วัน: 14 กันยายน 2025

สว.อลงกต เล็งสอบงบซอฟต์พาวเวอร์

“อลงกต วรกี” เผย กมธ.ติดตามงบฯ เล็งสอบงบประมาณซอฟต์พาวเวอร์ ไล่เส้นทางล็อกสเปกให้คนใกล้ชิดได้งาน-ความคุ้มค่าการใช้งบฯ เผยคนชายแดนแนะข้อเสนอให้รัฐบาลกัมพูชาชดใช้ค่าเสียหายให้ไทย แลกเปิดด่าน

วันที่ 14 กันยายน 2568 นายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา กล่าวว่า ในการประชุม กมธ.ติดตามการบริหารงบประมาณ วันที่ 15 กันยายน 2568 เวลา 14.00 น. ที่ประชุมจะหารือถึงการตรวจสอบการใช้งบประมาณโครงการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ 5,000 ล้านบาท ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตามที่มีการตั้งข้อสงสัยถึงการใช้งบประมาณว่ามีความคุ้มค่า เกิดประโยชน์มากน้อยเพียงใด หรือมีการรั่วไหลหรือไม่

โดยเฉพาะกรณีการจัดซื้อจัดจ้างในโครงการอีเวนต์ต่างๆ ที่ถูกตั้งข้อสังเกตมีการล็อกสเปกให้บุคคลใกล้ชิดได้งาน ได้ดำเนินการประมูลถูกต้องตามระเบียบราชการหรือไม่ รวมทั้งจะพิจารณาดูความคุ้มค่าในแต่ละโครงการว่ามีการใช้งบประมาณเกิดประโยชน์เพียงใด ดำเนินการแล้วสามารถนำไปต่อยอดเป็นซอฟต์พาวเวอร์สร้างรายได้เข้าประเทศได้จริงหรือไม่ การประชุม กมธ.ในวันดังกล่าวจะพิจารณาเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และสำนักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติมาให้ข้อมูลกับ กมธ. ต่อไป

ขณะเดียวกัน นายอลงกต กล่าวต่อไปถึงข้อเสนอการพิจารณาเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ในฐานะประธาน กมธ.ติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา ได้ลงพื้นที่ อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ไปติดตามเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา พบว่ามีการเบิกจ่ายงบประมาณถูกต้อง ครบถ้วน แต่เงินเยียวยาที่ได้รับอาจได้ไม่ตรงกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ได้สอบถามชาวบ้านในพื้นที่ถึงการเปิดด่านไทย-กัมพูชา คนในพื้นที่ให้ข้อเสนอว่า ถ้าจะให้เปิดด่านจริง จะต้องให้รัฐบาลกัมพูชาชดใช้ค่าเสียหายแก่คนไทยที่เกิดความเสียหายตามแนวชายแดนก่อน ทั้งกรณีเสียชีวิต บาดเจ็บ พิการ บ้านเรือนและสัตว์เลี้ยงที่เสียหาย ต้องได้รับการชดใช้จากกัมพูชาให้ครบถ้วน ตามความเสียหายจริงที่เกิดขึ้น

ส่วนข้อเสนอให้ทหารกัมพูชาร่วมเก็บกู้วัตถุระเบิดกับไทยนั้น เชื่อว่าไม่มีทางเป็นไปได้ แม้กัมพูชาจะตอบตกลงร่วมเก็บกู้ระเบิด แต่คงเป็นลักษณะต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างเก็บกู้ ไม่ได้ไปเก็บกู้ร่วมกับไทย แล้วจะมั่นใจได้อย่างไรว่ากัมพูชาจะไม่ไปวางกับระเบิดเพิ่มเติม ชาวบ้านในพื้นที่บอกว่าควรให้รัฐบาลกัมพูชาจ่ายค่าชดเชยการเก็บกู้วัตถุระเบิดให้รัฐบาลไทย ดีกว่าให้มาเก็บกู้วัตถุระเบิดร่วมกัน.

สว.อลงกต เล็งสอบงบซอฟต์พาวเวอร์

จากกรณีที่ สว. อลงกต ได้ออกมาเปิดเผยถึงการเตรียมสอบงบประมาณซอฟต์พาวเวอร์ ทำให้เกิดคำถามและความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมากถึงความโปร่งใสและความคุ้มค่าของโครงการนี้ การตรวจสอบนี้มีเป้าหมายเพื่อต้องการให้การใช้งบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ

ทำไมต้องตรวจสอบงบประมาณซอฟต์พาวเวอร์?

การตรวจสอบงบประมาณซอฟต์พาวเวอร์ มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นงบประมาณจำนวนมากที่ถูกจัดสรรเพื่อพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพของประเทศไทยในด้านต่างๆ การตรวจสอบจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ถูกใช้อย่างถูกต้องตามวัตถุประสงค์ ไม่มีการทุจริตหรือการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น นอกจากนี้ การตรวจสอบยังช่วยประเมินผลลัพธ์ของโครงการต่างๆ ว่าสามารถสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าและยั่งยืนได้จริงหรือไม่

ประเด็นสำคัญที่ สว.อลงกต ให้ความสนใจเป็นพิเศษคือ เรื่องของการล็อกสเปกและการเอื้อประโยชน์ให้กับคนใกล้ชิดในการจัดซื้อจัดจ้างโครงการต่างๆ ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเป็นธรรมในการดำเนินงาน

ความคุ้มค่าและความโปร่งใสต้องมาก่อน

การใช้งบประมาณจำนวน 5,000 ล้านบาท สำหรับโครงการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์นั้น ถือเป็นจำนวนเงินที่สูงมาก ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการดำเนินโครงการต่างๆ เป็นไปอย่างโปร่งใสและคุ้มค่ากับเงินภาษีของประชาชน

การตรวจสอบงบประมาณซอฟต์พาวเวอร์ ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อจับผิดหรือขัดขวางการดำเนินงานของโครงการ แต่มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้การใช้งบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ การตรวจสอบนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

การที่ สว.อลงกต และคณะกรรมาธิการฯ ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบงบประมาณในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการตรวจสอบนี้จะนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานโครงการต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สิ่งที่ประชาชนคาดหวังคือ การที่งบประมาณทุกบาททุกสตางค์ ถูกนำไปใช้ในโครงการที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มบุคคลใดกลุ่มบุคคลหนึ่ง การตรวจสอบงบประมาณซอฟต์พาวเวอร์ จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องและจริงจัง

