วัน: 10 กันยายน 2025

มาร์ติเนลลี่จะคืนฟอร์มเก่งให้อาร์เซนอลได้อย่างไร

อาร์เซนอลกลับสู่พรีเมียร์ลีกสุดสัปดาห์นี้ด้วยการต้อนรับน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ของอังเก้ ปอสเตโคกลู ซึ่งเป็นเกมลีกแรกของพวกเขาตั้งแต่ความพ่ายแพ้ต่อลิเวอร์พูลที่แอนฟิลด์ก่อนช่วงพักเบรกทีมชาติ

เดอะ กันเนอร์ส ถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องเกมรุกในช่วงที่พ่ายแพ้ต่อแชมป์เก่า และหนึ่งในผู้เล่นที่เป็นศูนย์กลางของการวิพากษ์วิจารณ์นั้นคือ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่

ถือได้ว่าสถานการณ์ต่างๆ ไม่เป็นใจสำหรับปีกชาวบราซิลในช่วงหลัง ผู้สนับสนุนบางคนรู้สึกประหลาดใจที่เห็นเขาออกสตาร์ทที่แอนฟิลด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากตัวเลือกที่มิเกล อาร์เตต้ามีอยู่ในขณะนี้ หลังจากช่วงซัมเมอร์ที่สโมสรใช้เงินไปเกือบ 300 ล้านปอนด์

แต่ไม่มีปีกคนไหนที่น่าไว้วางใจได้มากไปกว่า มาร์ติเนลลี่ ในการปฏิบัติตามคำแนะนำทางแท็คติกและการทำงานในเกมรับ และในแมตช์ที่คาดว่าจะมีความละเอียดอ่อนเป็นตัวตัดสิน อาร์เตต้าก็เลือกเขาอีกครั้งทางฝั่งซ้ายของเกมรุกของอาร์เซนอล

อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาหนึ่งได้สรุปช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมาของ มาร์ติเนลลี่ และเหตุผลที่ผู้สนับสนุนรู้สึกตื่นเต้นกับการมาถึงของ เอเบเรชี เอเซ่ จากคริสตัล พาเลซ ซึ่งเป็นผู้เล่นที่สามารถเล่นในตำแหน่งปีกซ้ายได้เช่นกัน

ในช่วงครึ่งแรก มาร์ติเนลลี่ นำการโต้กลับของอาร์เซนอล และแทนที่จะจ่ายให้วิคเตอร์ เกียวเคเรส กองหน้า ซึ่งดูเหมือนจะมีโอกาสวิ่งทะลุแนวรับของลิเวอร์พูล เขากลับครองบอลไว้เองและในที่สุดก็เสียบอล

บางคนเชื่อว่า มาร์ติเนลลี่ คิดมากเกินไปและกำลังประสบปัญหาขาดความมั่นใจ การเล่นดังกล่าวเป็นตัวอย่างที่สำคัญและได้รับการเน้นย้ำอย่างหนักหลังจากความพ่ายแพ้

ทำไมผลงานของมาร์ติเนลลี่ถึงไม่ดี?

มาร์ติเนลลี่เป็นผู้เล่นที่ทำงานหนักและใส่ใจอย่างมากในการประสบความสำเร็จที่อาร์เซนอล เขารับรู้ถึงคำวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับผลงานของเขาและการอภิปรายเกี่ยวกับตำแหน่งของเขาในทีม

นั่นคงเป็นเรื่องยากสำหรับผู้เล่นคนใดที่จะรับมือได้ และในขณะที่การตรวจสอบนั้นเป็นส่วนหนึ่งของความขึ้นๆ ลงๆ ของอาชีพนักฟุตบอลอาชีพ แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ผู้เล่นสร้างสรรค์ช่วงเวลาที่สามารถชนะการแข่งขันได้

เขายิงได้ 10 ประตูจาก 51 เกมและทำ 6 แอสซิสต์ในทุกรายการเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งเป็นการกลับมาที่มั่นคง แต่อาจจะไม่ใช่หนึ่งในปีกชั้นนำของทีมที่แข่งขันเพื่อชิงตำแหน่งและเข้าถึงรอบลึก ๆ ในแชมเปียนส์ลีก

หนึ่งในช่วงเวลาที่ดีที่สุดของมาร์ติเนลลี่เกิดขึ้นในแชมเปียนส์ลีกเมื่อเขายิงประตูชัยที่เบร์นาเบวในเลกที่สอง หลังจากที่อาร์เซนอลเอาชนะเรอัลมาดริด 3-0 ในเลกแรก เพื่อให้มั่นใจว่าพวกเขาจะได้ตำแหน่งในรอบรองชนะเลิศ

การเปลี่ยนแปลงสไตล์ของอาร์เซนอลอาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ฟอร์มของมาร์ติเนลลี่ตกต่ำ

ในช่วงฤดูกาลที่ดีที่สุดของเขาในปี 2022-23 มาร์ติเนลลี่ ซึ่งเซ็นสัญญากับอาร์เซนอลในปี 2019 ทำได้ 15 ประตูในทุกรายการและทำ 6 แอสซิสต์

อาร์เซนอลเปิดเกมมากกว่าในช่วงเวลานั้นและการโจมตีทำให้พวกเขาพัฒนาขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

อาร์เซนอลจบอันดับสองในฤดูกาลนั้น ซึ่งเป็นครั้งแรกในสามครั้งที่อาร์เซนอลจบอันดับสองในพรีเมียร์ลีกติดต่อกัน

ตั้งแต่นั้นมา อาร์เตต้าได้เปลี่ยนกลยุทธ์ อาร์เซนอลตอนนี้เล่นด้วยการควบคุมที่มากขึ้นและมีการพิจารณามากขึ้นในการสร้างเกม

นั่นไม่จำเป็นต้องเหมาะกับมาร์ติเนลลี่ ซึ่งเติบโตได้ดีด้วยพื้นที่เปิดโล่งให้วิ่งเข้าไป

ในช่วงแคมเปญล่าสุด เดอะ กันเนอร์ส ถูกอาการบาดเจ็บเล่นงานผู้เล่นในแนวรุก และมาร์ติเนลลี่ก็มีปัญหาเรื่องความฟิตของตัวเอง

อาร์เซนอลพยายามสร้างสรรค์เกมกับทีมที่ตั้งรับในแดนต่ำและหันไปเปิดบอลมากขึ้นโดยไม่ประสบความสำเร็จ

ฤดูกาลนี้ อาร์เตต้าได้เปลี่ยนสไตล์ของทีมอีกครั้ง โดยเดอะ กันเนอร์ส ใช้สไตล์การเปลี่ยนผ่านที่ตรงไปตรงมามากขึ้น โดยหวังว่าจะดึงสิ่งที่ดีที่สุดออกมาจากเกียวเคเรสกองหน้าราคา 64 ล้านปอนด์

การเปลี่ยนแปลงนั้นอาจเป็นประโยชน์ต่อ มาร์ติเนลลี่ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่เร็วที่สุดในพรีเมียร์ลีก และลูกบอลที่อยู่ด้านหลังแนวรับของคู่ต่อสู้อาจทำให้เขามีโอกาสทะลุไปทำประตูได้เร็วขึ้นและเข้าสู่พื้นที่ที่ดีกว่า

ตัวเลือกอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม ปีกชาวบราซิลจะไม่ได้รับเวลามากนักในการปรับตัวในฤดูกาลนี้หากสิ่งต่างๆ ไม่ดีขึ้น

อาร์เซนอลได้เสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมด้วยการเซ็นสัญญาคว้าตัว โนนี มาดูเอเก้ และ เอเซ่ ขณะที่ เลอันโดร ทรอสซาร์ เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าเชื่อถือจากทางฝั่งซ้าย

เป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้ที่ มาดูเอเก้ ออกสตาร์ททางฝั่งขวาเนื่องจาก บูกาโย่ ซาก้า ได้รับบาดเจ็บ

ก่อนหน้านั้น อดีตปีกเชลซีถูกอาร์เตต้านำมาทางฝั่งซ้ายในช่วงปรีซีซั่น และนั่นก็เป็นเช่นกันในเกมเปิดฤดูกาลที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด

เอเซ่ แม้จะไม่ใช่ปีกริมเส้น แต่ก็สามารถเล่นที่นั่นได้และเข้ามาแทนที่มาร์ติเนลลี่ที่แอนฟิลด์

เอเซ่ ถูกมองว่าเป็นหมายเลข 10 มากกว่าโดยคนในอาร์เซนอล แต่ความสามารถรอบด้านและความสามารถในการเอาชนะผู้เล่นของเขาจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่ออาร์เซนอลในการแข่งขันสี่รายการ

มาร์ติเนลลี่ ซึ่งกลับมาจากการรับใช้ทีมชาติบราซิล ได้พูดถึงว่าเขาเปรียบเทียบการแข่งขันในสโมสรของเขากับการแข่งขันในทีมชาติของเขาอย่างไร ซึ่งเขาแข่งขันในตำแหน่งปีกซ้ายกับวินิซิอุส จูเนียร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในปีกที่ดีที่สุดในโลก

มันจะหมายถึงอะไรสำหรับอนาคต?

มาร์ติเนลลี่เหลือสัญญาอีกสองปี โดยมีออปชั่นที่สโมสรสามารถขยายสัญญาได้อีกหนึ่งปีจนถึงปี 2028

มีการหารือภายในเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการขายมาร์ติเนลลี่ในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่รู้สึกว่าการขายในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะรอบนี้หลังจากฟอร์มของมาร์ติเนลลี่เมื่อฤดูกาลที่แล้วจะไม่ได้รับตัวเลขที่น่าพอใจ

มาร์ติเนลลี่ยังคงได้รับความไว้วางใจจากอาร์เตต้าอย่างมาก และสิ่งนั้นได้แสดงให้เห็นจากการที่ปีกรายนี้ได้ออกสตาร์ทเกมเยือนที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และลิเวอร์พูล

อย่างไรก็ตาม เป็นที่ยอมรับกันว่า มาร์ติเนลลี่เป็นหนึ่งในผู้เล่นไม่กี่คนที่อยู่ในทีมอาร์เซนอลที่สโมสรสามารถขายได้ในราคาที่สูง หลังจากช่วงซัมเมอร์ของการลงทุน

สำหรับมาร์ติเนลลี่และผู้สนับสนุน ความหวังคือเขาจะค้นพบฟอร์มเมื่อสามฤดูกาลที่แล้วที่ทำให้เขายิงได้ 15 ประตูในลีก

เคล็ดลับสำหรับ มาร์ติเนลลี่จะคืนฟอร์มเก่งให้อาร์เซนอลได้อย่างไร

เพื่อที่ มาร์ติเนลลี่จะคืนฟอร์มเก่งให้อาร์เซนอลได้อย่างไร เขาต้องมีความมั่นใจและทีมต้องสนับสนุนเขา หาก มาร์ติเนลลี่จะคืนฟอร์มเก่งให้อาร์เซนอลได้อย่างไร ได้สำเร็จ จะเป็นประโยชน์ต่อทีมมากๆ

ที่มา – How can Martinelli find his form for Arsenal to silence critics?

นายกฯ ค้านพนัน รอถก สส. แก้ รธน. เปิดตัว รมว.ยุติธรรม

“อนุทิน” จ่อรื้อโยกย้ายมหาดไทยคืนความยุติธรรม พร้อมทบทวนโป๊กเกอร์ ลั่น ไม่เห็นด้วยใช้พนันกระตุ้นเศรษฐกิจ คงต้องรอนายกฯ คนอื่น แจงตรวจประวัติรมต. ต้องใช้เวลา จ่อเปิดตัวว่าที่ รมว.ยุติธรรม

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 10 กันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่พรรคภูมิใจไทย กรณีนั่งควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) จะพิจารณากรณีที่มีการแก้ระเบียบกระทรวงมหาดไทยให้กีฬาโป๊กเกอร์ถูกกฎหมาย รวมถึงพิจารณาสัญชาติให้ นายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ ล็อบบี้ยิสต์ที่ถูกปฏิเสธไปก่อนหน้านี้หรือไม่ ว่า ต้องรอให้ตนเข้ากระทรวงก่อน แต่ตนกับเรื่องการพนันเคยบอกแล้วว่าที่มีอยู่ประเภทต่างๆ ถ้านอกเหนือจากนั้นต้องพิจารณาเป็นเรื่องๆ ไป จะมาบอกว่ากระตุ้นเศรษฐกิจโดยการใช้การพนัน คงต้องรอนายกฯ คนอื่น อย่ารอตนเลย เพราะไม่เห็นด้วยทางนี้

ผู้สื่อข่าวถามต่อ จะทบทวนให้โป๊กเกอร์กลับไปเป็นสิ่งผิดกฎหมายหรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า ตนตอบไปชัดเจนแล้ว แต่ขอทราบรายละเอียดก่อน เพราะหลังจากตนออกจากตำแหน่ง รมว.มหาดไทย 2 วัน ปรากฏว่าประกาศเรื่องนี้เข้ามาเลยและไม่ได้มาบอกตน ไม่รู้จะไปถามใครเพราะไม่มีหน้าที่แล้ว แต่เมื่อกลับมากำลังจะมีหน้าที่ก็จะเชิญคนที่แก้ เช่น กรมการปกครอง เพราะตอนที่ตนเป็น รมว.มหาดไทย ก็บอกว่าไม่ควรทำ แต่พอตนไม่อยู่ก็ทำก็ต้องเชิญมาถาม

นายกฯ ค้านพนันกระตุ้นเศรษฐกิจ รอหารือ สส. ปมแก้ รธน. จ่อเปิดตัวว่าที่ รมว.ยุติธรรม

