วัน: 23 กันยายน 2025

เชลซีใช้งานกียูในคาราบาวคัพได้ หลังกฎเปลี่ยน

มาร์ค กียู กองหน้าเชลซี มีสิทธิ์ลงเล่นในศึกคาราบาว คัพ รอบสาม ที่จะพบกับ ลินคอล์น ซิตี้ ในวันอังคารนี้ เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงกฎสำหรับทัวร์นาเมนต์ในฤดูกาลนี้

แม้ว่า กียู จะไม่น่าจะได้ลงสนามที่ LNER Stadium แต่เขาก็จะได้รับการพิจารณาให้ลงเล่นในรายการนี้สำหรับเชลซี ในรอบต่อๆ ไป หากพวกเขาผ่านเข้ารอบ

ดูเหมือนว่าเชลซีจะไม่ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงกฎ แต่ได้ขอความกระจ่างจาก EFL ก่อนการแข่งขันในวันอังคารนี้ไม่กี่ชั่วโมง

กองหน้าชาวสเปนรายนี้เคยลงเล่นให้ซันเดอร์แลนด์ในรายการนี้เมื่อเดือนที่แล้ว ขณะถูกยืมตัวไปเล่นให้กับทัพแมวดำ

ในฤดูกาลก่อนหน้านี้ นั่นหมายความว่าเขาจะไม่ได้รับอนุญาตให้เล่นให้เชลซีในทัวร์นาเมนต์นี้ เพราะเขาจะถูก ‘cup-tied’ ซึ่งหมายความว่าคุณได้รับอนุญาตให้เล่นให้กับสโมสรเดียวในรายการบอลถ้วยต่อฤดูกาล

แต่กฎใหม่ที่นำมาใช้ในฤดูกาลนี้ระบุว่า ผู้เล่นสามารถลงเล่นให้กับสองสโมสรในคาราบาว คัพ ได้ในฤดูกาลเดียวกัน

ดาวเตะวัย 19 ปี ถูกเรียกตัวกลับมาโดยเชลซี เนื่องจากอาการบาดเจ็บของเลียม เดลาป

กียู ลงเล่นให้ทัพแมวดำ 3 นัด ทำประตูได้ 1 ครั้ง ในศึกคาราบาว คัพ รอบสอง ที่พ่ายให้กับฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ทีมจากลีกวัน เมื่อเดือนสิงหาคม

ขุมกำลังในแดนหน้าของเชลซีลดน้อยลง เนื่องจากเดลาปต้องพักรักษาตัวจนถึงเดือนธันวาคม และนิโคลัส แจ็คสัน ย้ายไปร่วมทีมบาเยิร์น มิวนิก ด้วยสัญญายืมตัว ขณะที่ฌูเอา เปโดร ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในทุกนัดของเชลซี ทั้ง 6 นัดในทุกรายการ

กฎว่าอย่างไร?

โดยทีมงาน Ask Me Anything ของ BBC Sport

การเปลี่ยนแปลงกฎของคาราบาว คัพ ที่นำมาใช้เมื่อต้นฤดูกาลนี้ อนุญาตให้ผู้เล่นเล่นให้กับสองสโมสรที่แตกต่างกันได้ หากพวกเขาย้ายทีมระหว่างรอบของการแข่งขันและภายในช่วงเวลาที่กำหนด

กียู เป็นผู้เล่นของเชลซีอย่างเป็นทางการเมื่อฤดูกาลใหม่เริ่มต้นขึ้น และ EFL ได้พิจารณาว่าการกลับมาของเขาที่ทีมสิงห์บลูส์ ถือเป็นการย้ายทีมที่ได้รับอนุญาตหนึ่งครั้งของเขา

แม้ว่าซันเดอร์แลนด์จะไม่ใช่สโมสรแม่ของกียู ในแง่ของการเป็นเจ้าของ แต่ EFL ได้พิจารณาว่าพวกเขาเป็นสโมสรแม่ในสถานการณ์นี้ เนื่องจากพวกเขาเป็นทีมที่กียู เล่นให้เป็นทีมแรกในการแข่งขัน

กฎข้อ 6.4 ของคาราบาว คัพ ระบุว่า ผู้เล่นที่ลงทะเบียน จะได้รับอนุญาตให้เล่นให้กับสโมสรได้สูงสุดสองแห่งในการแข่งขัน หากเป็นไปตามเกณฑ์ใดๆ ต่อไปนี้:

  • ปรากฏตัวให้กับสโมสรแม่ของเขาในการแข่งขัน ก่อนการปิดตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ และต่อมาย้ายไปสโมสรอื่นก่อนสิ้นสุดตลาดซื้อขายนักเตะดังกล่าว
  • ปรากฏตัวให้กับสโมสรแม่ของเขาในการแข่งขัน ก่อนการปิดตลาดซื้อขายนักเตะช่วงฤดูหนาว หรือเลกแรกของการแข่งขันรอบรองชนะเลิศ และต่อมาย้ายไปสโมสรอื่นก่อนการปิดตลาดซื้อขายนักเตะช่วงฤดูหนาว หรือเลกแรกของการแข่งขันรอบรองชนะเลิศ
  • ผู้เล่นเข้าร่วมทีมในสัญญายืมตัวผู้รักษาประตูฉุกเฉิน

Ask Me Anything คืออะไร?

Ask Me Anything เป็นบริการที่อุทิศตนเพื่อตอบคำถามของคุณ

เราต้องการตอบแทนเวลาของคุณด้วยการบอกสิ่งที่คุณไม่รู้และเตือนสิ่งที่คุณรู้

ทีมงานจะค้นหาทุกสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้และสามารถเรียกใช้เครือข่ายผู้ติดต่อ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญและนักวิจารณ์ของเราได้

เราจะตอบคำถามของคุณจากใจกลางห้องข่าว BBC Sport และเจาะลึกเบื้องหลังฉากในงานกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

การรายงานข่าวของเราจะครอบคลุมเว็บไซต์, แอป, โซเชียลมีเดีย และบัญชี YouTube ของ BBC Sport รวมถึง BBC TV และวิทยุ

คำถามเพิ่มเติมที่ได้รับคำตอบ…

ทำไมเชลซีใช้งานกียูในคาราบาวคัพได้

กฎใหม่นี้ส่งผลดีต่อเชลซี ทำให้พวกเขามีตัวเลือกในแนวรุกมากขึ้นในช่วงที่ทีมมีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บ การมีมาร์ค กียู เป็นอีกหนึ่งกำลังเสริมจะช่วยให้ทีมสามารถโรเตชั่นผู้เล่นและรักษาความสดของทีมได้

การเปลี่ยนแปลงกฎคาราบาวคัพเปิดโอกาสให้ทีมต่างๆ สามารถใช้งานผู้เล่นที่เคยลงเล่นให้ทีมอื่นในรายการเดียวกันได้ ทำให้การแข่งขันมีความยืดหยุ่นและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น การที่เชลซีสามารถใช้งานกียูได้ แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของการปรับปรุงกฎที่คำนึงถึงสถานการณ์จริงของสโมสร

เชลซีใช้งานกียูในคาราบาวคัพได้ ถือเป็นข่าวดีสำหรับแฟนบอลสิงห์บลูส์ ที่จะได้เห็นดาวรุ่งรายนี้มีโอกาสลงสนามและพิสูจน์ตัวเองในระดับสโมสร หวังว่าเขาจะสามารถฉวยโอกาสนี้ไว้ได้และสร้างผลงานที่น่าประทับใจ

ที่มา – Chelsea’s Guiu eligible for EFL Cup after mix-up

เปิดผลตรวจสุขภาพ น้องข้าวต้ม เร่งรักษา

ทีมสัตวแพทย์เร่งตรวจสุขภาพ น้องข้าวต้ม ลูกช้างป่าพลัดหลงจากแม่ที่ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เบื้องต้นยังอยู่ในภาวะวิกฤติ เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน และเร่งหาแนวทางการรักษาอย่างเต็มที่

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2568 คณะสัตวแพทย์จากหลายหน่วยงาน ทั้งจากสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า, สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง), มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ร่วมกับนายสัตวแพทย์ชำนาญการ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก และศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ได้ร่วมกันเข้าทำการตรวจสุขภาพและวางแผนการรักษา น้องข้าวต้ม อย่างละเอียด

คณะทำงานประกอบด้วย น.สพ.ภัทรพล มณีอ่อน หัวหน้ากลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า, สพ.ญ.ลักษณา ประสิทธิชัย นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง), สพ.ญ.กานต์พิชชา หาญอาษา นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง), สพ.ญ.ณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ชำนาญการ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก และศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก, ผศ.สพ.ญ.ดร.สุภาเพ็ญ ศรีพิบูลย์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน, สพ.ญ.สุธีรานันท์ พิพิธวนิชธรรม คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน

ทีมสัตวแพทย์ได้นำเครื่องเอกซเรย์มาตรวจรักษา น้องข้าวต้ม ลูกช้างป่าพลัดหลงที่ถูกส่งตัวมายังศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก เพื่อตรวจอาการบาดเจ็บอย่างละเอียด การตรวจรักษาอาการบาดเจ็บของน้องข้าวต้มนานกว่า 2 ชั่วโมง และดูแลอย่างใกล้ชิด หลังจากนั้นทีมสัตวแพทย์จะมีการประชุมเพื่อสรุปผลการเอกซเรย์และการตรวจรักษา

สพ.ญ.ณฐนน ปานเพ็ชร หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก กล่าวว่า ได้จัดเตรียมสถานที่และทีมสัตวแพทย์ให้พร้อม เพื่อให้การดูแล น้องข้าวต้ม เป็นไปอย่างสะดวกสบายที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวนและมีฝนตก

น.สพ.ภัทรพล มณีอ่อน หัวหน้ากลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า เปิดเผยผลการตรวจสุขภาพเบื้องต้น พบว่ามีบาดแผลตามลำตัว โดยเฉพาะบริเวณสะโพก และแผลถลอกบริเวณขาหน้าขวา นอกจากนี้ยังมีรอยถลอกบริเวณข้อเท้าเนื่องจากการลงน้ำหนัก

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการยืนของลูกช้าง พบว่าแผ่นรองเท้าทั้ง 4 ข้างบางมาก เล็บยาวงอกเกินออกมา ซึ่งเป็นลักษณะผิดปกติ สันนิษฐานว่า น้องข้าวต้ม ไม่ได้ยืน 4 ขาตั้งแต่กำเนิด และเอ็นข้อเท้ามีลักษณะงอพับคล้ายคลึงกับลูกม้า นอกจากนี้ยังพบบาดแผลติดเชื้อบริเวณอวัยวะเพศและสะดือ

ถึงแม้ว่าโดยรวม น้องข้าวต้ม จะมีสุขภาพที่ดีและกินนมได้เยอะ แต่ยังไม่สามารถประคองตัวในการเดินได้ คาดการณ์ว่าบาดแผลตามตัวเกิดจากการประคับประคองจากฝูงช้าง เพื่อช่วยให้ลูกช้างช่วยเหลือตัวเองได้

เปิดผลตรวจสุขภาพ น้องข้าวต้ม เร่งรักษา

เป้าหมายหลักในขณะนี้คือการช่วยชีวิต น้องข้าวต้ม ให้รอดพ้นจากภาวะวิกฤตและลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน การตัดสินใจนำมาดูแลโดยทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิดถือเป็นแนวทางที่ถูกต้อง ข้อมูลพื้นฐานของการดูแลสัตว์ชนิดนี้มีความสำคัญยิ่งต่อการวินิจฉัยของทีมแพทย์

หลวงปู่สาคร ซึ่งมีความเมตตาต่อช้างในพื้นที่และติดตามช้างมาโดยตลอด สามารถให้ประวัติของฝูงช้างได้ ทำให้ทราบว่าแม่ช้างเป็นใครและพบเจอลูกช้างเมื่อไหร่ ข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญต่อการดูแลและเตรียมความพร้อมในการรักษา

การดูแล น้องข้าวต้ม อย่างใกล้ชิด

ดังนั้นการได้รับข้อมูลจากหลวงปู่สาคร อาจารย์ประถม ชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติลำคลองงู รวมถึงคำแนะนำจากคุณหมอหลายท่าน จึงมีส่วนช่วยอย่างมากในการดูแล น้องข้าวต้ม

