วัน: 6 กันยายน 2025

ลอนดอน ซิตี้ แสดงความมุ่งมั่นแม้พ่ายแพ้หนัก

แม้ว่าลอนดอน ซิตี้ ไลออนเนสส์จะแพ้การแข่งขันครั้งแรกใน Women’s Super League 4-1 แต่เป็นที่ชัดเจนว่าพวกเธอมาที่นี่เพื่อสร้างความปั่นป่วนให้กับระเบียบเดิม

มันเป็นการทดสอบที่ยากที่สุดเมื่อพวกเธอเปิดตัวในลีกสูงสุดของอังกฤษ โดย เผชิญหน้ากับอาร์เซนอลแชมป์ยุโรป ต่อหน้าแฟนบอล 38,000 คนที่สนามเอมิเรตส์ สเตเดียมเมื่อวันเสาร์

แต่สโมสรที่ไม่ขึ้นตรงกับทีมชายและได้รับการสนับสนุนจากมิเคเล คัง เจ้าของชาวอเมริกันผู้มั่งคั่ง ได้ส่งข้อความที่ชัดเจนว่าพวกเขามีเป้าหมายที่จะสร้างความสั่นสะเทือนใน WSL

“เราต้องการที่จะสร้างความปั่นป่วน จุดยืนของเราคือการแข่งขัน และฉันคิดว่าในกีฬาระดับสูงใดๆ คุณต้องการที่จะแข่งขันกับทีมที่ดีที่สุด” มาร์ติน เซมเมนส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของลอนดอน ซิตี้ ไลออนเนสส์ กล่าวกับ BBC Radio 5 Live ก่อนเริ่มเกม

“ฉันสามารถพูดในนามของมิเชล (คัง) ว่านี่ไม่ใช่โครงการ 10 ปี เราต้องการที่จะทำมันให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้”

‘เรารู้ว่าเราต้องการไปที่ไหน’

ลอนดอน ซิตี้ ไลออนเนสส์ คือกระแสที่ถูกพูดถึง

ก่อตั้งขึ้นในปี 2019 โดยแยกตัวออกมาจากสโมสร Millwall Lionesses ทางฝั่งตะวันออกของลอนดอน พวกเขาเป็นทีมระดับ Championship เมื่อคังซื้อสโมสร และแสดงเจตจำนงของเธออย่างรวดเร็ว

ภายในหกเดือน การลงทุนของเธอส่งผลให้ Kosovare Asllani นักเตะทีมชาติสวีเดนเข้าร่วมทีมในฐานะกัปตันทีม ในขณะที่ Jocelyn Precheur อดีตผู้จัดการทีมปารีส แซงต์-แชร์กแมงเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าโค้ช

พวกเขาย้ายสนามไปยัง Hayes Lane ใน Bromley และซื้อ Cobdown Park ซึ่งเป็นพื้นที่ 28 เอเคอร์ ซึ่งพวกเขามีความตั้งใจที่จะพัฒนาให้เป็นศูนย์ฝึกซ้อมระดับสูง

ตามที่คาดไว้ พวกเขาคว้าแชมป์ Championship ซึ่งถูกเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น WSL 2 ตั้งแต่ฤดูกาลนี้ ตั้งแต่ครั้งแรกที่อยู่ภายใต้การเป็นเจ้าของของคัง และการเตรียมการสำหรับลีกสูงสุดทำให้เธอรีบดึงเงินออกจากกระเป๋าเพื่อช่วยให้ลอนดอน ซิตี้ ไลออนเนสส์ ดึงดูดผู้มีความสามารถที่น่าตื่นเต้นที่สุดในโลก

การคว้าตัว Grace Geyoro จาก PSG และ Lucia Corrales จากบาร์เซโลนาในวันสุดท้ายของการซื้อขายนักเตะ ทำให้หลายคนประหลาดใจ ในขณะที่ซุปเปอร์สตาร์ชื่อดังเช่น Danielle van de Donk จากเนเธอร์แลนด์และ Nikita Parris จากอังกฤษเดินทางมาถึงก่อนหน้านี้ในช่วงซัมเมอร์

มีผู้เล่นทั้งหมด 17 คนเซ็นสัญญากับสโมสรในช่วงซัมเมอร์ ในขณะที่ 11 คนออกจากทีมไป ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และเป็นสัญญาณที่จับต้องได้ว่าลอนดอน ซิตี้ ไลออนเนสส์กำลังจะเข้าสู่ยุคใหม่

ความทะเยอทะยานของพวกเขาคือการเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีกในอนาคตอันใกล้นี้ และหลังจากนั้น ใครจะรู้ว่าพวกเธอมีความสามารถอะไรบ้าง?

“ด้วยผู้นำที่ฉันมีในมิเชล (คัง) เรารู้ว่าเราต้องการไปที่ไหน” Preucher กล่าวหลังจากได้สัมผัสกับฟุตบอล WSL เป็นครั้งแรกในการพ่ายแพ้อย่างน่าอัปยศต่ออาร์เซนอล

“แต่เรากำลังพูดถึง WSL ซึ่งอาจเป็นลีกที่ยากที่สุดในโลก ดังนั้นแม้ว่าเราจะมีความทะเยอทะยาน เรารู้ว่ามันจะยาก และไม่สามารถทำได้ในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์

“เราต้องการเวลามากแค่ไหน ฉันบอกคุณไม่ได้ เราต้องให้เวลาปรับตัวในประเทศใหม่และลีกใหม่สำหรับผู้เล่นใหม่จำนวนมาก

“เราจะมีการเริ่มต้นที่ยากลำบาก แต่ทันทีที่เราเริ่มปรับตัว ฉันก็มองโลกในแง่ดีและฉันคิดว่าเราสามารถลดช่องว่างที่เราเห็นระหว่างเรากับอาร์เซนอลได้”

‘ตอนนี้เราต้องสร้างทีม’

มีช่องว่างระหว่างลอนดอน ซิตี้ ไลออนเนสส์ และอาร์เซนอล แต่นั่นคือสิ่งที่คุณคาดหวังจากทีมน้องใหม่ที่เพิ่งเลื่อนชั้นมาเล่นในบ้านของแชมป์ยุโรป

แต่ช่องว่างนั้นไม่ได้เห็นอย่างชัดเจนในช่วง 20 นาทีแรก เมื่อลอนดอน ซิตี้ ฉีกบทและขึ้นนำ ทำให้แฟนบอลอาร์เซนอลที่ส่งเสียงดังเงียบลง

