วัน: 21 กันยายน 2025

กสทช. ย้ำ! กฎหมายคุมค่าบริการมือถือหลังประมูล

กสทช. ย้ำ! มีกฎหมายกำกับดูแลค่าบริการมือถือหลังการประมูลคลื่นความถี่ ค่าบริการโทรศัพท์มือถือจะไม่ปรับเพิ่มขึ้นหลังการประมูลคลื่นความถี่ครั้งล่าสุดอย่างเเน่นอน เนื่องจากมีกฎหมายกำกับดูแลอัตราค่าบริการเป็นการทั่วไปอยู่แล้ว

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ชี้เเจงเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเ้ว่าค่าบริการโทรศัพท์มือถือจะไม่ปรับเพิ่มขึ้นหลังการประมูลคลื่นความถี่ครั้งล่าสุด เนื่องจากมีกฎหมายกำกับดูแลอัตราค่าบริการเป็นการทั่วไปอยู่แล้ว ซึ่ง กสทช. ก็ต้องปฏิบัติตามและบังคับใช้กฎหมายเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ใช้บริการ พร้อมเดินหน้าใช้มาตรการส่งเสริมการแข่งขัน ด้วยการเปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมโครงข่ายเสมือน (Mobile Virtual Network Operator : MVNO) เข้าสู่ตลาดและเปิดบริการได้ง่ายขึ้น

การประกาศเช่นนี้ถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้บริโภค เพราะช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับภาระค่าใช้จ่ายที่อาจเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่การใช้งานโทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ตกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว การมีกฎหมายควบคุมดูแล ค่าบริการมือถือหลังการประมูลคลื่นความถี่ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยรักษาความเป็นธรรมและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งาน

กสทช. ย้ำ มีกฎหมายกำกับดูแลค่าบริการมือถือ หลังการประมูลคลื่นความถี่

การประมูลคลื่นความถี่ที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช. ได้กำหนดเงื่อนไขที่ผู้ชนะการประมูลต้องปฏิบัติตาม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการแข่งขันในตลาดให้เป็นธรรมมากขึ้น โดยเฉพาะการให้สิทธิ์ผู้ให้บริการรายย่อยหรือ MVNO เข้ามาใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกันได้ ซึ่งมาตรการนี้ถือเป็นมาตรการใหม่ที่การประมูลคลื่นความถี่ครั้งที่ผ่านมาไม่เคยระบุไว้ นับเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคและกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันด้านราคา

MVNO คืออะไร? ทำไมถึงช่วยลดค่าบริการมือถือได้

MVNO หรือผู้ให้บริการโทรคมนาคมโครงข่ายเสมือน คือ ผู้ให้บริการที่ไม่มีโครงข่ายโทรคมนาคมเป็นของตัวเอง แต่เช่าใช้โครงข่ายจากผู้ให้บริการรายใหญ่อีกทีหนึ่ง ทำให้ MVNO สามารถลดต้นทุนในการดำเนินงานและนำเสนอแพ็กเกจบริการที่หลากหลายและราคาถูกกว่าได้ การเปิดโอกาสให้ MVNO เข้าสู่ตลาดจึงเป็นการเพิ่มทางเลือกและอำนาจต่อรองให้กับผู้บริโภค

โดยทั้งสองค่ายใหญ่ที่ได้รับใบอนุญาตไป ต้องจัดให้มีบริการโครงข่ายโทรคมนาคมขนาดความจุอย่างน้อย 10% ของโครงข่ายที่ตัวเองมี ให้กับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบโครงข่ายเสมือน (MVNO) เมื่อมีคำขอรับบริการดังกล่าว ซึ่งมาตรการนี้เท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กสามารถเข้ามาทำธุรกิจให้บริการมือถือและอินเทอร์เน็ตได้ ถึงแม้จะไม่มีโครงข่ายเป็นของตัวเอง แต่ก็สามารถขอเช่าโครงข่ายจากค่ายมือถือเจ้าใหญ่ได้ ซึ่งจะเป็นการลดต้นทุนและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมกลไกการแข่งขันของสำนักงาน กสทช. ด้วย

การที่ กสทช. ออกมายืนยันถึงการมีกฎหมายกำกับดูแลค่าบริการมือถือหลังการประมูลคลื่นความถี่ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องผลประโยชน์ของผู้บริโภคและการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการแข่งขันที่เป็นธรรมในตลาดโทรคมนาคม อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคเองก็ควรติดตามข่าวสารและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับแพ็กเกจบริการต่างๆ อย่างละเอียด เพื่อเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับความต้องการและคุ้มค่าที่สุด

ดังนั้น การที่ กสทช. ย้ำ มีกฎหมายกำกับดูแลค่าบริการมือถือ หลังการประมูลคลื่นความถี่ จึงเป็นการส่งสัญญาณที่ดีต่อผู้บริโภคว่าค่าบริการจะไม่สูงขึ้นอย่างแน่นอน และยังมีโอกาสที่จะได้ใช้บริการที่ถูกและดีขึ้นด้วยซ้ำจากการแข่งขันของผู้ให้บริการ

ที่มา – กสทช. ย้ำ มีกฎหมายกำกับดูแลค่าบริการมือถือ หลังการประมูลคลื่นความถี่

5 ข้อหา! แก๊งวัยรุ่นกระทืบทีมงานหมอลำดัง

กลายเป็นข่าวใหญ่โต! แก๊งวัยรุ่น 6 คนถูกจับกุมหลังก่อเหตุทำร้ายร่างกายทีมงานหมอลำชื่อดัง “ดอกเหมยเพ็ญนภา สมสุข” ขณะทำการแสดงในงานประเพณีแข่งเรือที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่วัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวไม่พอใจที่ถูกเตือนเรื่องการขึ้นไปเต้นบนลำโพงหน้าเวที “แสนชัย” และ “ดอกเหมย” ยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพื่อเป็นตัวอย่าง ในขณะที่กลุ่มวัยรุ่นยอมรับผิดและกล่าวขอโทษ โดยอ้างว่าเกิดจากอาการมึนเมา เบื้องต้น ตำรวจได้แจ้ง 5 ข้อหา

