วัน: 14 กันยายน 2025

สส.แนะ! ผู้เสียหายจากช้างป่า ยื่นขอชดเชยย้อนหลังได้

“อับดุลอายี สาแม็ง” สส.ยะลา แนะนำว่า ผู้เสียหายจากช้างป่า สามารถยื่นขอชดเชยย้อนหลังได้ โดยไม่มีกำหนดหมดอายุ หลังจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชออกระเบียบเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบแล้ว

วันที่ 14 ก.ย. 2568 นายอับดุลอายี สาแม็ง รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาติดตามผลการดำเนินงาน และศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน สภาผู้แทนราษฎร และสส.ยะลา เขต3 พรรคประชาชาติ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมาธิการเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ได้ติดตามความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ได้รับการชี้แจงจากกรมอุทยานแห่งชาติว่า ประชาชนที่ได้รับความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจากช้างป่า สามารถยื่นคำร้องขอรับเงินชดเชยย้อนหลังได้ โดยไม่มีการกำหนดอายุความ หลังจากขณะนี้ได้มีประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วตั้งแต่วันที่ 11 มิ.ย. 2568 ให้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช อนุมัติจ่ายเงินเยียวยาค่าเสียหายจากช้างป่าให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบหรือทายาทรายใดแล้ว จะต้องเบิกจ่ายให้กับผู้ได้รับผลกระทบหรือทายาทภายใน 5 วันทำการ

ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวเป็นไปตามระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากช้างป่า จากงบกลางประจำปี 2568 ซึ่งถือเป็นการสร้างหลักประกันความเป็นธรรม และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

ทั้งนี้ ผู้ได้รับผลกระทบต้องแจ้งขอรับการช่วยเหลือเยียวยาความเสียหายจากช้างป่าภายใน 3 วันนับแต่วันที่ทราบเหตุต่อเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าหรือเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานในพื้นที่ จากนั้นเจ้าหน้าที่ต้องแจ้งต่อหัวหน้าหน่วยงานในพื้นที่เพื่อประสานแจ้งประธานกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและประเมินความเสียหายทราบและดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและประเมินความเสียหายโดยทันที

ผู้เสียหายจากช้างป่า ยื่นขอชดเชยย้อนหลังได้

ข่าวดีสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่า! ตอนนี้คุณสามารถยื่นขอชดเชยย้อนหลังได้แล้ว โดยไม่มีกำหนดหมดอายุ นี่เป็นผลมาจากการผลักดันและติดตามการแก้ไขปัญหาช้างป่าอย่างต่อเนื่องของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาติดตามผลการดำเนินงานฯ สภาผู้แทนราษฎร ทำให้เกิดระเบียบที่ชัดเจนในการเยียวยาผู้ที่ได้รับความเสียหาย

ใครบ้างที่สามารถยื่นขอชดเชยย้อนหลังได้?

ประชาชนทุกคนที่ได้รับความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจากช้างป่า สามารถยื่นคำร้องเพื่อขอรับเงินชดเชยย้อนหลังได้ ไม่ว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ตาม ตราบใดที่ยังไม่เคยได้รับการชดเชยมาก่อน

ขั้นตอนการยื่นขอชดเชย ผู้เสียหายจากช้างป่า ต้องทำอย่างไร?

หากท่านได้รับผลกระทบจากช้างป่า สิ่งที่ต้องทำคือ แจ้งเหตุต่อเจ้าหน้าที่ในพื้นที่โดยเร็วที่สุด โดยมีขั้นตอนดังนี้:

  • แจ้งเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่า หรือเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานในพื้นที่ ภายใน 3 วันนับแต่วันที่ทราบเหตุ
  • เจ้าหน้าที่จะแจ้งต่อหัวหน้าหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อประสานแจ้งประธานกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและประเมินความเสียหาย
  • จากนั้นจะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและประเมินความเสียหายโดยทันที

เมื่อการตรวจสอบเสร็จสิ้นและได้รับการอนุมัติ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช จะอนุมัติจ่ายเงินเยียวยาค่าเสียหาย และจะทำการเบิกจ่ายให้กับผู้ได้รับผลกระทบหรือทายาทภายใน 5 วันทำการ

ระเบียบนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เมื่อไหร่?

ระเบียบนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2568 ซึ่งเป็นวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ดังนั้น ผู้ที่ได้รับความเสียหายก่อนหน้านี้ก็สามารถยื่นขอชดเชยย้อนหลังได้เช่นกัน อย่ารอช้า รีบดำเนินการเพื่อรักษาสิทธิของท่าน

การดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายจากช้างป่า ถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างความเป็นธรรมให้กับประชาชนที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากสัตว์ป่า การที่ผู้เสียหายจากช้างป่า สามารถยื่นขอชดเชยย้อนหลังได้ นั้น เป็นผลมาจากการทำงานอย่างหนักของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและทันท่วงที

ดังนั้น หากคุณหรือคนใกล้ชิดได้รับผลกระทบจากช้างป่า อย่าลังเลที่จะดำเนินการขอรับความช่วยเหลือตามสิทธิ์ที่พึงมีพึงได้ เพื่อให้ได้รับการเยียวยาและสามารถกลับมาดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างปกติสุข

ที่มา – สส.พรรคประชาชาติแนะผู้เสียหายจากช้างป่า สามารถยื่นขอชดเชยย้อนหลังได้

คนใช้กระบะเลือกศูนย์ซ่อมรถ Fast Fit เพราะราคาไม่แรง


ผลสำรวจพบ คนใช้กระบะเลือกศูนย์ซ่อมรถ Fast Fit มากขึ้น เพราะชอบราคาไม่แรง

ผลสำรวจล่าสุดเผยว่า ผู้ใช้รถกระบะจำนวนมากหันไปใช้บริการศูนย์ซ่อมรถ Fast Fit มากขึ้น เหตุผลหลักคือเรื่องของราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าเมื่อเทียบกับศูนย์บริการมาตรฐานของแบรนด์รถยนต์ นี่เป็นข้อมูลที่น่าสนใจและบ่งบอกถึงความเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค

บริษัท ดิฟเฟอเรนเชียล (ประเทศไทย) จำกัด ได้ทำการสำรวจพฤติกรรมและประสบการณ์การใช้บริการศูนย์บริการรถยนต์ทั่วประเทศไทย ประจำปี 2568 โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มเจ้าของรถยนต์ใหม่ที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 2 ปี และยังอยู่ในระยะเวลาการรับประกันจากบริษัทรถยนต์ จำนวนกว่า 2,500 ราย

การสำรวจนี้เปรียบเทียบพฤติกรรมการใช้บริการระหว่างศูนย์บริการมาตรฐานของแบรนด์รถยนต์ กับ ศูนย์บริการรถยนต์ทางเลือก ซึ่งประกอบด้วยศูนย์บริการซ่อมเร่งด่วน (Fast Fit) อู่ซ่อมรถยนต์ทั่วไป และร้านจำหน่ายอะไหล่รถยนต์

ผลการศึกษาพบว่า เจ้าของรถยนต์ส่วนใหญ่ (71%) ยังคงนำรถเข้ารับบริการเมื่อครบกำหนดตามระยะทางการใช้งาน แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ มีผู้ใช้รถจำนวนไม่น้อยที่เริ่มหันไปใช้บริการศูนย์ซ่อมรถ Fast Fit โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ใช้รถกระบะ

จากการสำรวจยังพบว่า กลุ่มลูกค้าเจ้าของรถยนต์ใหม่ที่อยู่ในระยะรับประกัน ส่วนใหญ่จะนำรถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานแบรนด์รถยนต์เพียงช่องทางเดียว แต่ยังมีเจ้าของรถยนต์กลุ่มหนึ่งที่ใช้ศูนย์บริการรถยนต์ทางเลือกควบคู่กัน

โดยพบว่าเจ้าของรถ PPV (รถอเนกประสงค์ที่ใช้พื้นฐานรถกระบะ) มีสัดส่วนการใช้บริการทั้งศูนย์บริการมาตรฐาน ฯ และศูนย์บริการทางเลือกสูงสุด รองลงมาคือเจ้าของรถกระบะและ รถ SUV (รถยนต์อเนกประสงค์)

ทำไมคนใช้กระบะถึงเลือกศูนย์ซ่อมรถ Fast Fit มากขึ้น?

หากพิจารณาโดยละเอียดจะพบว่า ลูกค้าเจ้าของรถกระบะ เลือกใช้ศูนย์บริการเร่งด่วน (Fast Fit) ถึง 45% ซึ่งมากกว่าการใช้บริการจากอู่ซ่อมรถยนต์ทั่วไปหรือร้านจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ (28%) เหตุผลหลักน่าจะมาจากเรื่องของราคาที่ไม่แรง และความสะดวกสบายในการเข้ารับบริการ

ลูกค้ารถ BEV นิยมใช้อู่ซ่อมรถยนต์ทั่วไปหรือร้านจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ มากกว่า Fast Fit เจ้าของรถยนต์คันแรก หากใช้ศูนย์บริการทางเลือก ครึ่งหนึ่งเลือกใช้ Fast Fit เป็นหลัก เจ้าของรถที่มีประสบการณ์การใช้รถยนต์มาแล้ว มีแนวโน้มเลือกใช้ร้านยางและแบตเตอรี่เฉพาะทาง มากกว่าใช้บริการ Fast Fit

โดยบริการยอดนิยมในศูนย์ Fast Fit ที่ใช้มากที่สุด ได้แก่ บริการเปลี่ยนผ้าเบรก และโช้คอัพ เปลี่ยน/สลับ/ซ่อมยาง และเปลี่ยนแบตเตอรี่

นอกจากนี้ยังพบว่า ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครั้งในศูนย์ Fast Fit ในปี 2568 เพิ่มขึ้น 46% เป็น 5,346 บาท สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่งานซ่อมบำรุงมูลค่าสูงย้ายเข้าสู่ช่องทางนี้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายที่สูงขึ้นย่อมมาพร้อมกับความคาดหวังของลูกค้าที่สูงขึ้นด้วย

ขณะเดียวกันยังพบว่า ความพึงพอใจของลูกค้าศูนย์บริการมาตรฐานของแบรนด์รถยนต์ปรับปรุงดีขึ้นเมื่อเทียบปีต่อปี แต่ประสบการณ์ความพึงพอใจของลูกค้าต่อศูนย์บริการ Fast Fit ลดลง

นายศิรส สาตราภัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิฟเฟอเรนเชียล ประจำประเทศไทย กล่าวว่า เมื่อพิจารณาในผลงานปีต่อปี ด้านความพึงพอใจในการนำรถเข้ารับบริการหลังการขายจากศูนย์บริการรถยนต์มาตรฐานของแต่ละยี่ห้อทั่วประเทศ (Thailand Service CXI) โดยในปี 2567 คะแนน Thailand Service CXI อยู่ที่ 885 (เต็ม 1,000 คะแนน) และในปี 2568 เพิ่มสูงขึ้นเป็น 893

ตรงกันข้ามลูกค้าที่นำรถเข้ารับบริการจากทั้งสองช่องทางให้คะแนนความพึงพอใจโดยรวมต่อศูนย์บริการทางเลือก อย่างศูนย์ Fast Fit ลดลงจาก 9.2 (เต็ม 10 คะแนน) ในปี 2567 เหลือเพียง 8.4 ในปี 2568 ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนให้ธุรกิจ Fast Fit ต้องเร่งแก้ปัญหานี้ โดยมุ่งเน้นการรักษามาตรฐานคุณภาพ ความสม่ำเสมอของการให้บริการ และการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าเพื่อคงความสามารถในการแข่งขัน

ทั้งนี้ แม้ศูนย์บริการซ่อมเร่งด่วน (Fast Fit) จะโดดเด่นในปัจจัยด้านราคาและความคุ้มค่า แต่ต้องไม่ละทิ้งประสบการณ์ที่ประทับใจของลูกค้า ผลสำรวจในปีนี้ชี้ให้เห็นว่าลูกค้าไม่ได้ตัดสินใจเลือกใช้ศูนย์บริการเพียงเพราะเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าซื้อรถยนต์หรือการอยู่ในระยะรับประกันเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านราคา ความคุ้มค่า และความสะดวกสบายมากขึ้น

