วัน: 13 กันยายน 2025

“อนุทิน” ยันตั้งใจจริงแก้ รธน. กรอบ 4 เดือนทัน

“อนุทิน ชาญวีรกูล” เร่งทำนโยบายเตรียมแถลงรัฐสภา เดินหน้าทำตามข้อตกลง เชื่อมั่น “อนุทิน” ยันตั้งใจจริงแก้ รธน. กรอบ 4 เดือนทัน บอกไม่มีหรอก MOA มีแต่ MOU และตั้งใจจริงจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยดึง “บวรศักดิ์” ช่วยงาน เชื่อว่าจะทันภายใน 4 เดือนตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้

วันที่ 13 ก.ย. 2568 ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมร่วมกับว่าที่รัฐมนตรี เพื่อเตรียมจัดทำคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่า เป็นการประชุมเพื่อจัดทำร่างนโยบายของรัฐบาล ใน MOA ระบุว่าการยุบสภาคือ 4 เดือนหลังแถลงนโยบาย เราต้องการให้ทุกอย่างดำเนินไปด้วยความรวดเร็ว เข้ามาปุ๊บมีนโยบายเตรียมพร้อม ทำหนังสือขอให้ประธานรัฐสภาเปิดประชุมเพื่อแถลงนโยบายและยุบสภาโดยเร็ว เมื่อถามถึงนโยบายเร่งด่วนใน 4 เดือน นายอนุทิน กล่าวว่า ขอให้ทำนโยบายเรียบร้อยก่อน ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่ได้พูดเอาไว้ เช่น การแก้ไขสถานการณ์ไทย-กัมพูชา การทำประชามติเพื่อนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชน ทั้งนี้โครงการคนละครึ่งก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่ง ช่วงระยะเวลา 4 เดือน ที่เราต้องใช้อย่างเต็มที่ แต่จะได้ถึงระดับไหน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ รวมไปถึงการนำสิ่งที่ประชาชนคาดหวังมาปัดฝุ่น เช่น โครงการคนละครึ่ง

เมื่อถามว่าใน 4 เดือนนี้การันตีผลงานรูปธรรมแน่นอนใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ผลงานการทำงานของตนเองที่ผ่านมาก็มีผลงานเรื่อย ๆ ส่วน MOA จะทำให้มีความกดดันในการทำงานหรือไม่นั้น MOA แปลว่าอะไร ใครไปเรียกก็ไม่รู้ จริง ๆ ไม่มี MOA ขยายมาจาก MOU แปลว่า Memorandum of Understanding คือการทำความเข้าใจ ต้องมีการจดบันทึก แต่ MOA แปลว่าข้อตกลง Agreement ไม่ต้องมี MO มีแต่ A ผู้สื่อข่าวถามว่าข้อตกลงสามารถผ่อนปรนได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราทำตามให้มากที่สุด ง่ายดี ไม่ต้องเถียงกับใคร อย่างน้อยตนเองก็ทำตามข้อ 4 และ 5 ไม่พยายามทำตัวเป็นเสียงข้างมาก และไม่คิดจะทำอยู่แล้วรับสภาพรัฐบาลเสียงข้างน้อย ซึ่งคนทีเซ็นกับเรา ต่างคนก็ต่างรักษาสัญญา ทำให้รัฐบาลนี้เดินไปสู่วันที่ยุบสภาโดยเร็ว ตามข้อตกลงระบุว่าเริ่มนับ 4 เดือน หลังการแถลงนโยบาย ถ้ารอกระบวนการทูลเกล้าฯ และถวายสัตย์ปฏิญาณ 6 สัปดาห์ แล้วแถลงนโยบายแปลว่าเจตนารมณ์เราไม่ดี ตนเองจึงทำเรื่องเสนอทูลเกล้าฯ เลย และร่างนโยบายให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขณะนี้ทำกรอบใหญ่ก่อน และให้พรรคร่วมรัฐบาลอื่นมารับทราบด้วย ไม่ใช่ยัดเยียดเหมือนที่ผ่านมา เพราะพรรคร่วมรัฐบาลไม่มีปากมีเสียงเลย เป็นนโยบายของพรรคแกนนำอย่างเดียวเลยมีปัญหาทำงานไม่มีความสามัคคี ดังนั้นตอนนี้เรามีเวลาน้อย และมีเจตนารมณ์ร่วมกัน ก็เป็นไปตามนั้น

“อนุทิน” ยันตั้งใจจริงแก้ รธน. กรอบ 4 เดือนทัน

นายอนุทิน ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรอบระยะเวลาทำงาน 4 เดือน จะทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญทันหรือไม่ ว่าตามระบบทันอยู่แล้ว แต่ต้องปรึกษาคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้วย เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง เนื่องจากจะมีการยุบสภา ซึ่งหากทำประชามติให้ทันพร้อมยุบสภาจะทำให้ประหยัดงบประมาณด้วย และพอเป็นประชามติรัฐบาลต่อไปเข้ามาก็จะใช้อ้างอิงเพื่อสามารถดำเนินเรื่องต่อไปได้ เมื่อถามว่า ศาลรัฐธรรมนูญไม่ให้ประชาชนเลือกสสร.โดยตรง นายอนุทิน กล่าวว่า อย่าเพิ่งลงรายละเอียด การที่ตนเชิญนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ มาช่วยทำงาน แสดงให้เห็นว่าตนไม่ได้พูดไปอย่างนั้น แต่ตั้งใจเชิญนักกฎหมาย และผู้เชี่ยวชาญด้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาช่วยทำงานในรัฐบาล

อนุทินย้ำชัดเจน ตั้งใจจริงแก้รัฐธรรมนูญ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยืนยันความตั้งใจจริงในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (รธน.) ภายในกรอบเวลา 4 เดือน โดยให้ความสำคัญกับการปรึกษาหารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด การที่นายอนุทินดึงนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ มาร่วมงานในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริงในการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเป็นรูปธรรม รัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญกับการทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน และพร้อมที่จะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญสำเร็จลุล่วงตามเป้าหมาย

การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและมีความสำคัญต่ออนาคตของประเทศ ดังนั้นการดำเนินการใดๆ จึงต้องมีความรอบคอบและคำนึงถึงผลประโยชน์ของทุกฝ่าย การที่นายอนุทินเน้นย้ำถึงความตั้งใจจริงในการ “อนุทิน” ยันตั้งใจจริงแก้ รธน. กรอบ 4 เดือนทัน จึงเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่ารัฐบาลชุดนี้จะทำหน้าที่อย่างดีที่สุด และพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วนเพื่อนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง “อนุทิน” ยันตั้งใจจริงแก้ รธน. กรอบ 4 เดือนทัน และจะดำเนินการอย่างโปร่งใสตรวจสอบได้ นอกจากนี้ การที่นายอนุทินกล่าวถึงการปรึกษาหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับการทำประชามติ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในกระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้ผลประชามติเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขรัฐธรรมนูญภายในกรอบเวลา 4 เดือนนั้น ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง เนื่องจากมีขั้นตอนและกระบวนการที่ต้องดำเนินการหลายอย่าง ดังนั้นจึงต้องมีการวางแผนและบริหารจัดการเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