จากกรณีแก๊งวัยรุ่นกระทืบทีมงานหมอลำดังดอกเหมยเพ็ญนภา สมสุข ที่กำลังแสดงในงานประเพณีแข่งเรือ อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ หลังจากถูกเตือนห้ามเต้นบนลำโพงหน้าเวที นายสุทิวัส เช่นพิมาย หรือ “แสนสะท้าน พีเคแสนชัยมวยไทยยิม” อดีตแชมป์โลกมวยไทย ได้พยายามเข้าปกป้องทีมงาน ทำให้เกิดการชุลมุนขึ้น ทีมงานหมอลำและประชาชนได้บันทึกคลิปเหตุการณ์และเผยแพร่ในโลกโซเชียล พล.ต.ต.ศิรสัณห์ เยื้อนสงวนชัย ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ได้สั่งการให้ตำรวจเร่งรวบรวมหลักฐานและนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.ศิรสัณห์ เยื้อนสงวนชัย ได้ลงพื้นที่ติดตามคดีและเข้าพบกับผู้เสียหาย แสนสะท้าน และดอกเหมย พร้อมทีมงานหมอลำ ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมในการดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุทุกราย

จากนั้น พล.ต.ต.ศิรสัณห์ ได้สอบถามกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุ หลังจากที่เข้ามอบตัว และชุดสืบสวน สภ.กมลาไสย ร่วมกับชุดสืบสวน ภ.จว.กาฬสินธุ์ ได้จับกุมผู้ก่อเหตุได้ 6 คน

ภาพเหตุการณ์แก๊งวัยรุ่นกระทืบทีมงานหมอลำดัง

พล.ต.ต.ศิรสัณห์ เยื้อนสงวนชัย กล่าวว่า หลังได้รับรายงานเหตุการณ์ ได้สั่งการให้ตำรวจเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็ว เบื้องต้นจับกุมได้ 6 คน ได้แก่ 1.นายจักรพงษ์ นาชัยดี อายุ 26 ปี 2.นายณัฐพงศ์ กุดวิเทศ อายุ 31 ปี 3.ชัยวิวัฒน์ วันดี อายุ 35 ปี 4.นายมนูญ อนันเอื้อ อายุ 26 ปี 5.นายอภิสิทธิ์ เลิศล้ำ อายุ 30 ปี และ 6.นายศุภชัย มองทรัพย์ อายุ 30 ปี

ผู้ต้องหาแก๊งวัยรุ่นกระทืบทีมงานหมอลำดัง

พล.ต.ต.ศิรสัณห์ กล่าวต่อว่า จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหายอมรับว่าก่อเหตุจริง โดยอ้างว่าดื่มสุราจนเมาและรู้สึกเสียหน้าที่ถูกเตือนไม่ให้ขึ้นไปเต้นบนลำโพงหน้าเวที ชัยวิวัฒน์ ตัวแทนกลุ่มผู้ก่อเหตุ ได้กล่าวขอโทษและยกมือไหว้ขอโทษ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ได้แก่ 1.ทำให้เสียทรัพย์ 2.ร่วมกันบุกรุก 3.ร่วมกันทำร้ายร่างกาย 4.พกพาอาวุธมีดไปในชุมชนเมืองหมู่บ้าน และ 5.ร่วมกันทำให้ผู้อื่นตกใจกลัวโดยการขู่เข็ญ นอกจากนี้ ยังได้นำตัวผู้ต้องหาไปตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด หากพบสารเสพติด จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติม

นายสุทิวัส เช่นพิมาย หรือแสนสะท้าน พีเคแสนชัยมวยไทยยิม และนางสาวเพ็ญนภา จิตงาม หรือดอกเหมยเพ็ญนภา สมสุข ได้เข้าให้ปากคำกับตำรวจเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

นายสุทิวัส กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ มีคนแจ้งว่ามีกลุ่มวัยรุ่นเต้นอยู่บนเวทีหน้าลำโพง และการ์ดของวงได้เตือนจนเกิดความไม่พอใจ จากนั้นกลุ่มวัยรุ่นได้พยายามบุกเข้ามาด้านหลังเวที ซึ่งมีแต่หางเครื่องผู้หญิงและทีมงานผู้ชายบางส่วน ตนจึงพยายามห้ามและปกป้องทีมงาน ทำให้ต้องป้องกันตัวและปกป้องทีมงาน

แสนสะท้านและดอกเหมยให้ปากคำกับตำรวจ

นางสาวเพ็ญนภา จิตงาม กล่าวว่า ทีมงานตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน จึงอยากให้ตำรวจดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง

แก๊งวัยรุ่นกระทืบทีมงานหมอลำดัง

เหตุการณ์ แก๊งวัยรุ่นกระทืบทีมงานหมอลำดัง ครั้งนี้ เป็นบทเรียนสำคัญว่าการขาดสติ และความมึนเมานำมาซึ่งปัญหามากมาย ไม่เพียงแต่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน แต่ยังส่งผลเสียต่อตนเองอีกด้วย การเคารพกฎหมายและให้เกียรติผู้อื่น เป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรตระหนัก

ข้อหาหนัก! รุมทำร้ายทีมงานหมอลำดัง

.

แก๊งวัยรุ่นกระทืบทีมงานหมอลำดัง ถือเป็นอุทาหรณ์สะท้อนสังคมให้เห็นถึงความสำคัญของการควบคุมอารมณ์และการยับยั้งชั่งใจ การกระทำที่ขาดสติเพียงชั่ววูบอาจนำมาซึ่งผลเสียร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและอนาคตของตนเองและผู้อื่น

ที่มา – โดน 5 ข้อหา แก๊งวัยรุ่นกระทืบทีมงานหมอลำดัง เมาเสียหน้า ถูกเตือนห้ามเต้นบนลำโพง

วิธีถอยจอดขนานขอบทางแบบง่ายๆ มือใหม่ก็ทำได้!