โดยศูนย์บริการมาตรฐานฯ ยังคงแข็งแกร่งด้านประสบการณ์และความสัมพันธ์กับลูกค้า ขณะที่ศูนย์ Fast Fit โดดเด่นด้านความรวดเร็ว ความยืดหยุ่น และต้นทุน ในสภาวะการแข่งขันสูง ดังนั้นทั้งสองฝ่ายจึงควรมีกลยุทธ์ที่ชัดเจนเพื่อรักษาและขยายฐานลูกค้าอย่างยั่งยืน

นายศิรส กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อแนะนำสำหรับศูนย์บริการมาตรฐานแบรนด์รถ ควรเน้นให้ความสำคัญในการรักษาฐานลูกค้าในเครือข่ายด้วยการสื่อสารการมอบคุณค่าและสร้างประสบการณ์การบริการที่ชัดเจน การปรับปรุงประสิทธิภาพเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน และการใช้โปรโมชั่นแบบเฉพาะบุคคลเพื่อดึงลูกค้าที่เคยเปลี่ยนใจให้กลับมาใช้บริการ

ในส่วนศูนย์บริการทางเลือกโดยเฉพาะ Fast Fit ควรมุ่งเน้นการสร้างจุดแข็งด้านความสะดวก ความรวดเร็ว การเข้าถึงง่าย ราคาที่ไม่แรง และยกระดับคุณภาพบริการเพื่อแก้ไขแนวโน้มความพึงพอใจที่ลดลง

สรุปแล้ว การที่คนใช้กระบะเลือกศูนย์ซ่อมรถ Fast Fit มากขึ้นนั้น เป็นผลมาจากปัจจัยด้านราคาและความสะดวกสบาย แต่ศูนย์บริการ Fast Fit ก็ต้องไม่ละเลยเรื่องคุณภาพและมาตรฐานการบริการ เพื่อรักษาความพึงพอใจของลูกค้าในระยะยาว

ที่มา – ผลสำรวจพบ คนใช้กระบะเลือกศูนย์ซ่อมรถ Fast Fit มากขึ้น เพราะชอบราคาไม่แรง

ดร.เอ้ ลุยตั้ง “ไทยก้าวใหม่” เปิดตัว ก.ย.นี้

“ดร.เอ้ สุชัชวีร์” ยืนยันเดินหน้าตั้งพรรค “ไทยก้าวใหม่” เตรียมเปิดตัวภายในเดือนกันยายนนี้อย่างแน่นอน ไม่วอกแวก แม้หลายพรรคจะชวนร่วมงานไม่ใช่แค่ประชาธิปัตย์ ย้ำการแก้ปัญหาวิกฤตประเทศต้องเริ่มต้นจากการยกเครื่องการศึกษา

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2568 ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ได้ให้สัมภาษณ์กับไทยรัฐทีวี ถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งพรรคการเมืองว่า ขณะนี้ได้ทำการจดทะเบียนจัดตั้ง “พรรคไทยก้าวใหม่” เสร็จเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ได้ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์มาครบ 2 เดือนเต็ม ตั้งใจที่จะเริ่มการประชุมพรรคและประกาศตัวให้ได้ภายในเดือนนี้ ขอย้ำอีกครั้งว่าประเทศไทยต้องทำการยกเครื่องการศึกษาให้ได้ พร้อม ๆ ไปกับการแก้ไขปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพราะวิกฤตของประเทศไทยในขณะนี้นั้นถือว่าหนักมาก หากไม่เริ่มแก้ที่การศึกษา ประเทศไทยจะไม่สามารถแข่งขันกับใครได้อย่างแน่นอน

ดร.เอ้ เดินหน้าตั้ง “ไทยก้าวใหม่” ไม่หวั่นเสียงทาบทาม

ดร.สุชัชวีร์ ยังได้กล่าวถึงกรณีที่แกนนำพรรคประชาธิปัตย์เริ่มมีการติดต่ออดีตสมาชิกพรรคให้กลับไปกอบกู้พรรคคืนด้วยว่า ขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่าตนนั้นเป็นคนที่ไม่วอกแวก อยากให้ทุกคนได้เห็นอย่างชัดเจนว่ามีพรรคการเมืองหนึ่งที่ชื่อว่าพรรคใหม่ได้เกิดขึ้นแล้ว ที่ผ่านมานั้นไม่ใช่แค่พรรคประชาธิปัตย์เท่านั้นที่เชิญให้กลับไปช่วยพรรค แต่ยังมีพรรคอื่น ๆ ที่ได้มาชักชวนเช่นกัน ซึ่งตนก็ได้ตอบปฏิเสธไปอย่างสุภาพ

“วันนี้ผมยังมั่นใจว่า ประเทศไทยก้าวใหม่ ก้าวแรกนั้นจะต้องเริ่มต้นมาจากห้องเรียน เราให้ความสำคัญกับการสร้างคน การศึกษา และการลดปัญหาคอร์รัปชัน ซึ่งจะเห็นได้ว่าหลายพรรคนั้นไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้มากนัก ผมมาสร้างพรรคใหม่โดยไม่ได้คิดว่าจะต้องเป็นพรรคการเมืองขนาดใหญ่หรือขนาดเล็ก แต่ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นอยู่ที่ความมุ่งมั่นมากกว่า” ดร.สุชัชวีร์กล่าวและว่า

ให้กำลังใจพรรคประชาธิปัตย์

การที่แกนนำพรรคประชาธิปัตย์พยายามที่จะประสานขอให้อดีตสมาชิกกลับไปช่วยกอบกู้พรรคนั้น จะส่งผลกระทบต่อการเดินหน้าในการตั้งพรรค “ไทยก้าวใหม่” หรือไม่ ดร.สุชัชวีร์ กล่าวว่า ตนนั้นเป็นคนที่ไม่ค่อยย้ายงานบ่อย ๆ พรรคประชาธิปัตย์ถือเป็นโรงเรียนการเมืองแห่งแรกของตน ก็ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคน และหวังว่าในอนาคตจะได้มีโอกาสร่วมงานกัน