Asllani ได้จุดโทษและยิงเข้าไปในนาทีที่ 17 ทำให้ทีมน้องใหม่ขึ้นนำ 1-0

มันเป็นการตอบแทนสำหรับการเริ่มต้นที่ปั่นป่วนของพวกเขา เนื่องจากอาร์เซนอลดูสั่นคลอนและสับสนเล็กน้อยว่าจะรับมือกับคู่ต่อสู้ที่ไม่รู้จักตรงหน้าพวกเขาอย่างไร

“วิธีการเล่นและวิธีการจัดทีมของพวกเขานั้นยากต่อการเล่นด้วย เราต้องทำความคุ้นเคยกับมัน เราต้องทำความคุ้นเคยกับจังหวะและค้นหาความเชื่อมโยงของเรา” เรเน่ สเลเกอร์ส บอสของอาร์เซนอลกล่าว

“เมื่อเราทำอย่างนั้น ฉันคิดว่าเราทำได้ดีมากและสนามก็เปิดกว้าง ลอนดอน ซิตี้ ไลออนเนสส์ยังคงสร้างความเชื่อมโยงของพวกเขา

“พวกเขามีผู้เล่นที่ดีมากมาย และมีผู้เล่นจำนวนมากที่ไม่ได้อยู่ในทีมด้วย พวกเขาเป็นคู่แข่งที่ดีจริงๆ พวกเขาจะสร้างปัญหาในลีก”

เป็นเพียงในช่วง 10 นาทีสุดท้ายที่อาร์เซนอลปิดผนึกชัยชนะ โดยทำประตูได้สองครั้งทำให้เป็น 4-1 เมื่อลอนดอน ซิตี้ ที่เหนื่อยล้าในที่สุดก็ล้มเหลวภายใต้ความเข้มข้น

มันเป็นเส้นโค้งการเรียนรู้และเป็นเครื่องเตือนใจถึงการเติบโตที่พวกเขาต้องการหากพวกเขาต้องการแข่งขันกับทีมที่ดีที่สุดของอังกฤษอย่างสม่ำเสมอ

แต่การยอมรับของ Precheur ที่เขารู้สึก “ผิดหวัง” ในช่วงท้ายเกมและการประเมินอย่างรุนแรงของเขาที่ลอนดอน ซิตี้ “แทบจะไม่มีอยู่” ในครึ่งหลัง เป็นการแสดงให้เห็นว่าพวกเขาจะไม่ยอมแค่มีอยู่จริงใน WSL

ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของเขาคืออะไร? เปลี่ยนทีมที่มีผู้เล่นค่าตัวสูงและมีชื่อเสียงโด่งดัง ให้กลายเป็นทีมที่รู้วิธีเล่นด้วยกัน

“เรามีความสามารถในการปรับตัวเข้ากับ WSL หนึ่งในความท้าทายของเราคือการปรับตัวเข้ากับความเข้มข้นและจังหวะที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับ WSL 2” เขากล่าวเสริม

“โชคดีที่เราได้คัดเลือกผู้เล่นบางคนที่รู้ว่าความเข้มข้นนี้คืออะไรและจังหวะคืออะไร ตอนนี้เราแค่ต้องสร้างทีม

“ฉันมีงานที่ต้องทำเพื่อสร้างความเชื่อมโยงและความเหนียวแน่นเพื่อป้องกันและโจมตีไปพร้อมๆ กัน ผู้เล่นหลายคนเพิ่งเริ่มต้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

“เรามีสิ่งดีๆ มากมายที่เราสามารถสร้างต่อยอดได้ และเรายังมีสิ่งที่เราสามารถปรับปรุงได้”

ลอนดอน ซิตี้ ไลออนเนสส์ กับความท้าทายในการสร้างทีม

ลอนดอน ซิตี้ ไลออนเนสส์แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะสร้างความปั่นป่วนใน WSL แม้จะเริ่มต้นด้วยความพ่ายแพ้ พวกเขามีการลงทุนที่แข็งแกร่งและผู้เล่นที่มีความสามารถ แต่ความท้าทายที่แท้จริงอยู่ที่การสร้างทีมที่เหนียวแน่นและสามารถแข่งขันกับทีมชั้นนำของลีกได้

ที่มา – ‘Disruptors’ London City show signs of intent despite heavy debut loss

เปิดประวัติ จ.อ.ยศสิงห์ ว่าที่รมว.อุตสาหกรรม

เปิดประวัติ จ.อ.ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ จากอดีตผู้สมัครนายก อบจ.คณะก้าวหน้า สู่ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ คนสนิท “สุชาติ” จนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในครม.อนุทิน ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตามอง

วันที่ 6 กันยายน 2568 มีรายงานว่าโผคณะรัฐมนตรีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล มีความชัดเจนแล้วว่าทางกลุ่มของนายสุชาติ ชมกลิ่น ได้ตำแหน่งรัฐมนตรี 3 ที่นั่ง โดยนายสุชาติเองนั่งตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขณะที่ จ.อ.ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ คนสนิทของนายสุชาติ ได้รับโควตารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังมีชื่อของนายธนกร วังบุญคงชนะ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย โดย จ.อ.ยศสิงห์ ถือเป็นรัฐมนตรีใหม่ป้ายแดง และได้รับการผลักดันจากนายสุชาติให้เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีอย่างเต็มที่

เปิดประวัติ จ.อ.ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ

สำหรับประวัติ จ.อ.ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ เป็นชาวจังหวัดฉะเชิงเทราโดยกำเนิด จบการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาการบริหารงานยุติธรรมและสังคม จากมหาวิทยาลัยบูรพา เคยรับราชการในสายสรรพาวุธทหารเรือ ก่อนที่จะลาออกมาเข้าสู่สนามการเมืองครั้งแรกในปี 2544 โดยลงสมัครในระดับท้องถิ่นในตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร อบต.บางผึ้ง ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อเป็น นายก อบต.บางผึ้ง จ.ฉะเชิงเทรา และชนะการเลือกตั้งถึง 4 สมัย ครองตำแหน่งรวม 4 สมัย และอีก 3 ปีเต็ม