ที่มา – “สว.อลงกต” เผย กมธ. เล็งสอบงบซอฟต์พาวเวอร์ ไล่เส้นทางล็อกสเปก-ความคุ้มค่า

ตำรวจไซเบอร์ขอความเข้าใจปมอายัดบัญชี เร่งแก้ปัญหา

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. วอนพี่น้องประชาชนเข้าใจมาตรการระงับบัญชีต้องสงสัย เพื่อไม่ให้เงินของสุจริตชนตกไปถึงมือของคนร้าย พร้อมยืนยันไม่นิ่งนอนใจ เร่งหารือสถาบันการเงินและหน่วยงานเกี่ยวข้อง แก้ปัญหา-ปรับแนวทาง-ปลดอายัดบัญชี เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนโดยเร็ว

จากกรณีที่มีประชาชนผู้บริสุทธิ์หลายคนเจอปัญหาถูก “อายัดบัญชี” ต้องสงสัยกระทำผิด – เอี่ยวบัญชีม้า จนได้รับความเดือดร้อนหนัก และการปลดอายัดล่าช้า ซึ่งทางธนาคารแห่งประเทศไทย จะออกมาชี้แจงว่าอยู่ระหว่างการแก้ไขปรับปรุงและสามารถโทรร้องเรียนได้ทันที โดยมีบางส่วนก็ยังไม่วางใจ ทยอยพากันถอน “เงินสด” ออกจากธนาคารเพราะหวั่นเกิดปัญหา

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 กันยายน 2568 พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. เผยว่า ในมาตรการป้องกันอาชญากรรมออนไลน์ กำหนดระงับบัญชีต้องสงสัยชั่วคราวเพื่อตรวจสอบ โดยใช้แนวทางนี้มาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งสามารถช่วยปิดกั้นเงินผิดกฎหมายได้ ซึ่งต้องยอมรับว่า หลังจากที่มีมาตรการดังกล่าวทำให้คนร้ายนั้นปรับเปลี่ยนรูปแบบวิธีการเพื่อนำเงินที่หลอกลวงพี่น้องประชาชนออกจากระบบ

จากเดิมจะให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีม้าก่อนนำบัญชีม้ากระจายไปยังบัญชีทอดที่สองและสามและไปซื้อเงินสกุลดิจิทัล แต่ปัจจุบันพบว่าแทนที่จะซื้อคริปโตหรือสกุลเงินดิจิทัล กลับโอนซื้อสินค้ากับทางร้านค้าโดยตรง และให้ร้านค้าส่งสินค้าไปยังจุดที่คนร้ายได้เตรียมไว้ ก่อนนำสินค้าไปเล่นแร่แปรธาตุเป็นเงิน ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งในการฟอกเงิน และเริ่มกระจายมายังกลุ่มร้านค้ารายย่อย หรือแม้อย่างกรณีล่าสุดที่คนร้ายปรับวิธีการนำเงินออก คือจะโอนเงินเข้าบัญชีของเด็กและเยาวชน เป็นเงิน 1 แสนบาท จากนั้นจะโทรศัพท์ไปหาเด็ก ซึ่งเป็นเจ้าของบัญชี พร้อมบอกว่าโอนผิด ให้โอนเงินกลับไปยังบัญชีม้าที่เตรียมไว้ ซึ่งนั่นก็ทำให้บัญชีของเด็กคนดังกล่าวก็ถูกอายัดไปด้วย

ซึ่งปัจจุบันทางตำรวจได้มีการปลดอายัดบัญชีของเด็กเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนไปแล้ว อย่างไรก็ตาม กรณีที่เกิดขึ้นอยากให้พี่น้องประชาชนเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจและสถาบันการเงินดำเนินการตามมาตรการเพื่อระงับยับยั้งไม่ให้เงินของสุจริตชนตกไปถึงมือของคนร้าย

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้การถูกระงับบัญชีอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ธนาคารจะระงับการทำธุรกรรมชั่วคราว หากบัญชีไปเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินของมิจฉาชีพ ซึ่งเมื่อก่อนการระงับบัญชีม้า ตาม พ.ร.ก. ม.7 จะใช้คนกรอกข้อมูลเลยทำให้มีงานค้างเยอะ ตอนนี้ธนาคารเริ่มใช้ระบบอัตโนมัติในการไล่เส้นเงินติดตามคนร้าย จึงทำให้คนที่เคยรับเงินผ่านการฟอกเงินของคนร้ายจะถูกระงับบัญชี บางคนเพิ่งโดนหลังจากรับเงินมานาน เพราะว่าผู้เสียหายเพิ่งรู้ตัวว่าโดนหลอกแล้วเพิ่งมาแจ้งความ

ด้วยเหตุนี้ทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งอาจได้รับผลกระทบ ซึ่งตนได้ระดมเจ้าหน้าที่ประสานข้อมูลกับธนาคาร เพื่อตรวจสอบและแก้ไขให้เร็วขึ้น พร้อมเปิดช่องผ่านทางโทรศัพท์ในการรับแจ้งข้อมูลเพื่อตรวจสอบในระบบศูนย์รับเรื่องราวร้องเรียนการอายัดบัญชี ซึ่งยืนยันว่าประชาชนสุจริตชนสามารถใช้บัญชีในการทำธุรกรรมซื้อขายได้ตามปกติ ทั้งนี้ต้องมั่นใจว่าได้รับเงินจากบัญชีของคู่ค้าโดยตรง และหากมียอดชำระสูง จะต้องตรวจสอบบัตรประชาชนกรณีร้านทอง ส่วนประชาชนรายใดโดนอายัดสามารถยืนยันตัวตนได้ที่ธนาคารของตัวเอง หรือสอบถามข้อมูลกระบวนการการขอยกเลิกการอายัด ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนการอายัดบัญชีของ CCIB 095-425-7478 หรือ 1441