เรือยอร์ชมารับก็ไม่กลับ

ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า ก่อนหน้านี้นายเทพชัย หย่อง สื่อมวลชนอาวุโส ได้ทำการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า… มีเสียงเรียกร้องให้ ดร.เอ้ สุชัชวีร์ กลับไปช่วยกอบกู้พรรคประชาธิปัตย์ หลังจากที่นายเฉลิมชัยได้ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค แต่ ดร.เอ้ ได้ประกาศอย่างชัดเจนต่อหน้าเพื่อน ๆ พี่ ๆ เมื่อวานนี้ว่า “ถ้าผมเดินหน้าทำอะไรแล้ว จะไม่มีการถอยกลับ ผมว่ายน้ำออกมาไกลขนาดนี้แล้วก็คงจะไม่ว่ายกลับไป ถึงแม้ว่าจะส่งเรือยอร์ชมารับก็จะไม่กลับ ตอนนี้กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดตัวพรรคการเมืองอย่างเป็นทางการภายใต้ชื่อ “พรรคไทยก้าวใหม่” ที่จะชูเรื่องของการศึกษาเป็นนโยบายหลัก”

การตัดสินใจเดินหน้าจัดตั้ง “ไทยก้าวใหม่” ของ ดร.เอ้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการศึกษา หากพรรค “ไทยก้าวใหม่” สามารถนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์และได้รับการสนับสนุนจากประชาชน ก็อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการพัฒนาประเทศในอนาคต

ที่มา – “ดร.เอ้” ยืนยันเดินหน้าตั้งพรรค “ไทยก้าวใหม่” เตรียมเปิดตัวภายในเดือนกันยายนนี้

ทลายแก๊งเงินกู้อยุธยา ดอกเบี้ยโหด 600% ต่อปี!

ตำรวจ ปอศ. บุกทลายแก๊งเงินกู้อยุธยา ดอกเบี้ยโหดมหาประลัยถึงร้อยละ 600 ต่อปี! ลูกหนี้รายไหนผิดนัดชำระหนี้ มีหวังโดนสมุนตามระรานถึงบ้านและที่ทำงานแน่นอน งานนี้พบเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 30 ล้านบาทเลยทีเดียว

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา พ.ต.อ.เมฆพิศาล ศรีภิรมย์ ผกก.5 บก.ปอศ. พร้อมด้วย พ.ต.ท.ภาคิน สุขพรหม, พ.ต.ท.หญิง สินีนาฏ เชิดชูตระกูลทอง รอง ผกก.5 บก.ปอศ. และ พ.ต.ต.พิชญากร แตงรอด สว.กก.5 บก.ปอศ. ร่วมกันนำกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหาจำนวน 3 ราย ได้แก่ นายณัฐพงษ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี, นายวิเนตร (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี และนายธีรวุฒิ (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี

โดยทั้งหมดถูกแจ้งข้อหา “ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้กำกับโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด” พร้อมของกลางเพียบ ทั้งคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง, โน้ตบุ๊ก 2 เครื่อง, โทรศัพท์มือถือ 13 เครื่อง, สมุดบัญชีธนาคาร 8 เล่ม และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยเงินกู้อีกจำนวน 10 ชุด การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา

สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ในเดือนสิงหาคม ได้มีผู้แจ้งเบาะแสเกี่ยวกับเครือข่ายทลายแก๊งเงินกู้อยุธยานอกระบบในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีพฤติการณ์เรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราที่สูงลิ่วถึงร้อยละ 1.715 ต่อวัน หรือคิดเป็นร้อยละ 51.45 ต่อเดือน หรือร้อยละ 626.25 ต่อปี จนกว่าลูกหนี้จะสามารถชำระเงินต้นได้ครบถ้วน ซึ่งถือเป็นการเอารัดเอาเปรียบประชาชนอย่างชัดเจน ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ส่งกำลังเข้าทำการตรวจสอบ

จากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่า กลุ่มผู้ต้องหามีพฤติการณ์ร่วมกันปล่อยเงินกู้นอกระบบให้กับประชาชนทั่วไป โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่กำลังประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน กระบวนการอนุมัติสินเชื่อก็ง่ายแสนง่าย ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือบุคคลค้ำประกัน เพียงแค่มีการสำรวจกิจการเพื่อนำไปประกอบการพิจารณาเท่านั้น เมื่อสินเชื่อได้รับการอนุมัติ กลุ่มผู้ต้องหาจะทำการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารให้กับลูกหนี้ทันที พร้อมทั้งหักดอกเบี้ยงวดแรกและงวดสุดท้ายเอาไว้ก่อน นอกจากนี้ หากลูกหนี้รายใดผิดนัดชำระหนี้ ก็จะถูกส่งสมุนไปข่มขู่คุกคามถึงที่บ้าน ที่ทำงาน หรือร้านค้า โดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย

ทลายแก๊งเงินกู้อยุธยา

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนจนทราบถึงที่พักอาศัยของกลุ่มผู้ต้องหา จึงได้ขออนุมัติหมายค้นจากศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเข้าทำการตรวจค้นเป้าหมายจำนวน 3 จุด และทำการจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด ส่งตัวให้พนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทลายแก๊งเงินกู้อยุธยาภัยร้ายใกล้ตัวที่ต้องระวัง

การทลายแก๊งเงินกู้อยุธยาในครั้งนี้ ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับประชาชนทั่วไปที่กำลังมองหาแหล่งเงินทุน การกู้เงินนอกระบบอาจดูเหมือนเป็นทางออกที่ง่ายและรวดเร็ว แต่ในระยะยาวแล้ว อาจนำมาซึ่งปัญหาหนี้สินที่ทับถมและภัยคุกคามต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ดังนั้น ก่อนตัดสินใจกู้เงิน ควรพิจารณาถึงความจำเป็นและผลกระทบที่จะตามมาอย่างรอบคอบ หากจำเป็นต้องกู้เงิน ควรเลือกใช้บริการจากสถาบันการเงินที่ถูกกฎหมายและมีอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรม

นอกจากนี้ ภาครัฐควรมีมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่เข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนในระบบให้มากขึ้น เพื่อลดความจำเป็นในการพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ และควรบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับผู้ที่ปล่อยเงินกู้นอกระบบในอัตราดอกเบี้ยที่สูงเกินจริง เพื่อปกป้องประชาชนจากภัยร้ายของการทลายแก๊งเงินกู้อยุธยาเหล่านี้

ที่มา – ทลายแก๊งเงินกู้อยุธยา ดอกโหดร้อยละ 600 ต่อปี หากลูกหนี้เบี้ยว ส่งสมุนระรานถึงที่ทำงาน