การติดตามความคืบหน้าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างใกล้ชิด และการแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ จะเป็นส่วนช่วยให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง

ที่มา – “อนุทิน” ยันตั้งใจจริงแก้ รธน. กรอบ 4 เดือนทัน บอกไม่มีหรอก MOA มีแต่ MOU

“เป๊ก เศรณี” เข้าภูมิใจไทย อวยพรวันเกิด “พ่ออนุทิน”

ภูมิใจไทยคึกคัก นักการเมืองตบเท้าเบิร์ธเดย์ “อนุทิน” 59 ปี นายก อบจ.สงขลา ขนทีม สจ.สงขลา ยื่นสมัครสมาชิกพรรค “นิพนธ์-พงศ์กวิน” มอบดอกไม้อวยพร ด้าน “เป๊ก เศรณี” ลูกชายเข้าพรรคภูมิใจไทย อวยพรวันเกิด “พ่ออนุทิน” ขอให้มีความสุข อายุยืนยาว เผย ซื้อแจ็คเก็ตให้พ่อไว้ใส่ทำงาน

วันที่ 13 ก.ย. 2568 ที่พรรคภูมิใจไทย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศช่วงเย็นเริ่มคึกคักมากขึ้น บรรดานักการเมือง พรรคการเมือง กลุ่มการเมือง นักการเมืองท้องถิ่น ทยอยเข้าอวยพร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เนื่องจากในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 59 ปี ทั้งนี้ นายอนุทิน ได้เดินไปทักทายผู้ที่มาอวยพรวันเกิดตนเอง โดยนายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายก อบจ.สงขลา และทีมงาน อบจ.สงขลา ประมาณ 20 คน เข้าอวยพร พร้อมยื่นเอกสารสมัครสมาชิกพรรคภูมิใจไทยกับมือนายอนุทิน กล่าวว่า ไม่เคยเป็นสมาชิกพรรคใดตั้งแต่เกิด นายอนุทินได้พูดเป็นภาษาใต้ว่า “ยินดีต้อนรับ”

โดยนายสฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย ได้พูดแซวว่า ยกทีมสงขลา ขณะที่นายอนุทิน พูดสำทับว่า กระบี่ด้วยสิ ทำให้นายสฤษฎ์พงษ์ กล่าวว่า “กระบี่ยกแล้วครับ” นายอนุทินจึงหันไปหานายทวี สุระบาล สส.ตรัง พรรคพลังประชารัฐว่า “ตรังด้วย” ด้านนายทวี กล่าวว่า ตรังยกไปก่อนแล้ว ก่อนที่นายสฤษฎ์พงษ์ จะระบุทิ้งท้ายว่า “อันดามัน 6 จังหวัดไปแล้วครับ”

จากนั้น นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้นำดอกไม้มาอวยพรนายอนุทิน พร้อมกระซิบอวยพรว่า “4+4 นะครับ” โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า 4+4 เป็นโค้ดที่อาจหมายถึงการเป็นรัฐบาล 4 เดือน ที่จะอยู่ต่อไปอีก 4 ปี

ขณะที่ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เวลา 17.15 น. นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.แรงงาน ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ส่งแจกันดอกไม้พร้อมการ์ดอวยพรวันเกิดนายอนุทินว่า “สุขสันต์วันเกิดนะครับท่านนายกฯ”

“เป๊ก เศรณี” เข้าภูมิใจไทย อวยพรวันเกิด “พ่ออนุทิน”

ต่อมาเมื่อเวลา 19:02 น. นายเศรณี ชาญวีรกูล บุตรชายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าที่ทำการพรรคภูมิใจไทย โดยผู้สื่อข่าวถามว่าได้อวยพรอะไรให้กับนายอนุทินบ้าง นายเศรณี กล่าวว่า ขอให้มีความสุขมากๆ อายุยืนยาว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่านายอนุทินว่าอย่างไรบ้างนั้น นายเศรณี ตอบว่า ก็หอมแก้มกัน ส่วนได้มอบของขวัญอะไรให้กับนายอนุทิน นายเศรณี ระบุว่า ซื้อเสื้อแจ็คเก็ตไว้ให้ใส่ทำงาน

“เป๊ก เศรณี” ร่วมอวยพรวันเกิด “พ่ออนุทิน” สุดอบอุ่น

การปรากฏตัวของนายเศรณี ชาญวีรกูล ในงานวันเกิดของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่พรรคภูมิใจไทย สร้างความสนใจให้กับสื่อมวลชนและผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก การที่ลูกชายมาอวยพรวันเกิด “พ่ออนุทิน” อย่างใกล้ชิด แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของทั้งสอง นอกจากนี้ การที่นายเศรณีเลือกที่จะมอบเสื้อแจ็คเก็ตเป็นของขวัญ ยังสื่อถึงความใส่ใจและความปรารถนาดีที่อยากให้ผู้เป็นพ่อมีความสะดวกสบายในการทำงานอีกด้วย

นอกจากการเข้าร่วมอวยพรวันเกิด “พ่ออนุทิน” ของนายเศรณีแล้ว บรรยากาศภายในงานยังเต็มไปด้วยความคึกคักจากนักการเมืองและผู้มีชื่อเสียงจากหลากหลายวงการที่ต่างเดินทางมาร่วมแสดงความยินดี ทำให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับกำลังใจอย่างล้นหลามในวันสำคัญของเขา

การที่พรรคภูมิใจไทยได้รับความสนใจจากนักการเมืองและประชาชนทั่วไป เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความนิยมและความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นต่อพรรค การที่นักการเมืองท้องถิ่นจากสงขลายื่นสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยในการพัฒนาประเทศและแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้กับประชาชน นี่เป็นเรื่องที่น่ายินดีและควรได้รับการสนับสนุน

โดยรวมแล้ว งานวันเกิดของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นงานฉลองวันคล้ายวันเกิดเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสอันดีที่นักการเมืองและประชาชนได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า

มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวทางการเมืองและให้กำลังใจนักการเมืองที่มุ่งมั่นพัฒนาประเทศไปด้วยกันนะคะ

ที่มา – “เป๊ก เศรณี” เข้าภูมิใจไทย อวยพรวันเกิด “พ่ออนุทิน” คนการเมืองคึกคักร่วมเบิร์ธเดย์