ผบช.ไซเบอร์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า จากความกังวลของพี่น้องประชาชนที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ทาง บช.สอท. ไม่นิ่งนอนใจ ได้หารือกับสถาบันการเงินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นที่เรียบร้อย และเห็นชอบร่วมกันเบื้องต้นว่า สำหรับในเรื่องนี้จะเร่งปรับแนวทางการอายัดบัญชีและกระบวนการปลดอายัด เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนสุจริตโดยเร็ว

ตำรวจไซเบอร์ วอนพี่น้องประชาชนเข้าใจปมอายัดบัญชี เร่งหารือสถาบันการเงิน แก้ปัญหา

ประเด็นเรื่อง ตำรวจไซเบอร์ วอนพี่น้องประชาชนเข้าใจปมอายัดบัญชี เร่งหารือสถาบันการเงิน แก้ปัญหา กลายเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในสังคมออนไลน์ หลายคนอาจจะยังสับสนว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไรกันแน่ ทำไมถึงมีการอายัดบัญชีเกิดขึ้นมากมาย และเราจะป้องกันตัวเองอย่างไรได้บ้าง วันนี้เราจะมาสรุปประเด็นสำคัญให้เข้าใจง่าย ๆ กันครับ

ทำไมถึงมีการอายัดบัญชี และเราต้องเข้าใจอะไรบ้าง?

การอายัดบัญชีในปัจจุบัน ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากมาตรการป้องกันอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งทางตำรวจไซเบอร์และสถาบันการเงินได้ร่วมมือกันเพื่อระงับบัญชีที่ต้องสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย หรือเป็นบัญชีม้าที่ใช้ในการฟอกเงิน

ถึงแม้ว่ามาตรการนี้จะมีจุดประสงค์ที่ดีในการป้องกันทรัพย์สินของประชาชน แต่ก็มีประชาชนผู้บริสุทธิ์จำนวนไม่น้อยที่ได้รับผลกระทบไปด้วย เนื่องจากบัญชีของตนเองถูกอายัดโดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้ไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้ตามปกติ

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. ได้กล่าวว่า ทางตำรวจไซเบอร์เข้าใจถึงความเดือดร้อนของประชาชน และกำลังเร่งหารือกับสถาบันการเงินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับปรุงแนวทางการอายัดบัญชีและกระบวนการปลดอายัดให้รวดเร็วและเป็นธรรมยิ่งขึ้น

สิ่งสำคัญที่ประชาชนควรทราบคือ หากบัญชีของท่านถูกอายัด สามารถติดต่อธนาคารของท่านเพื่อขอทราบสาเหตุและยื่นเรื่องเพื่อขอปลดอายัดได้ โดยเตรียมเอกสารที่แสดงความบริสุทธิ์ เช่น หลักฐานการทำธุรกรรมที่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือเอกสารยืนยันตัวตน

นอกจากนี้ ท่านยังสามารถติดต่อศูนย์รับเรื่องร้องเรียนการอายัดบัญชีของ CCIB ได้ที่เบอร์ 095-425-7478 หรือ 1441 เพื่อขอคำแนะนำและ assistance เพิ่มเติม

ทางตำรวจไซเบอร์และสถาบันการเงินกำลังพยายามอย่างเต็มที่ในการแก้ไขปัญหา ตำรวจไซเบอร์ วอนพี่น้องประชาชนเข้าใจปมอายัดบัญชี เร่งหารือสถาบันการเงิน แก้ปัญหา ที่เกิดขึ้น และขอความร่วมมือจากประชาชนในการตรวจสอบข้อมูลและทำธุรกรรมทางการเงินอย่างระมัดระวัง เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

อย่าลืมตรวจสอบข้อมูลและทำธุรกรรมทางการเงินอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันตัวเองจากมิจฉาชีพ และหากพบความผิดปกติใด ๆ ให้รีบแจ้งธนาคารหรือตำรวจทันที

ที่มา – ตำรวจไซเบอร์ วอนพี่น้องประชาชนเข้าใจปมอายัดบัญชี เร่งหารือสถาบันการเงิน แก้ปัญหา

ระเบิดสนั่นร้านอาหาร: บาดเจ็บ 25 รายในสเปน

เกิดเหตุระเบิดสนั่นร้านอาหารกึ่งบาร์ในสเปน บาดเจ็บ 25 ราย ในย่าน บัลเลคัส ของกรุงมาดริด เมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 25 คน โดย 3 คนมีอาการสาหัส เจ้าหน้าที่ได้ยืนยันว่าไม่มีผู้เสียชีวิตหรือติดอยู่ใต้ซากอาคาร

ภาพจากหน่วยกู้ภัยของมาดริดเผยให้เห็นความเสียหายอย่างหนัก ทั้งเพดานที่พังถล่ม ประตูกระเด็นออกจากบานพับ และเศษกระจกกระจัดกระจายเกลื่อนถนน ขณะที่รถดับเพลิง รถพยาบาล และเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมากเข้าประจำการในที่เกิดเหตุ

เฟอร์นันโด ซานเชซ ผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงเล่าว่า “ผมอยู่ที่บ้านและรู้สึกถึงแรงระเบิด เราวิ่งออกไปทันที… มันวุ่นวายมาก ผู้คนพยายามจะย้ายรถที่จอดขวางกันอยู่”

แม้สื่อสเปนจะรายงานว่าต้นเหตุของการระเบิดมาจากแก๊สรั่ว แต่ อินมาคูลาดา ซานซ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและเหตุฉุกเฉินของมาดริด กล่าวว่า “เร็วเกินไปที่จะสรุปสาเหตุ”

เจ้าหน้าที่จากหน่วยป้องกันพลเรือนและบริการทางการแพทย์ได้เข้าให้การรักษาผู้บาดเจ็บทั้งหมด 25 คน โดยระดมกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยพร้อมสุนัขดมกลิ่นและโดรนเพื่อสำรวจพื้นที่ และยืนยันว่าไม่มีใครติดค้างอยู่ใต้ซากปรักหักพัง

ทั้งนี้ ผู้อยู่อาศัยในอาคารที่ได้รับผลกระทบ 9 หลัง จะต้องถูกย้ายออกจากพื้นที่ชั่วคราวเป็นเวลาอย่างน้อย 2-3 วัน เพื่อความปลอดภัย