ในปี 2563 จ.อ.ยศสิงห์ ได้เข้าสู่สนามการเมืองระดับจังหวัด โดยลงสมัครชิงตำแหน่งนายก อบจ.แปดริ้ว ในนามคณะก้าวหน้า แต่พ่ายแพ้ให้กับนายกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ อดีตนายก อบจ. 3 สมัย อย่างไรก็ตาม จ.อ.ยศสิงห์ ก็ได้รับคะแนนเสียงไปถึง 132,191 คะแนน และยังสามารถนำทีม ส.อบจ. คณะก้าวหน้า ให้ได้รับการเลือกตั้งถึง 10 คน โดยในการเลือกตั้งครั้งนั้น ช่อ พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ได้เดินทางไปช่วยหาเสียงด้วยตนเอง

ต่อมาเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 คณะรัฐมนตรีรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ได้มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง จ.อ.ยศสิงห์ เป็นผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยมีนายสุชาติ ชมกลิ่น ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ในขณะนั้น

ล่าสุด จ.อ.ยศสิงห์ ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในครม.อนุทิน ชาญวีรกูล โดยได้รับการสนับสนุนจากนายสุชาติ ชมกลิ่น อย่างเต็มที่ เส้นทางการเมืองของ จ.อ.ยศสิงห์ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความสามารถในการปรับตัวที่น่าสนใจ

เส้นทางสู่ตำแหน่งว่าที่รัฐมนตรีของ จ.อ.ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ

จากประวัติที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่า จ.อ.ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ มีประสบการณ์ที่หลากหลาย ทั้งในด้านการบริหารราชการ การเมืองท้องถิ่น และการเมืองระดับชาติ การได้รับตำแหน่งว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ถือเป็นความท้าทายครั้งใหม่ที่สำคัญ ซึ่งจะต้องใช้ความรู้ความสามารถที่มีอยู่ในการขับเคลื่อนและพัฒนาภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยให้ก้าวหน้าต่อไป การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงเป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่งสำหรับอนาคตของภาคอุตสาหกรรมไทย

การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งรัฐมนตรีของ จ.อ.ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในแวดวงการเมืองไทย และความสำคัญของการมีประสบการณ์ที่หลากหลายในการบริหารประเทศ การที่เขาได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งสำคัญนี้ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการทำงาน และวิสัยทัศน์ที่น่าจะนำพาประเทศไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้

การที่บุคคลที่เติบโตมาจากการเมืองท้องถิ่นสามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งระดับประเทศได้นั้น แสดงให้เห็นถึงโอกาสที่เปิดกว้างสำหรับทุกคนที่มีความสามารถและความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาประเทศ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักการเมืองรุ่นใหม่ และผู้ที่ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศต่อไป

โดยสรุปแล้ว การได้รู้จักกับประวัติของ จ.อ.ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ ทำให้เราเห็นถึงเส้นทางการเติบโตและความมุ่งมั่นของนักการเมืองคนหนึ่ง ที่พร้อมจะเข้ามาทำหน้าที่ในการพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป

ที่มา – เปิดประวัติ “จ.อ.ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ” จากผู้ช่วยรมต. สู่ว่าที่รมว.อุตสาหกรรม ครม.อนุทิน

อาร์เซนอลพลิกกลับมาชนะลอนดอนซิตี้ไลออนเนส

อาร์เซนอลพลิกกลับมาชนะลอนดอนซิตี้ไลออนเนส

อาร์เซนอลพลิกกลับมาเอาชนะทีมน้องใหม่ในศึก Women’s Super League อย่าง ลอนดอน ซิตี้ ไลออนเนส ไปด้วยสกอร์ 4-1 สร้างความประทับใจให้กับแฟนบอลอย่างมาก เกมนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความสามารถในการปรับตัวของทีมอาร์เซนอล แม้ว่าจะเริ่มต้นเกมได้ไม่ดีนัก

อาร์เซนอลพลิกกลับมาชนะลอนดอนซิตี้ไลออนเนส

เกมเริ่มต้นด้วยความท้าทายสำหรับอาร์เซนอล เมื่อลอนดอน ซิตี้ ไลออนเนส แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในการตั้งรับและโต้กลับ แต่อาร์เซนอลก็ไม่ยอมแพ้ พวกเขาค่อยๆ สร้างเกมของตัวเองขึ้นมาใหม่ และใช้ความสามารถของผู้เล่นแต่ละคนในการเจาะแนวรับของคู่ต่อสู้

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้อาร์เซนอลพลิกกลับมาชนะ

มีหลายปัจจัยที่ทำให้ทีมอาร์เซนอลสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาได้ ปัจจัยแรกคือความมุ่งมั่นและสปิริตของทีมที่ไม่ยอมแพ้แม้จะตกเป็นรอง ปัจจัยที่สองคือการปรับแผนการเล่นของโค้ชที่สามารถแก้ไขจุดอ่อนและเสริมจุดแข็งของทีมได้ทันท่วงที และปัจจัยสุดท้ายคือการสนับสนุนจากแฟนบอลที่คอยให้กำลังใจทีมอย่างต่อเนื่อง

นักเตะที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในเกมนี้มีหลายคน แต่ละคนมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ทีมคว้าชัยชนะมาได้ กองหน้าของทีมแสดงให้เห็นถึงความเฉียบคมในการจบสกอร์ กองกลางสามารถควบคุมจังหวะของเกม และกองหลังสามารถป้องกันประตูได้อย่างแข็งแกร่ง

รูปเกมโดยรวม: หลังจากเสียประตูไปก่อน อาร์เซนอลก็เริ่มครองบอลได้มากขึ้น และสร้างโอกาสทำประตูได้หลายครั้ง แม้ว่าลอนดอน ซิตี้ ไลออนเนส จะพยายามตั้งรับอย่างเต็มที่ แต่อาร์เซนอลก็สามารถเจาะแนวรับเข้าไปทำประตูได้สำเร็จ

  • การครองบอล: อาร์เซนอลครองบอลได้มากกว่า 60%
  • โอกาสทำประตู: อาร์เซนอลมีโอกาสทำประตูมากกว่า 15 ครั้ง
  • การยิงเข้ากรอบ: อาร์เซนอลยิงเข้ากรอบ 8 ครั้ง

ชัยชนะในเกมนี้มีความสำคัญอย่างมากสำหรับอาร์เซนอล เพราะเป็นการแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของทีม และเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้เล่นทุกคน นอกจากนี้ยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังทีมคู่แข่งว่าอาร์เซนอลพร้อมที่จะท้าทายเพื่อคว้าแชมป์ในฤดูกาลนี้

การที่ อาร์เซนอลพลิกกลับมาชนะลอนดอนซิตี้ไลออนเนส ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่มาจากความสามารถของทีม การวางแผนที่ดี และสปิริตที่ไม่ยอมแพ้ต่างหาก

อนาคตของอาร์เซนอลในฤดูกาลนี้ดูสดใสอย่างมาก ด้วยผู้เล่นที่มีความสามารถและทีมเวิร์คที่แข็งแกร่ง พวกเขาพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกความท้าทายและมุ่งมั่นที่จะคว้าแชมป์มาครองให้ได้ อย่าลืมติดตามเชียร์พวกเขากันต่อไปนะครับ!

