วัน: 16 กันยายน 2025

ผลสลาก N3 16 ก.ย. 68 ตรวจหวย N3 ที่นี่

มาตรวจผลสลาก N3 งวดวันที่ 16 กันยายน 2568 กันเลย! เช็คเลข 3 ตัวตรง, 3 ตัวสลับหลัก, เลข 2 ตัวตรง และเลขรางวัลพิเศษ พร้อมเงินรางวัลได้ที่นี่

ผู้สื่อข่าวรายงานผลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดล่าสุด รวมถึงผลสลาก N3 ที่หลายคนรอคอย

ผลสลาก N3 งวดวันที่ 16 กันยายน 2568

มาตรวจหวย ผลสลาก N3 งวดวันที่ 16 กันยายน 2568 สลากตัวเลขสามหลักกันได้เลย ตรวจรางวัลทั้งหมดได้ที่นี่:

เลขรางวัลสามตัวตรง
เลข 3 ตัวตรง 646 รางวัลละ 7,898 บาท

เลขรางวัลสามตัวสลับหลัก
เลข 3 ตัวสลับหลัก 466 664 รางวัลละ 3,618 บาท

เลขรางวัลสองตัวตรง
เลข 2 ตัวตรง 58 รางวัลละ 344 บาท

เลขรางวัลพิเศษ
เลขรางวัลพิเศษ 646000000732 รางวัลละ 261,734 บาท

ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 16 กันยายน 2568 งวดล่าสุด

รางวัลที่ 1
074646

รางวัลเลขหน้า 3 ตัว
740  512

รางวัลเลขท้าย 3 ตัว
308  703

รางวัลเลขท้าย 2 ตัว
58

สำหรับใครที่ซื้อสลาก N3 ในงวดวันที่ 16 กันยายน 2568 นี้ อย่าลืมตรวจสอบผลรางวัลอย่างละเอียดเพื่อความถูกต้อง โดยสามารถตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ทางการของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถืออื่นๆ นอกเหนือจากผลสลาก N3 แล้ว งวดนี้มีใครถูกรางวัลที่ 1 บ้างหรือเปล่านะ ขอแสดงความยินดีล่วงหน้ากับผู้ที่โชคดีด้วยนะครับ!

การเสี่ยงโชคเป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับดวงและโชคชะตา แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการเล่นอย่างมีสติ ไม่ให้การเสี่ยงโชคส่งผลกระทบต่อการเงินและการดำเนินชีวิตประจำวัน หากใครไม่ถูกรางวัลในงวดนี้ ก็อย่าเพิ่งท้อแท้ งวดหน้ายังมีโอกาสเสมอ ขอให้ทุกคนโชคดีกับการเสี่ยงโชคในงวดต่อๆ ไปนะครับ นอกจากนี้ อย่าลืมติดตามข่าวสารและข้อมูลเกี่ยวกับสลากกินแบ่งรัฐบาลอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการลุ้นรางวัลใหญ่ และขอให้ทุกท่านโชคดีมีชัยในการเสี่ยงโชคเสมอไปนะครับ

(ตรวจหวยงวดวันที่ 16 กันยายน 2568 ทุกรางวัลที่นี่)

สรุปแล้ว ผลสลาก N3 งวดวันที่ 16 กันยายน 2568 ได้ประกาศออกมาเรียบร้อยแล้ว ใครที่ซื้อไว้ก็อย่าลืมตรวจรางวัลกันนะครับ ขอให้ทุกคนโชคดี! และอย่าลืมว่าการเล่นหวยควรเล่นอย่างมีสตินะครับ

ที่มา – ผลสลาก N3 งวด 16 กันยายน 2568 ออกแล้ว ตรวจหวย N3 ทุกรางวัลที่นี่

กองทัพภาคที่ 2 พบ โดรน แนวชายแดน 60 ลำ

สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชายังคงต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด กองทัพภาคที่ 2 ได้รายงานการตรวจพบความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ ซึ่งเกี่ยวข้องกับอากาศยานไร้คนขับ หรือ “โดรน” นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการตรวจพบโดรนในบริเวณนี้ แต่จำนวนที่ตรวจพบในครั้งนี้ถือว่าค่อนข้างมาก และส่งผลให้เกิดคำถามตามมาถึงวัตถุประสงค์ของการใช้งาน

กองทัพภาคที่ 2 พบ โดรน แนวชายแดน 60 ลำ

ตามรายงานสรุปสถานการณ์ประจำวันที่ 16 กันยายน 2568 ของศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 พบว่ามีการตรวจพบโดรนในพื้นที่ตอนใน 1 ครั้ง จำนวน 2 ลำ และในพื้นที่แนวชายแดนถึง 35 ครั้ง จำนวน 60 ลำ ซึ่งในจำนวนนี้ มี 1 ลำที่สามารถตัดการควบคุมสัญญาณได้สำเร็จ ส่วนที่เหลือตรวจพบในระยะไกลที่อยู่นอกเขตพื้นที่ควบคุมการตัดสัญญาณ

สถานการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการเฝ้าระวังและติดตามความเคลื่อนไหวในพื้นที่ชายแดนอย่างใกล้ชิด กองกำลังทั้งสองฝ่ายยังคงตรึงกำลังตามแนวที่มั่นของตนเอง โดยฝ่ายไทยได้จัดกำลังพลประจำจุดเฝ้าตรวจเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม และเตรียมพร้อมในการตอบโต้ตามสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

การดำเนินงานด้านจิตอาสา

นอกเหนือจากการปฏิบัติหน้าที่ด้านความมั่นคงแล้ว กองทัพภาคที่ 2 ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้านจิตอาสา โดยศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน มณฑลทหารบกที่ 25 ได้รับมอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคจากสมาคมผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชน (ประเทศไทย) เพื่อนำไปมอบให้แก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา นอกจากนี้ ยังมีการติดตามความคืบหน้าในการซ่อมแซมสถานศึกษา โดยร่วมกับกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน ชุดช่างจิตอาสา จากบริษัท ศิริวัฒนา อินเตอร์พริ้นท์ จำกัด (มหาชน) และประชาชนจิตอาสา ในการปรับปรุงโรงเรียนบ้านโคกกรม อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์

ความคืบหน้าในการซ่อมแซมโรงเรียนอยู่ที่ร้อยละ 65 โดยมีการติดตั้งฝ้าเพดาน ทาสีผนังห้อง และติดตั้งประตู การดำเนินงานด้านจิตอาสาเหล่านี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกองทัพภาคที่ 2 ในการช่วยเหลือและพัฒนาชุมชนในพื้นที่รับผิดชอบ

กองทัพภาคที่ 2 ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการรับข้อมูลข่าวสารอย่างมีวิจารณญาณ และขอความร่วมมือจากประชาชนในการติดตามข้อมูลจากช่องทางที่เป็นทางการเท่านั้น เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นจากข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง การตรวจพบโดรนในพื้นที่แนวชายแดนถึง 60 ลำ เป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และจำเป็นต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด เพื่อประเมินสถานการณ์และกำหนดมาตรการที่เหมาะสม

การปรากฏตัวของโดรนจำนวนมากเช่นนี้ ใกล้แนวชายแดน เป็นสิ่งที่น่ากังวล และอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ การตรวจสอบหาที่มาและวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการบินโดรนเหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด และสร้างความเชื่อมั่นระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ประชาชนควรติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก และสามารถเข้าใจสถานการณ์ได้อย่างถูกต้อง

ที่มา – กองทัพภาคที่ 2 ตรวจพบ “โดรน” พื้นที่แนวชายแดน 60 ลำ ตัดการควบคุมสัญญาณได้ 1 ลำ

“อนุทิน” สักการะศาลหลักเมืองวัดพระแก้ว จ่อลงนาม ครม.

นายกฯ สักการะศาลหลักเมือง-วัดพระแก้ว ก่อนลงนามรายชื่อ “ครม.อนุทิน 1” ขึ้นทูลเกล้าฯ บอกเสร็จสิ้นภารกิจไปอีกเปราะ ขณะ “บิ๊กเล็ก” ว่าที่ รมว.กลาโหม รอรับ พลาดลื่นล้มแต่ไม่ได้รับบาดเจ็บ

เมื่อเวลา 14.20 น. วันที่ 16 กันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางมายังศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร หลังตรวจสอบรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสร็จสิ้นแล้ว โดยมีพล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รอต้อนรับอยู่

โดยจุดแรกนายกรัฐมนตรีได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์บริเวณหอพระ ซึ่งระหว่างทางที่จะเดินขึ้นไปยังหอพระ พล.อ.ณัฐพล ที่เดินตามข้างหลังเกิดลื่นล้มบริเวณหน้าบันไดทางขึ้นหอพระ คาดว่าเป็นเพราะถุงเท้าทำให้ลื่น แต่ พล.อ.ณัฐพล ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร ขณะที่ผู้เห็นเหตุการณ์ร้องอุทานด้วยความตกใจ

ต่อมา นายอนุทิน ได้ผูกผ้าแพร 3 สี จากนั้นถวายพวงมาลัยศาลหลักเมือง และสักการะศาลเทพารักษ์ทั้ง 5 พร้อมเติมน้ำมันตะเกียงพระประจำวันเกิด ขณะที่ประชาชนที่มาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลหลักเมืองต่างตะโกนให้กำลังใจนายอนุทิน ว่า “นายกฯ สู้ๆ” โดยนายอนุทินจะหันไปยกมือไหว้ขอบคุณ ก่อนที่จะเดินข้ามถนนจากศาลหลักเมืองมายังพระบรมมหาราชวัง (วัดพระแก้ว) และเดินเข้าทางประตูสวัสดิโสภา เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งใช้เวลาประมาณ 10 นาที ก่อนเดินทางออกมาพร้อมบอกผู้สื่อข่าวว่า “นำบุญมาฝาก” ผู้สื่อข่าวจึงกล่าวสาธุพร้อมกัน

เมื่อถามว่าเสร็จภารกิจจากวัดพระแก้วจะเดินทางไปที่ไหนต่อนั้น นายอนุทิน ระบุว่า ต้องรอลงนามรายชื่อคณะรัฐมนตรีเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ส่วนสถานที่จะใช่ทำเนียบรัฐบาลหรือไม่ ต้องรอให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรีแจ้งอีกครั้ง พร้อมกับปล่อยมุกและพูดติดตลกว่า “ไปร้านลาบมั้ง”

ทางด้านคำถามว่า วันนี้รู้สึกสดชื่นหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ก็วันนี้เสร็จภารกิจที่เกี่ยวกับการทูลเกล้าฯ คณะรัฐมนตรีแล้ว ก็ถือว่าผ่านไปอีกเปราะ แต่ก็ยังมีอื่นๆ อีกมากมายที่ยังต้องทำ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าระหว่างที่นายอนุทิน จะขึ้นรถออกจากบริเวณหน้าวัดพระแก้ว มีนักท่องเที่ยวชาวตุรกีที่เมื่อทราบว่านายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรีจึงเข้ามาขอถ่ายรูป และเมื่อรถเคลื่อนออกไปจากบริเวณหน้าวัดพระแก้ว นักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวยังได้โบกมือให้ด้วย.

สักการะศาลหลักเมือง-วัดพระแก้ว “อนุทิน” จ่อลงนามรายชื่อ ครม. ก่อนทูลเกล้าฯ

“อนุทิน” สักการะศาลหลักเมืองวัดพระแก้ว ก่อนลงนาม ครม.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปสักการะศาลหลักเมืองและวัดพระแก้ว ก่อนที่จะลงนามในรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถือเป็นการเริ่มต้นการทำงานอย่างเป็นทางการของรัฐบาลใหม่ ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

การเดินทางไปสักการะศาลหลักเมืองและวัดพระแก้ว ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่สำคัญของผู้นำประเทศ เพื่อความเป็นสิริมงคลและความสำเร็จในการบริหารประเทศ การที่นายอนุทินให้ความสำคัญกับพิธีกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรม แสดงให้เห็นถึงความเคารพต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนไทย

การลงนามในรายชื่อคณะรัฐมนตรี ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ หลังจากนี้จะต้องมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา และเริ่มดำเนินงานตามนโยบายที่ได้วางไว้ ประชาชนต่างคาดหวังว่ารัฐบาลใหม่จะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ และนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

สำหรับใครที่ต้องการไปสักการะศาลหลักเมืองและวัดพระแก้ว สามารถเดินทางไปได้ทุกวัน แต่ควรแต่งกายสุภาพเรียบร้อย เพื่อเป็นการเคารพสถานที่ศักดิ์สิทธิ์

ที่มา – สักการะศาลหลักเมือง-วัดพระแก้ว “อนุทิน” จ่อลงนามรายชื่อ ครม. ก่อนทูลเกล้าฯ

กระทรวงวัฒนธรรม ขอเชิญร่วมถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ปี 2568

ขอเชิญร่วมงานบุญใหญ่! กระทรวงวัฒนธรรม ขอเชิญพุทธศาสนิกชนร่วมถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2568 ณ วัดกวิศรารามราชวรวิหาร จังหวัดลพบุรี ในวันที่ 24-25 ตุลาคมนี้ มาร่วมสืบสานประเพณีอันดีงามและสร้างบุญกุศลครั้งยิ่งใหญ่ไปด้วยกัน

นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า เนื่องในเทศกาลกฐิน พุทธศักราช 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานผ้าพระกฐินพร้อมเครื่องบริวารพระกฐิน ตามที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้ขอพระราชทาน เพื่อน้อมนำไปทอดถวายยังที่ชุมนุมสงฆ์ ณ วัดกวิศรารามราชวรวิหาร ตำบลท่าหิน อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี

ขณะนี้ วธ.ได้เตรียมความพร้อมในการนำไปถวายพระสงฆ์ที่จำพรรษา ณ วัดกวิศรารามราชวรวิหาร ในวันที่ 24-25 ตุลาคม 2568 นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ผลานิสงส์แห่งการถวายผ้าพระกฐินครั้งนี้ วธ. ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ เป็นฉัตรแก้วปกเกศอาณาประชาราษฎรตลอดไป รวมทั้งบันดาลให้ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบุญกุศลได้มีจิตตั้งมั่นในความดีงาม ถึงพร้อมด้วยสรรพกำลังในอันที่จะบำเพ็ญคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาและประเทศชาติ ให้เจริญรุ่งเรืองสืบไป

สำหรับการทอดกฐินเป็นประเพณีสำคัญที่ถือปฏิบัติสืบทอดมายาวนานกระทั่งปัจจุบัน ซึ่งกฐินกาลมีกำหนดระยะเวลา คือ ระหว่างวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ของทุกปี พุทธศาสนิกชนจะร่วมทำบุญถวายผ้ากฐิน เพื่อเป็นการสืบทอดและทำนุบำรุงประเพณีสำคัญทางพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองและเป็นการสร้างกุศลอันยิ่งใหญ่ ก่อให้เกิดอานิสงส์ทั้งพระสงฆ์และฆราวาส โดยกฐินพระราชทาน เป็นกฐินที่พระมหากษัตริย์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานผ้าพระกฐินให้แก่หน่วยงานราชการ องค์กร คณะบุคคล หรือบุคคลผู้ประสงค์ขอรับพระราชทานนำไปทอดถวาย ณ พระอารามหลวง ทั้งกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด” ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าว

นายประสพ กล่าวอีกว่า ในโอกาสนี้ วธ. ได้จัดพิมพ์หนังสือ “ปกิณกวัฒนธรรม วัดกวิศรารามราชวรวิหาร และแหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรม” เพื่อเผยแพร่ประวัติวัดกวิศรารามราชวรวิหาร ศาสนสถานสำคัญของวัด แหล่งเรียนรู้ แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ รวมถึงสถานที่สำคัญบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่ประชาชนและผู้มาร่วมบุญกุศลในครั้งนี้ อีกทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรมและสร้างสรรค์ ส่งเสริมเศรษฐกิจวัฒนธรรมเพื่อสร้างคุณค่าทางสังคมและมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้แก่ประชาชนและชุมชนอย่างยั่งยืน

ในโอกาสนี้ กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคปัจจัย ได้ที่บัญชีธนาคารกรุงไทย เลขที่บัญชี 091-0-32375-5 สาขารัชดาภิเษก-ห้วยขวาง ชื่อบัญชี “กฐินพระราชทาน” (กระทรวงวัฒนธรรม) ได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 25 ตุลาคม 2568 เพื่อรวบรวมนำเข้าสมทบถวายบำรุงวัดกวิศรารามราชวรวิหารต่อไป สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2209 3595

ทั้งนี้ ประวัติวัดกวิศรารามราชวรวิหาร พอสังเขปจาก เว็บไซต์สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลพบุรี เป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เดิมชื่อ “วัดขวิด” สร้างโดยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ต่อมาในรัชกาลที่ 4 ทรงสถาปนาใหม่ พระราชทานนามว่า “วัดกรวิศยาราม” และรัชกาลที่ 5 โปรดให้ปฏิสังขรณ์เพิ่มเติม จนกลายเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีที่สำคัญของจังหวัดลพบุรี ศาสนสถานสำคัญของวัด ได้แก่ พระอุโบสถแบบมหาอุด ประดิษฐานพระประธานปางมารวิชัย ศิลปะอู่ทอง พร้อมจิตรกรรมฝาผนังลายดอกไม้ เจดีย์ทรงกลมด้านหลังพระอุโบสถ และหอไตรริมบ่อน้ำในสมัยรัชกาลที่ 4 วัดกวิศรารามยังเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษาและศาสนาของจังหวัดลพบุรี โดยพระพุทธวรญาณ เจ้าอาวาสรูปที่ 2 ก่อตั้งโรงเรียนวินิตศึกษา เมื่อปี พ.ศ. 2489 ปัจจุบันคือโรงเรียนวินิตศึกษากวิศรารามมูลนิธิ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นับเป็นมรดกทางวัฒนธรรมและศูนย์รวมจิตใจของชาวลพบุรี อีกทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และพระพุทธศาสนาที่สำคัญของจังหวัด ปัจจุบันมี พระธรรมวชิรสุนทร (ประเทือง อาภาธโร) เป็นเจ้าอาวาสวัดกวิศรารามราชวรวิหาร และดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดลพบุรีด้วย.

กระทรวงวัฒนธรรม ขอเชิญร่วมถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ปี 2568

อย่าพลาดโอกาสอันดีที่จะได้ร่วมทำบุญใหญ่กับ กระทรวงวัฒนธรรม ในการถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2568 ณ วัดกวิศรารามราชวรวิหาร ร่วมสืบสานประเพณีไทยและสร้างกุศลร่วมกัน

ร่วมทำบุญกับกระทรวงวัฒนธรรม

สำหรับท่านที่สนใจร่วมทำบุญ กระทรวงวัฒนธรรม เปิดรับบริจาคปัจจัยเพื่อนำไปบำรุงวัดกวิศรารามราชวรวิหาร สามารถร่วมบริจาคได้ที่บัญชีธนาคารกรุงไทยตามรายละเอียดที่แจ้งไว้ข้างต้น มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทำนุบำรุงศาสนาและวัฒนธรรมไทยให้ยั่งยืนสืบไป

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานประเพณีอันดีงามและสร้างกุศลครั้งยิ่งใหญ่กับกระทรวงวัฒนธรรมกันนะคะ การทำบุญไม่เพียงแต่เป็นการให้ แต่ยังเป็นการเติมเต็มจิตใจให้สงบและเป็นสุขอีกด้วย

ที่มา – “กระทรวงวัฒนธรรม” ขอเชิญร่วมถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2568

ยูเอ็นชี้ อิสราเอล ก่อ”การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์”ในกาซา

คณะกรรมการอิสระของสหประชาชาติออกรายงาน ระบุมีเหตุผลอันสมควรที่จะสรุปได้ว่าอิสราเอลได้ก่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ต่อชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ด้านอิสราเอลปฏิเสธรายงานว่าบิดเบือนและไม่เป็นความจริง

คณะกรรมการอิสระเพื่อการสอบสวนในดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง (Independent International Commission of Inquiry on the Occupied Palestinian Territory) ซึ่งตั้งขึ้นโดยคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ได้เผยแพร่รายงานฉบับใหม่ที่ระบุว่า มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือพอที่จะสรุปได้ว่าอิสราเอลได้กระทำการ “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ในกาซา โดยอ้างถึงหลักฐาน 4 ใน 5 ข้อของอาชญากรรมการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ตามกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งรวมถึงการสังหาร, ทำร้ายร่างกายและจิตใจ, จงใจสร้างเงื่อนไขเพื่อทำลายกลุ่มประชากร และการป้องกันการเกิด รายงานยังระบุว่าเจตนาในการการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์นั้นปรากฏจากคำกล่าวของผู้นำอิสราเอลและรูปแบบการปฏิบัติงานของกองกำลังอิสราเอล

รายงานฉบับนี้ซึ่งจัดทำโดยผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน นำโดย นาวี พิลเลย์ อดีตข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ระบุว่าอิสราเอลได้กระทำพฤติการณ์ 4 ประการที่เข้าข่ายการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ตามอนุสัญญาว่าด้วยการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ (1948 Genocide Convention) ได้แก่:

  • การสังหารสมาชิกของกลุ่ม: ด้วยการโจมตีเป้าหมายที่ได้รับการคุ้มครอง, พลเรือน และการจงใจสร้างเงื่อนไขที่นำไปสู่การเสียชีวิต

  • การก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงทางร่างกายและจิตใจ: ผ่านการโจมตีโดยตรงต่อพลเรือน, การปฏิบัติอย่างทารุณต่อผู้ถูกควบคุมตัว, การบังคับให้พลัดถิ่น และการทำลายสิ่งแวดล้อม

  • การจงใจสร้างเงื่อนไขในการดำรงชีวิตเพื่อนำไปสู่การทำลายกลุ่ม: ด้วยการทำลายอาคารและที่ดิน, การทำลายหรือกีดกันการเข้าถึงบริการทางการแพทย์, การกีดกันความช่วยเหลือ, น้ำ, ไฟฟ้า และเชื้อเพลิงที่จำเป็น รวมถึงการใช้ความรุนแรงทางเพศ และการสร้างเงื่อนไขที่ส่งผลกระทบต่อเด็ก

  • การกำหนดมาตรการเพื่อขัดขวางการเกิด: เช่น การโจมตีคลินิกเจริญพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในกาซาเมื่อเดือนธันวาคม 2023 ซึ่งทำลายตัวอ่อนประมาณ 4,000 ตัว และตัวอย่างอสุจิกับไข่ที่ยังไม่ได้รับการผสมอีก 1,000 ตัวอย่าง

รายงานยังอ้างถึงคำพูดของผู้นำอิสราเอล เช่น ประธานาธิบดีไอแซก เฮอร์ซอก, นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โยอาฟ กัลแลนต์ ว่า “ปลุกปั่นให้เกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” และชี้ว่า “เจตนาในการการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เป็นข้อสรุปที่มีเหตุผลเพียงอย่างเดียว” ที่สามารถสรุปได้จากพฤติกรรมของทางการและกองกำลังอิสราเอล

คณะกรรมการฯ ยังระบุว่า การกระทำของผู้นำทางการเมืองและทหารของอิสราเอล “เป็นความรับผิดชอบของรัฐอิสราเอล” ซึ่งหมายความว่ารัฐดังกล่าว “มีส่วนรับผิดชอบในการล้มเหลวในการป้องกันการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์, การกระทำการการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และการล้มเหลวในการลงโทษการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

กระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลได้ออกมาปฏิเสธรายงานดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง โดยกล่าวหาว่ารายงานนี้ “บิดเบือนและไม่เป็นความจริง” โฆษกกระทรวงฯ ยังกล่าวหาผู้เชี่ยวชาญทั้งสามว่าทำหน้าที่เป็น “ตัวแทนของฮามาส” และอาศัย “ข้อมูลเท็จของฮามาส” ซึ่งถูกนำไปเผยแพร่ซ้ำ

โฆษกฯ ระบุ “ตรงกันข้ามกับคำโกหกในรายงาน ฮามาสคือฝ่ายที่พยายามก่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในอิสราเอล ด้วยการสังหารผู้คน 1,200 คน, ข่มขืนผู้หญิง, เผาทั้งครอบครัว และประกาศเป้าหมายอย่างเปิดเผยว่าจะสังหารชาวยิวทุกคน” 

กองทัพอิสราเอลได้เริ่มปฏิบัติการทางทหารในกาซาเพื่อตอบโต้การโจมตีของกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตประมาณ 1,200 คน และถูกจับเป็นตัวประกัน 251 คน

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลในกาซาแล้วอย่างน้อย 64,905 คน ตามข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขที่บริหารโดยกลุ่มฮามาส นอกจากนี้ ประชากรส่วนใหญ่ยังต้องพลัดถิ่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า, บ้านเรือนกว่า 90% ได้รับความเสียหายหรือถูกทำลาย, ระบบสาธารณสุข, น้ำ, สุขาภิบาล และสุขอนามัยได้ล่มสลาย และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงทางอาหารที่ได้รับการสนับสนุนจากยูเอ็นได้ประกาศภาวะทุพภิกขภัยในเมืองกาซาซิตี้

ทั้งนี้ มีองค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศและอิสราเอล, ผู้เชี่ยวชาญอิสระของยูเอ็น และนักวิชาการหลายราย ที่ได้กล่าวหาอิสราเอลว่ากระทำการการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ต่อชาวปาเลสไตน์ในกาซาเช่นกัน ขณะที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ก็กำลังพิจารณาคดีที่แอฟริกาใต้นำมาฟ้อง ซึ่งกล่าวหาว่าอิสราเอลกระทำการการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เช่นเดียวกัน.

รายงานยูเอ็นชี้ “อิสราเอล” ก่อ “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ในกาซา

ยูเอ็นชี้ อิสราเอลก่อ “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” จริงหรือ?

รายงานของยูเอ็นที่ชี้ว่าอิสราเอลก่อ “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ในฉนวนกาซาเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและซับซ้อน ซึ่งต้องการการพิจารณาอย่างรอบด้านจากนานาชาติ การกล่าวหาเรื่องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เป็นเรื่องร้ายแรง และผลกระทบของข้อกล่าวหานี้อาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและกระบวนการยุติธรรมระหว่างประเทศในอนาคต

ที่มา – รายงานยูเอ็นชี้ “อิสราเอล” ก่อ “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ในกาซา

อายัดบัญชีม้า ไม่กระทบคนละครึ่ง เริ่มตุลาคม 68

อัปเดตความคืบหน้า “คนละครึ่ง 2568” ยืนยันการระงับ “บัญชีม้า” ไม่กระทบโครงการ พร้อมคาดเฟสแรกเริ่มใช้เดือนตุลาคม 2568 ด้าน “นายกฯ อนุทิน” โวคนไทยเปิดกระเป๋ารอคนละครึ่งได้เลย

ภายหลังจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พูดถึงความคืบหน้าโครงการคนละครึ่ง หลังถูกถามว่า “ประชาชนคาดหวังนโยบายคนละครึ่ง เปิดกระเป๋ารอได้เลยใช่หรือไม่” นั้น นายอนุทิน เผยว่า “รอได้ครับ เดี๋ยวรายละเอียดจะให้ รมว.คลังชี้แจงแผนที่เราได้วางเอาไว้และดำเนินการ เมื่อเราเข้ามาบริหารเต็มตัว เพื่อให้ดำเนินการได้เร็วที่สุด”

ล่าสุด วันที่ 16 ก.ย. 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เผยถึงกรณีที่มีการระงับบัญชีม้าในขณะนี้ ว่า “พรรคภูมิใจไทยทราบเรื่องนี้มาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่ได้อยู่ในวงกว้าง อาจจะมีบางกลุ่มที่มีการเทรดบิทคอยน์หรือเงินดิจิทัลและได้รับเงินโอนเข้ามาผ่านแอปพลิเคชันต่างประเทศจึงถูกระงับบัญชีครั้งละ 3 เดือน รวมถึงผู้ที่ได้รับการโอนเงินจากบัญชีม้าจริงๆ อีกทั้งบางรายก็ถึงขั้นล้มละลาย ถูกปิดทุกช่องทางการเงิน ไม่สามารถกู้ยืมได้”

“การระงับบัญชีม้าดังกล่าว จะไม่กระทบกับโครงการคนละครึ่ง ที่เป็นนโยบายของรัฐบาล เพราะโครงการจะดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน ไม่เกี่ยวข้องกับบัญชี”

อายัดบัญชีม้า ไม่กระทบโครงการ “คนละครึ่ง”

ข้อมูล ณ วันที่ 16 ก.ย. 2568 พบว่าโดเมน www.คนละครึ่ง.com ที่เคยใช้นั้นหายไป ซึ่งขึ้นว่าเป็นเว็บไซต์ไม่มีชื่อ และรายละเอียดที่โชว์ในหน้า google กลายเป็นภาษาจีนที่แปลได้ว่า “จำชื่อผู้ใช้ ลืมรหัสผ่าน เข้าสู่ระบบ”

ซึ่งก่อนหน้านี้ นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ว่าที่ รมช.คลังคนใหม่ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า “คนละครึ่งอาจถึงเวลาที่ต้องกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้จะกลับมาในเวอร์ชัน คนละครึ่ง 2.0 ให้ประชาชนซื้อขายแบบกระตือรือร้นมากขึ้น”

คนละครึ่งเฟสใหม่กับการอายัดบัญชีม้า

โครงการ “คนละครึ่ง” รอบใหม่ หรือ “คนละครึ่ง 2568” คาดการณ์ว่าเริ่มใช้ได้เร็วสุดในเดือนตุลาคม 2568 โดยจะให้สิทธิประชาชนคนไทยทุกคนในอัตรา 50:50 แต่สำหรับผู้ที่อยู่ในระบบภาษีหรือยื่นแบบแสดงรายการภาษีจะได้รับการสนับสนุนในอัตราที่สูงกว่า อาจอยู่ที่ 60:40

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ได้สิทธิมากกว่า คือผู้ที่อยู่ในระบบภาษีหรือยื่นแบบแสดงรายการภาษี ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่เสียภาษีจริงกับรัฐเท่านั้น โดยเงื่อนไขการใช้จ่ายเบื้องต้นจะไม่แตกต่างจากโครงการเดิมมากนัก แต่อาจมีลูกเล่นใหม่เพิ่มเติมให้น่าสนใจมากขึ้น ส่วนวงเงินการใช้จ่ายต่อวันและวงเงินรวมของโครงการยังไม่ได้ข้อสรุป ซึ่งหากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป.

จากข่าวนี้ เราได้ทราบว่าถึงแม้จะมีการ อายัดบัญชีม้า แต่โครงการ คนละครึ่ง ก็ยังเดินหน้าต่อได้ ทำให้ประชาชนยังสามารถคาดหวังถึงการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายจากภาครัฐได้ในช่วงปลายปีนี้ อย่าลืมติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อเตรียมตัวลงทะเบียนเมื่อมีการประกาศอย่างเป็นทางการนะคะ

ที่มา – “อายัดบัญชีม้า” ไม่กระทบโครงการ “คนละครึ่ง” เฟสแรกเริ่มใช้เดือนตุลาคม 2568

“จิรายุ” จี้ตรวจเข้มคุณสมบัติ รมต. รัฐบาลอนุทิน

“จิรายุ” จี้ สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ตรวจเข้มคุณสมบัติรัฐมนตรีใหม่ อย่า 2 มาตรฐาน แนะ “อนุทิน” ส่งให้ “เท้ง ณัฐพงษ์” ช่วยกลั่นกรองในฐานะนั่งร้านน้ำเงิน ด้าน “อนุสรณ์” ไม่คาดหวัง “รัฐบาลอนุทิน” โยนเป็นเรื่อง ปชน.-ภท.

วันที่ 16 ก.ย. 2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีตประธานคณะกรรมาธิการกิจการศาลองค์กรอิสระ องค์กรอัยการ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เพื่อไม่ให้เกิด ครม.เต้าหู้ยี้ ขอเรียกร้องให้สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ใช้มาตรฐานเดียวกันในการตรวจสอบคุณสมบัติในการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ให้ครบ ทั้ง 14 หน่วยงาน

ทั้งนี้เพราะในสมัยรัฐบาลที่ผ่านมา สลค.ได้เคร่งครัดในการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทุกคนอย่างรอบด้าน ซึ่งที่ผ่านมาใช้เวลากว่า 30 วันในการกลั่นกรองคุณสมบัติและตรวจประวัติของผู้ดำรงตำแหน่งทุกตำแหน่งเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

“รัฐบาลชุดนี้ ต้องไม่เต้าหู้ยี้ ทั้งนี้พรรคประชาชนในฐานะผู้โหวตเป็นนั่งร้านให้รัฐบาลนี้ ก็ต้องช่วยกันตรวจสอบคุณสมบัติคณะรัฐมนตรีทุกคน ซึ่งนายกรัฐมนตรีควรส่งให้หัวหน้าพรรคประชาชน ช่วยกลั่นกรอง ช่วยตรวจสอบคุณสมบัติก่อนเสนอต่อเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สลค.เพื่อความโปร่งใส เพราะทุกวันนี้พี่น้องประชาชนไม่เชื่อมั่นในพรรคประชาชนที่ไปทำ MOA ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้กับน้ำเงิน ผีไม่เผาเงาไม่เหยียบกันมาตลอด“

“อนุสรณ์” ไม่คาดหวัง “รัฐบาลอนุทิน” ชี้ ให้เป็นเรื่องปชน.-ภท. 

ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ตอบคำถามสื่อมวลชนกรณีถูกถามว่าคาดหวังอะไรต่อการเป็นนายกรัฐมนตรีของนายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ว่า ตนคงไม่ได้ไปอยู่ในสถานะที่จะไปคาดหวังอะไรต่อนายอนุทินได้ เพราะตนไม่ได้เลือก ไม่ได้ขานชื่อนายอนุทิน ให้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่เท่าที่ดู ดิจิตอลฟุตปริ๊นท์รวบรวมไว้ นายอนุทิน ประกาศชัดถ้อยชัดคำหลายครั้ง ต่างกรรมต่างวาระว่า หัวเด็ดตีนขาดอย่างไรก็จะไม่มาเป็นนายกรัฐมนตรีในฐานะรัฐบาลเสียงข้างน้อย แต่นายอนุทินก็พลิกลิ้น กลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ก็บอกเองว่า ไม่ได้เลือกนายอนุทินไปทำงาน ไม่ได้เลือกให้ไปบริหาร แต่เลือกให้ไปยุบสภา ดังนั้น งานอื่นที่อยู่นอกเหนือจากการยุบสภาให้พรรคประชาชนไปติดตามตรวจสอบกันเอาเอง ส่วนท่าทีของนายอนุทิน ที่ทำให้สังคมกังวลว่าจะเข้าไปแทรกแซงคดีเขากระโดง คดีฮั้วสว.หรือไม่ ก็ต้องให้พรรคประชาชนเข้าไปตรวจสอบเอง ระวังว่าข้อตกลงตาม MOA จะกลายเป็นเพียงสี TOA หรือสีทนได้หรือไม่ ข้อตกลง 5 ข้อที่ตกลงกันไว้ยังอยู่ครบหรือไม่ เมื่อถามว่า เวลา 4 เดือนของนายอนุทิน หากเข้าไปแทรกแซงก้าวก่ายการทำงานของข้าราชการ รวมถึงการส่งสัญญาณเตรียมย้ายล้างบางในบางกระทรวงถือว่าเหมาะสมหรือไม่ นายอนุสรณ์ ตอบว่า ก็ชัดเจนว่า คำตอบอยู่ในคำถาม คนทั้งบ้านทั้งเมืองเห็นว่าหากเข้าไป 4 เดือนแล้วย้ายล้างบาง หรือเอาเฉพาะคนที่ผ่านการทำงานในจังหวัดของผู้มากบารมีในพรรคภูมิใจไทยเท่านั้น ที่จะสามารถมาทำงานได้ สังคมจะอยู่กันอย่างไร พรรคเพื่อไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ เพื่อให้ได้รัฐบาลเสียงข้างน้อยนี้มา ส่วนพรรคใดมีดีล ให้ช่วยเหลือคดีบางคดีหรือไม่ วันนี้สังคมตัดสินใจได้

“การเมืองในภาวะที่ไม่ปกติ เอาเจตนารมณ์ของประชาชนไปปู้ยี่ปู้ยำ เอาไปโหวตตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย กาก้าวไกล ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม น่าจะจริง เพราะกาก้าวไกล ได้นายอนุทิน เป็นนายกฯ ได้รัฐบาลเสียงข้างน้อยทำอะไรไม่ได้ ฉะนั้นต้องรับผิดชอบกันเอง พรรคเพื่อไทยไม่เกี่ยว” นายอนุสรณ์ กล่าว

จับตา: “จิรายุ” จี้ตรวจเข้มคุณสมบัติ รมต. รัฐบาลอนุทิน

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงร้อนระอุ แม้ว่าจะมีรัฐบาลใหม่เกิดขึ้นแล้วก็ตาม ประเด็นที่น่าสนใจคือ การตรวจสอบคุณสมบัติของรัฐมนตรีใน รัฐบาลอนุทิน ซึ่งถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นสำคัญ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ได้ออกมาเรียกร้องให้สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ใช้มาตรฐานเดียวกันในการตรวจสอบคุณสมบัติของรัฐมนตรีทุกคน โดยเน้นย้ำว่าในอดีต สลค. ได้ใช้เวลาถึง 30 วันในการตรวจสอบคุณสมบัติและประวัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน

นอกจากนี้ นายจิรายุ ยังเสนอแนะให้นายกรัฐมนตรี ส่งรายชื่อรัฐมนตรีให้หัวหน้าพรรคประชาชนช่วยกลั่นกรองและตรวจสอบคุณสมบัติก่อนที่จะเสนอต่อ สลค. เพื่อความโปร่งใสและความเชื่อมั่นของประชาชน

ขณะเดียวกัน นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ได้แสดงความเห็นว่า ตนเองไม่ได้คาดหวังอะไรจากการเป็นนายกรัฐมนตรีของนายอนุทิน เนื่องจากไม่ได้เป็นผู้เลือกหรือสนับสนุนให้นายอนุทินดำรงตำแหน่งดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม นายอนุสรณ์ ได้กล่าวถึงท่าทีของนายอนุทินที่ทำให้สังคมกังวลว่าจะเข้าไปแทรกแซงคดีเขากระโดงและคดีฮั้วสว. โดยย้ำว่าพรรคประชาชนควรเข้าไปตรวจสอบเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อตกลงตาม MOA กลายเป็นเพียง “สี TOA” หรือสีที่ทนได้ชั่วคราวเท่านั้นเอง

ประเด็นเรื่อง รัฐบาลอนุทิน จึงกลายเป็นที่จับตามองของสังคมอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความโปร่งใสและการตรวจสอบคุณสมบัติของรัฐมนตรี รวมถึงการดำเนินงานต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศชาติและประชาชน

ดังนั้น การที่ทุกฝ่ายร่วมมือกันตรวจสอบและให้ความสำคัญกับหลักการธรรมาภิบาล จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ รัฐบาลอนุทิน สามารถบริหารประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นที่ยอมรับของประชาชน

การตรวจสอบเข้มคุณสมบัติรัฐมนตรีในรัฐบาลใหม่จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อสร้างความมั่นใจและความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

ที่มา – “จิรายุ” จี้ตรวจเข้มคุณสมบัติ รมต. แนะอย่า 2 มาตรฐาน- “อนุสรณ์” ไม่คาดหวัง “รัฐบาลอนุทิน”

ณัฐพงษ์แนะ ธปท. บล็อกบัญชีม้าหาจุดสมดุล

“ณัฐพงษ์” แนะ “แบงก์ชาติ” หาจุดสมดุลในการบล็อกบัญชีม้า ยันแก้รัฐธรรมนูญตามกรอบที่ศาลกำหนด เชื่อรัฐบาลทำตาม MOA

วันที่ 16 กันยายน 2568 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการเพิกถอนบัญชีธนาคารชั่วคราวที่อาจเชื่อมโยงกับบัญชีม้า โดยระบุว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควรหาความสมดุล เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ พร้อมเชื่อว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพิจารณามาตรการเยียวยาผู้เสียหายไว้แล้ว

ส่วนประเด็นการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งเคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร TIME นายณัฐพงษ์ยืนยันว่า กฎหมายดังกล่าวยังมีปัญหาบางส่วน แต่การแก้ไขต้องอยู่ภายใต้กรอบคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และหากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองขึ้นก็เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุม นอกจากนี้ยังชี้แจงถึงการที่พรรคโหวตให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีว่า หนึ่งในเงื่อนไขสำคัญคือการเปิดประตูสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อวางบทบาทขององค์กรอิสระให้เป็นไปตามหลักสากล

นายณัฐพงษ์ยังกล่าวถึงการทำหน้าที่ฝ่ายค้านว่า พรรคจะใช้ สส. ที่มีอยู่กว่า 140 เสียง ในการกำกับทิศทางรัฐบาลให้ทำตาม MOA โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวด 15 พร้อมย้ำว่าหากรัฐบาลบิดพลิ้วหรือถ่วงเวลา พรรคก็พร้อมที่จะใช้เสียงที่มีในการตรวจสอบ.

ณัฐพงษ์แนะ ธปท. บล็อกบัญชีม้าหาจุดสมดุล

จากกรณีข่าวที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับมาตรการการบล็อกบัญชีม้าของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ประเด็นนี้กำลังเป็นที่สนใจของประชาชนหลายภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่อาจได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว การหาจุดสมดุลจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผู้บริสุทธิ์

ความสำคัญของการหาจุดสมดุลในการบล็อกบัญชีม้า

การบล็อกบัญชีม้ามีจุดประสงค์เพื่อลดปัญหาอาชญากรรมทางออนไลน์และการฉ้อโกง ซึ่งเป็นปัญหาที่สร้างความเสียหายให้กับประชาชนและเศรษฐกิจโดยรวม อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวต้องมีความรอบคอบและพิจารณาถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ที่ทำธุรกรรมโดยสุจริตด้วย การที่นายณัฐพงษ์ออกมาให้คำแนะนำในเรื่องนี้ แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยต่อประชาชนและต้องการให้ ธปท. ดำเนินการอย่างระมัดระวัง

ผลกระทบต่อพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์จากการบล็อกบัญชีม้า

พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์จำนวนมากใช้บัญชีธนาคารในการรับชำระเงินจากลูกค้า หากบัญชีถูกบล็อกชั่วคราว อาจทำให้ธุรกิจหยุดชะงักและสูญเสียรายได้ การที่นายณัฐพงษ์เน้นย้ำถึงความสำคัญของการไม่ให้กระทบประชาชนผู้บริสุทธิ์ แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในปัญหาที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์อาจเผชิญ

ประเด็นการแก้ไขมาตรา 112 และบทบาทของพรรคประชาชน

นอกเหนือจากเรื่องการบล็อกบัญชีม้าแล้ว นายณัฐพงษ์ยังได้กล่าวถึงประเด็นการแก้ไขมาตรา 112 ซึ่งเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและมีความเห็นต่างหลากหลาย การที่นายณัฐพงษ์ยืนยันว่าการแก้ไขต้องอยู่ภายใต้กรอบคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แสดงให้เห็นถึงความระมัดระวังในการดำเนินการเรื่องนี้ นอกจากนี้ การที่พรรคประชาชนมีบทบาทในการตรวจสอบรัฐบาลและผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง

การที่พรรคประชาชนมี สส. กว่า 140 เสียง ทำให้มีอำนาจในการตรวจสอบรัฐบาลและผลักดันนโยบายต่างๆ การที่นายณัฐพงษ์ย้ำว่าพรรคจะใช้เสียงที่มีในการตรวจสอบรัฐบาล แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่

มาตรการเยียวยาผู้เสียหายจากการบล็อกบัญชีม้า: สิ่งที่ต้องพิจารณา

หากมีการบล็อกบัญชีม้าเกิดขึ้นจริง สิ่งที่สำคัญคือการมีมาตรการเยียวยาผู้เสียหายที่ชัดเจนและเป็นธรรม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรพิจารณาถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้ที่ได้รับผลกระทบและให้ความช่วยเหลืออย่างเหมาะสม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

การบล็อกบัญชีม้าถือเป็นมาตรการที่จำเป็นในการต่อสู้กับอาชญากรรมทางออนไลน์ แต่ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบและคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้บริสุทธิ์ การหาจุดสมดุลจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้มาตรการนี้มีประสิทธิภาพและไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนโดยไม่จำเป็น ดังนั้น พรรคการเมืองและประชาชนควรติดตามการทำงานของ ธปท. ในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

ที่มา – “ณัฐพงษ์” แนะ ธปท. หาจุดสมดุลบล็อกบัญชีม้า ยันแก้ ม.112 ตามกรอบศาล รธน.

ตรวจหวย 16 ก.ย. 68: ผลสลากกินแบ่งรัฐบาลล่าสุด


มาแล้ว! ผลการ ตรวจหวย 16 ก.ย. 2568 อัปเดตรวดเร็วทันใจ ส่งตรงจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาลทุกรางวัล ไม่ว่าจะเป็นรางวัลที่ 1, เลขท้าย 2 ตัว, เลขหน้า 3 ตัว, เลขท้าย 3 ตัว และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย เตรียมตัวให้พร้อมแล้วมาเช็กดวงของคุณกันเลย

สำหรับนักเสี่ยงโชคที่รอคอยผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 กันยายน 2568 วันนี้เรามีสรุปผลรางวัลทั้งหมดมาให้คุณได้ตรวจกันอย่างละเอียด ไม่ต้องเสียเวลาไปหาที่อื่น เพราะเราได้รวบรวมข้อมูลที่ถูกต้องและแม่นยำมาไว้ให้คุณแล้วที่นี่

ตรวจหวย 16 ก.ย. 2568

ใครจะเป็นผู้โชคดีได้รับรางวัลใหญ่ในงวดนี้? มาร่วมลุ้นไปพร้อมๆ กัน และอย่าลืมตรวจสอบสลากของคุณอย่างถี่ถ้วน เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการเป็นเศรษฐีหน้าใหม่

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล 16 ก.ย. 2568

รางวัลที่ 1
รางวัลละ 6,000,000 บาท
XXXXXX

รางวัลเลขหน้า 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท
XXXXXX XXXXXX

รางวัลเลขท้าย 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท
XXXXXX XXXXXX

รางวัลเลขท้าย 2 ตัว รางวัลละ 2,000 บาท
XXXXXX

รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท
XXXXXX XXXXXX

รางวัลที่ 2 จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 200,000 บาท
XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX

รางวัลที่ 3 จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 80,000 บาท
XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX
XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX

รางวัลที่ 4 จำนวน 50 รางวัล รางวัลละ 40,000 บาท
XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX
XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX
XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX
XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX
XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX
XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX
XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX
XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX
XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX
XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX

รางวัลที่ 5 จำนวน 100 รางวัล รางวัลละ 20,000 บาท
XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX
XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX
XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX
XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX
XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX
XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX
XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX
XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX
XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX
XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX
XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX
XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX
XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX
XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX
XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX
XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX
XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX
XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX
XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX
XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX XXXXXX

*** กรุณาตรวจสอบความถูกต้องกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลอีกครั้ง ***

สำหรับผู้ที่ ตรวจหวย 16 ก.ย. 2568 แล้วพบว่าถูกรางวัล ขอแสดงความยินดีด้วย! อย่าลืมนำสลากไปขึ้นเงินรางวัลภายในระยะเวลาที่กำหนด (2 ปี) นะคะ หากเลยกำหนดแล้วจะไม่สามารถขึ้นเงินรางวัลได้ และเงินรางวัลจะถูกนำส่งเป็นรายได้ของแผ่นดินต่อไป

การเสี่ยงโชคเป็นเรื่องสนุก แต่ก็ควรเล่นอย่างมีสติ และที่สำคัญ อย่าลืมอุดหนุนสลากกินแบ่งรัฐบาล เพราะรายได้ส่วนหนึ่งจะนำไปพัฒนาประเทศของเรา หากงวดนี้ยังไม่ถูกรางวัลก็อย่าเพิ่งท้อใจ งวดหน้ายังมีให้ลุ้นกันใหม่เสมอ!

ขอให้ทุกท่านโชคดีกับการ ตรวจหวย 16 ก.ย. 2568 นะคะ หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้คุณตรวจผลสลากได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

ที่มา – ตรวจหวย 16 ก.ย. 2568 ผลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดล่าสุด