ระเบิดสนั่นร้านอาหารกึ่งบาร์ในสเปน บาดเจ็บ 25 ราย

เหตุการณ์ระเบิดสนั่นร้านอาหารกึ่งบาร์ในสเปน บาดเจ็บ 25 ราย ครั้งนี้นับเป็นอุบัติเหตุร้ายแรงที่สร้างความตกใจให้กับประชาชนในกรุงมาดริดเป็นอย่างมาก แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะยังไม่สามารถสรุปสาเหตุของการระเบิดได้ในขณะนี้ แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่าอาจเกิดจากแก๊สรั่ว อย่างไรก็ตาม การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

ความรุนแรงของการระเบิดส่งผลให้ร้านอาหารและอาคารใกล้เคียงได้รับความเสียหายอย่างหนัก แสดงให้เห็นถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน การตระหนักถึงความปลอดภัยและการมีมาตรการป้องกันที่รัดกุมจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ในอนาคต

ผลกระทบจากเหตุการณ์ระเบิดสนั่นร้านอาหารกึ่งบาร์ในสเปน บาดเจ็บ 25 ราย

นอกเหนือจากผู้บาดเจ็บและความเสียหายต่อทรัพย์สินแล้ว เหตุการณ์นี้ยังส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ความหวาดกลัวและความวิตกกังวลเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้หลังจากเผชิญกับสถานการณ์ที่รุนแรงเช่นนี้ การให้ความช่วยเหลือด้านจิตใจและสังคมจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อช่วยให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถฟื้นตัวและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

การเยียวยาความเสียหายและการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน การให้ความช่วยเหลือด้านการเงิน การซ่อมแซมอาคาร และการสนับสนุนด้านอื่นๆ จะช่วยให้ชุมชนสามารถกลับมาเข้มแข็งได้อีกครั้ง

เหตุการณ์ระเบิดสนั่นร้านอาหารกึ่งบาร์ในสเปน บาดเจ็บ 25 ราย เป็นบทเรียนสำคัญที่เตือนให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังความปลอดภัยและการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน การมีแผนฉุกเฉิน การฝึกซ้อม และการให้ความรู้แก่ประชาชน จะช่วยลดความสูญเสียและเพิ่มประสิทธิภาพในการรับมือกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

การสอบสวนหาสาเหตุของการระเบิดยังคงดำเนินต่อไป และหวังว่าผลการสอบสวนจะช่วยให้เราเข้าใจถึงปัจจัยที่นำไปสู่เหตุการณ์นี้ และนำไปสู่การปรับปรุงมาตรการความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง

ที่มา – ระเบิดสนั่นร้านอาหารกึ่งบาร์ในสเปน บาดเจ็บ 25 ราย

คนโดนอายัดบัญชีโวย! 1441 รอนาน ระบบห่วย

จากกรณีที่ประชาชนจำนวนมากได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากการถูกอายัดบัญชีโดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้หลายคนต้องเผชิญกับปัญหาทางการเงินอย่างกะทันหัน เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ประเด็นนี้ได้กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงความโปร่งใสและประสิทธิภาพของมาตรการดังกล่าว

ปัญหาหลักที่ผู้ถูกอายัดบัญชีส่วนใหญ่เผชิญคือความยากลำบากในการติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสอบถามข้อมูลและดำเนินการแก้ไข เพจเฟซบุ๊ก POLICETV ได้แนะนำให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบติดต่อศูนย์ AOC 1441 กด 2 เพื่อสอบถามกระบวนการขอยกเลิกการอายัดบัญชี แต่ในความเป็นจริง หลายคนกลับพบว่าการโทรไปยังหมายเลขดังกล่าวไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นเลย

คนโดนอายัดบัญชี โวยโทรฯไป 1441 แล้ว รอสายเป็นชั่วโมง ซัดระบบไร้ประสิทธิภาพ

ผู้เสียหายหลายรายได้ออกมาแสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับระบบการทำงานของศูนย์ AOC 1441 โดยระบุว่าต้องใช้เวลารอนานเป็นชั่วโมงกว่าจะสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ และเมื่อติดต่อได้แล้ว ก็มักจะไม่ได้รับข้อมูลที่ชัดเจน หรือถูกโยนเรื่องไปมาระหว่างหน่วยงานต่างๆ ทำให้กระบวนการแก้ไขปัญหาล่าช้าและสร้างความสับสนให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เกิดคำถามถึงประสิทธิภาพของมาตรการป้องกันอาชญากรรมออนไลน์ที่นำไปสู่การอายัดบัญชีจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีผู้บริสุทธิ์จำนวนไม่น้อยที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว การที่ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลและกระบวนการแก้ไขปัญหาได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ยิ่งทำให้ความเชื่อมั่นต่อระบบลดลง

ผู้เสียหายรายหนึ่งได้เล่าว่า เธอต้องเสียเวลารอสายนานมาก เมื่อติดต่อได้ เจ้าหน้าที่กลับแนะนำให้ไปขอเอกสารจากธนาคาร แต่เมื่อติดต่อไปยังธนาคาร ธนาคารกลับแจ้งว่าไม่มีข้อมูลและให้รออย่างเดียว สถานการณ์เช่นนี้ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกผลักภาระไปมาระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างแท้จริง

ความคับข้องใจของผู้ถูกอายัดบัญชีไม่ได้จบเพียงแค่การติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผลกระทบทางการเงินที่เกิดขึ้นจากการที่ไม่สามารถใช้เงินในบัญชีได้ หลายคนต้องประสบปัญหาในการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน การชำระหนี้สิน และการดำเนินธุรกิจ การที่บัญชีถูกอายัดโดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้าหรือให้ข้อมูลที่ชัดเจน ทำให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่สามารถเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทัน

ทางออกของปัญหานี้คืออะไร? หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งปรับปรุงระบบการทำงานของศูนย์ AOC 1441 ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดระยะเวลารอสาย และให้ข้อมูลที่ชัดเจนและถูกต้องแก่ประชาชน นอกจากนี้ ควรมีการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ให้เป็นไปอย่างราบรื่น เพื่อไม่ให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบต้องถูกโยนเรื่องไปมา นอกจากนี้ การพิจารณามาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการถูกอายัดบัญชีโดยไม่เป็นธรรมก็เป็นสิ่งที่ควรพิจารณาอย่างจริงจัง

1441 โทรติดยาก ผู้ถูกอายัดบัญชีต้องทำอย่างไร?

