วัน: 29 สิงหาคม 2025

“แพทองธาร” ยิ้มแย้ม! เข้าทำเนียบฯ ลุ้นศาล รธน.

“นายกฯ อิ๊งค์” “แพทองธาร” ยิ้มทักทายสื่อมวลชนอย่างสดใสขณะเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อรอฟังผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยมีพี่สาว “พินทองทา” เตรียมเดินทางมาให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด

เมื่อเวลา 12.35 น. วันที่ 29 ส.ค. 2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.วัฒนธรรม เดินทางมาถึงทำเนียบรัฐบาล ท่ามกลางความสนใจจากสื่อมวลชนที่มารอทำข่าว เมื่อลงจากรถบริเวณหน้าตึกไทยคู่ฟ้า น.ส.แพทองธาร ได้แสดงสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมโบกมือทักทายสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศที่มารอติดตามการแถลงข่าวของเธอที่โถงกลางตึกไทยคู่ฟ้า

สถานการณ์ทางการเมืองวันนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการรอฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีคลิปเสียง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและเสถียรภาพของรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะเริ่มอ่านคำวินิจฉัย น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ พี่สาวของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย จะเดินทางมาร่วมให้กำลังใจ น.ส.แพทองธาร และร่วมรับฟังคำวินิจฉัยของศาลไปพร้อมกัน การปรากฏตัวของ น.ส.พินทองทา แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีและการสนับสนุนภายในครอบครัวและพรรคเพื่อไทยในช่วงเวลาที่สำคัญเช่นนี้

“แพทองธาร” ยิ้มทักทายสื่อ เข้าทำเนียบฯ ฟังผลคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ

ผลคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทิศทางทางการเมืองของประเทศ และเป็นที่จับตาจากทุกภาคส่วน

แพทองธารทักทายสื่อ
แพทองธารให้สัมภาษณ์
บรรยากาศทำเนียบ
แพทองธาร เดินทาง

การที่ น.ส.แพทองธาร เลือกที่จะเผชิญหน้ากับสถานการณ์อย่างใจเย็นและยิ้มแย้ม แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความพร้อมที่จะรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

ทำไมการรอฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญจึงมีความสำคัญ

การรอฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตทางการเมืองของ น.ส.แพทองธาร และต่อเสถียรภาพของรัฐบาล หากคำวินิจฉัยเป็นผลร้าย อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ และส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

ในทางกลับกัน หากคำวินิจฉัยเป็นผลดี ก็จะเป็นการเสริมสร้างความมั่นใจให้กับรัฐบาล และเปิดโอกาสให้สามารถดำเนินนโยบายต่างๆ เพื่อพัฒนาประเทศได้อย่างเต็มที่

ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร สิ่งสำคัญที่สุดคือการยอมรับและเคารพในคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อรักษากฎหมายและระเบียบของประเทศ

ภาพ : ศรันย์ พงษ์สวัสดิ์ ⁣

ท้ายที่สุดนี้ การเมืองไทยยังคงต้องเดินหน้าต่อไป การตัดสินใจและแนวทางการแก้ไขปัญหาของผู้นำ จะเป็นตัวกำหนดอนาคตของประเทศ

ที่มา – “แพทองธาร” ยิ้มทักทายสื่อ เข้าทำเนียบฯ ฟังผลคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ

คอหวยส่อง! เลขเด็ดพญาบึ้ง ลุ้นงวด 1/9/68

เหล่านักเสี่ยงโชคยังคงไม่ลดละความพยายาม! แห่ทำพิธีขอ เลขเด็ดพญาบึ้ง ที่วัดโบสถ์ราชศรัทธา จังหวัดอ่างทอง หวังเลขสวยรับโชคในงวด 1/9/68 นั่งรอกันตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เพื่อรอ เลขเด็ดพญาบึ้ง ที่จะนำไปเสี่ยงโชคกัน

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 บริเวณด้านหลังวัดโบสถ์ราชศรัทธา ตำบลบางระกำ อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง คลาคล่ำไปด้วยนักเสี่ยงดวงที่ต่างนำดอกไม้ธูปเทียน และกระดาษเขียนตัวเลข 0-9 จำนวน 3 ชุด มาทำพิธีจุดธูปบอกกล่าว ขอ เลขเด็ดพญาบึ้ง ตามความเชื่อส่วนบุคคล เพื่อหวังจะได้เลขสวยไปเสี่ยงโชคในงวดที่จะถึงนี้

วิธีการเสี่ยงทายนั้น เริ่มจากการจุดธูปบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นนำพานดอกไม้วางไว้ที่ปากรูพญาบึ้ง แล้วจึงนำกระดาษตัวเลขทั้ง 3 ชุด หย่อนลงไปในรู เพื่อให้พญาบึ้งคีบตัวเลขออกมาวางไว้ที่ปากรู เป็นการเสี่ยงทายตามความเชื่อดั้งเดิมของนักเสี่ยงโชค

สำหรับงวดนี้นักเสี่ยงดวงได้เริ่มทำพิธีขอตัวเลขเสี่ยงทายตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ และเฝ้ารอลุ้นอย่างใจจดใจจ่อจนกระทั่งถึงช่วงเย็น ผลปรากฏว่าพญาบึ้งได้คีบตัวเลขนำมาวางไว้ที่ปากรู โดยคีบออกมาครั้งละ 1 ใบ จำนวน 3 ครั้ง ซึ่งเมื่อเปิดดูทีละใบพบว่าเป็นตัวเลข 8, 0 และ 6

และในครั้งสุดท้าย พญาบึ้งได้นำกระดาษขึ้นมาวางไว้ที่ปากรูพร้อมกันจำนวน 2 ใบ เมื่อเปิดดูพบว่าเป็นตัวเลข 9 และ 7 สร้างความฮือฮาให้กับนักเสี่ยงโชคที่รอชมเป็นอย่างมาก ต่างพากันจดเลขดังกล่าวเพื่อนำไปเสี่ยงดวงในงวดที่จะถึงนี้

เลขเด็ดพญาบึ้ง

ความเชื่อเรื่องการขอหวยจากพญาบึ้งนั้นมีมาอย่างช้านาน และยังคงได้รับความนิยมจากนักเสี่ยงโชคชาวไทยเสมอมา แม้ว่าจะเป็นเพียงความเชื่อส่วนบุคคล แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายคนได้รับโชคลาภจากการเสี่ยงทายตัวเลขด้วยวิธีนี้

ทำไมต้องขอเลขเด็ดพญาบึ้ง?

