กสทช. ย้ำ! กฎหมายคุมค่าบริการมือถือหลังประมูล
กสทช. ย้ำ! มีกฎหมายกำกับดูแลค่าบริการมือถือหลังการประมูลคลื่นความถี่ ค่าบริการโทรศัพท์มือถือจะไม่ปรับเพิ่มขึ้นหลังการประมูลคลื่นความถี่ครั้งล่าสุดอย่างเเน่นอน เนื่องจากมีกฎหมายกำกับดูแลอัตราค่าบริการเป็นการทั่วไปอยู่แล้ว
สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ชี้เเจงเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเ้ว่าค่าบริการโทรศัพท์มือถือจะไม่ปรับเพิ่มขึ้นหลังการประมูลคลื่นความถี่ครั้งล่าสุด เนื่องจากมีกฎหมายกำกับดูแลอัตราค่าบริการเป็นการทั่วไปอยู่แล้ว ซึ่ง กสทช. ก็ต้องปฏิบัติตามและบังคับใช้กฎหมายเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ใช้บริการ พร้อมเดินหน้าใช้มาตรการส่งเสริมการแข่งขัน ด้วยการเปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมโครงข่ายเสมือน (Mobile Virtual Network Operator : MVNO) เข้าสู่ตลาดและเปิดบริการได้ง่ายขึ้น
การประกาศเช่นนี้ถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้บริโภค เพราะช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับภาระค่าใช้จ่ายที่อาจเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่การใช้งานโทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ตกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว การมีกฎหมายควบคุมดูแล ค่าบริการมือถือหลังการประมูลคลื่นความถี่ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยรักษาความเป็นธรรมและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งาน
กสทช. ย้ำ มีกฎหมายกำกับดูแลค่าบริการมือถือ หลังการประมูลคลื่นความถี่
การประมูลคลื่นความถี่ที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช. ได้กำหนดเงื่อนไขที่ผู้ชนะการประมูลต้องปฏิบัติตาม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการแข่งขันในตลาดให้เป็นธรรมมากขึ้น โดยเฉพาะการให้สิทธิ์ผู้ให้บริการรายย่อยหรือ MVNO เข้ามาใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกันได้ ซึ่งมาตรการนี้ถือเป็นมาตรการใหม่ที่การประมูลคลื่นความถี่ครั้งที่ผ่านมาไม่เคยระบุไว้ นับเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคและกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันด้านราคา
MVNO คืออะไร? ทำไมถึงช่วยลดค่าบริการมือถือได้
MVNO หรือผู้ให้บริการโทรคมนาคมโครงข่ายเสมือน คือ ผู้ให้บริการที่ไม่มีโครงข่ายโทรคมนาคมเป็นของตัวเอง แต่เช่าใช้โครงข่ายจากผู้ให้บริการรายใหญ่อีกทีหนึ่ง ทำให้ MVNO สามารถลดต้นทุนในการดำเนินงานและนำเสนอแพ็กเกจบริการที่หลากหลายและราคาถูกกว่าได้ การเปิดโอกาสให้ MVNO เข้าสู่ตลาดจึงเป็นการเพิ่มทางเลือกและอำนาจต่อรองให้กับผู้บริโภค
โดยทั้งสองค่ายใหญ่ที่ได้รับใบอนุญาตไป ต้องจัดให้มีบริการโครงข่ายโทรคมนาคมขนาดความจุอย่างน้อย 10% ของโครงข่ายที่ตัวเองมี ให้กับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบโครงข่ายเสมือน (MVNO) เมื่อมีคำขอรับบริการดังกล่าว ซึ่งมาตรการนี้เท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กสามารถเข้ามาทำธุรกิจให้บริการมือถือและอินเทอร์เน็ตได้ ถึงแม้จะไม่มีโครงข่ายเป็นของตัวเอง แต่ก็สามารถขอเช่าโครงข่ายจากค่ายมือถือเจ้าใหญ่ได้ ซึ่งจะเป็นการลดต้นทุนและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมกลไกการแข่งขันของสำนักงาน กสทช. ด้วย
การที่ กสทช. ออกมายืนยันถึงการมีกฎหมายกำกับดูแลค่าบริการมือถือหลังการประมูลคลื่นความถี่ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องผลประโยชน์ของผู้บริโภคและการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการแข่งขันที่เป็นธรรมในตลาดโทรคมนาคม อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคเองก็ควรติดตามข่าวสารและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับแพ็กเกจบริการต่างๆ อย่างละเอียด เพื่อเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับความต้องการและคุ้มค่าที่สุด
ดังนั้น การที่ กสทช. ย้ำ มีกฎหมายกำกับดูแลค่าบริการมือถือ หลังการประมูลคลื่นความถี่ จึงเป็นการส่งสัญญาณที่ดีต่อผู้บริโภคว่าค่าบริการจะไม่สูงขึ้นอย่างแน่นอน และยังมีโอกาสที่จะได้ใช้บริการที่ถูกและดีขึ้นด้วยซ้ำจากการแข่งขันของผู้ให้บริการ
ที่มา – กสทช. ย้ำ มีกฎหมายกำกับดูแลค่าบริการมือถือ หลังการประมูลคลื่นความถี่




















