วัน: 6 กันยายน 2025

เพื่อไทย แซะ ครม.หนู มักเป็นเหยื่องู จริงหรือ?

“อนุสรณ์” ลั่นพรรคเพื่อไทย ขอทำหน้าที่ฝ่ายค้านเต็มที่ ยันจะไม่เป็นฝ่ายค้านตัดแต่งพันธุกรรม ลับลวงพราง ขณะที่ “พร้อมพงศ์” แซะ ครม.หนูมักเป็นเหยื่อของงู

วันที่ 6 กันยายน 2568 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี สภาผู้แทนราษฎรเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีว่า พรรคเพื่อไทยขอประกาศจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านแท้ๆ ที่ทรงพลัง เข้มแข็ง ไม่อ่อนข้อให้การใช้อำนาจรัฐที่ไม่ถูกต้องตามหลักประชาธิปไตยที่แท้จริงไม่อาจดำรงอยู่ได้ หากปราศจากฝ่ายค้านที่กล้าหาญ ไม่เกรงกลัว พรรคเพื่อไทยจะยืนหยัดในสภาเป็นด่านแรกและด่านสุดท้ายคานอำนาจ ตรวจสอบทุกการตัดสินใจ ปกป้องผลประโยชน์ประชาชนสุดกำลัง มิใช่เพียงการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน แต่คือการสู้เพื่อความจริง ความยุติธรรม จะจับจ้องทุกการใช้อำนาจรัฐที่บิดเบี้ยว ขอประกาศต่อรัฐบาลใหม่ว่า ทุกการกระทำที่ไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ประชาชน พรรคเพื่อไทยจะติดตามคัดค้านบนพื้นฐานข้อมูล ข้อเท็จจริง ทำหน้าที่ตรงไปตรงมา ไม่ใช่ฝ่ายค้านตัดแต่งพันธุกรรม ลับลวงพราง พร้อมทำหน้าที่สมศักดิ์ศรี เพื่อประโยชน์ประเทศและประชาชน

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คงได้แต่หวังว่า ครม.ชุดใหม่ที่ออกมา จะไม่ใช่การแบ่งเค้กสมประโยชน์กันเฉพาะกลุ่มการเมือง เกิดเสียงยี้ ขอให้เลือกคนมีความรู้ ความสามารถมาแก้ปัญหาให้ประชาชน โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง หนี้สิน รวมถึงปัญหาฮั้วสว. ที่ดินเขากระโดง ที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยวางบรรทัดฐานตรวจสอบทวงคืนความยุติธรรม คงไม่เงียบหายไป หลังเห็นท่าทีหน่วยงานรัฐบางแห่งเริ่มส่งสัญญาณแปลกๆ พรรคประชาชนที่เป็นฝ่ายค้านอย่าปล่อยปละละเลย พรรคภูมิใจไทยต้องทำให้ถูกต้อง ไม่ใช่ทำแบบขอไปที ไม่ช่วยพวกพ้อง กลั่นแกล้งใคร ไม่เอาเรื่องกัญชามาปัดฝุ่นอีก และอย่าปักธงล้มนโยบายพรรคเพื่อไทย ให้แยกแยะ ปีนี้นักษัตรงูเล็ก กำลังได้ครม.หนู1 มาแก้ปัญหา แต่ไหนแต่ไรหนูมักเป็นอาหารอันโอชะของงู ตลอดวาระรัฐบาลภูมิใจไทย อะไรที่สัญญาประชาคมทำให้ดี ไปพร้อมกับการเตรียมรับมือภาคการเมือง สังคม ประชาชน ที่จะร่วมกันตรวจสอบการทำงานรัฐบาล ทุกโครงการอย่างหนักหน่วงเข้มข้น

เพื่อไทย แซะ ครม.หนู มักเป็นเหยื่องู

จากสถานการณ์ทางการเมืองที่ร้อนแรง พรรคเพื่อไทยได้ออกมาเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกมาวิพากษ์วิจารณ์คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ซึ่งนำโดยพรรคภูมิใจไทย ประเด็นที่น่าสนใจคือการที่พรรคเพื่อไทยมองว่า ครม.หนู มักเป็นเหยื่องู ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบที่น่าสนใจและชวนให้ติดตาม

มุมมองของพรรคเพื่อไทยต่อ ครม.ชุดใหม่

พรรคเพื่อไทยแสดงความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพและความสามารถในการแก้ไขปัญหาของ ครม.ชุดใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน นอกจากนี้ยังมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความโปร่งใสในการทำงานและผลประโยชน์ทับซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ การที่พรรคเพื่อไทยออกมาแซะ ครม.หนู มักเป็นเหยื่องู สะท้อนให้เห็นถึงความไม่ไว้วางใจและความมุ่งมั่นที่จะตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มข้น

นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยยังประกาศว่าจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ โดยจะไม่เป็นฝ่ายค้านที่ยอมอ่อนข้อให้กับการใช้อำนาจรัฐที่ไม่ถูกต้อง และจะยืนหยัดปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนอย่างสุดกำลัง การประกาศดังกล่าวเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังรัฐบาลว่า พรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะเป็นปากเสียงให้กับประชาชนและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมา

การที่พรรคเพื่อไทยออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ครม.ชุดใหม่ ถือเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย แต่สิ่งที่น่าสนใจคือการใช้ถ้อยคำที่คมคายและเสียดสี เช่น การเปรียบเทียบ ครม.หนู มักเป็นเหยื่องู ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความไม่พอใจและต้องการกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น การติดตามการทำงานของรัฐบาลและการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบถือเป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคน เพื่อให้มั่นใจว่าการบริหารประเทศเป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม การวิพากษ์วิจารณ์ควรเป็นไปอย่างสร้างสรรค์และอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลข้อเท็จจริง เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง การกล่าวหาหรือใส่ร้ายป้ายสีโดยไม่มีหลักฐานย่อมไม่เป็นผลดีต่อสังคมโดยรวม

พรรคเพื่อไทยออกมาแซะ ครม.หนู มักเป็นเหยื่องู ทำให้เกิดคำถามว่ารัฐบาลจะสามารถบริหารประเทศได้อย่างราบรื่นหรือไม่ และจะสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน คงต้องติดตามดูกันต่อไป

สถานการณ์การเมืองไทยยังคงมีความไม่แน่นอนสูง การจับตาดูการทำงานของรัฐบาลและการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบจึงเป็นสิ่งสำคัญ การที่พรรคเพื่อไทยออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในระบอบประชาธิปไตย

ดังนั้น เราทุกคนควรติดตามข่าวสารและสถานการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิด และมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหา เพื่อให้ประเทศของเราก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง

สิ่งที่พรรคเพื่อไทยออกมาแสดงความคิดเห็นนั้น เป็นอีกหนึ่งมุมมองที่ประชาชนควรนำไปพิจารณาประกอบการตัดสินใจและติดตามการทำงานของรัฐบาลต่อไป ว่าจะสามารถนำพาประเทศไปในทิศทางที่ถูกต้องและตอบสนองความต้องการของประชาชนได้หรือไม่

ที่มา – เพื่อไทย แซะ ครม.หนู มักเป็นเหยื่องู ยันพรรคจะไม่เป็นฝ่ายค้านตัดแต่งพันธุกรรม

LINE MAN Wongnai หนุน “คนละครึ่ง” กระตุ้นเศรษฐกิจ

โครงการคนละครึ่งอาจหวนคืนมาอีกครั้ง! LINE MAN Wongnai ขานรับนโยบาย สนับสนุนรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ฟื้นโครงการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างจริงจัง พร้อมเสนอข้อมูลร้านค้าอัปเดตล่าสุดเพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai ได้แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว สนับสนุนข้อเสนอของสมาคมภัตตาคารไทยที่เรียกร้องให้รัฐบาลใหม่นำโครงการคนละครึ่งกลับมาใช้อีกครั้ง โดยมองว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อร้านอาหารไทยที่กำลังเผชิญกับยอดขายที่ลดลงอย่างมาก

นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai
นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai

จากสถิติของ LINE MAN Wongnai พบว่ายอดขายเฉลี่ยของร้านอาหารทั่วประเทศลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี โดยเฉพาะไตรมาสที่ 2 ซึ่งลดลงถึง 14% หากพิจารณาตามพื้นที่:

  • กรุงเทพมหานคร: ยอดขายลดลง 16%
  • ย่านธุรกิจใจกลางเมือง (CBD): ยอดขายลดลง 19%
  • พื้นที่ยอดนิยมอย่างบรรทัดทอง: ยอดขายลดลงถึง 35%

“ในฐานะที่เราเคยร่วมโครงการคนละครึ่งในอดีต ผมเชื่อมั่นว่าเป็นนโยบายที่กระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง ยอดขายของร้านขนาดเล็กเพิ่มขึ้น 1.7-4 เท่าในช่วงนั้น และยอดขายเดลิเวอรี่เติบโตเฉลี่ย 2.5 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงก่อนโครงการ” นายยอดกล่าว

กระแสตอบรับจากประชาชนในโซเชียลมีเดียยังสนับสนุนให้มีการนำโครงการนี้กลับมาใช้ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพในปัจจุบัน

LINE MAN Wongnai หนุนรัฐบาลอนุทิน ฟื้น “คนละครึ่ง” กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้จริง

ทำไมโครงการ “คนละครึ่ง” ถึงมีประสิทธิภาพ?

นายยอดได้อธิบายถึงข้อดีของโครงการลักษณะ Co-payment ดังนี้:

  1. สนับสนุนธุรกิจขนาดเล็ก (SMBs): เป็นการสร้างกำลังใจและแรงผลักดันให้ผู้ประกอบการที่พยายามช่วยเหลือตนเอง ทำให้ธุรกิจมีความคล่องตัวและสามารถดำเนินต่อไปได้ในระยะยาว
  2. ลดโอกาสการทุจริต: การที่ผู้ซื้อต้องร่วมจ่ายค่าสินค้าครึ่งหนึ่ง และร้านค้าต้องลงทะเบียนอย่างถูกต้อง ทำให้การทุจริตทำได้ยากกว่าโครงการอื่นๆ
  3. สร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน: การจำกัดวงเงินใช้จ่ายต่อวัน (เช่น 150 บาทในอดีต) ช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจฐานรากอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ มากกว่าการให้เงินช่วยเหลือแบบครั้งเดียว

“หากรัฐบาลมีระยะเวลาจำกัดเพียง 4 เดือนก่อนยุบสภา การนำระบบไอทีเดิมที่เคยใช้งานแล้วกลับมาใช้ จะเป็นทางออกที่รวดเร็วที่สุด การตรวจสอบร้านค้าที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา สามารถใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยได้” นายยอดกล่าว

“LINE MAN Wongnai มีข้อมูลร้านอาหารที่อัปเดตเป็นปัจจุบัน พร้อมสนับสนุนข้อมูลทั้งหมดให้รัฐบาล เพื่อลดขั้นตอนการยืนยันตัวตนใหม่ของร้านค้า และให้โครงการคนละครึ่งเกิดขึ้นได้รวดเร็วยิ่งขึ้น”

การกลับมาของโครงการคนละครึ่งถือเป็นความหวังของผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชนทั่วไป การสนับสนุนจากภาคเอกชนอย่าง LINE MAN Wongnai จะช่วยให้โครงการนี้เกิดขึ้นได้จริงและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เราหวังว่ารัฐบาลจะพิจารณาข้อเสนอแนะนี้เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจและส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืน

ที่มา – LINE MAN Wongnai หนุนรัฐบาลอนุทิน ฟื้น “คนละครึ่ง” กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้จริง

แต้มสำคัญ! สก็อตแลนด์ของ คลาร์ก คืนสู่เกม

สตีฟ คลาร์ก ยังคงนิ่งขรึมตามเคย ชื่นชมความซื่อสัตย์และความขยันของทีมในการคว้าแต้มอันมีค่าในการคัดเลือกฟุตบอลโลกกับเดนมาร์กที่โคเปนเฮเกน แต่ก็ไม่ได้เยินยอเกินไปนัก

คลาร์กชื่นชม แต่พอประมาณ เขาเข้าถึงสิ่งเหล่านี้ด้วยความระแวดระวัง เขาสามารถดมกลิ่นโฆษณาชวนเชื่อได้จากระยะไกล เขาคารวะผู้เล่นสำหรับความพยายามและความภาคภูมิใจ แต่เมื่ออยู่ใกล้ๆ เขา มุมมองก็ไม่เคยหายไป

เขาแย้มยิ้ม – เราคิดว่า – กับการเริ่มต้นที่มีแนวโน้มดีของการประมูลของสกอตแลนด์เพื่อให้ได้ไปฟุตบอลโลกครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1998 เขาไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับการวางแผนทางจิตวิทยาของค่ำคืนนี้ แต่มันก็ชัดเจน