คืบหน้าคดีวัดพระบาทน้ำพุ ยังไม่มีหมายจับเพิ่ม

ความคืบหน้าคดี วัดพระบาทน้ำพุ ที่หลายคนติดตาม ล่าสุดยังไม่มีการออกหมายจับเพิ่ม รอง ผบก.ป. เผยความคืบหน้าล่าสุด ในขณะที่ “บิ๊กเต่า” สั่งตรวจสอบกรณีเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ หลังมีผู้ร้องเรียน

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2568 พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าในการสอบสวนกรณีการตรวจสอบเส้นทางการเงินและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับวัดพระบาทน้ำพุ หลังจากที่ นายศรสุทธา กลั่นมาลี หรือ ถั่วแระ เชิญยิ้ม พร้อมด้วยกลุ่มศิลปินนักแสดงรุ่นใหญ่ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ภายหลังถูกพาดพิงเชื่อมโยงในคดีดังกล่าว โดยเบื้องต้นยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า ถั่วแระ เชิญยิ้ม และบุคคลอื่น ๆ ที่ถูกพาดพิง เป็นผู้บริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซ็นต์หรือไม่ จำเป็นต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ชัดเจนเสียก่อน

ส่วนกระแสข่าวที่เชื่อมโยงไปถึงบุคคลอื่น โดยเฉพาะตลกชื่อดัง 3 พยางค์นั้น หากบุคคลดังกล่าว หรือผู้ที่ถูกพาดพิงประสงค์จะให้ข้อมูล จะต้องประสานผ่าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ก่อนจะส่งเรื่องให้กองปราบปรามตรวจสอบตามขั้นตอน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการประสานเข้ามาอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายจับ หรือแจ้งข้อกล่าวหาใครเพิ่มเติม ทุกอย่างต้องอาศัยพยานหลักฐานที่ชัดเจน เพื่อความโปร่งใสและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ด้าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. กล่าวว่า ชุดสืบสวนสอบสวนกำลังตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ และพิสูจน์หาทรัพย์สินของวัดพระบาทน้ำพุ ที่อาจถูกยักย้ายถ่ายเทไป หรือเล่นแร่แปรธาตุ ขอเวลาในการตรวจสอบ เช่นเดียวกับกรณีวัดบางคลานที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ

ส่วนเรื่องวัดโสธรฯ ที่มีการสั่งสอบอยู่นั้น ก่อนหน้านี้ตนพร้อมด้วย พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. ได้เข้าพบพระเทพภาวนาวชิรคุณ วิ. เจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร ที่กุฏิสมเด็จป๋า วัดโสธรวรารามวรวิหาร อ.เมืองฉะเชิงเทรา มาแล้ว ครั้งนั้นได้นำหลักฐานของอดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ มาชี้แจงถึงพฤติกรรมการกระทำผิดวินัยสงฆ์จนถึงขั้นปาราชิก กรณีที่เข้าไปมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับสีกากอล์ฟ รวมทั้งพอจะได้ยินกระแสข่าวดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ต้องให้ความเป็นธรรมกับเจ้าอาวาสด้วย ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนตรวจสอบว่า มีข้อร้องเรียนกรณีเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อโสธร เข้ามาที่ศูนย์ป้องกันปราบปรามภัยคุกคามและเสริมสร้างความมั่นคงทางพระพุทธศาสนาหรือไม่ โดยขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการ แต่ผู้ที่ต้องการร้องเรียน สามารถนำหลักฐานเข้ามาที่กองปราบปราม เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงได้โดยตรง

คืบหน้าคดีวัดพระบาทน้ำพุ ยังไม่มีหมายจับเพิ่ม

รายละเอียดล่าสุดเกี่ยวกับคดีวัดพระบาทน้ำพุ

  • ยังไม่มีการออกหมายจับเพิ่มเติมในคดีวัดพระบาทน้ำพุ
  • กำลังตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินของวัด
  • รอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนสรุป

คดีวัดพระบาทน้ำพุยังคงต้องติดตามกันต่อไปถึงผลสรุป และการดำเนินการทางกฎหมายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต การตรวจสอบอย่างละเอียดและรอบด้านเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ที่มา – กองปราบฯ เผยความคืบหน้าคดี “วัดพระบาทน้ำพุ” ยืนยันยังไม่มีการออกหมายจับเพิ่ม

แม่ค้าหวยดวงเฮง! ถูกรางวัลที่ 2 รับ 2 แสน

ใครว่าขายหวยไม่รวยจริง! มาดูเรื่องราวสุดเฮงของแม่ค้าหวยที่นครปฐมกันค่ะ หลังจากกลับไปแก้บน “พระเงินพระทอง” เพราะลอตเตอรี่ขายไม่หมดเหลือตั้ง 200 ใบ แต่โชคชะตาก็เล่นตลก (แบบดีๆ) เพราะถูกรางวัลที่ 2 รับเงินไปเหนาะๆ 2 แสนบาท แถมยังถูก 3 ตัวหน้าอีก 5 ใบ งานนี้ไม่ลืมที่จะขอ “เลขเด็ดงวดนี้” เผื่อรวยซ้ำสอง

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดสว่างอารมณ์ แคแถว ต.ขุนแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม บรรยากาศคึกคักไปด้วยสาธุชนที่เดินทางมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และลงอักขระยันต์กันอย่างเนืองแน่น โดยเฉพาะบรรดานักเสี่ยงโชคที่ต่างก็มาเสาะหาเลขเด็ดจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด ไม่ว่าจะเป็นพระเงิน พระทอง ตาทอง งิ้วราย องค์ปู่ฤาษี กุมารน้องเก้าเลิฟเลิฟ 30 ล้าน ท้าวเวสสุวรรณโณ ซึ่งขึ้นชื่อลือชาเรื่องให้โชคลาภจนเป็นที่เลื่องลือ

นางรสสุคนธ์ เล็กเจริญวงศ์ อายุ 65 ปี แม่ค้าขายลอตเตอรี่ภายในวัด กลายเป็นดาวเด่นของวันนี้ เพราะเธอได้นำน้ำดื่ม 50 โหล ไข่ไก่ 50 แผง มาถวายแก้บนให้กับองค์พระเงินพระทอง พร้อมกับนำลอตเตอรี่งวดประจำวันที่ 1 กันยายน 2568 มาโชว์ให้เห็นจะๆ ว่าถูกรางวัลที่ 2 เลข 372408 จำนวน 1 ใบ เตรียมรับทรัพย์ 200,000 บาท และเลข 3 ตัวหน้า เลข 012 อีกจำนวน 5 ใบ รับอีก 20,000 บาท รวมแล้วปังปุริเย่!

