วัน: 6 กันยายน 2025

พบรถต้องสงสัย เอี่ยวคดีฆ่ายัดกระเป๋าถ่วงน้ำ

ความคืบหน้าคดีฆ่ายัดกระเป๋าถ่วงน้ำที่ชลบุรี ตำรวจพบรถต้องสงสัยที่อาจเชื่อมโยงกับคดี โดยคาดว่าคนร้ายเป็นชาวจีนที่มาเช่ารถคันดังกล่าว

พบรถต้องสงสัย ส่อเอี่ยวคดีฆ่ายัดกระเป๋าถ่วงน้ำ คาดคนร้ายเป็นชาวจีน

จากกรณีพบศพหญิงสาวนิรนามถูกฆ่ายัดกระเป๋าเดินทางถ่วงน้ำในอ่างเก็บน้ำ ม.11 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ที่ผ่านมา ล่าสุดตำรวจได้พบรถต้องสงสัยที่คาดว่าใช้ในการก่อเหตุแล้ว

รถคันดังกล่าวเป็นรถเช่ายี่ห้อโตโยต้า เวลอส สีบรอนซ์เทา ทะเบียน จพ 9891 ชลบุรี โดยตำรวจได้ทำการตรวจสอบรถอย่างละเอียดเพื่อเก็บหลักฐานและลายนิ้วมือแฝง

หลักฐานสำคัญ: รถเช่าต้องสงสัยในคดีฆ่ายัดกระเป๋าถ่วงน้ำ

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าสเกิร์ตรอบคันรถมีร่องรอยความเสียหายคล้ายถูกขูด และยังพบคราบดินติดอยู่ นอกจากนี้ ตำรวจยังได้เก็บดีเอ็นเอจากเจ้าของเต็นท์รถเช่าและพนักงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับหลักฐานอื่นๆ ในคดี

เจ้าของรถเช่าให้การว่า มีลูกค้าเก่าซึ่งเป็นชาวจีนติดต่อขอเช่ารถคันดังกล่าว โดยทำสัญญาเช่าเป็นเวลา 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 10 ส.ค. – 10 ก.ย. แต่ผู้เช่านำรถมาคืนก่อนกำหนดในวันที่ 30 ส.ค. โดยอ้างว่าต้องรีบเดินทางกลับประเทศจีน

พนักงานเต็นท์รถให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในวันนำรถมาคืน รถถูกทำความสะอาดมาอย่างดี แต่เมื่อตรวจสอบสภาพรถ พบว่าสเกิร์ตด้านหน้ามีรอยแตกร้าว ซึ่งผู้เช่ายอมจ่ายเงินชดใช้ค่าเสียหาย

แนวทางการสืบสวนสอบสวนของตำรวจเริ่มชัดเจนมากขึ้น โดยมีหลักฐานสำคัญคือเอกสารการเช่ารถและภาพถ่าย ซึ่งจากการพิสูจน์ทราบคาดว่าคนร้ายในคดีนี้เป็นกลุ่มชาวจีน

ขณะนี้ ตำรวจกำลังเร่งสืบสวนเพื่อหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด และยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้งเกี่ยวกับมูลเหตุจูงใจในการฆาตกรรมครั้งนี้

คดีฆ่ายัดกระเป๋าถ่วงน้ำครั้งนี้ ถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก และตำรวจกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อคลี่คลายคดีให้ได้โดยเร็ว

การพบรถต้องสงสัยถือเป็นความคืบหน้าสำคัญในคดีนี้ และหวังว่าตำรวจจะสามารถนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ในที่สุด

การที่ผู้ต้องสงสัยเป็นชาวต่างชาติ ยิ่งทำให้คดีนี้มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยก็มีความสามารถและประสบการณ์ที่จะจัดการกับคดีที่มีความซับซ้อนเช่นนี้ได้

การจับกุมผู้กระทำผิดได้ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และเป็นการยืนยันว่ากฎหมายไทยสามารถบังคับใช้กับทุกคนได้อย่างเสมอภาค

ดังนั้น การติดตามความคืบหน้าของคดีนี้อย่างใกล้ชิด จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้สังคมได้รับรู้ความจริง และเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เสียชีวิต

การที่ตำรวจ พบรถต้องสงสัย ส่อเอี่ยวคดีฆ่ายัดกระเป๋าถ่วงน้ำ คาดคนร้ายเป็นชาวจีน ถือเป็นก้าวสำคัญในการคลี่คลายคดีนี้

โดยหลักฐานที่พบในรถ พบรถต้องสงสัย ส่อเอี่ยวคดีฆ่ายัดกระเป๋าถ่วงน้ำ คาดคนร้ายเป็นชาวจีน จะเป็นประโยชน์อย่างมากในการสืบสวน

หวังว่าการทำงานอย่างหนักของตำรวจ จะทำให้ พบรถต้องสงสัย ส่อเอี่ยวคดีฆ่ายัดกระเป๋าถ่วงน้ำ คาดคนร้ายเป็นชาวจีน นำไปสู่การจับกุมคนร้าย

ที่มา – พบรถต้องสงสัย ส่อเอี่ยวคดีฆ่ายัดกระเป๋าถ่วงน้ำ คาดคนร้ายเป็นชาวจีน

ลีน่าจัง ลงพื้นที่หนองจาน ให้กำลังใจทหาร

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง และล่าสุด “ลีน่าจัง” นักเคลื่อนไหวชื่อดัง ได้ลงพื้นที่บ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว เพื่อให้กำลังใจทหารแนวหน้า พร้อมทั้งประกาศท้าทาย “กำนันลี”

ลีน่าจัง ลงพื้นที่บ้านหนองจาน ให้กำลังใจทหารแนวหน้า นัดท้าเจอ “กำนันลี”

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณบ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ที่ยังคงตึงเครียดจากเหตุการณ์เผชิญหน้าระหว่างทหารไทยกับกลุ่มชาวกัมพูชาเมื่อวันที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมา เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับสังคมไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากปรากฏภาพทหารไทยถูกเบียดและผลักดันจนล้ม

ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว ลีน่าจัง หรือ นางลีนา จังจรรจา นักเคลื่อนไหวทางสังคมชื่อดัง ได้เดินทางลงพื้นที่บ้านหนองจานด้วยตนเอง เพื่อแสดงความห่วงใยและให้กำลังใจทหารที่ปฏิบัติหน้าที่แนวชายแดน รวมถึงชาวบ้านหนองจานที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้ง

ทันทีที่เดินทางมาถึง ลีน่าจัง ได้แสดงความโกรธเกรี้ยวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งประกาศท้าทายไปยัง “กำนันลี” ชาวกัมพูชาที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวก่อความรุนแรงในพื้นที่

ลีน่าจังกล่าวว่า “การกระทำแบบนี้เป็นสิ่งที่คนไทยยอมไม่ได้ ถ้าแน่จริงมาเจอกันเลยที่ถนนสีเพ็ญ ฉันพร้อมจะสู้เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของทหารไทยและแผ่นดินไทย” คำพูดดังกล่าวได้รับการตอบรับด้วยเสียงเชียร์และกำลังใจจากประชาชนที่มาร่วมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ หลายคนโบกธงไตรรงค์และส่งเสียงสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ประชาชนที่ทราบข่าวการเดินทางมาของลีน่าจัง ต่างพากันมารอให้กำลังใจและขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคัก แม้ว่าสถานการณ์โดยรอบยังคงมีเจ้าหน้าที่ทหารตรึงกำลังอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

ทำไมการลงพื้นที่ของลีน่าจังจึงมีความสำคัญ?