แม้ว่าสถานการณ์ของน้องข้าวต้มจะยังน่าเป็นห่วง แต่ด้วยความทุ่มเทของทีมสัตวแพทย์และความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วน ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าน้องข้าวต้มจะสามารถกลับมาแข็งแรงและใช้ชีวิตในป่าได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง เราทุกคนขอส่งกำลังใจให้น้องข้าวต้มและทีมงานทุกท่าน

ที่มา – เปิดผลตรวจสุขภาพ “น้องข้าวต้ม” ลูกช้างป่าพลัดหลง เร่งหาแนวทางการรักษา

ณัฐวุฒิชี้ ดีลพิสดาร MOA ส้ม-น้ำเงิน

“ณัฐวุฒิ” ชี้ ดีลพิสดาร MOA ส้ม-น้ำเงิน ไปไกลกว่า “มีชัย ฤชุพันธุ์” จินตนาการ สร้างฝ่ายค้านตั้งรัฐบาลค้ำอำนาจอนุรักษนิยม เตือน พรรคประชาชนเร่งจับมือภูมิใจไทยเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญร่วมกัน

วันที่ 23 กันยายน 2568 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี (น.ส.แพทองธาร ชินวัตร) กล่าวว่า MOA ส้ม-น้ำเงิน ที่พรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยร่วมกันก่อตั้งรัฐบาลชุดนี้ เป็นการอุ้มสมเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ 2560 ให้ไปไกลเกินกว่าจินตนาการของ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ วางเอาไว้ เพราะเจตนารมณ์ของฝ่ายอนุรักษ์นิยมในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คือต้องการอำนาจรัฐผ่านระบบรัฐสภา โดยมีสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่เป็นพวกตัวเองคอยเลือกองค์กรอิสระเพื่อให้สามารถคุมกลไกตรวจสอบถ่วงดุลทั้งหลายเอาไว้ แต่ MOA ส้ม-น้ำเงินได้ส่งผลให้อำนาจรัฐของพรรคภูมิใจไทยมีพลังของพรรคแกนนำฝ่ายค้านคอยหนุนส่งอยู่อีกทางหนึ่ง ซึ่งค่อนข้างจะมั่นใจว่าตอนที่มีการยกร่างรัฐธรรมนูญ นายมีชัยและคณะ ก็คิดไม่ถึงว่าจะไปได้ถึงขนาดนี้

สำหรับประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายณัฐวุฒิ ระบุว่า ขณะนี้เมื่อพรรคภูมิใจไทยเสนอเนื้อหาของร่างฯ ตามที่ปรากฏเป็นข่าว แม้เนื้อหาจะสามารถรับฟังได้ แต่เจตนากลับส่อว่าอาจจะเป็นปัญหา เพราะการให้อำนาจรัฐสภา เลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มาทั้งหมด 99 คน สุ่มเสี่ยงที่จะทำให้เกิด ส.ส.ร.สีน้ำเงินขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง เพราะพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมี สส. อยู่ 69 เสียง เมื่อรวมกับเสียงของ สว.สีน้ำเงิน ซึ่งคาดว่าอาจจะมีได้ถึง 150 เสียง ก็จะกลายเป็นกลุ่มการเมืองที่มีคะแนนสูงสุดในรัฐสภา หากรวมกับคะแนนของพรรคร่วมรัฐบาลในปัจจุบัน ก็จะทำให้สามารถกำหนดตัว ส.ส.ร. ที่จะมายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กลายเป็น ส.ส.ร.สีน้ำเงิน หมดทั้ง 99 คนเลยหรือไม่

“ผมจึงขอเรียกร้องให้พรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย ซึ่งร่วมกันตั้งรัฐบาลตามดีลพิสดาร สร้างความชัดเจนให้เกิดความมั่นใจในหมู่ประชาชน โดยการจับมือกันให้ สส.ทั้ง 2 พรรค ร่วมกันลงชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน โดยมีเนื้อหาสาระที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน หากจะต้องระมัดระวังเรื่องคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องทำให้เกิดความชัดเจนว่า ไม่ใช่เป็นการยกอำนาจหรือยก ส.ส.ร. ให้กับฝ่ายการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง”

นายณัฐวุฒิ ยังเผยอีกว่า นับตั้งแต่มีการลงนามร่วมกันของพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยในข้อตกลง MOA ส้ม-น้ำเงิน จนถึงวันที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ยังไม่เคยเห็นพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยตั้งโต๊ะพูดคุยกันในระดับผู้นำพรรค เพื่อสร้างความชัดเจนและหลักประกันให้กับประชาชนในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงสมควรอย่างยิ่งที่หัวหน้าพรรคประชาชนจะนัดหมายหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เพื่อประกาศร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของทั้ง 2 พรรค ที่มีการลงนามร่วมกันต่อหน้าประชาชนเหมือนลงนาม MOA 5 ข้อ และร่วมกันยื่นเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับของทั้ง 2 พรรคเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภาต่อไป

ขณะเดียวกัน ทั้งพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยก็ควรที่จะจับมือกันเดินไปหารือกับ สว. อย่างเปิดเผย เพื่อขอรับการสนับสนุนในการลงคะแนนผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในคราวเดียวกันด้วย เพื่อให้ดีลพิสดารในการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้สามารถบรรลุเป้าหมายตาม MOA เปิดทางให้เกิดการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้อย่างแท้จริง.

“ณัฐวุฒิ” ชี้ ดีลพิสดาร MOA ส้ม-น้ำเงิน

จากกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้ออกมากล่าวถึงดีลพิสดาร MOA ส้ม-น้ำเงิน ทำให้หลายฝ่ายเกิดความกังวลเกี่ยวกับทิศทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเป็นไปได้ที่ ส.ส.ร. จะถูกครอบงำโดยกลุ่มการเมืองบางกลุ่ม

ทำความเข้าใจ ดีลพิสดาร MOA ส้ม-น้ำเงิน

ดีลพิสดาร MOA ส้ม-น้ำเงิน คือข้อตกลงระหว่างพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งนายณัฐวุฒิ มองว่าเป็นการเปิดทางให้อำนาจของพรรคภูมิใจไทยได้รับการสนับสนุนจากพรรคแกนนำฝ่ายค้าน ซึ่งอาจส่งผลต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญในอนาคต

สถานการณ์นี้ทำให้เกิดคำถามว่า จะเป็นไปได้หรือไม่ที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง นี่คือประเด็นที่ประชาชนควรจับตาอย่างใกล้ชิด

การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลต่ออนาคตของประเทศ การมีส่วนร่วมและแสดงความคิดเห็นของประชาชนจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้รัฐธรรมนูญเป็นฉบับที่ตอบโจทย์ความต้องการของทุกฝ่ายอย่างแท้จริง

สิ่งที่น่าจับตามองต่อไปคือ การที่พรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยจะสามารถสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้หรือไม่ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม และจะมีการดำเนินการอย่างไรเพื่อให้ ส.ส.ร. สามารถทำงานได้อย่างอิสระจากอิทธิพลทางการเมือง

ดีลพิสดาร MOA ส้ม-น้ำเงิน จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในทิศทางใด ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามกันต่อไป

ในท้ายที่สุดแล้ว การแก้ไขรัฐธรรมนูญควรเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชน โดยคำนึงถึงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน

ที่มา – “ณัฐวุฒิ” ชี้ ดีลพิสดาร MOA ส้ม-น้ำเงิน จี้ ปชน.-ภท. เสนอร่างแก้ไข รธน. ร่วมกัน

ร้านใจเด็ด! สู้โจรลักสายไฟม้วนใหญ่ จับแล้ว

เจ้าของร้านใจเด็ด สู้โจรบุกร้านชิงสายไฟม้วนใหญ่กลางวันแสกๆ ล่าสุดตำรวจจับกุมตัวได้แล้ว พบประวัติก่อคดีมาเพียบ เรื่องราวเจ้าของร้านใจเด็ด สู้โจรลักสายไฟม้วนใหญ่ กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างมาก

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 23 ก.ย. 68 พ.ต.อ.ประภาส อุบลศรี ผกก.สภ.ห้างฉัตร อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง คุมตัวนายวิชัย อายุ 46 ปี ชาวบ้าน ต.ต้นธงชัย อ.เมือง จ.ลำปาง ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังก่อเหตุตระเวนลักทรัพย์ในหลายพื้นที่ และที่ผ่านมาได้ขโมยรถจักรยานยนต์ที่จอดทิ้งไว้หน้าร้านขายของชำแห่งหนึ่งใน ต.หนองหล่ม อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง

โดยผู้ต้องหารับว่า ก่อนก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์ที่ยืมเพื่อนผ่านหน้าร้านขายของชำ และเห็นว่ามีรถจักรยานยนต์คันหนึ่งจอดเสียบกุญแจทิ้งไว้ จึงได้นำรถจักรยานยนต์ที่ยืมเพื่อนมาจอดไว้ที่ข้างวัด และไปขโมยรถจักรยานยนต์คันที่จอดเสียบกุญแจทิ้งไว้และขี่หลบหนีไป

จากนั้นในช่วงบ่ายวันที่ 20 ก.ย. 68 ได้เข้าไปขโมยสายไฟฟ้า ที่ร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้าแห่งหนึ่ง บริเวณถนนวังขวา เขตเทศบาลนครลำปาง อ.เมือง จ.ลำปาง ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพนาทีที่เจ้าของร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้า ใจกล้าสู้โจรที่บุกมาชิงสายไฟฟ้าไปถึงหน้าร้าน

ในภาพจะเห็นผู้ก่อเหตุ สวมหมวกผ้าปิดบังใบหน้าขี่รถจักรยานยนต์สีแดงมาจอดที่หน้าร้าน แล้วเดินไปหยิบสายไฟฟ้าม้วนใหญ่ยาวหลายร้อยเมตร มูลค่ากว่า 8,000 บาทไปอย่างหน้าตาเฉย ก่อนที่จะเดินกลับมายังรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่หน้าร้าน ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับเฮียเจ้าของร้านเดินออกไปดูเพราะคิดว่าเป็นลูกค้า แต่ต้องตะลึงเพราะผู้ก่อเหตุได้ขโมยสายไฟฟ้าไปต่อหน้าต่อตากลางวันแสกๆ

เจ้าของร้านจึงรีบวิ่งไปที่รถและผลักผู้ก่อเหตุ แล้วประเคนบาทาให้อีกรอบ แต่ผู้ก่อเหตุก็พยายามจูงรถจักรยานยนต์หนี แต่ทางเจ้าของร้านก็พยายามไปแย่งสายไฟฟ้าคืน จนมีอยู่ช่วงหนึ่งทั้งรถและคนต่างล้มลงบนถนนและเหมือนจะต่อสู้กันอีกรอบ

ทั้งนี้ เจ้าของร้านยังเปิดเผยอีกว่า ระหว่างที่มีการต่อสู้กันนั้นคนร้ายได้ชักใบมีดคัตเตอร์ออกมาขู่และพยายามจะแทง แต่โชคไม่เข้าข้างผู้ก่อเหตุ ทำให้ใบมีดคัตเตอร์ตก เมื่อเห็นท่าไม่ดีจึงรีบสตาร์ทรถจักรยานยนต์ขี่หลบหนีไปทางสะพานพัฒนาภาคเหนือ

เบื้องต้น ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ก่อนหน้านั้นมีอาชีพเป็นกรรมกรก่อสร้าง ไม่มีบ้านอยู่เป็นหลักแหล่ง เงินที่หามาได้บางครั้งก็จะนำไปซื้อยาบ้ามาเสพ ตอนหลังตกงานจึงออกตระเวนลักทรัพย์ทั้งในตัวเมืองลำปาง อ.เกาะคา และใน อ.ห้างฉัตรหลายแห่ง และเมื่อก่อเหตุจะอาศัยไปหลับนอนตามกระท่อมของชาวบ้านตามหัวไร่ปลายนาและใช้ชีวิตหลบซ่อนอยู่ในป่า จนมาถูกเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเข้ามาควบคุมตัวดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรห้างฉัตรแจ้งข้อกล่าวหา ลักทรัพย์ผู้อื่น นำตัวส่งพนักงานสอบสวน พร้อมทั้งได้ประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องมาอายัดตัวทำการสอบสวนขยายผลต่อไป

เจ้าของร้านใจเด็ด สู้โจรลักสายไฟม้วนใหญ่

เหตุการณ์เจ้าของร้านใจเด็ด สู้โจรลักสายไฟม้วนใหญ่นี้แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญและความเด็ดเดี่ยวของเจ้าของร้านที่ไม่ยอมให้คนร้ายมากระทำการอุกอาจต่อหน้าต่อตา แม้ว่าคนร้ายจะมีอาวุธมีดคัตเตอร์ก็ไม่หวั่นเกรง นับว่าเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับสังคม และเป็นการเตือนให้ผู้ร้ายรู้ว่าอย่าคิดที่จะก่อเหตุร้าย เพราะอาจจะต้องเจอกับการต่อต้านที่แข็งขัน

บทเรียนจากเหตุการณ์ เจ้าของร้านใจเด็ด สู้โจรลักสายไฟม้วนใหญ่

เหตุการณ์นี้สอนให้เรารู้ว่า:

  • อย่าประมาทในการดูแลทรัพย์สินของตนเอง
  • ควรติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อบันทึกภาพเหตุการณ์ต่างๆ
  • หากพบเห็นเหตุการณ์ร้าย ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้าช่วยเหลือ
  • การช่วยเหลือซึ่งกันและกันในสังคมเป็นสิ่งที่ดี

นอกจากนี้ เหตุการณ์นี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในสังคม ซึ่งมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหายาเสพติด ปัญหาการว่างงาน เป็นต้น การแก้ไขปัญหาเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน

การกระทำของเจ้าของร้านใจเด็ด สู้โจรลักสายไฟม้วนใหญ่นี้เป็นสิ่งที่น่ายกย่อง แต่ก็ควรระลึกเสมอว่าความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับแรก หากประเมินแล้วว่าสู้ไม่ได้ หรือมีความเสี่ยงที่จะได้รับอันตราย ควรหลีกเลี่ยงการปะทะโดยตรง และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

ที่มา – เจ้าของร้านใจเด็ด สู้โจรลักสายไฟม้วนใหญ่ ล่าสุดจับได้แล้ว ก่อคดีมาเพียบ

อุสมาน เดมเบเล่ คว้ารางวัลบัลลงดอร์ 2025

อุสมาน เดมเบเล่ ปีกทีมชาติฝรั่งเศสของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (PSG) ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในปี 2025 โดยคว้ารางวัล บัลลงดอร์ 2025 มาครอง หลังจากโชว์ฟอร์มสุดโดดเด่นทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติในปีที่ผ่านมา

ฟอร์มสุดร้อนแรงของเดมเบเล่

เดมเบเล่ ทำผลงานในปี 2025 ได้อย่างน่าประทับใจ โดยมีส่วนสำคัญในการพา ปารีส แซงต์-แชร์กแมง คว้าแชมป์ลีกเอิง และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รวมถึงการช่วยให้ ทีมชาติฝรั่งเศส คว้าตำแหน่งรองแชมป์ ฟุตบอลโลก 2026 โดยการทำประตูสำคัญในหลายเกมใหญ่ตลอดปี

ประวัติศาสตร์บัลลงดอร์ของเดมเบเล่

รางวัลบัลลงดอร์ 2025 ถือเป็นรางวัลแรกของ เดมเบเล่ ในการคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมที่สุดของโลก หลังจากที่เคยถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักเตะที่มีศักยภาพสูงที่สุดในโลกมาโดยตลอด ฟอร์มที่โดดเด่นในปี 2025 ช่วยยกระดับชื่อเสียงของเขาไปสู่ระดับโลกอย่างแท้จริง

การยินดีจากคนในวงการฟุตบอล

หลังจากการประกาศผลรางวัล เดมเบเล่ ได้กล่าวว่า “นี่คือความฝันที่เป็นจริง ผมขอขอบคุณเพื่อนร่วมทีมทุกคนที่ช่วยผลักดันให้ผมทำผลงานได้ดีในปีนี้ ขอบคุณสโมสรและแฟนบอลทุกคนที่สนับสนุนมาตลอด”

ขณะที่ ลิโอเนล เมสซี่, นักเตะที่เคยเป็นคู่หูใน บาร์เซโลน่า และผู้คว้าบัลลงดอร์หลายสมัย ได้ออกมาชื่นชมว่า “อุสมานสมควรได้รับรางวัลนี้ เขาคือหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในโลก”

ผลกระทบต่อวงการฟุตบอล

การคว้าบัลลงดอร์ของ อุสมาน เดมเบเล่ ยังแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในวงการฟุตบอลที่นักเตะรุ่นใหม่กำลังมาแรง และได้พิสูจน์ตัวเองในการแข่งขันระดับโลกอย่างแท้จริง ด้วยการคว้ารางวัลที่มีค่าที่สุดในโลกฟุตบอล

กลาโหมกัมพูชาลั่น! ไม่ได้ยิงปืนเข้าฝั่งไทย

จากกรณีที่มีรายงานข่าวว่ามีการยิงปืนจากฝั่งกัมพูชาเข้ามายังฝั่งไทย ล่าสุดทางกลาโหมกัมพูชาได้ออกมาแถลงการณ์ถึงเรื่องนี้แล้ว โดยยืนยันว่าไม่ได้มีการยิงปืนเข้ามา แต่เป็นเพียงเหตุการณ์ “ปืนลั่น” เท่านั้น

พลโทมาลี โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชายืนยันว่า ทหารกัมพูชาไม่ได้ยิงปืนเข้าฝั่งไทยอย่างแน่นอน แต่เป็นอุบัติเหตุ “ปืนลั่น” จำนวน 2 นัด ซึ่งเกิดขึ้นในเวลาที่ห่างกันประมาณ 1 ชั่วโมง และทางกัมพูชาได้ติดต่อชี้แจงรายละเอียดกับฝ่ายไทยแล้ว

โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา พลโทหญิง มาลี โสเจียตา ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันอังคารที่ 23 กันยายน 2568 เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว หลังจากที่มีรายงานข่าวจากสื่อไทยบางสำนักและเพจเฟซบุ๊กทางการของไทยว่า “กัมพูชายิงปืนขนาดเล็ก 3-5 นัดเข้าฝั่งไทยเพื่อยุยงปลุกปั่นในพื้นที่ตามแนวชายแดนระหว่างทั้งสองประเทศ”

ทางกระทรวงกลาโหมกัมพูชายืนยันว่า ข้อมูลที่ได้รับจากกองทัพภาคที่ 4 ของกัมพูชาระบุชัดเจนว่า ทหารกัมพูชาไม่ได้ยิงอาวุธปืนเข้าไปในดินแดนไทยตามที่ถูกกล่าวอ้าง แต่เป็นเหตุการณ์ “ปืนลั่น” โดยไม่ตั้งใจ จำนวน 2 นัด เกิดขึ้นในเวลา 13.20 น. และ 14.16 น. ตามลำดับ ซึ่งทีมสื่อสารของทั้งสองประเทศได้มีการสอบถามและให้ข้อมูลซึ่งกันและกันเพื่อทำความเข้าใจและคลี่คลายสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว

กลาโหมกัมพูชาลั่น ไม่ได้ยิงปืนเข้าฝั่งไทย

กัมพูชายังคงยืนยันเจตนารมณ์ที่จะร่วมมือกับประเทศไทยในทุกระดับ เพื่อส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือ และการพัฒนาเพื่อประโยชน์ของทั้งสองประเทศต่อไป

กองทัพกัมพูชายังคงยึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกองทัพกัมพูชาและไทย ซึ่งได้มีการลงนามร่วมกันที่กรุงปุตราจายาเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 อย่างเต็มที่และไม่มีการเปลี่ยนแปลง

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา: ความเข้าใจผิดเรื่อง “ปืนลั่น”

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการสื่อสารและการประสานงานระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนที่มีความอ่อนไหว การให้ข้อมูลที่ถูกต้องและทันท่วงที จะช่วยป้องกันความเข้าใจผิดและการ escalation ของสถานการณ์ได้

ประเด็นเรื่อง กลาโหมกัมพูชาลั่น ไม่ได้ยิงปืนเข้าฝั่งไทย นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และการแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยสันติวิธี

เหตุการณ์ “ปืนลั่น” ที่เกิดขึ้น แม้จะไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่ก็ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกและความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ การที่กลาโหมกัมพูชาออกมาแสดงความรับผิดชอบและชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างรวดเร็ว ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาและรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ

เมื่อเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน และหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน เพื่อป้องกันการสร้างความเข้าใจผิดและความตื่นตระหนกในสังคม

การรักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาและความเจริญรุ่งเรืองของทั้งสองประเทศ การแก้ไขปัญหาและความขัดแย้งโดยสันติวิธี และการสร้างความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างกัน จะนำมาซึ่งประโยชน์สุขแก่ประชาชนทั้งสองฝ่าย

ที่มา – กลาโหมกัมพูชาลั่น ไม่ได้ยิงปืนเข้าฝั่งไทย ชี้แค่ “ปืนลั่น” 2 นัด แจ้งฝ่ายไทยแล้ว

สืบนครบาลจับแก๊งคอลฯ หลอกซื้อทองคำ!

สืบนครบาลรวบยกแก๊งคอลเซนเตอร์สุดแสบ! คาโรงแรมหรูใจกลางกรุงเทพฯ หลังวางแผนหลอกเหยื่อให้โอนเงินจนหมดตัว ก่อนนำเงินไปซื้อทองคำแท่ง กองบัญชาการตำรวจนครบาลเร่งขยายผล จับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ

สืบนครบาล แกะรอยจับแก๊งคอลฯ คาโรงแรมหรู หลอกเงินเหยื่อซื้อทองคำ

เมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. และทีมสืบสวนนครบาล แถลงข่าวการจับกุม 3 ผู้ต้องหา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแก๊งบัญชีม้านิติบุคคล โดยมีนายกฤตพัฒน์ อายุ 30 ปี ชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นหัวหน้าแก๊ง พร้อมพวกรวม 3 คน ถูกจับกุมได้ที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่งย่านรัชโยธิน พร้อมของกลางเพียบ ทั้งยาบ้ากว่า 1,000 เม็ด, อุปกรณ์การเสพ, ตราประทับบริษัทนิติบุคคล 10 แห่ง, เอกสารรับรองบริษัท, โทรศัพท์มือถือ, สมุดบัญชีธนาคาร, ถุงใส่ทองคำ และเอกสารอื่นๆ อีกจำนวนมาก

จากการตรวจสอบห้องพัก พบว่าเป็นห้องสวีทขนาดใหญ่ แบ่งเป็นห้องทำงานและห้องนอนอย่างเป็นสัดส่วน นอกจากนี้ ยังพบห้องพักและห้องทำงานย่อยๆ อีก 5 ห้องที่ชั้นล่าง

พล.ต.ต.วสันต์ เปิดเผยว่า แก๊งนี้หลอกผู้เสียหายในพื้นที่ สน.พญาไท และ สน.บางโพ รวม 2 ราย ได้เงินไปประมาณ 4.5 ล้านบาท โดยโอนเข้าบัญชีธนาคารของบริษัทนิติบุคคล วอร์รูมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจพบความผิดปกติของการโอนเงิน จึงสั่งให้ติดตามเส้นทางการเงินอย่างใกล้ชิด และแจ้งให้ตำรวจในพื้นที่เตรียมตรวจสอบ

ต่อมาพบว่าเงินจำนวนดังกล่าวถูกโอนผ่านแอปพลิเคชันซื้อขายทองคำออนไลน์ของห้างทองชื่อดังย่านเยาวราช เพื่อซื้อทองคำน้ำหนักรวม 80 บาท และเตรียมเดินทางไปรับทองคำ ชุดสืบนครบาลและชุดสืบสวน กก.สส.บก.น.6 จึงเฝ้าติดตามและควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเป็นหญิง 2 ราย ก่อนขยายผลไปยังโรงแรมดังกล่าว จนสามารถจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้อีก 3 ราย

จากการสอบสวน นายกฤตพัฒน์ ให้การว่า ได้รับการชักชวนผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ให้ทำงานในบริษัทเงินกู้ที่เปิดบังหน้าเพื่อรับโอนและกดเงินจากบัญชีม้า โดยมีหน้าที่สแกนใบหน้าเพื่อโอนเงิน และไปรับทองตามร้านต่างๆ ได้ค่าจ้างเดือนละ 10,000 – 50,000 บาท ส่วนยาบ้าที่พบ รับว่าเสพเองวันละ 10 เม็ด ร่วมกับการดื่มน้ำกระท่อม โดยมีคนจัดหาให้