การขับรถเข้าจอดแบบขนานขอบทางอาจดูเหมือนง่าย แต่สำหรับมือใหม่แล้ว การควบคุมพวงมาลัยที่ไม่คล่องแคล่ว หรือการประเมินมุมที่ไม่แม่นยำ อาจทำให้การจอดขนานกลายเป็นเรื่องท้าทาย จนบางครั้งหลายคนเลี่ยงที่จะจอดด้วยวิธีนี้ไปเลย เพราะเคยมีประสบการณ์ถอยเบียดรถคันอื่น หรือต้องขยับรถไปมาหลายครั้งกว่าจะจอดได้ แถมยังกินพื้นที่ถนนอีกด้วย วันนี้เรามี วิธีถอยจอดขนานขอบทางแบบง่ายๆ มาฝากกันครับ

เมื่อต้องการถอยหลังเพื่อเข้าจอดขนานกับขอบทาง โดยมีรถจอดอยู่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เหลือช่องว่างตรงกลางที่ดูเหมือนจะพอดี การวนหาที่จอดใหม่อาจเสียเวลามากกว่า โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ที่มีรถยนต์หนาแน่น การถอยหลังเพื่อจอดแบบขนานขอบทางจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก แม้จะดูเหมือนยากกว่าการเดินหน้าจอดก็ตาม หากมีพื้นที่ให้หักพวงมาลัยมากพอ การขับถอยหลังเข้าจอดมักใช้พื้นที่น้อยกว่า แต่สิ่งสำคัญคือต้องประเมินให้แน่ใจว่าช่องว่างนั้นไม่แคบเกินไป สำหรับรถกระบะที่มีช่วงยาวกว่ารถเก๋งทั่วไป ก็อาจต้องการพื้นที่ในการถอยมากกว่าปกติ

สำหรับนักขับทั่วไป ควรมีช่องว่างเท่ากับความยาวของรถที่ขับ บวกเพิ่มอีกประมาณ 3 เมตร หรือประมาณหนึ่งเท่าครึ่งของความยาวรถ เมื่อจอดเรียบร้อยแล้ว ควรเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าและคันหลังอย่างน้อย 1 เมตร เพื่อให้รถคันอื่นสามารถออกจากที่จอดได้สะดวก

วิธีถอยจอดขนานขอบทางแบบง่ายๆ

ในความเป็นจริง การจอดรถขนานขอบทางในเมืองที่การจราจรหนาแน่นอย่างกรุงเทพฯ นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป ยิ่งไปกว่านั้น จิตสำนึกของผู้ขับขี่บางท่านที่จอดรถโดยไม่คำนึงถึงผู้อื่น ก็ยิ่งทำให้การจอดรถขนานขอบทางเป็นเรื่องที่ท้าทายยิ่งขึ้น

การเหลือพื้นที่ให้รถคันข้างหน้าหรือข้างหลังสามารถเคลื่อนตัวออกจากที่จอดได้โดยสะดวก เป็นเรื่องของน้ำใจและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ก่อนที่คุณจะเริ่มถอยหลังเข้าจอดแบบขนานในพื้นที่จำกัด อย่าลืมใช้สูตรสำเร็จง่ายๆ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ มองกระจกข้าง ให้สัญญาณไฟ และค่อยๆ ถอยรถเข้าจอดอย่างระมัดระวัง การทำตามขั้นตอนอย่างช้าๆ และไม่เร่งรีบ จะช่วยลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้

เคล็ดลับ: ฝึกฝนวิธีถอยจอดขนานขอบทางแบบง่ายๆ

หากคุณไม่มั่นใจว่าจะสามารถถอยจอดขนานได้อย่างถูกต้องหรือไม่ ลองหาพื้นที่ว่างเปล่าและฝึกฝนทักษะนี้ดู การฝึกฝนบ่อยๆ จะช่วยให้คุณคุ้นเคยกับมุมเลี้ยวและการใช้พวงมาลัยมากขึ้น จนเกิดเป็นความชำนาญและมั่นใจในการจอดรถมากขึ้น

ขั้นตอนการฝึกฝน

  1. เริ่มด้วยการขับรถไปเทียบกับรถคันหน้าที่คุณต้องการจอดต่อท้าย โดยรักษาระยะห่างประมาณครึ่งเมตร
  2. ปรับตำแหน่งให้กันชนหลังของรถคุณเสมอกับกันชนหลังของรถคันหน้า
  3. เข้าเกียร์ถอยหลัง แล้วค่อยๆ ปล่อยเบรกพร้อมกับหมุนพวงมาลัยไปทางซ้ายจนสุด
  4. เมื่อรถทำมุมกับขอบถนนประมาณ 45 องศา หรือเมื่อกระจกมองข้างด้านซ้ายของคุณอยู่ในแนวเดียวกับกันชนหลังของรถคันหน้า ให้คืนพวงมาลัยให้ล้อตรง
  5. ถอยหลังต่อไปช้าๆ โดยไม่ต้องเหยียบคันเร่งเพิ่ม
  6. เมื่อกันชนหน้าของคุณอยู่ในระดับเดียวกับกันชนหลังของรถคันหน้า ให้หมุนพวงมาลัยไปทางขวาจนสุด
  7. เมื่อล้อหลังด้านซ้ายของคุณเกือบจะชิดกับขอบฟุตบาท ให้หมุนพวงมาลัยกลับไปทางซ้ายจนสุด
  8. เปลี่ยนเป็นเกียร์เดินหน้า และปรับพวงมาลัยให้ตรงเล็กน้อย เพื่อปรับแนวรถให้ขนานกับขอบถนน
  9. ปรับระยะห่างระหว่างรถของคุณกับรถคันหน้าและคันหลังให้เหมาะสม

การถอยเข้าจอดทางขนานที่ถูกต้อง จะทำให้รถของคุณมีระยะห่างจากขอบฟุตบาทประมาณ 25-30 เซนติเมตร และไม่กีดขวางการจราจร หรือสร้างความเดือดร้อนให้กับรถคันอื่นๆ

ข้อควรจำ:

  • ใจเย็นๆ และอย่าเร่งรีบ
  • มองกระจกข้างและให้สัญญาณไฟอย่างสม่ำเสมอ
  • ปรับพวงมาลัยอย่างนุ่มนวล
  • ระมัดระวังรถคันอื่นๆ ที่สัญจรไปมา

การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณเชี่ยวชาญ วิธีถอยจอดขนานขอบทางแบบง่ายๆ และจอดรถได้อย่างมั่นใจในทุกสถานการณ์

ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หัดขับ หรือผู้ที่มีประสบการณ์ในการขับขี่มาแล้ว การฝึกฝนและทำความเข้าใจ วิธีถอยจอดขนานขอบทางแบบง่ายๆ จะช่วยให้คุณสามารถจอดรถได้อย่างมั่นใจ และปลอดภัยยิ่งขึ้น