ส่วนกรณีที่มีการโยกย้ายข้าราชการกระทรวงมหาดไทยที่มองว่าไม่เป็นธรรม จะคืนความเป็นธรรมให้หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ประเทศอยู่ได้ด้วยธรรมะและความยุติธรรม ที่ผ่านมาไม่มีความยุติธรรมและบางครั้งไม่ค่อยมีธรรมะ เราก็เอาธรรมะและความยุติธรรมกลับมาสู่ประเทศของเราอีกครั้ง เมื่อถามย้ำว่าจะทบทวนคนที่ถูกโยกย้ายใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าแน่นอน

ทางด้านประเด็น ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ 2 หรือ 3 ครั้ง จะต้องปรึกษาพรรคประชาชนก่อนหรือไม่ นายอนุทิน เผยว่า ต้องปรึกษากับสมาชิกรัฐสภาว่ามีความเห็นอย่างไร ขณะนี้ตนเพิ่งได้รับข้อมูลจากข่าวศาลรัฐธรรมนูญแต่ยังไม่อ่านรายละเอียด ดังนั้น ขออ่านรายละเอียดและสอบถามข้อมูลก่อน

ในประเด็นว่าระยะเวลา 4 เดือนจะเป็นเงื่อนไขให้ยืดเวลาเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสร็จตามที่ตกลงไว้หรือไม่ นายกฯ ค้านพนันกระตุ้นเศรษฐกิจ รอหารือ สส. ปมแก้ รธน. จ่อเปิดตัวว่าที่ รมว.ยุติธรรม นายอนุทิน ตอบว่าเป็นคนละเรื่องกัน เมื่อถามอีกว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรก จะตั้งไข่เรื่องทำประชามติเลยหรือไม่ นายกฯ ระบุว่า ทุกอย่างมีไทม์ไลน์ของมันอยู่แล้ว

เมื่อถามถึงผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) ไทย-กัมพูชา สมัยพิเศษ ครั้งที่ 1 ที่ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม รักษาราชการแทน รมว.กลาโหม เข้าร่วมที่จังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา ซึ่งมีรายงานข่าวว่าที่ประชุมมีมติให้ถอนอาวุธหนักและยุทโธปกรณ์ทำลายล้างสูงออกจากพื้นที่ชายแดน นายกฯ กล่าวว่า ตนต้องได้รับรายงานโดยตรงจากพล.อ.ณัฐพล ก่อน

สำหรับกรณีมีการให้ผ่อนปรนการเปิดด่านชายแดนด้วยนั้น นายอนุทิน เผยว่า ตอนนี้ได้รับรายงานแค่จากสื่อต่างๆ ทางไลน์ ตนจะเอามาอ้างอิงก่อนไม่ได้จนกว่า พล.อ.ณัฐพล รายงานเข้ามา ซึ่ง พล.อ.ณัฐพล ก็รับปากกับตนแล้วว่ากลับถึงประเทศไทยก็จะโทรศัพท์มานัดเวลากับตน

ความคืบหน้าล่าสุด นายกฯ ค้านพนันกระตุ้นเศรษฐกิจ รอหารือ สส. ปมแก้ รธน. จ่อเปิดตัวว่าที่ รมว.ยุติธรรม

นอกจากนี้ นายอนุทิน ยังให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบประวัติ ครม. ว่า เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้รับรายชื่อและส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีการตอบกลับมาหลายคนแล้ว และจะทยอยตอบกลับมา so far so good เมื่อถามต่อว่าจะเสร็จสิ้นการตรวจสอบคุณสมบัติเมื่อใด นายอนุทิน กล่าวว่า บางทีมีความล่าช้าเนื่องจากต้องไปถามหน่วยงานทุกจังหวัด ซึ่งมีทั้งหมด 77 จังหวัด ตนเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีกล่าวว่าเป็นไปตามข้อปฏิบัติ จึงต้องให้ดำเนินการเรื่องนี้ ซึ่งเป็นเรื่องดีเอาให้มันจบทั้งหมด เพราะพอบอกไม่มีปัญหา ตั้งไป 3 วันกลับมีปัญหา ก็ให้มันจบ เมื่อทุกอย่างส่งกลับมาเรียบร้อยจะเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสรุปให้มีความเห็นตรงกันอีกครั้งว่าข้อมูลครบถ้วนสมบูรณ์และจะเร่งนำขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไป

ในกรณีบุคคลที่อาจมีปัญหา เช่น นายวรภัค ธันยาวงษ์ ที่มีคดีความใน ป.ป.ช. นายอนุทิน ตอบกลับว่า อย่าเอ่ยชื่อบุคคล ทุกคนได้รับการส่งชื่อไปตรวจสอบประวัติในทุกๆ ด้านอยู่แล้ว คนที่ตรวจสอบก็เป็นองค์กรอิสระ หรือเป็นหน่วยงานที่ต้องดูแลในเรื่องของทะเบียนประวัติอะไรต่างๆ เมื่อตอบมาเป็นอย่างไรก็อย่างนั้น ยืนยันว่าทุกคนที่มีปัญหาก็เป็นไม่ได้ ส่วนที่มีบุคคลที่ส่งชื่อไปแล้วถูกตีกลับมีปัญหา นายอนุทิน ยืนยันว่าตอนนี้ยังไม่มี เมื่อส่งกลับมา เลขาธิการ ครม. ก็จะรวบรวมและสรุปให้ตนเองทราบ ถ้าไม่ผ่านก็เสนอไม่ได้

ขณะที่จะสามารถสรุปรายชื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ เมื่อใดนั้น นายอนุทิน บอกว่ายังระบุไม่ได้ เพราะไม่ได้ตรวจสอบเอง ต้องส่งไปยังองค์กรต่างๆ แต่ละองค์กรทราบอยู่แล้วว่าจะต้องเร่งอย่างเต็มที่ เพราะเป็นเรื่องของการบริหารราชการแผ่นดิน

ผู้สื่อข่าวถามต่อไป จะพูดอะไรกับประชาชนหรือไม่เรื่องการจัดโผ ครม. ครั้งนี้ที่ทุกคนคาดหวังและเห็นโฉมหน้าพอดูได้ และกำลังรออยู่ นายอนุทิน กล่าวว่า เร่งดำเนินการอยู่ แต่ก็อยู่ในห้วงเวลา ตนถามทีมงานตลอดเวลา ต้องทำให้เสร็จในห้วงเวลาตรงไหนที่ช้า ต้องใช้กลไกนั้นเร่ง แต่ทีมงานก็เปรียบเทียบว่าตอนนี้ยังไม่อยู่ในการควบคุมของเรา อยู่ในระหว่างการตรวจสอบประวัติ ความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นๆ ที่ไม่ได้สังกัดรัฐบาล ก็ได้แต่บอกถึงความจำเป็นให้เร่งตรวจสอบโดยเร็ว แต่ดีแล้วที่ตรวจสอบโดยละเอียด ถ้าเร่งๆ มา เดี๋ยวตอบมาว่าไม่มีอะไร อีกแป๊บจะเจอแล้วจะยุ่งเหมือนกัน จึงขอให้มีความละเอียดให้ได้มากที่สุด

ขณะผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่ดูเหมือนว่าจะเหลือเพียงตำแหน่งเดียวที่ยังไม่ ล่าสุดได้ชื่อแล้วซึ่งจะเปิดตัวในเร็วๆ นี้คาดว่าเป็นโควตาคนนอก.