โปรดเกล้าฯ พ.ร.ฎ. เลือกตั้ง สส.กาญจนบุรี เขต 4

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง สส.กาญจนบุรี เขต 4 แทนตำแหน่งที่ว่างลง ภายหลังจากการลาออกของนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2568 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 4 แทนตำแหน่งที่ว่าง พ.ศ. 2568 โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่าง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 105 วรรคหนึ่ง (1) และมาตรา 175 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้

มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 4 แทนตำแหน่งที่ว่าง พ.ศ. 2568”

มาตรา 2 พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา 3 ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 4 แทนตำแหน่งที่ว่าง

มาตรา 4 ให้ประธานกรรมการการเลือกตั้งรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี

โปรดเกล้าฯ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง สส.กาญจนบุรี เขต 4

การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ได้ลาออกจากตำแหน่ง สส.กาญจนบุรี สังกัดพรรคเพื่อไทย โดยมีกระแสข่าวว่าจะเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

ทำไมต้องมีการเลือกตั้ง สส.กาญจนบุรี เขต 4 ใหม่?

การลาออกจากตำแหน่งของ สส. ส่งผลให้เกิดตำแหน่งว่างในสภาผู้แทนราษฎร ตามกฎหมายแล้ว จะต้องมีการจัดการเลือกตั้งซ่อมภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อให้ประชาชนในเขตเลือกตั้งนั้น ๆ ได้มีผู้แทนของตนเองในการทำหน้าที่ในสภา

สถานการณ์ทางการเมืองในจังหวัดกาญจนบุรีจึงมีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง การเลือกตั้ง สส.กาญจนบุรี เขต 4 ในครั้งนี้ จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญถึงความนิยมของพรรคการเมืองต่างๆ ในพื้นที่ และอาจส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลได้อีกด้วย

พรรคการเมืองต่างๆ เตรียมส่งผู้สมัครลงชิงชัยในการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างเต็มที่ คาดว่าจะมีการแข่งขันที่ดุเดือด เพื่อช่วงชิงคะแนนเสียงจากประชาชนชาวกาญจนบุรี

ประชาชนในพื้นที่เขต 4 จังหวัดกาญจนบุรี ควรติดตามข่าวสารและข้อมูลเกี่ยวกับผู้สมัครและนโยบายของแต่ละพรรคอย่างใกล้ชิด เพื่อใช้สิทธิของตนเองในการเลือกตั้งอย่างมีวิจารณญาณ

การออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งของประชาชนทุกคนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเสียงของท่านคือพลังที่จะกำหนดอนาคตของจังหวัดและประเทศชาติ

การเลือกตั้ง สส.กาญจนบุรี เขต 4 ครั้งนี้ ยังเป็นการทดสอบความพร้อมของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างโปร่งใสและยุติธรรม เพื่อให้ผลการเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

สิ่งที่น่าจับตามองคือ กลยุทธ์และนโยบายที่แต่ละพรรคการเมืองจะนำเสนอต่อประชาชน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและแก้ไขปัญหาของคนในพื้นที่ รวมถึงการหาเสียงที่สร้างสรรค์และหลีกเลี่ยงการใส่ร้ายป้ายสี

นอกจากนี้ การมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมและองค์กรต่างๆ ในการสังเกตการณ์การเลือกตั้งก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการเลือกตั้งเป็นไปอย่างอิสระและปราศจากการแทรกแซง

โดยสรุปแล้ว การเลือกตั้ง สส.กาญจนบุรี เขต 4 ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเมืองทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ ประชาชนควรให้ความสนใจและมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของตนเอง

ที่มา – โปรดเกล้าฯ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง สส.กาญจนบุรี เขต 4 หลัง “ศักดิ์ดา” ลาออก

เปิดแนวเสี่ยงโชค 12 ราศี 16 ก.ย. 68: เลขเด็ดใกล้ตัว

อ.มงคล รอดเที่ยงธรรม นักทำนายโหราศาสตร์ชื่อดัง เปิดแนวเสี่ยงโชค 16 ก.ย. 2568 แฟนๆ ในโซเชียล ไทยรัฐทุกแพลตฟอร์มใจจดจ่อเกือบทุกงวด

อ.มงคล ไม่ได้ให้เลขแม่นๆ แต่กลับให้แนวทางที่ตรงกับราศีเกิดให้ไว้เป็นแนวทางเพื่อเสี่ยงโชค โดยแต่ละราศี มีเลขที่อยู่ใกล้ตัว หรือ ราศีไหนใช้เลขวันเดือนปีเกิดคุณพ่อคุณแม่ หรือเลขที่พบเห็นข้างทางก่อนวันเสี่ยงโชค เรียกว่าแต่ละงวดที่ผ่านมา ความแม่นและไม่แม่น ให้คุณผู้อ่านเป็นผู้ตัดสิน

สำหรับใครที่กำลังมองหา เปิดแนวเสี่ยงโชค 12 ราศี 16 ก.ย. 68 อาจารย์มงคลได้ทำนายราศีที่มีโอกาสถูกรางวัลที่หนึ่ง ในวันอังคารที่ 16 กันยายน ได้แก่ ราศีพิจิก มีน กันย์ มังกร เมถุน กุมภ์ เมษ ลองนำไปพิจารณากันดูนะครับ

เปิดแนวเสี่ยงโชค 12 ราศี 16 ก.ย. 68

เลขเด็ดจาก อ.มงคล รอดเที่ยงธรรม ตามราศี

มาดูกันเลยว่าแต่ละราศี จะมีแนวทาง เปิดแนวเสี่ยงโชค 12 ราศี 16 ก.ย. 68 อย่างไรบ้าง อ้างอิงจากคำทำนายของ อ.มงคล รอดเที่ยงธรรม

ราศีมังกร 14 มกราคม – 12 กุมภาพันธ์

ได้ไพ่ผู้หญิงทรงพลัง STRENGTH ความหมายนำตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับ วัน เดือน ปี พ.ศ.เกิดของคุณแม่จะให้โชคลาภดวงดี

ราศีกุมภ์ 13 กุมภาพันธ์ – 15 มีนาคม

ได้ไพ่ 1 ไม้เท้า ความหมายมีความขยัน ความกระตือรือร้น ให้ใช้ตัวเลขเกี่ยวกับป้ายโฆษณาที่มองเห็นตามถนนหนทาง รวมถึงรอบๆ ข้างที่เห็นเป็นครั้งแรก หลังอ่านจบ