พญาบึ้งเป็นแมลงที่ขุดรูอาศัยอยู่ในดิน ว่ากันว่ารูของพญาบึ้งนั้นเชื่อมต่อกับโลกใต้ดินซึ่งเป็นที่สิงสถิตของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การขอหวยจากพญาบึ้งจึงเป็นการสื่อสารกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้น เพื่อขอโชคลาภและความเป็นสิริมงคล

  • เตรียมดอกไม้ ธูป เทียน และกระดาษเขียนตัวเลข 0-9
  • จุดธูปบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์
  • นำพานดอกไม้วางไว้ที่ปากรูพญาบึ้ง
  • หย่อนกระดาษตัวเลขลงไปในรู
  • รอให้พญาบึ้งคีบตัวเลขออกมา
  • นำตัวเลขที่ได้ไปเสี่ยงโชค

อย่างไรก็ตาม การพนันมีความเสี่ยง ผู้เล่นควรเล่นอย่างมีสติ และอยู่ในขอบเขตที่ตนเองสามารถรับได้ การเสี่ยงโชคควรเป็นเพียงความบันเทิง ไม่ควรทำให้ตนเองและผู้อื่นเดือดร้อน

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านโชคดีกับการเสี่ยงโชคในงวดที่จะถึงนี้ และอย่าลืมที่จะทำบุญทำทาน เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

ที่มา – คอหวยไม่ท้อ ทำพิธีขอเลขเด็ด “พญาบึ้ง” นั่งรอตั้งแต่เช้ายันค่ำ ลุ้นงวด 1/9/68

บิ๊กเต่าคาดเส้นเงิน อลงกตการละคร แตะหมื่นล้าน!

“บิ๊กเต่า” คาดการณ์เส้นทางการเงินของ “อลงกตการละคร” อาจสูงถึงหมื่นล้านบาท หลังพบเครือข่ายจำนวนมาก ยืนยันจะดำเนินคดีทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นดารา อินฟลูเอนเซอร์ หรือนักการเมือง

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เปิดเผยความคืบหน้าในการดำเนินคดีเครือข่าย “หมอบี” และ “อดีตพระอลงกต” ว่า หลังจากนี้จะมีผู้เข้ามาให้ข้อมูลกับตำรวจเรื่อยๆ เช่น วันนี้จะมีคณะกรรมการมูลนิธิพุทธสถานลพบุรีศรีสุวรรณภูมิ จังหวัดลพบุรี เข้ามา ซึ่งน่าจะเป็นกลุ่มบุคคลที่พบเห็นการกระทำความผิดหลายเรื่อง รวมถึงคนที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินที่จะมาให้ข้อมูลด้วย

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เผยว่า ตอนนี้ตำรวจมีข้อมูลจำนวนมาก เพียงแต่อาจต้องขอหลักฐานเส้นทางการเงินมาประกอบ พฤติการณ์ของเครือข่ายนี้มีลักษณะเป็นบริษัท “อลงกตการละคร” มีเจ้าหน้าที่แต่ละตำแหน่งคอยเก็บเงินและบริหารการเงิน หากตำรวจมีความชัดเจนในทุกเรื่องจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ขอให้ตำรวจทำงานให้เกิดความชัดเจนอีกสักระยะหนึ่ง

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าเส้นทางการเงินของวัดหรือ “อดีตพระอลงกต” และเครือข่ายเชื่อมโยงกับดาราหรือกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์นั้น ยืนยันว่าตำรวจจะดำเนินคดีโดยไม่มีละเว้น ไม่ว่าจะเป็นดารา อินฟลูเอนเซอร์ หรือนักการเมือง หากใครเข้ามาเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินหรือผลประโยชน์ ก็จะต้องดำเนินคดีทั้งหมด หากตนเองยังดำรงตำแหน่งอยู่ เพราะคดีนี้ “อดีตพระอลงกต” ได้ตระเวนเรี่ยไรเงินไปทั่วประเทศ ไม่เหมือนกับวัดทั่วไปที่จะมีคนเข้ามาบริจาคแค่ในพื้นที่ เพราะฉะนั้นคดีนี้จึงมีความเสียหายอยู่ทั่วประเทศ และอาจไม่ใช่แค่หลักพันล้านบาท แต่อาจแตะถึงหลักหมื่นล้านบาท หรือมากกว่านั้น ซึ่งตำรวจจะขยายผลให้ชัดเจน เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับวัดบางวัดที่มีพฤติกรรมคล้ายๆ กันนี้

บิ๊กเต่าคาดเส้นเงิน อลงกตการละคร อาจแตะหมื่นล้าน!

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับคดีอดีตพระอลงกตและเครือข่าย ยังคงเป็นประเด็นที่สังคมจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นเรื่องของเส้นทางการเงินที่คาดว่าจะมีความซับซ้อนและโยงใยไปถึงบุคคลหลากหลายวงการ

เส้นเงิน อลงกตการละคร ที่อาจแตะหมื่นล้านคืออะไร?

ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอย่างมากคือตัวเลข “หมื่นล้านบาท” ที่ถูกคาดการณ์ว่าเป็นมูลค่ารวมของเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับ “อลงกตการละคร” ตัวเลขนี้สร้างความตกตะลึงให้กับหลายฝ่าย และนำไปสู่คำถามมากมายเกี่ยวกับที่มาที่ไปของเงินจำนวนมหาศาลนี้

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ได้ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นนี้ว่า ทางตำรวจกำลังเร่งรวบรวมหลักฐานและตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด เพื่อให้ทราบถึงที่มาของเงิน และหาผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นใครก็ตาม

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการดำเนินคดีกับดาราและอินฟลูเอนเซอร์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินของ “อลงกตการละคร” ซึ่งทางตำรวจยืนยันว่าจะไม่มีการละเว้น และจะดำเนินคดีกับทุกคนที่เกี่ยวข้องอย่างเท่าเทียมกัน

คดีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการฉ้อโกงเงินบริจาค แต่ยังเป็นเรื่องของการทำลายความศรัทธาและความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อศาสนา ดังนั้น การดำเนินคดีอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ดังนั้น การตรวจสอบเส้นทางการเงินของ “อลงกตการละคร” อย่างละเอียดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ทราบถึงที่มาที่ไปของเงิน และนำผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย นอกจากนี้ การดำเนินคดีกับดาราและอินฟลูเอนเซอร์ที่เกี่ยวข้องก็เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อแสดงให้เห็นว่ากฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์และทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน

คดีนี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับสังคมไทย ที่จะต้องตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจสอบและติดตามเส้นทางการเงินขององค์กรต่างๆ โดยเฉพาะองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการบริจาคและการกุศล เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตและฉ้อโกงขึ้นอีกในอนาคต