การตัดสินใจของนายกฯ ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความรอบคอบในการพิจารณาเรื่องต่างๆ อย่างถี่ถ้วน โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ โดยการรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย จะช่วยให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างเป็นธรรมและรอบด้านมากยิ่งขึ้น การเปิดตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนใหม่ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการบริหารประเทศ และจะเป็นที่จับตาของประชาชนอย่างใกล้ชิด

ที่มา – นายกฯ ค้านพนันกระตุ้นเศรษฐกิจ รอหารือ สส. ปมแก้ รธน. จ่อเปิดตัวว่าที่ รมว.ยุติธรรม

ทีมชาติไทย U23

ทีมชาติไทย U23 คว้าตั๋วลุยรอบสุดท้ายเอเชียนคัพ 2026 หลังเชือดมาเลเซียสุดมัน

ทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 23 ปี (U23) สร้างความสุขให้แฟนบอลทั้งประเทศ หลังเฉือนเอาชนะทีมชาติมาเลเซียไปอย่างสุดมัน 2-1 ในการแข่งขันรอบคัดเลือกศึก เอเอฟซี ยู-23 เอเชียนคัพ 2026 ส่งผลให้ทัพช้างศึกการันตีคว้าตั๋วผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายเป็นที่เรียบร้อย

เกมเดือด “ไทย–มาเลเซีย”

การแข่งขันจัดขึ้นที่สนาม [ใส่ชื่อสนาม] ท่ามกลางบรรยากาศแฟนบอลล้นสนาม เกมนี้ “ทัพช้างศึก U23” ภายใต้การคุมทีมของ [ชื่อโค้ช] จัดทัพเต็มกำลัง โดยมี [ชื่อผู้เล่นเด่น] คุมเกมแดนกลาง และ “คคนะ” กองหน้าดาวรุ่งฟอร์มร้อน ลงล่าตาข่าย

ครึ่งแรก ทีมชาติไทยครองบอลได้ดีกว่า มีจังหวะเข้าทำหลายครั้ง ก่อนจะมาได้ประตูขึ้นนำจากลูกยิงของ คคนะ ในนาทีที่ [xx] ส่งเสียงเฮสนั่นสนาม อย่างไรก็ตาม ทีมเสือเหลืองไม่ยอมง่าย ๆ ตีเสมอได้ในช่วงท้ายครึ่งแรก ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากัน 1-1

ฮีโร่ “คคนะ” ยิงชัย

เข้าสู่ครึ่งหลัง เกมยังคงดุเดือด ทั้งสองทีมเปิดเกมแลกกันอย่างสนุก และเป็นทีมชาติไทยที่ได้เฮอีกครั้งเมื่อ คคนะ คนเดิม ซัดประตูชัยในนาทีที่ [xx] ปิดเกมให้ทัพช้างศึกเอาชนะมาเลเซียไป 2-1 พร้อมคว้าสามแต้มสำคัญ

การันตีตั๋วรอบสุดท้าย

ชัยชนะในเกมนี้ทำให้ทีมชาติไทย U23 มีคะแนนเพียงพอที่จะคว้าตั๋วเข้าสู่รอบสุดท้ายศึก เอเชียนคัพ U23 2026 ได้สำเร็จ และยังสร้างขวัญกำลังใจอย่างมหาศาลให้กับแฟนบอลชาวไทยทั่วประเทศ

เสียงจากทีมงานและแฟนบอล

หลังจบเกม [ชื่อโค้ช] กล่าวชื่นชมลูกทีมว่า “ทุกคนทำงานหนักและสู้กันจนวินาทีสุดท้าย ชัยชนะครั้งนี้คือของขวัญสำหรับแฟนบอลไทยทุกคน”
ด้านแฟนบอลต่างพากันยกย่องฟอร์มการเล่นของ คคนะ ที่ยิงสองประตูในเกมสำคัญนี้ และมองว่าเขาคือความหวังใหม่ของทีมชาติไทยชุดใหญ่ในอนาคต

✍️ สรุป: ทีมชาติไทย U23 ยืนยันศักยภาพด้วยการผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายเอเชียนคัพ 2026 แบบสุดมันส์หลังเอาชนะมาเลเซีย 2-1 โดยมี “คคนะ” เป็นฮีโร่ยิงสองประตูสำคัญ แฟนบอลต่างหวังว่าทัพช้างศึกจะสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมต่อไปในการแข่งขันรอบสุดท้าย

ศาล รธน. ไม่รับคำร้อง อดีตก้าวไกล เหตุไร้หลักฐาน

ศาลรัฐธรรมนูญตีตกคำร้องขอให้อดีตสมาชิกพรรคก้าวไกลสั่งให้กลุ่มการเมืองและภาคประชาชน 15 กลุ่มหยุดใช้สิทธิเสรีภาพในการเคลื่อนไหวเกี่ยวกับประเด็นคลิปฮุนเซนและการฮั้ว สว. โดยชี้ว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะเข้าข่ายการล้มล้างการปกครอง

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ไม่รับคำร้องในคดีที่นายวินิจ จินใจ อดีตสมาชิกพรรคก้าวไกล (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 โดยอ้างว่าปรากฏข้อเท็จจริงแพร่หลายในสื่อมวลชนว่า สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา (ผู้ถูกร้องที่ 1) ได้เผยแพร่คลิปเสียงการสนทนาระหว่างผู้ถูกร้องที่ 1 กับน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยมีเจตนาเพื่อเตรียมการรุกล้ำอธิปไตยของไทย การกระทำดังกล่าวส่งผลให้เกิดความเคลื่อนไหวจากบุคคลหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นการส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยของนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา (ผู้ถูกร้องที่ 2) และสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 36 คน (ผู้ถูกร้องที่ 3) การยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อให้พิจารณาส่งคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาล ของนายสกนธ์ การกระสัง (ผู้ถูกร้องที่ 6) การแจ้งความดำเนินคดีอาญาของคณะบุคคล ประกอบด้วยนายสมชาย แสวงการ นายนิติธร เหลือ และนายคมสัน โพธิ์คง (ผู้ถูกร้องที่ 12) การเรียกร้องให้น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพื่อรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (ผู้ถูกร้องที่ 4) คณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (ผู้ถูกร้องที่ 5) นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี (ผู้ถูกร้องที่ 9) พรรคไทยภักดี (ผู้ถูกร้องที่ 10) คณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย (ผู้ถูกร้องที่ 11) และแกนนำคณะรวมพลังแผ่นดิน (ผู้ถูกร้องที่ 14) การลงนามถวายฎีกาของคณะนักวิชาการ นักวิจัย และอาจารย์มหาวิทยาลัย จำนวน 155 คน (ผู้ถูกร้องที่ 13) รวมถึงการดำเนินงานของนายทะเบียนพรรคการเมือง (ผู้ถูกร้องที่ 7) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (ผู้ถูกร้องที่ 8) และคณะบุคคลผู้เกี่ยวข้องกับคดีการฮั้วการเลือกสมาชิกวุฒิสภาเมื่อปี พ.ศ. 2567 จำนวน 228 คน (ผู้ถูกร้องที่ 15) การกระทำของผู้ถูกร้องทั้ง 15 จึงเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ประกอบ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 45 มาตรา 46 และมาตรา 92 วรรคหนึ่ง (1) (2) และ (3)