ที่มา – วิธีถอยจอดขนานขอบทางแบบง่ายๆ

พบศพชายดับปริศนา คลองบางขุนเทียน ตร.เร่งไข

ตำรวจ สน.บางมด กำลังเร่งสืบสวนคดี พบศพชายดับปริศนาลอยน้ำคลองบางขุนเทียน ตำรวจเร่งหาสาเหตุที่แท้จริง เพื่อไขปริศนาการเสียชีวิตและติดตามหาญาติของผู้เสียชีวิตมารับศพไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา

เมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 20 กันยายน 2568 ร.ต.อ.สุวิจักขณ์ น้อยศรี รอง สว.(สอบสวน) สน.บางมด ได้รับแจ้งเหตุ พบศพชายดับปริศนาลอยน้ำคลองบางขุนเทียน ตำรวจเร่งหาสาเหตุที่แท้จริง บริเวณท่าน้ำฝั่งตรงข้ามวัดบางขุนเทียน ซอยจอมทอง 13 แยกซอย 4 ถนนจอมทอง แขวงและเขตจอมทอง กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรภาควิชานิติเวชศาสตร์ รพ.ศิริราช และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ในที่เกิดเหตุ พบศพชาย 1 ราย ลอยคว่ำหน้าอยู่ในน้ำ สวมเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีดำ กางเกงยีนส์ขาสามส่วนสีดำ ไม่สวมรองเท้า ผมสั้นหงอกขาวทั้งศีรษะ อายุประมาณ 50-60 ปี รูปร่างสันทัด ผิวดำแดง สูงประมาณ 160-165 ซม. จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบร่องรอยบาดแผลแตกที่คิ้วข้างซ้ายยาวประมาณ 1 ซม. ตาปูดบวมเขียวช้ำทั้งสองข้าง และมีเลือดออกที่ตาข้างซ้าย ภายในตัวผู้ตายไม่พบเอกสารใดๆ ที่สามารถระบุตัวตนได้ และไม่พบทรัพย์สินมีค่า คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 48 ชั่วโมง

นายไพรวรรณ์ บุญฝุ้ง อายุ 59 ปี ผู้ที่พบศพเป็นคนแรก ให้การว่า ขณะที่ตนกำลังตกปลาเล่นกับน้องชายในช่วงที่ฝนเพิ่งหยุดตก น้องชายสังเกตเห็นวัตถุลอยน้ำมา ตอนแรกคิดว่าเป็นตุ๊กตา แต่เมื่อใช้ไม้เขี่ยดูและได้กลิ่นเหม็นโชยมา จึงทราบว่าเป็นศพ ตนและน้องชายจึงช่วยกันนำศพมาผูกไว้ที่บันไดท่าน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้ศพลอยไปไกลกว่าเดิม คาดว่าศพน่าจะลอยมาจากทางวัดบางขุนเทียนนอก

พบศพชายดับปริศนาลอยน้ำคลองบางขุนเทียน ตำรวจเร่งหาสาเหตุที่แท้จริง

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มอบหมายให้มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำศพส่งชันสูตรที่ รพ.ศิริราช เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริง พร้อมทั้งเร่งสืบสวนสอบสวนเพื่อระบุตัวผู้ตาย และติดตามหาญาติให้มารับศพไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป

ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามในคดี พบศพชายดับปริศนาลอยน้ำคลองบางขุนเทียน

  • การระบุตัวตนของผู้เสียชีวิต: เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบลายนิ้วมือและประวัติคนหาย เพื่อระบุตัวตนของผู้เสียชีวิต
  • สาเหตุการเสียชีวิต: การชันสูตรศพอย่างละเอียดจะช่วยไขปริศนาสาเหตุการเสียชีวิต ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ ฆาตกรรม หรือการเสียชีวิตโดยธรรมชาติ
  • การติดตามหาญาติ: การแจ้งข่าวการเสียชีวิตให้ญาติทราบ ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการจัดการศพ และให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เสียชีวิต

คดี พบศพชายดับปริศนาลอยน้ำคลองบางขุนเทียน ตำรวจเร่งหาสาเหตุที่แท้จริง ยังคงต้องติดตามความคืบหน้ากันต่อไป ทางเราจะรายงานความคืบหน้าของคดีนี้ให้ทราบต่อไป

ในระหว่างที่รอผลการสืบสวนสอบสวน เราขอเตือนให้ประชาชนระมัดระวังในการเดินทางสัญจรทางน้ำ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มีน้ำท่วม และกระแสน้ำเชี่ยว เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน และหากพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือบุคคลที่อาจได้รับอันตราย ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

ที่มา – พบศพชายดับปริศนาลอยน้ำคลองบางขุนเทียน ตำรวจเร่งหาสาเหตุที่แท้จริง

สภาพอากาศวันนี้: ไทยตอนบนฝนหนัก กทม.ฝน 60%

เตรียมตัวรับมือ! กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ สภาพอากาศวันนี้ ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตาก จันทบุรี และตราด ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนสะสม

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา (tmd.go.th) รายงาน สภาพอากาศวันนี้ โดยระบุว่า ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ทำให้หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับฝนฟ้าคะนอง

สำหรับชาวเรือ บริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้เดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงบริเวณฝนฟ้าคะนองเพื่อความปลอดภัย

สภาพอากาศวันนี้ พยากรณ์อากาศประเทศไทย

พยากรณ์อากาศตั้งแต่ 06:00 น. วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้:

ภาคเหนือ:

ฝนฟ้าคะนอง 70% ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน ลำปาง ลำพูน ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 5-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ:

ฝนฟ้าคะนอง 70% ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งในจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี หนองบัวลำภู ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคกลาง:

ฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งในจังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี และกาญจนบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออก:

ฝนฟ้าคะนอง 70% ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งในจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก):

ฝนฟ้าคะนอง 10% ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร, ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก):

ฝนฟ้าคะนอง 20% ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง และพังงา อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพและปริมณฑล:

มีฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

สรุป สภาพอากาศวันนี้ หลายพื้นที่ในประเทศไทยยังคงต้องเผชิญกับฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนัก โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประชาชนควรติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

ดังนั้น เตรียมร่ม พกเสื้อกันฝน และวางแผนการเดินทางล่วงหน้า เพื่อให้คุณสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างราบรื่น แม้ สภาพอากาศวันนี้ จะไม่เป็นใจนัก