ที่มา – Arsenal come from behind to beat London City Lionesses

ทรัมป์ขู่สอยเครื่องบินรบเวเนฯ หากคุกคามเรือสหรัฐฯ

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขู่จะยิงเครื่องบินรบของเวเนซุเอลา หากบินผ่านเรือกองทัพสหรัฐฯ หลังเกิดเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวแล้ว 2 ครั้งภายในระยะเวลาเพียง 2 วัน ทำให้เกิดความตึงเครียดระหว่างสองประเทศยิ่งขึ้นไปอีก

ทรัมป์ขู่สอยเครื่องบินรบเวเนซุเอลา หากคุกคามเรือสหรัฐฯ

สถานการณ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและเวเนซุเอลายังคงตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกมาเตือนเวเนซุเอลาอย่างแข็งกร้าวว่าจะตอบโต้ด้วยกำลัง หากเครื่องบินรบของเวเนซุเอลายังคงบินเข้าใกล้เรือรบของสหรัฐฯ จนเป็นที่น่ากังวล หลังเกิดเหตุการณ์ทำนองเดียวกันนี้ขึ้นถึงสองครั้งภายในเวลาไม่กี่วัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐฯ จะไม่ลังเลที่จะยิงเครื่องบินรบของเวเนซุเอลา หากการกระทำดังกล่าวเป็นภัยคุกคามต่อเรือของกองทัพเรือสหรัฐฯ คำเตือนนี้มีขึ้นหลังจากมีรายงานว่า เครื่องบินของกองทัพเวเนซุเอลาได้บินเฉียดใกล้เรือรบของสหรัฐฯ นอกชายฝั่งอเมริกาใต้ถึงสองครั้งภายในสองวัน

ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ได้ทำการโจมตีเรือที่พวกเขาอ้างว่าเป็นเรือของกลุ่มอาชญากรที่ลักลอบขนยาเสพติดจากเวเนซุเอลา เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 11 ราย ความเคลื่อนไหวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างสองประเทศ

ทรัมป์ขู่ตอบโต้เวเนซุเอลา

เมื่อถูกถามถึงสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นหากเครื่องบินเวเนซุเอลายังคงบินเข้าใกล้เรือของสหรัฐฯ อีก ประธานาธิบดีทรัมป์ตอบอย่างชัดเจนว่า “เวเนซุเอลาจะเจอปัญหาแน่” เขายังกล่าวกับนายพลที่ยืนอยู่ข้างๆ ว่า เขาพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย แต่ก็จะไม่ลังเลที่จะตอบโต้หากจำเป็น

อย่างไรก็ตาม นายนิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ได้ออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาของสหรัฐฯ โดยยืนยันว่าข้อกล่าวหาเหล่านั้นไม่เป็นความจริง และความขัดแย้งระหว่างประเทศไม่ควรเป็นเหตุผลในการใช้กำลังทหาร

“เวเนซุเอลายินดีเสมอที่จะพูดคุยและเจรจา แต่เราต้องการที่จะได้รับการเคารพ” ประธานาธิบดีมาดูโรกล่าว

ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และเวเนซุเอลาไม่ใช่เรื่องใหม่ นับตั้งแต่ประธานาธิบดีทรัมป์เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้เพิ่มความพยายามในการต่อต้านการลักลอบขนยาเสพติดในอเมริกาใต้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการส่งเรือรบและนาวิกโยธินหลายพันนายไปยังทะเลแคริบเบียน ในขณะที่ประธานาธิบดีมาดูโรกล่าวหาสหรัฐฯ ว่าพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงรัฐบาลของเขาด้วยการใช้กำลังทหาร

เมื่อถูกถามเกี่ยวกับข้อกล่าวหาดังกล่าว ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า “เราไม่พูดถึงเรื่องนั้น” อย่างไรก็ตาม เขาระบุว่าการเลือกตั้งในเวเนซุเอลามีความผิดปกติอย่างมาก และยาเสพติดกำลังไหลทะลักจากเวเนซุเอลาเข้าสู่สหรัฐฯ เขายังกล่าวถึงแก๊ง “เทรน เด อารากัว” ซึ่งสหรัฐฯ ได้จัดว่าเป็นองค์กรก่อการร้าย โดยชี้ว่าแก๊งดังกล่าวปฏิบัติการอยู่ในเวเนซุเอลา

สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนและตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและเวเนซุเอลา และความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงยิ่งขึ้นในอนาคต การตัดสินใจของผู้นำทั้งสองประเทศจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค

จะเห็นได้ว่าสถานการณ์ทรัมป์ขู่สอยเครื่องบินรบเวเนซุเอลา หากคุกคามเรือสหรัฐฯนี้ยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิดถึงผลกระทบที่จะตามมา

ที่มา – ทรัมป์ขู่สอยเครื่องบินรบเวเนซุเอลา หากคุกคามเรือกองทัพสหรัฐฯ

ประกาศฉบับ 3 “พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย” มรสุมแรงขึ้น

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 3 เรื่อง “พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย” แต่ไม่ต้องกังวล! แม้ว่าพายุจะไม่เข้าไทยโดยตรง แต่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมประเทศไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้หลายพื้นที่อาจมีฝนตกหนักได้

ประกาศฉบับ 3 “พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย”

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย โดยพายุลูกนี้มีศูนย์กลางอยู่ที่บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน และคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 8-9 กันยายน 2568

ถึงแม้ว่า พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย โดยตรง แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ พายุนี้จะส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ซึ่งอาจนำมาซึ่งผลกระทบดังนี้:

  • ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้
  • คลื่นลมแรงในทะเลอันดามันและอ่าวไทย ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง
  • น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่เสี่ยง

สิ่งที่ควรทำเมื่อ “พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย” แต่มรสุมแรงขึ้น

