วัน: 23 กันยายน 2025

กห. ลั่นเอาผิด หากกัมพูชาไม่ย้ายคนออกจากสระแก้ว

โฆษกกระทรวงกลาโหมย้ำชัด ต้องดำเนินการทางกฎหมายหากถึงเส้นตาย 10 ตุลาคม แล้วกัมพูชายังไม่ส่งแผนอพยพประชาชนออกจากพื้นที่แนวชายแดนจังหวัดสระแก้ว

พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีเส้นตายวันที่ 10 ตุลาคม ที่กำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจยของกัมพูชา ส่งแผนอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ตลอดแนวชายแดนจังหวัดสระแก้ว หากฝั่งกัมพูชายังคงนิ่งเฉย จะมีขั้นตอนการดำเนินการอย่างไรบ้าง ว่า ตามข้อตกลงของการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ที่ผ่านมา ได้มอบหมายให้คณะกรรมาธิการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ในพื้นที่ ไปหารือระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งสองฝ่าย ซึ่งขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งสองกำลังอยู่ในระหว่างการพูดคุยกัน และยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันอยู่ จึงต้องปล่อยให้การเจรจาเป็นไปในระดับพื้นที่ก่อน

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า หากมีการรุกล้ำอธิปไตย ก็มีกฎหมายบังคับใช้ในข้อหารุกล้ำอธิปไตยของไทย ซึ่งประเทศไทยสามารถดำเนินการตามกฎหมายได้ทันที หากยังคงมีการรุกล้ำอยู่เช่นเดิม ก็จะดำเนินมาตรการจากเบาไปหาหนัก โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารในพื้นที่ดูแลเรื่องบูรณภาพแห่งดินแดน และเชื่อว่าสถานการณ์นี้จะไม่น่าเป็นห่วง

ต้องเอาผิดทางกฎหมาย หากถึงเดดไลน์แล้วกัมพูชาไม่อพยพคนออกจากสระแก้ว

สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในเรื่องของการรุกล้ำอธิปไตยและการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย การที่โฆษกกระทรวงกลาโหมออกมาประกาศชัดเจนถึงมาตรการทางกฎหมายที่จะบังคับใช้ หากกัมพูชาไม่ดำเนินการตามข้อตกลง ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงความมุ่งมั่นของไทยในการปกป้องอธิปไตยและดูแลความปลอดภัยของประชาชน

ความสำคัญของการดำเนินการทางกฎหมาย หากกัมพูชาไม่ดำเนินการตามข้อตกลง

การบังคับใช้กฎหมายในกรณีที่กัมพูชาไม่ดำเนินการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย มีความสำคัญอย่างยิ่งในหลายด้าน:

  • การปกป้องอธิปไตย: การรุกล้ำอธิปไตยเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ และการดำเนินการทางกฎหมายเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยจะไม่ยอมให้มีการละเมิดอธิปไตย
  • ความปลอดภัยของประชาชน: การอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย เป็นสิ่งสำคัญเพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การที่กัมพูชาไม่ดำเนินการตามข้อตกลง อาจส่งผลให้ประชาชนได้รับอันตราย
  • ความน่าเชื่อถือของข้อตกลง: การบังคับใช้กฎหมาย จะช่วยรักษาความน่าเชื่อถือของข้อตกลงระหว่างประเทศ และส่งเสริมความร่วมมือที่ดีระหว่างประเทศ

การที่กระทรวงกลาโหมเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการดำเนินการทางกฎหมายหากถึงกำหนดเส้นตายแล้วกัมพูชา ไม่ส่งแผนอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ ถือเป็นท่าทีที่ชัดเจนในการปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชนไทย อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีและการเจรจา ยังคงเป็นแนวทางที่ควรให้ความสำคัญ เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศและความสงบสุขตามแนวชายแดน

การดำเนินการดังกล่าวมีความละเอียดอ่อนและต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมถึงความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองฝั่ง การเจรจาและการหาทางออกร่วมกันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

โฆษก กห. ลั่นต้องเอาผิดทางกฎหมาย หากถึงเดดไลน์แล้วกัมพูชาไม่อพยพคนออกจากสระแก้ว เป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไปถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา

ที่มา – โฆษก กห. ลั่นต้องเอาผิดทางกฎหมาย หากถึงเดดไลน์แล้วกัมพูชาไม่อพยพคนออกจากสระแก้ว

ฮาร์ทเผย เวสต์แฮมระส่ำมานาน: เจาะลึกปัญหา


ฮาร์ทเผย เวสต์แฮมระส่ำมานาน: เจาะลึกปัญหา

มาร์ค แชปแมน, โจ ฮาร์ท และ แกรี่ คิลลิงตัน แขกรับเชิญจาก Hammers United จาก Monday Night Club ร่วมพูดคุยถึงความไม่สงบระหว่างบอร์ดบริหารและแฟนบอลของเวสต์แฮม หลังจากเกิดการประท้วงเมื่อเร็วๆ นี้ สถานการณ์ เวสต์แฮมระส่ำมานาน นั้นส่งผลกระทบต่อทีมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อ่านเพิ่มเติม: แฟนบอลเวสต์แฮมประท้วงและเรียกร้องให้เปลี่ยนบอร์ดบริหาร