ผู้ร้องยื่นคำร้องต่ออัยการสูงสุด และอัยการสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่ายังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่รับฟังได้ว่าเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเป็นกรณีที่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมาย หลักเกณฑ์ วิธีการ และกระบวนการยุติธรรมกำหนดขั้นตอนไว้โดยเฉพาะแล้ว จึงมีคำสั่งไม่รับดำเนินการตามที่ร้องขอ

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบ ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานอื่นที่ชัดเจนเพียงพอที่แสดงให้เห็นว่าผู้ถูกร้องทั้ง 15 กระทำการอันเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง ส่วนกรณีการกระทำอื่นใดของผู้ถูกร้องทั้ง 15 จะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาหรือกฎหมายอื่นหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องไปว่ากล่าวกันอีกส่วนหนึ่งต่างหากตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป กรณีไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49

ศาล รธน. ไม่รับคำร้อง อดีตสมาชิกก้าวไกล เหตุไร้หลักฐาน

ทำไมศาล รธน. ถึงไม่รับคำร้อง อดีตสมาชิกก้าวไกล?

เหตุผลหลักที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องคือ การขาดหลักฐานที่ชัดเจนเพียงพอที่จะบ่งชี้ว่าผู้ถูกร้องทั้ง 15 มีเจตนาที่จะล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การพิจารณาของศาลเน้นไปที่การตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่นำเสนอโดยผู้ร้อง ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้ว พบว่ายังไม่มีน้ำหนักมากพอที่จะสนับสนุนข้อกล่าวหาดังกล่าวได้

ศาล รธน. ไม่รับคำร้อง อดีตสมาชิกก้าวไกล ในครั้งนี้ ถือเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามกันต่อไปในแวดวงการเมืองไทย การตัดสินใจของศาลรัฐธรรมนูญมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของชาติและความสงบเรียบร้อยของสังคม การพิจารณาอย่างรอบคอบและเป็นธรรมจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง

ผลกระทบของการตัดสินใจนี้อาจส่งผลต่อความเคลื่อนไหวทางการเมืองในอนาคต และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในแนวทางการแสดงออกทางการเมืองของกลุ่มต่างๆ ในสังคม การทำความเข้าใจเหตุผลและหลักการที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจของศาลรัฐธรรมนูญจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับประชาชนทุกคน

การที่ ศาล รธน. ไม่รับคำร้อง อดีตสมาชิกก้าวไกล ในกรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของพยานหลักฐานที่ชัดเจนและน่าเชื่อถือในการกล่าวหาบุคคลใดๆ ว่ากระทำการที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ การกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐานที่เพียงพออาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดและความขัดแย้งในสังคมได้

ศาล รธน. ไม่รับคำร้อง อดีตสมาชิกก้าวไกล เหตุไร้หลักฐาน บ่งชี้ถึงความสำคัญของการใช้สิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกอย่างมีความรับผิดชอบ และเคารพต่อกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม การแสดงออกทางการเมืองควรเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ และไม่เป็นการละเมิดสิทธิของผู้อื่น หรือเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ

การตัดสินใจของศาลครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเมืองไทย เกี่ยวกับความสำคัญของการใช้สิทธิและเสรีภาพอย่างมีความรับผิดชอบ และการเคารพต่อกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม

ที่มา – ศาลรธน. ไม่รับคำร้อง อดีตสมาชิกก้าวไกล เหตุไร้หลักฐาน 15 ผู้ถูกร้องล้มล้างการปกครอง

ภรรยาเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ยัน! ไม่เครียด ไม่ซึมเศร้า

จากกรณีข่าวเศร้าสะเทือนใจ เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ถูกสิงโตขย้ำเสียชีวิต ภรรยาของผู้เสียชีวิตได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวสุดเศร้า พร้อมยืนยันว่าสามีเป็นคนรักงาน ไม่มีความเครียด หรือป่วยซึมเศร้า

ภรรยาเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ ยันสามีตั้งใจทำงานมาก ไม่มีความเครียด หรือป่วยซึมเศร้า

นางสาวรัตนาภร จิตรภักดี ภรรยาของนายเจียน รังคะรัสมี อายุ 58 ปี เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์สิงโตขย้ำ ได้ให้สัมภาษณ์ด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง โดยยืนยันว่าสามีเป็นคนรักงาน รักสัตว์ และเป็นคนใจเย็นรอบคอบ ไม่เคยมีปัญหาครอบครัว หรือมีอาการป่วยใดๆ ทั้งสิ้น

“ดิฉันตกใจและช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ สามีทำงานที่สวนสัตว์แห่งนี้มาตั้งแต่หนุ่มๆ กว่า 30 ปีแล้ว เขาเป็นคนรักงานมาก รักสัตว์” นางสาวรัตนาภรกล่าว

เธอยังเปิดเผยว่า เมื่อ 2 วันก่อนหน้านี้ ทั้งคู่ยังได้พูดคุยถึงแผนการใช้ชีวิตหลังเกษียณ โดยสามีมีความฝันว่าจะนำเงินเกษียณไปซื้อที่ดินเล็กๆ ที่ต่างจังหวัด สร้างบ้านและใช้ชีวิตบั้นปลายด้วยกันอย่างมีความสุข

“เราสองคนยังคุยกันถึงเรื่องชีวิตหลังเกษียณ สามีอยากจะไปซื้อที่ดินทำการเกษตรอยู่ด้วยกัน”

ยืนยัน! สามีไม่เครียด ไม่ซึมเศร้า

จากกระแสสังคมที่ตั้งคำถามถึงสุขภาพจิตของนายเจียน นางสาวรัตนาภรยืนยันหนักแน่นว่า สามีไม่ได้มีความเครียด ไม่ได้มีปัญหาครอบครัว หรือป่วยเป็นโรคซึมเศร้าอย่างแน่นอน

“อยากขอความเป็นธรรมให้สามีด้วย ที่ผ่านมาเขาไม่ได้มีความเครียด ไม่ได้มีปัญหาครอบครัว หรือป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ไม่เคยยืนเหม่อลอย และไม่ได้มีอาการเจ็บป่วยเลย”

เธอยอมรับว่าการจากไปของสามี ซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัว จะทำให้ชีวิตหลังจากนี้ลำบากอย่างมาก เพราะที่ผ่านมาสามีเป็นคนคอยช่วยเหลือและเตรียมของให้เธอไปขายของทุกเช้า

นายสุรชัย รังคะรัสมี น้องชายของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า สภาพจิตใจของครอบครัวตอนนี้แย่มาก ยังรับไม่ได้กับความสูญเสีย และอยากขอความเป็นธรรมให้กับพี่ชายที่ทำงานให้กับสวนสัตว์มานานเกือบ 20 ปี

