วัน: 9 กันยายน 2025

สโมสรพรีเมียร์ลีกต้องการความชัดเจนกรณีแมนซิตี้

สโมสรในพรีเมียร์ลีกต้องการความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับการระงับข้อพิพาททางกฎหมายกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เกี่ยวกับกฎที่ควบคุมข้อตกลงทางการค้า สื่อบีบีซี สปอร์ต ได้รับรายงานเรื่องนี้

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา สโมสรต่างๆ ได้รับแจ้งจากลีกว่า แมนฯ ซิตี้ ยอมรับว่ากฎระเบียบเกี่ยวกับธุรกรรมกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง (APT) นั้น “ถูกต้องและมีผลผูกพัน” โดยทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะยุติกระบวนการทางกฎหมาย และมีการออกแถลงการณ์ในเวลาต่อมา

กฎ APT ถูกนำมาใช้โดยพรีเมียร์ลีกเพื่อป้องกันไม่ให้สโมสรต่างๆ ได้รับผลกำไรจากข้อตกลงทางการค้ากับบริษัทที่เชื่อมโยงกับเจ้าของ ซึ่งถือว่าสูงกว่า “มูลค่ายุติธรรมทางการตลาด”

ก่อนหน้านี้ แมนฯ ซิตี้ ได้ยื่นฟ้องร้องพรีเมียร์ลีก โดยอ้างว่ากฎดังกล่าว “ผิดกฎหมาย”

อย่างไรก็ตาม ตามแหล่งข่าวจากหลายสโมสรคู่แข่ง พวกเขาไม่ได้รับแจ้งรายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับการระงับข้อพิพาท หรือความหมายของมัน

บางคนเสนอแนะว่าลีกจะถูกขอให้ชี้แจงว่า แมนฯ ซิตี้ ได้รับการรับรองหรือสัมปทานใดๆ ที่การประชุมผู้ถือหุ้นในเดือนนี้

ผู้บริหารระดับสูงของสโมสรพรีเมียร์ลีกแห่งหนึ่ง ซึ่งประสงค์จะไม่เปิดเผยชื่อ กล่าวว่า “เป็นเรื่องยากที่จะพูดอะไร เพราะเราไม่ทราบรายละเอียดของการระงับข้อพิพาท หรือผลกระทบใดๆ จากมัน”

แม้ว่าสโมสรส่วนใหญ่จะรู้สึกโล่งใจที่กฎซึ่งส่วนใหญ่รู้สึกว่าจำเป็นต่อการรักษาสมดุลในการแข่งขันและความเป็นธรรมไม่ได้ตกอยู่ในอันตรายอีกต่อไป แต่เป็นที่ทราบกันดีว่าบางสโมสรมีความกังวลเกี่ยวกับรายงานที่ว่า แมนฯ ซิตี้ เตรียมที่จะทำข้อตกลงการเป็นสปอนเซอร์ครั้งใหม่ที่ร่ำรวยกับสายการบินเอทิฮัด

นี่เป็นหนึ่งในสองข้อตกลงที่เชื่อมโยงกับอาบูดาบีซึ่งถูกพรีเมียร์ลีกบล็อกไว้เมื่อปี 2023 เนื่องจากไม่ได้มีมูลค่ายุติธรรมทางการตลาด ซึ่งเป็นชนวนให้ แมนฯ ซิตี้ ยื่นฟ้อง

แม้ว่าจะมีข้อเสนอแนะว่า แมนฯ ซิตี้ ได้รับการรับรองว่าข้อตกลงจะได้รับการอนุมัติ แต่บีบีซี สปอร์ต ได้รับแจ้งว่าจะยังคงต้องได้รับการประเมินมูลค่ายุติธรรมทางการตลาดโดยคณะกรรมการพรีเมียร์ลีก และเจ้าหน้าที่ยืนยันว่า สโมสรที่มีความเชื่อมโยงกับรัฐ เช่น แมนฯ ซิตี้ และ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด จะไม่พบว่าการได้รับการอนุมัติสำหรับข้อตกลงทางการค้ากับบริษัทที่เชื่อมโยงกับเจ้าของเป็นเรื่องง่ายขึ้น

กฎ APT ถูกนำมาใช้ในเดือนธันวาคม 2021 หลังจากการเทคโอเวอร์ นิวคาสเซิล ที่นำโดยซาอุดิอาระเบียในปีนั้น

กฎดังกล่าวถูกท้าทายโดย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในปี 2024 โดยศาลอิสระตัดสินว่า เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจากผู้ถือหุ้นไม่ควรถูกแยกออกจากขอบเขตของ APT และการเปลี่ยนแปลงที่ทำเพื่อกระชับกฎระเบียบยังละเมิดกฎหมายการแข่งขันด้วย

ลีกได้แก้ไขกฎตามนั้น แต่ขัดต่อความต้องการของ แมนฯ ซิตี้ และในเดือนกุมภาพันธ์ สโมสรได้เปิดตัวความท้าทายทางกฎหมายครั้งใหม่ โดยประกาศว่ากฎระเบียบ “ผิดกฎหมายและเป็นโมฆะ” และก่อให้เกิดการอนุญาโตตุลาการใหม่

นับตั้งแต่ประกาศการระงับข้อพิพาท บีบีซี สปอร์ต ได้รับแจ้งว่า ริชาร์ด มาสเตอร์ส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของลีก และ อลิสัน บริตเทน ประธาน ได้เสนอที่จะพูดคุยกับสโมสรหากพวกเขามีคำถาม

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ของลีกยืนยันว่า ลักษณะของข้อตกลงหมายความว่ารายละเอียดส่วนใหญ่จะต้องยังคงเป็นความลับ

ไม่มีข้อเสนอแนะจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งว่าสิ่งนี้จะมีผลกระทบต่อมหากาพย์ที่กำลังดำเนินอยู่และมีชื่อเสียงมากขึ้นของคดีทางวินัยของพรีเมียร์ลีกต่อ แมนฯ ซิตี้ ในข้อหาละเมิดกฎทางการเงินมากกว่า 100 ข้อหา แมนฯ ซิตี้ ปฏิเสธการกระทำผิดในคดีที่คณะกรรมการอิสระทำการพิจารณาเสร็จสิ้นเมื่อเก้าเดือนก่อน แต่ยังไม่ได้มีการตัดสิน

ริชาร์ด เครเมอร์ ทนายความด้านกีฬา กล่าวว่า “การประนีประนอมหมายความว่าไม่มีฝ่ายใดเป็นผู้ชนะหรือผู้แพ้ แต่ท้ายที่สุดแล้ว คนเราคงจินตนาการได้ว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ผลลัพธ์ที่ดีในแง่ที่ว่า พวกเขาน่าจะสามารถผลักดันและปิดข้อตกลงการเป็นสปอนเซอร์บางอย่างในมูลค่าที่สูงกว่าที่พรีเมียร์ลีกเคยอนุญาตไว้”

“มันหมายความว่ามีความเป็นไปได้ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะสามารถใช้จ่ายเงินได้มากขึ้น”

“การระงับข้อพิพาทอาจหมายถึงความสัมพันธ์ในการทำงานที่ดีขึ้น และบางทีนี่อาจเป็นข้อบ่งชี้ว่าพรีเมียร์ลีกและสโมสรอื่นๆ ได้ระบุว่าพอแล้ว – มันไม่ใช่ภาพที่ส่งผลดีต่อสโมสรที่จะต่อสู้และขัดแย้งกับองค์กรปกครอง”

