วัน: 21 กันยายน 2025

ซาบีดา ลั่น! หมดเวลาบ้านเล็กบ้านใหญ่ เลือกภูมิใจไทย

เลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษเขต 5 “ซาบีดา” ฝ่าฝนช่วยชาวศรีสะเกษยกเก้าอี้หลบระหว่างรอ “อนุทิน” ลั่น เลือกภูมิใจไทยได้ สส.ยกพรรค โทรตรงถึงนายกฯ ได้ หมดเวลาบ้านเล็ก-บ้านใหญ่ เราคือบ้านหลังเดียวกัน

วันที่ 21 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่อาคารอเนกประสงค์ของที่ว่าการอำเภอภูสิงห์จังหวัดศรีสะเกษ ช่วงก่อนที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะเดินทางลงพื้นที่ปราศรัยช่วยหาเสียงเลือกตั้งซ่อม สส.ศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ 5 ซึ่งพรรคภูมิใจไทยส่ง นางสาวจินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล ผู้สมัคร สส. ลงสู้ศึกครั้งนี้ โดยก่อนที่ นายอนุทิน จะเดินทางมาถึงที่ว่าการอำเภอภูสิงห์ เกิดพายุฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะสมาชิกพรรคภูมิใจไทย หลังจากปราศรัยเสร็จ ได้ลงจากเวทีเดินฝ่าสายฝนช่วยชาวบ้านย้ายเก้าอี้เข้าไปตั้งภายในอาคารอเนกประสงค์เพื่อหลบฝน

ทั้งนี้ ช่วงหนึ่งของการปราศรัย นางสาวซาบีดา กล่าวว่า หากเลือกผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยมาเป็นตัวแทนให้กับชาวบ้าน ยืนยันว่าจะสามารถช่วยเหลือและโทรศัพท์หานายกรัฐมนตรีได้ตลอดเวลา เพราะมีเบอร์ตรง โทรสั่งนายกฯ ได้เลย และหากเลือกผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยจะได้ สส.ทั้งพรรคไปช่วยทำงาน พร้อมย้ำว่า “หมดเวลาของบ้านเล็ก บ้านใหญ่ เพราะเราคือบ้านหลังเดียวกัน”

ซาบีดา ลั่น หมดเวลาบ้านเล็ก-บ้านใหญ่ เลือกภูมิใจไทยได้ สส.ยกพรรค โทรตรงถึงนายกฯ ได้

การปราศรัยครั้งนี้ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการ เลือกภูมิใจไทยได้ สส.ยกพรรค โทรตรงถึงนายกฯ ได้ หมดเวลาบ้านเล็ก-บ้านใหญ่ โดยชี้ให้เห็นว่าการเลือกผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทยนั้น จะทำให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง เพราะ สส. ทั้งพรรคพร้อมที่จะทำงานเพื่อประชาชนอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยังสามารถติดต่อประสานงานกับนายกรัฐมนตรีได้โดยตรง ทำให้การแก้ไขปัญหาต่างๆ เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

หมดเวลาบ้านเล็กบ้านใหญ่ เลือกภูมิใจไทยคือทางออก

นางสาวซาบีดายังกล่าวอีกว่า แนวคิดเรื่องบ้านเล็กบ้านใหญ่ควรหมดไป เพราะทุกคนคือคนไทยและควรได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียมกัน พรรคภูมิใจไทยพร้อมที่จะเป็นบ้านหลังใหญ่ที่อบอุ่นและดูแลทุกคนอย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะเป็นใครหรือมาจากไหนก็ตาม นโยบายของพรรคเน้นการพัฒนาประเทศในทุกด้าน เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนจะได้เลือกผู้แทนที่พร้อมจะทำงานเพื่อพวกเขาอย่างแท้จริง นางสาวซาบีดาเชื่อมั่นว่า หากประชาชนให้ความไว้วางใจเลือกผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย พวกเขาจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน เพราะพรรคภูมิใจไทยพร้อมที่จะทุ่มเททำงานอย่างหนัก เพื่อพัฒนาประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกคน

อย่าลังเลที่จะ เลือกภูมิใจไทยได้ สส.ยกพรรค โทรตรงถึงนายกฯ ได้ หมดเวลาบ้านเล็ก-บ้านใหญ่ มาร่วมสร้างอนาคตที่ดีกว่าไปด้วยกัน

การตัดสินใจทางการเมืองครั้งนี้เป็นของคุณ มาร่วมสร้างสังคมที่เท่าเทียมและพัฒนาไปด้วยกัน

ที่มา – “ซาบีดา” ลั่น หมดเวลาบ้านเล็ก-บ้านใหญ่ เลือกภูมิใจไทยได้ สส.ยกพรรค โทรตรงถึงนายกฯ ได้

จินณ์ตวรรณ ลุย! เลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ

เลือกตั้งซ่อม สส.ศรีสะเกษ เขต 5 กำลังเข้มข้น! “จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล” ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีปราศรัยขอโอกาสรับใช้ประชาชน พร้อมสะท้อนปัญหาคนในพื้นที่สู่สภาฯ อย่างตรงจุด

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวได้รายงานบรรยากาศเวทีปราศรัยพรรคภูมิใจไทย ณ สำนักงานเทศบาลตำบลโพธิ์กระสัง ซึ่งจัดขึ้นเพื่อหาเสียงสำหรับการเลือกตั้งซ่อม สส.ศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ 5 โดยมี นางสาวจินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล เป็นผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย โดยการเลือกตั้งจะมีขึ้นในวันที่ 28 กันยายน 2568 นี้ คู่แข่งคนสำคัญคือ น.ส.ภูริกา สมหมาย ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นบุตรสาวของ นายอมรเทพ สมหมาย อดีต สส. ผู้ล่วงลับ

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก เต็มไปด้วยชาวบ้านในพื้นที่และกลุ่มผู้สนับสนุนที่ถือป้ายชื่อของผู้สมัคร นอกจากนี้ ยังมี สส. จากพื้นที่ภาคอีสานถึง 18 ท่านมาร่วมขึ้นเวทีปราศรัยและให้การต้อนรับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โดย นายสนอง เทพอักษรณรงค์ สส.บุรีรัมย์ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ได้ขึ้นกล่าวทักทายและวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลชุดก่อนในประเด็นการช่วยเหลือเยียวยาชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาร่วมให้กำลังใจและขึ้นปราศรัยในฐานะ สส.บุรีรัมย์ โดยเน้นย้ำจุดเด่นของพรรคภูมิใจไทย คือการพัฒนาบ้านของตนเองก่อน และไม่กังวลหากถูกวิพากษ์วิจารณ์ในสภาฯ ว่ามุ่งเน้นการใช้งบประมาณในพื้นที่ของตนเอง เพราะท้ายที่สุดแล้ว ประชาชนที่เลือกตนเข้ามาก็ได้รับประโยชน์

นางสาวจินณ์ตวรรณ ผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย กล่าวปราศรัยบนเวทีด้วยความยินดีที่ได้พบปะพี่น้องประชาชน พร้อมทั้งขอบคุณสมาชิกพรรคภูมิใจไทยที่เดินทางมาให้กำลังใจและช่วยหาเสียง โดยเฉพาะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ได้เดินทางมาให้กำลังใจและยืนยันความพร้อมในการรับใช้ประชาชน

