วัน: 15 กันยายน 2025

10 อันดับ เลขเด็ด 16/9/68: เลขดังงวดนี้!

เปิด 10 อันดับ “เลขเด็ด 16/9/68” ขายดีงวด 16 กันยายน 2568! พ่อค้าหวยบอก “เลขดังงวดนี้” กับ “เลขมงคล” ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า จนแทบไม่มีเหลือแล้ว ใครยังไม่มีรีบเลย!

วันที่ 15 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวไทยรัฐออนไลน์ได้ลงพื้นที่สำรวจแผงขายลอตเตอรี่หลายแห่งในกรุงเทพฯ รวมถึงพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าจรที่เดินขาย พบว่าบรรยากาศการซื้อขาย “สลากกินแบ่งรัฐบาล” เป็นไปอย่างคึกคักเป็นพิเศษ เนื่องจากใกล้วันหวยออก งวดวันที่ 16 กันยายน 2568 ซึ่งสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจะทำการออกรางวัล ณ สำนักงานสนามบินน้ำ

สำหรับลอตเตอรี่ที่ขายดีส่วนใหญ่ยังคงเป็น “เลขดัง” ที่ได้รับความนิยมในโลกออนไลน์ รวมถึง “เลขมงคล” ต่างๆ ก็ขายดีไม่แพ้กัน จนบางแผงถึงกับขึ้นราคาและหมดเกลี้ยงไปแล้วอย่างรวดเร็ว เรามาดูกันว่า 10 อันดับเลขท้าย 2 ตัวที่โด่งดังและเป็นที่ต้องการอย่างมากในงวดนี้มีอะไรบ้าง:

  • 32
  • 57
  • 33
  • 14
  • 95
  • 68
  • 09
  • 53
  • 24
  • 11

นอกจากนี้ บรรดา “เลขมงคล” ที่ผู้คนเสาะหาในงวด เลขเด็ด 16/9/68 นี้ ได้แก่:

  • 12
  • 73
  • 10
  • 28
  • 728
  • 495
  • 904
  • 973
  • 972
  • 475
  • 902

และที่ขาดไม่ได้คือเลขที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญและเหตุการณ์เด่นในช่วงนี้:

  • อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย: 32, 13, 09, 58, 59, 311, 509, 333
  • ทะเบียนรถ “ทักษิณ ชินวัตร”: 95, 59, 195
  • แม่น้ำหนึ่ง: 68, 61, 81, 26, 28, 21
  • คำชะโนด: 246, 642, 826
  • เสี่ยงทาย “พญาบึ้ง”: 73, 37, 873
  • เลขปฎิทินจีน: 59, 93, 31, 593, 931
  • หวยไทยรัฐ: 2, 6, 7, 5, 8

เลขเด็ด 16/9/68

บรรดาคอหวยทั้งหลายต่างพากันจับจ้อง เลขเด็ด 16/9/68 เหล่านี้อย่างใจจดใจจ่อ หวังว่าจะได้รับโชคลาภรับทรัพย์กันถ้วนหน้า อย่างไรก็ตาม การเสี่ยงโชคควรอยู่ในขอบเขตที่พอดี และไม่ควรทำให้ตนเองเดือดร้อน

อย่าพลาด! เลขเด็ดงวดนี้

สำหรับใครที่กำลังมองหาเลขเด็ดงวดนี้ อย่าลืมพิจารณาจากข้อมูลที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ แต่เหนือสิ่งอื่นใด ขอให้ทุกท่านซื้อสลากอย่างมีสติ และขอให้โชคดี!

สำหรับท่านที่ต้องการรับชม “ถ่ายทอดสดการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล” งวดประจำวันที่ 16 กันยายน 2568 สามารถติดตามได้ทางไทยรัฐทีวี และไทยรัฐออนไลน์ ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป หรือตรวจหวย 16 กันยายน 2568 ทุกรางวัลได้ที่ไทยรัฐออนไลน์เช่นกัน

การติดตามข่าวสารและข้อมูลเกี่ยวกับตัวเลขต่างๆ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเสี่ยงโชค สิ่งสำคัญที่สุดคือการใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ และเล่นอย่างมีความรับผิดชอบ ขอให้ทุกท่านโชคดีกับการเสี่ยงโชคในงวดนี้!

ที่มา – 10 อันดับ “เลขเด็ด” 16/9/68 พ่อค้าหวยบอก “เลขดังงวดนี้” ไม่มีเหลือแล้ว

วัดดังปทุมฯ แจงปม พระโอนเงินให้สีกา

จากกรณีที่ทนายความชื่อดังได้ออกมาเปิดเผยหลักฐานการโอนเงินของพระสงฆ์รูปหนึ่งในวัดดังของจังหวัดปทุมธานีให้กับสีกา จนกลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่สังคมกำลังจับตามอง ล่าสุดเจ้าหน้าที่ของวัดดังกล่าวได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าของเรื่องนี้แล้ว

เจ้าหน้าที่วัดดังปทุมฯ เผยว่าขณะนี้ทางวัดกำลังอยู่ในระหว่างการรวบรวมหลักฐานและข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าว เพื่อเตรียมที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงให้แก่สาธารณชนได้รับทราบ โดยก่อนหน้านี้ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม ได้ออกมาเปิดหลักฐานการโอนเงินที่อ้างว่าเป็นของพระวัดดังแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี โดยมีการโอนเงินให้กับสีกาเป็นจำนวนเงินกว่า 12.2 ล้านบาท พร้อมทั้งระบุว่ายังมีหลักฐานอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก

เจ้าหน้าที่วัดดังปทุมฯ รับอยู่ระหว่างรวมหลักฐานแจง ปมพระโอนเงินให้สีกา

หลังจากที่มีข่าวปรากฏออกมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังวัดดังกล่าวในจังหวัดปทุมธานี เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ พบว่าบรรยากาศภายในวัดยังคงเป็นไปตามปกติ มีพระสงฆ์กำลังนั่งทำสมาธิ และมีประชาชนเดินทางเข้ามาทำบุญที่วัดตามปกติ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่วัดรายหนึ่งได้ออกมาให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ทางวัดได้รับทราบถึงประเด็นที่ทนายอนันต์ชัยได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนแล้ว และขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการรวบรวมข้อมูลและหลักฐานต่างๆ เพื่อเตรียมที่จะแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงให้สาธารณชนได้รับทราบต่อไป แต่ทั้งนี้ต้องรอความเหมาะสมของสถานการณ์ด้วย เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยชื่อวัดอย่างเป็นทางการ

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังได้สอบถามความคิดเห็นจากลูกศิษย์วัดรายหนึ่ง ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของวัดแห่งนี้มานานกว่า 9 ปี โดยลูกศิษย์รายนี้กล่าวว่า หลังจากที่ได้ทราบข่าวรู้สึกตกใจและมองว่าเรื่องดังกล่าวเกินความเป็นจริง เนื่องจากเจ้าอาวาสเป็นพระสงฆ์ที่เคร่งครัดในการปฏิบัติธรรมเป็นอย่างมาก จึงไม่เชื่อว่าท่านจะมีพฤติกรรมดังกล่าว และเชื่อว่าทางวัดมีพยานหลักฐานที่พร้อมจะเปิดเผยเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์

ความคืบหน้าล่าสุด ปมพระโอนเงินให้สีกา

ในส่วนของเจ้าอาวาสวัดนั้น ในวันนี้ท่านยังคงออกบิณฑบาตและจำวัดตามปกติ แต่ได้งดการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน อย่างไรก็ตาม ทางวัดยืนยันว่าจะมีการรายงานความคืบหน้าของเรื่องนี้ให้ทราบต่อไป

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้กับสังคมว่า การใช้ชีวิตอย่างมีสติและความระมัดระวังเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่อยู่ในตำแหน่งที่ได้รับความเคารพและศรัทธาจากประชาชน การกระทำใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของสังคมจึงควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่ง

ทางวัดควรเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและชี้แจงให้สาธารณชนทราบโดยเร็ว เพื่อคลายความสงสัยและเรียกคืนความเชื่อมั่นที่อาจสูญเสียไปจากเหตุการณ์นี้

ที่มา – เจ้าหน้าที่วัดดังปทุมฯ รับอยู่ระหว่างรวมหลักฐานแจง ปมพระโอนเงินให้สีกา

อนุทินเตรียม ทูลเกล้าฯ ครม. สัปดาห์นี้ ลุยเศรษฐกิจ

“อนุทิน” เตรียม ทูลเกล้าฯ ครม. สัปดาห์นี้ แจงสภาอุตสาหกรรมฯ ไม่เปิดด่านไทย-กัมพูชาในตอนนี้ ชี้ เป็นรัฐบาลมา 6 ปี รู้ไส้ปัญหา ยึดสไตล์ทำงานคนละพรรคแต่พวกเดียวกัน มุ่งแก้ไขเศรษฐกิจในระยะสั้น

วันที่ 15 กันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประชุมหารือแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทย ร่วมกับ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายธนกร วังบุญคงชนะ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายวรภัค ธันยาวงษ์ ว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

ทันทีที่นายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึงได้แนะนำ นายสุชาติ และนายธนกร ให้กับนางศุภจี พร้อมกล่าวว่าให้ทำความรู้จักกันไว้เพราะนี่คือรัฐมนตรีของเรา จากนั้นเมื่อถึงห้องประชุม บรรดาผู้ร่วมประชุมได้ปรบมือต้อนรับนายกรัฐมนตรี ทางด้านประธาน ส.อ.ท. ได้มอบกระเช้าแสดงความยินดีและอวยพรวันเกิดให้กับนายอนุทิน ที่ได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พร้อมกล่าวให้การต้อนรับว่า ในนามของสภาอุตสาหกรรมฯ ตนและทีมงานทุกท่านรู้สึกเป็นเกียรติและดีใจเป็นอย่างมากที่ได้รับเกียรติจากนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่มาร่วมหารือกับ ส.อ.ท. ในวันนี้ ซึ่งเมื่อสักครู่ก่อนเข้าห้องประชุมตนได้แนะนำผู้บริหาร ส.อ.ท. ให้รู้จักเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงขอแนะนำบางท่านที่ยังเหลืออยู่

จากนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวเปิดการประชุมว่า ในวงหารือวันนี้เป็นพี่น้องกันทั้งนั้น รู้จักกันมานาน หลังจากนี้เป็นช่วงเวลาที่ประเทศต้องขับเคลื่อน ให้ปัญหาที่เกิดขึ้นต้องได้รับการแก้ไข และจะมีการนำรายชื่อคณะรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้าฯ ภายในสัปดาห์นี้ แต่เราคงไม่ปล่อยเวลาให้เสียประโยชน์ ได้ประสานกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รัฐบาลกับผู้นำทางเศรษฐกิจต้องไปคู่กัน เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทย ให้เกิดความมั่นคงแข็งแรงในมิติอื่นๆ เช่น หากเศรษฐกิจดีคุณภาพชีวิตก็จะดี สังคมก็จะมีความสงบสุข

นายอนุทิน กล่าวต่อไปว่า จริงๆ วันนี้ต้องการมารับฟังข้อกังวลข้อเสนอแนะจาก ส.อ.ท. สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาพวกเราได้ประชุมร่างแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา เนื่องจากเวลามีจำกัด ซึ่งแม้ยังไม่ได้ทำงานแต่หลังไมค์ก็ทำทุกอย่าง เพราะสไตล์ของพวกเราคือต้องทำงานเร็ว นโยบายของรัฐบาลที่จะเกิดขึ้นนั้นมุ่งเน้นแก้ไขเศรษฐกิจระยะสั้น วางรากฐานเพื่อการต่อยอดให้มีความมั่นคงต่อไปในระยะยาว