“หนึ่งในความกังวลที่ใหญ่ที่สุดสำหรับพรีเมียร์ลีกคือค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาลสำหรับค่าธรรมเนียมทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาโตตุลาการที่ดำเนินอยู่เหล่านี้ การให้ทุนสนับสนุนข้อพิพาทเหล่านี้อยู่นอกเหนือการควบคุมโดยสิ้นเชิง และเป็นการระบายทรัพยากรครั้งใหญ่จากทั้งมุมมองด้านการจัดการ และแน่นอนว่ากินเข้าไปในทุนสำรองเงินสด”

“แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีความมั่งคั่งมากมายอยู่เบื้องหลังเพื่อดำเนินการต่อกับข้อพิพาทเหล่านี้ แต่แม้แต่พวกเขาก็อาจมาถึงจุดที่ตัดสินใจว่ามันไม่ดีต่อกีฬา”

สโมสรพรีเมียร์ลีกต้องการความชัดเจนกรณีแมนซิตี้

ทำไมสโมสรพรีเมียร์ลีกต้องการความชัดเจนกรณีแมนซิตี้

สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของกฎระเบียบทางการเงินในฟุตบอลสมัยใหม่ และความจำเป็นในการสร้างความโปร่งใสและความมั่นใจให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง การที่สโมสรอื่นๆ ในพรีเมียร์ลีกเรียกร้องความชัดเจน สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลเกี่ยวกับความเป็นธรรมและความเสมอภาคในการแข่งขัน

ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับรายละเอียดของการระงับข้อพิพาทกับ แมนฯ ซิตี้ อาจนำไปสู่ความไม่พอใจและการขาดความไว้วางใจในหมู่สโมสรอื่นๆ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อความสามัคคีและการทำงานร่วมกันในลีก

พรีเมียร์ลีกจะต้องจัดการกับสถานการณ์นี้อย่างรอบคอบ เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการปกป้องความลับทางการค้า และการให้ข้อมูลที่เพียงพอต่อสโมสรต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่าการแข่งขันจะเป็นไปอย่างยุติธรรม

การที่สโมสรต่างๆ แสดงความกังวลเกี่ยวกับข้อตกลงการเป็นสปอนเซอร์ของ แมนฯ ซิตี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของกฎระเบียบทางการเงินในการควบคุมการใช้จ่ายของสโมสร และป้องกันไม่ให้สโมสรใดได้เปรียบในการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม

พรีเมียร์ลีกจะต้องบังคับใช้กฎระเบียบทางการเงินอย่างสม่ำเสมอและโปร่งใส เพื่อรักษาสมดุลในการแข่งขัน และสร้างความมั่นใจว่าสโมสรทุกแห่งจะแข่งขันกันอย่างยุติธรรม สโมสรสโมสรพรีเมียร์ลีกต้องการความชัดเจนกรณีแมนซิตี้ เพราะความโปร่งใสเป็นสิ่งสำคัญ

สโมสรพรีเมียร์ลีกต้องการความชัดเจนกรณีแมนซิตี้ เพื่อให้เข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการแข่งขันและความเสมอภาคในลีก การขาดความชัดเจนอาจนำไปสู่ความไม่ไว้วางใจและความขัดแย้ง ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของพรีเมียร์ลีก

นอกจากนี้ การที่สโมสรต่างๆ เรียกร้องความชัดเจน แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมและการปรึกษาหารือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการตัดสินใจที่สำคัญ การตัดสินใจที่ส่งผลกระทบต่อทั้งลีก ควรได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบและโปร่งใส โดยคำนึงถึงความคิดเห็นและความกังวลของทุกฝ่าย

โดยรวมแล้ว สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความท้าทายที่พรีเมียร์ลีกเผชิญในการรักษาสมดุลระหว่างการส่งเสริมการแข่งขันและการรักษากฎระเบียบทางการเงิน การจัดการกับสถานการณ์นี้อย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความน่าเชื่อถือและความสำเร็จของพรีเมียร์ลีกในระยะยาว

ดังนั้นการที่สโมสรพรีเมียร์ลีกต้องการความชัดเจนกรณีแมนซิตี้ ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ

ที่มา – Premier League clubs seek clarity over Man City ‘settlement’

ราชทัณฑ์แจงปมย้าย “ทักษิณ” ไปคลองเปรม ตามระเบียบ

กรมราชทัณฑ์ออกมาชี้แจงประเด็นการย้ายตัว นายทักษิณ ชินวัตร จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ไปยังเรือนจำกลางคลองเปรม โดยยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามระเบียบและขั้นตอนของทางราชการ

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 กรมราชทัณฑ์ได้เผยแพร่เอกสารเพื่ออธิบายเหตุผลของการย้ายตัวนายทักษิณ ชินวัตร โดยระบุว่า เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครได้รับตัวนายทักษิณจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อควบคุมขังตามคำพิพากษาของศาล ซึ่งกำหนดโทษจำคุก 1 ปี

ตามมาตรฐานการปฏิบัติงานควบคุมผู้ต้องขัง (SOPs) ของกรมราชทัณฑ์ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครได้ดำเนินการรับตัวนายทักษิณเข้าสู่กระบวนการตามขั้นตอน เริ่มจากการตรวจสอบความถูกต้องของชื่อบุคคลในหมายจำคุก การจัดทำทะเบียนประวัติ การตรวจค้นตัวเพื่อป้องกันสิ่งของต้องห้าม การตรวจสุขภาพ การจัดการสิ่งของส่วนตัว และการชี้แจงระเบียบข้อบังคับ ก่อนที่จะส่งตัวไปยังแดนแรกรับเพื่อรอการจำแนกลักษณะผู้ต้องขัง

ในช่วงเย็นของวันเดียวกัน เวลาประมาณ 17.30 น. เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้รับมอบหมายจากกรมราชทัณฑ์ให้เป็นเรือนจำศูนย์ระหว่างการพิจารณาคดี (HUB) ได้ดำเนินการย้าย “ทักษิณ” ไปเรือนจำกลางคลองเปรม การย้ายครั้งนี้มีเหตุผลเพื่อแยกการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังตามประเภทของนักโทษเด็ดขาดให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น

ราชทัณฑ์ แจงปมย้าย “ทักษิณ” ไปเรือนจำกลางคลองเปรม

กรมราชทัณฑ์ยืนยันว่าการรับตัวนายทักษิณและการควบคุมตัวเป็นไปตามกฎหมาย อำนาจหน้าที่ และมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านการควบคุมผู้ต้องขังที่เกี่ยวข้องทุกประการ

ทำไมต้องย้าย “ทักษิณ” ไปเรือนจำกลางคลองเปรม?