ที่มา – “บิ๊กเต่า” คาดเส้นเงิน “อลงกตการละคร” อาจแตะหมื่นล้านบาท โยงใครดำเนินคดีหมด

“ไชยชนก” ยัน วอร์รูม “ภูมิใจไทย” แค่รวมพลเฉย ลุ้นภัยธรรมชาติ

“ไชยชนก” ยัน วอร์รูม “ภูมิใจไทย” แค่รวมพลเฉย ลุ้นคดีคลิปเสียง ยอมรับห่วงภัยธรรมชาติ – ความมั่นคง ซัดรัฐบาลเยียวยาน้ำท่วมไม่ใกล้เคียงความสูญเสีย ขณะที่ “พิพัฒน์” บอก มาช่วยกันลุ้น

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการตั้งวอร์รูมเพื่อติดตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในคดีคลิปเสียงของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยนายไชยชนก ชิดชอบ ส.ส.บุรีรัมย์ และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทยเดินทางเข้าพรรค เมื่อถูกผู้สื่อข่าวสอบถามว่า วันนี้มาวอร์รูมอะไรกัน นายไชยชนก ตอบเพียงว่า “รวมพลเฉยๆ คิดถึงกัน ก็ลุ้นครับ ลุ้น”

ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำว่าลุ้นให้กับนายกรัฐมนตรีใช่หรือไม่ นายไชยชนก ปฏิเสธว่า ไม่ใช่เรื่องนั้น ตนรู้สึกว่าไม่ว่าอย่างไรก็เป็นเรื่องของระยะเวลา วันนี้สิ่งที่ตนอยากให้นึกถึงมากที่สุดคือให้ธรรมชาติ ซึ่งจะมีเยอะขึ้นเรื่อยๆ ได้เห็นการถามคำถามของเพื่อน ส.ส.พรรคประชาชนแล้ว และการตอบคำถามของ รมช.มหาดไทย เหมือนพึงพอใจมากกับสิ่งที่รัฐบาลได้ทำไป แต่สำหรับตนรัฐบาลที่รู้ข้อมูลล่วงหน้า และเราต้องสูญเสียทั้งทรัพย์สินและชีวิตของประชาชน ก็ไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ เรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรพรรคภูมิใจไทยก็จะเดินหน้าเหมือนเดิมมากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ตามอำนาจหน้าที่ที่รับผิดชอบ

ส่วนจะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนนายกรัฐมนตรี เราก็จะขับเคลื่อนเรื่องภัยพิบัติใช่หรือไม่ นายไชยชนก ยืนยันว่า ไม่ใช่แค่เรื่องภัยพิบัติธรรมชาติ แต่รวมถึงภัยความมั่นคงและสภาวะจิตใจของคนไทย ตนคิดว่าการเยียวยาการช่วยเหลือมันไม่เพียงพอสำหรับทุกสถานการณ์ เรื่องน้ำท่วมเยียวยาไม่ใกล้เคียงสิ่งที่สูญเสียไป สุดท้ายสิ่งที่สำคัญที่สุดในประเทศคือประชาชน และหากประชาชนท้อและหมดหวัง สิ้นหวัง คุณจะพยายามทำสิ่งใด ไอเดียดีแค่ไหน ตนก็คิดว่าไม่ก้าวไปข้างหน้า และไม่เพียงแค่รัฐบาลทุกคนอาจจะมองข้ามประเด็นเหล่านี้ไป

ขณะที่เวลา 12:31 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคภูมิใจไทย เดินทางเข้าพรรค เมื่อผู้สื่อข่าวแซวว่าร่วมลุ้นหรือไม่ นายพิพัฒน์ ตอบเพียงว่า “ก็มาช่วยกันลุ้นนะครับ” ขณะที่นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี เข้าพรรคโดยใช้ไม้พยุง เนื่องจากประสบอุบัติเหตุ แต่ก็มาร่วมกันวอร์รูมในครั้งนี้ด้วย

“ไชยชนก” ยัน วอร์รูม “ภูมิใจไทย” แค่รวมพลเฉย ลุ้นภัยธรรมชาติ

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หลายฝ่ายกำลังจับตามองการทำงานของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องภัยธรรมชาติและความมั่นคงที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง การออกมาให้ข้อมูลของนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย จึงเป็นที่น่าสนใจและถูกนำมาพิจารณาอย่างละเอียด

สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันมีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การรวมตัวของสมาชิกพรรคภูมิใจไทยครั้งนี้ มองได้หลายแง่มุม ทั้งในเรื่องของการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงการแสดงจุดยืนและแนวทางการทำงานของพรรคในอนาคต

ความกังวลเรื่องภัยธรรมชาติและความมั่นคง

ประเด็นที่น่าสนใจคือ ความกังวลของนายไชยชนกเกี่ยวกับภัยธรรมชาติและความมั่นคง รวมถึงสภาพจิตใจของประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ต่างๆ การเยียวยาและการช่วยเหลือที่ไม่เพียงพอ อาจส่งผลเสียต่อกำลังใจและความหวังของประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า

การที่นายไชยชนกเน้นย้ำถึงความสำคัญของประชาชนเป็นอันดับแรก สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่และความรู้สึกของประชาชนเป็นหลัก ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายควรตระหนักและใส่ใจ

บทสรุปและข้อคิด

สถานการณ์ทางการเมืองและสังคมในปัจจุบันเต็มไปด้วยความท้าทาย การรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกฝ่ายเป็นสิ่งสำคัญในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศ การให้ความสำคัญกับประชาชนและสร้างความหวังให้กับพวกเขาย่อมเป็นรากฐานที่มั่นคงสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืน

การออกมาให้สัมภาษณ์ของนายไชยชนกในครั้งนี้ ทำให้เราได้เห็นถึงมุมมองและความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น การทำความเข้าใจถึงประเด็นเหล่านี้ จะช่วยให้เราสามารถติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างรอบด้านมากยิ่งขึ้น อย่าลืมติดตามข่าวสารและข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะได้ไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตของเรา

ที่มา – “ไชยชนก” ยัน วอร์รูม “ภูมิใจไทย” แค่รวมพลเฉย ลุ้นคดีคลิปเสียง ยอมรับห่วงภัยธรรมชาติ – ความมั่นคง