นางรสสุคนธ์เล่าว่า ก่อนหน้านี้เธอเคยรับจ้างทั่วไป แต่ด้วยอายุที่มากขึ้น ทำให้ทำงานไม่ไหว จึงตัดสินใจนำเงินทุนที่มีอยู่มาซื้อลอตเตอรี่ขาย แต่ขายที่อื่นไม่ค่อยดี เงินทุนก็ร่อยหรอลงไปทุกที จนกระทั่งได้มากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดสว่างอารมณ์ และขอความเมตตาจากหลวงพ่อแป๊ะ เพื่อขอตั้งแผงขายลอตเตอรี่เล็กๆ ในวัด ซึ่งหลวงพ่อก็เมตตาอนุญาต

แม่ค้าหวยดวงเฮง

ช่วงแรกๆ ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ขายหมดทุกงวด เพราะคนมาวัดเยอะมาก แต่พอหลังๆ มานี้ ขายหมดบ้างไม่หมดบ้างก็ต้องเก็บไว้ แต่ก็ไม่เคยมีโชค กระทั่งงวดวันที่ 1 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ฝนตกกระหน่ำแทบทุกวัน ทำให้คนมาซื้อลอตเตอรี่น้อย เหลือกว่า 200 ใบ วันสุดท้ายก่อนหวยออก เธอจึงมาจุดธูปบอกพระเงินพระทอง ขอให้ขายลอตเตอรี่หมด ถ้าไม่หมดก็ขอให้ได้โชคลาภ เพื่อบรรเทาความเสียหาย เพราะขายไม่หมดมาหลายงวด เงินเก็บก็จะหมด หากได้โชคลาภก็จะนำสิ่งของมาถวายให้

ปรากฏว่าฝนก็ยังคงตกหนักอยู่ดี คนมาวัดน้อยเหมือนเดิม เธอจึงต้องจำใจเก็บลอตเตอรี่ที่เหลือกว่า 200 ใบไว้เอง แต่แล้วปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น! ลอตเตอรี่ที่เก็บไว้นั้นถูกรางวัลที่ 2 และอีก 5 ใบถูกรางวัลสามตัวหน้า งานนี้เลยต้องรีบนำสิ่งของมาแก้บนตามสัญญา ก่อนที่จะนำลอตเตอรี่ไปขึ้นรางวัลที่กองสลาก

ก่อนเดินทางไปขึ้นรางวัล นางรสสุคนธ์ได้นำประทัดมาจุดถวาย โดยมีเพื่อนแม่ค้ามาร่วมลุ้นเลขหางประทัด ปรากฏว่าได้เลข 97 กับ 423 ซึ่งต่างก็พากันไปซื้อลอตเตอรี่เหมาเลขทุกแผงในวัด

แม่ค้าหวยดวงเฮง ลอตเตอรี่ขายไม่หมดเหลือ 200 ใบ โชคดีถูกรางวัลที่ 2 รับเงิน 2 แสน

สรุปเรื่องราว แม่ค้าหวยดวงเฮงถูกรางวัลที่ 2

เรื่องราวของนางรสสุคนธ์ แม่ค้าหวยดวงเฮง ลอตเตอรี่ขายไม่หมดเหลือ 200 ใบ โชคดีถูกรางวัลที่ 2 รับเงิน 2 แสน เป็นเครื่องยืนยันว่า โชคลาภอาจมาในรูปแบบที่เราคาดไม่ถึงเสมอ การทำบุญ การขอพร และความเชื่อมั่นในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อาจเป็นแรงผลักดันให้เราพบเจอกับสิ่งดีๆ ได้

ถึงแม้เรื่องนี้จะเป็นเรื่องราวของความโชคดีส่วนบุคคล แต่ก็เป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายๆ คนมีความหวัง และตั้งใจทำมาหากินต่อไปค่ะ ใครที่กำลังท้อแท้ ลองมองเรื่องราวเหล่านี้เป็นกำลังใจดูนะคะ!

สำหรับงวดต่อไป ใครที่กำลังมองหาเลขเด็ด อย่าลืมแวะเวียนไปวัดสว่างอารมณ์ เผื่อจะได้เลขเด็ดกลับบ้านกันนะคะ แต่ก็อย่าลืมเสี่ยงโชคแต่พอดีนะคะ

ที่มา – แม่ค้าหวยดวงเฮง ลอตเตอรี่ขายไม่หมดเหลือ 200 ใบ โชคดีถูกรางวัลที่ 2 รับเงิน 2 แสน

คนละครึ่ง 2568 ยังเข้าไม่ได้? ลุ้นลงทะเบียน!

www.คนละครึ่ง.com 2568 ยังเข้าไม่ได้ เตรียมลุ้นลงทะเบียนรับสิทธิ “คนละครึ่ง” เวอร์ชั่น 2.0

ภายหลังจาก “รัฐบาลอนุทิน” มีแนวคิดที่จะนำโครงการ “คนละครึ่ง” กลับมาปัดฝุ่น เพื่อใช้กระตุ้นเศรษฐกิจในระยะเร่งด่วนอีกครั้งนั้น ทางด้าน “กระทรวงการคลัง” มีความพร้อมที่จะทำโครงการคนละครึ่งได้ทันที หากมีนโยบายออกมาชัดเจน เพราะขณะนี้มีความพร้อมทั้งในส่วนระบบ งบประมาณ และความเหมาะสมต่อสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน

สำหรับ “คนละครึ่ง” คือโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจระดับฐานราก สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยโดยเฉพาะกลุ่มหาบเร่ แผงลอย เพื่อให้มีรายได้จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้น โดยภาครัฐร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไปผ่านฝ่ายของผู้ซื้อ 50% โดยใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวัน หรือไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ

คนละครึ่ง 2568 ยังเข้าไม่ได้

ทั้งนี้ หลังจากการเตรียมนำโครงการคนละครึ่ง มาใช้ฟื้นฟูเศรษฐกิจนั้น ประชาชนจำนวนมาก ต่างค้นหาวิธีลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ กระทั่งล่าสุด วันที่ 13 ก.ย. 2568 พบว่าโดเมน www.คนละครึ่ง.com ที่เคยใช้นั้นหายไป ซึ่งขึ้นว่าเป็นเว็บไซต์ไม่มีชื่อ และรายละเอียดที่โชว์ในหน้า google กลายเป็นภาษาจีนที่แปลได้ว่า “จำชื่อผู้ใช้ ลืมรหัสผ่าน? เข้าสู่ระบบ”

โดยก่อนหน้านี้ นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ว่าที่ รมช.คลังคนใหม่ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า “คนละครึ่งอาจถึงเวลาที่ต้องกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้จะกลับมาในเวอร์ชัน คนละครึ่ง 2.0 ให้ประชาชนซื้อขายแบบกระตือรือร้นมากขึ้น”