ประเด็นสำคัญอยู่ที่การแยกประเภทผู้ต้องขัง เรือนจำแต่ละแห่งมีความเชี่ยวชาญในการดูแลผู้ต้องขังที่แตกต่างกัน การย้ายนายทักษิณไปยังเรือนจำกลางคลองเปรมซึ่งมีความพร้อมในการดูแลนักโทษเด็ดขาด จึงเป็นไปตามหลักการของการบริหารจัดการเรือนจำที่มีประสิทธิภาพ

การปฏิบัติต่อผู้ต้องขังทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายและระเบียบเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นนักโทษทั่วไปหรือผู้ที่เคยมีตำแหน่งทางการเมืองสูง การันตีว่าการย้าย “ทักษิณ” ไปเรือนจำกลางคลองเปรมเป็นไปตามมาตรฐานสากล

การย้าย “ทักษิณ” ไปเรือนจำกลางคลองเปรม ยังเป็นการยืนยันว่ากระบวนการยุติธรรมของไทยมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ การเปิดเผยข้อมูลและชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการย้ายตัวผู้ต้องขัง แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกรมราชทัณฑ์ในการปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา

การดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบอย่างเคร่งครัดเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาสิทธิของผู้ต้องขังทุกคน การย้ายนายทักษิณไปยังเรือนจำกลางคลองเปรมเป็นการตัดสินใจที่คำนึงถึงปัจจัยต่างๆ อย่างรอบด้าน เพื่อให้การควบคุมตัวเป็นไปอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม

ท้ายที่สุดนี้ การบริหารจัดการเรือนจำและการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง การมีระบบที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและประกันได้ว่ากระบวนการยุติธรรมเป็นไปอย่างถูกต้อง

ที่มา – ราชทัณฑ์ แจงปมย้าย “ทักษิณ” ไปเรือนจำกลางคลองเปรม ยันเป็นไปตามระเบียบ

“ลุงป้อม” แสดงความยินดี “อนุทิน” นายกฯคนที่ 32

โฆษกพรรคพลังประชารัฐ นำแจกันดอกไม้จาก “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” ร่วมแสดงความยินดี “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีคนที่ 32

วันที่ 9 กันยายน 2568 พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เดินทางนำช่อดอกไม้ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ โดยเป็นดอกไม้ในแจกันกระจก มีดอกกุหลาบสีขาว ดอกไฮเดรนเยียสีฟ้าแกมน้ำเงิน ผูกโบว์สีทองน้ำเงิน มาแสดงความยินดีกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) พร้อมแนบนามบัตรเขียนด้วยลายมือของพล.อ.ประวิตร ข้อความว่า “ขอแสดงความยินดีกับท่านนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 พล.อ.ประวิตร”

“ลุงป้อม” ส่งแจกันดอกไม้แสดงความยินดี “อนุทิน” นายกรัฐมนตรีคนที่ 32

การแสดงความยินดีของ พล.อ.ประวิตร ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างพรรคพลังประชารัฐและพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นสองพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลปัจจุบัน นอกจากนี้ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงความร่วมมือทางการเมืองที่แน่นแฟ้นในอนาคตอีกด้วย การที่ พล.อ.ประวิตร ส่งแจกันดอกไม้มาแสดงความยินดีกับ นายอนุทิน ในโอกาสที่เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติทางการเมืองที่แสดงออกถึงความเคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน

ความหมายของดอกไม้ในแจกันที่ “ลุงป้อม” ส่งให้ “อนุทิน”

ดอกไม้ที่ พล.อ.ประวิตร เลือกใช้ในแจกันมีความหมายที่น่าสนใจ ดอกกุหลาบสีขาวสื่อถึงความบริสุทธิ์ ความเคารพ และความจริงใจ ในขณะที่ดอกไฮเดรนเยียสีฟ้าแกมน้ำเงินสื่อถึงความขอบคุณ ความเข้าใจ และความปรารถนาดี การผสมผสานดอกไม้ทั้งสองชนิดนี้เข้าด้วยกันจึงสื่อถึงความปรารถนาดีอย่างจริงใจจาก พล.อ.ประวิตร ที่มีต่อนายอนุทิน ในการที่จะนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

การเมืองไทยในปัจจุบันเต็มไปด้วยความท้าทายและความเปลี่ยนแปลง การที่พรรคการเมืองต่างๆ สามารถร่วมมือกันทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวมจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การแสดงความยินดีของ พล.อ.ประวิตร ต่อ นายอนุทิน ในครั้งนี้ จึงเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาประเทศต่อไป

นอกจากนี้ การที่ พล.อ.ประวิตร ลงนามในนามบัตรด้วยลายมือตนเอง ยังแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความจริงใจที่มีต่อนายอนุทิน อีกทั้งยังเป็นการยืนยันถึงความสัมพันธ์ส่วนตัวที่แน่นแฟ้นนอกเหนือจากความสัมพันธ์ทางการเมืองอีกด้วย

การเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของนายอนุทิน ถือเป็นก้าวสำคัญในการเมืองไทย และเป็นความหวังของประชาชนในการที่จะเห็นประเทศพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น การสนับสนุนและความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้รัฐบาลสามารถดำเนินนโยบายต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หวังว่าการแสดงความยินดีจาก “ลุงป้อม” จะเป็นกำลังใจสำคัญให้นายกฯ อนุทิน ในการบริหารประเทศต่อไป

ที่มา – “ลุงป้อม” ส่งแจกันดอกไม้แสดงความยินดี “อนุทิน” นายกรัฐมนตรีคนที่ 32

สส.เพื่อไทยให้กำลังใจ “อิ๊งค์” ทักษิณหนุนพรรคเข้มแข็ง

“แพทองธาร” เผย “ทักษิณ” ให้กำลังใจทำพรรคให้เข้มแข็ง ลั่นกลาง ต.ค. ได้ผู้สมัคร สส. 400 เขต ด้าน สส.เพื่อไทยให้กำลังใจหัวหน้าพรรค “ดนุพร” เผย ส่งเรื่อง คกก.จริยธรรมฟัน สส.งูเห่าโหวตสวนมติ

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 9 กันยายน 2568 มีการประชุม สส.พรรคเพื่อไทย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีตนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม โดยมีตัวแทน สส. แต่ละภาค อาทิ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน นายประยุทธ์ ศิริพาณิชย์ สส.บัญชีรายชื่อ เป็นตัวแทนให้กำลังใจ น.ส.แพทองธาร ภายหลัง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องเข้าเรือนจำตามคำสั่งศาลฎีกา ขณะที่ น.ส.แพทองธาร ขอบคุณกำลังใจจาก สส.ทุกคน พร้อมบอกว่าก่อนเข้าเรือนจำ นายทักษิณ กำลังใจดี พอจะคาดเดาผลได้อยู่แล้ว พร้อมรับผลการตัดสินกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้ข้อครหาหมดไป ให้พรรคเดินหน้าต่อไป นายทักษิณ ให้กำลังใจตน บอกให้กลับมานำทัพ ทำพรรคเพื่อไทยให้เข้มแข็ง

จากนั้นเวลา 16.10 น. นายดนุพร ปุณณกันต์ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า น.ส.แพทองธาร มาเตรียมความพร้อมนับถอยหลังสู่การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่เดือน โดยนำคำสั่งเก่าๆ เรื่องการตั้งกรรมการสรรหาผู้สมัคร กรรมการยุทธศาสตร์การหาเสียง นโยบายหาเสียงต่างๆ มาดู และนำตารางวันที่มาพิจารณาจะเข้าสู่การเลือกตั้งเมื่อใด วันนี้จึงเป็นการประกาศเดินหน้าสู่การเลือกตั้งอย่างเป็นทางการของพรรคเพื่อไทย เตรียมความพร้อมผู้สมัครให้ทันอย่างช้าสุดคือกลางเดือนตุลาคม 2568 จะได้ผู้สมัครครบ 400 เขต เขตใดหรือจังหวัดใดที่ได้ผู้สมัครเพิ่มเติมจาก สส.เก่า จะเดินหน้าทำงานทันที

ส่วนกรณี สส.งูเห่า โหวตสวนมติพรรคเพื่อไทยนั้น นายดนุพร ระบุว่า มีการพูดกันอย่างกว้างขวาง จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินัยและจริยธรรมพรรคพิจารณา เพราะมีความผิดชัดเจนในการโหวตขัดมติพรรค จะใช้เวลาพิจารณาเร็วที่สุดและมีคำตอบให้ประชาชน ขณะที่ประเด็นจะเก็บ สส.กลุ่มงูเห่าไว้ต่อไปหรือขับออกจากพรรคนั้น ให้คณะกรรมการจริยธรรมพรรคพิจารณา จะมีมาตรการลงโทษผู้ฝ่าฝืนแน่นอน

