ศาลยกฟ้องก่อการร้าย! มือยิงซีอีโอประกัน
กลายเป็นข่าวใหญ่ เมื่อผู้พิพากษารัฐนิวยอร์กตัดสินใจยกฟ้องข้อหาก่อการร้ายของนาย ลุยจิ มังจิโอนี ผู้ต้องหาในคดีสะเทือนขวัญ นั่นคือการยิงสังหารซีอีโอของบริษัทประกันชื่อดังเมื่อปลายปีก่อน อย่างไรก็ตาม เขายังคงต้องเผชิญกับการดำเนินคดีในข้อหาฆาตกรรมต่อไป
เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา นาย ลุยจิ มังจิโอนี ผู้ก่อเหตุยิงนาย ไบรอัน ทอมป์สัน ซีอีโอของบริษัทประกัน “ยูไนเต็ด เฮลธ์ แคร์” (UnitedHealthcare – UHC) เมื่อธันวาคมปีที่แล้ว ได้รับการยกฟ้องข้อหาก่อการร้ายใน 2 ข้อหาสำคัญ ได้แก่ ข้อหาฆาตกรรมระดับ 1 และฆาตกรรมระดับ 2 ตามกฎหมายก่อการร้ายของรัฐนิวยอร์ก โดยศาลให้เหตุผลว่าหลักฐานที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อการเอาผิดในข้อหาดังกล่าว
ผู้พิพากษา เกรโกรี คาร์โร ผู้ดูแลคดีอาญาซึ่งรัฐเป็นโจทก์และนายมังจิโอนีเป็นจำเลย ได้อ่านคำตัดสินเป็นลายลักษณ์อักษรระหว่างการพิจารณาคดีที่ใช้เวลาเพียง 15 นาที ณ ศาลในเมืองแมนฮัตตัน โดยระบุว่าข้อกล่าวหาที่นายมังจิโอนีได้รับนั้น ไม่เข้าข่ายคำนิยามของการก่อการร้ายตามกฎหมายของรัฐนิวยอร์ก
“ข้อหาที่ 1 และ 2 ซึ่งตั้งข้อหาจำเลยในความผิดฐานฆาตกรรมโดยเจตนาระดับหนึ่ง (เพื่อสนับสนุนพฤติกรรมการก่อการร้าย) และฆาตกรรมโดยเจตนาระดับสองในฐานะอาชญากรรมก่อการร้าย จึงถูกยกฟ้องข้อหาก่อการร้ายเนื่องจากมีหลักฐานทางกฎหมายไม่เพียงพอ” ผู้พิพากษาคาร์โรกล่าวอย่างชัดเจน
ถึงแม้ว่าอัยการจะพยายามโต้แย้งว่าเอกสารที่นายมังจิโอนีทิ้งไว้นั้นแสดงให้เห็นถึงแรงจูงใจในการก่อการร้าย แต่ผู้พิพากษากลับเห็นว่าอัยการไม่สามารถแสดงให้เห็นได้ว่าผู้ต้องสงสัยมีเจตนาที่จะสร้างแรงกดดันทางการเมืองต่อรัฐบาล หรือพยายามที่จะสร้างความหวาดกลัวให้กับสังคมโดยรวม ซึ่งถือเป็นสาระสำคัญของกฎหมายก่อการร้ายของรัฐนิวยอร์ก
“ไม่มีการนำเสนอหลักฐานใดๆ ที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยได้ยื่นข้อเรียกร้องใดๆ ต่อรัฐบาล หรือต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายใดๆ ของรัฐบาลเป็นพิเศษ ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่ได้กระทำการเหล่านั้นด้วยการข่มขู่หรือบีบบังคับแต่อย่างใด” ผู้พิพากษากล่าวเสริม
อย่างไรก็ตาม ผู้พิพากษาคาร์โรได้กล่าวอย่างชัดเจนว่า “คณะอัยการได้นำเสนอหลักฐานทางกฎหมายที่เพียงพอสำหรับข้อหาอื่นๆ ทั้งหมด รวมถึงความผิดฐานฆาตกรรมโดยเจตนาระดับสอง (โดยไตร่ตรองไว้ก่อน)” ซึ่งหมายความว่านายมังจิโอนียังคงต้องเผชิญกับการพิจารณาคดีในข้อหาฆาตกรรม