คนละครึ่ง 2568: เงื่อนไขใหม่ที่ควรรู้

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เผยว่า โครงการคนละครึ่งรอบใหม่จะให้สิทธิประชาชนคนไทยทุกคนในอัตรา 50:50 แต่สำหรับผู้ที่อยู่ในระบบภาษีหรือยื่นแบบแสดงรายการภาษีจะได้รับการสนับสนุนในอัตราที่สูงกว่า อาจอยู่ที่ 60:40

ทั้งนี้ ผู้ที่ได้สิทธิมากกว่า คือผู้ที่อยู่ในระบบภาษีหรือยื่นแบบแสดงรายการภาษี ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่เสียภาษีจริงกับรัฐเท่านั้น โดยเงื่อนไขการใช้จ่ายเบื้องต้นจะไม่แตกต่างจากโครงการเดิมมากนัก แต่อาจมีลูกเล่นใหม่เพิ่มเติมให้น่าสนใจมากขึ้น ส่วนวงเงินการใช้จ่ายต่อวันและวงเงินรวมของโครงการยังไม่ได้ข้อสรุป

โครงการ “คนละครึ่ง” ถือเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา การกลับมาอีกครั้งของโครงการนี้ย่อมเป็นที่จับตามองของประชาชนอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเงื่อนไขและรายละเอียดต่างๆ ที่จะมีการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น หวังว่าโครงการ คนละครึ่ง 2568 จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยกลับมาคึกคักได้อีกครั้ง และช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนได้เป็นอย่างดี การที่เว็บไซต์ คนละครึ่ง 2568 ยังเข้าไม่ได้ ในขณะนี้ อาจเป็นสัญญาณว่าโครงการกำลังอยู่ในช่วงเตรียมความพร้อมและปรับปรุงรายละเอียดต่างๆ ก่อนที่จะเปิดให้ลงทะเบียนในเร็วๆ นี้ ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการเข้าร่วมโครงการดีๆ แบบนี้นะคะ

อย่างไรก็ตาม หากมีความคืบหน้าเกี่ยวกับ โครงการคนละครึ่ง 2.0 หรือ คนละครึ่งอัปเกรด หรือ คนละครึ่งพลัส แล้วนั้น จะรายงานให้ทราบต่อไป.

ที่มา – เว็บไซต์คนละครึ่ง 2568 ยังเข้าไม่ได้ ลุ้นลงทะเบียนรับสิทธิ เวอร์ชั่น 2.0

อนุทินรับจำเป็นต้องมี รมช.กห. ไม่ตอบชื่อ รมว.ยุติธรรม

“นายกฯ อนุทิน” ยอมรับมี “รมช.กลาโหม” เหตุคิดว่าจำเป็น ขอรอดู “รมว.ยุติธรรม” ว่าเป็นใคร ก่อนหัวเราะหลังสื่อจี้ถามเป็นอดีตตำรวจหรือไม่ ชี้ ทุกคนต้องมี ความสัมพันธ์กันหมด ปมเชื่อมโยง “บุรีรัมย์” ถามกลับ รมต.ยธ. คนปัจจุบัน สนิทกับใครบ้าง

วันที่ 13 ก.ย. 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีโผคณะรัฐมนตรี(ครม.) จะสามารถนำขึ้นทูลเกล้าได้เมื่อไหร่นั้น ว่า คาดว่าเร็วๆนี้ ซึ่งตอนนี้รายชื่อนำส่งไปประกอบและบางส่วนทยอยส่งกลับมาแล้ว ซึ่งการตรวจสอบต้องการให้เกิดความชัดเจน และไม่มีปัญหา โดยต้องส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า รายชื่อที่ส่งไปไม่มีปัญหา

ส่วนมีความกังวลในการเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้ นายอนุทิน กล่าวว่าไม่มีนะ ทุกอย่างเป็นไปตามไทม์ไลน์ที่ตั้งไว้ ซึ่งตนก็เร่งถามไปที่เลขาคณะรัฐมนตรี และรัฐบาลที่ผ่านมาตนได้สอบถามไปว่า หลังจากมีการประกาศโปรดเกล้า นายกรัฐมนตรีใช้เวลาเท่าไหร่ ในการแถลงชื่อคณะรัฐมนตรี เลขาธิการครม.ก็ได้ตอบกลับมาว่า “นี่ก็เร็วแล้ว” ซึ่งต้องยอมรับว่าระยะภายหลังต้องมีการอิงคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยเรื่องของจริยธรรม เราจึงต้องสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อไม่ให้มีอะไรขัดต่อรัฐธรรมนูญ

ส่วนตอนนี้ชื่อของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมลงตัวแล้วหรือไม่ เพราะรัฐมนตรีคนอื่นมีการเปิดเผยชื่อออกมาหมดแล้ว นายอนุทิน กล่าวว่า เดี๋ยวขอรอให้ทุกอย่างเรียบร้อย ย้ำว่าเปิดเผยหมดทุกอย่าง ซึ่งตอนนี้ส่วนใหญ่ลงตัวหมดแล้ว และในส่วนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม นายอนุทินบอกว่า มี คิดว่ามีความจำเป็น แต่ส่วนจะเป็นใครขอให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อน

ส่วนที่พรรคประชาชนมีการตั้งคำถามว่า ชื่อของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมีความสัมพันธ์กับทางจังหวัดบุรีรัมย์ นายอนุทินย้อนถามกลับว่า และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนปัจจุบัน มีความสัมพันธ์กับใครบ้างหรือไม่ ก่อนย้ำว่าทุกคนก็มีความสำคัญ และความสัมพันธ์กันหมด ซึ่งต้องมีความรู้จักกันบ้าง รู้หน้าค่าตากัน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นอดีตตำรวจ นายอนุทินไม่ตอบ ก่อนจะหัวเราะแล้วเดินออกจากวงสัมภาษณ์ ก่อนจะหันมาพูดอีกว่า คนปัจจุบันเป็น ก่อนจะไม่ตอบว่าคนถัดไปเป็นหรือไม่

อนุทินรับจำเป็นต้องมี รมช.กห. ไม่ตอบชื่อ รมว.ยุติธรรม

อนุทินตอบคำถามเรื่อง รมว.ยุติธรรม

จากกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) และมีประเด็นที่น่าสนใจคือการที่ท่านอนุทินรับจำเป็นต้องมี รมช.กห. ไม่ตอบชื่อ รมว.ยุติธรรมนั้น ทำให้หลายฝ่ายจับตามองไปยังตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นพิเศษ

คำถามสำคัญคือใครจะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม? นายอนุทินยังคงอุบไว้ก่อน โดยให้เหตุผลว่าขอให้ทุกอย่างเรียบร้อยเสียก่อน แต่ก็ยอมรับเป็นนัยว่าตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมนั้นมีความจำเป็น