นางสาวจินณ์ตวรรณยังได้กล่าวถึงเหตุการณ์คลิปเสียงการสนทนากับอังเคิล ซึ่งพรรคภูมิใจไทยพยายามให้ลาออกจากนายกรัฐมนตรี แต่ไม่เป็นผล จนกระทั่งศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่ง โดยพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นพรรคอันดับ 3 มีแคนดิเดตอยู่ในบัญชีรายชื่อ และพร้อมที่จะจัดตั้งรัฐบาลอย่างเต็มที่ เนื่องจากทุกการทำงานมีเป้าหมายที่ชัดเจน นั่นคือชัยชนะ และเป้าหมายที่สำคัญไม่แพ้กันคือการได้พบปะพี่น้องประชาชน

เลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ เขต 5

จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล ขอโอกาสรับใช้

นอกจากนี้ นางสาวจินณ์ตวรรณ ยังมีความตั้งใจที่จะสะท้อนปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งส่งผลให้พี่น้องชาวจังหวัดศรีสะเกษต้องอพยพออกจากบ้านและขาดรายได้ แม้ว่าจะมีงบประมาณช่วยเหลือเยียวยา แต่หลายพื้นที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึง และยังไม่มีผู้ใดเรียกร้องสิทธิ์ให้แก่พี่น้องประชาชนอย่างจริงจัง

นางสาวจินณ์ตวรรณ มุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาระหว่างชายแดน โดยนำเสียงสะท้อนจากสภาฯ ซึ่งตนเองเคยเป็นครูอยู่ชายแดน มาสู่การเป็นนักการเมือง และมีความพร้อมที่จะสะท้อนปัญหาชายแดนเพื่อให้มีการขีดเส้นกั้นระหว่างชายแดน 2 ประเทศ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เนื่องจากพื้นที่ของไทยติดกับพื้นที่ของกัมพูชา และขอเป็นตัวแทนในการผลักดันประเด็นการสร้างรั้วกั้นแนวชายแดน พร้อมทั้งขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนในการเลือกตั้งซ่อม สส.ศรีสะเกษ เขต 5 ในวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายนนี้ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เพื่อเลือกตัวแทนไปสะท้อนปัญหาในสภาผู้แทนราษฎร

การเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ เขต 5 ครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญที่พี่น้องประชาชนจะได้เลือกผู้แทนที่สามารถช่วยเหลือและผลักดันประเด็นปัญหาต่างๆ ในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง อย่าลืมออกไปใช้สิทธิ์ใช้เสียงของท่านในวันที่ 28 กันยายนนี้

ที่มา – เลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ “จินณ์ตวรรณ” ภูมิใจไทย ขออาสารับใช้-สะท้อนปัญหาสู่สภาฯ

ให้กำลังใจ! อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม อาการยังไม่ดีขึ้น

เป็นกำลังใจให้อย่างท่วมท้น! หลังจากที่ อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม ต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน ทำเอาเหล่าลูกศิษย์และแฟนคลับต่างพากันส่งกำลังใจให้อย่างมากมาย

จากกรณีที่เพจเฟซบุ๊ก “คนตื่นธรรม” ได้เผยแพร่ภาพของ อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม ในขณะที่กำลังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ด้วยท่าทางที่อ่อนเพลีย โดยทางเพจได้ระบุว่า อาจารย์เบียร์มีอาการเวียนศีรษะและปวดหัวอย่างรุนแรงมา 2 วันแล้ว เมื่อคืนที่ผ่านมาอาการปวดหัวกำเริบจนนอนไม่ได้ แม้จะทานยาแก้ปวดแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น ทำให้ต้องรีบไปพบแพทย์เป็นการด่วน และต้องงดการต้อนรับแขกที่บ้าน

เบื้องต้นแพทย์ได้ทำการ MRI เพื่อวางแผนการรักษาอย่างละเอียด และให้พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นเวลา 1-2 วัน ซึ่งหากทราบผลการตรวจอย่างแน่ชัดแล้ว จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

ทั้งนี้ ทางเพจ “คนตื่นธรรม” ยังได้ฝากข้อคิดถึงลูกศิษย์ทุกคนว่า “ขอให้ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วง ให้พิจารณาว่าเราทุกคนมีทุกข์เพราะการเกิด จึงนำมาซึ่งการเจ็บป่วยไข้ เดินไปสู่ความตาย นี่คือของที่เราต้องเจอกันทุกคน ให้รีบภาวนาอย่าเนิ่นช้า อย่าประมาทว่าเราจะแข็งแรง จะตายช้า อาจจะเป็นวาระสุดท้ายที่เราจะได้เจอกันก็ได้ อย่าเป็นผู้ร้อนใจในภายหลัง ขออนุโมทนาทุกท่าน”

หลังจากข่าวนี้เผยแพร่ออกไป เหล่าแฟนคลับและลูกศิษย์ของ อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม ต่างก็เข้ามาคอมเมนต์ส่งกำลังใจให้อย่างล้นหลาม ขอให้อาจารย์หายป่วยโดยเร็ว

แห่ให้กำลังใจ “อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม” หลังแอดมิทด่วน เข้ารพ. อาการยังไม่ดีขึ้น

อัปเดตอาการล่าสุดของอาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม

ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2568 ทางเพจเฟซบุ๊ก คนตื่นธรรม ได้โพสต์ข้อความอัปเดตอาการของ อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม ว่า “ช่วงเช้าอาการดีขึ้น ทานข้าวได้ตามปกติ ไลฟ์สดด่าได้หนักแน่นเหมือนเดิม หลังจากทานข้าวเสร็จ อาการกลับมาปวดหัวและคลื่นไส้ทันที ตอนนี้อาการปวดหัวยังไม่ลดลง ทานยาและให้ยาแก้คลื่นไส้ อาการก็ยังไม่ดีขึ้น ผลการตรวจยังสรุปไม่แน่ชัดว่าสาเหตุเกิดจากอะไร”

นอกจากนี้ยังระบุเพิ่มเติมว่า “เมื่อคืนเวลา 21.30 น. ได้ทำการ MRI สมองและฉีดสี เพื่อตรวจละเอียด และช่วงเช้ามีการส่องกล้องตรวจไซนัส กำลังสรุปผลวินิจฉัยอีกครั้งร่วมกันหลายแพทย์”

ขณะนี้แพทย์ได้ทำการรักษาตามอาการ มีการอักเสบที่สมองส่วนหน้า ทำให้มีอาการปวดหัวรุนแรง และการนอนหลับๆตื่นๆ ทำให้พักผ่อนไม่เต็มที่ ซึ่งอาการโดยรวมยังไม่ค่อยดีเท่าที่ควร และจะแจ้งให้ทราบความคืบหน้าต่อไป

อาการป่วยของอาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม ส่งผลต่อการทำงานหรือไม่?

ถึงแม้ว่าอาการป่วยของ อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม จะยังไม่ดีขึ้นมากนัก แต่ท่านก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะทำงานเผยแผ่ธรรมะต่อไป อย่างไรก็ตาม ทีมงานและลูกศิษย์ก็ต่างเป็นห่วงสุขภาพของอาจารย์ และขอให้อาจารย์พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวโดยเร็ว

  • การพักผ่อนให้เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญ
  • การทานอาหารที่มีประโยชน์ช่วยฟื้นฟูร่างกาย
  • กำลังใจจากคนรอบข้างเป็นสิ่งสำคัญ

เราขอเอาใจช่วยให้อาจารย์เบียร์หายป่วยไวๆ และกลับมาแข็งแรงในเร็ววันนะครับ การดูแลสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญ ยิ่งในช่วงที่ร่างกายอ่อนแอ ยิ่งต้องใส่ใจเป็นพิเศษ

ขอเป็นกำลังใจให้ อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม หายป่วยไวๆ นะคะ และขอให้ทุกท่านดูแลสุขภาพของตัวเองให้ดีเสมอ

ที่มา – แห่ให้กำลังใจ “อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม” หลังแอดมิทด่วน เข้ารพ. อาการยังไม่ดีขึ้น

อยุธยาน้ำท่วมขยายวงกว้าง เตือนเรือสินค้า

สถานการณ์ อยุธยาน้ำท่วมขยายวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อหลายอำเภอและประชาชนจำนวนมาก แม่น้ำป่าสักเพิ่มการระบายน้ำ ต้องมีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และมีการเตือนการเดินเรือสินค้าให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ

อยุธยาน้ำท่วมขยายวงกว้าง

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2568 มีรายงานข่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ยังคงระบายน้ำในอัตรา 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 ทำให้ปริมาณน้ำที่ไหลผ่าน จ.พระนครศรีอยุธยาเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในแม่น้ำน้อยและคลองสาขาต่าง ๆ ระดับน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในหลายพื้นที่ ขยายวงกว้างครอบคลุมถึง 8 อำเภอ ได้แก่ บางบาล เสนา ผักไห่ บางไทร บางปะอิน พระนครศรีอยุธยา มหาราช และบางปะหัน รวมทั้งสิ้น 103 ตำบล 626 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 31,227 ครัวเรือน

ผลกระทบจากอยุธยาน้ำท่วมขยายวงกว้าง

จากสถานการณ์ อยุธยาน้ำท่วมขยายวงกว้าง ครั้งนี้ น้ำได้ไหลเข้าท่วมมัสยิด 1 แห่ง วัด 19 แห่ง ถนนในชุมชน 21 สาย สถานที่ราชการ 6 แห่ง และโรงเรียน 14 แห่ง ซึ่งมีโรงเรียนวัดตะกู อ.บางบาล ที่ต้องปิดการเรียนการสอนชั่วคราวเนื่องจากถูกน้ำท่วมสูง

กรมชลประทานได้ออกประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำในแม่น้ำป่าสัก โดยเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี ได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำเป็น 450–500 ลบ.ม./วินาที เพื่อรองรับปริมาณน้ำ ทำให้เขื่อนพระราม 6 อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ต้องระบายน้ำลงท้ายเขื่อนในอัตรา 450–550 ลบ.ม./วินาที ระหว่างวันที่ 20–23 กันยายน 2568 ซึ่งการระบายน้ำดังกล่าวจะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 1.30 เมตร และอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวังถึงขั้นวิกฤต

มวลน้ำจากแม่น้ำป่าสักที่ไหลมาบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสามแยกแม่น้ำหน้าวัดพนัญเชิงวรวิหาร ทำให้เกิดกระแสน้ำวนที่เชี่ยวแรง เรือยนต์ลากจูงที่ต้องพาเรือบรรทุกสินค้าผ่านบริเวณดังกล่าวจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้น ลดจำนวนเรือบรรทุกสินค้าในขบวน และเพิ่มเรือยนต์ลากจูงเป็น 5 ลำ เพื่อความปลอดภัย และได้กำชับให้คนขับเรือและพนักงานทุกคนสวมเสื้อชูชีพตลอดเวลา

สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาอยุธยาได้แจ้งให้ผู้ประกอบการขนส่งทางน้ำ ท่าเทียบเรือ และคนประจำเรือ เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสถานการณ์น้ำ หากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจนถึงขีดจำกัด อาจต้องมีมาตรการหยุดการจราจรทางน้ำชั่วคราว

นายพีรธร นาคสุข ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาอยุธยา ได้กล่าวว่า ขณะนี้การระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ 2,200 ลบ.ม./วินาที หากมีการเพิ่มขึ้นเกิน 2,500 ลบ.ม./วินาที จะสั่งหยุดการจราจรทางน้ำ และงดการขนส่งเพื่อความปลอดภัย พร้อมกำชับให้เรือลากจูงในแม่น้ำเจ้าพระยาใช้ความระมัดระวัง โดยได้ปรับรูปแบบการเดินเรือใหม่ ขาขึ้นให้เหลือ 3 พ่วง ส่วนขาล่องเป็นเรือเบาเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ

ด้านการควบคุมการจราจรทางน้ำ เจ้าหน้าที่ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตามท่าเทียบเรือต่าง ๆ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ประจำดูแลความปลอดภัย โดยเฉพาะในช่วงเช้าและช่วงเลิกเรียน ที่มีเด็กนักเรียนใช้บริการเรือข้ามฝาก เนื่องจากกระแสน้ำเชี่ยวแรงมากขึ้น จึงต้องเฝ้าระวังและดูแลอย่างเข้มงวด

สถานการณ์ อยุธยาน้ำท่วมขยายวงกว้าง ครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่ทำให้เราเห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ การวางแผนป้องกัน และการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงทีเป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน เพื่อลดผลกระทบและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ที่มา – อยุธยาน้ำท่วมขยายวงกว้าง 8 อำเภอ แม่น้ำป่าสักเพิ่มการระบาย เตือนการเดินเรือสินค้า

ข่าวลือ: ร็อดเจอร์สคืนร่วมงาน สเตอร์ลิง? จริงหรือ?

มีข่าวลือหนาหูว่า เบรนแดน ร็อดเจอร์ส อาจได้ร่วมงานกับ ราฮีม สเตอร์ลิง อีกครั้ง! มาเจาะลึกความเป็นไปได้ในข่าวลือนี้กัน

ข่าวลือ: ร็อดเจอร์สคืนร่วมงาน สเตอร์ลิง?

เซลติก ภายใต้การคุมทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้ซึ่งเคยร่วมงานกับ ราฮีม สเตอร์ลิง ที่ลิเวอร์พูล อาจเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงตัวปีกวัย 30 ปีที่ไม่ได้รับโอกาสลงสนามมากนักกับเชลซี มาร่วมทีมแชมป์ลีกสกอตแลนด์ในการย้ายทีมที่น่าประหลาดใจในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะที่จะถึงนี้ (Football Insider)

เซลติก อาจเตรียมรับมือกับข้อเสนอจากสโมสรในพรีเมียร์ลีกสำหรับ Alistair Johnston แบ็คขวาชาวแคนาดา หลังจากที่แข้งวัย 26 ปี กล่าวว่าการย้ายไปเล่นในอังกฤษถือเป็นความฝันของนักเตะทุกคน (Football Insider)

Heart of Midlothian กองหน้า Kenneth Vargas กล่าวว่าเขาได้กลับไปเล่นให้กับสโมสรเก่า Herediano แบบยืมตัวเนื่องจากเขาต้องการเวลาลงสนามเพื่อรักษาตำแหน่งในทีมชาติคอสตาริกาในช่วงเวลาสำคัญของการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก (Edinburgh Evening News)

Kosta Runjaic หัวหน้าโค้ชของ Udinese สัญญาว่า Lennon Miller กองกลางชาวสกอตแลนด์ จะอยู่ในแผนการทำทีมของเขาในไม่ช้าหลังจาก “ช่วงเวลาปรับตัว” หลังจากการย้ายทีมด้วยค่าตัว 6 ล้านปอนด์จาก Motherwell ของดาวเตะวัย 19 ปี (The Herald On Sunday)

Atletico Madrid ยังไม่ละทิ้งความหวังที่จะเซ็นสัญญากับ Andy Robertson เป้าหมายในช่วงซัมเมอร์จากลิเวอร์พูล ในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคม เนื่องจากกัปตันทีมชาติสกอตแลนด์กำลังเข้าสู่ปีสุดท้ายของสัญญาที่แอนฟิลด์ (Football Insider)

Chris Davies ผู้จัดการทีม Birmingham City กล่าวว่า Lyndon Dykes มีความสุขที่ได้อยู่กับสโมสรในแชมเปี้ยนชิพ หลังจากที่กองหน้าชาวสกอตแลนด์วัย 29 ปี ทำประตูชัยในช่วงท้ายเกมในฐานะตัวสำรอง หลังจากการล่มสลายของการย้ายทีมไป Hibernian ในวันสุดท้ายของการซื้อขายนักเตะ (Scotland On Sunday)

Kilmarnock ผู้รักษาประตู Robby McCrorie คิดว่าการย้ายไปเล่นให้กับ Esbjerg ทีมในระดับดิวิชั่นสองของเดนมาร์กแบบยืมตัว อาจเป็นจุดเริ่มต้นในการตระหนักถึงศักยภาพของเขาอย่างแท้จริง และมีความทะเยอทะยานที่จะกลับไป Rangers ในวันหนึ่ง (Daily Record)

Paul Lambert ผู้ซึ่งเป็นกัปตันทีม Celtic ในการพ่ายแพ้ให้กับ Porto ในรอบชิงชนะเลิศ Uefa Cup ปี 2003 สนับสนุนให้แชมป์ลีกสกอตแลนด์ทำผลงานได้ดีใน Europa League พร้อมทั้งอธิบายถึงการบรรยายสรุปของคนในสโมสรที่ต่อต้าน Brendan Rodgers ว่าเป็น “เรื่องที่แย่มาก”(Daily Record)

Red Star Belgrade มอบตั๋วฟรีให้กับผู้บริจาคโลหิตสำหรับการเปิดบ้านนัดแรกใน Europa League ที่จะพบกับ Celtic ในสัปดาห์หน้า (The Herald on Sunday)

ผู้สนับสนุน Celtic ได้รวมตัวกันเพื่อสร้างกลุ่มตัวแทน Celtic Fans Collective โดยมีกลุ่มผู้นำซึ่งประกอบด้วยสื่อของแฟนบอล กลุ่มผู้สนับสนุน และกลุ่มสนับสนุนที่กระตือรือร้น เพื่อตรวจสอบแชมป์ลีกสกอตแลนด์ (The Herald On Sunday)

กลุ่มกดดัน Celtic Fans Collective กลุ่มใหม่ได้ก่อตั้งขึ้นโดยมีเป้าหมายที่ระบุไว้คือการถอด Peter Lawwell ประธานสโมสร และ Michael Nicholson ประธานเจ้าหน้าที่บริหารออกจากบอร์ดบริหาร (Scottish Sun On Sunday)

Craig Wighton อดีตกองหน้า Dundee และ Dunfermline Athletic ได้ร่วมธุรกิจกับน้องชายของเขาในฐานะคนทำสวนหลังจากเกษียณอายุเมื่อเดือนที่แล้วจาก Montrose เมื่ออายุเพียง 28 ปี หลังจากอาชีพการงานที่ต้องเผชิญกับอาการบาดเจ็บที่เข่า (The Courier)

ความเป็นไปได้ของ ร็อดเจอร์สคืนร่วมงาน สเตอร์ลิง

การที่ร็อดเจอร์สเคยร่วมงานกับสเตอร์ลิงมาก่อน ทำให้มีความเป็นไปได้ที่ทั้งคู่จะกลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยหลายอย่าง เช่น ค่าเหนื่อยของสเตอร์ลิง และความต้องการของเชลซี จะเป็นตัวแปรสำคัญในการตัดสินใจ

การย้ายทีมครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่ายหรือไม่? สเตอร์ลิงอาจได้รับโอกาสลงสนามมากขึ้นภายใต้การคุมทีมของร็อดเจอร์ส ในขณะที่เซลติกจะได้รับผู้เล่นที่มีประสบการณ์และความสามารถในการทำประตู

ข่าวลือนี้จะเป็นจริงหรือไม่? คงต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด

ที่มา – Gossip: Could Rodgers reunite with Sterling?

อนุทิน นำทีม ภูมิใจไทย เปิดปราศรัยให้ จินณ์ตวรรณ

“อนุทิน” นำขุนพล “ภูมิใจไทย” ปราศรัย ขอคะแนนเสียงให้ “จินณ์ตวรรณ” ชูเร่งแก้ปัญหาชายแดน ปากท้องประชาชน ให้สิทธิ์ทหารตัดสินใจ ย้อนถาม “เพื่อไทย” ยังไม่ทันบริหารราชการแผ่นดินจะอภิปรายอะไร

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 ก.ย. 2568 ที่ศาลาหลังเทศบาลโพธิ์กระสัง อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย 4 รัฐมนตรีของพรรค อาทิ นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทย นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ 18 สส. พรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งซ่อม สส. ศรีสะเกษ เขต 5 โดยมี “จ๊ะจ๋า” ธนนนท์ นิรามิษ ภรรยานายอนุทิน มาร่วมให้กำลังใจด้วย

ขอดูแล ศรีสะเกษ ทั้งจังหวัด

นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้รู้สึกอบอุ่นอย่างมาก ความจริงแล้ว นางสาวจินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล น่าจะได้เข้าสภาฯ ไปแล้วก่อนหน้าที่จะถูกเลื่อนวันเลือกตั้งซ่อม ครั้งก่อนตนมาในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่วันนี้มาในฐานะนายกรัฐมนตรี นายกฯ ที่คนศรีสะเกษ เลือกมา ขอยืนยันว่า ภูมิใจไทย จะขอดูแลพี่น้องชาวจังหวัดศรีสะเกษทั้งหมด ไม่ใช่แค่ในอำเภอขุนหาญ หรืออำเภอภูสิงห์ แต่คือคนไทยทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีการแนะนำ สส. หลายจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือจากพรรคภูมิใจไทยด้วย

ยอมรับไม่กล้าเปิดด่านแน่นอน

บางช่วงการปราศรัย นายอนุทินถามว่า มีใครอยากให้เปิดด่านหรือไม่ ซึ่งชาวบ้านหลายคนตอบว่า ไม่อยากให้เปิดด่าน นายอนุทินจึงบอกว่า แล้วใครจะไปเปิด “ในเมื่อปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากภูมิใจไทย แล้วสุนัขตัวไหน จะไปกล้าเปิด ยิ่ง “หนู” ยิ่งไม่กล้าเปิดเลย ผมเป็นนายกฯ ของคนไทย ไม่ใช่นายกฯ ของเพื่อนบ้าน ยอมรับว่ามีเพื่อนอยู่บ้างในฝั่งนั้น แต่ไม่มีหุ้น ไม่มีสมบัติฝั่งนั้น แต่บอกเพื่อนไปแล้วว่า ระหว่างบ้านเอ็งกับบ้านข้า ข้าเลือกบ้านข้า ส่วนบ้านเอ็ง ก็ให้ดูแลกันเอาเอง ช่วยเหลือกันเอง” นายอนุทิน กล่าวและว่า

ขอเลือกภท.เขกหน้า พท.

“ขอให้พี่น้องเลือกภูมิใจไทย เพื่อเขกหน้ารัฐบาลเก่าที่ให้ความหวังคนไทย และไม่มีความเด็ดขาด โดยเฉพาะเรื่องของการเปิดด่าน รัฐบาลเก่า เปิดๆ ปิดๆ ไม่ฟังเสียงทหาร ซึ่งสถานการณ์ตอนนี้ ตนเองฟังเสียงจากทหารตลอด และชาวบ้านก็ไม่อยากให้เปิดด่าน ตนเองจึงให้อำนาจทางการทหารอย่างเต็มที่ในทุกๆ ด้าน ซึ่งภายหลังจากที่ปิดด่านก็เห็นได้ชัดว่าราคามันสำปะหลังขึ้นเป็นอย่างมาก ซึ่งผลประโยชน์ก็คือพี่น้องประชาชนชาวเกษตรกร” นายอนุทิน กล่าวและว่า

เลือกภท.ได้คะละครึ่งกลับมา

ขอให้ชาวศรีสะเกษ เขต 5 เลือก นางสาวจินณ์ตวรรณ แล้วโครงการคนละครึ่งจะกลับมาภายใน 1 เดือนแน่นอน เป็นการกระตุ้นระบบเศรษฐกิจในประเทศไทย ผู้ที่อยู่ในระบบเสียภาษี จะอยู่ในอัตรา 60/40 ส่วนพี่น้องท่านอื่นก็ได้ 50/50 และปัญหาการแก้ไขชายแดน และสินค้าเกษตรของพี่น้องเกษตรกร รวมไปถึงปัญหาเรื่องยาเสพติด ก็จะเร่งมีการปราบปรามและแก้ไข ตนเองเชื่อว่าการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในครั้งนี้ จะมีความใสบริสุทธิ์ และเกิดความชอบธรรมมากที่สุด เพราะเสียงพี่น้องเป็นเสียงที่บริสุทธิ์

หลังจากที่นายอนุทิน ปราศรัยเสร็จสิ้น ได้มีการนั่งพับเพียบอยู่บนเวที ก้มลงถ่ายรูปกับประชาชนที่มาให้กำลังใจ ขณะที่ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม ก็นั่งพับเพียบถ่ายรูปกับชาวบ้านด้วย

ยันไม่เอาคืน พท.ตั้งทีมชำแหละ

นายอนุทิน ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคเพื่อไทยเตรียม 4 ขุนพล อภิปรายชำแหละนโยบายของรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา ว่า เป็นสิทธิ์และหน้าที่ของ สส. ที่สามารถทำได้ ซึ่งตนก็มีข้อมูลที่จะชี้แจง หากมีการตั้งข้อสงสัยในเรื่องใด แต่ยืนยันว่าจะไม่มีการชำแหละคืน

ย้อน พท.ควรกลับไปดูตัวเอง

ส่วนเรื่องที่จะอภิปรายมีเรื่องของโฉมหน้าคณะรัฐมนตรี ที่บอกว่าเป็นปราสาทสายฟ้าคอนเนกชัน นายอนุทินถึงกับร้องโอ้โห พร้อมกล่าวว่า แล้วคอนเนกชันที่เกิดมาก่อนหน้านี้ ไม่กลับไปถามตัวเองก่อน ไม่ต้องถามตนหรอก เพราะตนไม่ทำในแบบที่พวกเขาทำ

ยันยับสภาแน่ตามที่พูด

ส่วนที่พรรคเพื่อไทย ประกาศว่าจะขอเป็นพรรคฝ่ายค้านอิสระ ไม่ร่วมกับพรรคประชาชน จะทำให้การทำหน้าที่ของฝ่ายค้านกลายเป็นฝ่ายแค้นหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่เป็นไร เวลามีแค่ 4 เดือน หลังจากแถลงนโยบาย ตนยุบสภาฯ แน่นอน เพราะฉะนั้นรักกันไว้เถิด ต้องรักกันไว้ให้มาก ส่วนปฏิบัติหน้าที่แต่ละฝ่ายก็ทำไป แต่ต้องมีความรักกันไว้ ซึ่งเราต้องเป็นตัวอย่างที่ดี ยิ่งเรามีปัญหากับประเทศเพื่อนบ้าน “รบกับประเทศเพื่อนบ้านสิครับ อย่ามารบกันเอง”

ขู่ระวัง “ผมบ้าจี้” แฉกลับ

ส่วนที่พรรคเพื่อไทย เตรียมที่จะอภิปรายถึงการบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งๆ ที่ยังไม่เริ่มทำงาน นายอนุทิน ระบุว่า ก็ยังไม่ได้บริหารราชการแผ่นดินเลย จะอภิปรายเรื่องอะไร พร้อมย้อนถามกลับว่า

“หากผมบ้าจี้ขึ้นมา อภิปรายในสิ่งที่เขาทำบ้าง โดยเฉพาะเรื่องที่ทำให้ประเทศของเราเสียหายไปขนาดไหน ทำให้ประชาชน ทหาร บาดเจ็บ ต้องสูญเสียชีวิต หากพวกผมอภิปรายกลับบ้าง ประเทศก็ไม่ต้องก้าวหน้าไปไหน เพราะฉะนั้นขอเถอะครับ ผมก็บอกอยู่ว่า อยู่แค่ 4 เดือน จะทำอะไรก็แล้วแต่ ผมอยู่ไม่เกิน 4 เดือนหรอกครับ และมาแข่งกันตอนเลือกตั้ง ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน อย่าตัดสินเอง” นายอนุทิน กล่าว

อนุทิน นำทีม ภูมิใจไทย เปิดปราศรัยให้ จินณ์ตวรรณ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นำทีมภูมิใจไทยเปิดปราศรัยขอคะแนนเสียงให้ จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล ที่จังหวัดศรีสะเกษ โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาชายแดนและปากท้องของประชาชน การตัดสินใจเรื่องความมั่นคงจะให้สิทธิ์แก่กองทัพ

อนุทินยังกล่าวถึงประเด็นการเปิดด่าน โดยย้ำว่าตนเองไม่กล้าตัดสินใจเปิดด่าน หากประชาชนไม่ต้องการ และสถานการณ์ยังไม่เอื้ออำนวย พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ

อนุทิน ปราศรัยขอคะแนนเสียงให้ จินณ์ตวรรณ

การปราศรัยครั้งนี้ นายอนุทิน ได้เน้นย้ำถึงความตั้งใจที่จะดูแลพี่น้องชาวศรีสะเกษอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาปากท้อง ราคาสินค้าเกษตร และยาเสพติด รวมถึงการผลักดันโครงการคนละครึ่งให้กลับมาอีกครั้ง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ นายอนุทินยังกล่าวถึงกระแสการเมือง โดยตอบโต้พรรคเพื่อไทยที่เตรียมอภิปรายนโยบายรัฐบาล โดยยืนยันว่าพร้อมชี้แจงทุกประเด็น และจะไม่ตอบโต้ด้วยการขุดคุ้ยเรื่องเก่าๆ

การปราศรัยของนายอนุทินในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคภูมิใจไทยในการรักษาฐานเสียงในพื้นที่ภาคอีสาน และความพร้อมในการรับมือกับการตรวจสอบจากฝ่ายค้านในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ของรัฐบาล

การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของจังหวัดศรีสะเกษ เขต 5 ขอให้ทุกท่านใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจเลือกผู้แทนที่สามารถนำพาจังหวัดไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

ที่มา – “อนุทิน” ยกทีม “ภูมิใจไทย” เปิดปราศรัยขอคะแนนเสียงให้ “จินณ์ตวรรณ” ยืนยันไม่กล้าเปิดด่าน

กมธ.วุฒิสภา ค้านร่าง พ.ร.บ. Entertainment Complex

กมธ.ศึกษาเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร วุฒิสภา สรุปผลคัดค้านตั้งบ่อนการพนันถูกกฎหมาย ซัดแฝงสร้างความเสียหายหลายมิติ ไร้หลักฐานชี้ชัดมีความคุ้มค่าการลงทุน ไล่ให้ทำประชามติถามความเห็นประชาชนก่อน

วันที่ 21 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในการประชุมวุฒิสภาวันที่ 23 กันยายน 2568 มีวาระการพิจารณารายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร (เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์) วุฒิสภา ที่มี นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เป็นประธาน กมธ. เนื้อหารายงานดังกล่าวสรุปผลการศึกษาว่าไม่เห็นด้วยกับการผลักดันโครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ โดยมีกาสิโนเป็นองค์ประกอบหลักของรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นนโยบายที่ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ขาดหลักฐานเชิงประจักษ์ถึงความเหมาะสมในบริบทประเทศไทย แฝงไว้ด้วยความเสียหายหลายมิติ อาทิ ทางเศรษฐกิจที่ไม่มีความชัดเจนด้านความคุ้มค่าการลงทุน ไม่เกิดรายได้ที่แท้จริง เป็นกิจการที่โอนเงินจากผู้เล่นที่เสียไปให้ผู้เล่นที่ได้ ไม่คุ้มค่าเมื่อพิจารณาจากต้นทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและภาระของรัฐที่แบกรับ

ขณะที่มิติทางสังคมจะเกิดผลกระทบเสพติดพนัน ความรุนแรงในครอบครัว การเพิ่มขึ้นของอาชญากรรม มิติกฎหมายและความมั่นคง เสี่ยงเป็นแหล่งฟอกเงิน องค์กรอาชญากรรม และอาจขัดแย้งรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 ที่ให้หน่วยงานรัฐปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายและหลักนิติธรรม และมาตรา 26 ที่ให้การตรากฎหมายต้องไม่ขัดต่อหลักนิติธรรม การเปิดให้มีบ่อนการพนันโดยชอบด้วยกฎหมาย ย้อนแย้งต่อมาตรฐานศีลธรรมประชาชนที่เป็นองค์ประกอบพื้นฐานของหลักนิติธรรมตามรัฐธรรมนูญ มิติด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ อาจถูกวิจารณ์จากประชาคมระหว่างประเทศถึงการส่งเสริมพฤติกรรมทำลายทรัพยากรมนุษย์ เห็นแก่ประโยชน์เฉพาะหน้า ระยะสั้น ไม่ยั่งยืน

นอกจากนี้ กมธ. เห็นว่าการส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทย ควรอยู่บนพื้นฐานการพัฒนาอย่างยั่งยืน ไม่เร่งรัดผลักดันนโยบายที่ขาดหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับ ควรเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพิจารณานโยบายสาธารณะผ่านการทำประชามติจะอนุญาตให้มีธุรกิจกาสิโนหรือไม่ กมธ. จึงไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …. หรือ ร่างกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex)

กมธ.วุฒิสภา ค้านร่าง พ.ร.บ. Entertainment Complex

คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร (เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์) วุฒิสภา ได้ออกมาสรุปผลการศึกษาที่น่าสนใจเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. ที่กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง นั่นก็คือ ร่าง พ.ร.บ. Entertainment Complex โดยมีข้อสรุปที่สำคัญคือ การคัดค้านการผลักดันโครงการดังกล่าว

เหตุผลหลักในการคัดค้านร่าง พ.ร.บ. Entertainment Complex

เหตุผลสำคัญที่ กมธ. ยกขึ้นมาคัดค้านร่าง พ.ร.บ. Entertainment Complex นั้น มีหลายประการ ตั้งแต่ประเด็นด้านเศรษฐกิจที่ยังขาดความชัดเจนในเรื่องของความคุ้มค่าการลงทุน ไปจนถึงผลกระทบทางสังคมที่อาจเกิดขึ้น เช่น ปัญหาการเสพติดการพนัน ความรุนแรงในครอบครัว และการเพิ่มขึ้นของอาชญากรรม นอกจากนี้ ยังมีประเด็นด้านกฎหมายและความมั่นคงที่น่ากังวล เช่น ความเสี่ยงที่จะเป็นแหล่งฟอกเงินและการขัดแย้งต่อหลักนิติธรรม

กมธ. ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพิจารณานโยบายสาธารณะ โดยเสนอว่าควรมีการทำประชามติเพื่อสอบถามความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการอนุญาตให้มีธุรกิจกาสิโน ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของ พ.ร.บ. Entertainment Complex

ผลการศึกษาของ กมธ. ชี้ให้เห็นถึงความซับซ้อนและความละเอียดอ่อนของประเด็นนี้ ซึ่งจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและรอบด้าน การผลักดันนโยบายที่สำคัญเช่นนี้ ควรอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ชัดเจนและหลักฐานเชิงประจักษ์ที่น่าเชื่อถือ ไม่ใช่เพียงแค่สมมติฐานที่ยังไม่มีการพิสูจน์

การตัดสินใจเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. Entertainment Complex จะส่งผลกระทบต่อสังคมไทยในระยะยาว ดังนั้น การเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาและแสดงความคิดเห็นจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ได้นโยบายที่ดีที่สุดและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง

ร่าง พ.ร.บ. นี้ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด และหวังว่าการพิจารณาในขั้นตอนต่อไปจะเป็นไปอย่างรอบคอบและคำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ

ที่มา – กมธ.วุฒิสภา สรุปผลค้านร่าง พ.ร.บ.Entertainment Complex แฝงความเสียหายหลายมิติ

กรรมติดจรวด! โจรกระชากกระเป๋า ชนกระบะเจ็บ

ใครว่ากรรมตามไม่ทัน! เรื่องราวของโจรกระชากกระเป๋ารายนี้สอนให้รู้ว่า กรรมติดจรวด มีจริง! เมื่อโจรรายหนึ่งก่อเหตุกระชากกระเป๋า แล้วขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี แต่สุดท้ายไปไม่รอด ชนเข้ากับรถกระบะอย่างจัง ได้รับบาดเจ็บสาหัส