ถึงแม้ว่า พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย โดยตรง แต่เราก็ควรเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากมรสุมที่มีกำลังแรงขึ้น ดังนี้:

  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดจากกรมอุตุนิยมวิทยา
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยในช่วงที่มีฝนตกหนัก
  • เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน หากอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง
  • ชาวเรือควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเรือ และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีคลื่นลมแรง

สถานการณ์ พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย ครั้งนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและการปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้

นอกจากนี้ การดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่มีฝนตกชุกก็เป็นสิ่งสำคัญ อย่าลืมรักษาร่างกายให้อบอุ่น พักผ่อนให้เพียงพอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง

ที่มา – ประกาศฉบับ 3 “พายุดีเปรสชัน” ไม่เข้าไทย แต่จะทำให้มรสุมที่ปกคลุมมีกำลังแรงขึ้น

เปิดประวัติ ธนกร วังบุญคงชนะ ว่าที่ รมช.มหาดไทย

เปิดประวัติ “ธนกร วังบุญคงชนะ” อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล “พลเอกประยุทธ์” มีชื่อติดโผ ครม.อนุทิน 1 นั่งว่าที่ รมช.มหาดไทย วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยคนนี้ให้มากขึ้น

ประวัติ ธนกร วังบุญคงชนะ

นายธนกร วังบุญคงชนะ มีชื่อเล่นว่า แด๊ก เกิดเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2516 พื้นเพเป็นคนจังหวัดนครศรีธรรมราช จบการศึกษาสูงสุด ปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเวสเทิร์น เมื่อต้นปี 2568 เพิ่งมีข่าวเข้าพิธีมงคลสมรสกับ “แคทตี้” ดร.แคทลีน มาลีนนท์ ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลมาลีนนท์ ประธานกรรมการ บมจ.ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ (Thai Solar Energy PLC.) หลังจากเป็นเพื่อนกัน 5 ปี และดูใจกันอีก 5 ปี ก่อนจะตกลงใช้ชีวิตคู่

นายธนกร เคยเป็นผู้สื่อข่าว ก่อนจะถูกนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ชักชวนเข้าสู่วงการการเมือง ตั้งแต่สมัยอยู่พรรคมัชฌิมาธิปไตย และลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งแรกในพื้นที่ กทม. แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง ก่อนย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย โดยชีวิตการทำงานเคยเป็นอดีตอนุกรรมการ เลขานุการ รวมถึงที่ปรึกษาหลายกระทรวง เช่น กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, และกระทรวงสาธารณสุข

และเมื่อ 18 พ.ย. 2561 ได้เข้าเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ มีความสนิทสนมกับ นายอุตตม สาวนายน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จนได้นั่งตำแหน่งเลขานุการ เมื่อนายอุตตม ลาออกจากตำแหน่ง ได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นเลขานุการ นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อีกทั้งยังเคยเป็นโฆษกประจำศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) รวมถึงเป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก่อนได้เลื่อนลำดับขึ้นเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในเดือนพฤศจิกายน 2565 เนื่องจาก นางวทันยา บุนนาค ลาออกจากการเป็น สส. 

เส้นทางการเมืองของ ธนกร วังบุญคงชนะ

นอกจากนี้ ในสมัยของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายธนกร ยังถูกแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ว่ากันว่าเป็นลูกรักนายกรัฐมนตรี คอยเป็นกำลังสำคัญตอบโต้ฝ่ายค้าน และแก้ข่าวให้นายกฯทุกรอบ 

ก่อนที่จะมานั่งตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค และ สส.บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ 

และล่าสุด ใน ครม.อนุทิน 1 ปรากฏชื่อ นายธนกร เป็นว่าที่ รมช.มหาดไทย 

การก้าวเข้าสู่ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยของ นายธนกร วังบุญคงชนะ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในเส้นทางการเมืองของเขา ต้องติดตามกันต่อไปว่าเขาจะสามารถสร้างผลงานและพัฒนาประเทศชาติได้อย่างไรบ้าง การจับตาดูบทบาทของธนกร วังบุญคงชนะ ในตำแหน่งใหม่นี้จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

โดยสรุปแล้ว ประวัติของ ธนกร วังบุญคงชนะ แสดงให้เห็นถึงเส้นทางการเมืองที่น่าสนใจ จากผู้สื่อข่าว สู่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และล่าสุด ว่าที่ รมช.มหาดไทย การเปลี่ยนแปลงและการเติบโตในเส้นทางนี้เป็นสิ่งที่น่าติดตามอย่างใกล้ชิด

ที่มา – เปิดประวัติ “ธนกร วังบุญคงชนะ” มีชื่อติดโผ ครม.อนุทิน 1 นั่งว่าที่ รมช.มหาดไทย

แอนเดอร์สัน เตรียมประเดิมทีมชาติอังกฤษ พบ อันดอร์รา

แอนเดอร์สัน เตรียมประเดิมทีมชาติอังกฤษ พบ อันดอร์รา

เอลเลียต แอนเดอร์สัน กองกลางจากทีม น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ คาดว่าจะได้ประเดิมสนามให้กับทีมชาติอังกฤษ ในเกมที่จะพบกับ อันดอร์รา

แอนเดอร์สัน ได้รับการเรียกตัวติดทีมชาติเป็นครั้งแรกจากโค้ช โธมัส ทูเคิล เมื่อปลายเดือนที่แล้ว และมีแนวโน้มว่าจะได้รับโอกาสลงสนามในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกปี 2026 ที่สนามวิลลา พาร์ค ในช่วงเย็นวันเสาร์ (17:00 น. ตามเวลาประเทศไทย)

คาดว่าเขาจะจับคู่กับสองนักเตะจากอาร์เซนอลอย่าง เดแคลน ไรซ์ และ เอเบเรชี เอเซ ในแดนกลาง

คาดการณ์รายชื่อ 11 ตัวจริง อังกฤษ พบ อันดอร์รา

แดน เบิร์น จะลงเล่นคู่กับ มาร์ค เกฮี ในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค โดยมี รีซ เจมส์ และ ไมลส์ ลูอิส-สเคลลี เป็นแบ็คขวาและซ้าย

แฮร์รี่ เคน จะเป็นกัปตันทีมในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า โดยมี มาร์คัส แรชฟอร์ด และ โนนี มาดูเอเก้ คาดว่าจะได้เล่นในตำแหน่งริมเส้น