ในการคว้าแต้มจาก Parken สก็อตแลนด์ได้สร้างความเสียหายให้กับคู่แข่งหลักสองรายในกลุ่ม ในสิ่งที่มากกว่าการวิ่งระยะสั้นมากกว่าการวิ่งมาราธอน – หกเกมทั้งหมด – พวกเขาได้ทำให้เดนมาร์กต้องถอยหลังไปแล้ว

ชาวเดนส์ต้องไปกรีซในวันจันทร์และพวกเขาจะเป็นรองตอนนี้ กรีซเป็นกองกำลังที่กำลังเกิดขึ้นซึ่งเอาชนะสกอตแลนด์ 3-0 ที่แฮมป์เดนในเดือนมีนาคมก่อนที่จะดูแลบัลแกเรีย 4-0 และสโลวะเกีย 4-1 พวกเขาถล่มเบลารุส 5-1 ในวันศุกร์

เมื่อถึงวันจันทร์ หากกรีซยังคงรักษาฟอร์มที่ยอดเยี่ยมต่อไป แคมเปญของเดนมาร์กอาจมีปัญหาอย่างมากโดยมีหนึ่งแต้มจากหกแต้มที่เป็นไปได้ สก็อตแลนด์อาจมีสี่แต้ม หากพวกเขาทำสิ่งที่จำเป็นต่อเบลารุสในบูดาเปสต์

เรากำลังคาดการณ์ที่นี่ แต่ไม่มีอันตรายใด ๆ ในเรื่องนั้น ทีมของคลาร์กมีกรีซและเบลารุสในบ้านในหน้าต่างถัดไป หากพวกเขาเข้าไปโดยมีสี่แต้มจากหกแต้ม พวกเขาจะรู้สึกดีกับตัวเอง ไม่จำเป็นต้องเวียนหัว แต่มีเหตุผลที่จะมีความหวัง

นี่ไม่ใช่เรื่องปกติเมื่อพูดถึงสกอตแลนด์และการคัดเลือกฟุตบอลโลก บ่อยครั้งเกินไปนับตั้งแต่การพยักหน้าครั้งสุดท้ายในปี 1998 ความปรารถนาของพวกเขาต้องทนทุกข์ทรมานตั้งแต่เนิ่นๆ

ในการคัดเลือกฟุตบอลโลกปี 2018 พวกเขาชนะหนึ่งในสี่เกมแรกของพวกเขา สี่ปีให้หลังจากนั้นพวกเขาเริ่มต้นด้วยการเสมอกันในบ้านสองครั้งและทำให้ตัวเองหมดโอกาสในการวิ่งอย่างมีประสิทธิภาพ สี่ปีให้หลังจากนั้นพวกเขาแพ้มาซิโดเนียในเกมแรกและชนะเพียงหนึ่งในสี่เกมแรกของพวกเขา

มันแย่กว่านั้นอีกก่อนฟุตบอลโลกปี 2006 – ไฟดับตั้งแต่เนิ่นๆ ด้วยการเสมอกันในบ้านกับสโลวีเนีย การแพ้ในบ้านกับนอร์เวย์และหนึ่งในสองเกมถัดไปของพวกเขา จบแล้ว

แต้มสำคัญ! สก็อตแลนด์ของ คลาร์ก คืนสู่เกม

คลาร์กไม่เคยสูงเกินไปและไม่เคยต่ำเกินไป เมื่อเจอกับทีมเดนมาร์กที่อยู่ในอันดับสูงกว่าพวกเขา 26 อันดับ สก็อตแลนด์ทำงานเหมือนปีศาจและสมควรได้รับแต้มของพวกเขา การเสมอกันบนถนนกับทีมที่ดีที่สุดในกลุ่มถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

เมื่อทีมของเขาได้รับการประกาศ จะมีความสับสนเกี่ยวกับการรวมตัวของลินดอน ไดค์ส – เขาต่อสู้ได้อย่างน่าประทับใจตลอดทั้งคืน – และอาจมีความโกรธเคืองเหมือนเดิมที่ต้อนรับทุกทีมสกอตแลนด์ที่มีแกรนต์ แฮนลีย์ ในการป้องกัน

คลาร์กเลือกเขาเกือบทุกครั้ง – และแฮนลีย์ก็โดดเด่น กองหลังรุ่นเก่าที่รักการป้องกัน “แม่เหล็กต่อลูกบอล” วิลลี มิลเลอร์ อดีตกัปตันและเซ็นเตอร์ฮาล์ฟของสกอตแลนด์กล่าวในสตูดิโอ BBC Radio Scotland Sportsound และถ้าคุณมีความคิดที่จะไม่เห็นด้วยกับผู้ยิ่งใหญ่ควรนำเกม A ของคุณมา

สิ่งที่น่าชื่นชมคือผู้เล่นสกอตแลนด์เหล่านี้จำนวนหนึ่งเริ่มต้นฤดูกาลได้ไม่ดีนัก Angus Gunn ไม่ได้เล่นเกมสโมสรมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม Lewis Ferguson เป็นตัวสำรองที่ไม่ได้ใช้ในสองเกมของโบโลญญาในฤดูกาลนี้ Che Adams เข้า ๆ ออก ๆ กับ Torino ไดค์สเริ่มต้นหนึ่งในหกเกมของเบอร์มิงแฮม

Aaron Hickey เพิ่งกลับมาเล่นฟุตบอลหลังจากพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บมาเกือบสองปี กับเบรนท์ฟอร์ด เขาลงเล่นไป 77 นาทีตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023 ก่อนเผชิญหน้ากับเดนมาร์ก ใน 70 นาทีกับสกอตแลนด์ ดูเหมือนว่าเขาจะไม่เคยหายไปไหน การแสดงของเขาน่าประทับใจและสร้างความมั่นใจอย่างมาก เขายังอายุเพียง 23 ปีเท่านั้น

Andy Robertson ต้องรับมือกับการสูญเสียเพื่อนร่วมทีมและเพื่อนของเขาที่ลิเวอร์พูล Diogo Jota เขาพูดถึงเรื่องนั้นเมื่อวันก่อน – และมันทรงพลัง โรเบิร์ตสันและทีมของเขายืนหยัดได้ดีมากในโคเปนเฮเกน ไม่ใช่การร้องเพลงและการเต้นรำ ไม่มีใครสามารถอ้างได้ว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์แต่มันเป็นการแสดงที่สร้างขึ้นจากความกล้าหาญและเป็นแต้มที่อาจมีความสำคัญอย่างมากในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