ฟัง: เต็มรูปแบบของ Monday Night Club

เวสต์แฮมระส่ำมานาน

ความขัดแย้งภายในสโมสรเวสต์แฮมยูไนเต็ดไม่ใช่เรื่องใหม่ และดูเหมือนว่ามันจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การประท้วงล่าสุดของแฟนบอลเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าพวกเขาสูญเสียความเชื่อมั่นในบอร์ดบริหารชุดปัจจุบันไปแล้ว พวกเขาต้องการการเปลี่ยนแปลงที่เห็นผล และต้องการให้สโมสรกลับไปอยู่ในทิศทางที่ถูกต้อง

ปัจจัยที่ทำให้เวสต์แฮมระส่ำมานานคืออะไร?

มีหลายปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดสถานการณ์ เวสต์แฮมระส่ำมานาน นี้ ประการแรกคือ ความไม่พอใจของแฟนบอลต่อการบริหารจัดการสโมสร บอร์ดบริหารถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าขาดความโปร่งใสในการตัดสินใจ และไม่ใส่ใจความคิดเห็นของแฟนบอล นอกจากนี้ การย้ายสนามเหย้าจาก Boleyn Ground ไปยัง London Stadium ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สร้างความไม่พอใจให้กับแฟนบอลจำนวนมาก พวกเขารู้สึกว่าสนามใหม่ขาดเสน่ห์และความเป็นเอกลักษณ์ของสโมสร

ประการที่สองคือ ผลงานของทีมที่ไม่สม่ำเสมอในสนาม แฟนบอลต้องการเห็นทีมประสบความสำเร็จ และเมื่อผลงานไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ความไม่พอใจก็เพิ่มมากขึ้น แม้ว่าเวสต์แฮมจะมีช่วงเวลาที่ดีบ้าง แต่โดยรวมแล้วพวกเขายังไม่สามารถสร้างตัวเองให้เป็นทีมชั้นนำของพรีเมียร์ลีกได้

ประการสุดท้ายคือ ความสัมพันธ์ที่ไม่ดีระหว่างบอร์ดบริหารและแฟนบอล การสื่อสารที่ผิดพลาดและการขาดความเข้าใจซึ่งกันและกันทำให้ความสัมพันธ์เสื่อมถอยลง แฟนบอลรู้สึกว่าบอร์ดบริหารไม่ใส่ใจความรู้สึกของพวกเขา และไม่พยายามที่จะแก้ไขปัญหา

โจ ฮาร์ท อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติอังกฤษ ผู้ซึ่งเคยเล่นให้กับเวสต์แฮม ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์นี้ว่า “ผมคิดว่ามันมีการก่อตัวมานานแล้ว มันไม่ใช่ปัญหาระยะสั้น มันมีอะไรบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้น และตอนนี้มันก็ระเบิดออกมา”

ฮาร์ทยังกล่าวอีกว่า เขาเข้าใจถึงความผิดหวังของแฟนบอลเวสต์แฮม และเขาสงสารพวกเขา “ผมเข้าใจถึงความผิดหวังของพวกเขา ผมคิดว่าพวกเขาเป็นแฟนบอลที่คลั่งไคล้และภักดีมาก พวกเขาต้องการเห็นทีมของพวกเขาประสบความสำเร็จ และเมื่อสิ่งนั้นไม่เกิดขึ้น มันก็ยากที่จะรับได้”

สถานการณ์ เวสต์แฮมระส่ำมานาน นี้เป็นเรื่องที่น่ากังวลสำหรับแฟนบอลและผู้ที่เกี่ยวข้องกับสโมสรทุกคน การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อแก้ไขปัญหา และนำพาสโมสรไปสู่ความสำเร็จในอนาคต บอร์ดบริหารจะต้องรับฟังความคิดเห็นของแฟนบอล และต้องแสดงให้เห็นว่าพวกเขามุ่งมั่นที่จะพัฒนาสโมสรให้ดีขึ้น

เวสต์แฮมต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับแฟนบอลอีกครั้ง เพื่อให้พวกเขากลับมายืนเคียงข้างทีม และสนับสนุนสโมสรต่อไป

  • Subsection
  • Published

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการสื่อสารและความเข้าใจกันระหว่างสโมสรและแฟนบอล การรับฟังความคิดเห็นและแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและนำพาสโมสรไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนได้

ที่มา – ‘Rumbling for a long time’ – Hart on West Ham unrest

นิวคาสเซิลขาดทีเด็ด! โฮว์ชี้ทีมยิงน้อย

เอ็ดดี้ โฮว์ ผู้จัดการทีมนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด กล่าวว่าทีมกำลังขาด “ทีเด็ด” หรือ “X-factor” แต่ไม่ยุติธรรมที่จะนำ นิค โวลเทมาเดะ นักเตะค่าตัวสถิติสโมสร ไปเปรียบเทียบกับ อเล็กซานเดอร์ อิซัค

นิวคาสเซิลทำประตูได้เพียง 3 ประตูในการลงเล่น 5 นัดแรกในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ มีเพียงแอสตัน วิลลา ทีมเดียวเท่านั้นที่ทำประตูได้น้อยกว่าพวกเขาในลีกสูงสุด