แหล่งข่าวได้บอกกับ BBC Sport ถึงรายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม ซึ่งจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการในภายหลัง สำหรับแฟนบอลที่รอชมเกม แอนเดอร์สัน เตรียมประเดิมทีมชาติอังกฤษ พบ อันดอร์รา ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่น่าจับตามอง

การที่ แอนเดอร์สัน เตรียมประเดิมทีมชาติอังกฤษ พบ อันดอร์รา เป็นข่าวที่น่าตื่นเต้นสำหรับแฟนบอล โดยเฉพาะอย่างยิ่งแฟนบอลของ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ที่จะได้เห็นนักเตะของทีมตนเองได้โอกาสลงเล่นในระดับชาติ

สำหรับเกมที่ อังกฤษ จะพบกับ อันดอร์รา นั้น คาดว่าอังกฤษจะสามารถเอาชนะไปได้อย่างไม่ยากเย็นนัก เนื่องจากอันดับและศักยภาพของทีมนั้นแตกต่างกันค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตาม ฟุตบอลลูกกลมๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้ เราต้องรอดูว่าอังกฤษจะสามารถทำผลงานได้ตามที่คาดหวังหรือไม่

รายชื่อผู้เล่นตัวจริงที่คาดการณ์:

  • ผู้รักษาประตู: (ยังไม่ระบุ)
  • กองหลัง: รีซ เจมส์, แดน เบิร์น, มาร์ค เกฮี, ไมลส์ ลูอิส-สเคลลี
  • กองกลาง: เดแคลน ไรซ์, เอเบเรชี เอเซ, เอลเลียต แอนเดอร์สัน
  • กองหน้า: มาร์คัส แรชฟอร์ด, แฮร์รี่ เคน, โนนี มาดูเอเก้

การได้เห็นนักเตะดาวรุ่งอย่าง แอนเดอร์สัน เตรียมประเดิมทีมชาติอังกฤษ พบ อันดอร์รา ถือเป็นสัญญาณที่ดีของทีมชาติอังกฤษ ที่แสดงให้เห็นว่าทีมกำลังให้โอกาสกับนักเตะรุ่นใหม่ๆ ได้แสดงฝีเท้าและพัฒนาตัวเอง

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่นี่…

ที่มา – Anderson set to make England debut against Andorra

รังสิมันต์โรม ผิดหวังเพื่อไทย ยื่นศาล รธน. ฟัน “เท้ง”

“รังสิมันต์ โรม” ผิดหวัง “เพื่อไทย” ใช้นิติสงคราม จ่อฟัน “เท้ง ณัฐพงษ์” พ้น สส. อ้าง TOA  เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง ทั้งที่ “แพทองธาร” เพิ่งหลุดนายกฯ ควรเข้าใจเรื่องนี้มากกว่าใคร อัด แทนที่จะสร้างฝ่ายค้านที่เข้มแข็ง

วันที่ 6 ก.ย. 2568 นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคเพื่อไทยจ่อร้องพรรคประชาชนล้มล้างการปกครอง จากการทำ TOA กับพรรคภูมิใจไทย และโหวตให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ว่า ตนเองได้เห็นร่างคำร้องศาลรัฐธรรมนูญแล้ว เป็นการร้องให้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ  สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน สิ้นสุดสมาชิกภาพ สส.จากการลงนามใน TOA  เป็นเรื่องที่ตนเองรับไม่ได้ พรรคเพื่อไทยจะอาศัยการตีความมั่ว ๆ การอ้างเรื่องไม่เป็นเรื่องว่าการทำ TOA เป็นการล้มล้างการปกครอง ตนเองคิดว่าความพยายามของพรรคเพื่อไทยในการโยงเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ Nonsense ไร้สาระเป็นอย่างมาก 

ถ้าการกระทำของเราเป็นการกระทำที่ล้มล้างการปกครอง แล้วพรรคเพื่อไทย มีมติรับทุกข้อเสนอของพรรคประชาชน เท่ากับเป็นการรับข้อเสนอที่ล้มล้างการปกครองหรอกหรือ ตนเองคิดว่าสุดท้ายคือ เมื่อเราตัดสินใจทำ TOA กับพรรคภูมิใจไทยแล้วพรรคเพื่อไทยไม่ได้รับ TOA กลายเป็นว่า พยายามที่จะอ้างเรื่องต่าง ๆ เป็นการใส่ร้ายพรรคประชาชน

ในเมื่อวันนี้ทั้งสองพรรคต่างเป็นฝ่ายค้านที่มีเสียงมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เราควรมาช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้ฝ่ายค้านทำหน้าที่อย่างเข้มแข็งภายใต้รัฐบาลเฉพาะกิจเฉพาะกาล แต่กลายเป็นว่าพรรคเพื่อไทยใช้นิติสงคราม ใช้ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งดูแล้วไม่แตกต่างอะไรกับสิ่งที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีโดน 

“พรรคเพื่อไทยที่ควรเข้าใจเรื่องนี้มากกว่าใคร กลายเป็นเอาเรื่องไม่เป็นเรื่องมาโจมตีกัน เป็นเรื่องที่ตนรับไม่ได้ หวังผลที่จะทำร้าย ทำลาย ความเป็นสมาชิกภาพของนายณัฐพงษ์ เป็นสิ่งที่น่าผิดหวัง เพราะพรรคเพื่อไทยควรจะเข้าใจเรื่องเหล่านี้ดีที่สุด”

ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นไปได้ไหมว่าเมื่อเพื่อไทยแพ้ทางการเมืองแล้ว จึงต้องการเอาชนะทางนิติสงครามแทน นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนเองไม่ได้มองเรื่องการแพ้ชนะทางการเมือง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานไม่ใช่แค่การเมืองระหว่างนายชัยเกษม นิติสิริ กับนายอนุทิน แต่คือการเลือกระหว่างนายอนุทินกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือตัวเลือกอื่น ๆ เพราะนายชัยเกษมพูดชัดเจนว่าตนเองเป็นแค่ตุ๊กตา นายชัยเกษมบอกใบ้กับสังคมว่าอาจจะมีอัศวินขี่ม้าขาว นายชัยเกษมพูดขนาดที่ว่าเขาแทบไม่ได้รับการติดต่อจากพรรคเพื่อไทยเลย