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2568 เวลาประมาณ 23.30 น. ร.ต.อ.สุรพัฒน์ ภาดี รอง สว.(สอบสวน) สภ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุ สภ.ปากช่อง ว่ามีคนร้ายชิงทรัพย์กระเป๋าสะพาย บริเวณหน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง ใกล้สถานีตำรวจทางหลวงปากช่อง คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี แต่ไปชนกับรถคันอื่นที่จะเลี้ยวเข้าซอยราชประชา ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบร่างนายวันชนะ อายุ 26 ปี นอนคว่ำหน้าหมดสติอยู่ริมถนน ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์สีดำ-แดง สภาพด้านหน้าพังเสียหาย และรถกระบะโตโยต้า วีโก้สีดำ สภาพประตูด้านหลังซ้ายยุบ โดยมี น.ส.วาสนา อายุ 27 ปี ผู้ขับขี่รถกระบะ รอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ขณะที่ตนกำลังขับรถเลี้ยวเข้าซอยราชประชา ได้มีรถจักรยานยนต์พุ่งชนเข้ากลางคัน

น.ส.จูน (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี ผู้เสียหาย เล่าว่า ขณะที่ตนกำลังคุยอยู่กับเพื่อนที่ร้านอาหาร ได้สังเกตเห็นคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์วนไปวนมา ก่อนจะกระชากกระเป๋าสะพายของตน แล้วขี่หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว แต่หลังจากนั้นไม่นาน คนร้ายก็ขี่รถไปชนกับรถกระบะที่กำลังเลี้ยวเข้าซอยราชประชาอย่างแรง

กรรมติดจรวด โจรกระชากกระเป๋า ขี่ จยย.หนี ชนรถกระบะเจ็บสาหัส

ร.ต.อ.สุรพัฒน์ ภาดี รอง สว.(สอบสวน) กล่าวว่า จากการสอบสวน น.ส.จูน ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนได้สังเกตเห็นคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์วนไปมาผิดสังเกต ตนจึงได้นำเงินในกระเป๋ามาใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง เหลือเพียงเศษเงิน 40 บาทไว้ในกระเป๋า เมื่อสบโอกาส คนร้ายก็กระชากกระเป๋าของตนไป

บทเรียนราคาแพงจากคดีกรรมติดจรวด

เหตุการณ์ กรรมติดจรวด โจรกระชากกระเป๋า รายนี้ ถือเป็นอุทาหรณ์สอนใจให้เห็นว่า การทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ย่อมนำมาซึ่งผลกรรมที่ตามมาอย่างรวดเร็ว นอกจากจะต้องได้รับโทษทางกฎหมายแล้ว ยังอาจได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตได้อีกด้วย

นอกจากนี้ เหตุการณ์นี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการมีสติ และความระมัดระวังในการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานที่เปลี่ยว หรือในเวลากลางคืน เราควรหลีกเลี่ยงการพกพาสิ่งของมีค่าติดตัวเป็นจำนวนมาก และควรสังเกตสิ่งผิดปกติรอบตัวอยู่เสมอ

อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับคดีนี้ คือ ตำรวจชุดสืบสวนจะทำการสอบสวนเพิ่มเติมว่า ผู้ต้องหารายนี้เกี่ยวข้องกับคดีวิ่งราวทรัพย์อีก 2 คดีที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก่อนหน้าหรือไม่ หากพบว่ามีความเกี่ยวข้องจริง ผู้ต้องหาก็จะต้องได้รับโทษทางกฎหมายที่หนักยิ่งขึ้น

สิ่งที่เกิดขึ้นกับโจรรายนี้ตอกย้ำให้เห็นว่า กรรมติดจรวด นั้นมีอยู่จริง การกระทำใด ๆ ที่ส่งผลร้ายต่อผู้อื่น ย่อมส่งผลร้ายกลับมาสู่ตนเองในที่สุด ดังนั้น การใช้ชีวิตด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และมีศีลธรรม จึงเป็นหนทางแห่งความสุขและความเจริญที่แท้จริง

คดี กรรมติดจรวด โจรกระชากกระเป๋า เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่เตือนใจให้เราใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวัง ไม่ประมาท และทำแต่ความดี เพราะผลกรรมจากการกระทำของเรานั้น จะตามมาอย่างรวดเร็วเสมอ

ที่มา – กรรมติดจรวด โจรกระชากกระเป๋า ขี่ จยย.หนี ชนรถกระบะเจ็บสาหัส

โสภณ เขากระโดง งงฉายา ยันไม่เคยถูก ป.ป.ช.

“โสภณ ซารัมย์” งง ยังไม่ทันทำอะไรแต่ถูกตั้งฉายา “โสภณ เขากระโดง” เมินคนโจมตี ครม.ปราสาทสายฟ้า ลั่น ภูมิใจไทยไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ ยืนยันไม่มีชื่อเคยถูก ป.ป.ช. ชี้มูล พร้อมทุ่มแก้ปัญหายาเสพติด

วันที่ 21 กันยายน 2568 นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวที่จังหวัดศรีสะเกษ ถึงกรณีที่ถูกตั้งข้อสังเกต “ครม.อนุทิน” เป็นปราสาทสายฟ้าคอนเนคชั่น ว่า ก็มีการหมายถึงว่าเป็นคนบุรีรัมย์ ซึ่งไม่เกี่ยวกันเลย วันนี้พอพูดถึงบุรีรัมย์จะมีคนอยู่ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีอคติก็จะพูดว่าคนบุรีรัมย์จะเข้าไปทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง แต่กลุ่มที่รู้ความจริง เหมือนที่คนบุรีรัมย์รู้ว่าอะไรเป็นอะไร เพราะฉะนั้นต้องดูที่การกระทำ เหมือนตนที่วันนี้ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลยแต่กลับถูกตั้งฉายาว่า “โสภณ เขากระโดง”

นายโสภณ กล่าวต่อไปว่า ตนเลือกเกิดไม่ได้ แต่เพราะอยู่บุรีรัมย์ ขอถามว่าที่ตนมีชื่ออยู่ในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดนี้ ก็ต้องไปดูว่าสิ่งที่จะทำในอนาคตนั้นจะเหมือนกับคำปรามาสหรือไม่ ต้องมาพิสูจน์กัน ในสังคมนี้พอพูดเรื่องดีก็ไม่เชื่อ แต่พอพูดเรื่องไม่ดีก็เชื่อไว้ก่อนว่าจะทำแบบนั้นจะทำแบบนี้ จึงเป็นจุดอ่อนของสังคมไทย และการใช้โซเชียลมีเดียที่จริงบ้างเท็จบ้างมาบั่นทอนความน่าเชื่อถือของคนที่ไม่รู้ความจริง

“วันนี้ผมก็ต้องพิสูจน์ตัวเอง และไม่ใช่แค่ผมนะ แต่ สส.บุรีรัมย์ นักการเมืองของคนบุรีรัมย์ หรือมีชื่อคนบุรีรัมย์เข้าไปเป็น ครม. ต้องพิสูจน์ว่าเราไม่ได้เป็นแบบที่พวกเขาคิด ตรงนี้สำคัญ เพราะอนาคตของภูมิใจไทยมันไม่ได้อยู่ที่วันนี้ อนาคตของภูมิใจไทยอยู่ที่ว่า ถ้าเราทำในสิ่งที่ทุกคนคาดผิดหมด พวกผมก็เป็นพระเอก”