โฮว์ยอมรับว่า นิวคาสเซิลกำลัง “พัฒนา” หลังจากที่ อิซัค ย้ายไปลิเวอร์พูลด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติของอังกฤษ ในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะ ขณะที่ โวลเทมาเดะ และ โยอัน วิสซา ย้ายมาร่วมทีมในช่วงท้ายของตลาด

“เรามีการเปลี่ยนแปลงทีมครั้งใหญ่ที่สุดในช่วงเวลาที่ผมอยู่ที่นี่” โฮว์กล่าว

“ในโลกที่สมบูรณ์แบบ คุณจะมีช่วงปรีซีซั่นเต็ม 6 สัปดาห์ คุณแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่คุณมี และคุณกำลังสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือในทีม จากนั้นเมื่อคุณเริ่มต้นฤดูกาล พวกมันก็จะถูกสร้างขึ้นมา”

“ตอนนี้เราอยู่ในสถานการณ์ที่เราจะต้องทำเช่นนั้นในขณะที่เราเล่น ผมไม่มีปัญหากับการทำเช่นนั้น ผมเคยทำมาก่อนแล้ว”

วิสซาได้รับบาดเจ็บที่เข่าจากการลงเล่นให้กับทีมชาติคองโก หลังจากย้ายมาจากเบรนท์ฟอร์ดด้วยค่าตัว 55 ล้านปอนด์ และคาดว่าจะต้องพักจนถึงหลังช่วงพักเบรกทีมชาติในเดือนหน้า

โวลเทมาเดะเริ่มต้นได้อย่างน่าประทับใจ แม้จะไม่เคยเล่นนอกประเทศเยอรมนีบ้านเกิดมาก่อน

นักเตะค่าตัว 69 ล้านปอนด์ทำประตูได้ในนัดประเดิมสนามกับวูล์ฟส์ แต่จะต้องใช้เวลาในการปรับตัวให้เข้ากับความแข็งแกร่งของลีกสูงสุด

โฮว์กล่าวว่าเขา “ไม่คิดว่าการเปรียบเทียบใดๆ กับอเล็กซ์จะเป็นผลดีต่อผู้เล่นคนใด”

“ผมรู้สึกตื่นเต้นกับทีมที่เราสามารถเป็นได้” เขากล่าว “เรามีสิ่งต่างๆ มากมายที่ต้องเรียนรู้เกี่ยวกับกันและกัน และสูตรต่างๆ ที่ต้องลองและสร้างขึ้นมาที่เราจะรู้ว่าจะได้ผล”

“สิ่งที่สำคัญที่สุดคือรากฐานที่แข็งแกร่ง ทีมกำลังเล่นอย่างแข็งแกร่ง แต่เราแค่ขาด นิวคาสเซิลขาดทีเด็ด ที่ผมคิดว่าจะมาถึง”

“กับผู้เล่นที่เรามี บางคนรับประกันประตูได้และทำเช่นนั้นในอดีต”

อิซัคประท้วงเพื่อบังคับให้ย้ายไปแอนฟิลด์ และเรื่องราวดำเนินไปจนถึงวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะ

โฮว์หวังที่จะดึงกองหน้าเข้ามาก่อนหน้านี้ แต่นิวคาสเซิลพลาดเป้าหมายหลายราย หลังจากที่ โจเอา เปโดร, อูโก้ เอกิติเก และ เบนจามิน เซสโก เลือกที่จะย้ายไปที่อื่น

ก่อนเกมคาราบาว คัพ รอบ 3 กับแบรดฟอร์ด ซิตี้ ในวันพุธ โฮว์กล่าวว่ามันไม่เคยเป็นแผน “ที่จะเริ่มต้นฤดูกาลด้วยผู้เล่นใหม่ที่คุณต้องหล่อหลอมขณะที่คุณกำลังเล่น”

“นั่นไม่เคยเป็นความคิดของใครที่เกี่ยวข้องกับสโมสร” เขากล่าว

“เป็นที่ชัดเจนว่าช่วงซัมเมอร์เป็นเรื่องยาก เราพยายามที่จะออกมาจากมันให้แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ และฉันคิดว่าเราทำได้”

นิวคาสเซิลขาดทีเด็ด!

ทำไมนิวคาสเซิลถึงขาดทีเด็ด และต้องปรับปรุงอะไรบ้าง?