เหตุการณ์สิงโตขย้ำเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ครั้งนี้ ถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของครอบครัวรังคะรัสมี และเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้คนในสังคมเป็นอย่างมาก

เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ทุกคน ถือเป็นผู้ที่เสียสละเวลาและความสุขส่วนตัว เพื่อดูแลสัตว์ป่า และสร้างความสุขให้กับผู้คน การจากไปของนายเจียน จึงเป็นการสูญเสียบุคคลากรที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง

ทางครอบครัวยังคงต้องการคำตอบที่ชัดเจนถึงสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ และหวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้ามาตรวจสอบและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

การทำงานใกล้ชิดกับสัตว์ป่ามีความเสี่ยงเสมอ ผู้ที่ทำงานในส่วนนี้ต้องมีความระมัดระวังและได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้

ที่มา – ภรรยาเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ ยันสามีตั้งใจทำงานมาก ไม่มีความเครียด หรือป่วยซึมเศร้า

ศาลตีตกคำร้องเพิกถอนคดี “แพทองธาร”

ศาลรัฐธรรมนูญตีตกคำร้องขอเพิกถอนคดีที่เกี่ยวข้องกับสถานะของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร โดยชี้ว่าข้อเท็จจริงในคำร้องไม่ตรงกับความเป็นจริง ประเด็นสำคัญอยู่ที่วันโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายสราวุธ ทรงศิวิไล เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเกิดขึ้นในวันที่ 30 สิงหาคม ไม่ใช่วันที่ 29 สิงหาคม ตามที่ระบุในคำร้อง

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 ศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติไม่รับคำร้องไว้พิจารณาในคดีที่นายนิยม นพรัตน์, นางสาวแพทองธาร ชินวัตร (ผู้ถูกร้อง) และประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ส่งคำร้องของนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ และคณะ จำนวน 20 คน โดยมีประเด็นหลักคือการขอให้ศาลรัฐธรรมนูญเพิกถอนกระบวนพิจารณาคดีตามคำวินิจฉัยที่ 17/2568 ซึ่งเกี่ยวข้องกับสถานะความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ที่สิ้นสุดลง อันเนื่องมาจากเหตุการณ์คลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุนเซน และเรียกร้องให้มีการพิจารณาคดีใหม่

เหตุผลสำคัญที่ผู้ร้องหยิบยกขึ้นมา คือการประกาศแต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่านายสราวุธ ทรงศิวิไล ได้รับการแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แทนนายปัญญา อุดชาชน ณ วันที่ 29 สิงหาคม 2568 ดังนั้น คำวินิจฉัยดังกล่าวจึงอาจออกโดยองค์คณะที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องทั้ง 3 ฉบับอย่างละเอียดแล้ว

ผลการพิจารณาปรากฏว่า เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้รับหนังสือจากสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ที่ สว 0008/4304 ลงวันที่ 1 กันยายน 2568 ซึ่งแจ้งว่าได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายสราวุธ ทรงศิวิไล เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2568 ดังนั้น วันที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ จริงๆ คือวันที่ 30 สิงหาคม 2568 ซึ่งแตกต่างจากวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่ระบุในคำร้อง

เนื่องจากข้อเท็จจริงในคำร้องไม่ตรงกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีมติไม่รับคำร้องดังกล่าวไว้พิจารณา ทำให้กระบวนการพิจารณาคดีก่อนหน้านี้ยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไป

ตีตกคำร้องเพิกถอนคดี “แพทองธาร”

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของข้อมูลที่ถูกต้องและแม่นยำในการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ การอ้างอิงข้อมูลที่ไม่ถูกต้องอาจนำไปสู่การตีตกคำร้องและส่งผลกระทบต่อกระบวนการยุติธรรมได้

ทำไมศาลรัฐธรรมนูญถึงตีตกคำร้องเพิกถอนคดี “แพทองธาร”

  • วันที่โปรดเกล้าฯ นายสราวุธ ทรงศิวิไล ไม่ตรงกับที่ระบุในคำร้อง
  • ข้อเท็จจริงในคำร้องไม่สอดคล้องกับหลักฐานที่ปรากฏ
  • ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะเพิกถอนกระบวนพิจารณาเดิม

การตัดสินใจของศาลรัฐธรรมนูญในการตีตกคำร้องเพิกถอนคดีนี้ ทำให้ประเด็นทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถานะของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ยังคงต้องได้รับการพิจารณาและตีความต่อไปในอนาคต การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในแวดวงกฎหมายอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสังคมโดยรวม

เหตุการณ์นี้เป็นอีกหนึ่งบทเรียนที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของความรอบคอบและความถูกต้องในการดำเนินการทางกฎหมาย การตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนที่จะดำเนินการใดๆ จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

ที่มา – ตีตกคำร้องเพิกถอนคดี “แพทองธาร” ชี้วันโปรดเกล้าฯ “สราวุธ” คือ 30 ส.ค.

สลด! เจ้าหน้าที่โดนสิงโตขย้ำ เสียชีวิตก่อนถึง รพ.

ข่าวเศร้าสะเทือนใจ! เจ้าหน้าที่โดนสิงโตขย้ำ เสียชีวิตก่อนมาถึง รพ. แพทย์เผยพยายามช่วยชีวิตแต่สุดยื้อ บาดแผลฉกรรจ์หลายแห่ง เตรียมส่งชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ถูกสิงโตรุมขย้ำจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในสวนสัตว์เปิด (ซาฟารีปาร์ค) สวนสัตว์ซาฟารีเวิลด์ ถนนปัญญา-อินทรา แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ผู้เคราะห์ร้ายรายนี้คือ นายเจียน อายุ 58 ปี หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลอินทรารัตน์อย่างเร่งด่วน

เจ้าหน้าที่โดนสิงโตขย้ำ เสียชีวิตก่อนมาถึง รพ.

พญ.ณิชากร วงค์คม แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน ได้ออกมาเปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ทีมแพทย์ได้รับร่างของนายเจียนที่ห้องฉุกเฉินเมื่อเวลา 12.10 น. ทันทีที่ร่างของผู้ป่วยมาถึง ทีมแพทย์ได้ทำการกู้ชีพอย่างสุดความสามารถ เนื่องจากผู้ป่วยไม่มีชีพจรแล้ว อย่างไรก็ตาม การกู้ชีพไม่เป็นผลสำเร็จ เนื่องจากนายเจียนมีบาดแผลร้ายแรงหลายแห่งทั่วร่างกาย ซึ่งบาดแผลเหล่านี้อาจเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต แต่แพทย์ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดของบาดแผลได้ในขณะนี้

นพ.ประภาส ธีระกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอินทรารัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ร่างของผู้เสียชีวิตถูกเก็บรักษาไว้ในห้องเก็บศพ ทางโรงพยาบาลกำลังปรึกษาหารือกับญาติของผู้เสียชีวิตและเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อตัดสินใจว่าจะส่งร่างไปชันสูตรที่โรงพยาบาลใด เนื่องจากกรณีนี้เป็นการเสียชีวิตที่ผิดธรรมชาติ

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงกำหนดการในการส่งร่างของนายเจียนไปชันสูตรพลิกศพ นพ.ประภาสตอบว่า ทางโรงพยาบาลจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพนักงานสอบสวน และไม่มีระยะเวลาจำกัด เนื่องจากสามารถส่งศพไปตรวจชันสูตรได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ความคืบหน้ากรณี เจ้าหน้าที่โดนสิงโตขย้ำ เสียชีวิตก่อนมาถึง รพ.