ขยายผล! สืบนครบาล แกะรอยจับแก๊งคอลฯ คาโรงแรมหรู หลอกเงินเหยื่อซื้อทองคำ

พล.ต.ต.โชติวัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนและขยายผล เพื่อตรวจสอบหน้าที่ของแต่ละคน และตรวจสอบข้อมูลจากสมุดบัญชี เบื้องต้นยังไม่ทราบรายละเอียดพฤติการณ์การหลอกลวงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่จะเรียกผู้เสียหายมาให้ปากคำเพิ่มเติม เพื่อขยายผลให้ถึงผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด

เบื้องต้น นายกฤตพัฒน์ ถูกแจ้งข้อหาครอบครองและจำหน่ายยาเสพติด (ยาบ้า) และเสพยาบ้า ส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป

คดีสืบนครบาล แกะรอยจับแก๊งคอลฯ คาโรงแรมหรู หลอกเงินเหยื่อซื้อทองคำ นี้เป็นอุทาหรณ์ให้เห็นถึงกลโกงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่พัฒนาไปอย่างไม่หยุดนิ่ง พวกเขาพร้อมที่จะใช้ทุกวิถีทางในการหลอกลวงเหยื่อ ดังนั้น เราจึงต้องเพิ่มความระมัดระวังและตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพเหล่านี้

การที่สืบนครบาล แกะรอยจับแก๊งคอลฯ คาโรงแรมหรู หลอกเงินเหยื่อซื้อทองคำ ได้สำเร็จ ถือเป็นผลงานที่น่าชื่นชม และแสดงให้เห็นถึงความสามารถของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปราบปรามอาชญากรรม อย่างไรก็ตาม การป้องกันอาชญากรรมที่ดีที่สุด คือการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเองและคนรอบข้าง ให้มีความรู้เท่าทันกลโกงของมิจฉาชีพ

ที่มา – สืบนครบาล แกะรอยจับแก๊งคอลฯ คาโรงแรมหรู หลอกเงินเหยื่อซื้อทองคำ

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเหรียญราชการชายแดน-เหรียญพิทักษ์เสรีชน

ข่าวดี! โปรดเกล้าฯ พระราชทานเหรียญราชการชายแดน-เหรียญพิทักษ์เสรีชน ประจำปี 2568 จำนวนมากถึง 1,803 ราย และ 8,303 ราย ตามลำดับ โดยมีรายชื่อบุคคลสำคัญหลายท่านรวมอยู่ด้วย มาดูกันว่ามีใครบ้าง!

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศ เรื่อง พระราชทานเหรียญราชการชายแดน โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้:

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเหรียญราชการชายแดนให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดน 31 จังหวัด ซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนตามระเบียบว่าด้วยการขอพระราชทานเหรียญราชการชายแดน สิทธิของผู้ได้รับพระราชทาน และการเรียกเหรียญและบัตรเหรียญราชการชายแดนคืน พ.ศ. 2511 จำนวน 1,803 ราย

ที่น่าสนใจคือ ในรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานเหรียญราชการชายแดน ประจำปี 2568 นี้ มีชื่อ นายกองใหญ่ อนุทิน ชาญวีรกูล ปรากฏอยู่ในลำดับแรกอีกด้วย

ประกาศดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน พุทธศักราช 2568

ท่านสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานเหรียญราชการชายแดน ประจำปี 2568 ทั้ง 1,803 รายชื่อได้ที่นี่

นอกจากนี้ ราชกิจจานุเบกษายังได้เผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศ เรื่อง พระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชน ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้:

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชน ชั้นที่ 2 ประเภทที่ 2 ให้แก่ผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ของพระราชบัญญัติเหรียญพิทักษ์เสรีชน พ.ศ. 2512 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอพระราชทาน การประดับและกรณีที่ให้ประดับเหรียญพิทักษ์เสรีชน สิทธิ บัตรประจำตัว และการเรียกเหรียญกับบัตรประจำตัว ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชนคืน พ.ศ. 2563 รวมทั้งสิ้น 8,303 ราย

และในจำนวนผู้ได้รับพระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชนนี้ มีชื่อของ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ และ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รวมอยู่ด้วย

ประกาศนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน พุทธศักราช 2568

ท่านสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชนทั้ง 8,303 รายชื่อได้ที่นี่

พระราชทานเหรียญราชการชายแดน-เหรียญพิทักษ์เสรีชน

การพระราชทานเหรียญราชการชายแดน-เหรียญพิทักษ์เสรีชน ในครั้งนี้ ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และเป็นขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน รวมถึงผู้ที่ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง การได้รับพระราชทานเหรียญอันทรงเกียรตินี้ เป็นเครื่องแสดงถึงความทุ่มเท เสียสละ และความจงรักภักดีที่พวกท่านได้แสดงให้เห็น

ความสำคัญของการพระราชทานเหรียญราชการชายแดน-เหรียญพิทักษ์เสรีชน

การพระราชทานเหรียญราชการชายแดน และเหรียญพิทักษ์เสรีชน มีความสำคัญอย่างยิ่ง ด้วยเหตุผลหลายประการ:

  • เป็นการเชิดชูเกียรติและให้กำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน
  • เป็นเครื่องหมายแสดงถึงความเสียสละและความจงรักภักดี
  • สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นทำความดี
  • ส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมในสังคม

ขอแสดงความยินดีกับทุกท่านที่ได้รับพระราชทานเหรียญอันทรงเกียรติในครั้งนี้ ขอให้ทุกท่านรักษาคุณงามความดี และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคมต่อไป

การที่บุคคลสำคัญอย่างคุณอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับพระราชทานเหรียญราชการชายแดน แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการทำงานในพื้นที่ชายแดน และการให้ความสำคัญกับผู้ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงภัยเหล่านี้

ที่มา – พระราชทานเหรียญราชการชายแดน-เหรียญพิทักษ์เสรีชน มีชื่อ “อนุทิน-ซาบีดา-ธีรรัตน์”

ปภ.เตือน! 55 จังหวัด กทม. เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเตือน 55 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร ให้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันในช่วงวันที่ 25-30 กันยายนนี้ ครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้

โดย ปภ. ได้เน้นย้ำให้จังหวัดต่างๆ เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม รวมถึงระดับน้ำในแม่น้ำโขงและเจ้าพระยาที่อาจเพิ่มสูงขึ้น

จากประกาศ ณ วันที่ 22 กันยายน 2568 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยงต่างๆ พบว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ทำให้ต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมือง

พื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน

พื้นที่เสี่ยงภัยแบ่งออกเป็นหลายประเภท ได้แก่

พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมือง

  • นนทบุรี (อำเภอเมืองนนทบุรี ปากเกร็ด บางบัวทอง บางกรวย และไทรน้อย)
  • สมุทรปราการ (อำเภอเมืองสมุทรปราการ พระสมุทรเจดีย์ พระประแดง บางพลี บางบ่อ และบางเสาธง)
  • กรุงเทพมหานคร (เขตหลักสี่ บางเขน หนองจอก ตลิ่งชัน บางพลัด ลาดกระบัง บางแค และทวีวัฒนา)

พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม

  • ภาคเหนือ (11 จังหวัด): แม่ฮ่องสอน (ปาย), เชียงใหม่ (สะเมิง, อมก๋อย), เชียงราย (เมืองเชียงราย, แม่สาย, เชียงของ, เชียงแสน, แม่จัน), ลำปาง (เมืองลำปาง, เมืองปาน, งาว), พะเยา (เมืองพะเยา), น่าน (ปัว, ภูเพียง, แม่จริม, เวียงสา, สันติสุข), อุตรดิตถ์ (ท่าปลา), ตาก (ท่าสองยาง, อุ้มผาง), พิษณุโลก (นครไทย), เพชรบูรณ์ (เมืองเพชรบูรณ์, หล่มสัก, หล่มเก่า), อุทัยธานี (บ้านไร่)
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (11 จังหวัด): บึงกาฬ (เมืองบึงกาฬ, เซกา, บึงโขงหลง, ปากคาด, พรเจริญ, ศรีวิไล), สกลนคร (กุสุมาลย์, พรรณานิคม, อากาศอำนวย), นครพนม (เมืองนครพนม, ท่าอุเทน, ธาตุพนม, นาแก, นาทม, นาหว้า, บ้านแพง, ปลาปาก, โพนสวรรค์, เรณูนคร, วังยาง, ศรีสงคราม), ชัยภูมิ (เมืองชัยภูมิ, หนองบัวแดง), มุกดาหาร (เมืองมุกดาหาร), อำนาจเจริญ (เมืองอำนาจเจริญ, ชานุมาน), นครราชสีมา (ครบุรี, โชคชัย, ปักธงชัย), บุรีรัมย์ (เมืองบุรีรัมย์, ชำนิ, นางรอง, บ้านกรวด, ประโคนชัย, พลับพลาชัย, ลำปลายมาศ, หนองหงส์), สุรินทร์ (กาบเชิง, บัวเชด, ปราสาท, พนมดงรัก), ศรีสะเกษ (กันทรลักษ์, ขุนหาญ), อุบลราชธานี (เขมราฐ, โขงเจียม, สิรินธร)
  • ภาคกลาง (8 จังหวัด): นครนายก (ปากพลี), ปราจีนบุรี (นาดี), สระแก้ว (เมืองสระแก้ว, ตาพระยา), ฉะเชิงเทรา (ท่าตะเกียบ, พนมสารคาม, สนามชัยเขต), ชลบุรี (บางละมุง, ศรีราชา), ระยอง (เมืองระยอง, ปลวกแดง, นิคมพัฒนา, แกลง), จันทบุรี (เมืองจันทบุรี, แก่งหางแมว, ขลุง, เขาคิชฌกูฏ, ท่าใหม่, โป่งน้ำร้อน, มะขาม, แหลมสิงห์), ตราด (เมืองตราด, เกาะกูด, เกาะช้าง, เขาสมิง, คลองใหญ่, บ่อไร่, แหลมงอบ)
  • ภาคใต้ (6 จังหวัด): ชุมพร (พะโต๊ะ), นราธิวาส (สุคิริน), ระนอง (เมืองระนอง, กะเปอร์, สุขสำราญ), พังงา (คุระบุรี, ตะกั่วป่า), กระบี่ (เกาะลันตา), ตรัง (สิเกา)

พื้นที่เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและเล็กที่มีปริมาณน้ำเกิน 80%

เชียงใหม่, เชียงราย, ลำปาง, พะเยา, น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, ตาก, สุโขทัย, กำแพงเพชร, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์, อุทัยธานี, เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, หนองบัวลำภู, อุดรธานี, สกลนคร, นครพนม, ชัยภูมิ, ขอนแก่น, มหาสารคาม, กาฬสินธุ์, มุกดาหาร, ร้อยเอ็ด, ยโสธร, อำนาจเจริญ, นครราชสีมา, บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี, กาญจนบุรี, สุพรรณบุรี, ลพบุรี, สระบุรี, นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ระยอง, จันทบุรี, ตราด, สุราษฎร์ธานี, ระนอง, ภูเก็ต, กระบี่

พื้นที่เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นและล้นตลิ่ง

แม่น้ำสายหลักและสาขา: แม่น้ำสาย (เชียงราย), แม่น้ำยม (แพร่), แม่น้ำห้วยหลวง (อุดรธานี), ลำน้ำยัง (ร้อยเอ็ด), แม่น้ำชี (ชัยภูมิ, ยโสธร), แม่น้ำมูล (อุบลราชธานี), แม่น้ำท่าจีน (สุพรรณบุรี, นครปฐม), แม่น้ำป่าสัก (เพชรบูรณ์, สระบุรี, ลพบุรี, พระนครศรีอยุธยา)

พื้นที่เฝ้าระวังผลกระทบจากแม่น้ำโขง

เชียงราย, เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, นครพนม, มุกดาหาร, อำนาจเจริญ, อุบลราชธานี

พื้นที่เฝ้าระวังผลกระทบจากเขื่อนเจ้าพระยา

อ่างทอง, พระนครศรีอยุธยา, สิงห์บุรี, ชัยนาท, นนทบุรี, ปทุมธานี, กรุงเทพมหานคร, สมุทรปราการ

ปภ. ได้เน้นย้ำให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น สามารถติดตามข้อมูลและแจ้งเหตุได้ผ่านแอปพลิเคชัน THAI DISASTER ALERT, Facebook กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM, X @DDPMNews หรือ Line ID @1784DDPM และสายด่วน 1784

การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันเป็นสิ่งสำคัญ อย่าประมาท และติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและครอบครัว

ที่มา – ปภ. แจ้งเตือน 55 จังหวัดรวม กทม. เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน ช่วง 25-30 ก.ย.