ข้อหาฆาตกรรมโดยเจตนาระดับ 1 ที่ถูกยกฟ้องไปนั้น มีโทษสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิตโดยไม่มีสิทธิ์ได้รับการปล่อยตัวก่อนกำหนด
ในส่วนของข้อหาฆาตกรรมโดยเจตนาระดับ 2 (โดยไตร่ตรองไว้ก่อน) ที่ยังคงอยู่ อาจทำให้นายมังจิโอนีต้องรับโทษจำคุก 15-25 ปี นอกจากนี้ เขายังถูกตั้งข้อหาเกี่ยวกับอาวุธปืนและการปลอมแปลงเอกสารอีกด้วย
นอกเหนือจากข้อกล่าวหาตามกฎหมายระดับรัฐแล้ว นายมังจิโอนียังถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมตามกฎหมายกลางของสหรัฐฯ ซึ่งมีโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต
อนึ่ง ผู้พิพากษาคาร์โรได้ปฏิเสธคำร้องของทนายฝ่ายจำเลยที่ขอให้เลื่อนการพิจารณาคดีของศาลระดับรัฐออกไปก่อน จนกว่าการพิจารณาคดีของศาลรัฐบาลกลางจะมีข้อสรุป โดยผู้พิพากษาคาร์โรกำหนดให้เริ่มการพิจารณาคดีของนายมังจิโอนีในวันที่ 1 ธันวาคมที่จะถึงนี้
ยกฟ้องข้อหาก่อการร้าย: จุดเปลี่ยนในคดีดัง
คดีนี้ได้รับความสนใจจากสาธารณชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากความโหดร้ายของอาชญากรรมและการยกฟ้องข้อหาก่อการร้ายที่สร้างความประหลาดใจให้กับหลายฝ่าย คำถามสำคัญคือ การตัดสินใจของศาลในครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อรูปคดีในภาพรวมอย่างไร และนายมังจิโอนีจะได้รับโทษสถานใดหากถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง
ทำไมศาลถึงยกฟ้องข้อหาก่อการร้าย?
เหตุผลหลักที่ศาลยกฟ้องคือการขาดหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่านายมังจิโอนีมีเจตนาที่จะก่อการร้ายตามกฎหมายของรัฐนิวยอร์ก ซึ่งเน้นไปที่การสร้างแรงกดดันทางการเมืองต่อรัฐบาล หรือการสร้างความหวาดกลัวให้กับสังคมโดยรวม
- การขาดหลักฐานเชื่อมโยงกับการเมือง
- ไม่มีการข่มขู่หรือบีบบังคับ
- แรงจูงใจส่วนตัว
แม้ว่าเขาจะกระทำการที่รุนแรง แต่ศาลมองว่าแรงจูงใจของเขาเป็นเรื่องส่วนตัวมากกว่าที่จะเป็นการกระทำที่มีเป้าหมายทางการเมือง
การยกฟ้องข้อหาก่อการร้ายในคดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่ากฎหมายก่อการร้ายนั้นมีข้อจำกัดและความเฉพาะเจาะจง การกระทำที่รุนแรงใดๆ ไม่ได้หมายความว่าเป็นการก่อการร้ายเสมอไป และศาลจะต้องพิจารณาหลักฐานและเจตนาของผู้กระทำอย่างรอบคอบก่อนที่จะตัดสิน
ที่มา – ผู้พิพากษายกฟ้องข้อหาก่อการร้าย มือยิงซีอีโอบริษัทประกันสหรัฐฯ





