วัน: 19 กันยายน 2025

นฤมล ชี้ เกณฑ์ทุน ODOS ควรปรับตามสภาพพื้นที่

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ฝากให้ทบทวนเกณฑ์การให้ทุน ODOS โดยมองว่าไม่ควรจำกัดความยากจนแบบเดียวกันทั่วประเทศ เพราะบริบทของคนจนในเมืองและคนจนในต่างจังหวัดนั้นแตกต่างกัน

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ได้เปิดเผยภายหลังการประชุมชี้แจงสถานศึกษาในโครงการทุน ODOS รุ่นที่ 2 ว่าประเด็นสำคัญที่ต้องการเน้นย้ำคือ การทบทวนเกณฑ์การให้ทุน ODOS ในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การพิจารณาถึงความแตกต่างของสภาพความเป็นอยู่และค่าครองชีพในแต่ละพื้นที่

นางนฤมลกล่าวว่า “การใช้เกณฑ์ความยากจนแบบเดียวกันทั่วประเทศอาจไม่ยุติธรรม เพราะค่าครองชีพในเมืองสูงกว่าในชนบท เด็กในเมืองที่มีรายได้เกินเกณฑ์อาจยังคงเป็นผู้ยากไร้เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายที่ต้องแบกรับ ดังนั้น เราควรปรับเกณฑ์ให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในแต่ละพื้นที่”

นฤมล ฝากทบทวนเกณฑ์ให้ทุน ODOS ไม่ควรจำกัดความยากจนแบบเดียวกันทั้งประเทศ

นอกจากประเด็นเรื่องเกณฑ์ความยากจนแล้ว นางนฤมลยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการขยายสาขาวิชาที่เปิดรับสมัครทุน โดยเสนอว่าไม่ควรจำกัดอยู่เพียงสาขาวิชา STEM (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์) เท่านั้น แต่ควรครอบคลุมถึงทักษะอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ เช่น กีฬา ศิลปะ จิตวิทยา และมนุษยศาสตร์

“โลกในปัจจุบันต้องการบุคลากรที่มีความหลากหลายทางทักษะ การจำกัดทุนเฉพาะสาขาวิชา STEM อาจทำให้เราพลาดโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนในด้านอื่นๆ ที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน” นางนฤมลกล่าว

ความสำคัญของการติดตามผลนักเรียนทุน ODOS

อีกประเด็นสำคัญที่นางนฤมลให้ความสำคัญคือ ระบบการติดตามนักเรียนทุน ODOS หลังจากสำเร็จการศึกษา โดยต้องการให้มีระบบที่ชัดเจนในการติดตามว่านักเรียนทุนจะกลับมาทำงานในประเทศไทยได้อย่างไร และมีตำแหน่งงานที่รองรับความรู้ความสามารถของพวกเขาหรือไม่ ที่ผ่านมา พบว่านักเรียนทุนจำนวนไม่น้อยเลือกที่จะทำงานในต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นการสูญเสียบุคลากรที่มีคุณภาพของประเทศ

“เราลงทุนกับนักเรียนทุน ODOS เป็นจำนวนมาก เราจึงต้องมั่นใจว่าพวกเขาจะกลับมาพัฒนาประเทศของเราหลังจากสำเร็จการศึกษา สิ่งสำคัญคือการสร้างแรงจูงใจและโอกาสให้พวกเขาได้ใช้ความรู้ความสามารถอย่างเต็มที่ในประเทศไทย” นางนฤมลกล่าวเสริม

โครงการทุน ODOS นับเป็นโครงการที่สำคัญในการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชนที่มีความสามารถ แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ การปรับปรุงเกณฑ์การให้ทุนให้มีความเหมาะสมและครอบคลุมมากขึ้น รวมถึงการพัฒนาระบบการติดตามผลนักเรียนทุน จะช่วยให้โครงการนี้บรรลุเป้าหมายในการพัฒนาบุคลากรที่มีคุณภาพเพื่อขับเคลื่อนประเทศได้อย่างยั่งยืน

ดังนั้น การที่นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทบทวนเกณฑ์การให้ทุน ODOS โดยคำนึงถึงความแตกต่างของสภาพความเป็นอยู่และค่าครองชีพในแต่ละพื้นที่ รวมถึงการขยายสาขาวิชาที่เปิดรับสมัครทุนให้มีความหลากหลายมากขึ้น จึงเป็นสิ่งที่น่ายินดีและควรได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน เพราะจะช่วยให้โครงการทุน ODOS สามารถสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับเยาวชนและประเทศชาติได้อย่างแท้จริง การปรับปรุงเกณฑ์ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ทุน ODOS สามารถช่วยเหลือผู้ที่ต้องการได้อย่างตรงจุด และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว

นฤมล แสดงความห่วงใยต่อประเด็นนี้อย่างจริงจัง โดยมีความตั้งใจที่จะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้ทุน ODOS เป็นเครื่องมือในการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมกันสำหรับเยาวชนทุกคน

สิ่งที่นางนฤมลกล่าวมา สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในปัญหาและความมุ่งมั่นในการแก้ไข ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมไทยต้องการจากผู้บริหารประเทศ การตั้งใจรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน และนำมาปรับปรุงนโยบายให้ดียิ่งขึ้น จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในทุกด้าน

ที่มา – “นฤมล” ฝากทบทวนเกณฑ์ให้ทุน ODOS ไม่ควรจำกัดความยากจนแบบเดียวกันทั้งประเทศ

ฮัตตันกระตุ้นประธานเรนเจอร์สแสดงภาวะผู้นำ – ซุบซิบนินทา

อลัน ฮัตตัน อดีตกองหลังไอบรอกซ์ กระตุ้นให้ แอนดรูว์ คาวานาห์ ประธานสโมสรเรนเจอร์ส แสดงภาวะผู้นำเมื่อเขาเดินทางมากลาสโกว์สุดสัปดาห์นี้ (Sun), external

โจ รอธเวลล์ กองกลาง เรนเจอร์ส กดถูกใจโพสต์ในโซเชียลมีเดียที่บอกว่าเขาถูกเล่นผิดตำแหน่ง ซึ่งเป็นมุมมองของ แบร์รี ดักลาส อดีตเพื่อนร่วมทีมแบล็กเบิร์น โรเวอร์ส (Record), external

(Sun), external

อลิสแตร์ จอห์นสตัน แบ็กขวาเซลติกที่ได้รับบาดเจ็บ ถูกพบเห็นที่สนามนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ในเกมแชมเปียนส์ลีกที่แพ้ต่อบาร์เซโลนา (Record), external

สตีเฟน โรบินสัน ผู้จัดการทีม เซนต์ เมียร์เรน ตอบโต้คำวิจารณ์เรื่องสไตล์การเล่นจาก คริส ซัตตัน อดีตกองหน้าเซลติก (Sun), external

ฮัตตันกระตุ้นประธานเรนเจอร์สแสดงภาวะผู้นำ – ซุบซิบนินทา

ประเด็นร้อนล่าสุดในวงการฟุตบอลสก็อตแลนด์อยู่ที่การออกมาเรียกร้องของอลัน ฮัตตัน อดีตกองหลังชื่อดัง ที่ต้องการให้ แอนดรูว์ คาวานาห์ ประธานสโมสรเรนเจอร์ส แสดงภาวะผู้นำให้เห็นอย่างชัดเจนในช่วงเวลาที่ทีมกำลังเผชิญกับความท้าทายต่างๆ

ฮัตตันมองว่าการที่ประธานสโมสรลงมาดูแลและให้กำลังใจทีมด้วยตัวเอง จะเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับนักเตะและสต๊าฟโค้ชทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ผลงานของทีมอาจจะไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง

ทำไมภาวะผู้นำของประธานสโมสรจึงสำคัญ?

ภาวะผู้นำของประธานสโมสรมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของทีมฟุตบอล ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดทิศทางและนโยบายของสโมสร การตัดสินใจในเรื่องสำคัญต่างๆ รวมถึงการสร้างบรรยากาศและความเชื่อมั่นให้กับทุกคนในทีม

ประธานสโมสรที่มีภาวะผู้นำที่ดี จะสามารถนำพาทีมผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ และประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน

นอกจากประเด็นเรื่องภาวะผู้นำของประธานสโมสรแล้ว ยังมีข่าวคราวอื่นๆ ที่น่าสนใจในวงการฟุตบอลสก็อตแลนด์อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ โจ รอธเวลล์ กองกลางของเรนเจอร์ส กดถูกใจโพสต์ในโซเชียลมีเดียที่บอกว่าเขาถูกเล่นผิดตำแหน่ง ซึ่งสร้างความฮือฮาให้กับแฟนบอลไม่น้อย

หรือจะเป็นเรื่องที่ อลิสแตร์ จอห์นสตัน แบ็กขวาของเซลติกที่ได้รับบาดเจ็บ ถูกพบเห็นที่สนามนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ในเกมแชมเปียนส์ลีกที่แพ้ต่อบาร์เซโลนา ซึ่งทำให้เกิดคำถามต่างๆ นานาว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ที่นั่น

และที่ขาดไม่ได้คือเรื่องที่ สตีเฟน โรบินสัน ผู้จัดการทีมเซนต์ เมียร์เรน ออกมาตอบโต้คำวิจารณ์เรื่องสไตล์การเล่นจาก คริส ซัตตัน อดีตกองหน้าเซลติก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะปกป้องทีมของตนเอง

เรื่องราวเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าวงการฟุตบอลสก็อตแลนด์ยังคงเต็มไปด้วยสีสันและความน่าติดตาม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องในสนามหรือนอกสนาม

ฮัตตันกระตุ้นประธานเรนเจอร์สแสดงภาวะผู้นำ – ซุบซิบนินทา กลายเป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในหมู่แฟนบอล และเป็นสิ่งที่น่าติดตามว่า แอนดรูว์ คาวานาห์ จะตอบสนองต่อข้อเรียกร้องนี้อย่างไร

การที่อดีตนักเตะอย่างฮัตตันออกมาแสดงความคิดเห็นเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่าเขายังคงมีความรักและความผูกพันกับสโมสรเรนเจอร์ส และต้องการเห็นทีมประสบความสำเร็จ

เรื่องนี้จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจและน่าติดตามอย่างยิ่งว่าอนาคตของเรนเจอร์สจะเป็นอย่างไรต่อไป และภาวะผู้นำของ แอนดรูว์ คาวานาห์ จะมีผลต่อทีมมากน้อยแค่ไหน

สรุปคือ การออกมาเรียกร้องของฮัตตันในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความคาดหวังของแฟนบอลที่มีต่อประธานสโมสรเรนเจอร์ส และเป็นสิ่งที่ท้าทายให้ แอนดรูว์ คาวานาห์ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการนำพาทีมไปสู่ความสำเร็จ

ดังนั้น จับตาดูการเคลื่อนไหวของประธานสโมสรเรนเจอร์สให้ดี เพราะมันอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทีมเลยก็ว่าได้

เพราะฉะนั้นแล้ว แฟนบอลเรนเจอร์สทั่วโลกก็คงต้องร่วมกันส่งกำลังใจให้ทีมรัก และหวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้นในเร็ววัน

ที่มา – Hutton urges Rangers chairman to show leadership – gossip

“ภูมิธรรม” แซะ ครม.ใหม่ “บุรีรัมย์โมเดล” ขู่ซักฟอก

“ภูมิธรรม” แซะ ครม.อนุทิน “บุรีรัมย์โมเดล” ใครเป็นใครเห็นกันอยู่ ขู่ปมเขากระโดงเจอซักฟอกแน่นอน ขณะที่ “อิ๊งค์” ยิ้มพาลูกเข้าพรรค

วันที่ 18 กันยายน 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้แสดงความเห็นถึงโฉมหน้าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่า น่าจะต้องไปถามพรรคร่วมรัฐบาลที่ส่งเสริมสนับสนุนนายอนุทินขึ้นมาเป็นผู้นำว่าพอใจหรือไม่ โดยเฉพาะที่มีชื่อบุคคลที่ติดขัดจากกรณีการชี้มูลของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อถามถึงโผคณะรัฐมนตรีใหม่ที่ถูกมองว่ามีความเชื่อมโยงกับ “บ้านใหญ่บุรีรัมย์” ว่า “มันก็บุรีรัมย์โมเดลทั้งหมดอยู่แล้ว” โดยขอไม่วิจารณ์ในรายละเอียด แต่บอกให้ไปดูรายชื่อแต่ละคนว่ามาจากไหนและใครเป็นใคร

“ภูมิธรรม” แซะ ครม.ใหม่ “บุรีรัมย์โมเดล” ขู่ซักฟอก

นายภูมิธรรมยังกล่าวถึงกรณีที่ดินเขากระโดงว่า ตนยังไม่เห็นเอกสารที่มีการเปิดเผยออกมา แต่ยืนยันว่าปัญหานี้เป็นเรื่องที่ดินของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และกระบวนการทางกฎหมายได้ดำเนินการมาทั้งหมดแล้ว โดยเหลือเพียงแค่การเซ็นรับรองแนวเขตจากทั้งสองฝ่ายเท่านั้น เรื่องนี้คงมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างแน่นอน เห็นบอกว่าไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องไม่ได้หมายความว่าต้องเข้าไปนั่งเป็นรัฐมนตรีถึงจะทำได้ ยิ่งตอนนี้เป็นนายกฯด้วย เดี๋ยวนี้เขาใช้โทรศัพท์สั่งก็ได้ ผู้ที่ชอบพลิกลิ้นอาจทำอะไรก็ได้ และขอให้รอดูข้อเท็จจริงเมื่อทุกอย่างถูกเปิดเผย

ทำความเข้าใจ “บุรีรัมย์โมเดล” ที่ถูกพูดถึง

การที่นายภูมิธรรมออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ครม.ใหม่ว่าเป็น “บุรีรัมย์โมเดล” นั้น สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลเกี่ยวกับอิทธิพลของกลุ่มการเมืองจากจังหวัดบุรีรัมย์ในการบริหารประเทศ หลายคนอาจสงสัยว่า “บุรีรัมย์โมเดล” คืออะไรกันแน่? ในบริบทนี้ หมายถึงการที่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีความเชื่อมโยงกับจังหวัดบุรีรัมย์เข้ามามีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจและบริหารจัดการประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในระดับรัฐมนตรี หรือตำแหน่งอื่นๆ ที่มีอำนาจในการกำหนดนโยบาย

ปรากฏการณ์ “บุรีรัมย์โมเดล” นี้ ได้จุดประกายคำถามมากมายในสังคม ทั้งในเรื่องของความโปร่งใส ความเป็นธรรม และผลประโยชน์ทับซ้อน การที่บุคคลที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มการเมืองใดกลุ่มการเมืองหนึ่งเข้ามามีอำนาจ อาจนำไปสู่การเอื้อประโยชน์แก่พวกพ้อง หรือการใช้ทรัพยากรของรัฐเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวได้

ดังนั้น สิ่งที่ประชาชนคาดหวังคือ การตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจอย่างเข้มข้น เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการบริหารประเทศเป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างแท้จริง และไม่มีการใช้อำนาจเพื่อเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ

สำหรับบรรยากาศภายในพรรคเป็นไปอย่างคึกคัก มีแกนนำและสมาชิกพรรคหลายคนทยอยเดินทางมาเพื่อเข้าร่วมประชุมทีมกฎหมายเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงการวางแผนการทำงานในฐานะฝ่ายค้านและการเตรียมความพร้อมสำหรับการหาเสียงเลือกตั้งในอนาคต

ขณะเดียวกันนางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ก็ได้เดินทางเข้ามาที่ทำการพรรคพร้อมกับบุตรทั้งสองคนคือ ด.ญ.ธิธาร และ ด.ช.พฤจ์ธาษิณ สุขสวัสดิ์ โดยทั้งสามมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

จากประเด็นที่นายภูมิธรรมยกขึ้นมานี้ น่าติดตามว่าพรรคฝ่ายค้านจะดำเนินการตรวจสอบเรื่อง “บุรีรัมย์โมเดล” และประเด็นเขากระโดงอย่างไรต่อไป และรัฐบาลจะสามารถชี้แจงข้อสงสัยต่างๆ ได้กระจ่างชัดหรือไม่ ประชาชนคงต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดต่อไป

ที่มา – “ภูมิธรรม” แซะ ครม. ใหม่ “บุรีรัมย์โมเดล” ขู่เจอซักฟอกปม “เขากระโดง” แน่

สหรัฐฯ วีโต้! ปัดตกร่างมติหยุดยิงกาซา

สหรัฐฯ ใช้สิทธิวีโต้ครั้งที่ 6 ในยูเอ็น ปัดตกร่างมติหยุดยิงกาซา กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในเวทีโลกอีกครั้ง เมื่อสหรัฐอเมริกาใช้สิทธิยับยั้งร่างมติที่เรียกร้องให้มีการหยุดยิงถาวรในฉนวนกาซา การตัดสินใจครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อสถานการณ์ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ และทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับการดำเนินงานของสหประชาชาติในการรักษาสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ

สหรัฐฯ ใช้สิทธิวีโต้ครั้งที่ 6 ในยูเอ็น ปัดตกมติหยุดยิงกาซา

สหรัฐอเมริกาในฐานะสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ได้ใช้สิทธิวีโต้เพื่อยับยั้งร่างมติที่เรียกร้องให้มีการหยุดยิงโดยทันทีและไม่มีเงื่อนไขในฉนวนกาซา ร่างมติดังกล่าวได้รับการเสนอโดยกลุ่มประเทศสมาชิกที่ไม่ใช่สมาชิกถาวร และได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากชาติสมาชิกอื่นๆ แต่ด้วยการคัดค้านของสหรัฐฯ ทำให้มติดังกล่าวไม่สามารถผ่านความเห็นชอบได้

การใช้สิทธิวีโต้ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 6 ในช่วงเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสปะทุขึ้น ร่างมติที่ถูกยับยั้งยังรวมถึงข้อเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวประกันทั้งหมดที่ถูกควบคุมโดยกลุ่มฮามาสและกลุ่มติดอาวุธอื่นๆ อย่างทันทีและมีศักดิ์ศรี

ทำไมสหรัฐฯ ถึงใช้สิทธิวีโต้ ปัดตกร่างมติหยุดยิงกาซา?

สหรัฐฯ ให้เหตุผลว่า ร่างมติที่เสนอมานั้นไม่ได้คำนึงถึงสิทธิของอิสราเอลในการป้องกันตนเอง และอาจส่งผลเสียต่อความพยายามในการเจรจาสันติภาพ นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังมองว่ากลุ่มฮามาสเป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อความขัดแย้งที่เกิดขึ้น และการหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไขอาจทำให้กลุ่มฮามาสสามารถเสริมสร้างความเข้มแข็งและก่อเหตุรุนแรงต่อไป

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของสหรัฐฯ ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากประเทศในโลกอาหรับและองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งมองว่าการใช้สิทธิวีโต้เป็นการขัดขวางความพยายามในการแก้ไขวิกฤตด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซา และเป็นการสนับสนุนการกระทำของอิสราเอลที่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

สถานการณ์ในฉนวนกาซายังคงวิกฤต ประชาชนจำนวนมากต้องเผชิญกับความอดอยาก การขาดแคลนยา และการถูกพลัดพรากจากบ้านเรือน การโจมตีทางอากาศและการสู้รบภาคพื้นดินยังคงดำเนินต่อไป ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก การเข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมยังคงถูกจำกัด ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก

แม้ว่า สหรัฐฯ ใช้สิทธิวีโต้ครั้งที่ 6 ในยูเอ็น ปัดตกร่างมติหยุดยิงกาซา แต่ความพยายามในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งยังคงดำเนินต่อไป หลายฝ่ายกำลังเรียกร้องให้มีการเจรจาอย่างจริงจังเพื่อหาทางออกทางการเมืองที่ยั่งยืน และเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

  • การตัดสินใจของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
  • วิกฤตด้านมนุษยธรรมในกาซายังคงรุนแรง
  • ความพยายามในการเจรจาสันติภาพยังคงดำเนินต่อไป

อนาคตของฉนวนกาซายังคงไม่แน่นอน และจำเป็นต้องมีความร่วมมือจากทุกฝ่ายเพื่อแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนนี้ การให้ความสำคัญกับการบรรเทาวิกฤตด้านมนุษยธรรม การปกป้องพลเรือน และการหาทางออกทางการเมืองที่ยั่งยืน เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค

ที่มา – สหรัฐฯ ใช้สิทธิวีโต้ครั้งที่ 6 ในยูเอ็น ปัดตกมติหยุดยิงกาซา

สลับซาลาห์เป็นฮาลันด์? ประเด็น FPL

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หรือ เออร์ลิง ฮาลันด์? เช่นเดียวกับหลายๆ ครั้ง การเลือกระหว่างสองซูเปอร์สตาร์นี้เป็นประเด็นสำคัญที่ผู้จัดการทีม FPL พูดถึงกันในสัปดาห์นี้

ซาลาห์ของลิเวอร์พูลทำไปแล้ว 2 ประตูและ 1 แอสซิสต์จาก 4 นัดแรกในลีก ในขณะที่ฮาลันด์ของแมนเชสเตอร์ซิตี้ทำไปแล้ว 5 ประตูโดยไม่มีแอสซิสต์เลย

ตัวเลขที่ซ่อนอยู่ก็สนับสนุนฮาลันด์เช่นกัน ดังนั้นหากเขาไม่ได้อยู่ในทีมของคุณแล้ว คุณควรขายซาลาห์เพื่อดึงตัวเขาเข้ามาหรือไม่?

ผู้เชี่ยวชาญ FPL Gianni Buttice และทีมงานจาก The FPL Podcast โดย BBC Sport อภิปรายประเด็น FPL ที่น่าสนใจในสัปดาห์นี้ นั่นคือ สลับซาลาห์เป็นฮาลันด์?

‘เขาต้องเป็นตัวเลือก’ – กรณีของฮาลันด์

Gianni Buttice: ซาลาห์อาจทำไป 2 ประตูและ 1 แอสซิสต์ในการแข่งขัน 4 นัด แต่ตัวเลขที่ซ่อนอยู่ของเขาน่าผิดหวังอย่างมาก ในลีกฤดูกาลนี้ เขาพยายามยิงเพียง 5 ครั้ง มีโอกาสทองเพียง 1 ครั้ง และเมื่อไม่รวมจุดโทษของสัปดาห์ที่แล้ว เขามีค่า xG (expected goals total) เพียง 0.31 เท่านั้น

เมื่อเปรียบเทียบกัน ฮาลันด์ทำไปแล้ว 5 ประตู และตัวเลขที่ซ่อนอยู่ของเขาก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน เขาพยายามยิง 19 ครั้ง ซึ่ง 9 ครั้งเป็นโอกาสทอง และมีค่า xG ที่ไม่ใช่จุดโทษอยู่ที่ 5.74 ซึ่งสูงกว่าซาลาห์ถึง 18 เท่า

ในเกมวีกที่ 1 ถึง 4 ของฤดูกาลที่แล้ว ซาลาห์มีคะแนน FPL มากกว่าเกือบสองเท่า แต่คราวนี้เขามี 25 คะแนนเทียบกับ 37 คะแนนของฮาลันด์

ยังคงต้องรอดูกันต่อไปว่ารูปแบบการเล่นเกมบุกใหม่ของลิเวอร์พูลจะมีผลกระทบต่อตัวเลขของซาลาห์อย่างไร

แต่ถ้าส่วนแบ่งประตูของเขาในทีมลดลง เขาต้องทำให้ทีมทำประตูได้มากกว่าฤดูกาลที่แล้ว และสัญญาณบ่งชี้เบื้องต้นแสดงให้เห็นว่าเกมบุกของลิเวอร์พูลต้องใช้เวลาในการปรับตัว

หากคุณเลือกได้เพียงคนเดียว ฮาลันด์คือคำตอบ

เหตุผลที่ฮาลันด์เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าในการ สลับซาลาห์เป็นฮาลันด์?

‘กองกลางมักจะดีกว่ากองหน้าเสมอ’ – กรณีของซาลาห์

Statman Dave: ผมคิดว่าซาลาห์ค่อนข้างโชคดีในฤดูกาลนี้ แต่จงเอาเขาออกไปด้วยความเสี่ยงของคุณเอง ทันทีที่ Alexander Isak เข้ามาในทีม ซาลาห์จะเริ่มทำประตูได้

มันเป็นหนึ่งในสิ่งเหล่านั้นที่กองกลางราคาสูงจะดีกว่ากองหน้าราคาสูง นั่นเป็นสิ่งที่สอดคล้องกันในเกมแฟนตาซีฟุตบอล ผมจะยึดมั่นกับเรือที่แข็งแกร่งและผมจะจมไปกับมันเหมือนเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

Gianni Buttice: สัปดาห์นี้ฮาลันด์เผชิญหน้ากับการแข่งขันที่ยากที่สุดในปฏิทินพรีเมียร์ลีก ห้านัดสู่ฤดูกาลของพวกเขา อาร์เซนอลต้องเผชิญหน้ากับการแข่งขันที่ยากลำบาก และประตูเดียวที่พวกเขาเสียคือลูกฟรีคิกสุดสวยของ Dominik Szoboszlai พวกเขาเป็นแนวรับที่ดีที่สุดในลีกอย่างไม่ต้องสงสัย และถ้าฮาลันด์จะถูกเก็บเงียบ นี่คือเกมนั้น

รอจนถึงเกมวีกที่ 6 เพื่อแลกซาลาห์เป็นฮาลันด์ ก่อนเกมเหย้าของชาวนอร์เวย์กับเบิร์นลีย์ อาจเป็นการเล่นที่เหมาะสมที่สุด บางคนจะพยายามบีบทั้งคู่เข้าด้วยกัน และในขณะที่การเดิมพันกับซาลาห์รู้สึกค่อนข้างปลอดภัยในขณะนี้ การไม่มีฮาลันด์ในสัปดาห์หน้าถือว่าเสี่ยงเกินไป

คุณคิดว่าใครกันแน่ที่ดีกว่ากัน? การ สลับซาลาห์เป็นฮาลันด์? อาจเป็นตัวเลือกที่ฉลาดกว่าในระยะยาวเนื่องจากสถิติที่ผ่านมาของเขา มองไปข้างหน้าและทำการตัดสินใจที่ดีที่สุดสำหรับทีม FPL ของคุณ

ที่มา – Swap Salah for Haaland? The FPL talking point

โฆษกยัน! กรอบเวลา**แก้ รธน. ตาม MOA**

โฆษกพรรคประชาชนเผยความคืบหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยืนยันกรอบเวลายังเป็นไปตามบันทึกความเข้าใจ (MOA) เน้นการออกแบบกลไกให้ประชาชนมีส่วนร่วมสูงสุด นี่คือประเด็นสำคัญที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในขณะนี้

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงความคืบหน้าการแก้ รธน. ตาม MOA ว่า เมื่อวานนี้ (18 ก.ย. 68) คณะกรรมาธิการฯ ได้ประชุมร่วมกันโดยทั้งตัวแทนพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทย ขณะที่พรรคภูมิใจไทยไม่ได้ส่งผู้แทนเข้าร่วม แต่มีการหารือนอกรอบก่อนหน้าแล้ว โดยที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันว่า จะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวด 15/1 เกี่ยวกับกลไกการจัดทำฉบับใหม่เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรภายในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ หากดำเนินการได้ตามกรอบเวลาจะสามารถพิจารณาในวาระแรกไม่เกินต้นเดือนตุลาคม และเข้าสู่วาระสองและวาระสามในเดือนธันวาคม เพื่อเปิดทางสู่การยุบสภาในเดือนมกราคม และจัดการเลือกตั้งพร้อมการทำประชามติรอบแรกในเดือนมีนาคมถึงเมษายน ซึ่งเป็นไปตามบันทึกความเข้าใจ (MOA) ที่ทำไว้ระหว่างพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย

โฆษกพรรคประชาชนยืนยันกรอบเวลาแก้ รธน.ตาม MOA เน้นออกแบบให้ประชาชนมีส่วนร่วมสูงสุด

สำหรับประเด็นสาระสำคัญ นายพริษฐ์ระบุว่า แต่ละพรรคมีจุดที่เห็นตรงกัน คือ เห็นว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ควรมีกลไกที่ยึดโยงกับประชาชน ต้องมีทั้งตัวแทนระดับพื้นที่และระดับประเทศ ในส่วนที่ยังเห็นไม่ตรงกันคือ พรรคประชาชนยืนยันว่ากลไกดังกล่าวต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมใกล้เคียงการเลือกตั้งทางตรงมากที่สุด ตลอดจนมีมาตรการป้องกันการผูกขาดในกระบวนการจัดทำ เช่น การคัดเลือกผู้ร่างต้องเป็นไปตามสัดส่วนของแต่ละพรรคการเมืองและสมาชิกวุฒิสภา มิใช่ด้วยเสียงข้างมากในสภาเพียงฝ่ายเดียว

เป้าหมายสำคัญ: แก้ รธน. ตาม MOA และการมีส่วนร่วมของประชาชน

การมีส่วนร่วมของประชาชนถือเป็นหัวใจสำคัญในการแก้ รธน. ตาม MOA ครั้งนี้ พรรคประชาชนให้ความสำคัญกับการออกแบบกลไกที่เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกคนมีสิทธิ์มีเสียงในการกำหนดอนาคตของประเทศชาติ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งโดยตรง การแสดงความคิดเห็น หรือการเสนอแนะแนวทางต่างๆ พรรคฯ มุ่งมั่นที่จะสร้างรัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ยังต้องมีมาตรการป้องกันการผูกขาดในกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกภาคส่วนของสังคมได้รับการพิจารณาอย่างเท่าเทียมกัน การคัดเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญจะต้องเป็นไปตามสัดส่วนของแต่ละพรรคการเมืองและสมาชิกวุฒิสภา เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งสามารถครอบงำกระบวนการทั้งหมดได้

ในส่วนของท่าทีพรรคภูมิใจไทย แม้ไม่ได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุม แต่ได้ให้คำมั่นว่าจะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่ตกลงในสัปดาห์หน้า ซึ่งหากดำเนินการตามที่กล่าวไว้ก็ถือว่ายังเป็นไปตาม MOA พร้อมกันนี้ นายพริษฐ์ยังได้เชิญชวนสมาชิกวุฒิสภาให้มีส่วนร่วมในการผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกฝ่าย และยืนยันว่าพรรคประชาชนพร้อมทำงานเชิงรุก พูดคุยกับทุกฝ่ายเพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้บรรลุผลสำเร็จ

ขั้นตอนต่อไปในการแก้ รธน.

  • การยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อสภาผู้แทนราษฎรภายในสัปดาห์หน้า
  • การพิจารณาในวาระแรกไม่เกินต้นเดือนตุลาคม
  • การเข้าสู่วาระสองและวาระสามในเดือนธันวาคม
  • การยุบสภาในเดือนมกราคม
  • การจัดการเลือกตั้งพร้อมการทำประชามติรอบแรกในเดือนมีนาคมถึงเมษายน

การดำเนินการตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ใน MOA เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว การแก้ รธน. ตาม MOA จะนำไปสู่การสร้างรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง

การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย แต่ด้วยความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริง เราเชื่อมั่นว่าเราจะสามารถสร้างรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดสำหรับประเทศไทยได้

ที่มา – โฆษกพรรคประชาชนยืนยันกรอบเวลาแก้ รธน.ตาม MOA เน้นออกแบบให้ประชาชนมีส่วนร่วมสูงสุด

การเติบโตของ เบิร์กวัลล์ จอมทัพจากตระกูลฟุตบอล

การเติบโตของ เบิร์กวัลล์ จอมทัพจากตระกูลฟุตบอล กำลังเป็นที่จับตามองอย่างมากในวงการลูกหนังยุโรป ด้วยทักษะที่โดดเด่น วิสัยทัศน์ที่กว้างไกล และความสามารถในการควบคุมเกมที่เหนือชั้น ทำให้เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดในยุคนี้

การเติบโตของ เบิร์กวัลล์ จอมทัพจากตระกูลฟุตบอล

เรื่องราวของ เบิร์กวัลล์ ไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ แต่เป็นการสานต่อจากรากฐานที่แข็งแกร่งของครอบครัวที่คลุกคลีอยู่ในวงการฟุตบอลมาอย่างยาวนาน ด้วยสายเลือดนักเตะที่เข้มข้น ทำให้เขามีพรสวรรค์และความเข้าใจในเกมฟุตบอลอย่างลึกซึ้งตั้งแต่ยังเด็ก นอกจากนี้ เขายังได้รับการฝึกฝนและพัฒนาฝีเท้าจากหนึ่งในอะคาเดมี่ที่ดีที่สุดในสวีเดน ซึ่งเป็นแหล่งบ่มเพาะนักเตะระดับโลกมาแล้วมากมาย

เส้นทางสู่การเป็นจอมทัพ

การเดินทางของ เบิร์กวัลล์ ไม่ได้ราบรื่นเสมอไป แต่เขาก็ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรค เขาผ่านการฝึกซ้อมอย่างหนัก พัฒนาทักษะในทุกด้าน และเรียนรู้จากประสบการณ์ทั้งในและนอกสนาม ด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเทอย่างเต็มที่ ทำให้เขาสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง และพัฒนาฝีเท้าได้อย่างก้าวกระโดด

อดีตโค้ชของเบิร์กวัลล์เล่าว่า “เขาเป็นเด็กที่มีความมุ่งมั่นสูงมาก เขาไม่เคยยอมแพ้ แม้ว่าในการฝึกซ้อมจะยากลำบากแค่ไหน เขาก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดเสมอ”

Jay Harris จาก The Athletic กล่าวว่า “เบิร์กวัลล์มาจากตระกูลฟุตบอลขนานแท้ และเขาก็กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าเขามีดีเอ็นเอของนักฟุตบอลอยู่ในตัว”

  • ทักษะการจ่ายบอลที่แม่นยำ: เขาสามารถวางบอลได้อย่างแม่นยำทั้งระยะสั้นและระยะยาว
  • วิสัยทัศน์ที่กว้างไกล: เขาสามารถมองเห็นโอกาสในการทำเกมได้อย่างรวดเร็ว
  • ความสามารถในการควบคุมเกม: เขาสามารถบัญชาเกมและควบคุมจังหวะการเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม
  • ความแข็งแกร่งทางร่างกาย: เขามีพละกำลังที่แข็งแกร่งและสามารถวิ่งไล่บอลได้ตลอดทั้งเกม

ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ ทำให้ เบิร์กวัลล์ กลายเป็นนักเตะที่ทีมชั้นนำทั่วยุโรปต่างต้องการตัวมาร่วมทีม และเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้ เราจะได้เห็นเขาโลดแล่นอยู่ในลีกระดับโลกอย่างแน่นอน

การเติบโตของเขาเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักฟุตบอลรุ่นใหม่หลายๆ คน ที่มีความฝันอยากจะก้าวตามรอยเท้าของเขา เราเชื่อว่าด้วยความสามารถและความมุ่งมั่นของเขา เขาจะสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองและประเทศชาติได้อย่างแน่นอน

อย่าลืมติดตามชมการเติบโตของเขา และให้กำลังใจเขาในการเดินทางบนเส้นทางลูกหนังอาชีพ!

ที่มา – The rise of Bergvall – midfield maestro from ‘football dynasty’

ประวัติ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม

เปิดประวัติ “บิ๊กเล็ก – พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์” จากเลขาฯ สมช. สู่ รมช.กลาโหม ผงาดเก้าอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในรัฐบาลอนุทิน

วันที่ 19 กันยายน 2568 ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ภายใต้การนำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ซึ่งหลังจากนี้จะนำ ครม.ชุดใหม่เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ ในวันที่ 24 กันยายน 2568 โดยขั้นต่อไปคือแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ก่อนเริ่มทำหน้าที่รัฐบาลอย่างเป็นทางการ (อ่านเพิ่มเติม : โปรดเกล้าฯ ครม.อนุทิน 1 แล้ว นายกฯ นั่งควบมหาดไทย-เช็กชื่อ 36 รมต.)

ประวัติ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์

สำหรับชื่อของ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ชื่อเล่นว่า เล็ก เป็นอีกคนที่ได้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในรัฐบาลนี้ โดยบิ๊กเล็ก เกิดเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2504 อายุ 64 ปี (ณ ปี 2568) จบจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 20, โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 31 ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ หรือ บิ๊กแดง รองเลขาธิการพระราชวัง และอดีตผู้บัญชาการทหารบก, โรงเรียนเสนาธิการทหารบก ชุดที่ 71 และวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.)

การทำงานของ พล.อ.ณัฐพล เคยเป็นผู้บังคับกองร้อยอาวุธเบา กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ เมื่อปี พ.ศ. 2531 ต่อมาเป็นอาจารย์โรงเรียนเสนาธิการทหารบก อาจารย์วิทยาลัยการทัพบก เป็นเจ้ากรมยุทธการทหารบก ในปี 2558 เป็นรองเสนาธิการทหารบก ปี 2559 และหัวหน้าส่วนอำนวยการ สำนักงานเลขาธิการ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ปี 2559 ในปีต่อมาเป็นเสนาธิการทหารบก และเป็นรองผู้บัญชาการทหารบก ปี 2561-2563

จากเลขาฯ สมช. สู่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

จากนั้นจึงโอนย้ายมาเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (เลขาธิการ สมช.) เมื่อปี 2563 ระหว่างนั้นได้รับแต่งตั้งเป็นรองประธานกรรมการในคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) รองหัวหน้าสำนักงานประสานงานกลาง ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กรรมการในคณะกรรมการนโยบายป่าไม้แห่งชาติ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ ทางด้านภาคธุรกิจ พล.อ.ณัฐพล ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการ บริษัท ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ปี 2561-2563 และกรรมการอิสระและกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ปี 2562-2563

ต่อมาภายหลังเกษียณอายุราชการ บิ๊กเล็ก ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) ขณะที่ในเดือนกันยายน 2566 ได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (นายสุทิน คลังแสง) ในรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 จากนั้นวันที่ 3 กันยายน 2567 ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในรัฐบาลของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 31 อีกทั้งในปี 2568 ยังได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ในช่วงวิกฤตการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา พ.ศ. 2568 กระทั่งเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน เป็นรักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แทนนายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ย้ายไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และไม่มีผู้ที่มาดำรงตำแหน่งจนสิ้นสุดรัฐบาล น.ส.แพทองธาร

ล่าสุดวันนี้ (19 กันยายน 2568) พล.อ.ณัฐพล ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในรัฐบาลนายอนุทิน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยนายอนุทิน เคยให้สัมภาษณ์ในตอนหนึ่งว่า เพื่อให้ปัญหาชายแดนที่เกิดขึ้นได้รับการแก้ไขโดยไม่สะดุด ซึ่งหลังจากนี้คงต้องติดตามว่าเมื่อมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมตัวจริง อำนาจเต็มแล้ว ปัญหาต่างๆ ในเรื่องความมั่นคง ชายแดน จะคลี่คลายลงในเร็ววันนี้หรือไม่

การเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในชีวิตราชการ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าประสบการณ์และความสามารถของท่าน จะนำพาประเทศชาติไปสู่ความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรือง

ที่มา – ประวัติ “บิ๊กเล็ก – พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์” ผงาด รมว.กลาโหม ในรัฐบาลอนุทิน

ประวัติ พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรมคนใหม่

เปิดประวัติ พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ไม่พลิกโผ ได้นั่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ใน ครม.อนุทิน 1 พบเติบโตใน จ.บุรีรัมย์ รับราชการตำรวจ ตามรอย “อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว”

วันที่ 19 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ขณะที่ตำแหน่งที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่ล่าสุด พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้นั่งตำแหน่งนี้

ประวัติ พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์

สำหรับ ประวัติ พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เรียนจบชั้นมัธยมที่โรงเรียนตาคลีประชาสรรค์ จ.นครสวรรค์ จบปริญญาตรี รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต(รป.บ.ตร.) นักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 24 และเรียนจบปริญญาโท หลักสูตรการจัดการภาครัฐและภาคเอกชนมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เป็นน้องเล็กคนสุดท้องจาก 5 คน อยู่ในครอบครัวตำรวจตั้งแต่รุ่นปู่ คือ “ร.ต.ต.คล้าว เนาวรัตน์” รับราชการทางภาคใต้ สืบมายัง “พ.ต.ท.วิเชียร เนาวรัตน์” ผู้เป็นบิดา และมีบุตรชาย 1 คน ก็รับราชการตำรวจ ถือว่าเป็นสายเลือดผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เช่นกัน

พล.ต.ต.รุทธพล เคยผ่านการอบรม หลักสูตรการสืบสวนสอบสวนหลังเหตุระเบิดวิทยาลัยตำรวจแห่งมลรัฐลุยเซียนา เมืองแบตันรูช มลรัฐลุยเซียนา ประเทศสหรัฐอเมริกา, หลักสูตรการต่อต้านการก่อการร้าย Counter Terrorism Course สำนักงานผู้ช่วยทูตด้านกฎหมาย FBI ประจำประเทศไทย, หลักสูตรอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ Cybercrime Course สำนักงานผู้ช่วยทูตด้านกฎหมาย FBI ประจำประเทศไทย, ประกาศนียบัตรหลักสูตรการสืบสวนคดีอาญาระดับก้าวหน้า รุ่นที่ 1 สถาบันพัฒนาข้าราชการตำรวจ, ประกาศนียบัตรประกอบวิชาชีพสอบสวน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, การบริหารงานตำรวจชั้นสูง รุ่นที่ 43 และหลักสูตรผู้กำกับการ รุ่นที่ 55

เส้นทางการทำงาน พล.ต.ต.รุทธพล ได้เดินตามรอย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่เคยปลูกฝัง สมัยเป็น ผบ.ร้อย เป็นนายตำรวจปกครองที่โรงเรียนนายร้อยสามพราน ซึ่ง พล.ต.ต.รุทธพล ได้เลือกลงที่ สภ.เมืองนครพนม แล้วสมัครใจไปอยู่นาแก ตามรอย พล.ต.อ.อดุลย์

เข้ามารับราชการในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 3 ตั้งแต่ปี 2540 ในตำแหน่งสารวัตรสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองบุรีรัมย์ ก่อนจะเติบโตมาเป็นรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ และถูกแต่งตั้งให้ขึ้นเป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ และรับราชการในตำแหน่งสุดท้าย คือ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3

โดย พล.ต.ต.รุทธพล ได้เขียนบรรยายถึงชีวิตรับราชการตำรวจไว้ว่า นับตั้งแต่ปี 2540 ที่ได้มารับราชการในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 3 ในตำแหน่งสารวัตรสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองบุรีรัมย์ และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ในตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 และถึงจุดสุดท้ายของชีวิตรับราชการ ซึ่งได้ผ่านภารกิจหน้าที่มาในหลายรูปแบบ ทั้งผู้ปฏิบัติและผู้บริหาร

ทุกภารกิจและหน้าที่ความรับผิดชอบ ได้รับความร่วมมือจากพี่ๆ น้องๆ ตำรวจภูธรภาค 3 ด้วยดีตลอดมา ได้เรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ร่วมกันฟันฝ่าอุปสรรค ปัญหาน้อยใหญ่ จนลุล่วงด้วยดีตลอดมา

ขอขอบคุณและเป็นกำลังใจให้พี่ๆ น้องๆ ตำรวจภูธรภาค 3 ทุกๆ ท่าน จงประสบแต่ความโชคดี มีความสุข มีความภาคภูมิใจในการทำงานในหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ มีกำลังกาย กำลังใจเข้มแข็งตลอดไป

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.รุทธพล มักได้รับความไว้วางใจให้ดูแลงานสำคัญๆ เช่น การรักษาความปลอดภัยและการจราจร การจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการ MotoGP สนามที่ 1 “PT Grand Prix of Thailand 2025” ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ และการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกจราจร ในพิธีเปิด การแข่งขันวิ่ง “บุรีรัมย์ มาราธอน“ ประจำปี 2568 (BURIRAM MARATHON 2025) ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ที่มี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการเปิดงาน

กระทั่ง ครม.อนุทิน 1 ได้ถูกจัดตั้งขึ้น ก็มีชื่อ พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ได้มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในโค้งสุดท้าย

เจาะลึก ประวัติ พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์

การเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของ พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ ถือเป็นก้าวสำคัญในชีวิตราชการของท่าน ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานในแวดวงตำรวจ ทำให้มีความเข้าใจในกระบวนการยุติธรรมอย่างลึกซึ้ง การได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสามารถและความเป็นผู้นำที่โดดเด่นของท่าน

เชื่อว่าภายใต้การนำของ พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ กระทรวงยุติธรรมจะสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรมยิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนและประเทศชาติ

ที่มา – ประวัติ พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม คนใหม่ในโผ ครม.อนุทิน 1