การที่ นิวคาสเซิลขาดทีเด็ด นั้นอาจจะส่งผลกระทบต่อผลงานของทีมในระยะยาวได้ การปรับตัวของผู้เล่นใหม่ และการหาจังหวะการทำประตูที่เฉียบคม จะเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหานี้

นิวคาสเซิลขาดทีเด็ด เป็นสิ่งที่ต้องเร่งแก้ไข เพื่อให้ทีมกลับมาอยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุด

การที่ทีม นิวคาสเซิลขาดทีเด็ด อาจจะมาจากหลายปัจจัยรวมกัน ทั้งการเปลี่ยนแปลงผู้เล่น การปรับตัวเข้ากับระบบใหม่ และความมั่นใจในการทำประตู สิ่งที่ผู้จัดการทีมและนักเตะต้องทำคือการทำงานหนัก และพยายามดึงศักยภาพของทีมออกมาให้ได้มากที่สุด

ดังนั้น การเสริมสร้างความแข็งแกร่งในแนวรุก และการสร้างสรรค์โอกาสในการทำประตู จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้นิวคาสเซิลกลับมาเป็นทีมที่น่ากลัวอีกครั้ง

ที่มา – Newcastle missing X-factor – Howe on lack of goals

เตือน! พายุ “รากาซา” กระทบไทย 23-26 ก.ย. 68

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนพายุ “รากาซา” ฉบับที่ 5 คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในช่วงวันที่ 23-26 กันยายน 2568 ทำให้หลายจังหวัดเผชิญกับฝนตกหนักถึงหนักมาก แม้ว่าพายุจะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรงก็ตาม

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 5 เกี่ยวกับพายุ “รากาซา” และสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในประเทศไทย โดยระบุว่า เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันเดียวกัน พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” ได้เคลื่อนตัวอยู่ในบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 20.6 องศาเหนือ ลองจิจูด 116.6 องศาตะวันออก ด้วยความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 195 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุลูกนี้กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกค่อนไปทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

คาดการณ์ว่าพายุจะเคลื่อนตัวเข้าใกล้เกาะฮ่องกง และเคลื่อนผ่านแนวชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศจีน ก่อนที่จะลงสู่อ่าวตังเกี๋ยในวันที่ 25 กันยายน 2568 หลังจากนั้น พายุจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนก่อนที่จะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน

เนื่องจากมีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่เสริมลงมาปกคลุม ทำให้พายุมีแนวโน้มที่จะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วในช่วงวันที่ 25–26 กันยายน 2568 อย่างไรก็ตาม พายุ “รากาซา” จะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง

ถึงแม้ว่าพายุจะไม่เข้าไทยโดยตรง แต่อิทธิพลของพายุ “รากาซา” จะส่งผลให้ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน รวมถึงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 23–26 กันยายน 2568 ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่

เตือน! พายุ “รากาซา” กระทบไทย 23-26 ก.ย. 68

ดังนั้น ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง

สำหรับสถานการณ์คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน จะมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันตอนบนจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 24–26 กันยายน 2568

ประชาชนควรติดตามข่าวสารพายุ “รากาซา” อย่างใกล้ชิด

ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์ภัยธรรมชาติเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยาก การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมจึงเป็นสิ่งสำคัญ ควรตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงภัย วางแผนการอพยพ และเตรียมสิ่งของจำเป็นให้พร้อมเสมอ เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

ที่มา – เตือนพายุ “รากาซา” ฉบับ 5 กระทบไทยฝนตกหนักหลายจังหวัด 23-26 ก.ย. 68

“กาโม่ อาชวิน” ลาออกเพื่อไทย เหตุผลคืออะไร?

ข่าวใหญ่ในวงการการเมืองวันนี้คงหนีไม่พ้นเรื่อง “กาโม่ อาชวิน” ลาออกเพื่อไทย ทำเอาหลายคนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมลูกชายของคุณวัน อยู่บำรุง ถึงตัดสินใจโบกมือลาพรรคเพื่อไทยไปแบบนี้ วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงสาเหตุและการวิเคราะห์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้กันครับ

“กาโม่ อาชวิน” ลาออกเพื่อไทย

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2568 นายอาชวิน อยู่บำรุง หรือที่รู้จักกันในชื่อ กาโม่ ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) การตัดสินใจครั้งนี้สร้างความประหลาดใจให้กับหลายฝ่าย เนื่องจากนายอาชวินเป็นทายาททางการเมืองของตระกูล “อยู่บำรุง” ที่มีความผูกพันกับพรรคเพื่อไทยมาอย่างยาวนาน

นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช นายทะเบียนพรรคเพื่อไทย ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า นายอาชวินได้ดำเนินการยื่นเรื่องลาออกกับทาง กกต. โดยตรง ซึ่งกระบวนการอาจใช้เวลา 2-3 วันเพื่อให้ กกต. ดำเนินการถอนชื่อออกจากระบบสมาชิกพรรคอย่างเป็นทางการ

เหตุผลเบื้องลึกของการลาออก

คำถามสำคัญคืออะไรคือสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้นายอาชวินตัดสินใจ “กาโม่ อาชวิน” ลาออกเพื่อไทย? จากคำกล่าวของนายอาชวินเอง เขาให้เหตุผลว่า “ผมคิดว่าไม่เป็นที่ต้องการที่นี่แล้ว และคงไม่ได้รับการสนับสนุนใดๆ ในอนาคตที่จะถึง” คำพูดนี้บ่งบอกถึงความรู้สึกน้อยใจหรือความไม่พอใจบางอย่างภายในพรรคที่อาจเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจครั้งนี้