รูนีย์เผย! ชoles โทรชวนซบแมนยู: เวย์น รูนีย์



รูนีย์เผย! ชoles โทรชวนซบแมนยู

เวย์น รูนีย์ ได้รับโทรศัพท์ที่น่าประหลาดใจ ชักชวนให้เขาย้ายไปร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตั้งแต่เขายังเป็นวัยรุ่น – จาก พอล สโคลส์

ในการพูดคุยในตอนล่าสุดของพอดแคสต์ The Wayne Rooney Show อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษได้พูดถึงกระบวนการเข้าร่วมทีมยูไนเต็ด เหตุผลที่เกือบจะย้ายไปนิวคาสเซิล และได้รับความสนใจจากต่างประเทศ

“ตอนที่ผมยังอยู่เอฟเวอร์ตัน คืนหนึ่งผมนั่งอยู่ที่บ้านและดู Coronation Street อยู่ แล้วโทรศัพท์บ้านก็ดังขึ้น ผมรับสาย ปรากฏว่าเป็น พอล สโคลส์” เขากล่าว “เหมือนกับว่า ‘วาสซ่า นี่สโคลส์ซี่นะ… ตกลงแกจะเซ็นสัญญากับพวกเราไหมเนี่ย?’ ผมก็นั่งอึ้งไปเลย แบบว่า: นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?”

รูนีย์ย้ายจากเอฟเวอร์ตันมาร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 2004 ตอนที่เขาอายุ 18 ปี แต่เขาบอกว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีม อยากจะรออีกนานกว่านี้เพื่อดึงตัวเขามาร่วมทีม

อย่างไรก็ตาม ปีศาจแดงต้องรีบดำเนินการอย่างรวดเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้เขาย้ายไปร่วมทีม นิวคาสเซิล แทน

“ผมคิดว่า ถ้าพูดตามตรง อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ต้องการรออีกหนึ่งปี และหลังจากนั้น นิวคาสเซิล ก็เข้ามาอย่างต่อเนื่อง และผมคงจะย้ายไป นิวคาสเซิล ถ้า ยูไนเต็ด ไม่เซ็นสัญญากับผมในตอนนั้น” เขากล่าว

“จนกระทั่งถึงวันสุดท้าย [บิลล์ เคนไรท์ ประธานสโมสรเอฟเวอร์ตัน] ก็ไม่ยอมส่งเอกสารมา และบิลล์ ขอพระเจ้าคุ้มครองเขา เขาเป็นคนที่มีอารมณ์ความรู้สึกมาก และผมก็เป็นเด็กท้องถิ่นจากลิเวอร์พูลที่เล่นให้กับเอฟเวอร์ตัน มันยิ่งใหญ่มาก และเขาก็โทรศัพท์มาจริงๆ เอาแม่ของเขามาคุยกับผมตอนที่ผมอยู่ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด จากนั้นเขาก็โทรศัพท์มาและร้องไห้ใส่โทรศัพท์”

รูนีย์ย้ายมาร่วมทีมยูไนเต็ดในวันสุดท้ายของการซื้อขายนักเตะ โดยดีลเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนสุดท้ายเขาต้องสวมเสื้อสเวตเตอร์ของลูกพี่ลูกน้องของ โคลีน ภรรยาของเขา ตอนที่เขาย้ายทีม

“ผมค่อนข้างจะสบายๆ และมีสื่อมวลชนจำนวนมากพยายามติดตามผมไปทั่ว” รูนีย์กล่าว

“จริงๆ แล้วผมพักอยู่ที่บ้านลุงของโคลีนในลิเวอร์พูล และคืนก่อนวันสุดท้ายของการซื้อขายนักเตะ เรานั่งอยู่ในบ้าน กินอาหารจีน ดื่มไวน์กันสองสามแก้ว และจริงๆ แล้วผมไม่มีเสื้อผ้าอยู่ที่นั่น”

“ดังนั้น เสื้อสเวตเตอร์ที่ผมเซ็นสัญญากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือเสื้อสเวตเตอร์ของลูกพี่ลูกน้องของโคลีน! ดังนั้น ใช่ มันแสดงให้เห็นว่าผมเตรียมพร้อมสำหรับมันมากแค่ไหน”

เกือบได้ย้ายไปเชลซี! เรื่องราวของ เวย์น รูนีย์

ไม่เพียงแต่นิวคาสเซิลจะสนใจ รูนีย์ เท่านั้น เขายังเกือบจะได้ย้ายไปเชลซีด้วย

แต่มีข้อตกลงที่ทำให้ต้องล้มเลิก – เขาจะต้องถูกส่งตัวไปให้ มิดเดิลสโบรห์ ยืมตัว

เขาบอกว่าเขาคิดว่า โรมัน อับราโมวิช เจ้าของทีมเชลซี ต้องการให้เขาทำงานภายใต้การคุมทีมของ สตีฟ แม็คลาเรน ผู้จัดการทีม มิดเดิลสโบรห์

“ตอนที่เราอยู่ที่ ยูโร ใน ยูโร 2004 เอฟเวอร์ตัน ได้ตกลงข้อตกลงกับเชลซีเพื่อให้ผมเซ็นสัญญากับพวกเขา และผมไม่มีความรู้เรื่องนั้นเลย”

“แล้วเอเยนต์ของผมก็ไปคุยกับ อับราโมวิช และทีมงานของพวกเขา โดยพื้นฐานแล้วพวกเขาบอกว่า ใช่ พวกเขาต้องการเซ็นสัญญากับผม แล้วส่งผมไปให้ มิดเดิลสโบรห์ ยืมตัว มันแบบว่า ไม่มีทาง!”

“บอกตามตรง การที่ผมจะไปลอนดอนในเวลานั้น มันไม่สมเหตุสมผลเลย ดังนั้น ทันทีที่ผมรู้ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนใจในตัวผม ที่นั่นเป็นที่เดียวที่ผมจะไปจริงๆ”

เชลซี พยายามเซ็นสัญญากับ รูนีย์ จาก ยูไนเต็ด ในปี 2013 โดยยื่นข้อเสนอเป็น เฟอร์นันโด ตอร์เรส และ รามิเรส ด้วย แต่ไม่สามารถทำตามราคาที่ตั้งไว้ได้ รูนีย์ กล่าวว่าเขา “เกือบจะได้” ไปร่วมทีมของ มูรินโญ่

“ผมคิดว่าพวกเขาบอก เชลซี ว่าพวกเขาต้องการ 44 ล้านปอนด์สำหรับผม และ เชลซี ไม่ได้จ่ายถึง 44 ล้านปอนด์ และผมคิดว่าพวกเขายื่นข้อเสนอ ตอร์เรส และ รามิเรส รวมถึงเงิน ให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วย และพวกเขาไม่รับมัน แต่มันค่อนข้างใกล้เคียง ผมคุยกับ โชเซ่ สองสามครั้ง”

