราจึงต้องขอขอบคุณตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมากทั้ง 6 คน และเมื่อ น.ส.แพทองธาร พ้นจากตำแหน่งไปแล้ว ถามว่าทำไมพวกเราจึงต้องมีการจัดชุมนุม ก็แสดงพลังเพื่อไม่ให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ของพรรคเพื่อไทย คือนายชัยเกษม นิติสิริ เป็นนายกฯ คนต่อไป

ทั้งนี้ คณะรวมพลังแผ่นดินฯ เราเห็นว่าการจะให้นายชัยเกษมมาเป็นนายกรัฐมนตรี จะทำให้สถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาไม่มีความจบสิ้น ไม่ใช่การรบไม่ขลาด แต่จะเป็นการรบไม่ขาด เพราะไม่รู้ว่าฝั่งนั้นจะเปิดข้อมูลอะไรมาอีก อีกทั้งการเจรจาก็ไม่ขาด เพราะมีอำนาจอื่นใดที่พร้อมจะงัดขึ้นมาได้ตลอดเวลา 

“เราไม่สนใจว่าใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี แต่คนที่มาเป็นนายกรัฐมนตรีจะต้องไม่อยู่ภายใต้อาณัติของกัมพูชา หลายคนถามว่าไม่เอานายชัยเกษม ไม่เอาพรรคเพื่อไทยแล้วจะเอาใคร เอาใครก็ได้ที่รับเงื่อนไขของประชาชนได้ โดยเงื่อนไขแรกคือต้องยกเลิก MOU ปี 43 และปี 44 ทันที สองคือต้องยกเลิกเอนเตอร์เทนคอมเพล็กซ์ทันที สามคือยกเลิกการขายแผ่นดิน 99 ปีทันที สี่คือแลนด์บริดจ์ที่แอบไปซุกที่จะต้องถูกยกเลิกโดยทันที รวมถึง พ.ร.บ.ศูนย์กลางทางการเงิน ที่จะสร้างสกุลทางการเงินขึ้นมาใหม่ ก็จะต้องยกเลิกโดยทันที ฉะนั้น เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องของชาติบ้านเมือง ใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี หากรับเงื่อนไขนี้ไม่ได้ ก็จะต้องเจอการขับไล่ต่อไป ไม่ว่าหน้าไหนทั้งนั้น” นายจตุพร กล่าว

นายจตุพร กล่าวต่อว่า คณะรวมพลังแผ่นดินฯ เดินมาถึงจุดที่ต้องการให้คนไทยยึดหลักประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก การนัดชุมนุมใหญ่ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ของวันที่ 31 สิงหาคม ก็เพื่อแสดงจุดยืน หากพี่น้องไม่ออกมา พรรคร่วมรัฐบาลที่เราบอกว่าพายเรือให้โจรนั่ง แต่ต่อมากลับเป็นโจรพายเรือให้โจรนั่งนั้น เขาอาจพายเรือกันต่อ แล้วเชิดนายชัยเกษมขึ้นมา ฉะนั้นเราอย่ารอให้สถานการณ์เดินไปถึงจุดนั้น ย้ำว่าการมาร่วมแสดงพลังของประชาชนในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ จะเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด ไม่เช่นนั้นนักการเมืองก็จะคิดประโยชน์ของตัวเองเป็นหลัก ย้ำว่าอยากให้พี่น้องประชาชนมารวมพลังกันในวันที่ 31 สิงหาคมตั้งแต่เที่ยงวัน เราจึงจะสามารถหยุดการสืบทอดอำนาจที่จะเอาแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ของพรรคเพื่อไทยได้

ขณะที่ นพ.วรงค์ กล่าวว่า เราต้องสู้ต่อไป แม้เราจะต่อสู้กันมาตลอด การต่อสู้ทุกอย่างยังไม่จบ นี่เป็นเพียงแค่แสงไฟที่ปลายอุโมงค์เท่านั้น ฉะนั้น เพื่อแสดงให้เห็นว่าวันหนึ่งประชาชนจะเป็นผู้ชนะทั้งหมด และตนย้ำเสมอว่าตระกูลชินวัตรกับพวกเราไม่มีอะไรกัน แต่เราทนไม่ได้ที่ระบบทักษิณจะสร้างพรรคการเมืองหุ่นเชิดเข้ามาในประเทศไทย วันนี้ไปแล้วสองคนคือนายเศรษฐา และ น.ส.แพทองธาร เราจะยอมให้นายชัยเกษมเข้ามาหรือไม่

นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า ชัยชนะเรื่องการต่อสู้คลิปเสียงของ น.ส.แพทองธาร ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แต่สิ่งที่เราต้องเจออีกหลายอย่างคือเราต่อสู้กับระบบทักษิณยังไม่จบ ตัวใหญ่ของระบอบทักษิณต้องจบในวันที่ 9 กันยายน เราต้องเกี่ยวก้อยกันไปเพื่อให้ระบอบทักษิณสูญสิ้นไปจากประเทศไทย ทั้งที่ทหารบาดเจ็บไปหลายคน เรายังมีอีกหลายคนที่ต้องต่อสู้ และหวังว่ารัฐบาลใหม่ต้องอย่าเกรงใจเขมร อย่าเกรงใจสมเด็จฮุน เซน หากเกรงใจอีก ก็จะถูกไล่อีกแน่นอน หากเกิดอะไรขึ้นกับเขมร รัฐบาลใหม่ต้องไฟเขียวให้กองทัพจัดการ และอนุญาตให้กองทัพจัดตั้งรั้ว

ม็อบรวมพลังฯ เฮลั่น หลัง “แพทองธาร” พ้นนายกฯ นัด 31 ส.ค.

เกิดอะไรขึ้นเมื่อ “แพทองธาร” พ้นนายกฯ และการนัดชุมนุม 31 ส.ค.

สถานการณ์ทางการเมืองร้อนระอุ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ส่งผลให้กลุ่มรวมพลังแผ่นดินออกมาแสดงความยินดีและประกาศนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป

การนัดชุมนุมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย โดยอ้างเหตุผลเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนและความไม่ไว้วางใจในการบริหารประเทศภายใต้อิทธิพลของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลุ่มผู้ชุมนุมยังเรียกร้องให้รัฐบาลใหม่ยกเลิกข้อตกลงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเทศกัมพูชา และให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของชาติเป็นอันดับแรก

การพ้นจากตำแหน่งของ น.ส.แพทองธาร และการนัดชุมนุม 31 ส.ค. นี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางการเมืองที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด อนาคตการเมืองไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้มีอำนาจและการแสดงออกของประชาชน

สำหรับใครที่สนใจเข้าร่วมการชุมนุม 31 ส.ค.นี้ ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โปรดตรวจสอบข้อมูลและเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อร่วมกันแสดงพลังและเสียงของประชาชนให้ดังกระหึ่ม

ม็อบรวมพลังฯ เฮลั่น หลัง “แพทองธาร” พ้นนายกฯ นัดชุมนุม 31 ส.ค. นี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศไทย มาร่วมติดตามสถานการณ์ไปด้วยกัน!

ที่มา – ม็อบรวมพลังฯ เฮลั่น หลัง “แพทองธาร” พ้นนายกฯ นัดชุมนุม 31 ส.ค. ที่อนุสาวรีย์ชัย

อังกฤษดร็อปอเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เรียกสเปนซ์ & แอนเดอร์สัน

เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เตรียมถูกตัดออกจากทีมชาติอังกฤษชุดล่าสุดของ โธมัส ทูเคิล

แบ็คขวาออกจากลิเวอร์พูลไปเรอัลมาดริดในช่วงซัมเมอร์และมีชื่ออยู่ในทีมชุดก่อนหน้านี้ของทูเคิล

อย่างไรก็ตาม ตามแหล่งข่าวของบีบีซีสปอร์ต อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์จะไม่มีชื่ออยู่ในทีมสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกกับอันดอร์ราและเซอร์เบีย ซึ่งจะมีการประกาศเวลา 12:00 น. BST

อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ วัย 26 ปี ถูกตัดออกจากทีมตัวจริง ในเกมที่เรอัลมาดริดเอาชนะเรอัลโอเบียโด 3-0 เมื่อวันอาทิตย์

เอลเลียต แอนเดอร์สัน กองกลางของน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ เตรียมติดทีมชาติอังกฤษเป็นครั้งแรก แม้ว่า แจ็ค กรีลิช ปีกของเอฟเวอร์ตัน อาจจะพลาดโอกาสไป แม้ว่า แอนโธนี แบร์รี ผู้ช่วยของทูเคิล จะเฝ้าดูเขาทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในเกมที่เอาชนะไบรท์ตันเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

สถานการณ์ของ “อังกฤษดร็อปอเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เรียกสเปนซ์ & แอนเดอร์สัน” กลายเป็นที่พูดถึงอย่างมากในวงการฟุตบอลอังกฤษ แฟนบอลหลายคนต่างแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกันออกไปเกี่ยวกับการตัดสินใจของ โธมัส ทูเคิล ครั้งนี้

การตัดสินใจของ โธมัส ทูเคิล ในการดร็อป เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ นับเป็นการตัดสินใจที่สร้างความประหลาดใจให้กับหลายฝ่าย เนื่องจาก เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ถือเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีมชาติอังกฤษมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม การย้ายไปร่วมทีมเรอัลมาดริดอาจส่งผลกระทบต่อโอกาสในการลงเล่นของเขาในทีมชาติ

การเรียกตัว เอลเลียต แอนเดอร์สัน เข้ามาติดทีมชาติอังกฤษเป็นครั้งแรกถือเป็นข่าวดีสำหรับแฟนบอลของน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ และแสดงให้เห็นว่า โธมัส ทูเคิล ให้ความสำคัญกับผู้เล่นดาวรุ่งที่มีศักยภาพ

อังกฤษดร็อปอเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เรียกสเปนซ์ & แอนเดอร์สัน

การพลาดโอกาสของ แจ็ค กรีลิช ในการติดทีมชาติอังกฤษชุดนี้ ถือเป็นเรื่องน่าเสียดายสำหรับตัวเขาเองและแฟนบอลของเอฟเวอร์ตัน แต่เขายังมีโอกาสที่จะพิสูจน์ตัวเองและกลับมาติดทีมชาติได้ในอนาคต

ทำไมอังกฤษถึงดร็อปอเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์?

มีหลายปัจจัยที่อาจส่งผลต่อการตัดสินใจของ โธมัส ทูเคิล ในการดร็อป เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ปัจจัยแรกคือฟอร์มการเล่นของเขาที่ไม่คงเส้นคงวาในช่วงหลัง ปัจจัยที่สองคือการแข่งขันในตำแหน่งแบ็คขวาที่สูงขึ้น และปัจจัยที่สามคือแท็กติกของทีมที่อาจไม่เหมาะกับสไตล์การเล่นของเขา

การที่ อังกฤษดร็อปอเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เรียกสเปนซ์ & แอนเดอร์สัน อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงในทีมชาติอังกฤษ และ โธมัส ทูเคิล อาจต้องการสร้างทีมที่มีความสดใหม่และมีความหลากหลายมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจครั้งนี้ก็อาจส่งผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจของ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และอาจทำให้เขาต้องทำงานหนักมากขึ้นเพื่อกลับมาอยู่ในทีมชาติอีกครั้ง

การเปลี่ยนแปลงทีมชาติครั้งนี้ยังส่งผลให้เกิดการคาดเดาต่างๆ เกี่ยวกับอนาคตของทีมชาติอังกฤษ และแฟนบอลหลายคนต่างเฝ้ารอชมผลงานของทีมชุดใหม่นี้ว่าจะสามารถสร้างความสำเร็จได้หรือไม่

อังกฤษดร็อปอเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เรียกสเปนซ์ & แอนเดอร์สัน เป็นประเด็นที่น่าสนใจและจะยังคงเป็นที่พูดถึงกันต่อไปในวงการฟุตบอลอังกฤษ

การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบากในการเป็นผู้จัดการทีมชาติ ที่ต้องตัดสินใจเลือกผู้เล่นที่ดีที่สุดสำหรับทีม แม้ว่าการตัดสินใจนั้นอาจจะไม่เป็นที่ชื่นชอบของทุกคนก็ตาม

มองในภาพรวม การเปลี่ยนแปลงในทีมชาติอังกฤษครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้เล่นดาวรุ่งที่จะได้แสดงศักยภาพของตนเอง และสำหรับทีมชาติอังกฤษที่จะได้พัฒนาและปรับปรุงให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

การดร็อปอเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และเรียกตัวสเปนซ์และแอนเดอร์สัน อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในทีมชาติอังกฤษ เราคงต้องติดตามดูกันต่อไปว่าทีมชุดใหม่นี้จะสามารถสร้างผลงานได้ดีแค่ไหน

ที่มา – England drop Alexander-Arnold, Spence & Anderson called up

อิ๊งค์ ไหว้ขอบคุณ: ทักษิณเครียด ไม่ตอบสื่อ

“แพทองธาร ชินวัตร” ยิ้มรับพร้อมยกมือไหว้ขอบคุณมวลชนที่มาให้กำลังใจ หน้าตึกพรรคเพื่อไทย ด้าน “ทักษิณ” สีหน้าเครียดก้มหน้าคุยโทรศัพท์ ไม่ตอบคำถามสื่อ

วันที่ 29 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศที่หน้าที่ทำการพรรคเพื่อไทยเป็นไปอย่างคึกคัก กลุ่มมวลชนผู้สนับสนุนพรรคจำนวนมากปักหลักรอฟังคำวินิจฉัยของศาล และภายหลังศาลมีคำวินิจฉัยให้นายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง กลุ่มมวลชนดังกล่าวได้เคลื่อนย้ายมารวมตัวที่หน้าพรรคเพื่อไทย เพื่อรอให้กำลังใจนางสาวแพทองธาร ชินวัตร หรือ “อิ๊งค์” ที่คาดว่าจะเดินทางมาที่ทำการพรรค โดยหลายคนสวมเสื้อสีแดงเป็นสัญลักษณ์ พร้อมเตรียมพวงมาลัยเพื่อแสดงการสนับสนุน