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกอายัดบัญชีและกำลังเผชิญกับปัญหาในการติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นี่คือสิ่งที่คุณสามารถทำได้:

  • รวบรวมเอกสาร: เตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมทางการเงินในบัญชีที่ถูกอายัด เช่น สลิปการโอนเงิน รายการเดินบัญชี เพื่อใช้ในการชี้แจงกับเจ้าหน้าที่
  • ติดต่อธนาคาร: ติดต่อธนาคารที่บัญชีของคุณถูกอายัดเพื่อสอบถามข้อมูลและขอเอกสารที่เกี่ยวข้อง
  • แจ้งความ: หากคุณเชื่อว่าการอายัดบัญชีของคุณไม่เป็นธรรม ให้แจ้งความกับตำรวจเพื่อดำเนินคดี
  • ปรึกษาทนายความ: หากคุณต้องการความช่วยเหลือทางกฎหมาย ให้ปรึกษาทนายความเพื่อขอคำแนะนำ

การแก้ไขปัญหาการถูกอายัดบัญชีอาจต้องใช้เวลาและความอดทน แต่การรวบรวมข้อมูล การติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยให้คุณสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ที่มา – คนโดนอายัดบัญชี โวยโทรฯไป 1441 แล้ว รอสายเป็นชั่วโมง ซัดระบบไร้ประสิทธิภาพ

โรมาเนียสกัดโดรนรัสเซียรุกล้ำน่านฟ้าล่าสุด

กระทรวงกลาโหมโรมาเนียเปิดเผยว่า กองทัพอากาศได้ส่งเครื่องบินขับไล่ขึ้นสกัดโดรนที่รุกล้ำน่านฟ้าของประเทศเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ขณะที่รัสเซียกำลังโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของยูเครนใกล้กับชายแดน เหตุการณ์โรมาเนียสกัดโดรนรัสเซียรุกล้ำน่านฟ้านี้สร้างความตึงเครียดในภูมิภาคเพิ่มขึ้น

นายไอโอนุต มอสเตียนู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมโรมาเนีย กล่าวว่า เครื่องบินขับไล่ F-16 สามารถเข้าใกล้โดรนดังกล่าวได้สำเร็จก่อนที่มันจะบินกลับเข้าไปในน่านฟ้ายูเครน ในเวลาไล่เลี่ยกัน โปแลนด์ซึ่งเป็นสมาชิกนาโต ก็สั่งการให้เครื่องบินขึ้นสกัดโดรนรัสเซียที่รุกล้ำน่านฟ้าเช่นกัน สถานการณ์โรมาเนียสกัดโดรนรัสเซียรุกล้ำน่านฟ้านี้เป็นสัญญาณที่น่ากังวล

กระทรวงกลาโหมโรมาเนียแถลงว่า ได้ส่งเครื่องบินขับไล่ F-16 จำนวน 2 ลำ และ Eurofighters อีก 2 ลำ ขึ้นสกัดโดรนที่ตรวจพบในน่านฟ้าของประเทศ โดยได้ติดตามจนกระทั่งมันหายไปจากเรดาร์ และได้ออกคำเตือนให้ประชาชนในเขต ทุลเชอา ที่อยู่ใกล้ชายแดนแม่น้ำดานูบและยูเครนหลบภัย

โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน โพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่าข้อมูลยืนยันว่าโดรนลำดังกล่าวรุกล้ำเข้าไปในดินแดนโรมาเนียประมาณ 10 กิโลเมตร และอยู่ในน่านฟ้าของนาโต นานกว่า 50 นาที พร้อมประณามว่านี่คือ “การขยายวงสงครามของรัสเซียอย่างชัดเจน” และเรียกร้องให้มีการคว่ำบาตรและใช้มาตรการทางภาษีกับรัสเซีย การกระทำดังกล่าวทำให้ โรมาเนียสกัดโดรนรัสเซียรุกล้ำน่านฟ้า กลายเป็นประเด็นสำคัญในเวทีระหว่างประเทศ

ก่อนหน้านี้ นาโตได้ประกาศแผนการเสริมสร้างการป้องกันในฝั่งตะวันออกของยุโรป หลังจากโปแลนด์ยิงโดรนที่รุกล้ำน่านฟ้าของตนตก ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ประเทศสมาชิกนาโต ยิงโดรนระหว่างสงครามรัสเซีย-ยูเครน

แม้โรมาเนียจะมีกฎหมายที่อนุญาตให้กองทัพสามารถยิงโดรนที่รุกล้ำน่านฟ้าได้ในช่วงเวลาปกติ แต่ยังไม่มีการอนุมัติกฎระเบียบการบังคับใช้ทั้งหมด ทำให้ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ

มาเรีย มัลเมอร์ สเตเนอร์การ์ด รัฐมนตรีต่างประเทศสวีเดน โพสต์แสดงความเห็นว่าการละเมิดน่านฟ้าครั้งนี้เป็น “การละเมิดน่านฟ้านาโตที่ยอมรับไม่ได้อีกครั้ง” และยืนยันว่าสวีเดนจะยืนเคียงข้างโรมาเนียในฐานะพันธมิตรนาโต และสมาชิกสหภาพยุโรป.