นอกจากนี้ นายอาชวินยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ทุกการตัดสินใจของตนได้หารือกับ นายวัน อยู่บำรุง ผู้เป็นบิดาอยู่เสมอ ซึ่งหมายความว่าการลาออกครั้งนี้ได้รับการเห็นชอบจากคุณวันแล้ว การที่อดีต สส.กทม. พรรคเพื่อไทย (ปัจจุบันเป็นกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ) ให้การสนับสนุนการตัดสินใจของลูกชาย ยิ่งทำให้เรื่องนี้มีความน่าสนใจและน่าติดตามมากยิ่งขึ้น

อนาคตทางการเมืองของ “กาโม่” จะเป็นอย่างไร? นี่คือคำถามที่หลายคนกำลังจับตามอง แม้ว่านายอาชวินจะยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมพรรคการเมืองใดในอนาคต แต่การลาออกจากพรรคเพื่อไทยในครั้งนี้ถือเป็นการเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับตัวเอง ไม่ว่าเขาจะตัดสินใจอย่างไร เชื่อว่าประสบการณ์และความรู้ความสามารถที่สั่งสมมาจะทำให้เขาสามารถก้าวต่อไปในเส้นทางการเมืองได้อย่างมั่นคง

การ “กาโม่ อาชวิน” ลาออกเพื่อไทย ไม่ได้เป็นเพียงแค่ข่าวการลาออกจากสมาชิกพรรคเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายต่างๆ ที่พรรคเพื่อไทยกำลังเผชิญอยู่ การสูญเสียบุคลากรที่มีศักยภาพอย่างนายอาชวิน ถือเป็นความสูญเสียที่พรรคต้องพิจารณาและหาวิธีแก้ไขต่อไป

การลาออกของ “กาโม่ อาชวิน” ในครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในเส้นทางการเมืองของเขาและอาจส่งผลกระทบต่อพรรคเพื่อไทยไม่มากก็น้อย คงต้องติดตามกันต่อไปว่าเขาจะหันหน้าไปทางไหน และพรรคเพื่อไทยจะปรับตัวอย่างไรกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

มุมมองส่วนตัว ผมเชื่อว่าการตัดสินใจครั้งนี้ของกาโม่ อาชวิน เป็นการตัดสินใจที่ต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมาก เพราะเป็นการเดินออกจาก Comfort Zone และก้าวไปสู่สิ่งที่ไม่แน่นอน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ลองสิ่งใหม่ๆ และอาจจะพบเส้นทางที่เหมาะสมกับตัวเองมากกว่าเดิมก็ได้

ที่มา – “กาโม่ อาชวิน” ลาออกเพื่อไทย เผยคงไม่ได้รับการสนับสนุนใดๆ ในอนาคตที่จะถึง

นายกฯ กังวลใจตลอดเวลา หากมีปะทะรอบ 2

จากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่ตึงเครียด “นายกฯ อนุทิน” ให้อำนาจทหารเต็มที่ในการปกป้องชายแดน พร้อมแสดงความกังวลใจตลอดเวลา หากมีปะทะรอบ 2 และกำชับ สส.ศรีสะเกษ ดูแลประชาชนอย่างเต็มที่

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2568 ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ภูผี ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ที่ทหารกัมพูชายิงปืนเล็กเข้ามาในพื้นที่ โดยนายกฯ กล่าวว่าได้มอบแนวทางให้กองทัพดำเนินการจัดการสถานการณ์ชายแดนได้อย่างเต็มที่ แต่เนื่องจากยังไม่ได้แถลงนโยบายจึงยังไม่สามารถสั่งการอะไรเพิ่มเติมได้ในขณะนี้

นายกฯ อนุทิน กล่าวเพิ่มเติมว่า “ตอนนี้เป็นได้เพียงความคิดและการประสานงานเท่านั้น” และขอให้รอจนกว่ารัฐบาลจะเข้าไปบริหารประเทศอย่างเต็มตัวก่อน

นายกฯ กังวลใจตลอดเวลา หากมีปะทะรอบ 2

เมื่อถูกถามถึงความกังวลใจตลอดเวลา หากมีปะทะรอบ 2 นายอนุทินย้ำว่ามีความกังวลอยู่ตลอดเวลา และได้สั่งการให้เตรียมพร้อมรับมือกับการปะทะ รวมถึงเตรียมที่หลบภัยให้กับประชาชน

ในส่วนของการสนับสนุนทหาร นายอนุทิน เผยว่าได้พูดคุยแล้วว่าจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่เมื่อรัฐบาลเข้าไปบริหารประเทศอย่างเต็มตัวแล้ว หากทหารต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติม รัฐบาลพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

เมื่อถามถึงกรณีที่ทหารประเมินว่ามีการรุกล้ำอธิปไตยและสามารถดำเนินการตอบโต้ได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าขอให้รอถามในภายหลัง

สำหรับประชาชนในพื้นที่ที่วิตกกังวล นายอนุทินกล่าวว่าได้กำชับให้ สส. ในเขตที่มีปัญหา โดยเฉพาะ สส.พรรคภูมิใจไทย ให้เร่งประสานงานและเตรียมความพร้อมในกรณีที่เกิดความจำเป็น เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยมากที่สุด

การเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ชายแดน และความกังวลใจตลอดเวลา หากมีปะทะรอบ 2

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในปัจจุบันยังคงเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การที่นายกรัฐมนตรีแสดงความกังวลใจตลอดเวลา หากมีปะทะรอบ 2 และกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับมืออย่างเต็มที่ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความห่วงใยที่มีต่อประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย

การเตรียมความพร้อมที่สำคัญประกอบด้วย:

  • การประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐและกองทัพ
  • การเตรียมที่หลบภัยที่ปลอดภัยและเพียงพอสำหรับประชาชน
  • การให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและทันต่อเหตุการณ์แก่ประชาชน
  • การช่วยเหลือและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์

นอกจากนี้ การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้านก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความตึงเครียดและป้องกันการเกิดความขัดแย้งในอนาคต การเจรจาและการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธีควรเป็นแนวทางหลักในการแก้ไขปัญหาชายแดน

รัฐบาลต้องแสดงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาชายแดนอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ และส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้านต่อไป

ถึงเเม้สถานการณ์ชายเเดนไทย-กัมพูชา ดูเหมือนจะมีความตึงเครียด เเต่การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์อยู่เสมอ และการมีสติในการเเก้ปัญหา จะสามารถคลี่คลายสถานการณ์ให้ดีขึ้นได้

ที่มา – นายกฯ รับ กังวลใจตลอดเวลา หากมีปะทะรอบ 2 กำชับ สส.ศรีสะเกษ ดูแลเต็มที่

ไทยจัดกำลังพล! ติดตามสถานการณ์กัมพูชา

กองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ชายแดน โดยทหารกัมพูชาใช้ปืนเล็ก ซึ่งคาดว่าเป็นการยิงเพื่อตรวจสอบปฏิกิริยาของฝ่ายเรา ขณะที่ฝ่ายไทยได้ ไทยจัดกำลังพลติดตามความเคลื่อนไหวกัมพูชา อย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมพร้อมตอบโต้ตามสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2568 ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ได้สรุปสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา พบว่าสถานการณ์โดยรวมคือ ฝ่ายกัมพูชาได้ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอีกครั้งหนึ่ง

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 13.22 น. โดยทหารกัมพูชาจำนวน 4 นาย ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ภูผี ได้เข้ามาบริเวณแนวรั้วลวดหนามตรงข้ามฐานป่ามัน ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ จากนั้นจึงได้ใช้อาวุธปืนเล็กยาวยิงจำนวน 3 นัด ซึ่งคาดการณ์ว่าเป็นการยิงเพื่อตรวจสอบปฏิกิริยาของฝ่ายไทย อย่างไรก็ตาม ทางฝ่ายไทยไม่ได้มีการตอบโต้ใดๆ และไม่มีความสูญเสียเกิดขึ้น

การกระทำดังกล่าวของฝ่ายกัมพูชา ถือว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างชัดเจน และสะท้อนให้เห็นถึงการขาดความจริงใจของกองทัพกัมพูชาในการปฏิบัติตามพันธกรณีที่ได้ลงนามร่วมกันในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) และการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (Regional Border Committee: RBC)

นอกจากนี้ ยังมีการตรวจพบความเคลื่อนไหวของฝ่ายกัมพูชา โดยตรวจพบโดรนบริเวณพื้นที่ซำแตจำนวน 1 ลำ ปัจจุบันกองกำลังทั้งสองฝ่ายยังคงวางกำลังตามแนวที่มั่นของตนเอง ฝ่ายไทยยังคง ไทยจัดกำลังพลติดตามความเคลื่อนไหวกัมพูชา ประจำจุดเฝ้าตรวจตามเหตุการณ์ เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม และเตรียมความพร้อมในการตอบโต้สถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้

ไทยจัดกำลังพลติดตามความเคลื่อนไหวกัมพูชา

กองทัพภาคที่ 2 ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน เนื่องจากในปัจจุบันมีสิ่งบอกเหตุหลายอย่างที่อาจนำไปสู่สถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อป้องกันการรับข้อมูลข่าวสารที่คลาดเคลื่อน บิดเบือน หรือข่าวปลอม (Fake news) ขอให้ประชาชนโปรดใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร และติดตามข้อมูลจากช่องทางที่เป็นทางการของส่วนราชการ ซึ่งสามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้อย่างถูกต้องและทันเวลา

สถานการณ์ล่าสุด: ไทยจัดกำลังพลติดตามความเคลื่อนไหวกัมพูชา

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การที่ฝ่ายกัมพูชาแสดงท่าทีที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้ง ทำให้ฝ่ายไทยต้องเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ การ ไทยจัดกำลังพลติดตามความเคลื่อนไหวกัมพูชา อย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อรักษาความมั่นคงของชาติและปกป้องอธิปไตยของประเทศ

การติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และการไม่ตื่นตระหนกต่อข่าวลือต่างๆ เป็นสิ่งสำคัญสำหรับประชาชนในพื้นที่ชายแดน การร่วมมือกันระหว่างประชาชนและหน่วยงานภาครัฐ จะช่วยให้เราสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าสถานการณ์ชายแดนยังคงเปราะบาง และต้องมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง การเตรียมพร้อมรับมือ และการมีสติในการรับข้อมูลข่าวสาร คือสิ่งที่เราทุกคนควรให้ความสำคัญ