คลาร์กแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอีกครั้ง

เป็นการยากที่จะติดตามจำนวนครั้งที่คลาร์กถูกเขียนทิ้งในฐานะหัวหน้าโค้ชของสกอตแลนด์ ดังนั้นเราจึงบอกได้เลยว่าเราอยู่ในภาพยนตร์เรื่องนี้หนึ่งหรือสองครั้งนับตั้งแต่ได้รับการแต่งตั้งเมื่อกว่าหกปีที่แล้ว

มีเกมแรก ๆ เหล่านั้น – เล่นสี่ แพ้สี่ ทำได้หนึ่งประตู เสีย 13 ประตู มีความผิดหวังจากการแข่งขันชิงแชมป์ยุโรปที่ไร้ชัยชนะในปี 2021 การออกจากฟุตบอลโลกที่แฮมป์เดนด้วยน้ำมือของยูเครนในปี 2022 ตามมาด้วยความพ่ายแพ้อย่างน่าสังเวช 3-0 ต่อทีมสาธารณรัฐไอร์แลนด์ที่ไม่สามารถซื้อชัยชนะได้ก่อนที่จะมาถึงแฮมป์เดน

มีการชนะหนึ่งครั้งใน 16 เกมระหว่างปี 2023-2024 และแพ้สี่เกมติดต่อกัน ซึ่งแย่ที่สุดคือความพ่ายแพ้ที่ไร้จิตวิญญาณต่อฮังการีในการแข่งขันชิงแชมป์ยุโรปที่เยอรมนี เสียงเรียกร้องให้คลาร์กไปถึงจุดสุดยอดในช่วงฤดูร้อนนั้น

และจากนั้นก็มีผู้ไม่เชื่อหน้าใหม่เมื่อกรีซและไอซ์แลนด์มาที่แฮมป์เดนและชนะ 3-0 และ 3-1 และไม่รู้สึกเป็นเกียรติกับส่วนต่างแห่งชัยชนะของพวกเขา หากคุณถามแฟนบอลสกอตแลนด์เกี่ยวกับทริปไปเดนมาร์ก พวกเขาอาจบอกว่าพวกเขากำลังเดินทางด้วยความหวังมากกว่าความคาดหวัง

นั่นยังคงเป็นความคิดที่ชาญฉลาดเมื่อคิดว่ากลุ่มที่เหลือนี้อาจเป็นไปได้อย่างไร – ความมั่นใจผสมผสานกับความระมัดระวัง ความคิดเชิงบวกผสมผสานกับความรอบคอบ

สก็อตแลนด์ของคลาร์ก

พวกเขากำลังเริ่มดำเนินการแล้ว คลาร์ก ผู้ชายที่มีขึ้น ๆ ลง ๆ มากมายในงานนี้ กลับมาอยู่ในเกมแล้ว

ที่สำคัญคือ สก็อตแลนด์ของคลาร์กแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะกลับมาสู่เกม

ที่มา – ‘Understated start shows Clarke’s Scotland are back in the game’

ขนของรัฐมนตรีออกจากทำเนียบฯ หลังสภาเห็นชอบ “อนุทิน”

ทำเนียบรัฐบาลวันหยุดสุดสัปดาห์ พบเจ้าหน้าที่เข้าทยอยขนของรัฐมนตรีออกจากทำเนียบฯ หลังที่ประชุมสภาฯ เห็นชอบ “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 6 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า วันนี้มีความเคลื่อนไหวพบเจ้าหน้าที่เข้ามาขนย้ายภาพวาดติดฝาผนังออกจากห้องทำงานของผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ต่อมาเวลา 10.00 น. พบรถบรรทุก 6 ล้อคลุมผ้าใบทึบ เคลื่อนตัวออกจากด้านหลังตึกไทยคู่ฟ้า และมีเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดทั้งตึกไทยคู่ฟ้า และตึกบัญชาการ 1

อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่พบว่ามีการแจ้งเตรียมขนสิ่งของของรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดเดิมออกจากทำเนียบรัฐบาลทั้งวันเสาร์และอาทิตย์

สถานการณ์ล่าสุดภายในทำเนียบรัฐบาลเป็นไปอย่างคึกคัก ถึงแม้จะเป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ตาม ภาพที่เห็นคือเจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการขนของรัฐมนตรีออกจากทำเนียบฯ หลังสภาเห็นชอบ “อนุทิน” เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลอย่างเป็นทางการ

การขนของรัฐมนตรีออกจากทำเนียบฯ หลังสภาเห็นชอบ “อนุทิน” ในครั้งนี้ เป็นไปตามขั้นตอนของการเปลี่ยนผ่านอำนาจ โดยรัฐมนตรีชุดเดิมจะทยอยเก็บของใช้ส่วนตัวและเอกสารสำคัญออกจากห้องทำงาน เพื่อเตรียมพื้นที่ให้กับรัฐมนตรีชุดใหม่ที่กำลังจะเข้ามาบริหารประเทศต่อไป

ขนของรัฐมนตรีออกจากทำเนียบฯ หลังสภาเห็นชอบ “อนุทิน”

สำหรับขั้นตอนต่อไป คาดว่าจะมีการประกาศรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ในเร็วๆ นี้ และจะมีการเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนเข้ารับหน้าที่อย่างเป็นทางการ ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานเพื่อประเทศชาติของรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล

การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของประเทศไทย ประชาชนต่างคาดหวังว่ารัฐบาลชุดใหม่จะสามารถนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง และแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ได้

ความคืบหน้าล่าสุด: การขนของรัฐมนตรีออกจากทำเนียบฯ หลังสภาเห็นชอบ “อนุทิน”

จากรายงานล่าสุด พบว่าการขนย้ายสิ่งของยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง โดยมีเจ้าหน้าที่หลายส่วนงานเข้ามาอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็วที่สุด คาดว่าการขนย้ายจะแล้วเสร็จภายในสุดสัปดาห์นี้

นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมความพร้อมในด้านอื่นๆ เช่น การทำความสะอาดและปรับปรุงห้องทำงานของรัฐมนตรีชุดใหม่ เพื่อให้พร้อมสำหรับการเข้าปฏิบัติหน้าที่ในทันทีที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ

การเปลี่ยนผ่านรัฐบาลในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของกระบวนการทางประชาธิปไตย และความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วนในการสร้างสรรค์สังคมที่ดีขึ้น หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลชุดใหม่จะสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชน และนำพาประเทศชาติไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