โรมาเนียสกัดโดรนรัสเซียรุกล้ำน่านฟ้า

ผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากเหตุการณ์โรมาเนียสกัดโดรนรัสเซียรุกล้ำน่านฟ้า

เหตุการณ์โรมาเนียสกัดโดรนรัสเซียรุกล้ำน่านฟ้านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การละเมิดน่านฟ้าเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การที่โดรนรัสเซียรุกล้ำเข้าไปในน่านฟ้าของประเทศสมาชิกนาโตอย่างโรมาเนีย ทำให้เกิดความกังวลอย่างมากในหมู่ประเทศสมาชิกนาโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่ตั้งอยู่ใกล้กับชายแดนยูเครน

นอกจากนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวยังเป็นการท้าทายต่อความมั่นคงของภูมิภาคยุโรปตะวันออก และอาจนำไปสู่การตอบโต้จากนาโต ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์ในยูเครนเลวร้ายลงไปอีก

มาตรการตอบโต้ของนาโตต่อการรุกล้ำน่านฟ้า

หลังจากเหตุการณ์โรมาเนียสกัดโดรนรัสเซียรุกล้ำน่านฟ้า นาโตได้ออกมาประณามการกระทำของรัสเซีย และได้ประกาศว่าจะเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนทางอากาศในภูมิภาคยุโรปตะวันออก นอกจากนี้ นาโตยังได้เรียกร้องให้รัสเซียยุติการกระทำที่ยั่วยุ และเคารพในอธิปไตยของประเทศอื่น

อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่านาโตจะใช้มาตรการตอบโต้อื่นๆ เพิ่มเติมหรือไม่ การตัดสินใจว่าจะตอบโต้อย่างไรขึ้นอยู่กับการประเมินสถานการณ์ และการปรึกษาหารือระหว่างประเทศสมาชิกนาโต

  • การเพิ่มกำลังทางทหารในภูมิภาค
  • การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัสเซีย
  • การสนับสนุนทางการทหารให้กับยูเครน

สถานการณ์นี้ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง และต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

การตอบโต้ที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพที่สุดจะต้องพิจารณาถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อทุกฝ่าย และจะต้องไม่ทำให้สถานการณ์ในยูเครนเลวร้ายลงไปอีก การรักษาสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคยุโรปตะวันออกเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

ที่มา – โรมาเนียสกัดโดรนรัสเซียรุกล้ำน่านฟ้า ระหว่างโจมตียูเครน

สง่า พรมเมือง: มั่นใจคว้าชัยเลือกตั้งซ่อม

การเลือกตั้งซ่อม สส. เชียงราย เขต 7 กำลังเป็นที่จับตา! วันนี้เราจะมาอัปเดตความเคลื่อนไหวล่าสุดของ “สง่า พรมเมือง” ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ที่มั่นใจว่าจะคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ไปครอง

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา “สง่า พรมเมือง” ได้เดินทางไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย เขต 7 ในเวลา 9 โมงเช้า พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าจะได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ขณะเดียวกัน เราก็ได้พูดคุยกับชาวบ้านที่ออกมาใช้สิทธิ์ ซึ่งหลายคนยังคงแสดงความรักและศรัทธาต่อพรรคเพื่อไทย และหวังว่าผู้แทนที่มาจากพรรคจะสามารถเข้ามาแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรที่กำลังตกต่ำได้

บรรยากาศโดยรวมเป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่เช้าตรู่ โดยมีประชาชนทยอยเดินทางมายังหน่วยเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ก็ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้งและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ พร้อมกล่าวว่า สภาพอากาศวันนี้เป็นใจ ทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความราบรื่น

สง่า พรมเมือง: มั่นใจคว้าชัยเลือกตั้งซ่อม

สำหรับการเลือกตั้งซ่อมในครั้งนี้ มีผู้สมัคร 2 คน คือ นายสง่า พรมเมือง จากพรรคเพื่อไทย เบอร์ 1 และ นายสุทัศน์ ยาละ จากพรรคประชาชน เบอร์ 2

นายแสวง บุญมี ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า กกต.จังหวัดเชียงราย คาดการณ์ว่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิ์ไม่ต่ำกว่า 65% และคาดว่าจะทราบผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการในเวลาประมาณ 20.00 น.

หลังจากใช้สิทธิ์เลือกตั้ง นายสง่า พรมเมือง ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากนี้จะกลับไปพักผ่อนที่บ้าน หลังจากที่ได้เดินสายหาเสียงและพบปะกับพี่น้องประชาชนในหลายอำเภอ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และมีความเชื่อมั่นว่าจะได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนให้เป็นผู้แทนราษฎร

นอกจากนี้ เรายังได้พูดคุยกับนายบุญยก พรมปัญญา อายุ 80 ปี ชาวบ้านที่มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ซึ่งได้แสดงความหวังว่า จะได้ผู้แทนที่เป็นคนเชียงแสน และมาจากพรรคเพื่อไทย เพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ เช่น ข้าว ข้าวโพด และมันสำปะหลัง

ทำไมนายสง่า พรมเมือง ถึงมั่นใจว่าจะชนะ?

ความมั่นใจของนายสง่า พรมเมือง มาจากการลงพื้นที่อย่างหนักหน่วง การรับฟังปัญหาของประชาชน และนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนในพื้นที่ พรรคเพื่อไทยมีฐานเสียงที่แข็งแกร่งในจังหวัดเชียงราย และความต้องการที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นของประชาชน ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนให้ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยมีโอกาสชนะการเลือกตั้ง

สถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของเกษตรกรในพื้นที่อย่างมาก การมีตัวแทนที่เข้าใจปัญหาและพร้อมที่จะผลักดันนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ จึงเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการ

การเลือกตั้งซ่อม สส. เชียงราย เขต 7 ในครั้งนี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เพราะจะเป็นโอกาสให้พวกเขาได้เลือกผู้แทนที่พวกเขาเชื่อมั่นว่าจะสามารถนำพาความเปลี่ยนแปลงที่ดีมาสู่ชุมชนได้

ดังนั้น การตัดสินใจเลือกใครเข้าไปทำหน้าที่ผู้แทนราษฎร จึงเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้ได้คนที่เหมาะสมที่สุดที่จะเป็นปากเสียงให้กับประชาชน และนำพาจังหวัดเชียงรายไปสู่ความเจริญก้าวหน้า

ที่มา – “สง่า พรมเมือง” ผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย มั่นใจคว้าชัยชนะเลือกตั้งซ่อมเชียงราย

ต้านทุจริตยุคดิจิทัล! แอลเบเนียตั้ง รมต. AI

เอดี รามา นายกรัฐมนตรีแอลเบเนีย สร้างความฮือฮาด้วยการแต่งตั้ง “รัฐมนตรี” ที่สร้างจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เพื่อทำหน้าที่ปราบปรามการทุจริต โดยใช้ชื่อว่า “ดิเอลลา” (Diella) ซึ่งมีความหมายว่า “ดวงอาทิตย์” ในภาษาแอลเบเนีย การตัดสินใจนี้เป็นการแสดงออกถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการต้านทุจริตยุคดิจิทัลอย่างจริงจัง