การลงพื้นที่ของลีน่าจังในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความห่วงใยและความรู้สึกของคนไทยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดน การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์และการให้กำลังใจแก่ทหารและประชาชนในพื้นที่ ถือเป็นสิ่งที่สำคัญในการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง

นอกจากนี้ การที่ลีน่าจังออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องว่า การกระทำใดๆ ที่เป็นการคุกคามหรือละเมิดอธิปไตยของไทย จะไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมไทยอย่างแน่นอน

สถานการณ์ชายแดนยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด การแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีและการเจรจาเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ แต่ในขณะเดียวกัน การปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติก็เป็นสิ่งที่ไม่อาจละเลยได้ เราทุกคนควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละเพื่อปกป้องประเทศชาติ

ที่มา – “ลีน่าจัง” ลงพื้นที่บ้านหนองจาน ให้กำลังใจทหารแนวหน้า นัดท้าเจอ “กำนันลี”

อนุทินยัน! “ครม.อนุทิน 1” ไม่ขี้เหร่ พร้อมฟื้นคนละครึ่ง

ว่าที่นายกฯ คนที่ 32 ยัน “ครม.อนุทิน 1” ไม่ขี้เหร่ เข้ามาแล้วต้องทำงานทันที ยึดสโลแกนทำวันนี้เสร็จเมื่อวาน รับเล็งฟื้น “คนละครึ่ง” มอบหมายว่าที่ รมว.คลัง พิจารณา ย้ำ อะไรดีทำต่อ

วันที่ 6 กันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ให้สัมภาษณ์ภายหลังเปิดตัว นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว จะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง จะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยวงดังกล่าวยังมี นายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ร่วมดื่มกาแฟกัน ที่ร้านจานิสตาร์ ชั้น 1 ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย และนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ตามมาสมทบในภายหลัง โดยคาดว่าจะได้รับการเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ส่วนนายสันติ คาดว่าจะมาดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

เมื่อถามความคาดหวังในการกระตุ้นเศรษฐกิจจากกระทรวงการคลังในระยะสั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ทั้งในระดับจุลภาคและมหภาค ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อยู่ในกระทรวงการคลังมาโดยตลอด มีประสบการณ์ การทำงานทั้งต่างประเทศและในประเทศ เป็นอธิบดีมาหลายกรม เป็นผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ผู้อำนวยการรัฐวิสาหกิจ อธิบดีกรมสรรพากร อธิบดีกรมสรรพสามิต และอธิบดีกรมธนารักษ์ ท่านมีความรู้ความสามารถ ที่จะประสานงานกับฝ่ายประจำ ทำงานต่อเนื่องได้อย่างไม่มีปัญหา

ครม.อนุทิน 1 ไม่ขี้เหร่แน่นอน ทำวันนี้เสร็จเมื่อวาน

ส่วนการฟื้นโครงการคนละครึ่ง นายอนุทิน ระบุว่า ทุกอย่างเป็นไปได้หมดถ้าเป็นประโยชน์และเป็นความต้องการของพี่น้องประชาชน วันนี้ก็ดูเต็มที่ ก็จะเร่งมอบหมายให้ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เร่งพิจารณา เมื่อปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แล้วก็จะได้ดำเนินการต่อไปเพราะเวลาเรามีน้อย ไม่มาก ผู้สื่อข่าวถามต่อจะมีการสานต่อจาก Application เดิมหรือไม่ นายอนุทิน ยืนยันว่าอะไรที่ดีก็จะทำต่อ เราไม่มีเข้ามาแล้วบอกว่าอันนี้ไม่ใช่ของเรา ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน สิ่งนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลของตนจะไม่ทำ

สำหรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะเข้ามาดำเนินการเรื่องข้อพิพาทไทย-กัมพูชา แก้ไข MOU 2543 และ 2544 หรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า ถ้าพูดถึงชื่อ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เชื่อว่าทุกคนที่อยู่ในวงการการทูตความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและเศรษฐกิจน่าจะมีความพึงพอใจและมั่นใจ รัฐบาลนี้เข้ามา ท่ามกลางปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ ต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็ว เพราะฉะนั้นต้องนำผู้ที่มีประสบการณ์ ต้องได้รับการยอมรับจากนานาชาติแก้ไขปัญหาโดยเร็ว เมื่อถามต่อไป ว่าที่ รมว.ต่างประเทศ มั่นใจว่าจะแก้ไขปัญหานี้ได้ใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องสำคัญ ต้องวางพื้นฐานให้เป็นระยะยาว ขณะที่มองว่าเป็นเผือกร้อนหรือไม่ นายสีหศักดิ์ ยืนยันว่าทุกอย่างต้องให้ความสำคัญ

นายอนุทิน ยังยอมรับด้วยว่า กว่าว่าที่รัฐมนตรีโควตาคนนอกจะตอบรับตนใช้เวลาหลายวันหลายคืน เพราะ นายเอกนิติ มีอายุราชการเหลืออีก 6 ปี ซึ่งความรู้ความสามารถยังมีอนาคตในทางราชการ สามารถก้าวหน้าไปได้มากกว่านี้อีก แต่ท่านก็เสียสละ เราเห็นพ้องต้องกันว่าเรื่องประเทศชาติ เรื่องพี่น้องประชาชนมีความสำคัญ ซึ่งคุณสมบัติความรู้ความสามารถของท่านขณะนี้ต่อให้พ้นวาระนี้ไป คงจะมีเส้นทางในอาชีพของท่านได้มากมาย ท่านขอเวลาคิด 2-3 คืนก็ตัดสินใจมาร่วมทำงาน ต้องถือว่าเป็นสิ่งที่ท่านตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต โดยมุ่งมั่นถึงประเทศของเราและพี่น้องประชาชน