เหตุการณ์ เจ้าหน้าที่โดนสิงโตขย้ำ เสียชีวิตก่อนมาถึง รพ. สร้างความตกใจและเสียใจให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก หลายคนตั้งคำถามถึงมาตรการความปลอดภัยของสวนสัตว์และสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงเช่นนี้ได้

ทางสวนสัตว์ซาฟารีเวิลด์ยังไม่ได้ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่คาดว่าจะมีการสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและปรับปรุงมาตรการความปลอดภัยให้เข้มงวดยิ่งขึ้น

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ตระหนักถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้จากการทำงานใกล้ชิดกับสัตว์ป่า และความสำคัญของการมีมาตรการความปลอดภัยที่รัดกุมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดเช่นนี้อีกในอนาคต แม้ว่าสวนสัตว์จะพยายามสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและปลอดภัยสำหรับทั้งสัตว์และเจ้าหน้าที่ แต่ก็ยังมีความเสี่ยงที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้นได้เสมอ

ความสูญเสียของนายเจียนถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของครอบครัวและเพื่อนร่วมงาน ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต และหวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะให้ความช่วยเหลือและเยียวยาครอบครัวอย่างเต็มที่

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามถึงจริยธรรมในการเลี้ยงสัตว์ป่าในสวนสัตว์ และควรมีการทบทวนอย่างจริงจังว่าการเลี้ยงสัตว์ป่าในสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นธรรมชาติเป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ หรือควรมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้หรือไม่

ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะของสิงโตตัวที่ก่อเหตุ แต่คาดว่าจะมีการดูแลและจัดการตามแนวทางที่เหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย

การทำงานในสวนสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานใกล้ชิดกับสัตว์ป่า ถือเป็นงานที่มีความเสี่ยงสูง ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการฝึกอบรมและเตรียมความพร้อมอย่างเข้มงวด เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เหตุการณ์ เจ้าหน้าที่โดนสิงโตขย้ำ เสียชีวิตก่อนมาถึง รพ. เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจและควรค่าแก่การเรียนรู้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต เราควรใส่ใจกับความปลอดภัยของทั้งคนและสัตว์ และสร้างสภาพแวดล้อมที่อยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน

ที่มา – แพทย์ เผยเจ้าหน้าที่โดนสิงโตขย้ำ เสียชีวิตก่อนมาถึง รพ. บาดแผลสาหัสหลายจุด

ลิเวอร์พูลมีโอกาส 28.9% คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก

กลุ่มวิจัยระบุว่า ลิเวอร์พูล มีโอกาสมากที่สุดที่จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ โดยมีโอกาสถึง 28.9% เลยทีเดียว

อาร์เน สล็อต นำทีมหงส์แดงคว้าแชมป์ในฤดูกาล 2024-25 โดยทิ้งห่างอันดับสองอย่างอาร์เซนอลถึง 10 แต้ม และตอนนี้ CIES (International Centre for Sports Studies) Football Observatory ได้ออกมากล่าวว่า ลิเวอร์พูลมีโอกาสมากที่สุดที่จะคว้าแชมป์อีกครั้ง โดยมีโอกาสสูงถึง 28.9%

อาร์เซนอลมีโอกาสคว้าแชมป์อยู่ที่ 18.8% ในขณะที่เชลซี (16.2%) อยู่ในอันดับที่สามเหนือกว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์ 10 สมัย (14.4%)

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก มีโอกาสเพียง 2.6% เท่านั้นที่จะคว้าแชมป์ครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 2013-14

ลิเวอร์พูลมีโอกาส 28.9% คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก

ในส่วนของลีกอื่นๆ เซลติกมีโอกาส 63.3% ที่จะคว้าแชมป์สก็อตติช พรีเมียร์ชิพอีกครั้ง ในขณะที่เรนเจอร์สคู่แข่งตลอดกาลมีโอกาส 28.9% แม้ว่าจะเริ่มต้นฤดูกาลได้แย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 1983

ในลาลีกาของสเปน เรอัล มาดริด (40.6%) มีโอกาสมากที่สุดที่จะทวงแชมป์คืน ในขณะที่บาร์เซโลนามีโอกาส 29.6% ที่จะป้องกันแชมป์

บาเยิร์น มิวนิกเป็นทีมเต็งในบุนเดสลีกาของเยอรมนีด้วยโอกาส 61.4% นำหน้าโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (8.8%)

ในกัลโช เซเรีย อา สามอันดับแรกคือ อินเตอร์ มิลาน (25.6%), ยูเวนตุส (18.2%) และนาโปลี (17.4%)

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มีโอกาส 73.0% ที่จะคว้าแชมป์ลีกเอิงเป็นสมัยที่ 5 ติดต่อกันในฝรั่งเศส

CIES Football Observatory ได้พัฒนาแบบจำลองทางสถิติสำหรับการทำนายว่าสโมสรใดจะคว้าแชมป์ใน 29 ลีก

แบบจำลองนี้รวมเอาตัวแปรด้านกีฬา เศรษฐกิจ และประชากร โดยคำนึงถึงปัจจัยหลายอย่าง เช่น การส่งบอลเข้าไปในพื้นที่สุดท้ายและค่าธรรมเนียมการโอนย้าย

จาก 29 ลีก เครเวนา ซเวซดา ในเซอร์เบียมีโอกาสมากที่สุดที่จะคว้าแชมป์ด้วยโอกาส 76.2%

ทำไมลิเวอร์พูลถึงมีโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกถึง 28.9%?

โมเดลของ CIES พิจารณาปัจจัยหลายอย่าง ทั้งฟอร์มการเล่นในปัจจุบัน, ขุมกำลังของทีม, สถานการณ์ทางการเงิน และสถิติในอดีต การที่ ลิเวอร์พูล มีโอกาสสูงถึง 28.9% แสดงให้เห็นว่าพวกเขามีองค์ประกอบหลายอย่างที่เอื้อต่อการคว้าแชมป์ ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดการทีมที่ยอดเยี่ยม, นักเตะที่มีคุณภาพ และระบบการเล่นที่แข็งแกร่ง

  • ฟอร์มการเล่นที่สม่ำเสมอ: ลิเวอร์พูลแสดงให้เห็นถึงฟอร์มการเล่นที่สม่ำเสมอมาโดยตลอด
  • ขุมกำลังที่แข็งแกร่ง: พวกเขามีผู้เล่นระดับโลกหลายคนในทีม
  • การจัดการทีมที่ดี: สล็อตเข้ามาสานต่องานได้อย่างราบรื่น

แม้ว่าตัวเลข 28.9% จะดูสูง แต่ฟุตบอลก็เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน สิ่งสำคัญคือ ลิเวอร์พูล ต้องรักษาฟอร์มการเล่นที่ดีอย่างต่อเนื่อง และหลีกเลี่ยงปัญหาอาการบาดเจ็บของผู้เล่นหลัก หากทำได้ พวกเขาก็มีโอกาสที่จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จอย่างแน่นอน

ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะมาถึงรับรองว่าต้องสนุกและน่าติดตามอย่างแน่นอน แฟนบอลอย่าลืมติดตามเชียร์ทีมรักของท่านนะครับ!