ส่วนปัญหาเฉพาะหน้า ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาชายแดนไทยกัมพูชา โดยเฉพาะปัญหาของผู้ประกอบการ แต่ไทย-กัมพูชาก็ต้องมีการค้าขายกันอยู่ แต่ด้วยความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมาถึงปัจจุบันนี้ เงื่อนไขข้อจำกัดต่างๆ การที่เราจะต้องรักษาอธิปไตย เกียรติภูมิของประเทศ การเปิดด่านจะไม่เกิดขึ้นในระยะสั้นนี้ ซึ่งก่อนจะเกิดสิ่งเหล่านั้นก็ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข ที่เราเป็นผู้กำหนด เพราะเราไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มก่อน ต้องพูดให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดความกังวล เราต้องใช้ทุกวิธี เช่น การทหาร การทูต และหารือกับฝ่ายกัมพูชา ใช้องคาพยพทุกอย่างเพื่อแก้ปัญหาของ 2 ประเทศ โดยเร็วที่สุด

นายกรัฐมนตรี ระบุอีกว่า ในเรื่องของผู้ประกอบการ ที่อยู่ในโครงการ Thailand Plus One ในส่วนของกลุ่มประเทศ CLMV มีแนวคิดที่จะต้อง Matching กับเรา โดยเฉพาะ Local Content ที่เราเคยทำกับประเทศเพื่อนบ้าน จะต้องลงทุนผลิตในประเทศไทยแทน ดังนั้นคำว่า Local Content เป็นคำที่พวกเราต้องให้การสนับสนุน และให้ความสำคัญมาก ด้วยการเจรจากับประเทศคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของเราว่าเขามีข้อกำหนดมา ถือว่าประเทศไทยเราไม่ได้ด้อยไปกว่าประเทศอื่น แต่ยังมีเงื่อนไข โดยเฉพาะเรื่องการแปลงร่าง Local Content ที่กำหนดเงื่อนไขมา

ตนมองว่านี่เป็นโอกาสที่ดี ทำให้เราสามารถผลิตสินค้าส่งไปสหรัฐอเมริกาได้ และหากมีปัญหาก็ควรต้องส่งเสริมการลงทุนเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งมองว่าเรื่องนี้ไม่แปลก เพราะเมื่อ 20-30 ปีก่อน ที่ไทยเราเริ่มอุตสาหกรรม OEM แต่ครั้งนี้อย่าให้เป็นการรับจ้างทำของ หรือจ้างประกอบ เราต้องเริ่มตั้งแต่เปิดช่องทางเศรษฐกิจ ถือเป็นโอกาสให้ไทยขยายตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมาได้วางรากฐานเอาไว้สำหรับการขยายตัวอุตสาหกรรมของประเทศไทย ตนมองว่าเรายังไม่ได้ใช้ประโยชน์ตรงนี้อย่างเต็มที่ ทำให้เกิดการชะลอตัว ตอนนี้เราต้องพึ่งพาตัวเองมากขึ้น เพราะคู่แข่งข้างนอกเกิดมากขึ้น เช่น เวียดนาม และกัมพูชา ก็เป็นคู่แข่งที่น่ากลัว ในภาคอุตสาหกรรม ต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไปด้วย

ขณะเดียวกัน นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า บางครั้งต้องยอมรับว่ามีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง แม้รัฐบาลชุดนี้เข้ามาในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่จะทำให้เห็นเป็นตัวอย่างว่าความเป็นหนึ่งเดียวของรัฐบาลที่สามารถฟันฝ่าอุปสรรคเหล่านี้ไปได้

“ที่ผ่านมาผมอยู่มา 6 ปี เห็นปัญหาเยอะแยะ ที่สำคัญการหวาดระแวงซึ่งกันและกัน เอาตรงนี้เสนอขึ้นมา เช่น พรรคนี้คุมกระทรวงอุตสาหกรรม แต่นายกฯ เป็นคนละพรรคกันก็ไม่สนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะกลัวคะแนนตกไปที่พรรคอื่น ซึ่งขอเรียนว่าสิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นในรัฐบาลของผม เพราะถือคติคนละพรรคแต่พวกเดียวกันสำคัญกว่าพรรคเดียวกันคนละพวก”

ในตอนท้าย นายอนุทิน เผยว่า ตนอยู่ภาคเอกชนมาก่อน มีความเชื่อมั่นว่าถ้าเศรษฐกิจดีประเด็นอื่นเป็นเรื่องเล็ก จะบอกว่าคนมีกิน มีใช้ หรือมีเกียรติ มีศักดิ์ศรีด้วยก็ได้ ซึ่งจังหวะนี้ทำให้ผู้ร่วมประชุมหัวเราะขึ้นมา ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะกล่าวต่อไปว่า ตนและทีมงานของตนจะเร่งให้เกิดการวางรากฐานให้ได้มากที่สุดด้วยสไตล์การทำงานยึดภาพรวมเป็นหลัก ไม่ยึดภาพตัวเองเป็นหลัก ขอให้มั่นใจ อะไรที่ดีต่อส่วนรวมจะใช้อำนาจหน้าที่ของตนในฐานะนายกรัฐมนตรี ช่วยผลักดันความคาดหวังของพวกท่านให้เกิดความสำเร็จ.