รูนีย์เผย! ชoles โทรชวนซบแมนยู

ตั้งแต่เลิกเล่นฟุตบอล รูนีย์ ก็ได้คุมทีม ดาร์บี้ เคาน์ตี้, ดีซี ยูไนเต็ด, เบอร์มิงแฮม ซิตี้ และ พลีมัธ อาร์ไกล์

ขณะที่กำลังเรียนเพื่อเป็นโค้ช เขาก็เผชิญกับความท้าทายที่แตกต่างไปจากสิ่งที่เขาเคยเจอในฐานะนักเตะ – ต้องแสดงเพลงจาก Les Miserables ร่วมกับเพื่อนร่วมรุ่นและนักแสดง

พวกเขาได้นำนักแสดงจาก Les Miserables มาพูดคุยเกี่ยวกับความท้าทายของการอยู่ในละครเพลง และวิธีที่พวกเขาจัดการกับการคัดเลือกนักแสดง

“ในตอนท้าย คุณต้องเรียนรู้เพลงและการเต้น แล้วก็ทำมันจริงๆ” เขาเล่า

“มันคือการทำให้คุณอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สบายใจ โจนาธาน วู้ดเกต อยู่ข้างๆ ผม เขาชอบมันมาก! คุณกำลังทำงานร่วมกัน ดังนั้นมันคือเพลงใน Les Mis เรื่อง At The End Of The Day… และพวกเราทุกคนก็ค่อยๆ คลานไปข้างหน้า มันแย่มาก!”

“ผมชอบละครเพลง แต่ไม่ชอบเล่นมัน – ผมชอบดูมัน”

ชม Wayne Rooney Show ได้ที่ ช่องยูทูป BBC Sport และ iPlayer ฟังได้ที่ BBC Sounds

การเปิดเผยเรื่องราวของ รูนีย์เผย! ชoles โทรชวนซบแมนยู ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความทะเยอทะยานของเขาที่มีมาตั้งแต่สมัยยังเป็นวัยรุ่น และเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จอย่างสูงในอาชีพค้าแข้ง

ที่มา – I was watching Corrie when Scholes called about Man Utd move – Rooney

“ภูมิธรรม” สยบข่าว**เด้ง ผบ.ตร.** ยันไม่มีอำนาจ

จากกรณีที่มีกระแสข่าวลือเกี่ยวกับการย้ายผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ล่าสุด นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาสยบข่าวลือดังกล่าว โดยยืนยันว่าตนเองไม่มีอำนาจในการ**เด้ง ผบ.ตร.**

นายภูมิธรรมยังกล่าวถึงการเลื่อนประชุม ก.ตร. ที่มีวาระพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ 68 ตำแหน่ง โดยเลื่อนไปเป็นวันที่ 31 สิงหาคมนี้ สาเหตุของการเลื่อนเนื่องจากมีตำรวจ 4 นายยื่นหนังสือร้องเรียน ซึ่งนายภูมิธรรมได้นำเรื่องนี้มาหารือกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เป็นเวลานานถึง 2 ชั่วโมง

“ภูมิธรรม” สยบข่าวเด้ง ผบ.ตร. ยัน! ไม่มีอำนาจ

“สื่อรู้ได้อย่างไรว่าโผแต่งตั้งมีปัญหา ในเมื่อยังไม่มีการประกาศออกมา” นายภูมิธรรมกล่าว พร้อมยอมรับว่าการเลื่อนประชุม ก.ตร. เกิดจากเรื่องร้องเรียนของตำรวจ 4 นายที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งได้ทำหนังสือร้องเรียนถึงตนเอง โดยได้ปรึกษาคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วเห็นว่าสามารถนำเรื่องร้องเรียนมาพิจารณาได้ เนื่องจากผู้ร้องยังไม่มีความผิดใดๆ ตามกฎ ก.ตร. จึงมีสิทธิ์ได้รับการเสนอชื่อ ส่วนจะรับหรือไม่เป็นสิทธิ์ของคณะกรรมการ ก.ตร. นอกจากนี้ ยังมีกรณีของ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ที่ร้องขอให้ทบทวนการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งนายภูมิธรรมได้รับเรื่องไว้แล้ว

นายภูมิธรรมกล่าวว่า ก่อนการประชุม ก.ตร. ได้หารือนอกรอบกับ ผบ.ตร. เป็นเวลานาน 2 ชั่วโมงจริง โดยได้หยิบยกเรื่องร้องเรียนทั้งหมดมาพูดคุยโดยตรง ซึ่ง ผบ.ตร. ยืนยันว่าได้ดำเนินการทุกอย่างตามกรอบและหน้าที่ แต่สิ่งที่สำคัญในการพิจารณาแต่งตั้งคือระบบ หากปล่อยผ่านไปจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของผู้อื่น จึงเสนอให้เลื่อนการพิจารณาออกไปก่อน เพื่อให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อนนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ทำให้ต้องแจ้งที่ประชุมใหญ่ว่าจะเลื่อนการประชุม ก.ตร. ไปพิจารณาในวันที่ 31 สิงหาคม 2568 เวลา 15.00 น.

นายภูมิธรรมเล่าว่า ก่อนออกจากห้องประชุม มีตำรวจตะโกนว่าตนเองใช้อำนาจหน้าที่มิชอบและกำลังทำสิ่งที่ผิด ซึ่งตนเองได้ยืนยันกลับไปว่ากำลังทำหน้าที่อย่างถูกต้องตามกรอบและอำนาจในฐานะประธาน โดยต้องการให้ทุกอย่างมีความชอบธรรมก่อน จึงมีสิทธิ์ที่จะเลื่อนการประชุมออกไป

ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าจะ**เด้ง ผบ.ตร.** นั้น นายภูมิธรรม กล่าวว่าเป็นเรื่องที่เกินเลยความเป็นจริง และยืนยันว่ามีความสัมพันธ์ที่ดีกับ ผบ.ตร. ไม่เคยพูดถึงเรื่องการย้าย พร้อมทั้งรู้สึกเห็นใจที่ ผบ.ตร. ทำงานมาอย่างหนัก และเห็นใจตัวเองที่มีหนังสือร้องเรียนเข้ามา นอกจากนี้ นายภูมิธรรมยังย้ำว่าตนเองไม่มีอำนาจที่จะ**เด้ง**ใครได้ การ**เด้ง**ทุกอย่างต้องมีเหตุผลรองรับ

นอกจากนี้ นายภูมิธรรมยังเปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาได้ส่งข้อความไปขอโทษ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่ต้องตัดสินใจเช่นนั้น เพราะต้องการให้ทุกอย่างโปร่งใส พร้อมขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนไม่ให้ถามเรื่องนี้ เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง

ทำไมนายภูมิธรรมถึงออกมาสยบข่าวการเด้ง ผบ.ตร.?