ประเด็นที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือคำถามที่ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนใหม่จะมีความเชื่อมโยงกับจังหวัดบุรีรัมย์หรือไม่ ซึ่งนายอนุทินได้ตอบกลับด้วยคำถามที่ชวนคิดว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนปัจจุบันมีความสัมพันธ์กับใครบ้าง ก่อนจะย้ำว่าทุกคนมีความสัมพันธ์กันหมด

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อถูกถามว่าว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นอดีตตำรวจหรือไม่ นายอนุทินก็ไม่ได้ตอบคำถามนี้โดยตรง แต่เลือกที่จะหัวเราะแล้วเดินออกจากวงสัมภาษณ์ ซึ่งยิ่งทำให้เกิดความสงสัยและความสนใจในตำแหน่งนี้มากขึ้นไปอีก

การที่นายอนุทินอนุทินรับจำเป็นต้องมี รมช.กห. ไม่ตอบชื่อ รมว.ยุติธรรมไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนเกี่ยวกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนใหม่ ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ไปต่างๆ นานา แต่สิ่งที่แน่นอนคือตำแหน่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง และการตัดสินใจเลือกบุคคลที่เหมาะสมจะส่งผลต่อการบริหารงานของรัฐบาลในภาพรวม

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของรัฐบาลจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อให้เราเข้าใจถึงทิศทางและความเป็นไปของประเทศ และสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างรอบด้าน

ดังนั้นการที่ อนุทินรับจำเป็นต้องมี รมช.กห. ไม่ตอบชื่อ รมว.ยุติธรรม จึงเป็นประเด็นที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด

การแต่งตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนใหม่นี้จะเป็นใคร และจะมีนโยบายในการบริหารงานอย่างไร คงต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด เชื่อว่าในเร็วๆ นี้เราคงจะได้ทราบกันอย่างแน่นอน

ที่มา – “อนุทิน” รับจำเป็นต้องมี รมช.กห. ไม่ตอบชื่อ รมว.ยุติธรรม ชี้ทุกคนต้องมีความสัมพันธ์กันหมด

“นิพนธ์” ยัน! ลูกสาวไม่รับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์

“นิพนธ์ บุญญามณี” แจง ลูกสาวปฏิเสธเก้าอี้รัฐมนตรี เหตุธุรกิจเติบโต หาคนดูแลไม่ได้ ย้ำ ไม่มีส่งใครแทน แจ้งนายกฯ แล้ว ด้าน “นิธิยา บุญญามณี” เผยเหตุผล 3 ข้อ ไม่รับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์

เมื่อเวลา 16.50 น. วันที่ 13 ก.ย. ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าว น.ส.นิธิยา บุญญามณี บุตรสาว ขอไม่รับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ ว่า เป็นความจริง โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีกระแสข่าวว่าบุตรสาวของตนได้ถูกทาบทาม ให้ดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ จึงขอโอกาสนี้แจ้งให้ทุกคนทราบแล้วตนได้แจ้งเรื่องนี้ให้กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีรับทราบแล้ว ว่า น.ส.นิธิยา ไม่ประสงค์ที่จะเข้าร่วมในคณะรัฐมนตรี (ครม.) เนื่องจากติดภารกิจทางบ้านที่เป็นธุรกิจครอบครัว และหาคนมาดูแลแทนไม่ได้ กำลังขยายการผลิตโดยโรงงานที่ น.ส.นิธิยา ดูแลอยู่กำลังมีการขยายการผลิต และการตลาด ซึ่งต้องตัดสินใจจนวินาทีสุดท้าย เพราะไม่เช่นนั้นจะกระทบกับธุรกิจที่บ้านที่เป็นธุรกิจเกี่ยวกับอาหารสัตว์ ซึ่งเมื่อหาคนมาแทนไม่ได้จึงตัดสินใจไม่รับตำแหน่ง ก็ต้องขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีและทีมงานทุกคน ที่ได้ให้โอกาส

อย่างไรก็ตาม ตนยินดีที่จะสนับสนุนภารกิจของนายกรัฐมนตรี ในการขับเคลื่อนและผลักดันโครงการต่างๆ

เมื่อถามย้ำว่า จะไม่ส่งคนอื่นขึ้นมาแทน น.ส.นิธิยา ใช่หรือไม่ นายนิพนธ์ กล่าวว่า ไม่มี ขณะที่นายสรรเพชญ บุญญามณี สส. สงขลา พรรค ปชป. บุตรชาย ก็ไม่รับตำแหน่ง ซึ่งนายกฯ ก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะที่ผ่านมาเป็นเพียงกระแสข่าวเท่านั้น

“นิพนธ์” รับเรื่องจริง ลูกสาวไม่รับตำแหน่งรมช.พาณิชย์-“นิธิยา” ยก 3 ข้อเหตุผล

ขณะที่เมื่อวันที่ 12 กันยายน ที่ผ่านมา น.ส.นิธิยา บุญญามณี บุตรสาว นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรมช.มท. ได้ออกหนังสือชี้แจงไม่ขอรับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ ตามที่มีชื่อในโผ ครม. อนุทิน 1 ใจความว่า เรียนพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนทุกท่าน

ตามที่ได้มีข่าวปรากฏว่าดิฉัน น.ส.นิธิยา บุญญามณี ได้รับการทาบทามให้ดำรงตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ ในคณะรัฐมนตรีชุดใหม่นั้น ดิฉันขอเรียนชี้แจง ดังนี้

  1. ขอเรียนว่าดิฉันรู้สึกตื่นเต้นและมีความยินดียิ่งที่ได้รับการทาบทาม เพราะเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติ และมีความน่าภาคภูมิใจที่จะได้มีโอกาสทำงานรับใช้ชาติและประชาชนทำนองเดียวกับคุณพ่อ อย่างไรก็ตาม ด้วยความตระหนักในความรับผิดชอบในงานเดิมในภาคเอกชน ที่ต้องรับผิดชอบอยู่ และยังไม่สามารถหาผู้ที่เหมาะสมมาดูแลแทนได้ ในช่วงการขยายกำลังการผลิต และขยายการตลาด อาจไม่สามารถทุ่มเทให้เกิดประสิทธิภาพเต็มที่ตามที่รัฐบาลและพี่น้องประชาชนคาดหวัง
  2. ดิฉันขอกราบขอบพระคุณคณะทำงานของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ได้ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนทาบทามให้ดิฉันเข้ามาดำรงตำแหน่งดังกล่าว ถือเป็นเกียรติอย่างสูงในชีวิต
  3. สุดท้ายดิฉันขออภัย ที่ทำให้หลายฝ่ายเกิดความกังวลและเสียเวลาไปในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาและขอยืนยันว่า แม้ไม่ได้เข้ามารับตำแหน่งทางการเมืองในครั้งนี้ แต่ยังคงพร้อมสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลและมุ่งมั่นทำงานเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนในบทบาทที่เหมาะสมต่อไป

ทำไมนิธิยา บุญญามณี ถึงไม่รับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์?

เรื่องราวของการ ไม่รับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ ของ น.ส.นิธิยา บุญญามณี กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในวงการการเมืองไทย เหตุผลหลักที่เธอให้ไว้คือภาระหน้าที่ทางธุรกิจที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไม่สามารถทุ่มเทเวลาให้กับการทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้อย่างเต็มที่ การตัดสินใจครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบและความมุ่งมั่นในการบริหารธุรกิจของเธออย่างแท้จริง

นอกจากเหตุผลทางธุรกิจแล้ว น.ส.นิธิยา ยังได้กล่าวขอบคุณคณะทำงานของนายกรัฐมนตรีที่ให้ความไว้วางใจและเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งอันทรงเกียรติ แต่ด้วยความเสียใจที่ไม่สามารถตอบรับโอกาสนี้ได้ เธอได้ยืนยันว่าจะยังคงสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลและทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนในบทบาทอื่นๆ ต่อไป

การ ไม่รับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ ในครั้งนี้ถือเป็นการตัดสินใจที่น่าสนใจและแสดงให้เห็นถึงความซื่อตรงต่อตนเองและภาระหน้าที่ที่มีอยู่ น.ส.นิธิยา บุญญามณี ยังคงเป็นบุคคลที่น่าจับตามองในแวดวงธุรกิจและพร้อมที่จะสนับสนุนการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ต่อไป

สรุปเหตุผลสำคัญที่ น.ส.นิธิยา บุญญามณี ตัดสินใจไม่รับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์:

  • ภาระหน้าที่ทางธุรกิจที่กำลังขยายตัว
  • ความต้องการทุ่มเทให้กับการพัฒนาธุรกิจอย่างเต็มที่
  • ความรับผิดชอบต่อพนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในธุรกิจ

การตัดสินใจของ น.ส.นิธิยา บุญญามณี สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการพิจารณาความพร้อมและความเหมาะสมของตนเอง ก่อนที่จะรับตำแหน่งทางการเมืองใดๆ เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มศักยภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน หากท่านกำลังคิดจะก้าวเข้าสู่สนามการเมือง การพิจารณาปัจจัยเหล่านี้อย่างรอบคอบจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

ท้ายที่สุดแล้ว การ ไม่รับตำแหน่งรมช.พาณิชย์ ของ น.ส.นิธิยา บุญญามณี เป็นการตัดสินใจที่น่าเคารพและแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นในบทบาทนักธุรกิจหรือผู้สนับสนุนการพัฒนาประเทศในด้านอื่นๆ

ที่มา – “นิพนธ์” รับเรื่องจริง ลูกสาวไม่รับตำแหน่งรมช.พาณิชย์-“นิธิยา” ยก 3 ข้อเหตุผล

“กลุ่มคนเสื้อแดง” ให้กำลังใจทักษิณ หน้าเรือนจำ

“กลุ่มคนเสื้อแดง” รวมตัวให้กำลังใจ “ทักษิณ” พร้อมจัดกิจกรรม “กินข้าวเที่ยงพร้อมทักษิณ” บริเวณหน้าเรือนจำคลองเปรม เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา แม้จะมีเหตุชุลมุนเล็กน้อย แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถควบคุมสถานการณ์ได้

กลุ่มผู้สนับสนุน นำโดย นายเทวินทร์ พูลทวี, นางประนอม พูลทวี และนายภัทรพล ธนเดชพรเลิศ พร้อมด้วยกลุ่มคนเสื้อแดงจากโคราชและราชบุรี เดินทางมารวมตัวกันเพื่อแสดงพลังสนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรีที่กำลังถูกคุมขังในเรือนจำกลางคลองเปรมเป็นวันที่ 4

บรรยากาศโดยรวมเป็นไปอย่างคึกคัก กลุ่ม“กลุ่มคนเสื้อแดง” ปักหลักบริเวณฟุตบาทหน้าเรือนจำ พร้อมด้วยรถเครื่องเสียง นางประนอม พูลทวี และแกนนำคนอื่นๆ ได้นำอาหารหลากหลายชนิด เช่น ข้าวหมกไก่ ข้าวเหนียวมะม่วง น้ำดื่ม กล้วยทอด และข้าวโพดต้ม มาแจกจ่ายให้กับผู้ร่วมกิจกรรม เพื่อร่วมรับประทานอาหารเที่ยงพร้อมกับทักษิณ แม้ตัวจะห่าง แต่ใจยังผูกพัน

ในช่วงเช้า เวลาประมาณ 10.13 น. ได้เกิดเหตุชุลมุนขึ้นเล็กน้อย เมื่อมีชายวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายเข้ามาในพื้นที่ชุมนุม และได้มีปากเสียงกับกลุ่มผู้ชุมนุม ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.ประชาชื่น ต้องเข้ามาระงับเหตุและควบคุมตัวชายดังกล่าวไปยังสถานีตำรวจเพื่อสอบสวนต่อไป

ทางด้านกรมราชทัณฑ์ ได้ออกเอกสารชี้แจงเรื่องการขยายอาณาเขตเรือนจำกลางคลองเปรม โดยระบุว่าเป็นการคืนพื้นที่เดิมที่เคยใช้เป็นพื้นที่ของทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 กลับมาให้เรือนจำกลางคลองเปรมดูแลตามเดิม

เนื่องจากปัจจุบันเรือนจำกลางคลองเปรมมีผู้ต้องขังจำนวนมาก และมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ ประกอบกับมีผู้ต้องขังที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เช่น ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียง การขยายพื้นที่จึงมีความจำเป็นเพื่อให้การดูแลผู้ต้องขังเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

กรมราชทัณฑ์ยังระบุอีกว่า การปรับเปลี่ยนอาณาเขตเรือนจำเป็นไปตามสถานการณ์และความเหมาะสมในการบริหารจัดการเรือนจำ โดยในปีงบประมาณ 2567 และ 2568 ได้มีการประกาศกำหนดอาณาเขตของเรือนจำต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้การควบคุมและพัฒนาพฤตินิสัยของผู้ต้องขังเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด

“กลุ่มคนเสื้อแดง” ให้กำลังใจทักษิณ หน้าเรือนจำ

การรวมตัวของ“กลุ่มคนเสื้อแดง” ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความผูกพันและความเชื่อมั่นที่พวกเขายังมีต่ออดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร แม้ว่าเขาจะอยู่ในสถานะผู้ต้องขังก็ตาม การจัดกิจกรรม “กินข้าวเที่ยงพร้อมทักษิณ” เป็นสัญลักษณ์ของการอยู่เคียงข้างและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

ทำไม “กลุ่มคนเสื้อแดง” ถึงยังให้กำลังใจทักษิณ?