“ครม.อนุทิน 1” ไม่ขี้เหร่แน่นอน

ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ยังยืนยันด้วยว่าหน้าตา ครม. ไม่ขี้เหร่แน่นอน ต้องเป็น ครม. ที่เข้ามาแล้วทำงานได้เลย สโลแกนทำวันนี้เสร็จเมื่อวานของตนก็ยังถือว่าเป็นแนวทางการทำงานของพวกเราอยู่ ทางด้านคำถามว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะให้แล้วเสร็จภายใน 1-2 วันนี้หรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่าจะทำให้เร็วที่สุด และคำนึงถึงกฎเกณฑ์ต่างๆ ทางการเมือง และเรื่องทางการเมืองตนคิดว่ามีความชัดเจนแล้ว อีก 4 เดือนก็ต้องยุบสภา ดังนั้นต้องทำทุกอย่างภายในอีก 4 เดือนให้เกิดผลงาน ให้เกิดความคืบหน้าและการแก้ปัญหาให้มากที่สุด

ผู้สื่อข่าวถามต่อมีโครงการใดที่ ครม.ชุดใหม่ ต้องการทำเพิ่มอีกบ้าง นายอนุทิน ตอบกลับว่าให้ใจเย็นๆ ให้รัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายในแต่ละกระทรวงมีอำนาจเต็มที่ในการกำหนดนโยบายด้วยความรวดเร็วโดยไม่ต้องรอว่าหัวหน้ารัฐบาลจะเอาด้วยหรือไม่ ซึ่งจะมาพูดว่าเดี๋ยวจะขัดกับพรรคโน้นพรรคนี้หรือไม่ ตนรับรองว่าไม่มี เราจะเอาประสบการณ์ที่มีของรัฐบาล 2-3 ชุดที่ผ่านมา ที่เห็นจุดอ่อนของการมีปัญหาและไม่ทำงาน ที่กังวลเรื่องความได้เปรียบเสียเปรียบกัน

มอบหมายว่าที่ รมว.คลัง ดูฟื้นโครงการ “คนละครึ่ง”

ในคำถามว่ากระทรวงกลาโหมควรจะเป็นทหารเข้ามานั่งเป็นรัฐมนตรีว่าการประจำกระทรวงหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ก็ต้องการให้เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถในวิชาชีพ ส่วนกระแสข่าวที่จะเป็น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม แข่งกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐนั้น นายอนุทิน เผยว่า หากตรงไหนมีความชัดเจนก็จะพามาเปิดตัวเช่นนี้ เพื่อให้พี่น้องประชาชน รับทราบโดยไม่ต้องคาดเดา ดังนั้นการที่ยังไม่พาคนอื่นมาแสดงว่ายังไม่แล้วเสร็จ หรือมีคำถามที่จะต้องเคลียร์กันก่อน

ในประเด็นคำถามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาขณะนี้ จำเป็นจะต้องเป็น พล.อ.ประวิตร หรือไม่ นายอนุทินบอกว่าอย่าถามแบบนี้ อะไรที่ตอบได้ก็ตอบ เพราะสไตล์การทำงานของตนไม่ต้องการให้ประชาชนมาคาดการณ์ใดๆ ถ้ามีความชัดเจนแล้วก็จะนำมาแนะนำตัวต่อพี่น้องประชาชนทุกคน ให้รับรู้รับทราบว่ารัฐบาลจะเป็นไปในทางใด พยายามจะทำงานให้ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด ให้ทำเหมือนว่ามีส่วนร่วมในการบริหารประเทศร่วมกัน ฝ่ายการเมืองอย่างพวกเราฟังเสียงของพี่น้องประชาชนเป็นหลักอยู่แล้ว

เมื่อถามว่าภาพของ ครม.อนุทิน 1 ไม่ขี้เหร่ จะออกมาเป็นแบบใด นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นภาพมืออาชีพที่ทำงาน ผู้ที่ร่วมทำงานทุกคนมีความเป็นพี่น้องสมัครสมานสามัคคี เพราะตนเป็นสมาชิกใน 36 คนมาหลายสมัย มีความรู้สึกว่า ความสัมพันธ์ส่วนตัวแทบจะไม่มีเลย คุยแต่เรื่องที่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ไม่เคยมีการตัดสินใจร่วมกันเลย ภาพแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นในรัฐบาลของตนแน่นอน เนื่องจากทุกคนจะต้องเข้าใจเป้าหมายเดียวกันและเข้าใจภารกิจที่เรามีอย่างจำเพาะ ต้องให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน ไม่ใช่พรรคนี้เสนอ พรรคนี้ค้าน หัวหน้ารัฐบาลไม่ใช่มองว่าอันนี้ไม่เกิดประโยชน์กับพรรคตนเองก็ให้เรื่องช้าหน่อย สิ่งเหล่านี้จะไม่มี

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถาม ถึงตำแหน่งของนายสันติ ที่จะมานั่งเก้าอี้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน รีบปัดตอบว่าฝ่ายการเมืองเดี๋ยวมาพูดคุยกัน ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ว่าที่รัฐมนตรีทั้ง 4 คน ได้นั่งพูดคุยกับนายอนุทินด้วยบรรยากาศเป็นกันเอง และมีการเสิร์ฟเมนูเค้กส้มด้วย.

การที่นายอนุทินออกมาให้สัมภาษณ์ยืนยันถึงความพร้อมของ ครม.อนุทิน 1 ไม่ขี้เหร่ รวมถึงการพิจารณาฟื้นโครงการคนละครึ่งนั้น แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าต่อไป การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสานต่อนโยบายที่ดีอยู่แล้ว และพร้อมที่จะปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อประชาชน

ที่มา – ว่าที่นายกฯ ยัน “ครม.อนุทิน 1” ไม่ขี้เหร่ ทำวันนี้เสร็จเมื่อวาน เล็งฟื้น “คนละครึ่ง”

เหลือเชื่อ! เอ็มบัปเป้เทียบเท่าสถิติ อองรี

คีเลียน เอ็มบัปเป้ กัปตันทีมชาติฝรั่งเศส กล่าวว่าการทำประตูเทียบเท่า เธียร์รี อองรี ได้เมื่ออายุ 26 ปีนั้นเป็นเรื่อง “เหลือเชื่อ!”