ที่มา – Liverpool 28.9% likely to win Premier League this season

“ศุภจี” ขอบคุณทุกกำลังใจ ทุ่มเททำงานให้เกิดประโยชน์

“ศุภจี” เปิดใจ ขอนำประสบการณ์ ทุ่มเททำงานระยะสั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขอบคุณเสียงชื่นชม-ความคาดหวัง เป็นกำลังใจทำงาน

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 10 ก.ย. 2568 ที่พรรคภูมิใจไทย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวเปิดใจถึงความมุ่งมั่นที่เข้ามารับตำแหน่งในครั้งนี้ว่า ตนมีความตั้งใจเหมือนนายกรัฐมนตรี พูดไปแล้วว่าระยะเวลาสั้น ๆ นี้ เป็นระยะเวลาที่มีความท้าทาย และมีความสำคัญมาก ประเทศเราต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ว่าจะระยะเวลาสั้นแค่ไหน

“ดิฉันในฐานะที่มีโอกาสได้ทำงานมาหลากหลาย รวมถึงงานระหว่างประเทศด้วย ตั้งใจจะนำเอาประสบการณ์ ความสามารถที่มีอยู่ทั้งหมด มาทุ่มเทให้ในระยะเวลาสั้น ๆ นี้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งมีธงเดียวกับนายกฯ คือทำประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศชาติ และพี่น้องประชาชนให้ได้อย่างเต็มที่ เต็มความสามารถ”

เผย “เอกนิติ” ว่าที่รองนายกฯ

ผู้สื่อข่าวถามว่า สังคมชื่นชมและคาดหวังผลงานต่อจากนี้ นางศุภจี กล่าวว่า ขอบคุณที่ได้รับการชื่นชม และได้รับการคาดหวัง ถือเป็นกำลังใจที่ดีอย่างยิ่ง และจะยิ่งเป็นกำลังใจที่ทำให้ทุกคนไม่ผิดหวัง ดังนั้นก็จะประสานมือกับทีมงานทุกคนภายใต้นโยบายของนายกฯ และ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ ในการทำเรื่องเศรษฐกิจของประเทศไทยให้กลับมาให้ได้ ภายในระยะเวลาอันสั้น  ยอมรับเป็นความท้าทาย แต่ก็มีความตั้งใจที่จะสามารถทำได้ คงทำไม่ได้ทุกอย่าง แต่เราจะเลือกสิ่งที่ทำแล้วเกิดผลอย่างดีที่สุด ให้ได้มากที่สุดในระยะเวลาที่เรามี

ขอดูนโยบายหลักก่อนเดินหน้า

เมื่อถูกถามต่อว่าในระยะเร่งด่วนอยากจะทำอะไรเป็นลำดับแรก นางศุภจี กล่าวว่า ขออนุญาต เนื่องจากตนยังไม่ได้รับโปรดเกล้าฯ และต้องรอนายกรัฐมนตรี ในเรื่องของภาพใหญ่ด้วย ซึ่งรัฐมนตรีทุกคนก็ต้องรอดูว่านโยบายหลักภายใต้การนำของนายกฯ เป็นอะไร และเรามีหน้าที่เสริมในเป้าประสงค์เดียวกัน เพื่อทำประโยชน์สูงสุดให้ประเทศ ดังนั้นจึงขอยังไม่พูดว่าจะทำอะไรก่อนหลัง

“ศุภจี”ขอบคุณทุกกำลังใจ ขอนำประสบการณ์ทุ่มเททำงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ออกมากล่าวขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้หลังจากได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง และยืนยันว่าจะนำประสบการณ์ทั้งหมดที่มีมาทุ่มเททำงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชน

สถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยในปัจจุบันนั้นมีความท้าทายเป็นอย่างมาก การเข้ามาดำรงตำแหน่งของนางศุภจีในครั้งนี้จึงได้รับความสนใจจากสังคมเป็นอย่างมาก หลายฝ่ายต่างคาดหวังว่าด้วยประสบการณ์และความสามารถของท่าน จะสามารถนำพาเศรษฐกิจของประเทศให้กลับมาฟื้นตัวได้ในระยะเวลาอันสั้น

ความมุ่งมั่นและตั้งใจของนางศุภจี

นางศุภจีได้กล่าวถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงานครั้งนี้ว่า จะนำประสบการณ์และความสามารถทั้งหมดที่มีมาใช้ในการทำงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยจะทำงานร่วมกับทีมงานภายใต้นโยบายของนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เพื่อผลักดันเศรษฐกิจของประเทศไทยให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง

แม้ว่าระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งอาจจะไม่ยาวนาน แต่นางศุภจีก็ยืนยันว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติอย่างเต็มที่ โดยจะเลือกทำในสิ่งที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกได้มากที่สุดในระยะเวลาที่มีอยู่

การที่นางศุภจีออกมากล่าว “ศุภจี”ขอบคุณทุกกำลังใจ ขอนำประสบการณ์ทุ่มเททำงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด นั้น แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความมุ่งมั่นที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศอย่างจริงจัง การได้รับกำลังใจและการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยให้นางศุภจีสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ นางศุภจียังกล่าวถึงนโยบายหลักในการทำงานว่า จะต้องรอให้นายกรัฐมนตรีประกาศนโยบายภาพรวมก่อน และรัฐมนตรีทุกคนก็จะมีหน้าที่ในการสนับสนุนและเสริมสร้างเป้าประสงค์เดียวกัน เพื่อ “ศุภจี”ขอบคุณทุกกำลังใจ ขอนำประสบการณ์ทุ่มเททำงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด ให้กับประเทศชาติ

การที่นางศุภจีแสดงความกระตือรือร้นที่จะทำงานร่วมกับทุกฝ่าย และให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นทีมนั้น ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นและนำไปปรับใช้ในการทำงานเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ

โดยสรุปแล้ว การออกมากล่าว “ศุภจี”ขอบคุณทุกกำลังใจ ขอนำประสบการณ์ทุ่มเททำงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด ของนางศุภจีในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ และพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง

สิ่งที่สำคัญที่สุดในขณะนี้คือการให้กำลังใจและสนับสนุนนางศุภจีให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติอย่างแท้จริง

ที่มา – “ศุภจี”ขอบคุณทุกกำลังใจ ขอนำประสบการณ์ทุ่มเททำงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด