วัน: 19 กันยายน 2025

“เลย” อ่วม! ฝนหนักน้ำท่วมรถมิดหลังคา

สถานการณ์น่าเป็นห่วง! ฝนตกหนักต่อเนื่องในจังหวัดเลยตลอดทั้งคืน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ ทั้งหมู่บ้าน ถนน และพื้นที่การเกษตร บางจุดระดับน้ำสูงถึง 1.50 เมตร รถกระบะจมน้ำมิดหลังคา สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก

“เลย” อ่วม! ฝนหนักน้ำท่วมรถมิดหลังคา

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดเลย หลังเผชิญกับฝนที่ตกกระหน่ำอย่างหนักตลอดทั้งคืนเกือบทุกพื้นที่ของจังหวัด ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากจากภูเขาและลำห้วยต่างๆ เอ่อล้นเข้าท่วมหมู่บ้าน ถนน และพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ทางขึ้นภูบักได ลานมันเจ๊แบน บ้านสำราญ ตำบลท่าศาลา อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย ระดับน้ำท่วมสูงถึง 1.50 เมตร ท่วมถนนและหมู่บ้าน ทำให้รถกระบะของชาวบ้านที่จอดอยู่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ทัน จมน้ำมิดหลังคา สร้างความเสียหายอย่างหนัก ชาวบ้านต้องขอความช่วยเหลือจากผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงเพื่อช่วยกันนำรถไปยังจุดที่ปลอดภัย

นอกจากนี้ ในพื้นที่ตำบลเลยวังไสย์ อำเภอภูหลวง จังหวัดเลย นายสันติ พรหมมาวัน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเลยวังไสย์ ได้รับรายงานว่ามีฝนตกหนักตลอดทั้งคืนในพื้นที่ ทำให้ระดับน้ำในต้นน้ำเลยเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ในหมู่บ้าน ถนน และโรงเรียนเลยตาดโนนพัฒนา

อบต.เลยวังไสย์ เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย

จากสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันที่เกิดขึ้น นายก อบต.เลยวังไสย์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ อบต. เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการช่วยเหลือผู้ป่วย ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงเพื่อความปลอดภัย

  • อพยพผู้ป่วยและผู้สูงอายุไปยังที่ปลอดภัย
  • ขนย้ายสิ่งของจำเป็นขึ้นที่สูง
  • จัดหาอาหารและน้ำดื่มให้แก่ผู้ประสบภัย
  • เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดเลยครั้งนี้ ถือเป็นอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สร้างความเสียหายให้กับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นจำนวนมาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนกำลังเร่งให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่

สิ่งที่ต้องระวังหลังจากน้ำลด:

  • อันตรายจากสัตว์มีพิษที่หนีน้ำ
  • โรคระบาดที่มากับน้ำท่วม
  • ความเสียหายของโครงสร้างอาคาร
  • ไฟฟ้าช็อตจากอุปกรณ์ไฟฟ้าที่โดนน้ำ

ขอให้พี่น้องชาวจังหวัดเลยที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งนี้ เข้มแข็งและอดทน เราจะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ และการวางแผนการจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ที่มา – “เลย” อ่วม ฝนตกหนักตลอดคืน น้ำท่วมรถมิดหลังคา

เปิดโปง! ตลาดมืดตั๋วพรีเมียร์ลีก – ซื้อขายจริงหรือหลอก?

การสืบสวนของ BBC เปิดโปงตลาดมืดที่ขายตั๋วพรีเมียร์ลีกนับพันใบ โดยมีบริษัทที่อยู่ในต่างประเทศรวมถึงเมืองในสวิตเซอร์แลนด์ที่มีประชากร 4,000 คนอยู่เบื้องหลัง พวกเขาถูกเชื่อว่าใช้การเป็นสมาชิกและซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์เพื่อให้ได้ตั๋วจำนวนมากผ่านแพลตฟอร์มตั๋วออนไลน์ของสโมสร

การขายตั๋วต่อเป็นสิ่งผิดกฎหมายในสหราชอาณาจักร และพรีเมียร์ลีกได้ระบุรายชื่อเว็บไซต์ที่ไม่ได้รับอนุญาต ไว้ใน “รายการที่ไม่ได้รับอนุญาต” อย่างไรก็ตาม BBC Sport สามารถซื้อตั๋วผ่านตลาดมืดได้อย่างง่ายดายสำหรับสี่เกมเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา การปฏิบัตินี้ถูกอธิบายว่า “แพร่หลาย” ในวงการฟุตบอลอังกฤษ

แมนเชสเตอร์ดาร์บี้เมื่อวันอาทิตย์ขายหมดไปเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน แต่เราซื้อตั๋วสองใบในฝั่งซิตี้ก่อนการแข่งขันไม่กี่วัน เรายังได้ซื้อตั๋วสำหรับการแข่งขันที่อาร์เซนอล เอฟเวอร์ตัน และเวสต์แฮม ในทั้งสี่แมตช์ นักข่าวของเราสามารถใช้ตั๋วเพื่อเข้าสู่เกมได้

แต่สำหรับคนอื่น ๆ ที่ใช้เว็บไซต์เหล่านี้ ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป โดยแฟน ๆ บอกกับ BBC Sport ว่าพวกเขาจ่ายเงินสำหรับตั๋วที่ไม่ให้พวกเขาเข้าไปในเกม ตั๋วมีราคาแพงกว่าราคาหน้าตั๋วสองถึงสี่เท่า และบางส่วนถูกส่งผ่านหมายเลขโทรศัพท์ในสหราชอาณาจักรบน WhatsApp โดยในบางครั้งมีคำแนะนำที่เข้มงวดว่าจะไม่พูดคุยกับเจ้าหน้าที่

ผลการวิจัยกระตุ้นให้สโมสร พรีเมียร์ลีก และรัฐบาลดำเนินการมากขึ้นเพื่อปราบปรามตลาดมืด มีความกังวลว่าขนาดของตลาดกำลังทำให้ผู้สนับสนุนได้รับตั๋วจากแหล่งที่เป็นทางการในราคาหน้าตั๋วยากขึ้น และยังสร้างภัยคุกคามด้านความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นกับกฎการแบ่งแยกที่เข้มงวด อีกด้วย

ในการตอบสนอง สโมสรกล่าวว่าพวกเขากำลังทำงานอย่างหนักในด้านนี้ และได้ยกเลิกสมาชิกภาพและตั๋วไปแล้วหลายหมื่นรายการ

ความกังวลที่การปฏิบัติเป็น ‘เรื่องปกติในวงการฟุตบอล’

รายชื่อผู้ขายตั๋ว “ที่ไม่ได้รับอนุญาต” ของพรีเมียร์ลีกมีมากกว่า 50 เว็บไซต์ รวมถึง Stubhub และ Vivid Seats ซึ่ง Todd Boehly เจ้าของเชลซีเป็นกรรมการ เราเลือกที่จะมุ่งเน้นไปที่สี่เว็บไซต์จากรายการนี้ที่สามารถเข้าถึงได้ในสหราชอาณาจักรและดูเหมือนจะขายตั๋วมากที่สุด

รวมทั้งหมดสี่เว็บไซต์ระบุรายชื่อตั๋วพรีเมียร์ลีกหลายหมื่นใบ ตัวอย่างเช่น มีการโฆษณาตั๋วมากกว่า 18,000 ใบสำหรับอาร์เซนอล พบ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ เพียงอย่างเดียว ซึ่งเกือบหนึ่งในสามของความจุของเอมิเรตส์ สเตเดียม BBC Sport ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าตั๋วทั้งหมดเหล่านี้เป็นของแท้หรือไม่นอกเหนือจากตั๋วที่เราซื้อ เร็ก วอล์คเกอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยของตั๋วเชื่อว่า “รายการเก็งกำไร – ตั๋วที่เว็บไซต์เหล่านี้ไม่มี” อาจอธิบายตัวเลขที่โฆษณาไว้ได้ “ในความเป็นจริง อาจมีตั๋วเหล่านั้นอยู่จริงเพียง 10-25% เท่านั้น” เขากล่าวเสริม

เพื่อให้บริบท 10% หมายถึงตั๋วหลายพันใบสำหรับการแข่งขันพรีเมียร์ลีกแต่ละรอบ ราคาที่เราเห็นมีตั้งแต่ 55 ปอนด์ถึง 14,962 ปอนด์ ซึ่งมักจะเกินราคาหน้าตั๋วและโดยปกติจะมีค่าธรรมเนียมการจองจำนวนมาก “เรามีครอบครัวนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นที่จ่ายเงิน 2,200 ปอนด์สำหรับตั๋วที่มีราคาหน้าตั๋ว 87 ปอนด์” วอล์คเกอร์กล่าว ซึ่งทำงานร่วมกับสโมสรพรีเมียร์ลีกในฐานะที่ปรึกษาและดำเนินงานในอุตสาหกรรมจำหน่ายตั๋วมา 40 ปี

ตั๋วยังถูกระบุไว้สำหรับ Diamond Club สุดพิเศษของอาร์เซนอลและ Tunnel Club ของแมนเชสเตอร์ซิตี้ สมาคมผู้สนับสนุนฟุตบอลเรียกผลการวิจัยของเราว่า “น่ากังวลอย่างยิ่ง” ทอม เกรตเร็กซ์ ประธาน FSA กล่าวว่า “เป็นการยืนยันถึงสิ่งที่เราเคยได้ยินมา… สิ่งนี้กำลังแพร่หลายไปทั่วเกม ผู้สนับสนุนระยะยาวพบว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะได้รับตั๋วเนื่องจากวิธีการที่พวกเขาจัดหาให้ผ่านหน่วยงานรอง” พรีเมียร์ลีก ซึ่งปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการวิจัย มองว่าการออกตั๋วเป็นความรับผิดชอบหลักของสโมสร แต่กำลังอยู่ในขั้นตอนการต่ออายุการสนับสนุนส่วนกลางสำหรับการดำเนินงานต่อต้านการขายตั๋วเกินราคาของสโมสร

ตั๋วทั้งหมดของเราถูกโอนทางดิจิทัล ในบางครั้งในเช้าวันแข่งขัน และทำหน้าที่เป็นบัตรผ่านมือถือ หมายเลขที่นั่งจะไม่ถูกเปิดเผยจนกว่าตั๋วจะมาถึง สำหรับฮิลล์ ดิคสัน สเตเดียมแห่งใหม่ของเอฟเวอร์ตัน เราสั่งที่นั่งชั้นบนสุดด้านหลังประตู สิ่งที่มาถึงจริง ๆ คือตั๋ว Club View ใกล้เส้นครึ่งสนาม ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวสำหรับสมาชิกราคา 1,200 ปอนด์ต่อฤดูกาล ซึ่งรวมเบียร์ฟรีด้วย

หลายวันหลังจากการแข่งขันที่เอติฮัด ตั๋วดิจิทัลใบหนึ่งมีการเปลี่ยนแปลงโดยอัตโนมัติในกระเป๋าเงินมือถือของเรา โดยแสดงหมายเลขที่นั่งที่แตกต่างกันและดูเหมือนว่าจะเป็นการแข่งขันแชมเปียนส์ลีกกับนาโปลี มีเพียงสองสโมสรที่เราไปเยี่ยมชมเท่านั้นที่ตอบกลับคำร้องขอความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการวิจัยของเรา อาร์เซนอลกล่าวว่าพวกเขาได้ยกเลิกบัญชีเกือบ 74,000 บัญชีที่พยายามรับตั๋วในลักษณะที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ “การดำเนินการที่แข็งแกร่งต่อการขายตั๋วเกินราคา” เอฟเวอร์ตันกล่าวว่าพวกเขาได้ดำเนินการ “ปฏิบัติการร่วมกับตำรวจเมอร์ซีย์ไซด์เพื่อดำเนินการกับผู้ขายตั๋วเกินราคาที่ดำเนินการออนไลน์และด้วยตนเอง”

บริษัทต่างๆ ‘ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่และทำให้แฟนๆ ตกอยู่ในความเสี่ยง’

การขายตั๋วฟุตบอลต่อเป็นสิ่งผิดกฎหมายในสหราชอาณาจักร ยกเว้นในการแลกเปลี่ยนที่ได้รับการอนุมัติจากสโมสร ซึ่งเป็นมาตรการที่นำมาใช้เพื่อป้องกันไม่ให้แฟน ๆ คู่แข่งปะทะกันบนอัฒจันทร์ แต่บริษัททั้งสี่ที่ใช้จดทะเบียนในต่างประเทศ ได้แก่ สเปน ดูไบ เยอรมนี และเอสโตเนีย และอยู่นอกขอบเขตของกฎหมายของสหราชอาณาจักร ถึงกระนั้น พวกเขาทั้งหมดก็ actively กำหนดเป้าหมายลูกค้าในสหราชอาณาจักรด้วยโฆษณาออนไลน์ และผู้ขายจาก Live Football Tickets, Seatsnet และ Football Ticket Net ติดต่อเราจากหมายเลขโทรศัพท์ในสหราชอาณาจักร Ticombo ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในเยอรมนี มีสำนักงานหลายแห่งใน Engelberg ซึ่งเป็นรีสอร์ทบนภูเขาในสวิตเซอร์แลนด์ตอนกลางที่มีประชากร 4,000 คน เป็นบริษัทเดียวที่ตอบสนองต่อผลการวิจัยของเรา โดยส่งแถลงการณ์จาก “Ticombo legal” โดยระบุว่าเป็น “แพลตฟอร์มการขายต่อที่เชื่อถือได้” และเน้นย้ำถึง “บทบาทสำคัญของตลาดรองในการส่งเสริมทางเลือกของผู้บริโภคและการแข่งขัน” ในแถลงการณ์ดังกล่าว ระบุว่าปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการกระทำผิดหรือการปฏิบัติที่ผิดกฎหมายที่เป็นไปได้อย่างเด็ดขาด Ticombo กล่าวว่า “กฎระเบียบที่ห้ามการขายตั๋วต่อโดยสมบูรณ์มีจุดมุ่งหมายเพื่อปกป้องผู้บริโภค แต่ในความเป็นจริง กลับให้การผูกขาดแก่ผู้จัดงานเท่านั้น” แม้กระทั่งขอให้เราเขียนรีวิว Trustpilot เชิงบวกให้บริษัท หากเรามี “ประสบการณ์ที่ดี” ที่ London Stadium

เกรตเร็กซ์ อดีต ส.ส. พรรคแรงงาน กล่าวว่า “ดูเหมือนว่าจะมีช่องโหว่ที่หน่วยงานตั้งอยู่ในต่างประเทศที่ต้องพิจารณาในแง่ของกฎหมาย หากเรามีสถานการณ์ที่การแบ่งแยกถูกบ่อนทำลายในระดับที่ผู้สนับสนุนทีมเยือนอยู่ในพื้นที่ของเจ้าบ้าน อาจเกิดเหตุการณ์ขึ้นได้”

ภายในเอติฮัดร่วมกับผู้สนับสนุนแมนฯ ซิตี้ที่กระตือรือร้นที่สุด

มีตัวเลือกมากมายสำหรับการแข่งขันแมนเชสเตอร์ดาร์บี้บนเว็บไซต์ “ที่ไม่ได้รับอนุญาต” ที่เราใช้เพียงไม่กี่วันก่อนการแข่งขัน การเลือกตั๋วที่ถูกที่สุดที่เราหาได้ ราคาของฉันอยู่ที่ประมาณสามเท่าของราคาหน้าตั๋วและมาถึงผ่านลิงก์จากโทรศัพท์มือถือไม่กี่วันต่อมา มาพร้อมกับคำแนะนำที่เข้มงวด ฉันได้รับแจ้งว่าอย่าพูดคุยกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ฉันต้อง “เข้าไปในสนามกีฬาหนึ่งชั่วโมงก่อนเริ่มการแข่งขัน (เร็วกว่านี้ไม่ได้)” และลบตั๋วหลังจากการแข่งขัน “เพื่อความปลอดภัย” นอกจากความสงสัยแล้ว ฉันได้รับคำแนะนำว่าหากถูกทักท้วงเรื่องตั๋ว ให้โกหกและบอกว่ามันเป็นของขวัญฟรี เพราะเจ้าหน้าที่ในสนามกีฬา “มีแรงจูงใจที่จะทำให้ตั๋วเป็นโมฆะ”

แม้จะมีคำเตือนดังกล่าว ตั๋วของฉันก็ถูกสแกนโดยไม่มีการแจ้งเตือนใด ๆ ไม่มีการถามคำถาม การเข้าไปนั้นง่ายอย่างน่าประหลาดใจ คำแนะนำยังรวมถึงคำขอไม่ให้สวมสีทีมเยือน เป็นที่ชัดเจนว่าทำไมถึงให้คำแนะนำนี้ ตั๋วเป็นที่นั่งในส่วนของเจ้าบ้าน ด้านหลังประตูหนึ่ง ฉันอยู่กับผู้สนับสนุนซิตี้ที่กระตือรือร้นที่สุด แฟน ๆ จากหลายสโมสรเริ่มหงุดหงิดมากขึ้นที่ผู้สนับสนุนทีมตรงข้ามปรากฏตัวในส่วนของเจ้าบ้าน การไปเยือนเอติฮัดของฉันแสดงให้เห็นถึงขอบเขตที่เว็บไซต์ขายต่อสามารถบ่อนทำลายกฎเกณฑ์การแบ่งแยกที่ออกแบบมาเพื่อแยกแฟน ๆ คู่แข่งออกจากกันเพื่อประโยชน์ด้านความปลอดภัย

‘มันคือการแข่งขันอาวุธ’

ไม่มีบริษัทใดที่เกี่ยวข้องจะให้รายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการที่แน่นอนที่พวกเขาใช้เพื่อให้ได้ตั๋วจำนวนมากเช่นนี้ แต่โดยทั่วไปแล้ว ตั๋วจำนวนมากที่จบลงในตลาดมืดได้มาโดยผู้ขายตั๋วเกินราคาโดยใช้บอทซอฟต์แวร์และข้อมูลประจำตัวปลอม วอล์คเกอร์กล่าวว่า “คุณกำลังพูดถึงสมาชิกภาพหลายหมื่นรายการในมือของผู้ขายตั๋วเกินราคาที่สโมสรส่วนใหญ่ เราได้ระบุสมาชิกภาพกว่า 900 รายการที่สโมสรพรีเมียร์ลีกแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้บริหารระดับสูงของไซต์ขายต่อเหล่านี้ มันคือการแข่งขันอาวุธ”

ตัวเลขที่เผยแพร่โดยบางสโมสรในปีที่ผ่านมาบ่งชี้ถึงขอบเขตของความท้าทาย:

  • อาร์เซนอล ลบ “รายการที่น่าสงสัย” 30,000 รายการออกจากบัตรลงคะแนนตั๋ว
  • เชลซี บล็อก “การซื้อบอท” 350,000 รายการ
  • ลิเวอร์พูล ปิด “บัญชีออกตั๋วปลอม” 100,000 บัญชี

อย่างไรก็ตาม มีการจับกุมเพียง 12 ครั้งโดยกระทรวงมหาดไทยเมื่อฤดูกาลที่แล้วสำหรับการขายตั๋วเกินราคาที่ใดก็ได้ในหกชั้นนำของฟุตบอลอังกฤษ มานัล สมิธ เป็นหัวหน้าฝ่ายออกตั๋วของอาร์เซนอลจนถึงเดือนเมษายน เธอกล่าวว่าส่วนที่ยากที่สุดในงานของเธอคือ “ความผิดหวังของผู้สนับสนุนที่ปรากฏตัวและถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าไป” เราได้พูดคุยกับแฟน ๆ หลายคนที่จ่ายเงินหลายร้อยปอนด์สำหรับตั๋วจากแพลตฟอร์ม “ที่ไม่ได้รับอนุญาต” และไม่ได้ดูเกมที่พวกเขารอคอย การเดินทางฉลองวันเกิดครบรอบ 50 ปีจาก Devon ไปยัง Old Trafford ถูกทำลาย แฟน Crystal Palace วัย 79 ปีพลาดชมทีมของเขายก FA Cup ที่ Wembley คำแนะนำของ Smith สำหรับใครก็ตามที่กำลังคิดจะใช้ไซต์เหล่านี้คือ: “อย่าทำเลย ได้โปรดอย่าทำ”

ทำไมตลาดมืดตั๋วพรีเมียร์ลีกถึงยังอยู่ได้?

ถึงตลาดมืดตั๋วพรีเมียร์ลีกจะมีมานานแล้ว แต่ก็ยังคงอยู่ได้เพราะความต้องการที่สูงและช่องโหว่ทางกฎหมาย สโมสรควรทำงานร่วมกับพรีเมียร์ลีกและรัฐบาลเพื่อปิดช่องโหว่เหล่านี้และทำให้แน่ใจว่าแฟนๆ สามารถซื้อตั๋วในราคาที่ยุติธรรม

ที่มา – Premier League ticket black market exposed

“ภูมิธรรม” ชี้ 19 กันยายน 2549 เพื่อไทยยืนหยัดประชาธิปไตย

“ภูมิธรรม” ชี้ 19 กันยายน 2549 บาดแผลลึกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย พรรคเพื่อไทยลั่นยืนหยัดอนาคตประชาธิปไตย ไม่เพียงโค่นล้มรัฐบาลที่ประชาชนเลือกด้วยเสียงถล่มทลาย แต่ยังทำลายความฝันและอนาคตของผู้คนนับล้าน

วันที่ 19 ก.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงวันที่ 19 ก.ย. 2549 โดยระบุว่า รัฐบาลพรรคไทยรักไทย ภายใต้การนำของ ดร.ทักษิณ ชินวัตร ได้พิสูจน์แล้วว่า “ประชาธิปไตยที่ประชาชนเลือกตั้ง” สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้จริง ไม่ว่าจะเป็นสิทธิรักษา 30 บาทที่พลิกชีวิตทั้งครอบครัว การศึกษาที่เปิดโอกาสให้เด็กไทยนับล้าน หรือโครงการทางเศรษฐกิจที่ทำให้เกษตรกรและแรงงานตัวเล็กเข้าถึงทุนและตลาด สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เพียงนโยบาย แต่คือการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง

รัฐประหารหยุดยั้งทุกสิ่ง

นายภูมิธรรม กล่าวด้วยว่า แต่รัฐประหารครั้งนั้นกลับหยุดยั้งทุกสิ่ง ใช้การตีความกฎหมายใหม่เป็นเครื่องมือทำลายผู้นำและบุคลากรของพรรคไทยรักไทย ความหวังถูกช่วงชิง พลังการเรียนรู้ของสังคมถูกทำลาย ประเทศถูกฉุดให้ถอยหลัง และร่องรอยยังคงอยู่จนถึงวันนี้ ผ่านรัฐธรรมนูญและกติกาที่บิดเบี้ยว กดทับอนาคตของคนไทยเกือบ 20 ปี

อย่างไรก็ตาม “จิตวิญญาณไทยรักไทย” ไม่เคยถูกทำลาย พรรคเพื่อไทยยังคงยืนหยัดบนเส้นทางประชาธิปไตย และเชื่อมั่นใน “ประชาธิปไตยที่จับต้องได้” — ประชาธิปไตยที่เปลี่ยนจากตัวหนังสือในรัฐธรรมนูญให้เป็นความจริงในชีวิตประจำวันของประชาชน ไม่ว่าจะเป็น  “ประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ” ที่เปิดโอกาสอย่างเท่าเทียม

“ประชาธิปไตยทางสวัสดิการ” ที่ทำให้สุขภาพ การศึกษา และที่อยู่อาศัยเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน

“ประชาธิปไตยข้อมูล” ที่โปร่งใสและตรวจสอบอำนาจรัฐได้จริง

“ประชาธิปไตยท้องถิ่น” ที่ให้ชุมชนกำหนดอนาคตบ้านเกิด

“ประชาธิปไตยทางการศึกษา”ที่สร้างสิทธิการเรียนรู้ตลอดชีวิตโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ยืนยันเพื่อไทยยืนหยัด

“พรรคไทยรักไทยอาจถูกโค่นล้มจากรัฐประหาร แต่ “พลังของประชาชนและอุดมการณ์ประชาธิปไตย” ไม่มีวันถูกทำลาย  ยืนยัน วันนี้พรรคเพื่อไทยยังคงยืนหยัด เพื่ออนาคตของประชาธิปไตยไทย”

“ภูมิธรรม” ชี้ 19 กันยายน 2549 เพื่อไทยยืนหยัดประชาธิปไตย

เหตุการณ์ 19 กันยายน 2549 ยังคงเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอยู่เสมอในบริบทการเมืองไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสายตาของพรรคเพื่อไทยและผู้ที่สนับสนุนประชาธิปไตย การออกมาแสดงความเห็นของนายภูมิธรรมในครั้งนี้เป็นการตอกย้ำจุดยืนของพรรคเพื่อไทยที่ยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์ประชาธิปไตยอย่างเหนียวแน่น

พรรคเพื่อไทยมองว่ารัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เป็นการทำลายความก้าวหน้าของประเทศและเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน การที่พรรคไทยรักไทยภายใต้การนำของ ดร.ทักษิณ ชินวัตร สามารถสร้างผลงานที่เป็นรูปธรรมและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้จริง เป็นสิ่งที่พรรคเพื่อไทยยึดถือเป็นแบบอย่างและตั้งใจที่จะสานต่อ

บทเรียนจาก 19 กันยายน 2549

สิ่งที่เกิดขึ้นในวันที่ 19 กันยายน 2549 เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้พรรคเพื่อไทยและผู้ที่สนับสนุนประชาธิปไตยตระหนักถึงความสำคัญของการปกป้องและรักษาระบอบประชาธิปไตย การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยไม่ใช่เรื่องง่าย และต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม

พรรคเพื่อไทยเชื่อว่าการสร้างประชาธิปไตยที่ยั่งยืนต้องเริ่มต้นจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญและกติกาที่ไม่เป็นธรรม การสร้างความเข้มแข็งให้กับสถาบันประชาธิปไตย และการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางการเมือง

นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน การสร้างโอกาสให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษา การรักษาพยาบาล และบริการสาธารณะอื่นๆ อย่างเท่าเทียมกัน

ดังนั้น แม้ว่าเหตุการณ์ 19 กันยายน 2549 จะเป็นบาดแผลลึกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย แต่ก็เป็นแรงผลักดันให้พรรคเพื่อไทยและผู้ที่สนับสนุนประชาธิปไตยยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับประเทศไทย พรรคเพื่อไทยยังคงยืนหยัดเพื่ออนาคตของประชาธิปไตยไทย และพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนในสังคมเพื่อสร้างประเทศที่เจริญรุ่งเรืองและเป็นธรรมสำหรับทุกคน

พรรคเพื่อไทยมุ่งมั่นที่จะผลักดันนโยบายที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนและแก้ไขปัญหาที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ การสร้างความปรองดองและความสมานฉันท์ในสังคมก็เป็นสิ่งสำคัญที่พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ที่มา – “ภูมิธรรม” ซัด 19 กันยายน 2549 บาดแผลลึก ลั่น “เพื่อไทย” ยืนหยัดอนาคตประชาธิปไตย

ประวัติ อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงานคนใหม่

เปิดประวัติ “อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์” อดีต CEO ปตท. นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ภายใต้ “รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯ คนที่ 32 พาเปิดตัวกับสื่อก่อนใคร

วันที่ 19 กันยายน 2568 ภายหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 มีมติเห็นชอบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตจากพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 จากนั้นประธานสภาฯ นำชื่อนายอนุทิน ขึ้นทูลเกล้าฯ และวันนี้มีพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว ซึ่งนายอนุทิน ใช้เวลาในช่วงนี้เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำภายใต้ สส. 146 เสียง โดยล่าสุดก็ยืนยันเองว่าโผ ครม.อนุทิน นั้น 99% แล้ว รอเขย่าอีกเล็กน้อย และวันที่ 8 กันยายน 2568 จะทำเรื่องเอกสาร ครม. ให้เรียบร้อย

นายอนุทิน เปิดเผยเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568 ที่ผ่านมาในเรื่อง ว่าที่รัฐมนตรีคนนอก จะมีว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เป็นว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เหตุผลที่ทาบทามเพราะรัฐบาลนี้มีภารกิจที่แน่นอน ต้องได้คนที่เข้ามาแล้วทำงานได้เลย ไม่ต้องเรียนรู้งาน ทำให้อย่างน้อย 3 ท่านที่อยู่ตรงนี้ ก็เป็นผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานที่ท่านจะเข้าไปบริหาร จึงเป็นการสร้างความมั่นใจว่าทุกอย่างจะเดินหน้าได้เลย ไม่มีการรำมวยใดๆ ทั้งสิ้น ต่อมาวันนี้ยังได้เปิดตัวคนนอกที่จะมาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง คือ นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย และอดีตประธานที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (นายพิชัย ชุณหวิชร)

ล่าสุดมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ครม.ชุดใหม่แล้ว นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ไม่พลิกจากโผ โดยขั้นตอนหลังจากนี้ นายอนุทิน จะนำ ครม.ชุดใหม่เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ แล้วจึงแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ก่อนเริ่มทำหน้าที่รัฐบาลอย่างเป็นทางการ (อ่านเพิ่มเติม : โปรดเกล้าฯ ครม.อนุทิน 1 แล้ว นายกฯ นั่งควบมหาดไทย-เช็กชื่อ 36 รมต.)

ประวัติ “โด่ง อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์”

ในจำนวน 4 ว่าที่รัฐมนตรีคนนอก จะขอพาไปรู้จัก ประวัติ “โด่ง อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์” มีชื่อเล่นว่า โด่ง เกิดเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2508 อายุ 60 ปี (ณ พ.ศ. 2568) ประวัติการศึกษา ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโท เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และ Diploma of Petroleum Management, College of Petroleum Studies, Oxford University, UK โดยได้รับทุนการศึกษาจาก British Council

เส้นทางสู่รัฐมนตรี: จาก CEO ปตท. สู่กระทรวงพลังงาน

การที่นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีต CEO ปตท. ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานนั้น ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานในแวดวงพลังงาน ทำให้หลายฝ่ายคาดหวังว่าเขาจะสามารถนำพาประเทศก้าวข้ามความท้าทายต่างๆ ในด้านพลังงานได้

ลูกหม้อ ปตท. คลุกคลีแวดวงพลังงานมายาวนาน

  • ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สื่อสารองค์กรและกิจการเพื่อสังคม ปตท.
  • ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่การตลาดพาณิชย์และต่างประเทศ ปตท.
  • ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่การตลาดขายปลีก ปตท.
  • รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารความยั่งยืนและวิศวกรรมโครงการ ปตท.
  • รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน ปตท.
  • ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย และรักษาการแทนรองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารกลยุทธ์กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย
  • ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย ปตท.
  • ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท.

สำหรับ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ถือว่าเป็นผู้ที่คลุกคลีในแวดวงพลังงานมาอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าด้วยประสบการณ์ที่มี การเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในรัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของ นายอนุทิน จะช่วยสางปัญหาที่คั่งค้างอยู่ในระยะเวลาที่จำกัดได้.

อ่านเพิ่มเติมประวัติรัฐมนตรีโควตานอกนอก 

หลายคนอาจสงสัยว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะส่งผลต่อทิศทางพลังงานของประเทศอย่างไร? ต้องติดตามดูกันต่อไปว่า ประวัติ “โด่ง อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์” จะถูกจารึกไว้อย่างไรในหน้าประวัติศาสตร์พลังงานไทย

ที่มา – ประวัติ “โด่ง อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์” อดีต CEO ปตท. นั่ง รมว.พลังงาน “รัฐบาลอนุทิน”

คิม จอง-อึน ทดสอบโดรน สั่งเร่ง AI ยกระดับกองทัพ

สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) สื่อทางการของเกาหลีเหนือ เผยแพร่ภาพ นายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของประเทศ ในระหว่างการร่วมสังเกตการทดสอบโดรนและขีปนาวุธ โดยมีรายงานว่านายคิม จอง-อึนได้สั่งการให้เพิ่มการผลิตโดรน และเร่งพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อนำมาใช้กับโดรนด้วย

ในภาพที่เผยแพร่ นายคิม จอง-อึนยืนอยู่หน้าโดรนขนาดใหญ่ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับโดรนรุ่น “Reaper” ของสหรัฐฯ และยังมีภาพที่แสดงให้เห็นถึงการทำงานของโดรนที่บินอยู่กลางอากาศ รวมถึงภาพขีปนาวุธที่กำลังโจมตีเป้าหมายอย่างแม่นยำ ซึ่งผู้นำเกาหลีเหนือแสดงความ “พึงพอใจอย่างยิ่ง” ต่อผลการทดสอบนี้

สื่อเกาหลีเหนือระบุว่า โดรนกำลังกลายเป็น “สินทรัพย์ทางทหารที่สำคัญ” และการพัฒนาโดรนถือเป็น “ภารกิจสำคัญอันดับแรกในการพัฒนากองทัพให้ทันสมัย” โดยผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันการรวมชาติเกาหลีในเกาหลีใต้มองว่า นายคิมถือว่าเทคโนโลยีโดรนเป็นหัวใจสำคัญในการก้าวสู่การเป็น “มหาอำนาจ”

นอกจากนี้ คิม จอง-อึน ยังสั่งให้เร่ง “พัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่เพิ่งนำมาใช้” รวมถึง “ขยายและเสริมสร้าง” ขีดความสามารถในการผลิตโดรน โดยผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการผลักดัน AI นี้ได้รับแรงหนุนจากการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากรัสเซีย และบทเรียนจากสงครามในยูเครน ซึ่ง AI จะช่วยให้โดรนสามารถปฏิบัติการได้แม้ในสภาวะที่มีการรบกวนสัญญาณ GPS หรือการสื่อสาร

นักวิเคราะห์ยังตั้งข้อสังเกตว่า ความสามารถด้านโดรนใหม่ของเกาหลีเหนือนี้อาจเชื่อมโยงกับพันธมิตรที่กำลังเติบโตกับรัสเซีย โดยเกาหลีใต้และหน่วยข่าวกรองตะวันตกประเมินว่า เกาหลีเหนือได้ส่งทหารกว่า 10,000 นาย และอาวุธจำนวนมากไปช่วยรัสเซียในสงครามยูเครน ซึ่งนอกจากจะได้รับผลตอบแทนเป็นเทคโนโลยีแล้ว ทหารเหล่านั้นยังได้สั่งสมประสบการณ์จากสงครามสมัยใหม่ รวมถึงวิธีการใช้โดรนในสนามรบอีกด้วย.

คิม จอง-อึน ร่วมทดสอบโดรนโจมตี สั่งเร่งพัฒนา AI ยกระดับกองทัพเกาหลีเหนือ

ทำไมคิม จอง-อึน ถึงให้ความสำคัญกับโดรนและ AI?

การที่คิม จอง-อึน เร่งพัฒนาโดรนและ AI สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับกองทัพเกาหลีเหนือให้ทันสมัย การใช้ AI เข้ามาช่วยในการควบคุมและนำทางโดรน จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการโจมตีและลดความเสี่ยงในการถูกรบกวนจากภายนอก นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังนานาชาติว่า เกาหลีเหนือพร้อมที่จะปกป้องตนเองด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย

การพัฒนาศักยภาพทางทหารของเกาหลีเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านโดรนและ AI เป็นสิ่งที่นานาชาติต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือเป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้ และจำเป็นต้องมีการหารือและแก้ไขปัญหาร่วมกันเพื่อให้เกิดสันติภาพและความมั่นคงที่ยั่งยืน

การเร่งพัฒนา AI และโดรนของเกาหลีเหนือเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ทางทหาร และเป็นสิ่งที่นานาชาติต้องให้ความสนใจเพื่อป้องกันความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น

ที่มา – “คิม จอง-อึน” ร่วมทดสอบโดรนโจมตี สั่งเร่งพัฒนา AI ยกระดับกองทัพเกาหลีเหนือ

ทนายอนันต์ชัย ยื่นหลักฐาน ตรวจสอบเส้นทางการเงิน พระวัดดัง-สีกา

ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ยื่นหลักฐานเส้นทางการเงินของพระวัดดังและสีกา พร้อมร้องเรียนให้ตรวจสอบทรัพย์สินของวัด โดยอ้างว่ามีข้อมูลบัญชีรายรับ-รายจ่ายที่วัดยื่นต่อสำนักพุทธจังหวัด แต่ไม่มีเงินจำนวน 12.2 ล้านบาท

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 กันยายน 2568 ที่ บก.ปปป. ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม พร้อมคณะ ได้นำหลักฐานเส้นทางการเงินมามอบให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว เพื่อเอาผิดพระวัดดัง โดยมูลนิธิทนายกองทัพธรรมจะเข้ามาช่วยเหลือในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับข้อกฎหมายคณะสงฆ์

นายอนันต์ชัยกล่าวว่า ประเด็นสำคัญคือเรื่องเงินวัดจำนวน 12.2 ล้านบาท ซึ่งเอกสารที่นำมามอบนั้นเป็นหลักฐานการโอนเงินจ่ายอย่างชัดเจน โดยแบ่งเป็นการโอนเงิน 4 ครั้ง ได้แก่ 6,000,000 บาท, 270,000 บาท, 200,000 บาท และ 1,500,000 บาท ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าว สีกาได้โอนคืนให้วัดหมดแล้ว

ส่วนคดีที่มีการฟ้องร้องกันในประเทศเยอรมนีนั้น เริ่มจากการที่พระวัดดังแจ้งความสีกาในข้อหาฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์ โดยทนายความของวัดชี้แจงว่า สีกาได้รับเงินของวัดไปแล้ว แต่ไม่ยอมโอนเข้ามูลนิธิในประเทศเยอรมนี ซึ่งนายอนันต์ชัยได้พูดคุยกับสีกาแล้วว่า ช่วงที่เปิดบัญชีมูลนิธิในประเทศเยอรมนี สีกาได้โอนเงินเข้าบัญชีหลายครั้ง โดยจำนวนเงิน 10,000 ยูโร ทำให้ธนาคารสงสัยและแจ้งตำรวจ พร้อมระงับบัญชีไว้ชั่วคราว จนกระทั่งสีกาสามารถชี้แจงกับอัยการในประเทศเยอรมนีได้ อัยการจึงสั่งไม่ฟ้อง ซึ่งในช่วงที่บัญชีถูกระงับนั้น สีกาได้เปลี่ยนวิธีการโอนเงินจากปกติที่จะโอนเข้าบัญชีธนาคารของมูลนิธิ ไปโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของพระวัดดังแทน

ทนายอนันต์ชัย ยื่นหลักฐาน ตรวจสอบเส้นทางการเงิน พระวัดดัง-สีกา

เอกสารและข้อมูลที่นำมามอบให้กับพนักงานสอบสวนนั้น เพื่อต้องการตรวจสอบว่า วัดดังกล่าวนำเงินบริจาคไปใช้จ่ายในเรื่องใด มีการใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ ซึ่งบัญชีรายรับรายจ่ายที่ทางวัดยื่นต่อสำนักพุทธศาสนาจังหวัดปทุมธานีในช่วงเดือนตุลาคม ปี 2550 ถึง 30 มิถุนายน 2561 ไม่มีจำนวนเงิน 12.2 ล้านบาทในบัญชีรายรับรายจ่าย รวมทั้งให้ตรวจสอบย้อนหลังถึงที่มาที่ไปของทรัพย์สินต่างๆ ภายในวัด

สำหรับสีกาคู่กรณี หากจะต้องดำเนินคดี สีกาก็ยินดีและพร้อมจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพนักงานสอบสวนว่าจะกันสีกาเป็นพยานหรือไม่

สำหรับคดีอื่นๆ ที่มีการฟ้องร้องกันในต่างประเทศ อัยการก็มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องทั้งหมด ส่วนคดีที่สีกามีการฟ้องร้องพระวัดดังในเรื่องของการฟอกเงินนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา เพราะคดีดังกล่าวเกิดขึ้นที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ เนื่องจากขณะนั้น สีกามีการพาพระวัดดังไปเทศนาธรรมในหลายๆ ประเทศในทวีปยุโรป

ประเด็นสำคัญ: การตรวจสอบเส้นทางการเงิน พระวัดดัง-สีกา

ดร.ประยุทธ ประเทศเสนา หรือ มหาหมี รองประธานมูลนิธิกองทัพธรรม ให้ข้อมูลว่า โดยปกติแล้ว การใช้จ่ายเงินวัดจะต้องแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ บัญชีส่วนตัว และบัญชีที่ได้มาจากเงินบริจาค ซึ่งบัญชีที่ได้มาจากงานบริจาคนั้นจำเป็นต้องใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ที่มีการประกาศไว้ โดยอ้างอิงตามกฎของ พ.ร.บ.สงฆ์

การตรวจสอบเส้นทางการเงินของพระวัดดังและสีกาครั้งนี้ เป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความโปร่งใสในการใช้จ่ายเงินบริจาคของวัด ซึ่งเป็นเงินที่ประชาชนศรัทธาและตั้งใจมอบให้เพื่อทำนุบำรุงศาสนา หากพบว่ามีการใช้จ่ายเงินผิดวัตถุประสงค์ หรือมีการทุจริตจริง ก็จะต้องมีการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อรักษาความศรัทธาของประชาชน และสร้างความโปร่งใสในวงการศาสนา

การที่ทนายอนันต์ชัยออกมาเปิดเผยข้อมูลและยื่นหลักฐานในครั้งนี้ ถือเป็นการทำหน้าที่พลเมืองดีที่ช่วยตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และยังเป็นการกระตุ้นให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของวัดต่างๆ ว่าเป็นไปอย่างถูกต้องและโปร่งใสหรือไม่

คดีนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป คงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด แต่ที่แน่ๆ เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้เห็นว่า ความโปร่งใสและความซื่อสัตย์เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเป็นในวงการใดก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวงการศาสนาที่ต้องเป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชน

สรุปแล้ว การที่ทนายอนันต์ชัยยื่นหลักฐานเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน พระวัดดัง-สีกา เป็นเรื่องที่ควรค่าแก่การติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อความกระจ่างและเป็นประโยชน์ต่อสังคม

ที่มา – ทนายอนันต์ชัย ยื่นหลักฐาน ตรวจสอบเส้นทางการเงิน พระวัดดัง-สีกา

สามห่วงทะลวงโหด: TOYOTA GR COROLLA 2026

หลังจากข่าวคราวเกี่ยวกับ GRMN ที่กำลังจะเปิดตัวหลุดออกไป ความสนใจก็หันไปที่ TOYOTA GR COROLLA MINORCHANGE 2026 รุ่นปรับปรุงล่าสุด รถแฮทช์แบ็กที่ร้อนแรงคันนี้ ได้รับการปรับแต่งใหม่หลายจุดในตลาดบ้านเกิด ซึ่งรวมถึงตัวถังที่ถูกทำให้แข็งแกร่งขึ้น ระบบระบายความร้อนเครื่องยนต์ดีขึ้น และระบบเสียง ทั้งท่อและเครื่องอัปเกรดใหม่ ที่สำคัญ Toyota แจ้งข่าวดีให้กับคนที่กำลังอยากได้ว่า จะเพิ่มปริมาณการผลิต GR Corolla รุ่นปรับปรุง 2026 โดยไม่เพิ่มราคาแต่อย่างใดทั้งสิ้น

GR Corolla รุ่นปรับปรุงปี 2026 การสานต่องานปรับจูนจากข้อมูลการแข่งขัน Super Taikyu Series แนวทางของประธาน Akio Toyoda ที่นำเอามอเตอร์สปอร์ตให้กลายเป็นสนามทดสอบที่สมบูรณ์แบบสำหรับรถสามห่วงที่ใช้บนท้องถนน วิศวกรเพิ่มความยาวโครงสร้างที่ใช้กาวแบบพิเศษอีก 13.9 เมตร (45.6 ฟุต) ทำให้ความยาวรวมทั้งหมดอยู่ที่ 32.7 เมตร (107.3 ฟุต) โดยเน้นที่บริเวณรอยเชื่อมตัวถังด้านหน้า พื้นรถ และซุ้มล้อหลัง เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับตัวถังโดยไม่เพิ่มน้ำหนักมากนัก

Toyota ระบุว่า ความแข็งแกร่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการขับขี่ที่มั่นคงบน  สนามแข่งต่างประเทศซึ่งแรง G ในแนวดิ่งและแนวขวางมีมากกว่าสนามแข่งในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเห็นได้ชัดว่าหมายถึงสนามนูร์เบอร์กริง นอกจากนี้ ระบบระบายความร้อนก็ได้รับการปรับเปลี่ยนให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยท่อใหม่ ติดตั้งบนช่องรับอากาศเข้าที่สอง  เพื่อรักษาอุณหภูมิเครื่องยนต์ให้คงที่ในระหว่างการขับขี่ภายใต้ภารกรรมอันหนักหน่วงอย่างต่อเนื่องในสนามแข่ง  เพื่อให้ผู้ขับเพลิดเพลินไปกับสมรรถนะของรถได้อย่างเต็มที่ สำหรับการขับบนสนามแข่ง  

ห้องโดยสาร ติดตั้งระบบเสียงพรีเมียมของ JBL มีการปรับปรุงใหม่ด้วยการเพิ่มซับวูฟเฟอร์ในห้องเก็บสัมภาระส่วนท้ายใต้ฝาท้าย  จำนวนลำโพงเพิ่มขึ้นเป็น 9 ตัว รถยนต์ Toyota ทุกรุ่นที่ติดตั้งระบบเสียง JBL จะมาพร้อมระบบควบคุมเสียง Active Sound Control (ASC)  ระบบ ASC ปรับแต่งเพื่อกรองเสียงเครื่องยนต์ให้ดังกระหึ่ม มีรูปแบบเสียงและระดับเสียงที่สามารถเลือกได้ 3 ระดับตามโหมดการขับขี่ ระบบนี้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเร่งความเร็วและการเปลี่ยนเกียร์ด้วยโทนเสียงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ให้ความเร้าใจและสร้างความรู้สึกอิ่มเอมจากเสียงท่อระบายท้าย  การจำลองเสียงโบว์ออฟดังฟู่เมื่อยกคันเร่ง สำหรับคนที่ชอบขับแบบเงียบๆ ก็ไม่ต้องกังวล  สามารถปิดการทำงานเสียงเครื่องเสียงท่อได้ตลอดเวลา

ใต้ฝากระโปรงไม่มีการเปลี่ยนแปลง เครื่องยนต์เทอร์โบ 1.6 ลิตร 3 สูบ กำลัง 300 แรงม้า (224 กิโลวัตต์ / 304 แรงม้า)  แรงบิด 400 นิวตันเมตร ส่งกำลังไปยังล้อทั้งสี่ ผ่านเกียร์ธรรมดา 6 สปีด หรือเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด

Toyota อัปเกรด GR Corolla เดิมที่ซื้อรถก่อนการปรับปรุงในปี 2024 ซอฟต์แวร์ใหม่จะปลดล็อกแรงบิดเพิ่มขึ้นอีก 30 นิวตันเมตร  สอดคล้องกับ GR รุ่นใหม่ นอกจากนี้ การปรับปรุงสำหรับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ GR-Four ยังมีการปรับเปลี่ยนการกระจายกำลัง ระหว่างเพลาหน้าและเพลาหลัง ตามโหมดการขับขี่ที่เลือก  

GR Corolla รุ่นปรับปรุงใหม่ เปิดรับจองแล้วในญี่ปุ่น โดยมีกำหนดส่งมอบให้กับลูกค้าแดนปลาดิบในเดือนพฤศจิกายน 2568 ราคายังคงไม่เปลี่ยนมีการแปลง รุ่นเกียร์ธรรมดาอยู่ที่ 5,680,000 เยน (1,229,690 บาท) และรุ่นเกียร์อัตโนมัติอยู่ที่ 5,980,000 เยน (1,296,700 บาท)

GR Corolla  รุ่นปรับปรุงใหม่จะผลิตในจำนวนที่มากกว่าเดิม ความต้องการที่เพิ่มขึ้น มาจากสหราชอาณาจักรและบางประเทศในยุโรปที่ขายดี และเพื่อเป็นการรองรับตลาดส่งออกของแบรนด์สามห่วง สำหรับอเมริกาเหนือ คาดว่า Toyota จะเปิดตัว GR Corolla ปี 2026 รุ่นปรับปรุงใหม่ ในอีกไม่กี่วันนับต่อจากนี้  โดยมีการปรับปรุงระบบอากาศพลศาสตร์ใหม่ แรงบิดเพิ่มขึ้น และการปรับแต่งแชสซีส์ที่ลงตัวกว่าเดิม.

สามห่วงทะลวงโหด TOYOTA GR COROLLA MINORCHANGE 2026

TOYOTA GR COROLLA MINORCHANGE 2026 เป็นมากกว่าแค่รถยนต์; มันคือผลงานศิลปะบนท้องถนน ที่ Toyota ทุ่มเทพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ที่ชื่นชอบความเร็วเเละเเรง

อะไรใหม่ใน TOYOTA GR COROLLA MINORCHANGE 2026

การปรับปรุง TOYOTA GR COROLLA MINORCHANGE 2026 ไม่ได้หยุดอยู่แค่ภายนอก แต่ยังรวมถึงการปรับแต่งเครื่องยนต์และระบบช่วงล่างให้ดียิ่งขึ้น

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail [email protected]
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/      

ที่มา – สามห่วงทะลวงโหด TOYOTA GR COROLLA MINORCHANGE 2026

ทบ.จ่อแถลงด่วน ปมบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว

จากกรณีที่เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับพื้นที่ บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เตรียมแถลงด่วนในช่วงบ่ายของวันนี้ (19 กันยายน 2568) เพื่อชี้แจงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ณ อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว โดยเน้นย้ำว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นอธิปไตยของไทยอย่างสมบูรณ์ และไม่ได้เกี่ยวข้องกับพื้นที่อ้างสิทธิ์ใดๆ ที่อยู่ในคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC)

ประเด็นสำคัญที่กองทัพบกต้องการสื่อสารคือ การแยกแยะให้ชัดเจนระหว่างพื้นที่ที่มีการดำเนินการปัจจุบัน กับพื้นที่ที่ยังอยู่ในกระบวนการเจรจาภายใต้กรอบ JBC ซึ่ง บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว นั้นเป็นพื้นที่ที่ไทยมีอำนาจอธิปไตยอย่างเต็มที่ และการเข้าไปดำเนินการใดๆ ก็เป็นไปเพื่อรักษาความมั่นคงและปลอดภัยของประชาชนและกำลังพลในพื้นที่

ทบ.จ่อแถลงด่วน ปมบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว

ที่ผ่านมา กองทัพบกได้แสดงหลักฐานอย่างชัดเจนว่า กัมพูชาได้ละเมิด MOU43 ในพื้นที่ที่มีการอ้างสิทธิ์ร่วมกัน โดยมีภาพถ่ายทางอากาศจากกรมแผนที่ทหารยืนยันถึงการกระทำดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การดำเนินการในพื้นที่ บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว เป็นการใช้สิทธิอธิปไตยของไทย และเป็นการตอบสนองต่อความกังวลของประชาชนที่จับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด การวางรั้วลวดหนามก็เป็นไปเพื่อรักษาความปลอดภัยของกำลังพลและหน่วยงานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่

ทำไมต้องแถลงด่วนเรื่อง บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว?

เหตุผลสำคัญที่ต้องมีการแถลงด่วนในครั้งนี้คือ ความกังวลว่านานาชาติอาจเกิดความเข้าใจผิดว่าพื้นที่ บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่อ้างสิทธิ์ ซึ่งอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมายและกรรมสิทธิ์ในพื้นที่ การแถลงในครั้งนี้จึงเป็นการยืนยันอธิปไตยของไทยและแก้ไขความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้น

นอกจากนี้ โฆษกกองทัพบกยังกล่าวถึงกรณีที่มีประชาชนกัมพูชาออกมาเคลื่อนไหวในพื้นที่ โดยระบุว่าอาจมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง และมีความพยายามที่จะสร้างสถานการณ์ให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสถานะของพื้นที่ อย่างไรก็ตาม กองทัพบกยืนยันว่าจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อรักษาอธิปไตยของไทยและปกป้องผลประโยชน์ของชาติ

สถานการณ์ล่าสุดคือ มีการล้ำเข้ามาในพื้นที่ประมาณ 200 เมตร ซึ่งเป็นประเด็นที่กองทัพบกให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง และจะดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วนเพื่อให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ

ดังนั้น การแถลงด่วนของกองทัพบกในครั้งนี้ จึงเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าประเทศไทยจะไม่ยอมให้มีการละเมิดอธิปไตย และจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อปกป้องดินแดนของตนเอง พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพกฎหมายและข้อตกลงระหว่างประเทศ เพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน

สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของปัญหาชายแดน และความจำเป็นที่ทุกฝ่ายจะต้องใช้ความอดทนและความรอบคอบในการแก้ไขปัญหา การดำเนินการใดๆ จะต้องเป็นไปตามกฎหมายและข้อตกลงระหว่างประเทศ เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ที่มา – ทบ. จ่อแถลงด่วนปม “บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว” หวั่นต่างชาติเข้าใจผิดเป็นพื้นที่อ้างสิทธิ

ทรัมป์จี้ถอนใบอนุญาตทีวี หลังพักงาน “จิมมี คิมเมล”

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ แสดงท่าทีสนับสนุนให้คณะกรรมการกำกับกิจการสื่อสารสหรัฐฯ (FCC) ดำเนินการกับสถานีโทรทัศน์บางช่อง และอาจถึงขั้น ทรัมป์จี้ถอนใบอนุญาตสถานีทีวี หลังกรณีสถานีโทรทัศน์เอบีซี สั่งพักงาน จิมมี คิมเมล พิธีกรชื่อดัง โดยไม่มีกำหนด เนื่องจากการวิจารณ์เหตุการณ์ลอบสังหาร ชาร์ลี เคิร์ก นักเคลื่อนไหวฝ่ายอนุรักษนิยม

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อคิมเมลกล่าวพาดพิงถึงผู้ต้องสงสัยในคดีว่าเป็น “พวก MAGA” ขณะที่เจ้าหน้าที่ในรัฐยูทาห์ระบุว่าผู้ก่อเหตุได้รับอิทธิพลจาก “แนวคิดฝ่ายซ้าย” ทำให้ FCC ขู่จะดำเนินการกับสถานี และเอบีซีตัดสินใจถอดรายการ Jimmy Kimmel Live! ออกจากผังรายการทันที นอกจากนี้ บริษัทเน็กซ์สตาร์ ซึ่งเป็นเจ้าของสถานีโทรทัศน์รายใหญ่ ก็ประกาศงดออกอากาศรายการนี้เช่นกัน

ทรัมป์กล่าวถึงประเด็นนี้กับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วัน ระหว่างเดินทางกลับจากการเยือนสหราชอาณาจักรว่า “เครือข่ายเหล่านี้ 97% รายงานข่าวต่อต้านผม แต่พวกเขายังได้รับใบอนุญาตออกอากาศอยู่ ผมคิดว่าบางทีใบอนุญาตของพวกเขาควรถูกเพิกถอน”

“ผมเคยอ่านเจอว่าสื่อต่างๆ ต่อต้านผมถึง 97% และมีความเห็นเชิงลบอีก 97% แต่ผมกลับชนะอย่างง่ายดายใน 7 รัฐสำคัญ (ในการเลือกตั้งปีที่แล้ว) พวกเขาทำให้ผมมีแต่ข่าวร้าย ผมหมายถึงพวกเขากำลังได้รับใบอนุญาต ผมคิดว่าใบอนุญาตของพวกเขาน่าจะถูกเพิกถอน” ทรัมป์กล่าว

เบรนแดน คาร์ ประธาน FCC กล่าวว่าเรื่องนี้ “ยังไม่เป็นที่สิ้นสุด” และย้ำว่าจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้ประกอบการโทรทัศน์ ขณะที่ซินแคลร์ กลุ่มสถานีท้องถิ่นที่สังกัดเอบีซี เตรียมจัดรายการพิเศษเพื่อรำลึกถึงเคิร์ก แทนการออกอากาศรายการของคิมเมล

ทรัมป์จี้ถอนใบอนุญาตสถานีทีวี หลังกรณีพักงาน “จิมมี คิมเมล”

กรณีดังกล่าวจุดประกายการถกเถียงในวงกว้าง ฝ่ายเดโมแครต อดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา นักแสดง และสมาพันธ์แรงงานฮอลลีวูด ต่างวิพากษ์วิจารณ์การพักงานคิมเมลว่าเป็นการละเมิดเสรีภาพในการแสดงออก และเป็นเรื่องการเมืองที่อันตราย โอบามาระบุว่า “นี่คือการนำการคุกคามด้านกฎระเบียบมาใช้ปิดปากสื่อ”

ในขณะเดียวกัน ฝ่ายที่เห็นต่างชี้ว่า คิมเมลควรถูกลงโทษเพราะคำพูด “บิดเบือนและไม่เหมาะสม” โดยนักจัดรายการของฟ็อกซ์ นิวส์ และพิธีกรอังกฤษ เพียร์ส มอร์แกน วิจารณ์ว่าคิมเมลกล่าวหาเท็จ และสมควรถูกต่อต้าน

เหตุการณ์สังหารชาร์ลี เคิร์ก เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน ที่มหาวิทยาลัยยูทาห์ วัลลีย์ โดยเขาถูกลอบยิงเสียชีวิตระหว่างการบรรยาย ภรรยาของเขา เอริกา เคิร์ก ได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าองค์กร Turning Point USA ต่อจากสามี ขณะที่ผู้ต้องสงสัยวัย 22 ปี ถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และอัยการยืนยันจะขอโทษประหารชีวิต

ผลกระทบจากกรณี ทรัมป์จี้ถอนใบอนุญาตสถานีทีวี

กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการปะทะกันระหว่างเสรีภาพสื่อกับแรงกดดันทางการเมืองในสหรัฐฯ ที่ยังคงปะทุอย่างเข้มข้นในช่วงการเมืองแบ่งขั้ว และอาจส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์สื่อในอนาคต

การที่อดีตประธานาธิบดีทรัมป์จี้ถอนใบอนุญาตสถานีทีวีหลังจากการพักงานพิธีกรดังอย่างจิมมี คิมเมล แสดงให้เห็นถึงความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลกับสื่อมวลชน และความสำคัญของการรักษาสมดุลระหว่างเสรีภาพในการแสดงออกและความรับผิดชอบในการนำเสนอข้อมูล

สถานการณ์นี้ยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อเท็จจริงและการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมีเหตุผล เพื่อหลีกเลี่ยงการบิดเบือนข้อมูลและความเข้าใจผิดที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งและการแบ่งขั้วทางสังคม

ถอดบทเรียนจากเหตุการณ์นี้

เหตุการณ์ ทรัมป์จี้ถอนใบอนุญาตสถานีทีวี เป็นกรณีศึกษาที่สำคัญเกี่ยวกับการเมือง สื่อ และเสรีภาพในการแสดงออก เราควรพิจารณาถึงผลกระทบในระยะยาวที่อาจเกิดขึ้นต่อระบบนิเวศสื่อ และความสำคัญของการปกป้องเสรีภาพในการแสดงออกอย่างมีความรับผิดชอบ

ที่มา – ทรัมป์จี้ถอนใบอนุญาตสถานีทีวี หลังกรณีพักงานพิธีกรดัง “จิมมี คิมเมล”