บรรยากาศภายในพรรคเพื่อไทยที่ประตูทางเข้า มีแกนนำและ ส.ส.คนสำคัญมารอต้อนรับ อาทิ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์, นายชลนาน ศรีแก้ว, นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.บัญชีรายชื่อและประธานวิปรัฐบาล รวมถึงนายจาตุรนต์ ฉายแสง และสมาชิกพรรคอีกหลายคน

กระทั่งเวลา 17.25 น. นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาถึงที่ทำการพรรคเพื่อไทย และตรงขึ้นไปยังห้องประชุมชั้นบนทันที โดยไม่ตอบคำถามสื่อมวลชนที่รอสัมภาษณ์ มีเพียงก้มหน้าพูดคุยโทรศัพท์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

ต่อมาไม่ถึง 5 นาที นางสาวแพทองธาร ชินวัตร เดินทางมาถึงที่ทำการพรรค โดยเปิดประตูรถลงมาพร้อมยกมือไหว้ขอบคุณมวลชนที่มาให้กำลังใจ พร้อมกล่าวสั้น ๆ ว่า “ขอบใจ ไม่เป็นอะไร ขอบใจมาก ขอบคุณทุกกำลังใจ” ก่อนจะทักทายกลุ่มผู้สนับสนุน รับพวงมาลัย กอดพูดคุยกับมวลชนอย่างเป็นกันเอง และมีสีหน้ายิ้มแย้ม ไม่ปรากฏความเคร่งเครียด

จากนั้น นางสาวแพทองธารได้เดินเข้าสู่ภายในที่ทำการพรรคเพื่อไทย เพื่อพบปะและพูดคุยกับแกนนำและสมาชิกพรรคที่รอต้อนรับอยู่ภายใน

ภาพ : ธนัท ชยพัทธฤทธี

อิ๊งค์ ไหว้ขอบคุณมวลชนให้กำลังใจ – ทักษิณ เครียดไม่ตอบคำถามสื่อ

เหตุการณ์วันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่พรรคเพื่อไทย แสดงให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะการกลับมาของคุณทักษิณและการให้กำลังใจจากมวลชนที่มีต่อนางสาวแพทองธาร หนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจคือสีหน้าเคร่งเครียดของคุณทักษิณขณะเดินทางมาถึงพรรค ซึ่งแตกต่างจากภาพลักษณ์ที่คุ้นเคย ในขณะที่นางสาวแพทองธารแสดงความขอบคุณมวลชนอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง

แพทองธาร ชินวัตร ไหว้ขอบคุณมวลชน

การปรากฏตัวของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่ผันผวน ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากกลุ่มผู้สนับสนุน การที่เธอลงจากรถและยกมือไหว้ขอบคุณมวลชน แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความผูกพันที่มีต่อผู้สนับสนุนพรรค การกระทำนี้สร้างความประทับใจและเป็นภาพที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในสื่อสังคมออนไลน์

นอกจากนี้ การที่นางสาวแพทองธารกล่าวขอบคุณด้วยถ้อยคำสั้น ๆ แต่แสดงถึงความจริงใจ ทำให้ผู้สนับสนุนรู้สึกถึงความห่วงใยและการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน การรับพวงมาลัย การกอด และการพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับมวลชน เป็นภาพที่แสดงถึงความใกล้ชิดและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนักการเมืองกับประชาชน

ในขณะที่การเดินทางมาถึงของทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับเป็นไปอย่างเงียบ ๆ และเคร่งเครียด สีหน้าของทักษิณที่ก้มหน้าคุยโทรศัพท์และไม่ตอบคำถามสื่อ แสดงให้เห็นถึงความกดดันและความกังวลที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนั้น ความแตกต่างระหว่างท่าทีของทักษิณและแพทองธาร ทำให้เกิดการวิเคราะห์และคาดการณ์ถึงอนาคตทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย

โดยรวมแล้ว เหตุการณ์ที่พรรคเพื่อไทยในวันที่ 29 สิงหาคม 2568 สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนและความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทางการเมืองไทย การที่มวลชนยังคงให้การสนับสนุนพรรคเพื่อไทยอย่างเหนียวแน่น แสดงให้เห็นถึงความหวังและความคาดหวังที่ประชาชนมีต่อพรรคในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศต่อไป

ที่มา – “อิ๊งค์” ไหว้ขอบคุณมวลชนให้กำลังใจ – “ทักษิณ” เครียดไม่ตอบคำถามสื่อ