อนุทินเตรียม ทูลเกล้าฯ ครม. สัปดาห์นี้

อะไรคือประเด็นหลักของการ ทูลเกล้าฯ ครม. สัปดาห์นี้

ประเด็นหลักคือการที่นายกรัฐมนตรีอนุทินได้แจ้งว่าจะนำรายชื่อคณะรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้าฯ ภายในสัปดาห์นี้ และให้ความสำคัญกับการหารือกับภาคเอกชนเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน

การเตรียม ทูลเกล้าฯ ครม. สัปดาห์นี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเริ่มต้นรัฐบาลใหม่ และการหารือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับภาคเอกชนในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ

นอกจากนี้ การที่นายกฯ อนุทินกล่าวถึงการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา และการส่งเสริม Local Content ในโครงการ Thailand Plus One แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในการแก้ปัญหาทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค

การดำเนินการ ทูลเกล้าฯ ครม. สัปดาห์นี้ ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงความพร้อมของรัฐบาลในการบริหารประเทศ และการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่

การทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ การที่นายกฯ อนุทินให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจาก ส.อ.ท. จึงเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม และแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการพัฒนาประเทศ

การประกาศ ทูลเกล้าฯ ครม. สัปดาห์นี้ ถือเป็นข่าวดีสำหรับประชาชนและภาคธุรกิจ เพราะเป็นการแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของรัฐบาลในการทำงาน และการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น

การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในระยะสั้น และวางรากฐานเพื่อการต่อยอดในระยะยาว เป็นแนวทางที่ถูกต้อง และจะช่วยให้ประเทศมีความมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต

ที่มา – นายกฯ เผยทูลเกล้าฯ “ครม.อนุทิน” สัปดาห์นี้ นำว่าที่ รมต. คุย ส.อ.ท. ลุยฟื้น ศก.

คิม จองอึน เยี่ยมชมการแข่งขันซุ้มยิง เสริมพลรบพิเศษ

คิม จองอึน เยี่ยมชมการแข่งขันซุ้มยิงของหน่วยสไนเปอร์ เรียกร้องเสริมกำลังกลุ่มพลรบพิเศษ

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2568 สำนักข่าวทางการเกาหลีเหนือ (Korean Central News Agency) หรือเคซีเอ็นเอ รายงานว่า นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ได้เข้าชมการแข่งซุ่มยิงระหว่างหน่วยพลแม่นปืนของหน่วยกองพันยามเมือง (Metropolitan Garrison Command) และกองกำลังเคลื่อนที่พิเศษขององค์กรรักษาความปลอดภัยกลาง เมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา การเยี่ยมชมการแข่งขันซุ้มยิงครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่ผู้นำเกาหลีเหนือมีต่อหน่วยสไนเปอร์

ตามรายงานและรูปภาพจาก KCNA แสดงให้เห็นนายคิม จองอึน ยืนชมการแข่งขันยิงเป้าของหน่วยซุ่มยิง ณ สนามซ้อมทางทหาร พร้อมทั้งให้คำชมเชยถึงความแม่นยำและทักษะในการยิงของทหารชุดนี้ ซึ่งการ คิม จองอึน เยี่ยมชมการแข่งขันซุ้มยิง ครั้งนี้เป็นการแสดงออกถึงการสนับสนุนและให้กำลังใจแก่เหล่าทหาร

การจัดการแข่งขันยิงปืน ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเน้นย้ำยุทธศาสตร์กองทัพของเกาหลีเหนือ ที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างขีดความสามารถของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (special mobile forces/sniper detachments) ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น สามารถปฏิบัติภารกิจในสภาพสงครามจริงได้อย่างมั่นคง การที่ คิม จองอึน เยี่ยมชมการแข่งขันซุ้มยิง ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนากองทัพอย่างต่อเนื่อง

คิม จองอึน เยี่ยมชมการแข่งขันซุ้มยิงของหน่วยสไนเปอร์

ถึงแม้ว่ารายละเอียดเพิ่มเติม เช่น ประเภทอาวุธที่ใช้ ระยะยิง หรือคะแนนแข่งขัน ไม่ได้มีการเปิดเผยอย่างเต็มรูปแบบโดยสื่อทางการ แต่การปรากฏตัวของผู้นำสูงสุดในการแข่งขันเช่นนี้ ย่อมแสดงถึงความใส่ใจในรายละเอียดและความพร้อมรบของกองทัพเกาหลีเหนือ

ความสำคัญของการเยี่ยมชมการแข่งขันซุ้มยิง

การที่ผู้นำสูงสุดอย่างคิม จองอึน ให้ความสนใจและเดินทางไปเยี่ยมชมการแข่งขันของหน่วยสไนเปอร์นั้น มีความสำคัญอย่างยิ่งในหลายด้าน:

  • การส่งเสริมขวัญและกำลังใจ: การปรากฏตัวของผู้นำระดับสูงเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับทหาร ทำให้พวกเขารู้สึกว่างานที่ทำมีความสำคัญและได้รับการยอมรับ
  • การเน้นย้ำความสำคัญของหน่วยสไนเปอร์: การเยี่ยมชมเป็นการเน้นย้ำว่าหน่วยสไนเปอร์เป็นส่วนสำคัญของกองทัพ และมีบทบาทสำคัญในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ
  • การกระตุ้นการพัฒนา: การเยี่ยมชมอาจเป็นแรงกระตุ้นให้หน่วยสไนเปอร์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พยายามพัฒนาขีดความสามารถของตนเองให้ดียิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้นำ

นอกจากนี้ การ คิม จองอึน เยี่ยมชมการแข่งขันซุ้มยิง อาจเป็นการส่งสัญญาณไปยังภายนอกประเทศถึงความพร้อมรบและความแข็งแกร่งของกองทัพเกาหลีเหนืออีกด้วย

โดยรวมแล้ว การที่คิม จองอึนให้ความสำคัญกับการฝึกฝนและพัฒนาศักยภาพของหน่วยสไนเปอร์ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการทหารของเกาหลีเหนือ และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ความมั่นคงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ที่มา – คิม จองอึน เยี่ยมชมการแข่งขันซุ้มยิงของหน่วยสไนเปอร์ เรียกร้องเสริมกำลังกลุ่มพลรบพิเศษ