นายชัยเกษมยังไม่แม้แต่จะไว้ใจพรรคเพื่อไทย คำถามคือจะให้เราไว้วางใจแล้วทำ TOA กับพรรคเพื่อไทยได้อย่างไร ยิ่งไปกว่านั้นหากเราดูเรื่องเทคนิควิธีการเหมือนตอนเลือกนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สภาฯ ให้เสนอชื่อได้แค่ครั้งเดียว หากเมื่อวานทั้งนายชัยเกษมและนายอนุทินไม่เข้า ทั้งสองคนนี้จะไม่สามารถถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตได้ซ้ำอีก จะเหลือแคนดิเดตอีก 3 คน คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ถามง่าย ๆ 3 คนนี้ใครจะมีโอกาสเป็นนายกฯ มากที่สุด ตนเองเชื่อว่ามีโอกาสที่จะมีขบวนการบางอย่างดึง พล.อ.ประยุทธ์ กลับมามีอำนาจอีกครั้ง

นายรังสิมันต์ ยืนยันว่า พรรคประชาชน เราไม่สามารถยอมรับการกลับเข้าสู่อำนาจอีกครั้งของ พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยการบริหารงานที่ล้มเหลว ละเมิดสิทธิมนุษยชน และสร้างความเสียหายในอดีตไว้มากมาย เราจึงจะไม่ปล่อยให้เกิดนายกฯ คนนอก หรืออำนาจนอกระบบครอบงำ  เราจึงจำเป็นต้องทำในสิ่งที่ต้องทำ เราหวังว่าในเวลาอีก 4 เดือน รัฐบาลภูมิใจไทยต้องรักษาสัญญา เพราะ TOA ที่เกิดขึ้น ไม่ได้เป็นสัญญาระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชนเท่านั้น แต่ทุกอย่างถูกวางบนโต๊ะ หากมีการละเมิด TOA ถือเป็นการตระบัดสัตย์ต่อพี่น้องประชาชน

รังสิมันต์โรม ผิดหวังเพื่อไทย ยื่นศาล รธน. ฟัน “เท้ง”

จุดยืนของรังสิมันต์โรม กรณีเพื่อไทยยื่นศาล รธน. ฟัน “เท้ง”

จากกรณีที่พรรคเพื่อไทยยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาการสิ้นสุดสมาชิกภาพ สส. ของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน ทำให้นายรังสิมันต์ โรม ออกมาแสดงความผิดหวังอย่างชัดเจน โดยมองว่าเป็นการใช้นิติสงครามที่ไม่เป็นธรรม

รังสิมันต์โรม ผิดหวังเพื่อไทย ที่หันมาใช้วิธีการทางกฎหมายเพื่อจัดการกับฝ่ายค้าน โดยอ้างเหตุผลเรื่องการทำ TOA กับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเขาเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไร้สาระและไม่สมเหตุสมผล

สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายในขั้วการเมือง และอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานร่วมกันในอนาคต การที่พรรคเพื่อไทยซึ่งเคยได้รับผลกระทบจากการใช้อำนาจศาล กลับมาใช้วิธีการเดียวกัน ทำให้เกิดคำถามถึงความจริงใจในการสร้างประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง

การที่นายรังสิมันต์ โรมออกมาวิพากษ์วิจารณ์พรรคเพื่อไทยอย่างตรงไปตรงมา สะท้อนให้เห็นถึงความไม่พอใจต่อวิธีการทางการเมืองที่เกิดขึ้น และอาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในอนาคต.

ที่มา – “โรม” ผิดหวัง เพื่อไทยยื่นศาล รธน. ฟัน “เท้ง” อ้าง TOA ล้มล้างการปกครอง

อดีตพี่เลี้ยงดีใจ “อนุทิน” ได้เป็นนายกฯ

อดีตพี่เลี้ยงดีใจ “อนุทิน” ได้เป็นนายกฯ คนที่ 32 เผยนิสัยวัยเด็ก เป็นคนขี้เล่น กินง่าย ไม่ก้าวร้าว พร้อมอวยพรให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจ และดูแลประเทศชาติอย่างดีที่สุด

วันที่ 6 กันยายน 2568 เวลา 16.00 น. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ 12 ตำบลสะพุง อำเภอศรีรัตนะ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อพบกับ นางเพ็ง อ้อมชมพู อายุ 65 ปี และ นางเล่ง นิสัย อายุ 61 ปี ซึ่งเป็นญาติพี่น้องกัน ทั้งสองเคยทำงานเป็นพี่เลี้ยงของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย ในช่วงที่ยังเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หรือเมื่อราว 30 ปีก่อน โดยทั้งสองต่างรู้สึกดีใจอย่างยิ่งเมื่อทราบข่าวว่านายอนุทินได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พร้อมหยิบอัลบั้มรูปถ่ายย้อนอดีตขึ้นมาดูด้วยความปลื้มใจ

นางเพ็ง อ้อมชมพู เล่าว่า เมื่อปี พ.ศ. 2520 ขณะอายุ 18 ปี ตนได้เดินทางไปทำงานที่กรุงเทพมหานคร ทราบว่า คุณนาย หรือคุณแม่ของนายอนุทิน ต้องการคนดูแลลูก ๆ และช่วยงานบ้าน ตนจึงไปพร้อมกับ นางเล่ง นิสัย เพื่อทำหน้าที่พี่เลี้ยงเด็กทั้งสามคนในบ้าน เด็กคนโตคือ นายอนุทิน มีชื่อเล่นว่า “หนูหนู” น้องชายคนรองชื่อ นายมาศถวิน หรือ “น้องน้อง” และน้องสาวคนเล็กชื่อ นางสาวอนิลรัตน์ หรือ “หนุ่ยนุ้ย” ทั้งสามพี่น้องมีนิสัยเรียบร้อย น่ารัก และไม่เคยแสดงท่าทีถือตัวหรือลำเอียงกับตน ทั้งที่ตนเป็นเพียงคนงานในบ้าน 

ตนเคยดูแลอยู่ถึง 13 ปี แม้ปัจจุบันจะกลับมาอยู่ภูมิลำเนาที่ศรีสะเกษแล้ว แต่ก็ยังคงรู้สึกผูกพันและห่วงใยเสมอ ในช่วงที่ดูแลนายอนุทินอยู่ชั้น ป.3 อายุประมาณ 9 ขวบ มีนิสัยขี้เล่น ไม่ดื้อ เลี้ยงง่าย สุภาพ ไม่ก้าวร้าว และชอบรับประทานอาหารง่าย ๆ เช่น ไข่เจียว ไข่ดาว เป็นต้น เขายังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพี่น้อง หยอกล้อเล่นกันอย่างอบอุ่น ตนมักอยู่เป็นเพื่อนยามค่ำคืน โดยเฉพาะเวลาที่เขารอพ่อแม่กลับบ้าน จนกว่าจะมั่นใจว่าทุกคนกลับมาแล้วจึงค่อยพักผ่อน