ที่มา – สภาพอากาศวันนี้ ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักบางแห่ง กทม. เจอฝน 60%

เพนตากอนเพิ่มข้อจำกัดสื่อสหรัฐฯ รายงานข่าวเกี่ยวกับกองทัพ

เพนตากอนเพิ่มข้อจำกัดสื่อสหรัฐฯ รายงานข่าวเกี่ยวกับกองทัพ กลายเป็นประเด็นร้อนแรง เมื่อกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ได้ประกาศข้อจำกัดใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อการรายงานข่าวของสื่อมวลชนเกี่ยวกับกองทัพสหรัฐฯ โดยมีเป้าหมายเพื่อควบคุมข้อมูลที่เผยแพร่สู่สาธารณะ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เพนตากอนได้กำหนดแนวทางใหม่สำหรับสื่อที่ต้องการรายงานข่าวเกี่ยวกับกองทัพ โดยสื่อจะต้องให้คำมั่นว่าจะไม่เปิดเผยข้อมูลใดๆ ที่ไม่ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการ และยังมีการจำกัดการเคลื่อนไหวของนักข่าวภายในกระทรวงกลาโหมอีกด้วย นี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อเสรีภาพในการรายงานข่าว

แนวทางปฏิบัติใหม่นี้ถูกระบุไว้ในบันทึกข้อความที่แจกจ่ายให้กับนักข่าว ซึ่งกำหนดให้พวกเขาต้องลงนามในคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อรับปากว่าจะปฏิบัติตามข้อกำหนด มิฉะนั้นอาจถูกเพิกถอนบัตรประจำตัวสื่อ นี่เป็นมาตรการที่เข้มงวดและอาจสร้างความกังวลให้กับสื่อมวลชน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการควบคุมการนำเสนอข่าวของสื่อในเรื่องนโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบัน หลังจากที่เคยมีประเด็นเกี่ยวกับการรายงานข่าวเชิงลบและการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความถูกต้องตามกฎหมายของการรายงานข่าว

บันทึกข้อความระบุว่า เพนตากอนยังคงยึดมั่นในความโปร่งใส แต่ข้อมูลจะต้องได้รับการอนุมัติให้เผยแพร่ต่อสาธารณะโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจที่เหมาะสมก่อน แม้ว่าข้อมูลนั้นจะไม่ถูกจัดเป็นชั้นความลับก็ตาม นอกจากนี้ยังมีการจำกัดการเผยแพร่ข้อมูลที่ได้มาจากเจ้าหน้าที่ที่ไม่เปิดเผยชื่อ

ข้อจำกัดใหม่นี้ครอบคลุมทั้งข้อมูลที่เป็นความลับและข้อมูลที่ไม่เป็นความลับแต่มีการควบคุม ซึ่งหมายความว่าข้อมูลจำนวนมากที่เคยสามารถเข้าถึงได้อาจถูกจำกัดการเผยแพร่

บันทึกข้อความยังให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อจำกัดใหม่เกี่ยวกับสถานที่ที่นักข่าวประจำเพนตากอนสามารถเดินทางเข้าไปได้โดยไม่มีเจ้าหน้าที่นำทาง ซึ่งจะจำกัดการเข้าถึงพื้นที่ต่างๆ ภายในสำนักงานใหญ่ของกระทรวง

กฎใหม่นี้เกิดขึ้นหลังจากที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงครามเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากการแชร์ข้อมูลกำหนดเวลาการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ในเยเมนลงในกลุ่ม Signal ที่มีนักข่าวอยู่ด้วย ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคง

เพนตากอนเพิ่มข้อจำกัดสื่อสหรัฐฯ รายงานข่าวเกี่ยวกับกองทัพ

การที่เพนตากอนเพิ่มข้อจำกัดสื่อสหรัฐฯ รายงานข่าวเกี่ยวกับกองทัพ ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับเสรีภาพในการรายงานข่าวและบทบาทของสื่อมวลชนในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล การเข้าถึงข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญสำหรับสื่อในการทำหน้าที่ของตน แต่การควบคุมข้อมูลอาจนำไปสู่การขาดความโปร่งใสและความรับผิดชอบ

ผลกระทบจากการที่เพนตากอนเพิ่มข้อจำกัดสื่อสหรัฐฯ รายงานข่าวเกี่ยวกับกองทัพ

ผลกระทบของการที่เพนตากอนเพิ่มข้อจำกัดสื่อสหรัฐฯ รายงานข่าวเกี่ยวกับกองทัพ อาจมีหลายด้าน ตั้งแต่การลดลงของข้อมูลที่สื่อสามารถเข้าถึงได้ ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงในวิธีการรายงานข่าวเกี่ยวกับกองทัพสหรัฐฯ สื่ออาจต้องพึ่งพาข้อมูลที่ได้รับการอนุมัติจากทางการมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อความเป็นอิสระในการรายงานข่าว

  • ลดการเข้าถึงข้อมูล: สื่ออาจไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับกองทัพได้
  • การรายงานข่าวที่ถูกจำกัด: สื่ออาจต้องรายงานข่าวตามมุมมองที่ทางการต้องการ
  • ความเชื่อมั่นของสาธารณชน: ข้อจำกัดอาจทำให้สาธารณชนไม่มั่นใจในการรายงานข่าวของสื่อ

การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจทำให้การรายงานข่าวเกี่ยวกับกองทัพสหรัฐฯ มีความท้าทายมากขึ้น และอาจส่งผลกระทบต่อความเข้าใจของสาธารณชนเกี่ยวกับบทบาทและการดำเนินงานของกองทัพ

สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของความสัมพันธ์ระหว่างสื่อและรัฐบาล การรักษาความสมดุลระหว่างความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และความมั่นคงเป็นสิ่งสำคัญ การที่เพนตากอนเพิ่มข้อจำกัดสื่อสหรัฐฯ รายงานข่าวเกี่ยวกับกองทัพ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในภูมิทัศน์ของสื่อในสหรัฐอเมริกา

การที่เพนตากอนเพิ่มข้อจำกัดสื่อสหรัฐฯ รายงานข่าวเกี่ยวกับกองทัพ อาจส่งผลให้ประชาชนได้รับข้อมูลด้านเดียว และอาจนำไปสู่การขาดความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง สื่อจึงมีบทบาทสำคัญในการนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องและรอบด้าน เพื่อให้ประชาชนสามารถตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลครบถ้วน

ที่มา – เพนตากอนเพิ่มข้อจำกัดสื่อสหรัฐฯ รายงานข่าวเกี่ยวกับกองทัพ

ดูรายการ Match of the Day ฉบับเต็ม!