ราศีมีน 16 มีนาคม – 12 เมษายน

ได้ไพ่ 9 เหรียญ ความหมายตัวเลขเกี่ยวกับบ้านเลขที่ ที่เราอยู่อาศัย คอนโด ห้องพัก ห้องเช่า

ราศีเมษ 13 เมษายน – 15 พฤษภาคม

ได้ไพ่ราชาไม้เท้า KING of WANDS ความหมายมีโอกาสติดต่อกับใครที่เป็นผู้ชายอายุมากกว่าเราขึ้นไป ผิวสองสี ลองถามตัวเลขที่เขาชอบ และนำมาเสี่ยงโชค

ราศีพฤษภ 16 พฤษภาคม – 15 มิถุนายน

ได้ไพ่ 6 ไม้เท้า ความหมายเลขทะเบียนรถที่เรานั่ง หรือเดินทางไปไหน หากใครมีรถเป็นของตนเองก็ใช้เลขทะเบียนรถของตนเองได้เลย หรือใครนั่งรถแท็กซี่ รถมอเตอร์ไซค์วิน รถที่เราใช้ในการเดินทาง

ราศีเมถุน 16 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม

ได้ไพ่คู่รัก THE LOVERS ความหมายอายุวันเดือน ปี เกิด พ.ศ. ของคนรัก คู่รัก หากใครยังไม่มีคู่ ก็ให้หาคนที่เรารู้สึกดีด้วย

ราศีกรกฎ 16 กรกฎาาคม – 18 สิงหาคม

ได้ไพ่พระสังฆราช THE HIEROPHANT ความหมายการเสี่ยงทายจากเลขธูปมงคล เลขลูกปิงปอง หรือการเสี่ยงเซียมซี

ราศีสิงห์ 19 สิงหาคม – 17 กันยายน

ได้ไพ่ 9 ไม้เท้า ความหมายลองมองหาเลขทะเบียนรถที่เสีย รถที่ประสบอุบัติเหตุ ชำรุด ตามท้องถนน หรือตามโซเชียล ที่เรามองเห็น

ราศีกันย์ 18 กันยายน – 17 ตุลาคม

ได้ไพ่ 7 เหรียญ ความหมายเลขจากรหัสเอทีเอ็ม เลขจากบัญชีธนาคารจะให้โชคลาภดวงดี

ราศีตุล 18 ตุลาคม – 14 พฤศจิกายน

ได้ไพ่ 2 เหรียญ ความหมายใบบิล ใบเสร็จ เลขบัตรคิว จะให้โชคลาภ

ราศีพิจิก 15 พฤศจิกายน – 16 ธันวาคม

ได้ไพ่พระอาทิตย์ THE SUN ความหมายมีโชคลาภดวงดีมาก ให้อธิษฐานและลองเสี่ยงทายตามตัวเลขที่ตัวเองชอบจะนำมาในเรื่องดวงดี รวมถึงอายุ วัน เดือน ปี พ.ศ.เกิดของตนเอง

ราศีธนู 17 ธันวาคม – 13 มกราคม

ได้ไพ่ฤาษี THE HERMIT ความหมายตัวเลขที่เกี่ยวกับคุณปู่ ของตัวเองจะให้โชคลาภ

ผู้เขียน : อาจารย์มงคลรอดเที่ยงธรรม

การเสี่ยงโชคเป็นเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ และขอให้ทุกท่านโชคดีกับการ เปิดแนวเสี่ยงโชค 12 ราศี 16 ก.ย. 68 นี้นะครับ!

ที่มา – เปิดแนวเสี่ยงโชค 12 ราศี 16 ก.ย. 68 เลขเด็ดใกล้ตัว เลขธูป อายุคนใกล้ชิด

“แม้ว สุทัศน์” ลงคะแนนเลือกตั้งซ่อมเชียงราย

การเลือกตั้งซ่อม สส. เชียงราย เขต 7 คึกคัก! “แม้ว สุทัศน์” ผู้สมัครจากพรรคประชาชน เบอร์ 2 ลงพื้นที่ใช้สิทธิ์ตั้งแต่เช้า พร้อมเผยความรู้สึกโล่งใจที่เห็นพี่น้องชาวหล่ายงาวออกมาใช้สิทธิ์กันอย่างตื่นตัว หลังจากที่ก่อนหน้านี้แอบกังวลว่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิ์น้อย

เมื่อเวลา 09.20 น. ของวันที่ 14 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเลือกตั้งซ่อม สส. เชียงราย เขต 7 ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 1 หอประชุมหมู่บ้านหล่ายงาว หมู่ที่ 1 ตำบลหล่ายงาว อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย พบว่ามีประชาชนทยอยเดินทางมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งกันอย่างต่อเนื่อง

นายสุทัศน์ ยาละ หรือ “แม้ว” ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เชียงราย เขตเลือกตั้งที่ 7 พรรคประชาชน หมายเลข 2 ได้เดินทางมาถึงหน่วยเลือกตั้งพร้อมกับครอบครัว เพื่อใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงในช่วงเช้า

นายสุทัศน์กล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า รู้สึกตื่นเต้นกับการเลือกตั้งในครั้งนี้ แต่เมื่อได้เห็นพี่น้องประชาชนออกมาใช้สิทธิ์กันพอสมควร ก็รู้สึกดีใจและคลายความกังวลลงได้มาก “ตอนแรกก็เกรงว่าพ่อแม่พี่น้องจะมาใช้สิทธิ์น้อย ดีใจที่เห็นคนมาใช้สิทธิ์มากขึ้น ขอให้พื้นที่อื่นมีการใช้สิทธิ์มากเหมือนที่นี่บ้านหล่ายงาวเช่นกัน” นายสุทัศน์กล่าว

สำหรับพื้นที่เลือกตั้งซ่อม สส. เชียงราย ​เขต 7 ประกอบด้วยอำเภอต่างๆ ดังนี้:

  • อำเภอเชียงแสน
  • อำเภอดอยหลวง
  • อำเภอเวียงแก่น
  • อำเภอเชียงของ (ยกเว้นตำบลบุญเรือง)
  • อำเภอแม่จัน (เฉพาะตำบลจันจว้าและตำบลจันจว้าใต้)