การที่นายภูมิธรรมออกมาสยบข่าวการ**เด้ง ผบ.ตร.** สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการรักษาเสถียรภาพภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเป็นการยืนยันถึงความโปร่งใสในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ การที่นายภูมิธรรมยอมรับว่ามีการเลื่อนการประชุม ก.ตร. เนื่องจากมีเรื่องร้องเรียน และพร้อมที่จะนำเรื่องร้องเรียนมาพิจารณาอย่างรอบคอบ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และป้องกันไม่ให้เกิดข้อครหาเกี่ยวกับการใช้อำนาจโดยมิชอบ

การออกมาขอโทษ ผบ.ตร. เป็นการส่วนตัวยังแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้บังคับบัญชาระดับสูง และความปรารถนาที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยความเข้าใจและเคารพซึ่งกันและกัน

โดยรวมแล้ว การตอบสนองของนายภูมิธรรมต่อข่าวลือเกี่ยวกับการ**เด้ง ผบ.ตร.** เป็นไปในลักษณะของการควบคุมความเสียหาย และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าจะมีการบริหารงานภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

ที่มา – “ภูมิธรรม” สยบข่าวเด้ง ผบ.ตร. ยัน! ไม่มีอำนาจ เผยเมื่อคืนส่งข้อความไปขอโทษบิ๊กต่าย

“ภูมิธรรม” มั่นใจพรรคร่วมรัฐบาลจับมือแน่นปึ้ก!

“ภูมิธรรม” มั่นใจพรรคร่วมรัฐบาลจับมือแน่นปึ้ก ต่อสายคุยกันดีอยู่ เมิน “บิ๊กป้อม-อนุทิน” หม่ำข้าวส่งสัญญาณ โยนถามคนปล่อยสูตรพลิกขั้ว 270 เสียง

เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 29 ส.ค. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาการแทนนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีกระแสข่าวว่าอาจจะมีการพลิกขั้วล้มรัฐบาลชุดนี้ ได้มีการส่งสัญญาณไปยังพรรคร่วมรัฐบาลบ้างหรือไม่ ว่า ไม่จำเป็นต้องส่งสัญญาณ ส่วนเรื่องดีลข้ามขั้วนั้น ก็เห็นพูดมาเป็นเดือน ไม่เป็นอะไร ทุกอย่างชัดเจนและเรามั่นใจว่าได้แสดงความจริงใจทุกอย่าง และตั้งใจทำไม่มีปัญหาแบบที่ถูกกล่าวหาอยู่ที่ดุลพินิจของศาลในการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน หากศาลตัดสินอย่างไรก็ว่าไปตามนั้น เพราะเราได้แสดงหลักฐานทุกอย่างไปแล้ว

นายภูมิธรรม กล่าวว่า ส่วนที่มีกระแสข่าวพรรคฝ่ายค้านประชุมกันถึงตี 2 เมื่อคืนที่ผ่านมา ก็เชิญประชุมไป ไม่มีปัญหาอะไร เป็นหน้าที่ที่เขาต้องทำ แต่ถ้าจะไปถามว่ามีเงินมาซื้อจำนวนหนึ่ง ตนมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระเอาความจริงดีกว่า เขามีสิทธิ์ประชุม ส่วนผลจะเป็นอย่างไรตนตอบไม่ได้ ไม่รู้ว่าเขาไปตกลงอะไรกัน

เมื่อถามว่ายังมั่นใจในพรรคร่วมรัฐบาลที่จับมือกันอยู่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า มั่นใจเราคุยกันดีมาตลอด เวลาเจอกันก็บอกว่าสื่อไปไกล ไม่ได้มีความรู้สึกอะไรเลย ดังนั้นตนมั่นใจในสิ่งที่เกิดขึ้น และเมื่อถึงเวลาสถานการณ์จะช่วยให้ทุกฝ่ายตัดสินใจอย่างรอบคอบด้วยตัวของเขาเอง เราจะไม่คาดหวังและไปพูดให้เกิดความขัดแย้ง ตนจะพูดเฉพาะความจริงจากสิ่งที่เกิดขึ้น ย้ำว่าไม่มีปัญหา ใครจะไปกินข้าวกับใครหรือไปประชุมกับใครก็ทำได้ไม่มีอะไร และในสถานการณ์แบบนี้ใครกินข้าวกับใครก็ได้ ตนก็คุยโทรศัพท์กับบุคคลต่างๆ เป็นเรื่องธรรมดาในวงการเมือง

เมื่อถามต่อถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พบกันที่บ้านป่ารอยต่อ เป็นการส่งสัญญาณว่ามีการเดินเกมพลิกขั้วหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่ส่งสัญญาณหรอก ตนก็นั่งกินข้าวกับคนอื่น

เมื่อถามย้ำว่ามีการปล่อยข่าวว่าฝั่งตรงข้ามมีการรวมเสียงได้แล้วถึง 270 เสียง มองว่าเป็นไปได้หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ควรไปถามคนปล่อยข่าว ให้เขาพูดมาให้ชัดเจน ตนไม่อยากตอบ  เมื่อถามอีกว่า มีพรรคร่วมรัฐบาลต่อสายมาพูดคุยบ้างหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ขออนุญาตไม่พูด เพราะเป็นเรื่องภายในของแต่ละพรรค

“ภูมิธรรม” มั่นใจพรรคร่วมรัฐบาลจับมือแน่นปึ้ก

จากสถานการณ์ทางการเมืองที่ค่อนข้างร้อนแรงในขณะนี้ คำถามที่หลายคนสงสัยคือ รัฐบาลจะยังคงอยู่รอดปลอดภัยหรือไม่? นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์และยืนยันความมั่นใจว่า พรรคร่วมรัฐบาลยังคงจับมือกันอย่างแน่นแฟ้น และไม่มีสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงขั้วทางการเมือง

ความมั่นใจของ “ภูมิธรรม” ต่อพรรคร่วมรัฐบาล

นายภูมิธรรมย้ำว่าได้มีการพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง และทุกฝ่ายยังคงมีความเข้าใจอันดีต่อกัน แม้ว่าจะมีข่าวลือเกี่ยวกับการดีลข้ามขั้วหรือการรวมเสียงของฝ่ายค้าน แต่เขามองว่าเป็นเพียงกระแสข่าวที่ไม่มีมูลความจริง