  • การขนของรัฐมนตรีออกจากทำเนียบฯ หลังสภาเห็นชอบ “อนุทิน” ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล
  • เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการขนย้ายสิ่งของเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่น
  • ประชาชนคาดหวังว่ารัฐบาลชุดใหม่จะนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ย่อมนำมาซึ่งความหวังและความท้าทายใหม่ๆ สำหรับประเทศไทย ขอให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันสนับสนุนรัฐบาลใหม่ เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าเดิมสำหรับทุกคน

ที่มา – เจ้าหน้าที่ทยอยขนของรัฐมนตรีออกจากทำเนียบฯ หลังสภาเห็นชอบ “อนุทิน” นั่งนายกฯ

อังกฤษรั้งดาวรุ่ง: แนวทางรักษาพรสวรรค์ในทีม

เมื่อทีมชาติอังกฤษลงสนามพบกับอันดอร์รา ณ วิลลา พาร์ค ในวันเสาร์ พวกเขาจะไม่ใช่ทีมผู้เล่นอังกฤษทีมเดียวในสนาม

รอบๆ สนามจะมีทีมชาติอังกฤษรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นเด็กเก็บบอลสำหรับการแข่งขัน และเหตุผลที่พวกเขาอยู่ที่นั่นก็คือการวางแผนระยะยาวโดยสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA)

เป็นสิ่งที่ทำมาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพื่อให้ FA สามารถให้ความสนใจเพิ่มเติมแก่เยาวชนในการเล่นให้กับอังกฤษ และช่วยให้พวกเขาอยู่ในเส้นทางสู่ทีมชาติในยุคที่มีการแข่งขันสูงของผู้เล่นที่มีสิทธิ์เล่นให้มากกว่าหนึ่งประเทศ

เหตุผลที่ U15 ได้รับเชิญให้มีบทบาทเช่นนี้ก็เพื่อให้พวกเขารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของการจัดตั้งทีมชาติอังกฤษในช่วงเวลาการแข่งขันระดับนานาชาติเมื่อพวกเขาจะไม่ได้ลงเล่น

พวกเขาจะถูกวางตำแหน่งอย่างมีกลยุทธ์รอบสนามใกล้กับตำแหน่งจริงของพวกเขา เพื่อให้พวกเขาสามารถเรียนรู้จากผู้เล่นอาวุโสของอังกฤษที่เล่นในบทบาทของพวกเขาได้

ผู้เล่นคนสำคัญของอังกฤษบางคนที่อาจเป็นตัวแทนของชาติอื่น ได้แก่ แฮร์รี่ เคน (สาธารณรัฐไอร์แลนด์), บูกาโย่ ซาก้า (ไนจีเรีย), จู๊ด เบลลิงแฮม (สาธารณรัฐไอร์แลนด์), โคล พาลเมอร์ (เซนต์คิตส์และเนวิส) และมาร์ค เกฮี (ไอวอรี่โคสต์)

อังกฤษอาจเริ่มต้นด้วยกองกลางสองคนในวันเสาร์ที่อาจเล่นให้กับประเทศอื่น ได้แก่ เอลเลียต แอนเดอร์สัน และ เดแคลน ไรซ์ โดยรายหลังลงเล่นเกมกระชับมิตรระดับนานาชาติ 3 นัดให้กับทีมชาติสาธารณรัฐไอร์แลนด์ชุดใหญ่ในปี 2018

แอนเดอร์สันถูกเรียกตัวติดทีมชาติสกอตแลนด์ชุดใหญ่เมื่อสองปีก่อนเพื่อเล่นกับอังกฤษ แต่ถอนตัวออกไปเพื่อให้เวลาตัวเองมากขึ้นในการคิดเกี่ยวกับอนาคตในระดับนานาชาติของเขา

ในปี 2019 แดน แอชเวิร์ธ ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนานักกีฬาชั้นนำของ FA ก่อนที่จะมาเป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฟุตบอลของ FA กล่าวว่า “จากผู้เล่นอายุต่ำกว่า 15 ปี 75 คนในเรดาร์ของเรา 55 คนมีสิทธิ์เล่นให้มากกว่าหนึ่งประเทศ”

ปัจจุบันมีการคิดว่าประมาณ 75% ของผู้เล่นในเส้นทางของอังกฤษสามารถเล่นให้ได้อย่างน้อยสองประเทศ เนื่องจากการแข่งขันเพื่อแย่งชิงพรสวรรค์อายุน้อยทวีความรุนแรงขึ้นในระดับสโมสรและระดับนานาชาติ

อังกฤษรั้งดาวรุ่ง: การต่อสู้เพื่อพรสวรรค์ในระดับนานาชาติ

แอนเดอร์สันเคยเล่นให้สกอตแลนด์ในระดับเยาวชน แต่สร้างความประทับใจให้กับการจัดตั้งทีมชาติอังกฤษ โดยผู้จัดการทีมอาวุโสในขณะนั้นอย่างแกเร็ธ เซาธ์เกต กล่าวถึงศักยภาพของเขา

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้เป็นไปตามแนวทางของอังกฤษเสมอไป โดยไมเคิล โอลิเซ่ ซึ่งปัจจุบันเป็นนักเตะทีมชาติฝรั่งเศส ถูกอังกฤษและบาเยิร์น มิวนิค ติดตาม และจามาล มูเซียล่า กองกลางทีมชาติเยอรมนี เล่นให้อังกฤษจนถึงรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี

ทำไม อังกฤษรั้งดาวรุ่ง ถึงมีความสำคัญ

นอกเหนือจากประสบการณ์ที่ผู้เล่น U15 จะได้รับในฐานะเด็กเก็บบอล พวกเขายังจะได้รับการพูดคุยจากอดีตนักเตะทีมชาติอังกฤษอย่างแอนดี้ จอห์นสัน และ ดิออน ดับลิน โดยจอห์น แม็คเดอร์ม็อตต์ ผู้อำนวยการด้านเทคนิคก็คาดว่าจะกล่าวด้วย

ผู้เล่นจะได้รับความสนใจจาก FA ในระดับ U13 เมื่อพวกเขาเริ่มเล่นทัวร์นาเมนต์กับอะคาเดมีของสโมสร แม็กซ์ โดว์แมน นักเตะดาวรุ่งของฤดูกาลนี้ ที่อาร์เซนอล และ ริโอ งูโมฮา จากลิเวอร์พูล ต่างก็ได้รับความสนใจจากโค้ชชาวอังกฤษตั้งแต่อายุนั้น

ชาติอื่นๆ ที่รู้เกี่ยวกับผู้เล่นที่มีสองสัญชาติก็กำลังดำเนินการอยู่เช่นกัน โดยจัดตั้งค่ายฝึกอบรมในสหราชอาณาจักรเพื่อให้เยาวชนได้แสดงความสามารถและสัมผัสถึงการจัดตั้งทีมชาติใหม่โดยไม่ต้องเดินทางที่เกี่ยวข้องตามปกติ

Unity Cup จัดขึ้นที่สนามเหย้าของเบรนท์ฟอร์ด โดยมีจาเมกา กานา ไนจีเรีย และตรินิแดดและโตเบโกเข้าร่วม เป็นตัวอย่างของทีมชาติที่เดินทางมายังสหราชอาณาจักร เพื่อเปิดโอกาสให้พวกเขาดึงดูดผู้เล่นสองสัญชาติ

นั่นคือเหตุผลที่ FA พยายามทำให้ประสบการณ์การเล่นให้อังกฤษเป็นสิ่งที่น่าจดจำเสมอมา

วิดีโอที่ FA โพสต์ไปยังช่องทางโซเชียลมีเดียของผู้เล่นที่รายงานตัวเพื่อปฏิบัติหน้าที่ทีมชาติอังกฤษ กลายเป็นส่วนสำคัญของการพักเบรกระดับนานาชาติ และมีกลุ่มผู้ชมออนไลน์ที่ชื่นชอบ

ในเดือนกันยายนปีที่แล้ว ริโก้ ลูอิส กล่าวว่า นอกเหนือจากการเป็นตัวแทนของทรีไลออนส์แล้ว เขายังจินตนาการถึงตัวเองในวิดีโอการมาถึงเหล่านั้นที่โพสต์บน YouTube

นอกจากนี้ยังมีผู้เล่นอายุน้อยที่ถูกดึงตัวเข้าร่วมเซสชั่นการฝึกซ้อมอาวุโสเพื่อให้ครบจำนวน

เหตุผลหนึ่งที่ FA พยายามอย่างมากในการเปลี่ยนแปลงและสร้าง St George’s Park ก็คือต้องการให้ทุกทีมในเส้นทางของอังกฤษอยู่ในไซต์เดียว

เป็นวิธีที่ผู้เล่นจำนวนมากได้ประเดิมสนามให้กับทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ โดยผู้เล่นทีมชาติอังกฤษ U21 ได้รับการเรียกตัวไปยังทีมชุดใหญ่หลังจากได้รับบาดเจ็บหรือถอนตัว

เพียงสัปดาห์นี้ ลอว์ แม็คเคบ ที่ยืมตัวไปเล่นให้พลีมัธจากมิดเดิลสโบรห์ และ แซค แอบบอตต์ ที่น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ได้รับการเรียกตัวไปฝึกซ้อมกับทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่จากรุ่น U20

ส่วนใหญ่เป็นกรณีของการเพิ่มจำนวนพิเศษในการฝึกซ้อม แต่เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้เล่นอายุน้อยสามารถใฝ่ฝันถึงได้

และโอกาสนั้น แม้ว่าจะมีน้อย แต่การมีโอกาสฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่อาจเป็นความแตกต่างในการทำให้ผู้เล่นอายุน้อยมีส่วนร่วมกับอังกฤษ

ความสำเร็จในสนามและความรู้สึกรักชาติคือผู้ตัดสินใจขั้นสูงสุดสำหรับผู้เล่นส่วนใหญ่ แต่การมีโอกาสได้รับประสบการณ์ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตสามารถช่วยได้ในขณะที่อังกฤษมองหาดาวเด่นรุ่นต่อไป

อังกฤษรั้งดาวรุ่ง ไม่ใช่แค่การดึงดูด แต่เป็นการสร้างความผูกพันและความภาคภูมิใจในความเป็นชาติ

ที่มา – How England are trying to keep the best talent in their teams

เลขาฯ ครม. พบ “อนุทิน” หารือประวัติรัฐมนตรีชุดใหม่

“ณัฐฎ์จารี” เลขาฯ ครม. พบ “อนุทิน” ที่พรรคภูมิใจไทย คาดหารือรายละเอียดประวัติรัฐมนตรีชุดใหม่

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 6 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นางณัฐฎ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้เดินทางมาถึง โดยมี นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พาขึ้นไปยังด้านบนที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ทั้งนี้ คาดว่าเลขาฯ ครม. จะพบกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 เพื่อพูดคุยรายละเอียดการส่งประวัติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุทิน 1

เลขาฯ ครม. พบ “อนุทิน” ที่พรรคภูมิใจไทย คาดหารือปมประวัติรัฐมนตรีชุดใหม่

การพบปะกันระหว่างนางณัฐฎ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี และนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ณ ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568 ได้สร้างความสนใจให้กับสื่อมวลชนและประชาชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากการหารือดังกล่าวคาดว่าจะเกี่ยวข้องกับรายละเอียดของประวัติรัฐมนตรีชุดใหม่ที่จะเข้ารับตำแหน่งในรัฐบาลที่จะมาถึง

ประเด็นสำคัญที่คาดว่าจะมีการหารือ

  • การตรวจสอบประวัติรัฐมนตรี: หนึ่งในประเด็นสำคัญที่คาดว่าจะมีการหารือคือ กระบวนการตรวจสอบประวัติและความเหมาะสมของบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งมีความโปร่งใส และมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด
  • การส่งเอกสารและข้อมูล: การเตรียมเอกสารและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับประวัติส่วนตัว ประวัติการทำงาน และทรัพย์สินของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรี เป็นขั้นตอนที่สำคัญ เพื่อให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีสามารถดำเนินการตรวจสอบได้อย่างละเอียดและถูกต้อง
  • กรอบเวลาในการดำเนินการ: การกำหนดกรอบเวลาในการส่งเอกสารและการดำเนินการต่างๆ เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้กระบวนการแต่งตั้งรัฐมนตรีเป็นไปอย่างราบรื่นและทันต่อสถานการณ์

ความสำคัญของการตรวจสอบประวัติรัฐมนตรี

การตรวจสอบประวัติรัฐมนตรีถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ที่ดำรงตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลเป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์ สุจริต และมีความรู้ความสามารถในการบริหารประเทศ การตรวจสอบประวัติอย่างละเอียดจะช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เช่น การทุจริต คอร์รัปชัน หรือการใช้อำนาจในทางที่ผิด

ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของรัฐบาล

หากกระบวนการตรวจสอบประวัติรัฐมนตรีเป็นไปอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ จะส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อรัฐบาล ในทางตรงกันข้าม หากเกิดข้อสงสัยหรือความผิดพลาดในการตรวจสอบประวัติ อาจทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจและนำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองได้

ดังนั้น การพบปะกันระหว่างเลขาธิการคณะรัฐมนตรีและนายอนุทิน ชาญวีรกูล จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่ารัฐบาลที่จะมาถึงจะบริหารประเทศด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม การที่ เลขาฯ ครม. พบ “อนุทิน” ที่พรรคภูมิใจไทย คาดหารือปมประวัติรัฐมนตรีชุดใหม่ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดและการเตรียมความพร้อมอย่างรอบคอบ

ความคาดหวังต่อรัฐบาลใหม่

ประชาชนคาดหวังว่ารัฐบาลใหม่จะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาการเมือง หรือปัญหาสังคม การแต่งตั้งบุคคลที่มีความรู้ความสามารถและมีคุณธรรมเข้ามาบริหารประเทศจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การตรวจสอบประวัติรัฐมนตรีอย่างละเอียดจึงเป็นขั้นตอนแรกที่จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่ารัฐบาลใหม่จะสามารถนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้

การที่ เลขาฯ ครม. พบ “อนุทิน” ที่พรรคภูมิใจไทย คาดหารือปมประวัติรัฐมนตรีชุดใหม่ ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่ากระบวนการจัดตั้งรัฐบาลใหม่กำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น และมีความใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่ารัฐบาลที่จะมาถึงจะเป็นรัฐบาลที่มีคุณภาพและสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง

จับตาดูรายละเอียดการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเกิดขึ้นต่อไป และร่วมกันส่งเสริมให้เกิดการบริหารประเทศที่โปร่งใสและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง

ที่มา – เลขาฯ ครม. พบ “อนุทิน” ที่พรรคภูมิใจไทย คาดหารือปมประวัติรัฐมนตรีชุดใหม่

รวบอินฟลูฯ สายล่าผี โปรโมทเว็บพนัน!

ตำรวจสอบสวนกลางรวบตัวอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง สายล่าผี ที่มีผู้ติดตามกว่า 5 ล้านคน ข้อหารับจ้างโปรโมทเว็บพนันออนไลน์ พบว่าทำมาแล้วถึง 2 ปี ได้ค่าจ้างเดือนละกว่า 50,000 บาท เตรียมดำเนินคดีตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2568 เจ้าหน้าที่จากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ได้ทำการจับกุมนายนภสินธุ์ฯ ยูทูบเบอร์สายล่าผี อายุ 27 ปี ในข้อหา “ทําอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณา หรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นพนันในการเล่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน” ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน มาตรา 12

พร้อมกันนี้ ได้ทำการตรวจยึดของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และสมุดบัญชีธนาคารชื่อนายนภสินธุ์ จำนวน 1 เล่ม โดยจับกุมได้ที่บ้านพักในอำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี

รวบอินฟลูฯ สายล่าผี มีผู้ติดตาม 5 ล้านคน รับโปรโมทเว็บพนัน

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กเพจหนึ่ง มีลักษณะการไลฟ์สดรายการพิสูจน์ความลี้ลับ ตามล่าหาสิ่งลี้ลับ ภูตผี ตามสถานที่ต่างๆ ที่มีชื่อเสียงเรื่องความน่ากลัว และมีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก ในระหว่างการไลฟ์สดนั้น จะมีการโพสต์ชักชวนให้คนทั่วไปเข้าเล่นการพนันออนไลน์ประเภทต่างๆ ผ่าน LINE ID ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 12

จากการตรวจสอบโพสต์ต่างๆ ของบัญชีโซเชียลมีเดียดังกล่าว พบว่ามีการแนบ LINE ID จำนวน 4 ภาพ (โพสต์) ซึ่งเป็นการรับโปรโมท รีวิว โฆษณาชักชวนให้เข้าเล่นพนันออนไลน์ โดยใช้วิธีการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบด้วยการโพสต์ลงในสตอรี่ (Story) ที่มีระยะเวลาหมดอายุอัตโนมัติ แล้วทำการโพสต์ใหม่วนไปเรื่อยๆ จากการสืบสวนเพิ่มเติม พบว่ามีการใช้บัญชีธนาคารชื่อนายนภสินธุ์ในการรับเงินค่าโปรโมทเว็บพนัน

รายละเอียดการจับกุม อินฟลูฯ สายล่าผี

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขอหมายค้นจากศาลจังหวัดปทุมธานี และเข้าทำการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าวในพื้นที่ลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี พบและยึดสิ่งของที่ใช้ในการกระทำความผิดได้จำนวน 2 รายการ

จากการตรวจสอบข้อมูลในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ยึดมา พบว่าบัญชีเฟซบุ๊กเพจหลักมีผู้ติดตามกว่า 5 แสนคน มีช่องทางการชักชวนผ่าน LINE ID และเว็บไซต์ต่างๆ นอกจากนี้ ยังพบบัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัวที่มีผู้ติดตามหลักแสนคน ซึ่งมีบทบาทเป็นแอดมินของเพจดังกล่าว ผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้รับค่าจ้างโปรโมทเว็บพนันเดือนละ 50,000 – 80,000 บาท และทำมาแล้วประมาณ 2 ปี เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อหา และนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ลำลูกกา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

กรณีนี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับอินฟลูเอนเซอร์และผู้มีชื่อเสียงบนโลกออนไลน์ ที่ควรพิจารณาถึงผลกระทบและความรับผิดชอบต่อสังคม ก่อนที่จะรับงานโฆษณาหรือโปรโมทสินค้าและบริการต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่ผิดกฎหมาย เพราะอาจนำมาซึ่งปัญหาและผลกระทบที่ร้ายแรงตามมาได้ การกระทำของอินฟลูฯ สายล่าผี รายนี้ แสดงให้เห็นถึงการขาดความตระหนักถึงผลเสียของการพนันออนไลน์ ที่ส่งผลกระทบต่อเยาวชนและสังคมในวงกว้าง

ดังนั้น ก่อนรับงานอะไร ควรตรวจสอบให้ดีเสียก่อน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง และเพื่อรักษาชื่อเสียงของตนเอง

ที่มา – รวบอินฟลูฯ สายล่าผี มีผู้ติดตาม 5 ล้านคน รับโปรโมทเว็บพนัน

เปิดประวัติ พล.อ.อุกฤษฎ์ ขึ้นแท่น ผบ.สูงสุดคนใหม่

ส่องโปรไฟล์ บิ๊กหยอย พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ เตรียมทหารรุ่น 24 รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด เติบโตจากสายบังคับบัญชา ได้ขยับขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด

วันที่ 6 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ให้นายทหารรับราชการสนองพระเดชพระคุณ รวม 862 ราย ในครั้งนี้ พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ได้ขยับขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด

เปิดประวัติ “พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์” ขึ้นแท่นนั่งตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนใหม่

สำหรับพล.อ.อุกฤษฎ์ หรือ บิ๊กหยอย ดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด เคยเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 24 จบปริญญาตรี วิทยาศาสตรบัณฑิต โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ปริญญาโท บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผ่านการอบรมหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 63 วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร หลักสูตรนายทหารปลัดบัญชีระดับบริหาร รุ่นที่ 8 หลักสูตรกฎหมายว่าด้วยการขัดกันด้วยอาวุธ San Remo, Italy หลักสูตรหลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย (นธป.) รุ่นที่ 13 วิทยาลัยศาลรัฐธรรมนูญ และหลักสูตรด้านความมั่นคงทั้งในและนอกประเทศอีกจำนวนมาก

ส่วนประสบการณ์ทำงาน พล.อ.อุกฤษฎ์ ถือว่าเติบโตมาตามสายบังคับบัญชาคนหนึ่ง โดยเคยดำรงตำแหน่งรองเจ้ากรมยุทธการทหารบก กองทัพบก เมื่อปี 2563 จากขยับขึ้นเจ้ากรมยุทธการทหารบก กองทัพบก ในปี 2563-2565 ก่อนจะกระโดดข้ามมาอยู่ใน 5 เสือ ทบ. ในตำแหน่งเสนาธิการทหารบก กองทัพบก ตั้งแต่ปี 2565-2566 ในยุคของพล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ทำให้ในช่วงเวลานั้นกลายเป็นที่ถูกกล่าวถึงว่าเป็นการแต่งตั้งที่ผิดหลักการ เนื่องจากไม่เคยเป็นรองเสธ ทบ. มาก่อน จากนั้นได้ขึ้นเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ในปี 2566-2567 และตำแหน่งรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ตามลำดับ จนในปีนี้ได้ขยับขึ้นผู้บัญชาการทหารสูงสุด นอกจากนี้ยังนั่งเป็นกรรมการอิสระ และ กรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและความยั่งยืน Holding (%) ของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ด้วย

เส้นทางการเติบโตสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดของ พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์

การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดของ พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ นั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เป็นผลมาจากการทำงานหนัก การสั่งสมประสบการณ์ และการเป็นที่ยอมรับของผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน เส้นทางการรับราชการของท่านแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความสามารถในการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ นอกจากตำแหน่งในกองทัพแล้ว การที่ท่านดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการ และความเข้าใจในเรื่องเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย

ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับ พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์

  • เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 24
  • จบการศึกษาจากสถาบันชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ
  • มีประสบการณ์ทำงานในตำแหน่งสำคัญๆ ทั้งในและนอกกองทัพ
  • เป็นที่ยอมรับในความสามารถและความซื่อสัตย์

ความคาดหวังต่อการดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด

ด้วยประสบการณ์และความสามารถที่สั่งสมมา พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ จึงได้รับการคาดหวังว่าจะสามารถนำพากองทัพไทยให้มีความเข้มแข็ง ทันสมัย และพร้อมที่จะเผชิญกับความท้าทายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคต นอกจากนี้ยังคาดหวังว่าท่านจะสามารถสร้างความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาค เพื่อสร้างสันติภาพและความมั่นคงร่วมกัน

การเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งผู้นำสูงสุดของกองทัพ ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ทุกสายตาจับจ้องไปที่นโยบายและการดำเนินงานที่อาจเกิดขึ้นภายใต้การนำของ พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดถึงอนาคตและความมั่นคงของชาติ

ที่มา – เปิดประวัติ “พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์” ขึ้นแท่นนั่งตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนใหม่

อุตุฯ อัปเดต! พายุดีเปรสชัน ไม่เข้าไทย 8-9 ก.ย.

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 2 อัปเดตเส้นทาง พายุดีเปรสชัน ที่กำลังจะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งในช่วงวันที่ 8-9 กันยายนนี้ โดยยืนยันว่า พายุดีเปรสชัน นี้จะไม่เคลื่อนเข้าประเทศไทย แต่ขอให้ประชาชนตรวจสอบสภาพอากาศก่อนการเดินทาง

วันที่ 6 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 2 เรื่อง พายุดีเปรสชัน บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน โดยระบุว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ (6 ก.ย. 68) พายุดีเปรสชัน ตั้งอยู่บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 18.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 116.5 องศาตะวันออก โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และคาดการณ์ว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 8-9 กันยายน 2568 ซึ่งทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้ยืนยันว่าพายุนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยโดยตรง

พายุดีเปรสชัน: อัปเดตล่าสุดและผลกระทบ

ถึงแม้ว่า พายุดีเปรสชัน ลูกนี้จะไม่เคลื่อนเข้าประเทศไทย แต่กรมอุตุนิยมวิทยายังคงแนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารและประกาศเตือนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้ที่วางแผนเดินทางไปยังบริเวณที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากพายุ

สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับพายุดีเปรสชัน

  • พายุดีเปรสชัน คืออะไร: พายุหมุนเขตร้อนที่มีความรุนแรงน้อยกว่าพายุโซนร้อน
  • ผลกระทบ: อาจทำให้เกิดฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง และคลื่นสูงในทะเล
  • การเตรียมตัว: ตรวจสอบสภาพอากาศ วางแผนการเดินทาง และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน

สถานการณ์เช่นนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างสม่ำเสมอ การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอาจเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ เป็นสิ่งสำคัญในการลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สิน

กรมอุตุนิยมวิทยายังคงมุ่งมั่นที่จะให้บริการข้อมูลที่ถูกต้องและทันเหตุการณ์แก่ประชาชน เพื่อให้ทุกคนสามารถตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง

คุณสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ที่มา – อุตุฯ ฉบับ 2 อัปเดตเส้นทาง “พายุดีเปรสชัน” จ่อขึ้นฝั่ง 8–9 ก.ย. ไม่เคลื่อนเข้าไทย