ไอทีดี ชี้ทางรอดประเทศไทย ลงทุนเศรษฐกิจดิจิทัล

ไอทีดี เผย “เศรษฐกิจดิจิทัล” ทางรอดประเทศไทย หลังรายงานลงทุนโลกปี 2568 จัดทำโดย UNCTAD พบว่า เมื่อปี 2567 เศรษฐกิจดิจิทัลโลกมีมูลค่าลงทุนพุ่ง สวนทาง FDI โลกที่ลดลงถึง 11% แนะไทยหันดึงลงทุนเศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรมสีเขียว เหตุมีศักยภาพหลายด้าน

นายสุภกิจ เจริญกุล ผู้อำนวยการสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ไอทีดี) เปิดเผยว่า ไอทีดีจัดสัมมนา การค้าและการพัฒนาในภูมิอาเซียนปี 68 (Southeast Asia Trade and Development Forum 2025) เพื่อจับตามองทิศทางเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจในภูมิภาค โดยถอดบทเรียนจากรายงานการลงทุนโลกปี 68 (World Investment Report 2025) จัดทำโดยการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) ที่ระบุว่า การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ทั่วโลกปี 67 ลดลงถึง 11% ลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ตอกย้ำว่าเศรษฐกิจโลกเต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ การปรับกติการค้าพหุภาคี แรงกดดันสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นขึ้น ซึ่งล้วนแต่เป็นความท้าทายที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงโลก โดยอาเซียน และไทยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

ทั้งนี้ แม้ไทยและอาเซียนอยู่ห่างจากสมรภูมิหลักอย่างสหรัฐฯ และยุโรป แต่ผลกระทบเกิดขึ้นชัดเจน เพราะเศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาการส่งออก จึงต้องเผชิญแรงกดดันจากสงครามการค้า มาตรการภาษีของสหรัฐฯ มาตรการกีดกันทางการค้าต่างๆ ซึ่งกระทบอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เกษตร ท่องเที่ยว ขณะที่ด้านสิ่งแวดล้อม ไทยต้องรับมือกับภัยธรรมชาติที่รุนแรงและถี่ขึ้น อีกทั้งการแข่งขันของมหาอำนาจสหรัฐฯ และจีนก็กำลังดึงเอาอาเซียน และไทยเข้าสู่สมรภูมิอิทธิพลทางการค้า เทคโนโลยี และความมั่นคง

“ท่ามกลางความปั่นป่วนนี้ อาเซียนถูกจับตามองว่าเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพ เพราะยังเห็นการลงทุนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในเศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรมสีเขียว ซึ่งในรายงานฯ ระบุว่า เศรษฐกิจดิจิทัล มีมูลค่าลงทุนเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าในปี 67 และบริษัทข้ามชาติ 100 อันดับแรกมีรายได้จากเทคโนโลยีมากกว่า 20% ทำให้ไทยมีโอกาสใช้ประโยชน์จากทำเลยุทธศาสตร์และความเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน ก้าวขึ้นเป็นฐานการลงทุนใหม่ของภูมิภาคได้”

นายสุภกิจ กล่าวว่า ไทยควรใช้จุดแข็งที่มีอยู่ ทั้งด้านแรงงาน ตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ดี มาต่อยอดสู่การเป็น ศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียน แม้การลงทุนเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในประเทศกำลังพัฒนาหลายแห่งลดลง แต่สำหรับไทย จะเป็นโอกาสหากเร่งดึงดูดการลงทุนในสาขาเหล่านี้ได้ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจไปพร้อมกับการยกระดับความยั่งยืนในระยะยาว

เศรษฐกิจดิจิทัล คือทางรอดประเทศไทยจริงหรือ?

การที่ไอทีดีออกมาเน้นย้ำถึงความสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลนั้น แสดงให้เห็นถึงโอกาสที่ประเทศไทยมีในการปรับตัวและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจโลกที่เพิ่มมากขึ้น การลงทุนในเศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรมสีเขียวถือเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับอนาคตของประเทศ

ทำไมเศรษฐกิจดิจิทัลจึงสำคัญต่อประเทศไทย?

  • การเติบโตทางเศรษฐกิจ: เศรษฐกิจดิจิทัลช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ
  • การสร้างงาน: การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลจะสร้างงานใหม่ๆ ที่มีทักษะสูง ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย
  • ความสามารถในการแข่งขัน: การลงทุนในเทคโนโลยีและนวัตกรรมจะช่วยให้ประเทศไทยมีความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก
  • ความยั่งยืน: การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลควบคู่ไปกับอุตสาหกรรมสีเขียวจะช่วยให้ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

การที่ประเทศไทยจะสามารถก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียนได้นั้น จำเป็นต้องมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การพัฒนาทักษะของแรงงาน และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน

รัฐบาลและภาคเอกชนต้องร่วมมือกันเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้นำในเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียน ซึ่งจะนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองและความยั่งยืนสำหรับประเทศในระยะยาว การเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ และการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลกเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

ดังนั้น การลงทุนในเศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรมสีเขียวจึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องให้ความสำคัญเพื่อความอยู่รอดและความเจริญก้าวหน้าในอนาคต

ที่มา – ไอทีดี แนะทางรอดประเทศไทย เน้นลงทุนเศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรมสีเขียว

พบแล้ว! **หายปริศนา 4 วัน พบเจ้าหน้าที่ห้ามล่าสัตว์ป่า**

สุดเศร้า! พบศพเจ้าหน้าที่ห้ามล่าสัตว์ป่า หลัง**หายปริศนา 4 วัน พบเจ้าหน้าที่ห้ามล่าสัตว์ป่า**และพ่อค้าแผงหวย เสียชีวิตอยู่บริเวณโขดหินข้างทาง สันนิษฐานอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ตกสันเขื่อน ญาติยังคาใจเงินสดและโทรศัพท์มือถือสูญหาย