กองหน้าจากเรอัล มาดริด ทำสถิติเทียบเท่าตำนานอาร์เซนอลที่ 51 ประตูสำหรับทีมชาติของเขา หลังจากทำคนเดียวสุดสวยในนาทีที่ 82 ช่วยให้ฝรั่งเศสนำยูเครน 2-0 ในเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกเมื่อวันศุกร์

ทำให้ดาวเตะวัย 26 ปีตามหลัง โอลิวิเยร์ ชิรูด์ อดีตกองหน้าอาร์เซนอลและเชลซี เจ้าของสถิติสูงสุดตลอดกาลของฝรั่งเศส เพียง 6 ประตูเท่านั้น (57 ประตู)

“ขอชื่นชม Titi (อองรี) ด้วย แต่ตอนนี้ผมอยากจะแซงเขาแล้ว” เอ็มบัปเป้ กล่าว

“เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เทียบเท่าผู้เล่นอย่าง อองรี ทุกคนรู้ว่าเขามีความหมายต่อพวกเราชาวฝรั่งเศสมากแค่ไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกองหน้า เขาเป็นคนที่เปิดทาง และผมเคารพและชื่นชมเขามาก”

เหลือเชื่อ! เอ็มบัปเป้เทียบเท่าสถิติ อองรี

อองรีเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติฝรั่งเศสที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 1998 ในบ้านเกิดเมื่ออายุ 20 ปี ขณะที่เอ็มบัปเป้อายุเพียง 19 ปีเมื่อเลส์ เบลอส์ คว้าแชมป์ในรัสเซียปี 2018

ฝรั่งเศสตั้งเป้าที่จะป้องกันสถานะแชมป์โลกในการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2022 ที่กาตาร์ และไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

เอ็มบัปเป้ทำแฮตทริกพาทีมเข้าสู่ช่วงดวลจุดโทษ แต่สุดท้ายก็แพ้ให้กับอาร์เจนตินาของลิโอเนล เมสซี

ตอนนี้เอ็มบัปเป้อยู่ในเส้นทางที่จะแซงหน้าชิรูด์ ซึ่งเลิกเล่นฟุตบอลทีมชาติไปเมื่อปีที่แล้วหลังฝรั่งเศสแพ้สเปนในรอบรองชนะเลิศยูโร

“สถิติกำลังใกล้เข้ามา แต่ไม่ใช่สิ่งที่ผมคิดถึง” เอ็มบัปเป้กล่าวเสริม “ผมไม่รู้ว่าเป็นเพราะผมคิดว่าผมเอาชนะมันได้ หรือเพราะผมคิดว่ามีสิ่งที่สำคัญกว่านั้น”

“การมาถึงจุดนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ มันเหลือเชื่อ! เอ็มบัปเป้เทียบเท่าสถิติ อองรี แตผมชอบมัน ผมอยากจะเดินหน้าต่อไป และเหนือสิ่งอื่นใดคือการชนะเกมและคว้าแชมป์”

เอ็มบัปเป้กับการเทียบเท่าสถิติ อองรี

ในเกมกับยูเครน มิชาเอล โอลิเซ่ จากบาเยิร์น มิวนิก ทำประตูให้ทีมของดิดิเยร์ เดส์ชองส์ขึ้นนำหลังจากผ่านไป 10 นาที ในเกมแรกของกลุ่ม D ในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกปีหน้าที่สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และแคนาดา

อุสมาน เดมเบเล่ จากปารีส แซงต์-แชร์กแมง ลงมาแทนที่ เดซีเร่ ดูเอ้ เพื่อนร่วมทีมในช่วงพักครึ่ง แต่ได้รับบาดเจ็บในนาทีที่ 81 และถูกเปลี่ยนตัวออกโดย ฮูโก้ เอคิติเก้ จากลิเวอร์พูล ซึ่งลงประเดิมสนาม

การที่เอ็มบัปเป้อายุยังน้อยเเต่ก็เเสดงศักยภาพออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมทำให้เเฟนบอลหลายคนต่างจับตามองฟอร์มของเขา เเละเชื่อเหลือเกินว่าเหลือเชื่อ! เอ็มบัปเป้เทียบเท่าสถิติ อองรี เเล้วนั้น สถิติอื่นๆ ก็คงตามมาในไม่ช้าเเน่นอน เเต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือการคว้าเเชมป์ให้กับทีมชาติฝรั่งเศส

นอกจากนี้ เหลือเชื่อ! เอ็มบัปเป้เทียบเท่าสถิติ อองรี ยังสร้างเเรงบันดาลใจให้กับนักฟุตบอลรุ่นใหม่หลายคน ให้มีความมุ่งมั่นในการฝึกซ้อม เเละพัฒนาตนเองอยู่เสมอ

ที่มา – ‘It’s crazy’ – Mbappe equals Henry’s France tally

“สันติ” รับ “พรรคพลังประชารัฐ” ได้ 4 เก้าอี้จริงหรือ?

“สันติ” ยอมรับ “พรรคพลังประชารัฐ” ได้ 4 เก้าอี้จริง พร้อมปัดตอบ “บิ๊กป้อม” ร่วม ครม. แจงต้องไปพูดคุยกันในพรรคก่อน เรื่องนี้จริงหรือไม่ ไปติดตามรายละเอียดกัน

วันที่ 6 ก.ย. 2568 นายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เผยถึงความคืบหน้าโควตาเก้าอี้รัฐมนตรี ในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐว่า ทางพรรคภูมิใจไทยได้มอบหมายให้ “พรรคพลังประชารัฐ” ทั้งหมด 4 ตำแหน่ง แบ่งเป็น รัฐมนตรีว่าการ 2 ตำแหน่ง และรัฐมนตรีช่วยว่าการ 2 ตำแหน่ง

ส่วนจะมีตำแหน่งในกระทรวงฯ ใดบ้าง นายสันติ ระบุว่า เรื่องนี้กำลังพูดคุยกันอยู่ ภายใน 1-2 วันนี้คาดว่าจะนิ่ง ส่วนกระทรวงกลาโหม คือสัดส่วนของ “พรรคพลังประชารัฐ” หรือไม่นั้น นายสันติ ระบุว่า กำลังพูดคุยกันอยู่ เพราะถ้าเป็นกระทรวงฯ สำคัญ กระทรวงฯ ใหญ่ บางทีก็ต้องดูให้ละเอียด และขอนำไปพูดคุยก่อน

กรณีที่พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะมานั่งรับตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีชุดนี้ รวมถึง 4 ตำแหน่งรัฐมนตรี และคุณสมบัติต่างๆ ที่ต้องตรวจสอบ นายสันติ ยืนยันว่า การเจรจารับตำแหน่งดังกล่าวไม่ได้มีปัญหาอะไร ส่วนจะได้รับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขใช่หรือไม่ นายสันติ ระบุว่า ต้องรอ 1-2 วันนี้ให้นิ่งก่อน คือใครจะให้หรือทำอะไร ต้องมีการประชุมและพูดคุยกันทั้งในพรรคและส่วนกลาง ต้องดูให้ตกผลึกและยืนยันว่าในพรรคมีความเป็นหนึ่งอันเดียวกันไม่มีปัญหา

นายสันติ ยังระบุว่า ระยะเวลา 4 เดือน ก็ถือว่าเป็นเงื่อนไขและโจทย์ใหญ่ ถ้ารู้ว่า มีเวลา 4 เดือน หากได้รับการโปรดเกล้าฯ เรียบร้อย ได้เข้าทำงาน ทุกคนเป็นรัฐมนตรี ก็จะต้องเร่งรัดในการทำงาน เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน เพราะขณะนี้ พวกเราก็รู้กันอยู่แล้วว่า เศรษฐกิจของประเทศและของโลก โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนชาวไร่ชาวนา เกษตรกร ก็กำลังลำบากอยู่ ถึงแม้จะเป็น 4 เดือน ก็จะต้องเร่งรัดในการทำงาน ลงไปดูประชาชน ให้มีความแข็งแรงขึ้นมา

เมื่อถามย้ำว่า การทำงานในระยะเวลา 4 เดือน จะมีอะไรที่จะเข้ามาบีบคั้น และอะไรจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด นายสันติ ระบุว่า พอเรารู้เวลาโดยประมาณว่า 4 เดือน เราก็ต้องหยิบประเด็นสำคัญ ในความเดือดร้อนของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกระตุ้นเศรษฐกิจ การสร้างงานสร้างอาชีพ เพื่อแก้ไขปัญหารากหญ้า เพราะคนรากหญ้ามีตั้ง 50-60 ล้านคน ก็จะทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย เศรษฐกิจข้างบนก็เดินได้ จะเป็นวงกลม ทำให้เกิดการพัฒนาเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่ง 4 เดือนจะบอกว่าช้าก็ถือว่าไม่ช้า จะบอกว่าเร็วก็ไม่เร็ว ซึ่งอยู่ที่รัฐมนตรีแต่ละคน ที่จะต้องทุ่มเทการทำงาน แต่ละเรื่อง และเอาเรื่องสำคัญที่เป็นหัวใจ.

“สันติ” รับ “พรรคพลังประชารัฐ” ได้ 4 เก้าอี้

การที่นายสันติออกมาให้ข้อมูลเช่นนี้ ทำให้เกิดคำถามตามมามากมายเกี่ยวกับอนาคตทางการเมืองของ “พรรคพลังประชารัฐ” และบทบาทของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณในรัฐบาลใหม่

ประเด็นที่น่าสนใจ

  • ความชัดเจนเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ: การเจรจาภายในพรรคและการตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับตำแหน่งรัฐมนตรีที่พรรคจะได้รับมอบหมายมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดทิศทางและนโยบายของพรรคในรัฐบาล
  • บทบาทของพลเอกประวิตร: การตัดสินใจว่าพลเอกประวิตรจะเข้ารับตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีหรือไม่ จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อรัฐบาล
  • การทำงานในระยะเวลา 4 เดือน: การที่รัฐมนตรีมีเวลาจำกัดในการทำงาน ทำให้ต้องมีการวางแผนและดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประชาชน

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองต่างๆ จะช่วยให้เข้าใจถึงทิศทางและอนาคตของประเทศ

การที่ “พรรคพลังประชารัฐ” ได้รับ 4 เก้าอี้นั้น ถือเป็นสัญญาณที่น่าสนใจในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ แต่ประชาชนก็ยังคงจับตาดูการทำงานจริงของรัฐบาลว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่

ที่มา – “สันติ” รับ “พรรคพลังประชารัฐ” ได้ 4 เก้าอี้ ปัดตอบ “บิ๊กป้อม” ร่วม ครม.

เสียงสะท้อน! ชาวบ้านหนุนรัฐบาลใหม่รื้อฟื้น “คนละครึ่ง”

ชาวบ้านขานรับนโยบาย “คนละครึ่ง” หากรัฐบาลใหม่รื้อฟื้นใช้อีกครั้ง มองช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้จริง

วันที่ 6 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก อำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์ หลังมีกระแสข่าวว่า พรรคภูมิใจไทย ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย มีแนวโน้มนำโครงการ “คนละครึ่ง” ซึ่งเคยใช้ในยุครัฐบาลของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาใช้อีกครั้งในช่วง 4 เดือนแรกของการบริหารงาน

ทั้งนี้ เมื่อประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ต่างแสดงความเห็นในเชิงสนับสนุน โดยมองว่าเป็นนโยบายที่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างเป็นรูปธรรม

ทางด้าน นางสมบูรณ์ ช่างเกวียน อายุ 68 ปี แม่ค้าใน อ.บ้านด่าน กล่าวว่า โครงการคนละครึ่งในอดีตช่วยเพิ่มกำลังซื้อของประชาชนได้จริง ชาวบ้านเข้าใจการใช้งาน และสามารถเข้าถึงได้ง่าย หากรัฐบาลใหม่นำกลับมาใช้ ถือว่าเป็นเรื่องดี และจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้แน่นอน

ขณะที่ นางสุดาพัตร บำรุงแคว้น อายุ 57 ปี ชาวบ้านในพื้นที่เดียวกัน กล่าวว่า เคยใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งมาแล้ว และรู้สึกว่าสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้จริง แม้จะอยากได้การช่วยเหลือเต็มจำนวน แต่การกลับมาของโครงการคนละครึ่งก็ยังเป็นทางเลือกที่ดีและน่าจะเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ประชาชนในพื้นที่ต่างจับตาว่ารัฐบาลชุดใหม่ จะมีท่าทีอย่างไรกับโครงการนี้ หากมีการนำกลับมาใช้จริง คาดว่าจะได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างกว้างขวาง.

เสียงตอบรับนโยบาย “คนละครึ่ง” จากประชาชน

จากกระแสข่าวการพิจารณานำนโยบาย “คนละครึ่ง” กลับมาใช้อีกครั้งในรัฐบาลชุดใหม่ ทำให้เกิดเสียงตอบรับอย่างกว้างขวางจากประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและผู้ประกอบการรายย่อย ต่างเห็นพ้องต้องกันว่าโครงการนี้เป็นเครื่องมือที่ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย และกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทำไมประชาชนถึงสนับสนุน “คนละครึ่ง”?

หลายคนให้เหตุผลว่า โครงการ “คนละครึ่ง” ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้จริง ทำให้มีเงินเหลือสำหรับใช้จ่ายในด้านอื่นๆ มากขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย ซึ่งส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

  • ช่วยลดค่าครองชีพ
  • กระตุ้นการใช้จ่าย
  • เข้าถึงง่าย ใช้งานสะดวก

นอกจากนี้ โครงการ “คนละครึ่ง” ยังเป็นที่ชื่นชอบของผู้ประกอบการรายย่อย เนื่องจากช่วยเพิ่มยอดขายและเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ ทำให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถอยู่รอดได้ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไม่แน่นอน

ถึงแม้ว่าโครงการ “คนละครึ่ง” จะมีข้อดีมากมาย แต่ก็ยังมีบางส่วนที่กังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนของโครงการ และผลกระทบต่อวินัยทางการเงินของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลสามารถบริหารจัดการโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และคำนึงถึงผลประโยชน์ระยะยาว โครงการ “คนละครึ่ง” ก็จะเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย

การกลับมาของนโยบาย “คนละครึ่ง” จึงเป็นที่น่าจับตามอง และเป็นความหวังของคนจำนวนมากที่จะช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นได้ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน

ที่มา – เสียงสะท้อนจากชาวบ้าน ขานรับนโยบาย “คนละครึ่ง” หากรัฐบาลใหม่รื้อฟื้นใช้อีกครั้ง

จับตาจริงไหม? ภูมิธรรมแนะจับตาพรรคประชาชน คุม ภูมิใจไทย แก้รธน.

“ภูมิธรรม เวชยชัย” ชี้ พรรคประชาชนต้องรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น จากนี้ จับตาคุม พรรคภูมิใจไทย เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ ย้ำเรื่องนี้เป็นเจตจำนงของพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอด

วันที่ 6 ก.ย. 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ ฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวกรณีพรรคประชาชนโหวตสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้เป็นนายกฯ ว่า เมื่อสภาฯ โดยเฉพาะพรรคประชาชน (ปชน.) ได้ตัดสินใจโหวตสนับสนุนให้นายอนุทินเป็นนายกฯ ก็ถือว่าเข้ามาตามกระบวนการ ต้องเคารพการตัดสินใจของพรรคปชน. โดยพรรคปชน.จะต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่รัฐบาลนี้ถือว่าได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ตามที่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนแล้ว ที่เหลือก็ขอให้เป็นไปตามกระบวนการ ตนในฐานะปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ ถือว่าหมดภารกิจในการแก้ไขวิกฤตต่างๆ แล้ว หลังจากนี้รัฐบาลจะทำงานอย่างเต็มที่และต่อเนื่อง เมื่อมีรัฐบาลชุดใหม่ที่ได้เข้าเฝ้าถวายสัตย์ และแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้ว เราก็พร้อมจะหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที ระหว่างนี้เราก็จะทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศและประชาชนจนกว่ารัฐบาลใหม่จะเข้ามารับผิดชอบสำหรับเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถือเป็นเจตจำนงของพรรคพท.อยู่แล้ว เราผลักดันมาตลอด มีแต่พรรคภท.และ สว.ที่ปฏิเสธเรื่องนี้มาโดยตลอด ก็ต้องมาดูว่าหลังจากนี้พวกเขาจะทำอย่างไร แล้วก็ต้องมาดูว่าพรรคปชน.สามารถประสานและควบคุมให้พรรคภท.แก้รัฐธรรมนูญได้จริงอย่างที่ตกลงกันไว้หรือไม่

ภูมิธรรมแนะจับตาพรรคประชาชน คุม ภูมิใจไทย แก้รธน.ได้จริงหรือไม่

การออกมาให้สัมภาษณ์ของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทยในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณที่น่าสนใจไปยังพรรคประชาชน (ปชน.) ว่าความรับผิดชอบต่อการตัดสินใจทางการเมืองนั้นไม่ได้จบลงเพียงแค่การโหวตสนับสนุนนายกรัฐมนตรีเท่านั้น หากแต่ยังรวมถึงการผลักดันนโยบายสำคัญที่ได้ให้คำมั่นสัญญาไว้กับประชาชนด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นข้อเรียกร้องสำคัญจากหลายภาคส่วนในสังคม

การที่นายภูมิธรรมกล่าวถึงบทบาทของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่เคยปฏิเสธการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาก่อนหน้านี้ ยิ่งเป็นการตอกย้ำถึงความท้าทายที่พรรคประชาชนจะต้องเผชิญในการผลักดันประเด็นนี้ให้สำเร็จลุล่วงได้จริง การจับตาดูว่าพรรคประชาชนจะสามารถประสานงานและควบคุมให้พรรคภูมิใจไทยดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ตามที่ตกลงกันไว้หรือไม่ จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตทางการเมืองของประเทศ

สถานการณ์เช่นนี้ ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ในการแก้รัฐธรรมนูญได้จริง เพราะมีความซับซ้อนหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเจรจาต่อรอง การปรับแก้เนื้อหา หรือแม้แต่การได้รับเสียงสนับสนุนจาก สว. ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ความท้าทายในการแก้รัฐธรรมนูญได้จริง

การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย และต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ดังนี้:

  • การเจรจาต่อรอง: การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมืองต่างๆ ซึ่งอาจมีข้อเรียกร้องและผลประโยชน์ที่แตกต่างกัน การเจรจาต่อรองเพื่อให้ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันจึงเป็นเรื่องที่ท้าทาย
  • การปรับแก้เนื้อหา: เนื้อหาของรัฐธรรมนูญมีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับหลายส่วน การปรับแก้เนื้อหาจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์
  • การได้รับเสียงสนับสนุนจาก สว.: สว.มีบทบาทสำคัญในการผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ การได้รับเสียงสนับสนุนจาก สว.จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้

ด้วยเหตุนี้ การแก้รัฐธรรมนูญได้จริง จึงต้องอาศัยความมุ่งมั่น ความตั้งใจจริง และความสามารถในการประสานงานจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคประชาชนซึ่งเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล

สิ่งที่ต้องจับตาดูต่อไปคือ พรรคประชาชนจะสามารถบริหารจัดการความขัดแย้งและผลักดันให้เกิดความร่วมมือจากทุกฝ่ายได้อย่างไร และจะสามารถนำพาประเทศไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริงหรือไม่

การเมืองไทยในยุคปัจจุบันเต็มไปด้วยความท้าทายและความไม่แน่นอน การตัดสินใจของพรรคการเมืองต่างๆ และการดำเนินงานของรัฐบาลชุดใหม่ ล้วนมีผลกระทบต่ออนาคตของประเทศ การติดตามข่าวสารและสถานการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เราสามารถเข้าใจและมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา – “ภูมิธรรม” แนะจับตาพรรคประชาชน คุม ภูมิใจไทย แก้รธน.ได้จริงหรือไม่