คำถามนี้อาจมีคำตอบที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับมุมมองและความเชื่อของแต่ละบุคคล แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ความสัมพันธ์ระหว่างทักษิณกับกลุ่มผู้สนับสนุนเสื้อแดงนั้นมีความแน่นแฟ้นมายาวนาน จากนโยบายต่างๆ ที่เคยสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่สังคมไทย และจากเหตุการณ์ทางการเมืองต่างๆ ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหน้าเรือนจำคลองเปรม ก็แสดงให้เห็นถึงความเห็นต่างและความขัดแย้งที่ยังคงมีอยู่ในสังคมไทย การแสดงออกทางการเมืองเป็นสิทธิเสรีภาพที่ได้รับการคุ้มครอง แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายและความสงบเรียบร้อยของสังคม

การที่“กลุ่มคนเสื้อแดง” มาให้กำลังใจทักษิณ ถือเป็นการแสดงออกทางการเมืองอย่างหนึ่ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายทางความคิดและความเชื่อในสังคมไทย สิ่งสำคัญคือการเคารพซึ่งกันและกัน และอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

ไม่ว่าคุณจะมีความคิดเห็นทางการเมืองอย่างไร เราควรที่จะเคารพในสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่นในการแสดงออกภายใต้กรอบของกฎหมายและความสงบเรียบร้อยของสังคม เพราะท้ายที่สุดแล้ว เราทุกคนก็คือคนไทยที่ต้องอยู่ร่วมกันและสร้างสรรค์สังคมให้ดีขึ้น

ที่มา – “กลุ่มคนเสื้อแดง” มาให้กำลังใจ “ทักษิณ” ทำกิจกรรมกินข้าวหน้าเรือนจำคลองเปรม

กทม. ฝนตก! กลุ่มฝนปานกลางถึงหนัก คาดปกคลุมนาน

คนกรุงฯ เตรียมตัวรับมือกับสภาพอากาศชุ่มฉ่ำ! ช่วงเวลา 16.30–17.00 น. วันนี้ พบกลุ่มฝนปานกลางถึงหนักในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยคาดว่าจะปกคลุมพื้นที่นานกว่า 1 ชั่วโมง ขอให้วางแผนการเดินทางและเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่แปรปรวน

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2568 เวลาประมาณ 16.20 น. เพจเฟซบุก กรมอุตุนิยมวิทยา ได้รายงานสถานการณ์ฝน โดยระบุว่าพบกลุ่มฝนปานกลางถึงหนักบริเวณจังหวัดปทุมธานี นนทบุรี และในกรุงเทพมหานคร ครอบคลุมพื้นที่เขตทวีวัฒนา ตลิ่งชัน ดอนเมือง หลักสี่ บางเขน จตุจักร ลาดพร้าว วังทองหลาง บางกะปิ สวนหลวง ประเวศ ห้วยขวาง ดินแดง พญาไท ดุสิต บางซื่อ บางพลัด วัฒนา ราชเทวี พระนคร

กลุ่มฝนมีการเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตก และเข้าปกคลุมพื้นที่เพิ่มเติม ได้แก่ จังหวัดปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร (เขตทวีวัฒนา ตลิ่งชัน บางกอกน้อย บางกอกใหญ่) นนทบุรี คลองสาน ธนบุรี สาทร ยานนาวา คลองเตย พระโขนง สวนหลวง วัฒนา บางรัก ปทุมวัน สัมพันธวงศ์ ป้อมปราบศัตรูพ่าย พระนคร บางพลัด ดุสิต ราชเทวี พญาไท ดินแดง ห้วยขวาง วังทองหลาง บางกะปิ บึงกุ่ม สะพานสูง ดอนเมือง หลักสี่ บางซื่อ จตุจักร สายไหม บางเขน ลาดพร้าว และบริเวณใกล้เคียง

หลังจากนั้น 16.30–17.00 น. พบกลุ่มฝนบริเวณกรุงเทพมหานครและปริมณฑล คาดว่าปกคลุมมากกว่า 1 ชั่วโมง ประชาชนในพื้นที่ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางในบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง และระมัดระวังอันตรายจากฟ้าผ่า

ขณะที่ทาง ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร ได้รายงานสถานการณ์ฝนเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2568 เวลา 16.15 น. ว่า พื้นที่กรุงเทพมหานครมีฝนปานกลางถึงหนักในเขตพระโขนง คลองเตย สวนหลวง วัฒนา ราชเทวี ปทุมวัน ป้อมปราบฯ พระนคร บางกะปิ ลาดพร้าว วังทองหลาง ห้วยขวาง ดินแดง พญาไท ดุสิต บางพลัด บางซื่อ จตุจักร หลักสี่ บางเขน ดอนเมือง และบางพลัด ทวีวัฒนา โดยกลุ่มฝนเคลื่อนตัวในทิศตะวันตก แนวโน้มคงที่ ปริมาณฝนรวมสูงสุดวัดได้ในเขตหลักสี่ 62.5 มม.

กทม. ชุ่มฉ่ำหลายพื้นที่ พบกลุ่มฝนปานกลางถึงหนัก คาดปกคลุมมากกว่า 1 ชั่วโมง

สถานการณ์กทม. ชุ่มฉ่ำหลายพื้นที่ พบกลุ่มฝนปานกลางถึงหนัก คาดปกคลุมมากกว่า 1 ชั่วโมง ส่งผลให้การจราจรในหลายพื้นที่อาจติดขัด ผู้ใช้รถใช้ถนนควรเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ และเผื่อเวลาในการเดินทาง

สิ่งที่ควรทำเมื่อ กทม. ชุ่มฉ่ำหลายพื้นที่ พบกลุ่มฝนปานกลางถึงหนัก คาดปกคลุมมากกว่า 1 ชั่วโมง

  • หลีกเลี่ยงการเดินทางในเส้นทางที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วม
  • ตรวจสอบสภาพรถยนต์ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
  • เตรียมร่มหรือเสื้อกันฝนให้พร้อม
  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด
  • หากจำเป็นต้องเดินทาง ควรเผื่อเวลาให้มากขึ้น

สถานการณ์ กทม. ชุ่มฉ่ำหลายพื้นที่ พบกลุ่มฝนปานกลางถึงหนัก คาดปกคลุมมากกว่า 1 ชั่วโมง อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ดังนั้น การเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสาร และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและส่วนรวม

ที่มา – กทม. ชุ่มฉ่ำหลายพื้นที่ พบกลุ่มฝนปานกลางถึงหนัก คาดปกคลุมมากกว่า 1 ชั่วโมง