นายดนุพร กล่าวอีกว่า ในการประชุม สส. แกนนำพรรคทั้ง นายภูมิธรรม เวชยชัย, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง พูดให้กำลังใจหัวหน้าพรรคเรื่องคำตัดสินศาลเมื่อเช้านี้ หัวหน้าพรรคกำชับกับ สส.พรรคเพื่อไทยทุกคนในการประชุมสภาฯ วันที่ 10-11 กันยายน 2568 ที่มีกฎหมายสำคัญหลายฉบับที่ สส.พรรคเพื่อไทยเป็นผู้เสนอ ขอให้ สส. อยู่ร่วมเป็นองค์ประชุม รีบนำกฎหมายต่างๆ เหล่านี้ไปสู่ขั้นตอนต่อไปเร็วที่สุด หัวหน้าพรรคกำชับให้ทุกคนทำหน้าที่เข้มแข็ง เป็นฝ่ายค้านตัวจริงในสภาฯ

ทางด้านคำถามมั่นใจหรือไม่ว่า สส.เขตจะยังอยู่กับพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งต่อไป นายดนุพร ตอบว่า สส.เขตกว่า 110 คน พรรคไม่สามารถบังคับให้ใครลงในนามพรรคได้ หากยุบสภาฯ ก็ต้องเลือกตั้งใหม่ใน 45-60 วัน หากใครจะลงสมัครต่อหรือเปลี่ยนใจ ไปพรรคอื่น พรรคไม่ได้ปิดกั้น แต่วันนี้ น.ส.แพทองธาร แสดงความพร้อมประกาศว่าเราพร้อมเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง น.ส.แพทองธาร พร้อมเป็นกำลังสำคัญนำไปสู่การเลือกตั้ง คาดหวังว่าจะได้ สส.เยอะที่สุด แต่วันนี้ไกลเกินไปที่จะพูดถึงการเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล 2 ปี ไม่มีนโยบายที่ทำสำเร็จ จะใช้นโยบายใดหาเสียง นายดนุพร ตอบว่า นโยบายต่างๆ ที่ผ่านสภาฯ แล้ว เช่น นโยบายหวยเกษียณ หรือโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ต้องดูรัฐบาลใหม่จะทำต่อหรือไม่ หากนโยบายใดเป็นประโยชน์ต่อประชาชน แต่รัฐบาลปัจจุบัน ไม่ดำเนินการ เราก็จะนำกลับมาทำใหม่ ขอดูนโยบายเราที่ผ่านสภาฯ ว่านำไปปรับใช้ได้มากแค่ไหน.

สส.เพื่อไทยให้กำลังใจ “อิ๊งค์” เผย “ทักษิณ” ให้กำลังใจทำให้พรรคเข้มแข็ง

“ทักษิณ” ให้กำลังใจพรรคเพื่อไทยเข้มแข็ง

การที่ สส.เพื่อไทยให้กำลังใจ “อิ๊งค์” และ “ทักษิณ” ให้กำลังใจทำให้พรรคเข้มแข็ง เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความสามัคคีภายในพรรค แม้ว่าจะมีสถานการณ์ที่ท้าทายเกิดขึ้น การได้รับกำลังใจจากผู้นำและอดีตผู้นำจะช่วยให้สมาชิกพรรคมีความมุ่งมั่นและพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายต่างๆ นอกจากนี้ การเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึงยังแสดงให้เห็นถึงความกระตือรือร้นและความตั้งใจในการทำงานเพื่อประชาชน

การที่พรรคเพื่อไทยประกาศเดินหน้าสู่การเลือกตั้งและเตรียมความพร้อมผู้สมัคร สส. ให้ทันภายในกลางเดือนตุลาคม 2568 แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะกลับมาเป็นแกนนำในการบริหารประเทศอีกครั้ง การมีผู้สมัครที่พร้อมและมีความสามารถจะช่วยให้พรรคมีโอกาสในการได้รับการสนับสนุนจากประชาชนมากขึ้น

การพิจารณาเรื่อง สส.งูเห่าที่โหวตสวนมติพรรคเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเข้มงวดในเรื่องของวินัยและจริยธรรมของสมาชิกพรรค การมีมาตรการลงโทษผู้ฝ่าฝืนจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าพรรคมีความจริงจังในการรักษามาตรฐานและหลักการของพรรค

โดยสรุปแล้ว สถานการณ์ปัจจุบันของพรรคเพื่อไทยแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการเผชิญหน้ากับความท้าทายและความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อประชาชน การได้รับกำลังใจจากผู้นำ การเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง และการรักษามาตรฐานทางวินัยและจริยธรรมของสมาชิกพรรค ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้พรรคประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งที่จะมาถึง และนำพรรคไปสู่ความเข้มแข็ง

ที่มา – สส.เพื่อไทยให้กำลังใจ “อิ๊งค์” เผย “ทักษิณ” ให้กำลังใจทำให้พรรคเข้มแข็ง

คอหวยส่อง “เลขเด็ด” หางประทัดวัดดัง 9 เดือน 9


สาธุชนหลั่งไหล แน่นวัดสว่างอารมณ์ จ.นครปฐม อาบน้ำมนต์ 9 เดือน 9 กับพระเกจิดัง ด้านสายมูไม่พลาดส่อง “เลขเด็ด” หวังลุ้นโชคงวด 16/9/68

เมื่อ 14.00 น.วันที่ 9 ก.ย. 68 ที่วัดสว่างอารมณ์ แคแถว ต.ขุนแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ผู้สื่อข่าวรายงานมาว่า สาธุชนทั้งชาวไทยและต่างประเทศ หลายร้อยคน เดินทางมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอพร ขอโชคลาภจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ภายในวัดกันอย่างเนืองแน่น และรอประกอบพิธีอาบน้ำมนต์ โดยหลวงพ่อแป๊ะ

โดยสาธุชนส่วนใหญ่ที่มาล้วนแล้วแต่นับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์และศรัทธาในตัวหลวงพ่อแป๊ะ ประกอบกับเป็นวันดี วันที่ 9 เดือน 9 ที่เป็นวันและเดือนเป็นมงคล เชื่อกันว่ามาขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวันนี้แล้วจะประสบผลสำเร็จ ประกอบกับหลวงพ่อแป๊ะประกาศอาบน้ำมนต์ให้กับสาธุชน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทำให้คนที่ทราบข่าวต่างเดินทางมาร่วมพิธีกันอย่างมากมาย

พิธีดังกล่าวมีขึ้นตั้งแต่เช้า ผู้คนเริ่มหลั่งไหลมาทำบุญถวายสังฆทาน หลวงพ่อแป๊ะได้เปิดเจิมยันต์หลังมือและสาวน้ำตาเทียน ให้กับสาธุชนที่มาเข้าแถวต่อคิวกันยาวเหยียดจนครบทุกคน จนกระทั่งช่วงบ่ายจึงเริ่มพิธี โดยพิธิดังกล่าวมีขึ้นที่ลานเต็นท์ใหญ่ข้างศาลาการเปรียญ ทุกคนต่างมาจับจองที่นั่งที่ทางวัดจัดเตรียมไว้จนแน่น

จากนั้นพระเริ่มประกอบพิธีสวดให้ศีลให้พร นอกจากพระแล้วบรรดาสายมู และอาจารย์สักชื่อดังหลายคนมาร่วมพิธีด้วย และเมื่อสวดเสร็จสิ้นก่อนเริ่มอาบน้ำมนต์ เสียงประทัด 1 หมื่นนัดดังไปทั่วบริเวณ หลวงพ่อแป๊ะได้เตรียมอ่างน้ำมนต์ใหญ่ไว้ถึง 3 อ่าง เพื่อตักอาบให้กับสาธุชน ที่ต้องต่อแถวกันยาวกว่า 100 เมตร หลวงพ่อแป๊ะได้เอาน้ำมนต์อาบให้คนละ 1 ขัน จนครบทุกคน ก่อนที่จะให้ศีลให้พร ใช้เวลาถึง 3 ชั่วโมงจึงเสร็จสิ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานมาอีกว่า สิ่งที่สาธุชนที่มาร่วมอาบน้ำมนต์ครั้งนี้ ต่างจดจ้องเลขหางประทัดที่จุดเริ่มอาบน้ำมนต์ เจ้าหน้าที่วัดที่จุดต่างนำมาให้ดู ปรากฏว่าได้เลข 45 กับ 684 ต่างนำมือถือมาถ่ายไว้เพื่อนำไปเสี่ยงโชคกัน

นายอารมณ์ สุดปรีดา อายุ 47 ปี อาชีพค้าขาย หนึ่งในผู้เข้าพิธี เผยว่า วันนี้นับว่าเป็นวันดี 9 เดือน 9 เดินทางมาจาก จ.ประจวบฯ จะเข้าไปหาซื้อของใน กทม. มาขาย เมื่อมาถึงนครชัยศรีแวะทานข้าว แม่ค้าเลยพูดให้ฟังถึงวัดสว่างอารมณ์ แถมบอกว่าที่วัดจัดพิธีอาบน้ำมนต์ให้สาธุชนฟรี วันที่ 9 เดือน 9 เมื่อได้ยินเลยอยากมาอาบน้ำมนต์และขอพรในวันดีนี้ นับว่าเป็นโชคดีที่หลวงพ่อแป๊ะเกจิดังเป็นคนอาบให้ด้วย แถมยังได้เลขเด็ดไปด้วย จะนำไปเสี่ยงโชคหากได้โชคจะกลับมาอีก.

(อ่านข่าว เลขเด็ด ทั้งหมดที่นี่)

คอหวยแห่ส่อง “เลขเด็ด” หางประทัดวัดดัง จัดอาบน้ำมนต์ 9 เดือน 9

เมื่อวันที่ 9 เดือน 9 ที่ผ่านมา ที่วัดสว่างอารมณ์ จังหวัดนครปฐม เหล่าคอหวยแห่ส่อง “เลขเด็ด” หางประทัดวัดดัง จัดอาบน้ำมนต์ 9 เดือน 9 กันอย่างคึกคัก สาธุชนจำนวนมากเดินทางมาร่วมพิธีอาบน้ำมนต์อันศักดิ์สิทธิ์กับพระเกจิชื่อดัง และไม่พลาดที่จะส่องหาเลขเด็ดจากหางประทัด เพื่อหวังนำไปเสี่ยงโชคในงวดที่จะถึงนี้

ทำไมคอหวยถึงแห่ส่อง “เลขเด็ด” หางประทัดวัดดัง?

การส่อง “เลขเด็ด” หางประทัดวัดดัง จัดอาบน้ำมนต์ 9 เดือน 9 ถือเป็นความเชื่อที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานในสังคมไทย หลายคนเชื่อว่าการจุดประทัดในพิธีสำคัญต่างๆ เป็นการบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และตัวเลขที่ปรากฏบนหางประทัดนั้น คือเลขนำโชคที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประทานให้

นอกจากนี้ วันที่ 9 เดือน 9 ยังถือเป็นวันดี วันมงคล ที่มีความเชื่อว่าจะนำพาความโชคดีและความสำเร็จมาให้ ทำให้การมาร่วมพิธีอาบน้ำมนต์และส่องเลขเด็ดในวันนี้ เป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสนใจเป็นพิเศษ

บรรยากาศภายในวัดสว่างอารมณ์เต็มไปด้วยความศรัทธาและความหวัง เหล่าสาธุชนต่างตั้งจิตอธิษฐานขอพรให้ประสบความสำเร็จ และไม่พลาดที่จะเก็บภาพเลขหางประทัดที่ได้ เพื่อนำไปเสี่ยงโชคตามความเชื่อส่วนบุคคล

สำหรับใครที่สนใจอยากจะลองเสี่ยงโชคตามเหล่าคอหวยแห่ส่อง “เลขเด็ด” หางประทัดวัดดัง จัดอาบน้ำมนต์ 9 เดือน 9 ก็สามารถลองหาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาตามวิจารณญาณของตนเองได้

อย่างไรก็ตาม การเสี่ยงโชคเป็นเพียงความเชื่อส่วนบุคคล ควรเล่นอย่างมีสติ และไม่ควรทำให้ตนเองและผู้อื่นเดือดร้อน

ที่มา – คอหวยแห่ส่อง “เลขเด็ด” หางประทัดวัดดัง จัดอาบน้ำมนต์ 9 เดือน 9

พอสเตโคกลูคุมฟอเรสต์แทนนูโน่!

พอสเตโคกลูคุมฟอเรสต์แทนนูโน่

อังเก้ พอสเตโคกลู ได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าโค้ชของน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ แทนที่นูโน่ เอสปิริโต ซานโต ที่ถูกปลดออกจากตำแหน่ง

นูโน่ ออกจากตำแหน่งที่ซิตี้ กราวด์ เมื่อคืนวันจันทร์ หลังจากคุมทีมมา 21 เดือน และเพียง 3 เกมแรกของฤดูกาล

พอสเตโคกลู กลับมาคุมทีมอีกครั้งในรอบ 3 เดือน หลังจากที่เขาถูก ปลดออกจากตำแหน่งโดยท็อตแนม หลังจากฤดูกาลพรีเมียร์ลีกที่น่าผิดหวังเมื่อพวกเขาจบอันดับที่ 17

อย่างไรก็ตาม ชาวออสเตรเลียวัย 60 ปีรายนี้ นำสเปอร์สไปสู่ชัยชนะในยูโรปาลีกครั้งประวัติศาสตร์เมื่อจบฤดูกาล เพื่อยุติการรอคอยถ้วยรางวัลของสโมสรที่ยาวนาน

อีวานเจลอส มารินาคิส เจ้าของทีมฟอเรสต์ กล่าวว่า “เรากำลังนำโค้ชมาสู่สโมสรที่มีสถิติการคว้าแชมป์ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วอย่างสม่ำเสมอ”

“ประสบการณ์ของเขาในการฝึกสอนทีมในระดับสูงสุด พร้อมกับความปรารถนาของเขาที่จะสร้างสิ่งที่พิเศษกับเราที่ฟอเรสต์ ทำให้เขาเป็นบุคคลที่ยอดเยี่ยมที่จะช่วยเราในการเดินทางของเราและบรรลุความทะเยอทะยานทั้งหมดของเราอย่างสม่ำเสมอ”

ปัจจุบัน ฟอเรสต์อยู่อันดับ 10 ในตารางพรีเมียร์ลีก หลังจากผ่านไป 3 เกมแรกของฤดูกาล

เกมสุดท้ายที่นูโน่คุมทีมคือความพ่ายแพ้ 3-0 ต่อเวสต์แฮมก่อนช่วงพักเบรกทีมชาติในเดือนกันยายน

โค้ชชาวโปรตุเกสวัย 51 ปี เข้ารับตำแหน่งคุมทีมฟอเรสต์ในเดือนธันวาคม 2023 หลังจากสตีฟ คูเปอร์ถูกไล่ออก และช่วยรักษาสถานะในลีกสูงสุดของพวกเขา

เมื่อฤดูกาลที่แล้ว เขาพาทีมจบอันดับที่ 7 ในพรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นอันดับที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 1994-95 ขณะที่พวกเขาผ่านเข้ารอบไปเล่นในยุโรปเป็นครั้งแรกในรอบสามทศวรรษ

บีบีซี สปอร์ต เข้าใจว่าผู้เล่นของฟอเรสต์รู้สึกประหลาดใจกับการจากไปของนูโน่

ผู้เล่นหลายคนติดภารกิจกับทีมชาติและยังไม่ได้กลับมาฝึกซ้อมจนกว่าจะถึงปลายสัปดาห์นี้

แต่ข่าวแพร่กระจายออกไป โดยผู้เล่นบางคนได้ยินข่าวจากสมาชิกคนอื่นๆ ในทีม

เกมแรกที่พอสเตโคกลูคุมทีมคือการเดินทางไปเยือนอาร์เซนอลของฟอเรสต์ในวันเสาร์

เขากลายเป็นผู้จัดการทีมถาวรคนที่ 8 นับตั้งแต่มารินาคิสเข้ามาบริหารทีมในเดือนพฤษภาคม 2017

การเข้ามาของ พอสเตโคกลูคุมฟอเรสต์แทนนูโน่ จะเป็นอย่างไร?

สเปอร์สแพ้ 22 จาก 38 นัดในลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เก็บได้เพียง 38 แต้ม ทำให้พวกเขาจบอันดับที่ 17 ซึ่งเป็นอันดับที่แย่ที่สุดในพรีเมียร์ลีก

พวกเขาเสียไป 65 ประตู โดยมีเพียงวูล์ฟส์และสามทีมที่ตกชั้นอย่างเลสเตอร์, อิปสวิช และเซาแธมป์ตันที่เสียประตูมากกว่า

แต่พอสเตโคกลูนำสโมสรคว้าแชมป์เมเจอร์ครั้งแรกในรอบ 17 ปีด้วยชัยชนะ 1-0 เหนือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในยูโรปาลีก รอบชิงชนะเลิศ

ชัยชนะครั้งนี้ทำให้พวกเขาได้สิทธิ์ไปเล่นแชมเปียนส์ลีก แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้พอสเตโคกลูอยู่ในตำแหน่งต่อไปได้ และเขาถูกสโมสรไล่ออกหลังจากนั้น 16 วัน

สเปอร์ส ซึ่งแต่งตั้งโธมัส แฟรงค์ เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งของเขา กล่าวว่า พอสเตโคกลูจะได้รับการจดจำในการส่งมอบ “ช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดช่วงหนึ่งของสโมสร” ในการเป็นผู้จัดการทีมคนที่สามที่คว้าแชมป์ยุโรปให้กับพวกเขา

ท็อตแนมจบอันดับที่ 5 ในฤดูกาลแรกที่เขาคุมทีม ก่อนที่เขาจะรักษาสัญญาที่จะมอบถ้วยรางวัลในฤดูกาลที่สองของเขา

พอสเตโคกลูได้รับการยกย่องในตอนแรกสำหรับสไตล์การเล่นเกมรุกที่เขาใช้ แต่เขาถูกบังคับให้ป้องกันตัวเองจากคำวิพากษ์วิจารณ์ในการยึดมั่นในหลักการของเขา และต้องรับมือกับอาการบาดเจ็บของผู้เล่นหลัก

เป็นที่แน่ชัดว่าสไตล์การเล่นเกมโต้กลับของนูโน่แตกต่างจากการเข้าถึงของพอสเตโคกลูเป็นอย่างมาก ดังนั้นสิ่งนี้หมายความว่าอย่างไรสำหรับฟอเรสต์?

ธุรกิจการซื้อขายนักเตะของฟอเรสต์ในซัมเมอร์นี้ ดูเหมือนว่าจะทำไปโดยคำนึงถึงการเป็นทีมที่มีเทคนิคมากขึ้นและครองบอลได้มากขึ้น

สิ่งที่น่าสนใจคือ เจมส์ แม็คเคที, ดักลาส ลุยซ์ และโอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ ล้วนเป็นผู้เล่นที่พัฒนาขึ้นที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งเน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงความตั้งใจ

โอมารี ฮัทชินสัน ผู้เซ็นสัญญาด้วยค่าตัวแพง และคาลัม ฮัดสัน-โอดอย บัณฑิตจากเชลซี อาจสนุกกับการเล่นในแบบที่รับประกันว่าพวกเขาจะครองบอลได้มากขึ้น พร้อมกับใบอนุญาตในการสร้างสรรค์

คำถามเกิดขึ้นเมื่อมองไปที่ความแตกต่างนอกสนามระหว่างผู้จัดการทีมทั้งสอง

นูโน่มักจะถือเส้นหลังที่ต่ำที่สุดในลีกในสโมสรต่างๆ ของเขา ขณะที่พอสเตโคกลูเล่นเส้นหลังที่สูงที่สุดที่สเปอร์ส

หากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ถูกนำมาใช้ในทันที กองหลังที่แข็งแกร่งที่สุดบางคนของฟอเรสต์ ซึ่งเติบโตมาจากการป้องกันกรอบเขตโทษของพวกเขา อาจไม่ได้รับการเพิ่มประสิทธิภาพ นิโคลา มิเลนโควิชที่มีไหวพริบในการป้องกันถือเป็นตัวอย่าง

ความแตกต่างในระบบทำให้เกิดคำถามสำหรับคนอย่างโอลา ไอน่า ซึ่งมีแคมเปญที่น่าทึ่งเมื่อฤดูกาลที่แล้วในการเล่นเป็นวิงแบ็กริมเส้น ซึ่งเป็นบทบาทที่แตกต่างจากความต้องการของฟูลแบ็กแบบกลับด้านที่ขอจากฟูลแบ็กของพอสเตโคกลู

พอสเตโคกลูไม่เต็มใจที่จะเปลี่ยนแปลงระบบของเขา แต่มีความสมจริงในระดับหนึ่งที่เห็นได้จากชัยชนะของสเปอร์สในยูโรปาลีก

ท็อตแนมมีความสุขที่จะป้องกันกรอบเขตโทษของตัวเองเป็นเวลานาน ซึ่งนำไปสู่ความสำเร็จในการเจอกับไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต และยูไนเต็ด

หากไม่มีช่วงปรีซีซั่น และเข้ามาในสโมสรที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานของการเล่นเกมโต้กลับ สไตล์การเล่นห้าคน การปรับใช้วิธีการที่สอดคล้องกับเกมรอบน็อกเอาต์ของสเปอร์สอาจเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลที่จะทำในช่วงต้นของการดำรงตำแหน่งของพอสเตโคกลู

แพท ริดเดล นักเขียนแฟนบอลของน็อตติงแฮม ฟอเรสต์

พอสเตโคกลู<ต้องใช้คำหลัก> ที่เข้ามาแทนนูโน่อาจไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเมื่อเทียบกับข่าวลือในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม เขาดูเหมือนจะไม่ใช่ชื่อที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในหมู่แฟนบอล

ลืมชัยชนะในยูโรปาลีก รอบชิงชนะเลิศเหนือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่อยู่ในความวุ่นวายไปได้เลย พอสเตโคกลูเกือบทำให้สโมสรที่ร่ำรวยที่สุดอันดับ 9 ของโลกร่วงชั้น

เราควรจะมองหาผู้จัดการทีมที่มีความก้าวหน้าที่สามารถสานต่อประเพณีที่นูโน่และคูเปอร์ได้สร้างไว้ เช่น มาร์โก ซิลวา, โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ และอันโดนี อิราโอลา ที่อยู่ในสายนั้นมากกว่า

ทีมชุดนี้ดีที่สุดในรอบชีวิตหนึ่ง

ผู้จัดการทีมคนใหม่จะสามารถหยิบสิ่งต่างๆ ขึ้นมาได้จากที่นูโน่ทำทิ้งไว้ และพาเราไปสู่อีกระดับได้หรือไม่? หรือเราจะเหลือเพียงความฝันถึงสิ่งที่เป็นและสิ่งที่อาจจะเป็น?

เมื่อเขาได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมท็อตแนมในเดือนมิถุนายน 2023 พอสเตโคกลูกลายเป็นชาวออสเตรเลียคนแรกที่ได้คุมทีมในพรีเมียร์ลีก

อาชีพการเป็นนักเตะของเขาใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในออสเตรเลีย โดยหลักๆ กับเซาธ์เมลเบิร์น ที่ซึ่งเขาเล่นภายใต้การคุมทีมของเฟเรนซ์ ปุสกัส ตำนานชาวฮังการี ที่พอสเตโคกลูมอบปรัชญาการฝึกสอนของเขาให้

เขาก้าวเข้าสู่การเป็นผู้จัดการทีมในปี 1996 กับเซาธ์เมลเบิร์น ก่อนที่จะคว้าแชมป์เอ-ลีกติดต่อกันกับบริสเบน รอร์ ระหว่างปี 2009 ถึง 2012

หลังจากหนึ่งฤดูกาลกับเมลเบิร์น วิคตอรี่ เขาได้เป็นผู้จัดการทีมชาติออสเตรเลียในปี 2013 และนำประเทศของเขาไปสู่ฟุตบอลโลก 2014 รวมถึงชัยชนะในเอเชียนคัพ 2015

ถ้วยรางวัลเพิ่มเติมตามมาในช่วงเวลาที่เขาอยู่ในญี่ปุ่นกับโยโกฮาม่า เอฟ มารินอส ที่ซึ่งเขายุติการรอคอยแชมป์เจ-ลีกของสโมสรเป็นเวลา 15 ปีในปี 2019

การมาของ อังเก้ พอสเตโคกลู ในการ คุมฟอเรสต์แทนนูโน่ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่น่าจับตามอง

ที่มา – Postecoglou replaces Nuno as Forest manager

อนุทินอึ้ง! สันติคุณสมบัติไม่ผ่าน ส่งลูกชายแทน

“นายกฯ อนุทิน” ยันตรวจคุณสมบัติใครไม่ผ่านก็ไม่ได้ ลือหึ่ง “สันติ” ไม่พร้อมแล้ว หลังขาดคุณสมบัตินั่งรัฐมนตรี ดัน “พัฒนา” ลูกชาย นั่ง รมว.สาธารณสุขแทน

วันที่ 9 ก.ย. 2568 เมื่อเวลา 17.30 น. ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ ถึงกระแสข่าวที่นายสันติ คุณสมบัติไม่ผ่าน พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรี นายอนุทิน ถึงกับร้องหึ้ย ตนยังไม่ทราบ ท่านเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะแจ้งมา หากใครมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ และชัดเจนว่าหากใครมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ ก็จะนำเสนอขึ้นทูลเกล้าฯ ไม่ได้ ไม่ต้องกังวล เพราะนี่คือเหตุผลที่เสนอรายชื่อไปเกิน 36 รายชื่อ เมื่อถามถึงกรณีกระแสข่าว นายวรภัค ธันยาวงษ์ ที่ถูกวางตัวให้เป็นรมว.คลัง ที่ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งข้อกล่าวหาจะมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติว่า เราส่งรายชื่อทุกคนที่จะได้รับการแต่งตั้งไปตรวจสอบ เราต้องเชื่อการตรวจสอบ เราด่วนสรุปก่อนหรือไปฟังหน่วยงานที่ไม่เกี่ยวข้องไม่ได้

อนุทินอึ้ง! สันติคุณสมบัติไม่ผ่าน ส่งลูกชายแทน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะลงตัวแล้ว แต่ล่าสุดรายงานว่า ในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีนายสันติ พร้อมพัฒน์ ติดอยู่ในโผ แต่จากการตรวจสอบประวัติ นายสันติ พบว่าสันติ คุณสมบัติไม่ผ่านรัฐมนตรี

ทั้งนี้ นายสันติ จะส่งนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ ลูกชายมานั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแทน นี่คือประเด็นร้อนที่กำลังเป็นที่จับตามองในวงการการเมือง

เกิดอะไรขึ้นกับคุณสมบัติของสันติ?

การที่นายสันติ คุณสมบัติไม่ผ่านการตรวจสอบเบื้องต้นนั้น สร้างความตกตะลึงให้กับหลายฝ่าย คำถามคืออะไรคือสาเหตุที่ทำให้คุณสมบัติของนายสันติไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้ การตรวจสอบคุณสมบัติของรัฐมนตรีเป็นกระบวนการที่สำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ที่ดำรงตำแหน่งมีความเหมาะสม โปร่งใส และมีความซื่อสัตย์

แหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่า ปัญหาอาจเกิดจากเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคดีความในอดีต หรือข้อสงสัยเกี่ยวกับการถือครองทรัพย์สิน ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องมีการตรวจสอบอย่างรอบคอบ หากคุณสมบัติของนายสันติไม่ผ่านจริง การเสนอชื่อลูกชาย คือนายพัฒนามารับตำแหน่งแทน ก็อาจเป็นทางออกเพื่อรักษาเก้าอี้ของพรรค

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลในนาทีสุดท้ายเช่นนี้ อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและความมั่นใจของประชาชนที่มีต่อรัฐบาล การสรรหาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ และมีคุณสมบัติเหมาะสมกับการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้การบริหารประเทศเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับนายสันติเป็นเครื่องเตือนใจว่า การตรวจสอบคุณสมบัติอย่างเข้มงวดเป็นสิ่งจำเป็น และควรมีกระบวนการที่โปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อให้ได้บุคคลที่เหมาะสมที่สุดมารับใช้ประเทศชาติ

การตัดสินใจครั้งนี้ของนายสันติที่จะส่งลูกชายเข้ามารับตำแหน่งแทน สร้างความสนใจและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง เป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไปว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลต่อเสถียรภาพทางการเมืองและการทำงานของรัฐบาลอย่างไร

การเมืองไทยมักเต็มไปด้วยเรื่องเซอร์ไพรส์ การเปลี่ยนแปลงในโผ ครม. ครั้งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ทำให้เห็นว่าการเมืองเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอนจริงๆ ต้องติดตามกันต่อไปว่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร และใครจะได้รับตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลชุดใหม่

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบคุณสมบัติบุคคลที่จะเข้ามารับตำแหน่งทางการเมืองอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้ที่เข้ามาบริหารประเทศนั้นเป็นผู้ที่มีความเหมาะสมและโปร่งใสอย่างแท้จริง

สุดท้ายนี้ พวกเราต้องร่วมกันจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และติดตามข่าวสารอย่างรอบด้าน เพื่อให้เข้าใจถึงความเป็นไปของการเมืองไทย และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเพื่ออนาคตของประเทศของเรา

ที่มา – “อนุทิน” ร้องหึ้ย หลังได้ยิน “สันติ” คุณสมบัติไม่ผ่าน- เจ้าตัวส่ง “พัฒนา” ลูกชายนั่งแทน

อิ๊งค์ไม่รู้ ทักษิณนั่งรถตู้ราชทัณฑ์ไปไหน?

“อิ๊งค์ แพทองธาร” ไม่รู้ “ทักษิณ ชินวัตร” นั่งรถตู้ราชทัณฑ์จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพไปไหน บอกขอเช็กก่อน เพิ่งออกจากห้องประชุม ผู้สื่อข่าวยันปลายทางเรือนจำกลางคลองเปรม ทำให้เกิดคำถามมากมายว่าจริงๆ แล้ว ทักษิณนั่งรถตู้ราชทัณฑ์ ไปที่ไหนกันแน่?

เมื่อเวลา 17.22 น. วันที่ 9 กันยายน 2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เดินทางออกจากห้องประชุม สส. ที่ทำการพรรคเพื่อไทย โดยช่วงเวลาเดียวกัน นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บิดาของ น.ส.แพทองธาร ได้นั่งรถตู้ติดลูกกรงออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีรายงานว่าไปเรือนจำกลางคลองเปรม หรือไปทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ซึ่ง น.ส.แพทองธาร ตอบว่า “จริงๆ ก็ยังไม่ทราบ ขอไปเช็กก่อน เพราะเพิ่งออกจากห้องประชุม” ทำให้หลายคนสงสัยว่า อิ๊งค์ไม่รู้ ทักษิณนั่งรถตู้ราชทัณฑ์ไปไหน จริงหรือ?

ส่วนคำถามว่า นายทักษิณ ไปตรวจสุขภาพหรือไม่ เพราะตอนนั่งในรถออกไปได้ยกนิ้วโป้งให้สื่อมวลชนด้วย ซึ่ง น.ส.แพทองธาร ไม่ตอบคำถาม แต่อมยิ้มก่อนขึ้นรถไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่ารถที่ นายทักษิณ นั่งออกไปจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ไปยังเรือนจำกลางคลองเปรม โดยไม่ได้เลี้ยวเข้าทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เนื่องมาจากว่าเรือนจำกลางคลองเปรมถือเป็นเรือนจำความมั่นคงสูงสุด 1 ใน 5 แห่งของประเทศไทย ส่วนจะมีความคืบหน้าอย่างไรนั้น รอทางกรมราชทัณฑ์ชี้แจงอีกครั้ง.

อิ๊งค์ไม่รู้ ทักษิณนั่งรถตู้ราชทัณฑ์ไปไหน

การที่ น.ส.แพทองธาร ตอบคำถามสื่อมวลชนเช่นนั้น ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมาย หลายคนตั้งคำถามว่าเหตุใดเธอจึงไม่ทราบข้อมูลดังกล่าว ทั้งที่เป็นบุตรสาว และเป็นบุคคลใกล้ชิด

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกี่ยวกับทักษิณ

สถานการณ์ของนายทักษิณ ชินวัตร ยังคงเป็นที่จับตามองของสังคมอย่างใกล้ชิด ข่าวการเดินทางด้วยรถตู้ราชทัณฑ์และการที่ น.ส.แพทองธาร อ้างว่าไม่ทราบจุดหมายปลายทาง ได้สร้างความสงสัยและความไม่แน่นอนให้กับประชาชน

  • การเดินทางของนายทักษิณ
  • จุดหมายปลายทางที่ไม่ชัดเจน
  • ท่าทีของ น.ส.แพทองธาร

ประเด็นนี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงและต้องการความกระจ่างจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและชัดเจนเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

โดยสรุปแล้ว ข่าว อิ๊งค์ไม่รู้ ทักษิณนั่งรถตู้ราชทัณฑ์ไปไหน ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และรอการชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติม จะแจ้งให้ทราบต่อไป

ที่มา – “อิ๊งค์” ไม่รู้ “ทักษิณ” นั่งรถตู้ราชทัณฑ์ไปไหน บอกเพิ่งออกจากห้องประชุม

ครม.อนุทิน 1: อัปเดตล่าสุดใกล้ 100% เตรียมทูลเกล้าฯ

อัปเดต ครม.อนุทิน 1 เกือบ 100 % แล้ว คาดนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ในสัปดาห์นี้

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับ อัปเดต ครม.อนุทิน 1 เกือบ 100 % แล้ว คาดนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ในสัปดาห์นี้ ดูเหมือนว่ารายชื่อจะเกือบสรุปผลเป็นที่เรียบร้อย โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อกว่า 40 รายชื่อ ซึ่งคาดว่าจะสามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ภายในสัปดาห์นี้ ข่าวนี้ถือเป็นความคืบหน้าสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่

ตามรายงานเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 ความคืบหน้าในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีค่อนข้างชัดเจน โดยมีการตรวจสอบประวัติของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อทั้งหมดแล้ว และนี่คือรายชื่อล่าสุดที่คาดว่าจะได้รับการแต่งตั้ง:

  1. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
  2. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
  3. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
  4. นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
  5. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษาฯ
  6. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  7. นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  8. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
  9. นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
  10. นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย
  11. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
  12. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
  13. นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
  14. นายวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
  15. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (รอการยืนยัน)
  16. พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
  17. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
  18. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  19. นายอรรถกร ศิริลัทยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา
  20. นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
  21. นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมเพื่อความมั่นคงของมนุษย์
  22. นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  23. นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  24. นายองอาจ วงษ์ประยูร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
  25. นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (แทนสันติ)
  26. นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
  27. นายวรโชติ สุคนธ์ขจร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ความสำคัญของการ อัปเดต ครม.อนุทิน 1

การ อัปเดต ครม.อนุทิน 1 เกือบ 100 % แล้ว คาดนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ในสัปดาห์นี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบริหารประเทศ เพราะเป็นการกำหนดทิศทางและนโยบายของรัฐบาลในอนาคต การมีคณะรัฐมนตรีที่พร้อมทำงานและมีวิสัยทัศน์ จะช่วยขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ การตรวจสอบคุณสมบัติอย่างละเอียดถี่ถ้วน แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในการคัดเลือกบุคลากรที่มีความเหมาะสม เพื่อเข้ามาบริหารประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีชื่อของนายสันติ ปิยะทัต กรรมการผู้จัดการบริษัท เค.ซี. พร็อพเพอร์ตี้ (KC) ซึ่งเป็นผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ถูกเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วย รอการยืนยันผลอีกด้วย

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า ภายในสัปดาห์นี้จะสามารถนำรายชื่อคณะรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อกว่า 40 ราย ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1-2 วัน

สถานการณ์การเมืองไทยยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เข้าใจถึงทิศทางและนโยบายของประเทศ การ อัปเดต ครม.อนุทิน 1 เกือบ 100 % แล้ว คาดนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ในสัปดาห์นี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงอีกมากมายที่กำลังจะเกิดขึ้น

การจัดตั้งรัฐบาลใหม่และการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาประเทศ การมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและวิสัยทัศน์ จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ให้ก้าวหน้าต่อไปได้ หวังว่าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่นี้ จะสามารถนำพาประเทศไทยไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองและสร้างประโยชน์สุขให้กับประชาชนอย่างแท้จริง

ที่มา – อัปเดต ครม.อนุทิน 1 เกือบ 100 % แล้ว คาดนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ในสัปดาห์นี้