พาส่อง “จ่าจ้าคอฟฟี่” ร้านดังระนองของจ๋า อนุทิน

มาส่องร้านกาแฟชื่อดังของเมืองระนอง “จ่าจ้าคอฟฟี่” ที่เป็นของ “จ๋า ธนนนท์” หวานใจของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทยกันค่ะ หลังจากที่ประชุมสภาฯ มีมติโหวตเห็นชอบให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี หลายคนก็ให้ความสนใจกับ “คุณจ๋า” ธนนนท์ นิรามิษ ว่าที่สตรีหมายเลขหนึ่ง ภรรยาคนสวยที่ครองใจท่านอนุทิน

วันนี้เราจะพาไปดูร้าน “จ่าจ้าคอฟฟี่” คาเฟ่ริมถนนเพชรเกษม สามแยกสนามกีฬาจังหวัดระนอง ซึ่งเป็นร้านกาแฟเก่าแก่ที่เปิดมายาวนานเกือบ 20 ปี เจ้าของร้านก็คือ “คุณจ๋า” ธนนนท์ นิรามิษ หวานใจของว่าที่ “นายกหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นั่นเองค่ะ

จ่าจ้าคอฟฟี่

นอกจากกาแฟสดแล้ว ที่ร้าน “จ่าจ้าคอฟฟี่” ยังมีของฝากของที่ระลึกจากจังหวัดระนองมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกะปิ กาหยู หรือเม็ดมะม่วงหิมพานต์ และที่โดดเด่นก็คือผ้าปาเต๊ะที่คุณจ๋านำมาประยุกต์เป็นเครื่องแต่งกาย หรือกระเป๋าที่น่ารักและเก๋ไก๋

จ่าจ้าคอฟฟี่

จ่าจ้าคอฟฟี่

จ่าจ้าคอฟฟี่

พาส่อง “จ่าจ้าคอฟฟี่” ร้านกาแฟดังเมืองระนองของ “จ๋า ธนนนท์” หวานใจ “อนุทิน”

น้องเฟิร์น พนักงานประจำร้าน “จ่าจ้าคอฟฟี่” เล่าว่า เคยเจอท่านอนุทิน 3 ครั้ง ท่านเป็นคนน่ารัก เป็นกันเอง ทักทายอัธยาศัยดี ทั้งกับพนักงานและลูกค้าที่มาใช้บริการ เวลาท่านมาจะดื่มเอสเพรสโซ่เพิ่มช็อต ส่วนอาหารที่ท่านชอบคือ ขโมยแมวปลาทู แกงจืดโหระพาหมูสับ และหมูสับต้มบ๊วย

ใครที่แวะไปเที่ยวระนอง อย่าลืมแวะชิมกาแฟและอุดหนุนสินค้าของฝากที่ร้าน “จ่าจ้าคอฟฟี่” กันนะคะ นอกจากจะได้ลิ้มรสกาแฟอร่อยๆ แล้ว ยังได้สนับสนุนธุรกิจของหวานใจท่านนายกฯ อีกด้วย

จ่าจ้าคอฟฟี่

เมนูเด็ดที่จ่าจ้าคอฟฟี่

  • เอสเพรสโซ่เพิ่มช็อต (เมนูโปรดท่านอนุทิน)
  • กาแฟสดหลากหลายชนิด
  • ของฝากจากระนอง เช่น กะปิ กาหยู
  • สินค้าผ้าปาเต๊ะ

ร้าน “จ่าจ้าคอฟฟี่” ไม่ได้เป็นเพียงแค่ร้านกาแฟ แต่ยังเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของความรักและความผูกพันกับท้องถิ่นของ “คุณจ๋า” การที่ร้านตั้งอยู่ในจังหวัดระนองและนำเสนอสินค้าท้องถิ่น ทำให้ร้านนี้เป็นที่รู้จักและเป็นที่รักของคนในพื้นที่

สำหรับใครที่อยากลองไปสัมผัสบรรยากาศร้านกาแฟที่เป็นที่ชื่นชอบของว่าที่นายกรัฐมนตรี ก็อย่าลืมแวะไปที่ร้าน “จ่าจ้าคอฟฟี่” ที่ระนองนะคะ รับรองว่าจะไม่ผิดหวังแน่นอน!

นอกจากกาแฟและอาหารอร่อยๆ แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ร้าน “จ่าจ้าคอฟฟี่” เป็นที่น่าจดจำก็คือความเป็นกันเองและการบริการที่ดีของพนักงานทุกคน ทำให้ลูกค้ารู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลายเหมือนมานั่งจิบกาแฟที่บ้านเพื่อน

ที่มา – พาส่อง “จ่าจ้าคอฟฟี่” ร้านกาแฟดังเมืองระนองของ “จ๋า ธนนนท์” หวานใจ “อนุทิน”

บุญสนอง! แม่บ้านถูกหวย 6 ล้าน ช่วยวัด 10 ปี

เรื่องราวสุดปัง! แม่บ้านใจบุญ ช่วยทำความสะอาดวัดมานานนับสิบปี แถมยังพาครอบครัวมาแก้บนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดสว่างอารมณ์ นครปฐม หลังบุญสนองแม่บ้าน ช่วยทำความสะอาดวัด 10 ปี ได้โชคถูกรางวัลที่ 1 รับ 6 ล้านบาท! แถมยังโชว์เลขเด็ดจากเงินขวัญถุงอีกด้วย

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568 ณ วัดสว่างอารมณ์ แคแถว ต.ขุนแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม นางสมศรี มีหงษ์ทอง อายุ 62 ปี ชาว อ.สามพราน จ.นครปฐม พร้อมญาติพี่น้อง ได้นำไข่ไก่ 100 โหล และน้ำดื่ม 100 แพ็ค มาถวายแก้บนองค์หลวงพ่อ พระเงิน พระทอง และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด นอกจากนี้ ยังนำเครื่องดื่มชูกำลังมามอบให้ตาเงิน ตาทอง ผู้เฒ่าใจดี เพื่อขอบคุณที่ให้โชคลาภ ถูกรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 กันยายน 2568 จำนวน 1 ใบ รับเงินรางวัลถึง 6 ล้านบาท! พร้อมกันนี้ ยังได้ร่วมทำบุญสมทบทุนซื้อที่ดินวัดให้กับหลวงพ่อแป๊ะอีกด้วย