เมื่อถึงปี พ.ศ. 2533 ตนตัดสินใจลาออกกลับมาดูแลมารดาที่บ้านเกิด เพราะไม่มีใครช่วยทำนาและทำเกษตร เนื่องจากญาติพี่น้องอยู่ไกลที่กรุงเทพฯ แม้จะได้รับความไว้วางใจจากคุณพ่อของนายอนุทิน และถูกขอร้องให้อยู่ต่อด้วยความผูกพันที่ยาวนาน แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจกลับบ้านด้วยความจำเป็น

ล่าสุด เมื่อประมาณ 4 ปีก่อน ตนมีโอกาสได้พบกับ คุณอนิลรัตน์ หรือน้องหนุ่ยนุ้ย ซึ่งได้แวะมาเยี่ยมที่บ้าน และเมื่อเดือนมีนาคม 2568 ที่ผ่านมา นายอนุทิน ซึ่งดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางมาปฏิบัติภารกิจที่สวนทุเรียน “ไร่สร้างฝัน” ตำบลศรีแก้ว อำเภอศรีรัตนะ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อรับฟังปัญหาเกี่ยวกับไฟฟ้า น้ำ และที่ดิน ในครั้งนั้น ตนได้พบกับนายอนุทินอีกครั้งหลังจากไม่ได้พบกันมานานกว่า 30 ปี รู้สึกตื่นเต้นและดีใจมาก 

ขณะเดียวกันก็เกรงว่าเขาจะจำตนไม่ได้ แต่ปรากฏว่า นายอนุทินจำตนได้ทันที พร้อมกล่าวอย่างตื้นตันว่า “วันนี้ได้พบกับพี่เลี้ยงของผม ไม่ได้เจอกันมากว่า 30 ปี เลี้ยงผมมาตั้งแต่ ป.3 เคยถูกตีด้วย เพราะไปแกล้งน้องสาว” แม้ไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกันมากนัก เพราะนายอนุทินมีภารกิจ แต่ก่อนไปท่านกล่าวทิ้งท้ายว่า “ไปหาแม่ไหม ไปเที่ยวกรุงเทพฯ ไหม” เพียงแค่นั้นก็นับว่าเป็นช่วงเวลาที่มีความหมายและน่าประทับใจอย่างยิ่ง

ครั้งใดที่มีกระแสทางการเมืองเกี่ยวกับนายอนุทิน ตนก็มักรู้สึกเป็นห่วงอยู่เสมอ ด้วยความผูกพันที่เคยดูแลกันมาแต่เด็ก และเมื่อวานนี้ หลังทราบว่านายอนุทินได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ตนรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง ได้โทรศัพท์ไปพูดคุยแสดงความยินดีกับคุณพ่อและคุณแม่ของนายอนุทิน ซึ่งทุกท่านต่างปลื้มใจเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ตนยังไม่มีโอกาสโทรศัพท์ไปแสดงความยินดีกับนายอนุทินโดยตรง เนื่องจากยังไม่มีช่องทางในการติดต่อ แต่ยังคงสื่อสารผ่านทางคุณแม่ของนายอนุทินอย่างสม่ำเสมอ และในขณะนี้ ตนก็มีความคิดที่จะเดินทางไปกรุงเทพฯ เพื่อร่วมแสดงความยินดีอย่างเป็นทางการด้วยตัวเอง โดยคุณแม่ของนายอนุทินยังได้กล่าวกับตนด้วยความเอ็นดูว่า “ถ้านายอนุทินในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เดินทางมาที่ศรีสะเกษเมื่อไหร่ ไปกอดให้แน่น ๆ เลยนะ”

นั่นคือสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นที่ตนยังคงมีต่อครอบครัวของว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย ความฝันของตนในวันนี้เป็นจริงแล้ว เพราะตลอดมาได้เฝ้าหวังและภาคภูมิใจที่จะเห็นนายอนุทินได้เป็นนายกรัฐมนตรี ตนรู้สึกตื้นตันใจอย่างที่สุด และขออวยพรให้ท่านนายกรัฐมนตรีมีสุขภาพแข็งแรง ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจ มุ่งมั่น และดูแลประเทศชาติอย่างดีที่สุด ให้ประชาชนในทุกหย่อมหญ้าได้รับความสุข และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทุกด้าน

อดีตพี่เลี้ยงดีใจ “อนุทิน” ได้เป็นนายกฯ

เรื่องราวความผูกพันของอดีตพี่เลี้ยงที่ได้เห็น “อนุทิน” ได้เป็นนายกฯ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ความรู้สึกดีๆ ก็ยังคงอยู่เสมอ

ความรู้สึกของอดีตพี่เลี้ยงเมื่อ “อนุทิน” ได้เป็นนายกฯ

อดีตพี่เลี้ยงของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นอดีตเด็กที่ตนเคยดูแลเติบโตและประสบความสำเร็จในชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นตำแหน่งสูงสุดทางการเมืองของประเทศ

  • ความผูกพันที่มีมายาวนาน
  • ความภาคภูมิใจในตัวนายอนุทิน
  • ความหวังที่จะเห็นนายอนุทินนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

เรื่องราวนี้เป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้กับทุกคนที่กำลังทำหน้าที่ของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่ใดก็ตาม ขอให้ทำด้วยความตั้งใจและมุ่งมั่น เพราะความดีและความตั้งใจจริงจะนำพาเราไปสู่ความสำเร็จในที่สุด

นอกจากนี้ เรื่องราวของอดีตพี่เลี้ยงที่แสดงความยินดีกับ “อนุทิน” ได้เป็นนายกฯ ยังแสดงให้เห็นว่าการเป็นคนดี มีน้ำใจ และมีความกตัญญู เป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่ทำให้คนเราได้รับการยอมรับและสนับสนุนจากผู้อื่น

ที่มา – อดีตพี่เลี้ยงดีใจ “อนุทิน” ได้เป็นนายกฯ เผยนิสัยวัยเด็ก เป็นคนขี้เล่น กินง่าย