สำหรับแฟนบอลชาวไทยที่ต้องการติดตามข่าวสารและไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกแบบจัดเต็ม ขอแนะนำรายการ ดูรายการ Match of the Day รายการวิเคราะห์เกมลูกหนังชื่อดังจาก BBC ที่จะมาสรุปผลการแข่งขัน, ช็อตเด็ด, และประเด็นร้อนๆ ในแต่ละสัปดาห์ให้คุณได้รับชมกันแบบจุใจ

ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนทีมไหน, ชื่นชอบนักเตะคนใด, หรืออยากจะตามติดสถานการณ์ในลีกสูงสุดของอังกฤษ, ดูรายการ Match of the Day คือรายการที่คุณไม่ควรพลาด! เตรียมตัวพบกับการวิเคราะห์เกมอย่างละเอียดจากกูรูลูกหนัง, ภาพสโลว์โมชั่นสุดคมชัด, และบทสัมภาษณ์พิเศษจากนักเตะและผู้จัดการทีม

ดูรายการ Match of the Day

รายการนี้ไม่ได้มีดีแค่ไฮไลท์ เพราะ ดูรายการ Match of the Day ยังนำเสนอเรื่องราวเบื้องหลัง, สถิติที่น่าสนใจ, และประเด็นนอกสนามที่อาจส่งผลต่อผลการแข่งขัน ทำให้คุณเข้าใจเกมฟุตบอลอย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น

สำหรับฤดูกาล 2025/26 นี้, รายการ ดูรายการ Match of the Day ยังคงอัดแน่นไปด้วยคุณภาพเช่นเคย โดยมี Kelly Cates รับหน้าที่เป็นพิธีกรหลัก พร้อมด้วยเหล่ากูรูมากประสบการณ์ที่จะมาวิเคราะห์เกมกันอย่างเข้มข้น

ทำไมต้องดูรายการ Match of the Day?

  • สรุปผลการแข่งขันพรีเมียร์ลีกทุกคู่แบบครบถ้วน
  • วิเคราะห์เกมอย่างละเอียดจากกูรูลูกหนัง
  • ชมไฮไลท์และช็อตเด็ดสุดคมชัด
  • ติดตามข่าวสารและประเด็นร้อนๆ ในวงการฟุตบอล
  • เข้าใจเกมลูกหนังอย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น

ตัวอย่างเช่น ในสัปดาห์ล่าสุด (20 กันยายน 2025), รายการได้นำเสนอไฮไลท์จากเกม Merseyside derby ที่ Anfield, และเกม Manchester United ปะทะ Chelsea ที่ Old Trafford ซึ่งเต็มไปด้วยประตูสวยๆ, จังหวะพลิกผัน, และการตัดสินใจที่ค้านสายตา

นอกจากนี้, รายการยังมีการวิเคราะห์เจาะลึกถึงแท็คติกของทั้งสองทีม, ฟอร์มการเล่นของนักเตะสำคัญ, และผลกระทบจากอาการบาดเจ็บของผู้เล่น

ดูรายการ Match of the Day ออกอากาศทุกคืนวันเสาร์และอาทิตย์ทาง BBC iPlayer และช่องทางอื่นๆ ของ BBC Sport อย่าลืมติดตามชมเพื่อไม่พลาดทุกข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกฟุตบอล

เตรียมพบกับความสนุก, เข้มข้น, และครบเครื่องของรายการวิเคราะห์เกมลูกหนังที่ดีที่สุด! ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนบอลขาจรหรือแฟนบอลพันธุ์แท้, ดูรายการ Match of the Day จะไม่ทำให้คุณผิดหวัง

แล้วคุณล่ะ, คิดว่าทีมไหนจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้? มาร่วมแสดงความคิดเห็นและติดตามชมรายการ ดูรายการ Match of the Day ไปด้วยกัน!

ที่มา – Watch Match of the Day

ยูเครนโวย! รัสเซียยิงมิสไซล์-โดรน 600 ลำ โจมตี

ยูเครนออกมาโวย! รัสเซียยิง มิสไซล์และโดรนกว่า 600 ลำ โจมตี หลายพื้นที่ ทำให้มีผู้เสียชีวิตเเละบาดเจ็บจำนวนมาก ขณะที่รัสเซียเองก็ออกมากล่าวหาว่า ยูเครนส่งโดรนมาโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของพวกเขาเช่นกัน สถานการณ์ตึงเครียดนี้กำลังทวีความรุนเเรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ยูเครนโวยรัสเซียยิงมิสไซล์-โดรน 600 ลำ โจมตีครั้งใหญ่

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดียูเครน โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ได้ออกมาเปิดเผยว่า รัสเซียได้ทำการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ในหลายพื้นที่ของยูเครนในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา การโจมตีครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย และมีผู้บาดเจ็บมากกว่า 30 ราย สร้างความเสียหายเเละความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน

เซเลนสกีกล่าวเพิ่มเติมว่า แคว้นดนีโปรเปตรอฟสก์, มีโคลาอิฟ, เชอร์นิฮิฟ, ซาปอริชเชีย, โปลตาวา, เคียฟ, โอเดสซา, ซูมี และคาร์คิฟ ล้วนตกเป็นเป้าหมายของการโจมตี ซึ่งเขาเชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ที่รัสเซียใช้เพื่อข่มขู่พลเรือนเเละทำลายโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของยูเครน มีรายงานว่ามิสไซล์ลูกหนึ่งพุ่งเข้าชนอาคารที่พักอาศัยโดยตรง สร้างความเสียหายอย่างหนัก

กองทัพยูเครนระบุว่า รัสเซียได้ส่งโดรนเเละมิสไซล์รวมกันถึง 619 ลูก เข้ามาโจมตีในดินแดนของพวกเขา ทำให้ระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเครนต้องทำงานอย่างหนักเพื่อสกัดกั้นการโจมตีเหล่านี้ ในขณะที่กระทรวงกลาโหมของรัสเซียออกมาอ้างว่า พวกเขาได้ทำการโจมตีครั้งใหญ่ด้วยอาวุธที่มีความเเม่นยำสูง โดยมุ่งเป้าไปที่สิ่งอำนวยความสะดวกด้านอุตสาหกรรมกองทัพของยูเครน