จากกรณีการหายตัวไปของ นายเอกฉัตร จันทหอม อายุ 39 ปี ลูกจ้างประจำเขตห้ามล่าสัตว์ป่าห้วยทับเสลา–ห้วยระบำ ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ซึ่งทำงานในตำแหน่งดังกล่าวมากว่า 5-6 ปี และมีอาชีพเสริมเป็นพ่อค้าขายลอตเตอรี่ ครอบครัวได้แจ้งความว่าไม่สามารถติดต่อนายเอกฉัตรได้ตั้งแต่วันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา โดยมีผู้พบเห็นว่านายเอกฉัตรขี่รถจักรยานยนต์ไปเติมน้ำมันในพื้นที่ อ.ลานสัก แต่หลังจากนั้นก็ขาดการติดต่อไป

กระทั่งช่วงเย็นของวันที่ 14 กันยายน 2568 นายสินธุ์ นาคบุตร ทีมกู้ชีพ อ.บ้านไร่ พร้อมทีมงาน ได้ออกค้นหา จนกระทั่งขับรถผ่านสันเขื่อนทับเสลา ได้กลิ่นเหม็นรุนแรง จึงลงไปตรวจสอบและพบศพชายเสียชีวิตติดอยู่บริเวณต้นไม้ บริเวณโขดหินสูงชันประมาณ 5-6 เมตร สภาพศพขาพาดอยู่กับเถาวัลย์ ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์และแผงลอตเตอรี่ 1 แผง ทีมกู้ชีพจึงรีบแจ้งนายอนุพันธ์ สารสุวรรณ กำนันตำบลระบำ รวมทั้งญาติของผู้สูญหาย และประสานตำรวจ สภ.ลานสัก กับแพทย์เวร รพ.ลานสัก เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

จากการตรวจสอบเบื้องต้น ตำรวจพบร่องรอยล้อรถจักรยานยนต์ด้านหน้าคดงอ ยางเส้นในหลุด ก้อนหินและกิ่งไม้มีร่องรอยการกระแทก สันนิษฐานว่ารถอาจเสียหลักพลัดตกจากสันเขื่อนซึ่งมีความสูงชัน สภาพศพเน่าเปื่อย คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วหลายวัน โดยพบบาดแผลจากกิ่งไม้ทิ่มแทงเข้าที่ดวงตาซ้าย

ในการตรวจสอบทรัพย์สิน พบลอตเตอรี่จำนวน 25 ใบ และเงินสดประมาณ 300 บาท แต่ไม่พบโทรศัพท์มือถือ ขณะที่ นายอภิรักษ์ จันทหอม อายุ 60 ปี บิดาของผู้ตาย ยังคงสงสัยในสาเหตุการเสียชีวิต เนื่องจากก่อนที่ลูกชายจะหายตัวไป ได้พกเงินสดติดตัวไปกว่า 20,000 บาท แต่กลับพบเพียงเศษเงินเล็กน้อย อีกทั้งโทรศัพท์มือถือก็หายไปด้วย ทำให้ญาติยังติดใจถึงสาเหตุการเสียชีวิต

ทั้งนี้ ครอบครัวได้นำศพไปชันสูตรต่อที่โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ จ.นครสวรรค์ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด ขณะเดียวกัน ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งอุบัติเหตุและประเด็นอื่นๆ ที่ครอบครัวยังคงติดใจสงสัยอยู่

**หายปริศนา 4 วัน พบเจ้าหน้าที่ห้ามล่าสัตว์ป่า**

เหตุการณ์เศร้าสลดนี้ ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า และความจำเป็นในการดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล

ความคืบหน้าคดี **หายปริศนา 4 วัน พบเจ้าหน้าที่ห้ามล่าสัตว์ป่า**

ล่าสุด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงทำการสอบสวนอย่างต่อเนื่องเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง รวมถึงตรวจสอบทรัพย์สินที่สูญหายไปของนายเอกฉัตร เพื่อคลายข้อสงสัยของครอบครัวและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการระมัดระวังในการเดินทาง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ และความจำเป็นในการดูแลซึ่งกันและกันในสังคม

หวังว่าการสืบสวนจะนำไปสู่การไขปริศนาการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าท่านนี้ และเป็นบทเรียนสำคัญเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต

และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวและญาติมิตรของผู้เสียชีวิต

ที่มา – หายปริศนา 4 วัน พบเจ้าหน้าที่ห้ามล่าสัตว์ป่า เป็นศพอยู่ใกล้สันเขื่อน

ครอบครัวเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” ครั้งแรก ที่คลองเปรม

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกี่ยวกับอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร คือการที่ครอบครัวได้เดินทางไปเยี่ยม “ทักษิณ” ครั้งแรก ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ในวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2566 ภายใต้ระเบียบและข้อบังคับของกรมราชทัณฑ์ การเยี่ยมครั้งนี้ถือเป็นที่จับตามองของสังคมและสื่อมวลชน

ครอบครัวเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” ครั้งแรก ที่เรือนจำกลางคลองเปรม

คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภรรยาของนายทักษิณ พร้อมด้วยบุตรสาวทั้งสองคน คือ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร และนางสาวพิณทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ ได้เดินทางไปเยี่ยม “ทักษิณ” ครั้งแรก ที่เรือนจำกลางคลองเปรม นอกจากนี้ยังมีทีมทนายความ นำโดยทนายวิญญัติ ชาติมนตรี ร่วมเดินทางไปด้วย

ทางกรมราชทัณฑ์ได้เตรียมความพร้อมของเรือนจำกลางคลองเปรมสำหรับการเยี่ยมญาติในครั้งนี้ โดยเป็นการเยี่ยมผ่านกระจก และมีเจ้าหน้าที่ประจำจุดเพื่อแนะนำระเบียบและข้อห้ามต่างๆ การเยี่ยมในครั้งแรกนี้ ทางเรือนจำได้อนุโลมให้เวลา 1 ชั่วโมง แต่สำหรับการเยี่ยมครั้งต่อไป จะจำกัดเวลาที่ 30 นาทีต่อครั้ง และอนุญาตให้ญาติเข้าเยี่ยมได้พร้อมกัน 3-4 คน