ท่าทีของนายภูมิธรรมต่อข่าวลือ

ถึงแม้จะมีข่าวลือและกระแสต่างๆ มากมาย แต่ “ภูมิธรรม” มั่นใจพรรคร่วมรัฐบาลจับมือแน่นปึ้ก และพร้อมที่จะทำงานร่วมกันต่อไป เขายังกล่าวอีกว่า การที่นักการเมืองจะไปพบปะพูดคุยกับใครเป็นเรื่องปกติ และไม่ควรนำมาเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

สิ่งที่ประชาชนควรจับตาดู

  • การทำงานร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาล
  • ท่าทีของพรรคฝ่ายค้านและการเคลื่อนไหวต่างๆ
  • การแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศของรัฐบาล

ในขณะที่สถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความไม่แน่นอน สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ

“ภูมิธรรม” มั่นใจพรรคร่วมรัฐบาลจับมือแน่นปึ้ก แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่รัฐบาลสามารถทำงานเพื่อประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกฝ่าย หากรัฐบาลสามารถทำได้ตามเป้าหมาย ก็จะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคทางการเมืองไปได้

ที่มา – “ภูมิธรรม” มั่นใจพรรคร่วมรัฐบาลจับมือแน่นปึ้ก เมินสูตรพลิกขั้ว 270 เสียง

ขยายผลเส้นทางเงิน “บ่อนดอนเมือง” เร่งล่า “ป๋านวย”

คุมตัวนักพนัน 176 คน ส่งฟ้องศาลฯ ด้าน ผบก.น.2 เตรียมขยายผลเส้นทางการเงิน หากเกิน 5 ล้าน เตรียมชง ปปง.ยึดทรัพย์ เล็งประกาศสืบจับตั้งรางวัลนำจับเจ้าของบ่อน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 29 สิงหาคม 2568 พนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง ควบคุมตัวผู้ต้องหาในคดีร่วมกันลักลอบเล่นการพนัน จำนวน 176 คน ส่งฟ้องต่อศาลแขวงดอนเมือง หลังจากฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ บุกทลายบ่อนอำนวย เกียรติดอนเมือง หรือบ่อนป๋านวย ในซอยสรงประภา 1 โดยการควบคุมตัวครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้นำบัสเอกชนจากจังหวัดปทุมธานี จำนวน 3 คัน มารอรับนักพนัน เพื่ออำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายผู้ต้องหาจำนวนมากไปยังศาลฯ

บรรยากาศระหว่างการนำตัวผู้ต้องหา มีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลอย่างเข้มงวด ป้องกันเหตุวุ่นวาย หรือการหลบหนี ขณะที่ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกแยกควบคุมตัวขึ้นรถไปตามลำดับ

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามพลตำรวจตรี เจษฎา สวยสม ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 ถึงความคืบหน้าของคดี โดยระบุว่า หลังจากการจับกุมแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ต้องหา และเครือข่ายทั้งหมด หากพบว่ามีความเคลื่อนไหวของเงินจำนวนมากเกินกว่า 5 ล้านบาท จะเสนอเรื่องให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เข้าดำเนินการอายัดทรัพย์สินทันที เพื่อป้องกันการโยกย้ายหรือซุกซ่อนทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำผิด

ในส่วนของเจ้าของบ่อน ซึ่งถือเป็นผู้มีบทบาทสำคัญ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 ระบุว่า ถึงแม้เจ้าตัวจะมีหมายจับติดตัวในคดีเก่าอยู่แล้วก็ตาม ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาออกประกาศสืบจับ พร้อมทั้งมีแนวทางที่จะตั้งเงินรางวัลสำหรับผู้ที่แจ้งเบาะแสหรือข้อมูลอันเป็นประโยชน์ จนนำไปสู่การจับกุมตัวเจ้าของบ่อนมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้จะเร่งรัดดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ไม่เพียงแค่ดำเนินคดีกับนักพนันเท่านั้น แต่ยังขยายผลไปถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลัง และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปิดบ่อนด้วย

อย่างไรก็ตามมีรายงานข่าว ระบุว่า สำหรับบ่อนนายอำนวย เกียรติดอนเมือง หรือที่รู้จักกันในวงนักพนัน “บ่อนป๋านวย” ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566-2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดอนเมือง เคยมีการยื่นคำร้องขอหมายค้นสถานที่ดังกล่าว จำนวน 14 ครั้ง จับกุมนักพนันและของกลางได้ 5 ครั้ง ซึ่ง 2 ครั้งหลังสุดที่มีการจับกุมได้คือ เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.2567 จับกุมนักพนันรวม 141 ราย พร้อมของกลาง

และเมื่อ 20 ก.พ.68 จับกุมนักพนันได้ 29 ราย พร้อมของกลาง ส่วนอีก 9 ครั้ง ได้เพียงอุปกรณ์การเล่นแต่ไม่พบนักพนัน และเมื่อวันที่ 26 ส.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการขอหมายค้นจากศาลแขวงดอนเมือง แต่ศาลยกคำร้อง กระทั่งวันที่ 27 ส.ค. กรมการปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดอนเมือง ได้เข้าจับกุมตามที่ปรากฏตามข่าว

จากการตรวจสอบประวัตินายอำนวย พบมีหมายจับของศาลแขวงดอนเมือง ในคดีเกี่ยวกับ พ.ร.บ.การพนัน จำนวน 6 หมาย และหมายจับศาลอาญา จำนวน 1 หมายในความผิดฐาน ให้พักพิงบุคคลต่างด้าว, จัดให้มีการเล่นการพนันไพ่เสือมังกรและทำกิจกรรมมั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ

เร่งขยายผลเส้นทางการเงิน “บ่อนดอนเมือง” ผบก.น.2 เล็งตั้งรางวัลนำจับ “ป๋านวย”

จากกรณีการทลาย บ่อนดอนเมือง และจับกุมนักพนันจำนวนมาก ทำให้ตำรวจต้องเร่ง ขยายผลเส้นทางการเงิน “บ่อนดอนเมือง” อย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการติดตามตัว "ป๋านวย" ผู้ต้องหาตามหมายจับ