ในขณะเดียวกัน วียาเชสลาฟ เฟโดริชเชฟ ผู้ว่าการเเคว้นซามาราของรัสเซีย ได้ออกมาเปิดเผยว่า ยูเครนได้ส่งโดรนเข้ามาโจมตีในพื้นที่ของตน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย เเละมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ซึ่งเป็นการตอบโต้การโจมตีของรัสเซียอย่างชัดเจน

ยูเครนตอบโต้ รัสเซียยิงมิสไซล์-โดรน 600 ลำ โจมตี

กองทัพยูเครนอ้างว่า โดรนของพวกเขาได้ทำการโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน “โนโวคุยบีเชฟสก์” ในแคว้นซามารา เเละโรงกลั่นน้ำมัน “ซาราตอฟ” ซึ่งอยู่ในเเคว้นใกล้เคียงเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา เป็นการเพิ่มความตึงเครียดให้กับสถานการณ์มากยิ่งขึ้น

การโจมตีข้ามพรมแดนด้วยโดรน ได้กลายเป็นวิธีที่ทั้งยูเครนเเละรัสเซียใช้ในการโจมตีซึ่งกันเเละกันมากยิ่งขึ้น โดยเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ยูเครนได้ทำการโจมตีด้วยโดรนอย่างต่อเนื่อง จนทำให้สนามบินทั้งหมดในกรุงมอสโกต้องปิดทำการเป็นการชั่วคราว

นอกจากนี้ ยูเครนยังมุ่งเป้าไปที่การโจมตีโรงกลั่นน้ำมันเเละโรงงานอุตสาหกรรมที่สำคัญอื่นๆ ของรัสเซียอย่างเป็นระบบ เนื่องจากสถานที่เหล่านี้มีบทบาทที่สำคัญในการขับเคลื่อนความพยายามในการทำสงครามของรัสเซียในยูเครน

ในขณะเดียวกัน รัสเซียก็ได้ยกระดับการโจมตีทางอากาศในยูเครนในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้สถานการณ์ในยูเครนมีความรุนเเรงมากยิ่งขึ้น โดยที่เคียฟ เเละพันธมิตรตะวันตก รวมถึงสหรัฐอเมริกา ยังคงเรียกร้องอย่างต่อเนื่องให้มีการหยุดยิง เพื่อลดความสูญเสียเเละความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสงคราม

สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างยูเครนเเละรัสเซียยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงง่ายๆ การ ยิงมิสไซล์เเละโดรนกว่า 600 ลำ โจมตี ในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่เเสดงให้เห็นถึงความรุนเเรงของสงคราม เเละผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนผู้บริสุทธิ์ ทั้งสองฝ่ายควรหาทางออกโดยสันติวิธี เพื่อยุติความขัดแย้งเเละนำมาซึ่งสันติภาพที่ยั่งยืน

ที่มา – ยูเครนโวยรัสเซียยิงมิสไซล์-โดรน 600 ลำ โจมตีครั้งใหญ่ ตายเจ็บนับสิบ

เขาควรอยู่ในประวัติศาสตร์! แฟร์นานเดสแกร่ง

เขาควรอยู่ในประวัติศาสตร์! แฟร์นานเดสแกร่ง

สองช่วงเวลาในเกมที่ 200 ของบรูโน แฟร์นานเดสกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สรุปความสำคัญของเขาที่มีต่อทีมของรูเบน อโมริมได้เป็นอย่างดี

ช่วงแรกเกิดขึ้นในอีกเจ็ดนาทีก่อนจบเกมที่ ยูไนเต็ดเอาชนะเชลซี 2-1 ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่อเขาฉกบอลจากรีซ เจมส์ กัปตันทีมเชลซี วิ่งขึ้นหน้าไป 40 หลา และถูกฟิลิป ยอร์เกนเซ่น ป้องกันไว้ได้

แฟร์นานเดสตอบโต้ด้วยการคำรามใส่สเตรทฟอร์ด เอนด์ “มาเลย” เขากระโกนสามครั้ง

จากนั้นอีก 10 นาทีต่อมา หลังจากที่เขาถูกเปลี่ยนตัวออกโดย ค็อบบี ไมนู เขานั่งอยู่ที่ขอบที่นั่งด้วยความเหนื่อยล้าอย่างประหม่า ขณะที่เขาต้องการให้เพื่อนร่วมทีมพาเกมไปสู่บทสรุปที่ประสบความสำเร็จ

แฟร์นานเดสอาจพาให้ยูไนเต็ดไปสู่เส้นทางแห่งชัยชนะด้วยประตูที่ 100 ของเขากับสโมสร แต่เป็นสองช่วงเวลานั้นที่เน้นย้ำว่าชายวัย 31 ปีรายนี้ต้องการให้ยูไนเต็ดชนะมากแค่ไหน

“เขาควรได้รับการยกย่องทั้งหมด” อโมริมกล่าวในภายหลัง

“สิ่งที่สำคัญที่สุดคืออิทธิพลที่เขามีต่อทีม บางครั้งเขาไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดที่จะเป็นคนสำคัญในทุกเกม แต่ประเด็นของกัปตันทีมคือการทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ในทุกสถานการณ์เพื่อช่วยให้ทีมดีขึ้น เขากำลังทำเช่นนั้นอยู่

“ผมคิดว่าเขาสามารถเล่นได้ดีขึ้น – แต่ทุกคนสามารถเล่นได้ดีขึ้นในทีมของเรา”

เมื่อยูไนเต็ดเซ็นสัญญาคว้าตัวแฟร์นานเดสจากสปอร์ติงด้วยค่าตัว 47 ล้านปอนด์ในเดือนมกราคม 2020 เขานำความมุ่งมั่นมาสู่เกมรุกของพวกเขาได้ทันที

อารมณ์ของเขาถูกวิพากษ์วิจารณ์มากมายหลายครั้งนับตั้งแต่นั้นมา และวินัยในการเล่นของเขาก็มักจะถูกวิจารณ์เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม หากไม่มีเขา ยูไนเต็ดคงอยู่ในสภาพที่น่าเสียใจ