พร้อมระบุว่าเราไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ และภูมิใจไทยไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ จึงต้องเดินตามครรลองของกฎหมาย เพราะเราหวังว่าจะเป็นพรรคการเมืองที่เป็นสถาบันการเมือง หากพรรคใดไร้อุดมการณ์ ไม่ยึดในสิ่งที่ถูกต้องก็จะอยู่ได้ไม่นาน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราและ สส.ทุ่มเทมา สิ่งที่ทำมาก็เป็นประโยชน์กับประชาชน

ส่วนที่พรรคเพื่อไทยเตรียม 4 กุมาร จะชำแหละคณะรัฐมนตรี นายโสภณ บอกว่าไม่เป็นอะไร ตนไม่ห่วงเรื่องชำแหละ แต่ห่วงว่าเราจะมีเวลาพอที่จะได้พิสูจน์การทำงานบนพื้นฐานความเป็นจริงหรือไม่ เพราะเวลา 4 เดือนที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่มีการทำ MOA และรับปากกับพรรคที่สนับสนุนว่าจะยุบสภาใน 4 เดือน เชื่อว่าทำได้ แต่ในขณะเดียวกันวิกฤติของประเทศบางอย่างรอไม่ได้ และความเป็นรัฐบาลทุกวินาทีต้องทำเพื่อประเทศชาติ ต้องคู่กันไปกับการเดินหน้ายุบสภา ร่างรัฐธรรมนูญอย่างเป็นรูปธรรม

ขณะเดียวกัน นายโสภณ ยังกล่าวถึงภารกิจที่จะรับผิดชอบในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ว่า ตนไม่ถนัดเรื่องเศรษฐกิจ แต่ในเรื่องสังคม การศึกษา และยาเสพติดถือว่าเป็นงานที่สำคัญ โดยเฉพาะปัญหายาเสพติดซึ่งเป็นปัญหาของประเทศจริงๆ ปัญหาเศรษฐกิจทุกวันนี้ หากมองให้ดีก็เพราะคนเราไม่มีคุณภาพ ติดยา เด็กติดยาไม่เรียนหนังสือ ปัญหานี้ต้องแก้ไขเร่งด่วน ซึ่งตนสามารถทำได้แล้ว โดยในระยะ 2 ปีที่ตนเป็น สส.บุรีรัมย์ ได้เร่งแก้ปัญหายาเสพติดใน 6 อำเภอ ร่วมกับพระและภาคเอกชนและเห็นผลสำเร็จ ขอท้าสื่อมวลชนและหน่วยงานราชการไปดูที่ อำเภอลำปลายมาศ อำเภอคูเมือง อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ ฯลฯ ซึ่งมีศูนย์บำบัด ติดตาม แยกผู้ป่วย และตนจะพาไปชม สิ่งที่ตนอยากเห็นคือการพัฒนาด้านการศึกษาและการแก้ปัญหายาเสพติด

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาตนเคยเป็นรัฐมนตรีคมนาคม 3 ปี เคยถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ 2 ครั้ง และในตอนนั้นต้องยื่นให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สอบ แต่สุดท้ายผลการสอบก็ยกหมด และยืนยันว่าตนไม่มีเรื่อง ป.ป.ช. สำหรับใน ครม.นี้จะมีใครถูก ป.ป.ช. ตรวจสอบหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรีได้ตรวจสอบอย่างเข้มข้น เพราะท่านมีอนาคตทางการเมืองอยู่ ตนเชื่อว่านายกรัฐมนตรีมีกำแพงพิงที่จะไม่ทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า แม้จะเป็นรัฐบาลแค่ 4 เดือน แต่ก็ไม่ควรนำชีวิตการเมืองไปผูกไว้

ส่วนภาพลักษณ์ของ ครม. จะกระทบรัฐบาลหรือไม่นั้น นายโสภณ กล่าวว่าก็ต้องพิสูจน์กัน ในทางการเมือง นักการเมืองที่อยู่วังวนเคยร่วมงานกัน แต่ในส่วนตัวความผิดต้องตัดสินด้วยกฎหมาย วันนี้ใครถูกกล่าวหาก็ต้องพิสูจน์ตามกระบวนการ แม้แต่นายกรัฐมนตรีเอง หากไม่เชื่อกฎหมายแล้วเราจะอยู่กันอย่างไร เชื่อว่าใครทำไว้สมัยนี้ไม่สามารถปิดได้ ใครทำอะไรรู้หมด ส่วนฝ่ายค้านจะทำอะไรก็ถือว่าเป็นสิทธิ์ของเขา และหวังว่าสังคมจะให้ความยุติธรรม.

โสภณ เขากระโดง กับฉายาที่มาพร้อมความมุ่งมั่น

จากกรณีที่นายโสภณ ซารัมย์ ได้รับฉายา “โสภณ เขากระโดง” นั้น แสดงให้เห็นถึงความสนใจของสังคมที่มีต่อนักการเมืองและบทบาทของพวกเขาในการบริหารประเทศ ถึงแม้ว่านายโสภณจะรู้สึกงงงวยกับฉายาดังกล่าว แต่ก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ตัวเองและสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์

ความสำคัญของการตรวจสอบนักการเมือง

เรื่องราวของนายโสภณ ซารัมย์ ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบนักการเมืองและการทำงานของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตและผลประโยชน์ทับซ้อน การที่สังคมและองค์กรต่างๆ ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มข้น จะช่วยสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือในการบริหารประเทศได้

แม้ว่าการถูกตรวจสอบอาจเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับนักการเมือง แต่ก็เป็นโอกาสที่จะได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์และความสามารถของตนเอง และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่านักการเมืองเหล่านั้นมีความซื่อสัตย์และตั้งใจที่จะทำงานเพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริง นอกจากประเด็นเรื่องฉายาแล้ว นายโสภณยังยืนยันว่าตนเองไม่เคยถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด ซึ่งเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจและความพร้อมที่จะให้ตรวจสอบ

นอกจากนี้นายโสภณยังกล่าวถึงการแก้ไขปัญหายาเสพติดซึ่งเป็นนโยบายสำคัญที่ตนเองให้ความสนใจและผลักดันมาโดยตลอด การแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติโดยรวม และเป็นสิ่งที่ควรได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน

การที่นายโสภณยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะสร้างพรรคให้เป็นสถาบันทางการเมืองที่ยั่งยืน และจะยึดมั่นในหลักการและความถูกต้องเพื่อเป็นประโยชน์ต่อประชาชนต่อไป

โดยรวมแล้ว เรื่องราวของนายโสภณ เขากระโดง เป็นเรื่องราวที่สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายและความรับผิดชอบของนักการเมืองในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และการทำงานเพื่อพัฒนาประเทศชาติอย่างแท้จริง การที่สังคมให้ความสนใจและตรวจสอบนักการเมืองอย่างเข้มข้น จะช่วยสร้างระบบการเมืองที่ดีและโปร่งใสมากยิ่งขึ้น

ที่มา – งงฉายา “โสภณ เขากระโดง” พร้อมยันไม่เคยถูก ป.ป.ช. ชี้มูล ลั่น ภท. ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