พิธีแก้บนครั้งนี้มีนายอรุณ รุ่งเรืองเมืองยศ พ่อปู่ทรงฤาษี เป็นผู้ประกอบพิธี โดยนำสิ่งของทั้งหมดวางไว้ที่ลานด้านหน้าศาลาการเปรียญ หน้าองค์พระเงินพระทองจำลอง จากนั้นจึงขึ้นไปกราบไหว้องค์พระเงินพระทององค์จริงบนศาลาการเปรียญ เพื่อบอกกล่าวถึงการแก้บน หลังจากนั้นก็กราบที่ตักพระเงินพระทอง อธิษฐาน และแลกธนบัตรขวัญถุงที่หน้าตัก ยกชูให้ดูเลขที่ได้ คือ 2 F4420377 พร้อมกับยกมืออธิษฐานขอให้มีโชคลาภอีกครั้ง ก่อนที่จะไปกราบไหว้ตาทองงิ้วราย พร้อมนำเครื่องดื่มชูกำลัง 10 แพ็คไปมอบให้ และบนบานขอให้ได้โชค โดยแกะเครื่องดื่มชูกำลังออกจากแพ็คมา 1 ขวด เปิดฝาดู ก็พบเลข 146 แล้วชูให้ญาติๆ ได้ดูกัน ก่อนที่จะเดินลงจากศาลาการเปรียญเพื่อนำของที่เตรียมมา ถวายแก้บนให้กับพระเงินพระทองที่ลานด้านล่าง

นางสมศรี ได้เล่าว่า ตนเองทำงานรับจ้างทั่วไป ฐานะทางบ้านไม่ค่อยดี และยังต้องดูแลแม่อายุ 92 ปี ตนนับถือหลวงพ่อแป๊ะมาก เพราะบ้านอยู่ไม่ไกลจากวัดเท่าไรนัก เมื่อว่างเว้นจากการทำงานก็จะมาช่วยงานวัด ทำความสะอาด ปัดกวาดฝุ่นที่ติดองค์พระ เช็ดถูห้องน้ำให้วัด ทำมาเป็นเวลานานกว่า 10 ปี หลวงพ่อท่านก็เมตตา ให้ข้าว ให้น้ำ ให้ไข่กลับไปกินอยู่เสมอ

ก่อนวันหวยออกงวดวันที่ 1 กันยายน 2568 ตนได้มาทำความสะอาดที่วัด มีแม่ค้าขายลอตเตอรี่มาชวนให้ซื้อ บอกว่า งวดนี้ขายไม่ค่อยดี ขอให้ช่วยซื้อหน่อย จึงถามไปว่ามีเลข 56 ไหม เพราะเป็นเลขวันเกิดและเดือนเกิดของตนเอง แม่ค้าบอกว่ามีใบเดียว แต่เป็นเลขหน้า 3 ตัว คือ 506 ตอนนั้นมีเงินติดตัวเพียง 100 บาท คิดว่าจะซื้อดีหรือไม่ดี แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจซื้อ ปรากฏว่าวันรุ่งขึ้น หวยออก ตนจึงนำลอตเตอรี่มาตรวจ ก็พบว่าถูกรางวัลที่ 1 จึงบอกกับลูกและแม่ ทุกคนต่างบอกให้ตรวจทานให้แน่ใจเสียก่อน หลังจากนั้นก็กอดกันร้องไห้ด้วยความดีใจ และพากันนำสิ่งของมาแก้บนในวันนี้

ขณะที่หลวงพ่อแป๊ะ เกจิดัง เจ้าอาวาสวัดสว่างอารมณ์ ได้เชิญชวนสาธุชนร่วมพิธีไหว้พระราหู ในวันที่ 7 กันยายน 2568 ซึ่งในวันดังกล่าว จะมีปรากฏการณ์ที่ดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ โคจรมาอยู่ในแนวระนาบเดียวกัน โดยมีโลกอยู่ตรงกลางระหว่างดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์ เกิดขึ้นเฉพาะในวันดวงจันทร์เต็มดวง ดวงจันทร์จะปรากฏเป็นสีส้มอิฐ หรือที่เรียกว่า พระจันทร์สีเลือด ซึ่งสามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่าทั่วฟ้าเมืองไทย เป็นเวลานาน 1 ชั่วโมง 22 นาที ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในรอบ 3 ปี บรรดานักโหราศาสตร์ต่างออกมาทำนายว่า จะมีทั้งเรื่องดีและร้ายเกิดขึ้น ประกอบกับทุกครั้งที่วัดสว่างอารมณ์จัดพิธีไหว้พระราหู เมื่อมีการย้ายทิศ ในครั้งนี้ก็เช่นกัน โดยพิธีจะเริ่มในเวลา 18.30 น. เป็นต้นไป โดยให้บูชาของดำ 8 อย่าง เป็นเครื่องบูชา สามารถนำมาเอง หรือมาหาซื้อที่วัดก็ได้

บุญสนองแม่บ้าน ช่วยทำความสะอาดวัด 10 ปี ได้โชคถูกรางวัลที่ 1 รับ 6 ล้าน

เรื่องราวของนางสมศรีสะท้อนให้เห็นอะไร

เรื่องราวของนางสมศรี เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า การทำความดีอย่างสม่ำเสมอ ย่อมได้รับผลตอบแทนที่ดีเสมอ แม้ว่าในบางครั้งผลตอบแทนนั้นอาจจะมาในรูปแบบที่เราคาดไม่ถึงก็ตาม การที่นางสมศรี ช่วยทำความสะอาดวัดมานานกว่า 10 ปี ด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์และศรัทธา อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บุญสนองแม่บ้าน ช่วยทำความสะอาดวัด 10 ปี ได้โชคถูกรางวัลที่ 1 รับ 6 ล้านบาทในครั้งนี้

นอกจากนี้ เรื่องราวของนางสมศรี ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายๆ คน หันมาทำความดีเพื่อสังคมและส่วนรวมมากยิ่งขึ้น เพราะการทำความดีนั้น ไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ หรือต้องใช้เงินทองมากมาย เพียงแค่เรามีจิตใจที่พร้อมจะช่วยเหลือผู้อื่น และทำสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เราก็สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้เช่นกัน

สำหรับใครที่กำลังมองหาโชคลาภ ลองนำเรื่องราวของนางสมศรี ไปเป็นแรงบันดาลใจดู อาจจะลองทำบุญ ทำความดี หรือช่วยเหลือผู้อื่น แล้วโชคลาภอาจจะมาหาคุณในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งก็เป็นได้ อย่างบุญสนองแม่บ้าน ช่วยทำความสะอาดวัด 10 ปี ได้โชคถูกรางวัลที่ 1 รับ 6 ล้านบาทนั่นเอง

ที่มา – บุญสนองแม่บ้าน ช่วยทำความสะอาดวัด 10 ปี ได้โชคถูกรางวัลที่ 1 รับ 6 ล้าน