มีคนจำนวนมากรู้สึกว่าถึงเวลาแล้วที่แฟร์นานเดสจะต้องย้ายออกไปในช่วงซัมเมอร์ เมื่อเขาได้รับข้อเสนอมากมายจากซาอุดี โปร ลีก

แต่เมื่อพิจารณาถึงการตัดสินใจที่ย่ำแย่ของพวกเขาในแง่ของการสรรหาบุคลากร มันก็อาจทำให้ยูไนเต็ดตกอยู่ในความยากลำบากมากยิ่งขึ้นกว่าที่พวกเขาเคยเผชิญมาเมื่อเร็ว ๆ นี้

ยูไนเต็ดยังไม่ชนะเกมพรีเมียร์ลีกติดต่อกันภายใต้การคุมทีมของอโมริม – ตอนนี้พวกเขามีโอกาสทำเช่นนั้นที่เบรนท์ฟอร์ดในวันเสาร์หน้า

ทำไมถึงคิดว่าเขาควรอยู่ในประวัติศาสตร์ของสโมสร?

แต่พวกเขาก็ชนะเพียงสองในสามเกมสองครั้งก่อนการคุมทีมของอดีตโค้ชของสปอร์ติงคนนี้

การจบอันดับสองในพรีเมียร์ลีกหนึ่งครั้ง เอฟเอ คัพ และอีเอฟแอล คัพ เป็นรางวัลที่ไม่เพียงพอสำหรับความสามารถของแฟร์นานเดส และอโมริมก็รู้ดี

“ชายคนนั้นเขาควรอยู่ในประวัติศาสตร์ของสโมสรของเรา ไม่ใช่แค่สิ่งที่เขาทำ แต่เป็นสิ่งที่ทีมของเขาพิชิตได้” เขากล่าว

อโมริมตัดสินใจในฤดูกาลนี้ว่าแฟร์นานเดสจะได้เล่นในตำแหน่งกองกลางที่ต่ำกว่า

ในทางทฤษฎี มันทำให้เขามีส่วนร่วมกับบอลบ่อยขึ้นและทำให้เขาสามารถสั่งเกมได้ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่นั้นเป็นที่ถกเถียงกัน สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอนคือจุดอ่อนของแฟร์นานเดสในการติดตามการวิ่งและการมองเห็นอันตรายถูกเปิดเผย

เขาต้องตำหนิสำหรับการตีเสมอของเอมิล สมิธ โรว์ ให้กับฟูแล่มที่เครเวน คอทเทจเมื่อเดือนที่แล้ว และประตูแรกของฟิล โฟเดน ในแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้

การถูกเปิดโปงให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อาจเป็นเรื่องน่ารำคาญเมื่อพิจารณาถึงสิ่งที่เขาเสนอให้ในเกมรับ อย่างไรก็ตาม อารมณ์ของเขาในช่วงท้ายเกมไม่ได้บ่งบอกว่าเขากำลังหมดรักกับยูไนเต็ด ในทางกลับกันเสียอีก

“แน่นอนว่าผมภูมิใจมากกับความสำเร็จครั้งสำคัญสองครั้งนั้น แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ผมตั้งเป้าไว้” แฟร์นานเดสบอกกับ Match of the Day “ผมแค่ตั้งเป้าที่จะเล่นเกมต่อไป”

หลังจากใช้เวลาในช่วงซัมเมอร์เน้นย้ำถึงข้อได้เปรียบของการไม่มีสิ่งรบกวนในยุโรป เกมนี้กับคู่ต่อสู้ที่มีส่วนร่วมในแชมเปี้ยนส์ลีกที่มิวนิกเมื่อวันพุธที่ผ่านมา และเหลือผู้เล่น 10 คนหลังจากผ่านไปห้านาที เป็นเกมที่ทีมของอโมริมควรจะชนะ

การเดินทางไปเยือนเบรนท์ฟอร์ดในสุดสัปดาห์หน้าจะเป็นบททดสอบอีกครั้ง เนื่องจากทีมจากเวสต์ลอนดอนจะได้รับประโยชน์จากการพักผ่อนเต็มสัปดาห์เช่นกัน และทำประตูได้ถึงสี่ครั้งในสองจากสามเกมเหย้าล่าสุดกับยูไนเต็ด ซึ่งเป็นช่วงที่พวกเขาไม่แพ้ใคร

การกลับมาฟิตสมบูรณ์ของมาเธอุส คุนญ่า และเมสัน เมาท์ ถือเป็นข้อดี แม้ว่ากาเซมิโร่จะพลาดลงสนามเนื่องจากถูกแบนหนึ่งนัดจากการโดนใบเหลืองสองใบ ซึ่งอโมริมกล่าวว่าทำให้ภารกิจของทีมของเขา “ซับซ้อน” กว่าที่จำเป็น

หลังจากคำพูดก่อนเกมที่น่าจดจำของเขาที่ว่าแม้แต่พระสันตะปาปายังไม่สามารถโน้มน้าวให้เขาเปลี่ยนกลยุทธ์ได้ อโมริมก็ถูกถามโดยหนึ่งในสมาชิกที่สนุกสนานกว่าของกองทัพนักข่าวว่าพระสันตะปาปาได้ติดต่อมาหรือไม่

เขาไม่ได้ติดต่อมา แต่โอกาสที่เซอร์จิม แรตคลิฟฟ์ ผู้ถือหุ้นรายย่อยจะติดต่อมาในบางจุดนั้นสูงมาก หลังจากได้ชมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากบ็อกซ์ผู้อำนวยการ

อโมริมเข้าร่วมในความสนุกสนาน: “ไม่ แต่เขา [เซอร์จิม] อยู่ที่นี่

“ผมล้อเล่น และพวกคุณก็ชอบมัน อย่าบ่นเลย คุณชอบมันแบบนั้น

“มาพยายามชนะเกมหน้า แล้วผมจะให้คุณอีกเกม”

โดยรวมแล้ว แม้ว่าผลเสมอในเกมล่าสุดอาจจะน่าผิดหวัง แต่ผลงานของบรูโน แฟร์นานเดส ก็ยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้กับทีมอย่างต่อเนื่อง และเป็นเหตุผลที่ เขาควรอยู่ในประวัติศาสตร์ ของสโมสรอย่างแท้จริง

ที่มา – ‘He deserves to be in our history’ – Fernandes inspires Man Utd