สำหรับหน่วยเลือกตั้งที่ 1 บ้านหล่ายงาว มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวน 400 กว่าคน ซึ่งถือเป็นหมู่บ้านขนาดกลาง โดยประชาชนได้ทยอยเดินทางมาใช้สิทธิ์กันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้า โดยมีเจ้าหน้าที่จาก กกต. คอยอำนวยความสะดวกและดูแลความเรียบร้อย

นอกจากนี้ ตามหน่วยเลือกตั้งต่างๆ ในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 7 ประชาชนต่างเดินทางมาใช้สิทธิ์กันตั้งแต่เช้า ท่ามกลางสภาพอากาศที่ค่อนข้างร้อน ประชาชนจึงรีบออกมาใช้สิทธิ์ก่อนเพื่อหลีกเลี่ยงสภาพอากาศที่แปรปรวนในช่วงบ่าย

หลังจากปิดหีบลงคะแนนในเวลา 17.00 น. คาดว่าจะใช้เวลาในการนับคะแนนไม่เกิน 1 ชั่วโมง จากนั้นจะนำหีบบัตรลงคะแนนไปรวมกันที่ว่าการอำเภอแต่ละอำเภอ ก่อนที่จะแจ้งคะแนนไปยัง กกต. เขต ณ ตำบลจันจว้า เพื่อรวบรวมผลคะแนนทั้งหมด คาดว่าจะทราบผลการเลือกตั้งซ่อม สส. เชียงราย อย่างเป็นทางการภายในเวลา 21.00 น. ของวันนี้

“แม้ว สุทัศน์” ผู้สมัครจากพรรคประชาชน เข้าคูหาใช้สิทธิ์เลือกตั้งซ่อมเชียงราย

บรรยากาศการเลือกตั้งซ่อม สส. เชียงราย เป็นไปอย่างคึกคัก

การออกมาใช้สิทธิ์ของประชาชนในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวทางการเมืองของคนในพื้นที่ และความสำคัญของการมีส่วนร่วมในการเลือกผู้แทนของตนเองเข้าไปทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร การเลือกตั้งทุกครั้งจึงเป็นโอกาสสำคัญที่เราจะได้แสดงพลังและเลือกคนที่ใช่ เพื่อพัฒนาบ้านเมืองของเราให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

ที่มา – “แม้ว สุทัศน์” ผู้สมัครจากพรรคประชาชน เข้าคูหาใช้สิทธิ์เลือกตั้งซ่อมเชียงราย

สวนดุสิตโพล: “พรรคประชาชน” คะแนนนำเลือกตั้ง

สวนดุสิตโพล เผยผลสำรวจ “พรรคประชาชน” ได้คะแนนนำหากวันนี้มีการเลือกตั้ง รองลงมาคือกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจ ตามด้วยพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย ประชาชนคาดหวังเห็นรัฐบาลทำงานเชิงรุก และฝ่ายค้านตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างสร้างสรรค์

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2568 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ ในหัวข้อ “ความคาดหวังต่อพรรคการเมืองไทย ณ วันนี้” โดยทำการสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,232 คน ระหว่างวันที่ 9–12 กันยายน 2568

ในส่วนของคำถามที่ว่า ประชาชนอยากเห็นบทบาทของพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล ณ วันนี้เป็นอย่างไร ผลสำรวจพบว่า:

  • ร้อยละ 75.27 ต้องการเห็นพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลทำงานเชิงรุก แก้ปัญหาได้จริง และตรวจสอบได้
  • ร้อยละ 64.73 ต้องการให้ทำงานร่วมกับทุกฝ่ายเพื่อประโยชน์ของประเทศ
  • ร้อยละ 57.22 ต้องการให้บริหารประเทศด้วยความตั้งใจ และมีผลงานที่ชัดเจน

ขณะที่คำถามเกี่ยวกับ บทบาทที่ประชาชนอยากเห็นจากพรรคการเมืองฝ่ายค้าน พบว่า:

  • ร้อยละ 68.32 อยากเห็นการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมาและสร้างสรรค์
  • ร้อยละ 59.95 ต้องการให้ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงแทนประชาชนในสภาฯ
  • ร้อยละ 58.73 ต้องการให้ทุกพรรคทำงานร่วมมือกันเพื่อประโยชน์ของประเทศ

สำหรับประเด็นที่ ประชาชนต้องการให้พรรคการเมืองปรับปรุงมากที่สุด คือ:

  • ร้อยละ 64.29 เรื่องของความโปร่งใสและความซื่อสัตย์
  • ร้อยละ 62.91 การพูดจริง ทำจริง
  • ร้อยละ 58.45 ความสามัคคีกันในการทำงานเพื่อประชาชน

ที่น่าสนใจคือเมื่อถามว่า หากมีการเลือกตั้ง ณ วันนี้ ประชาชนจะเลือกพรรคการเมืองใด ผลปรากฏว่า:

  • ร้อยละ 23.94 จะเลือกพรรคประชาชน
  • ร้อยละ 21.35 ยังไม่ตัดสินใจ
  • ร้อยละ 14.20 จะเลือกพรรคภูมิใจไทย
  • ร้อยละ 11.61 จะเลือกพรรคเพื่อไทย
  • ร้อยละ 10.39 จะเลือกพรรคพลังประชารัฐ
  • ร้อยละ 18.51 จะเลือกพรรคอื่นๆ

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล กล่าวว่า สิ่งที่ประชาชนเรียกร้องไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นมาตรฐานพื้นฐานที่พรรคการเมืองควรยึดถือ และความคาดหวังเหล่านี้แสดงถึงความเชื่อมั่นที่ลดลงต่อการเมืองไทย พรรคการเมืองต้องสร้างผลงานและความน่าเชื่อถือเพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน

ผศ.ยอดชาย ชุติกาโม วิเคราะห์ว่า การเมืองอยู่ในภาวะสุญญากาศ รัฐมนตรีรักษาการทยอยออกจากตำแหน่ง และคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติ ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของสังคม โดยเฉพาะประเด็นบันทึกข้อตกลง (MOA) ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน

สวนดุสิตโพล: “พรรคประชาชน” คะแนนนำหากมีการเลือกตั้ง

ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการเห็นรัฐบาลใหม่ทำงานเชิงรุก โปร่งใส ตรวจสอบได้ และฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา อย่างไรก็ตาม การยุบสภาในขณะนี้อาจไม่เหมาะสม เนื่องจากประชาชนยังไม่พร้อมสำหรับการเลือกตั้ง เพราะยังไม่มีพรรคใดได้รับคะแนนนิยมเกินร้อยละ 25 แม้ว่าพรรคประชาชน จะมีคะแนนนำอยู่ก็ตาม

ดังนั้น พรรคการเมืองทุกฝ่ายต้องเร่งสร้างผลงานและความเชื่อมั่นจากประชาชน หากต้องการได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า การได้รับความไว้วางใจจากประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการสร้างความเข้มแข็งให้กับการเมืองไทย

ผลสำรวจชี้ “พรรคประชาชน” คะแนนนำการเลือกตั้ง

ผลสำรวจของสวนดุสิตโพลนี้เป็นสัญญาณที่สำคัญสำหรับทุกพรรคการเมือง โดยเฉพาะพรรคประชาชน ที่แม้จะมีคะแนนนำ แต่ก็ยังต้องทำงานอย่างหนักเพื่อรักษาและเพิ่มคะแนนนิยม นอกจากนี้ ทุกพรรคการเมืองควรให้ความสำคัญกับประเด็นที่ประชาชนต้องการ เช่น ความโปร่งใส ความซื่อสัตย์ และการทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ของประเทศ

การเมืองไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ การเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นตัวตัดสินว่าประเทศไทยจะเดินหน้าไปในทิศทางใด ดังนั้น ทุกพรรคการเมืองจึงควรใช้โอกาสนี้ในการแสดงวิสัยทัศน์และนโยบายที่ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนสามารถตัดสินใจเลือกผู้แทนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับอนาคตของประเทศ

อนาคตของการเมืองไทยขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชนในการเลือกตั้งครั้งหน้า การติดตามข่าวสารและข้อมูลเกี่ยวกับพรรคการเมืองต่างๆ อย่างใกล้ชิด จะช่วยให้ท่านสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและมีข้อมูลครบถ้วน

ที่มา – สวนดุสิตโพล “พรรคประชาชน” คะแนนนำหากมีการเลือกตั้ง รองลงมาภูมิใจไทย-เพื่อไทย

เช็กเงื่อนไข คนละครึ่งล่าสุด 2568 ใครได้บ้าง

รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยเตรียมเปิดโครงการคนละครึ่งล่าสุด 2568 รอบใหม่! มาดูกันว่าใครมีสิทธิได้รับประโยชน์จากโครงการนี้บ้าง? โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น ลดค่าครองชีพ และส่งเสริมการจับจ่ายใช้สอยของพี่น้องประชาชน โดยมีแนวโน้มว่าจะเปิดโอกาสให้คนไทยทุกคนได้เข้าร่วม แต่รายละเอียดการสนับสนุนอาจแตกต่างกันไปตามกลุ่มเป้าหมาย

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2568 มีรายงานข่าวถึงแผนงานเร่งด่วนของรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนหลักในการจัดตั้งรัฐบาล มีการประกาศถึงการฟื้นโครงการ “คนละครึ่ง” ซึ่งเคยได้รับความนิยมในสมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยมีเป้าหมายหลักคือการเป็นนโยบายที่สามารถเห็นผลได้รวดเร็ว (Quick Win) เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น ลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และส่งเสริมให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศ

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาเปิดเผยว่า นายอนุทินและคณะกรรมการบริหารพรรค รวมถึงทีมงานที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย ได้มีการหารือถึงมาตรการคนละครึ่งล่าสุด 2568 นี้จริง โดยมองว่าเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม รูปแบบของโครงการอาจมีการปรับปรุงให้มีความเหมาะสมและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงแหล่งเงินทุนที่จะนำมาใช้ในโครงการนี้ว่า รัฐบาลยังมีวงเงินเหลืออยู่ประมาณ 25,000 ล้านบาทจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดก่อน ซึ่งสามารถนำมาใช้ได้ทันที หากใช้เงินจำนวนนี้ จะสามารถเริ่มโครงการได้เร็ว แต่อาจต้องรอการตัดสินใจเชิงนโยบายอีกครั้ง หากต้องการขยายขนาดของโครงการให้ใหญ่ขึ้น

สำหรับเงื่อนไข คนละครึ่งล่าสุด 2568 เบื้องต้นแบ่งตามกลุ่มประชาชน ดังนี้

  • กลุ่มผู้เสียภาษีเงินได้ : ภาครัฐอาจจะช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40%
  • ประชาชนทั่วไป (นอกระบบภาษี) : ภาครัฐอาจจะช่วยจ่าย 50% และประชาชนจ่ายเอง 50%

อย่างไรก็ตาม โครงการคนละครึ่งในอดีต มีเงื่อนไขคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการดังนี้:

  • มีสัญชาติไทย
  • มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
  • มีบัตรประจำตัวประชาชน
  • ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

โดยผู้ที่ได้รับสิทธิ จะต้องใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และรัฐบาลจะให้เงินสนับสนุนสูงสุดวันละ 150 บาทต่อคน

โครงการ คนละครึ่งล่าสุด 2568 มีอะไรใหม่?

“โครงการคนละครึ่งล่าสุด 2568” มีแนวโน้มที่จะถูกปรับปรุงรูปแบบให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบันมากขึ้น ซึ่งอาจมีการเพิ่มสิทธิประโยชน์หรือปรับเงื่อนไขบางประการให้เหมาะสมกับสถานการณ์

ดังนั้น สิ่งสำคัญคือการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการเข้าร่วมโครงการดีๆ ที่จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

สรุปแล้ว โครงการคนละครึ่งล่าสุด 2568 ที่กำลังจะมาถึง ถือเป็นข่าวดีสำหรับประชาชนที่กำลังมองหาตัวช่วยลดค่าครองชีพ อย่างไรก็ตาม รายละเอียดและเงื่อนไขต่างๆ ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาและปรับปรุง ดังนั้น ขอให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่พลาดโอกาสในการเข้าร่วมโครงการนี้นะคะ

ที่มา – เช็กเงื่อนไข คนละครึ่งล่าสุด 2568 ของ “รัฐบาลอนุทิน” รอบนี้ใครได้บ้าง