นายกรัฐมนตรีรามาโพสต์บนเฟซบุ๊กยืนยันว่า ดิเอลลาจะเป็นสมาชิกคณะรัฐมนตรีที่ไม่มีตัวตนจริง แต่ถูกสร้างขึ้นในโลกเสมือนจริง โดยจะทำหน้าที่กำกับดูแลให้ “การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐปลอดการทุจริต 100%” และช่วยให้การทำงานของรัฐบาลรวดเร็วและโปร่งใสยิ่งขึ้น การนำ AI มาใช้ในลักษณะนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการต้านทุจริตยุคดิจิทัล และอาจเป็นต้นแบบให้ประเทศอื่นๆ นำไปปรับใช้

ระบบการจัดซื้อจัดจ้างนำไปสู่เรื่องอื้อฉาวและการคอร์รัปชันในแอลเบเนียมายาวนาน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าแอลเบเนียเป็นศูนย์กลางของแก๊งมิจฉาชีพที่แสวงหาช่องทางฟอกเงินจากการค้ายาเสพติดและอาวุธทั่วโลก และเป็นที่ที่การทุจริตได้แพร่กระจายไปยังช่องทางอำนาจต่างๆ โดยภาพลักษณ์ดังกล่าวทำให้การเข้าร่วมสหภาพยุโรปของแอลเบเนียมีความซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งนายรามาต้องการให้สำเร็จภายในปี 2030 แต่นักวิเคราะห์ทางการเมืองกล่าวว่าอาจต้องใช้ความพยายามอย่างมาก

ดิเอลลาได้รับการพัฒนาร่วมกับ Microsoft โดยใช้เทคนิคและโมเดล AI ที่ทันสมัย เพื่อให้มั่นใจในความถูกต้องแม่นยำของการทำงาน นายกรัฐมนตรีรามาหวังว่าดิเอลลาจะช่วยทำลายอคติ ความกลัว และความแข็งกระด้างของระบบราชการ ทำให้กระบวนการบริหารงานภาครัฐมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ก่อนหน้านี้ ดิเอลลาเคยเป็นผู้ช่วยเสมือนจริงในชุดแต่งกายพื้นบ้านของแอลเบเนีย ทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนในการเข้าถึงเอกสารดิจิทัลกว่า 1 ล้านฉบับบนแพลตฟอร์มบริการสาธารณะ e-Albania

การแต่งตั้งรัฐมนตรี AI ครั้งนี้ก่อให้เกิดคำถามจากฝ่ายค้านว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่คาดว่าจะมีกระบวนการทางกฎหมายเพื่อกำหนดสถานะของดิเอลลาอย่างเป็นทางการต่อไป

พรรคสังคมนิยมของนายกรัฐมนตรีรามาชนะการเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกัน และตั้งเป้าที่จะนำพาแอลเบเนียเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปภายใน 5 ปี โดยหวังว่าจะเจรจาแล้วเสร็จภายในปี 2027 ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายค้านที่มองว่าประเทศยังไม่พร้อม.

ต้านทุจริตยุคดิจิทัล! นายกฯ แอลเบเนียแต่งตั้ง “รัฐมนตรี AI” เข้าครม.

การนำ AI มาใช้ในการบริหารงานภาครัฐเพื่อต้านทุจริตยุคดิจิทัล เป็นแนวคิดที่น่าสนใจและท้าทาย ซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวิธีการทำงานของรัฐบาลทั่วโลก

ความท้าทายในการต้านทุจริตยุคดิจิทัล

  • ความโปร่งใสและความรับผิดชอบ: การทำงานของ AI ต้องมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้
  • ความเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ: AI ต้องได้รับการออกแบบมาเพื่อป้องกันอคติและการเลือกปฏิบัติ
  • ความปลอดภัยทางไซเบอร์: ระบบ AI ต้องได้รับการปกป้องจากการโจมตีทางไซเบอร์
  • ผลกระทบต่อการจ้างงาน: การนำ AI มาใช้ในภาครัฐอาจส่งผลกระทบต่อการจ้างงาน

การที่แอลเบเนียริเริ่มใช้ AI อย่างจริงจังในการต้านทุจริตยุคดิจิทัล แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญและความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้น แม้ว่าจะมีอุปสรรคและความท้าทายมากมายรออยู่ข้างหน้า

การนำเทคโนโลยี AI มาใช้เพื่อต่อสู้กับการทุจริตเป็นเรื่องที่น่าสนใจและอาจเป็นแนวทางใหม่ในการสร้างสังคมที่โปร่งใสและเป็นธรรม อย่างไรก็ตามก็ต้องพิจารณาถึงความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ

ที่มา – ต้านทุจริตยุคดิจิทัล! นายกฯ แอลเบเนียแต่งตั้ง “รัฐมนตรี AI” เข้าครม.

เปิดหีบ! เลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย ผู้ว่าฯ ชวนใช้สิทธิ์

เปิดหีบเลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย ผู้ว่าฯ เชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิ์

บรรยากาศการเลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย คึกคักตั้งแต่เช้า ประชาชนแห่มารอใช้สิทธิ์ก่อนเปิดหีบเลือกตั้งซะอีก! นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ก็ไม่พลาด เชิญชวนพี่น้องชาวเชียงรายออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งกันเยอะๆ นะครับ

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 14 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้งที่ 6 และ 7 เขตเลือกตั้งที่ 7 ณ โรงเรียนบ้านสบคำ ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย โดยมีนายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยหน่วยงานราชการในพื้นที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น การตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย พบว่ามีประชาชนจำนวนมากให้ความสนใจมารอใช้สิทธิ์เลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย ก่อนเวลาเปิดหีบ

พอถึงเวลา 08.00 น. ก็ได้เวลาที่ทุกคนรอคอย! เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งได้ทำการเคารพธงชาติอย่างพร้อมเพรียง ก่อนจะทำการเปิดหีบเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ เพื่อให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้เข้าไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ 7 จังหวัดเชียงรายกันครับ

นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ได้ให้สัมภาษณ์ว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อตรวจเยี่ยมความเรียบร้อยของหน่วยเลือกตั้ง และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานครับ ท่านยังบอกอีกว่า สภาพอากาศวันนี้เป็นใจ ท้องฟ้าแจ่มใส ทำให้การเดินทางมาใช้สิทธิ์ของประชาชนสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ทาง กกต. จังหวัดเชียงราย คาดการณ์ว่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิไม่ต่ำกว่า 65% เลยทีเดียว จากการสังเกตการณ์ก่อนเปิดหีบ พบว่าประชาชนให้ความสนใจในการเลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย เป็นอย่างมาก แม้ว่าจะเป็นการเลือกตั้งซ่อม และผู้ที่ได้รับเลือกอาจจะมีวาระการดำรงตำแหน่งไม่นานนัก

สำหรับการรายงานผลการเลือกตั้งนั้น คาดว่าจะเริ่มนับคะแนนหลังจากปิดหีบในเวลา 17.00 น. และคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณ 20.00 น. ขอให้ทุกท่านติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดนะครับ

ด้านนายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้กล่าวว่า หวังเป็นอย่างยิ่งว่าประชาชนจะออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งตามช่วงเวลาที่กำหนด และขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวเชียงรายทุกท่าน ออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียงของท่าน เพื่อเลือกผู้แทนที่ท่านไว้วางใจเข้าไปทำงานเพื่อพัฒนาจังหวัดเชียงรายของเราต่อไป

ผู้ว่าฯ เชียงราย เชิญชวนใช้สิทธิ์เลือกตั้งซ่อม สส.

การเลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย ครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดทิศทางและอนาคตของจังหวัดเชียงรายของเรา การที่ประชาชนทุกคนออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียงของตนเอง จะเป็นการแสดงพลังประชาธิปไตย และทำให้เราได้ผู้แทนที่มาจากความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง อย่าปล่อยให้สิทธิ์ของเราสูญเปล่า ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งกันนะครับ!

ที่มา – เปิดหีบเลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย ผู้ว่าฯ เชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิ์

โพลชี้ “รัฐบาลอนุทิน” เสียงข้างน้อย เสถียรภาพสั่นคลอน?

ผลโพลชี้ “รัฐบาลอนุทิน” เสียงข้างน้อยจะไม่มีเสถียรภาพ

ผลสำรวจนิด้าโพล ชี้ “รัฐบาลอนุทิน” เสียงข้างน้อย จะไม่มีเสถียรภาพ ทำงานด้วยความยากลำบาก คาดว่าจะอยู่ครบ 4 เดือนตามข้อตกลง

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “รัฐบาลเสียงข้างน้อย” โดยทำการสำรวจความคิดเห็นจากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ จำนวน 1,310 ตัวอย่าง เมื่อวันที่ 8-9 กันยายน 2568 เกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนต่อรัฐบาลเสียงข้างน้อยภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

ความคิดเห็นต่อรัฐบาลเสียงข้างน้อยของนายกฯ อนุทิน

เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อรัฐบาลเสียงข้างน้อยของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคประชาชน พบว่า:

  • 35.88% ระบุว่า รัฐบาลจะไม่มีเสถียรภาพ ทำงานด้วยความยากลำบาก เพราะต้องเจรจากับพรรคประชาชนตลอด
  • 30.31% ระบุว่า การตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในขณะนี้
  • 23.66% ระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลเสียงข้างน้อย
  • 23.21% ระบุว่า เห็นด้วยกับรัฐบาลเสียงข้างน้อย
  • 23.05% ระบุว่า รัฐบาลจะมีเสถียรภาพ ทำงานได้ราบรื่น จากการสนับสนุนของพรรคประชาชน
  • 21.45% ระบุว่า ในท้ายที่สุด รัฐบาลจะขัดแย้งกับพรรคประชาชน
  • 10.61% ระบุว่า ในท้ายที่สุด ข้อตกลงระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน จะถูกฉีก
  • 10.53% ระบุว่า รัฐบาลอยู่ไประยะหนึ่ง จะกลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากเอง
  • 8.17% ระบุว่า นายอนุทิน ควรรอเป็นนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลเสียงข้างมากหลังการเลือกตั้งครั้งหน้า
  • 5.34% ระบุว่า พรรคประชาชนควรเข้าร่วมรัฐบาลด้วย เพื่อเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก
  • 4.12% ระบุว่า ในท้ายที่สุด พรรคประชาชนจะจับมือกับพรรคเพื่อไทยล้มรัฐบาล
  • 0.99% ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ส่วนคำถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อระยะเวลาในการบริหารรัฐบาลอนุทิน เสียงข้างน้อย พบว่า

  • 56.26% ระบุว่า รัฐบาลจะอยู่ครบ 4 เดือนตามข้อตกลง
  • 27.79% ระบุว่า รัฐบาลจะอยู่ได้นานกว่า 4 เดือน
  • 14.58% ระบุว่า รัฐบาลจะอยู่ไม่ถึง 4 เดือน
  • 1.37% ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ขณะที่ความคิดเห็นของประชาชนต่อการที่พรรคประชาชนสนับสนุน นายอนุทิน ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พบว่า

  • 30.38% ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย
  • 23.36% ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย
  • 23.13% ระบุว่า เห็นด้วยมาก
  • 22.67% ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย
  • 0.46% ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ในช่วงท้ายเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อการที่พรรคประชาชนไม่เข้าร่วมรัฐบาล พบว่า

  • 32.98% ระบุว่า เห็นด้วยมาก
  • 23.35% ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย
  • 22.52% ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย
  • 19.39% ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย
  • 1.76% ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

จากผลสำรวจนี้ สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของ “รัฐบาลอนุทิน” เสียงข้างน้อย และคาดการณ์ว่ารัฐบาลจะอยู่ได้ตามข้อตกลงเพียง 4 เดือนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม มุมมองที่แตกต่างกันก็แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางความคิดเห็นของประชาชนต่อสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน

ที่มา – ผลโพลชี้ “รัฐบาลอนุทิน” เสียงข้างน้อยจะไม่มีเสถียรภาพ มองอยู่ครบ 4 เดือนตามข้อตกลง