ที่มา – ไทยจัดกำลังพลติดตามความเคลื่อนไหวกัมพูชา เตรียมพร้อมตอบโต้ตามสถานการณ์

“ธรรมนัส” หวัง กวาด สส. ใต้ เพิ่ม: กล้าธรรม ลุย 400 เขต

“ธรรมนัส”เปิดตัว “เสธ.หิ” มอบดูแลภาคเหนือตอนล่าง-ใต้-อีสานบางส่วน ฟุ้งส่งครบ 400 เขต สมัยหน้า สส.ตบเท้าร่วมเพียบ

เมื่อเวลา 14.55 วันที่ 23 ก.ย.2568 ที่พรรคกล้าธรรม(กธ.) ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เปิดตัวนายหิมาลัย ผิวพรรณ อดีตผอ.พรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) เป็นสมาชิกพรรคกล้าธรรมอย่างเป็นทางการ พร้อมสวมเสื้อพรรคให้กับนายหิมาลัย โดย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า นายหิมาลัยยังไม่มีตำแหน่งอะไร ตอนนี้มาช่วยงานก่อน ซึ่งจะดูแลทั้งพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคใต้ และภาคอีสานบางส่วน ซึ่งจะมีการพูดคุยกัน และเป็นรูปธรรมมากกว่านี้ โดยได้มอบหมายให้ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม หารือกับนายหิมาลัยเกี่ยวกับการสรรหาผู้สมัคร หลังจากนี้จะเห็นเป็นรูปธรรมว่าองคาพยพที่จะมาอยู่กับพรรคกล้าธรรมไม่ใช่เท่าที่เห็น เมื่อถามว่า ไม่จำเป็นต้องตกปลาในบ่อเพื่อนใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่

“ธรรมนัส” หวัง กวาด สส. ใต้ เพิ่ม

ยังไม่สรุป ตามจีบ “เดชอิศม์”

เมื่อถามถึงกระแสข่าวนายหิมาลัยไปทาบทามนายเดชอิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา และอดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ คืบหน้าเป็นอย่างไรบ้าง แต่นายหิมาลัยยิ้มแต่ไม่ได้ตอบคำถามแต่อย่างใด ทำให้ ร.อ.ธรรมนัส ตอบแทนว่า นายหิมาลัยจะมารายงานตนและน.อ.อนุดิษฐ์ในวันนี้ (23 ก.ย.) ตอนนี้ยังไม่ได้คุยกัน อย่าเพิ่งปล่อยข่าวตอนนี้ เรายังไม่ได้สรุปกัน ต้องคุยกันก่อน ส่วนตัวยังไม่ได้คุยแต่เห็นว่า นายหิมาลัยเป็นคนไปคุยทั้งสายใต้และสายเหนือ วันนี้จะเข้ามาพรรคคงจะได้คุยกัน

ตั้งเป้าหวังได้ สส.ภาคใต้มากขึ้น

เมื่อถามว่า พื้นที่จะทับซ้อนกับ สส.เดิมหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่มี ย้ำว่ายังไม่ได้รับการยืนยันว่านายเดชอิศม์ จะมาร่วมงานกับพรรคกล้าธรรมหรือไม่ แต่ยืนยันว่าพรรคกล้าธรรมของเราไม่ได้ตัดสินใจคนเดียว แต่เป็นในรูปของคณะกรรมการและให้ สส.เก่าร่วมตัดสินใจด้วย ยอมรับว่าตั้งเป้าจะปักธงในพื้นที่ภาคใต้เพิ่มมากขึ้น เราเดินไปไกลแล้ว เพียงแต่ไม่เป็นข่าวเท่านั้น และไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ภาคใต้ แต่ทุกภาค ส่วนการวางตัวผู้สมัครนั้น ได้ สส.ปัจจุบันมาหลายคน

ส่งผู้สมัครครบทั้ง 400 เขต

เมื่อถามว่า สส.ย้ายมาจากพรรคอื่นใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า อย่าใช้คำว่าย้ายมา สส.สมัยหน้ามีหลายคนจะมาร่วมอุดมการณ์กับพรรคกล้าธรรม สมัยนี้เราไม่พูดถึง  ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึงการทำงานของพรรคกล้าธรรมว่า ขณะนี้เรามองข้ามช็อตไปถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยมอบหมายให้ผู้บริหารพรรคลงพื้นที่เฟ้นหาตัวผู้สมัคร ขณะเดียวกัน ในการบริหารราชการบ้านเมืองด้วยระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งถ้าสื่อมวลชนสังเกตจะเห็นว่าพรรคกล้าธรรมเป็นพรรคที่มีสมาชิกพรรคมากที่สุดและมีความพร้อม ในการส่งตัวผู้สมัครทั้ง 400 เขต ทุกจังหวัด ส่วนจะส่งอะไรอย่างไรเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาประชุมกันอีกครั้ง

“ธรรมนัส” คาดหวัง กวาด สส. ใต้ เพิ่ม จริงหรือ?