ความคืบหน้าคดีบ่อนดอนเมืองล่าสุด

ล่าสุด พลตำรวจตรี เจษฎา สวยสม ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 ได้สั่งการให้มีการตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ต้องหาและเครือข่ายทั้งหมด หากพบว่ามีเงินหมุนเวียนเกิน 5 ล้านบาท จะส่งเรื่องให้ ปปง. ดำเนินการยึดทรัพย์สินทันที นอกจากนี้ ยังมีแนวทางที่จะตั้งรางวัลนำจับสำหรับผู้ที่ให้เบาะแสในการจับกุม "ป๋านวย" อีกด้วย การ ขยายผลเส้นทางการเงิน “บ่อนดอนเมือง” ครั้งนี้ถือเป็นความพยายามที่จะกวาดล้างเครือข่ายการพนันให้สิ้นซาก

การ ขยายผลเส้นทางการเงิน “บ่อนดอนเมือง” ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเครือข่ายเหล่านี้มักจะมีการซุกซ่อนและโยกย้ายทรัพย์สินอย่างซับซ้อน การทำงานร่วมกับ ปปง. จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการติดตามและยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิด

อนาคตของคดีบ่อนดอนเมือง

การทลาย บ่อนดอนเมือง และการเร่ง ขยายผลเส้นทางการเงิน “บ่อนดอนเมือง” ผบก.น.2 เล็งตั้งรางวัลนำจับ “ป๋านวย” ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า ทางตำรวจมีความมุ่งมั่นที่จะปราบปรามการพนันอย่างจริงจัง แต่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนนั้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน

ที่มา – เร่งขยายผลเส้นทางการเงิน “บ่อนดอนเมือง” ผบก.น.2 เล็งตั้งรางวัลนำจับ “ป๋านวย”

ภูมิใจไทยลุ้น “คดีนายกฯ” เตรียมซักฟอก!

“โฆษกพรรคภูมิใจไทย” ไม่แปลกใจหลัง “อนุทิน” พบ “ลุงป้อม” เหตุ รู้จักคนเยอะ โพสต์โซเชียลตลอด ย้ำ สส.พรรคภูมิใจไทย รวมตัวลุ้น “คดีนายกฯ” หากรอดเตรียมยื่นซักฟอก ม.151-152 ทันที

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการติดตามการอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในคดีนายกฯ ว่า ไม่ได้มีเป้าหมายอะไร เพียงแต่มาร่วมสังเกตการณ์ ซึ่งวันนี้ไม่ได้มีแค่เพียงพรรคภูมิใจไทย แต่มีพรรคอื่นๆ ด้วยเช่นเดียวกัน

หากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมาเป็นลบ นางสาวแนน ระบุถึงท่าทีของพรรคภูมิใจไทยว่าขอให้เราได้มีเวลาได้พูดคุยกันอีกรอบ และคงไม่คิดไปล่วงหน้าก่อนว่าอะไรจะเกิดขึ้น ขณะนี้เราก็รอสถานการณ์เหมือนทุกพรรคการเมืองตอนนี้

ส่วนที่มีการตีความว่านายอนุทินมีการเดินสาย มีการไปทานข้าวหน้าไก่และพบปะกับ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะถือเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไปหรือไม่นั้น น.ส.แนน เผยว่า นายอนุทินมีเพื่อนพี่น้องคนรู้จักเยอะ การที่ไปทานข้าวกับใครก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร และหากติดตามเพจของนายอนุทินก็จะเห็นว่ามีโพสต์อยู่ตลอด จึงมองว่าไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร

เมื่อถามต่อว่าหากมีอุบัติเหตุทางการเมือง ยืนยันได้หรือไม่ว่าพรรคภูมิใจไทยยังเหนียวแน่นกับพรรคร่วมอื่นได้ น.ส.แนน ระบุว่า ไม่ขอให้ความเห็นเรื่องในอนาคต เพราะต้องดูสถานการณ์ของวันนี้ จนกว่าจะมีคำตัดสินของศาล และเราจะเดินหน้าอะไรอย่างไรต่อไปค่อยว่ากันอีกที แต่ถ้าคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญเป็นบวกกับนายกรัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทยก็ยังยืนยันทำหน้าที่ในส่วนของนิติบัญญัติต่อไป เพราะสภาก็ยังอยู่ไม่มีปัญหาอะไร

ทั้งนี้ น.ส.แนน กล่าวต่อว่า ตนเคยให้สัมภาษณ์ก่อนสมัยเปิดการประชุม หากตำแหน่งนายกรัฐมนตรียังเป็นนางสาวแพทองธารอยู่ ก็พร้อมที่จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 และ 152

โฆษกพรรคภูมิใจไทยย้ำ สส. รวมตัวลุ้น “คดีนายกฯ”

พรรคภูมิใจไทยจับตา “คดีนายกฯ” อย่างใกล้ชิด

สถานการณ์ทางการเมืองกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เมื่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญใน คดีนายกฯ กำลังจะถูกอ่านในไม่ช้า ท่าทีของพรรคการเมืองต่างๆ จึงเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พรรคภูมิใจไทย หนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาล ที่ล่าสุด โฆษกพรรคได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมในการรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี และโฆษกพรรคภูมิใจไทย ได้เน้นย้ำถึงการรวมตัวของ สส.พรรค เพื่อติดตามสถานการณ์ คดีนายกฯ อย่างใกล้ชิด โดยหากผลการวินิจฉัยออกมาเป็นคุณ พรรคภูมิใจไทยก็พร้อมที่จะเดินหน้าทำหน้าที่ในส่วนของนิติบัญญัติต่อไป แต่หากผลออกมาเป็นลบ ก็ขอให้มีการพูดคุยหารือกันภายในพรรคอีกครั้ง ก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

นอกจากนี้ น.ส.แนน ยังได้กล่าวถึงกระแสข่าวการพบปะกันระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กับ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ว่าเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากทั้งสองท่านเป็นผู้ที่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และรู้จักผู้คนมากมาย การพบปะทานข้าวกันจึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือ หากผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นบวกต่อนายกรัฐมนตรี น.ส.แนน ยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยยังคงพร้อมที่จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 และ 152 ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงบทบาทของพรรคในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มข้น

การออกมาให้สัมภาษณ์ของโฆษกพรรคภูมิใจไทยในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของพรรคในการรับมือกับทุกสถานการณ์ทางการเมืองที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร พรรคภูมิใจไทยก็พร้อมที่จะเดินหน้าทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ ทั้งในส่วนของการสนับสนุนรัฐบาล และการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน

การเมืองไทยยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การติดตามข่าวสารและสถานการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อให้เราทุกคนสามารถเข้าใจและมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของประเทศได้

ที่มา – “โฆษกพรรคภูมิใจไทย”ย้ำ สส. รวมตัวลุ้น “คดีนายกฯ” หากรอดเตรียมยื่นซักฟอก ม.151-152 ทันที