รายละเอียดการเยี่ยม “ทักษิณ” ครั้งแรก

  • ผู้เข้าเยี่ยม: คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์, นางสาวแพทองธาร ชินวัตร, นางสาวพิณทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ และทีมทนายความ
  • สถานที่: เรือนจำกลางคลองเปรม
  • ลักษณะการเยี่ยม: เยี่ยมผ่านกระจก
  • ระยะเวลา: 1 ชั่วโมง (ครั้งแรก), 30 นาที (ครั้งต่อไป)
  • จำนวนผู้เยี่ยม: 3-4 คนต่อครั้ง

การเดินทางมาเยี่ยม “ทักษิณ” ครั้งแรก ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ของครอบครัวในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความผูกพันและความห่วงใยที่พวกเขามีต่อนายทักษิณ แม้ว่าเขาจะอยู่ในสถานะของผู้ต้องโทษ

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของสถาบันครอบครัว และความรักความผูกพันที่ยังคงอยู่ แม้ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก การได้รับกำลังใจจากคนในครอบครัว ย่อมเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังเผชิญกับความท้าทาย

ที่มา – ครอบครัวเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” ครั้งแรก ที่เรือนจำกลางคลองเปรม

“ทักษิณ” ตัดผมแล้ว ทำใจได้ อยู่แดนพยาบาล

“ทักษิณ” ตัดผมแล้ว อยู่แดนพยาบาล! อธิบดีราชทัณฑ์ เผยล่าสุด “ท่านทำใจได้แล้ว” อ่านหนังสือ ดูทีวีคลายเครียด พร้อมยืนยันการเยี่ยมญาติวันนี้เป็นไปตามระเบียบ ไม่มี VVIP แน่นอน

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 15 กันยายน 2568 ที่เรือนจำกลางคลองเปรม พ.ต.ท.เชน กาญจนาปัจจ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงกรณีการคุมขังนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งบังคับโทษ 1 ปี และเมื่อวานนี้ครบ 5 วันที่ต้องกักโรคโควิด-19 ตามระเบียบของราชทัณฑ์แล้ว

พ.ต.ท.เชน ให้ข้อมูลว่า การเข้าเยี่ยมนายทักษิณวันนี้ ถือเป็นวันแรก และทางเรือนจำฯ ยึดตามระเบียบการเยี่ยมญาติอย่างเข้มงวด ไม่มีการเยี่ยมแบบ VVIP ครอบครัวของนายทักษิณต้องเข้าเยี่ยมเหมือนญาติผู้ต้องขังรายอื่น ๆ ทั่วไป ซึ่งจะต้องเดินต่อแถวเรียงหนึ่ง ก่อนเข้าห้องเยี่ยม พร้อมพูดคุยผ่านกระจกใส ใช้โทรศัพท์พูดคุยสื่อสาร และญาติสามารถเข้าไปได้พร้อมกันทั้งหมด

ทั้งนี้ มีรายงานว่าสำหรับการคุมขังของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นนักโทษเด็ดขาด และได้กักโรคโควิด-19 ครบ 5 วันตามระเบียบตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว

โดยล่าสุดทางเรือนจำฯ ได้ให้นายทักษิณไปอยู่ที่ “แดนพยาบาล” ซึ่งรวมนักโทษผู้สูงอายุ พร้อมตัดผมแล้วตามระเบียบ ยังไม่ได้เริ่มให้ช่วยงานอะไร เพราะให้พักผ่อน คลายความเครียดก่อน

ส่วนสภาพจิตใจเบื้องต้นของนายทักษิณ เท่าที่สังเกตอาการ “ท่านทำใจได้แล้ว มียาโรคประจำตัวรับประทานตลอด อ่านหนังสือ และดูทีวีคลายเครียด“ โดยวันนี้จะมีญาติและครอบครัวชินวัตรเดินทางมาเยี่ยมเป็นครั้งแรก เวลา 10.00 น.

อย่างไรก็ตาม วันนี้ เวลา 10.00 น. ทางครอบครัวชินวัตร จะเดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ที่เรือนจำกลางคลองเปรม นอกจากทนายความส่วนตัวแล้ว ยังมีคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภรรยา, น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ลูกสาว, ลูกเขย และบรรดาหลาน ๆ ของนายทักษิณ

ต่อมา นายวิญญัติ ชาติมนตรี พร้อมทีมทนายความส่วนตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึงที่เรือนจำกลางคลองเปรม และเข้าติดต่อเจ้าหน้าที่ของเรือนจำ ที่บริเวณศูนย์บริการร้านสงเคราะห์ผู้ต้องขัง เพื่อยื่นคำร้องขอเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ตามระเบียบของเรือนจำ หลังจากครบกำหนดการกักโรคและสามารถเข้าเยี่ยมได้

ล่าสุดเมื่อเวลา 09.42 น. คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภรรยา, พิณทองทา ชินวัตร ลูกสาว เดินทางมาเยี่ยม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยมีทนายความมายืนรอรับที่ทางเข้าเรือนจำ.

“ทักษิณ” ตัดผมแล้ว อยู่แดนพยาบาล

สถานการณ์ล่าสุดของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกคุมขังในเรือนจำกลางคลองเปรม กำลังเป็นที่จับตามองของสังคม หลายคนอยากทราบความเป็นอยู่ของท่านหลังต้องใช้ชีวิตในเรือนจำ

“ทักษิณ” ตัดผมแล้ว จริงหรือไม่?