จากข่าวการเปิดตัว “เสธ.หิ” และการประกาศความพร้อมส่งผู้สมัครครบ 400 เขต ทำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคกล้าธรรมในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งความหวังที่จะ “ธรรมนัส” หวัง กวาด สส. ใต้ เพิ่ม แม้จะยังไม่มีการยืนยันเรื่องการดึงตัวนายเดชอิศม์ ขาวทอง มาร่วมงาน แต่การเดินหน้าหาผู้สมัครและเตรียมพร้อมในทุกๆ ด้าน ก็แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริง

การเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นสนามแข่งขันที่ดุเดือดอย่างแน่นอน พรรคกล้าธรรมจะต้องเผชิญกับความท้าทายเป็นอย่างมากในการที่จะ “ธรรมนัส” หวัง กวาด สส. ใต้ เพิ่ม ให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ การมีผู้สมัครที่เข้มแข็ง นโยบายที่โดนใจ และการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ

นอกจากพื้นที่ภาคใต้แล้ว พรรคกล้าธรรมยังให้ความสำคัญกับทุกภาคส่วนของประเทศ โดยมีการวางตัวผู้สมัครในหลายพื้นที่ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะเป็นพรรคการเมืองระดับชาติอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม การที่จะ “ธรรมนัส” หวัง กวาด สส. ใต้ เพิ่ม ได้จริงหรือไม่ ยังคงต้องติดตามกันต่อไป การดำเนินงานของพรรคกล้าธรรมหลังจากนี้ จะเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญว่า พวกเขาจะสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้หรือไม่

ที่มา – “ธรรมนัส”หวังกวาด สส. ใต้ เพิ่ม ประกาศ“กล้าธรรม” พร้อมส่งผู้สมัครชิง สส. ครบ 400 เขต

เศร้า! น้องหลิง แคดดี้โดนฟ้าผ่าเสียชีวิต

สุดเศร้า! “เหลือเฟือ มกจ๊ก” แจ้งข่าวร้าย น้องหลิง แคดดี้โดนฟ้าผ่ากลางสนามกอล์ฟ เสียชีวิตแล้ว เตรียมจัดพิธีรดน้ำศพ ณ วัดแป้นทองโสภาราม สร้างความเสียใจให้กับครอบครัวและเพื่อนร่วมงานเป็นอย่างมาก

จากเหตุการณ์สุดสลดที่ “น้องหลิง” แคดดี้โดนฟ้าผ่ากลางสนามกอล์ฟแห่งหนึ่งในพื้นที่ สน.คลองสามวา เมื่อวันที่ 17 กันยายน ที่ผ่านมา ท่ามกลางความหวังว่าเธอจะปลอดภัยและกลับมาแข็งแรงดังเดิม แต่สุดท้ายก็ต้องพบกับข่าวร้าย

น้องหลิง แคดดี้โดนฟ้าผ่าเสียชีวิต

ล่าสุด (23 ก.ย. 68) เหลือเฟือ มกจ๊ก ตลกชื่อดัง พร้อมด้วยพ่อใหญ่อุบล ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมนักแสดงจากช่องเหลือเฟือ แชนแนล ได้ออกมาแจ้งข่าวเศร้าผ่านคลิปวิดีโอ โดยระบุว่า น้องหลิง แคดดี้โดนฟ้าผ่า เป็นลูกสาวของพ่อใหญ่อุบล ซึ่งทั้งสองคนมีความสนิทสนมกันมาก เหลือเฟือจึงขอเป็นตัวแทนในการแจ้งข่าวร้ายนี้ให้ทุกคนทราบ

“ขอแจ้งให้ทราบว่า ตอนนี้น้องหลิงได้เสียชีวิตแล้ว พวกเราทุกคนรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก” เหลือเฟือกล่าวในคลิป

พิธีรดน้ำศพของน้องหลิงจะจัดขึ้น ณ วัดแป้นทองโสภาราม หทัยราษฎร์ 39 ในวันนี้ (23 ก.ย. 68) เวลา 16.00 น. บรรดาเพื่อนพ้องน้องพี่ในวงการตลก เพื่อนร่วมงาน และผู้ที่รู้จักคุ้นเคยกับน้องหลิง ต่างร่วมแสดงความเสียใจและอาลัยต่อการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของเธอ

เหตุการณ์ฟ้าผ่า น้องหลิง แคดดี้สร้างความสะเทือนใจ

เหตุการณ์ที่ น้องหลิง แคดดี้โดนฟ้าผ่า ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ทุกคนระมัดระวังอันตรายจากภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูฝนที่มีฝนฟ้าคะนองบ่อยครั้ง การอยู่ในที่โล่งแจ้ง หรือใกล้ต้นไม้สูง อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ทางทีมงานขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของน้องหลิง และขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้

เหตุการณ์นี้ยังกระตุ้นเตือนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณามาตรการความปลอดภัยในสนามกอล์ฟอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดเช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งสายล่อฟ้า การให้ความรู้แก่แคดดี้และนักกอล์ฟเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติตนเมื่อเกิดฟ้าคะนอง หรือการมีระบบแจ้งเตือนภัยที่ทันสมัย

อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ แต่การเตรียมพร้อมและป้องกันไว้ล่วงหน้าจะช่วยลดความเสี่ยงและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้

ที่มา – เศร้า “น้องหลิง” แคดดี้โดนฟ้าผ่ากลางสนามกอล์ฟ เสียชีวิตแล้ว ⁣