ตามรายงานล่าสุด “ทักษิณ” ตัดผมแล้ว และปรับตัวเข้ากับชีวิตในเรือนจำได้ดี โดยย้ายไปอยู่แดนพยาบาล อ่านหนังสือ ดูทีวีคลายเครียด

การที่นายทักษิณสามารถปรับตัวได้รวดเร็ว ถือเป็นสัญญาณที่ดี และแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งทางจิตใจของท่าน อย่างไรก็ตาม เรายังคงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปอย่างใกล้ชิด

ที่มา – “ทักษิณ” ตัดผมแล้ว อยู่แดนพยาบาล อธิบดีราชทัณฑ์ บอก “ท่านทำใจได้แล้ว”

เล็กโหด! Toyota GR Yaris ชุดแต่ง Aero Performance

เดือนเมษายนที่ผ่านมา Toyota เปิดตัว GR Yaris รุ่นปรับปรุงในญี่ปุ่น พร้อมเผยโฉมชุดแต่ง Aero Performance Package ที่พัฒนาขึ้นโดยใช้ข้อมูลในสนามแข่งจากทีม Gazoo Racing ล่าสุด การรอคอยสำหรับขาแรงในแดนปลาดิบใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว ชุดแต่ง เล็กโหด Toyota GR Yaris ชุดแต่ง Aero Performance Package จะวางขายในญี่ปุ่นตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป

แพ็คเกจ Aero Performance ประกอบด้วยของแต่งแหล่มๆ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพของตัวรถจำนวน 6 รายการ ทั้งหมดทั้งปวง ออกแบบมาเพื่อปรับปรุงระบบระบายความร้อน อากาศพลศาสตร์ ของแต่ง พัฒนาโดย Toyota Gazoo Racing โดยได้รับข้อมูลจากนักแข่งมืออาชีพในการแข่งขัน Super Taikyu Series และ All Japan Rally Championship ชุดแต่ง มีให้เลือกสองรุ่น ได้แก่ RC รุ่นถอดประกอบ และ RZ รุ่น “High Performance”

ฝากระโปรงมีช่องระบายอากาศรูปทรงคล้ายกับฝากระโปรงคาร์บอนไฟเบอร์ของ GRMN Yaris รุ่นแรงสุด แต่ผลิตจากอะลูมิเนียม สปลิตเตอร์ช่วยลดแรงยกด้านหน้า ช่องดักลมบนบังโคลนหน้า เพิ่มการควบคุมและความรู้สึกในการบังคับเลี้ยว ฝาครอบถังเชื้อเพลิงแบบแบน ชุดเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของอากาศใต้ท้องรถ ช่องระบายอากาศเสริมด้านหลัง ลดแรงกดทางอากาศพลศาสตร์ที่กันชน ปีกหลังขนาดใหญ่แบบปรับได้ เพิ่มเสถียรภาพในความเร็วสูงเมื่อใช้เบรกกะทันหัน

ใต้ฝากระโปรง GR Yaris เครื่องยนต์ 3 สูบ 1.6 ลิตร เทอร์โบชาร์จ กำลัง 300 แรงม้า (224 กิโลวัตต์ / 304 แรงม้า) แรงบิด 400 นิวตันเมตร มีระบบส่งกำลังให้เลือก ทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีด หรือเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ทั้งสองระบบ ส่งกำลังไปยังล้อทั้งสี่ ผ่านระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ GR-Four AWD สายพันธุ์แรลลี่ รุ่น RZ “High Performance” ยังเพิ่มเฟืองท้ายลิมิเต็ดสลิป Torsen ล้ออะลูมิเนียม BBS แบบฟอร์จ

GR Yaris พร้อมแพ็คเกจ Aero Performance จะเริ่มจำหน่ายในวันที่ 1 ตุลาคม แฮทช์แบ็กรุ่นใหม่นี้มีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 4,055,000 เยน (872,800 บาท) สำหรับรุ่น RC เกียร์ธรรมดา และสูงสุดที่ 5,825,000 เยน (1,253,000 บาท) สำหรับรุ่น RZ “High Performance” เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด แพ็คเกจ Aero Performance เพิ่มราคา GR Yaris เป็น ¥495,000 (107,900 บาท) เมื่อเทียบกับรุ่นปกติที่ไม่มีแพ็คเกจนี้.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail [email protected]  
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcomhttps://  
www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/    

เล็กโหด Toyota GR Yaris ชุดแต่ง Aero Performance Package

ชุดแต่ง Aero Performance Package สำหรับ GR Yaris

สำหรับใครที่กำลังมองหาชุดแต่งเพิ่มความโหดให้กับ Toyota GR Yaris ของคุณ ตอนนี้ เล็กโหด Toyota GR Yaris ชุดแต่ง Aero Performance Package พร้อมให้คุณจับจองแล้วในญี่ปุ่น! ชุดแต่งนี้ได้รับการพัฒนาจากทีม Gazoo Racing โดยตรง มั่นใจได้เลยว่าคุณจะได้ของแต่งที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพอย่างแน่นอน

เล็กโหด Toyota GR Yaris ชุดแต่ง Aero Performance Package ไม่ได้มีดีแค่รูปลักษณ์ภายนอกที่ดุดันขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในด้านต่างๆ อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นระบบระบายความร้อนที่ดีขึ้น อากาศพลศาสตร์ที่ได้รับการปรับปรุง และอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้ GR Yaris ของคุณกลายเป็นรถที่ทั้งแรงและหล่อเหลาในคันเดียว

โดยรวมแล้ว Toyota GR Yaris เป็นรถที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว แต่เมื่อเพิ่มชุดแต่ง Aero Performance Package เข้าไป จะยิ่งทำให้รถคันนี้โดดเด่นและน่าสนใจมากยิ่งขึ้นไปอีก ใครที่อยากสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าเดิม ไม่ควรพลาดชุดแต่งนี้อย่างแน่นอน

ที่มา – เล็กโหด Toyota GR Yaris ชุดแต่ง Aero Performance Package