วัน: 23 กันยายน 2025

คนร้ายซุ่มยิงเก๋ง ขรก.ในพระองค์ รอดหวุดหวิด

เกิดเหตุระทึกขวัญ คนร้ายใช้อาวุธปืนซุ่มยิงรถยนต์ของข้าราชการในพระองค์ ที่อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส เคราะห์ดีเจ้าตัวซิ่งรถหนีตายรอดหวุดหวิด ตำรวจเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี และยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง รวมถึงความเป็นไปได้ในการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่

เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 23 กันยายน 2568 ร.ต.ท.ป้อมพิทักษ์ พึ่งตำบล รองสารวัตรสอบสวน สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ขณะปฏิบัติหน้าที่ ได้มีนายนาวาวี อีซอ อายุ 35 ปี ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายพลเรือน ตำแหน่งเจ้าหน้าที่งานในพระองค์ ระดับ 1 ประจำพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ได้ขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อซูซูกิ รุ่นเซียส สีเทา ทะเบียนนราธิวาส เข้าพบเพื่อแจ้งความร้องทุกข์

นายนาวาวีให้การว่า ถูกคนร้ายซุ่มยิงเก๋ง ขณะขับรถยนต์ออกจากบ้านภรรยา ในพื้นที่ ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง โดยคนร้ายเป็นชาย 1 คน สวมเสื้อสีดำและนุ่งกางเกงขายาวสีดำ ยืนอยู่ริมถนนด้านขวามือของคนขับใช้อาวุธปืนยาวยิงใส่ โชคดีที่เขาไม่ได้รับบาดเจ็บ มีเพียงรถยนต์เก๋งถูกกระสุนปืนของคนร้าย บริเวณกระโปรงหน้า กระจกด้านข้างคนขับ กันสาด และหูช้างของกระจกมองข้าง จนได้รับความเสียหาย เหตุเกิดริมถนนสาย 5003 สายเจาะไอร้อง – ไอสเตียร์ ช่วงบริเวณบ้านเจาะเกราะ ม.1 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง ซึ่งต่อมา พ.ต.อ.นรินทร์ ช่วยสุข ผกก.สภ.เจาะไอร้อง และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนสงคราม เอ็ม.16 ตกอยู่ที่บริเวณพงหญ้าริมทาง จำนวน 4 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

คนร้ายซุ่มยิงเก๋ง ข้าราชการในพระองค์

พ.ต.อ.นรินทร์ ผกก.สภ.เจาะไอร้อง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในละแวกจุดเกิดเหตุ พร้อมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดบนถนนทุกสายที่มุ่งหน้ามายังจุดเกิดเหตุ เพื่อหาเบาะแสของคนร้ายที่ทำการคนร้ายซุ่มยิงเก๋งครั้งนี้

นายนาวาวี ให้การเบื้องต้นว่า ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับผู้ใด และใช้ถนนสายดังกล่าวเพื่อไปหาภรรยาเป็นประจำ ไม่คาดคิดว่าจะถูกปองร้าย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป แต่ก็ยังไม่ตัดประเด็นเรื่องการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่

การสืบสวนหลังเหตุการณ์ คนร้ายซุ่มยิงเก๋ง

หลังเกิดเหตุ คนร้ายซุ่มยิงเก๋ง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระดมกำลังเพื่อตรวจสอบพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียด รวมถึงสอบปากคำพยานที่อาจเห็นเหตุการณ์ เพื่อรวบรวมข้อมูลและนำไปวิเคราะห์หาสาเหตุของการโจมตีในครั้งนี้ นอกจากนี้ยังมีการประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและวางแผนในการป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นอีก

  • ตรวจสอบประวัติผู้ที่อาจมีความขัดแย้งกับผู้เสียหาย
  • ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงเพื่อหารูปพรรณสัณฐานของคนร้าย
  • สอบปากคำพยานที่อาจเห็นเหตุการณ์
  • ประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่

เหตุการณ์ คนร้ายซุ่มยิงเก๋ง ข้าราชการในพระองค์ครั้งนี้ สร้างความตกใจและความหวาดกลัวให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่จึงต้องเร่งคลี่คลายคดีและนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้โดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้กับประชาชน

การที่คนร้ายกล้าลงมือก่อเหตุอุกอาจเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความท้าทายในการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ที่มา – คนร้ายซุ่มยิงเก๋ง ข้าราชการในพระองค์ ซิ่งรถหนีตายรอดหวุดหวิด

ฮุน เซน กร้าว! ไม่ขอให้ไทยเปิดด่าน

ฮุน เซน กร้าว! ไม่ลดตัวขอให้ไทยเปิดด่าน ลั่นปิดอีก 100 ปีกัมพูชาก็ไม่ตาย ประธานวุฒิสภากัมพูชาโพสต์เฟซบุ๊ก ยืนยันหนักแน่นว่าไม่เคยร้องขอให้ไทยเปิดด่านพรมแดน พร้อมย้ำว่าหากไทยปิดด่านต่อไปอีก 100 ปี กัมพูชาก็จะไม่ตาย

ฮุน เซน กร้าว! ไม่ลดตัวขอให้ไทยเปิดด่าน

สมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2568 โดยมีเนื้อหาใจความสำคัญเกี่ยวกับการปิดด่านพรมแดนระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา ซึ่งกำลังเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงในวงกว้าง

ในโพสต์ดังกล่าว ฮุน เซน ยืนยันว่ากัมพูชาไม่เคยร้องขอให้ประเทศไทยเปิดด่านพรมแดน โดยให้เหตุผลว่าฝ่ายไทยเป็นผู้ปิดด่านก่อน ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของไทยที่จะต้องเปิดด่านเอง กัมพูชาจะไม่ลดตัวลงไปขอร้อง และแม้ว่าไทยจะปิดด่านต่อไปอีก 100 ปี กัมพูชาก็จะไม่เดือดร้อน เพราะจะยิ่งเป็นการกระตุ้นให้ชาวกัมพูหันมาบริโภคสินค้าที่ผลิตในประเทศ ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในระยะยาว

ฮุน เซน ยังกล่าวอีกว่า เขาไม่อยากจะออกมาแสดงความคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างกัมพูชาและไทย ซึ่งกำลังได้รับการแก้ไขภายใต้ข้อตกลงหยุดยิง เพื่อป้องกันการสูญเสียชีวิตของทหารและพลเรือน และเพื่อรับประกันว่าทรัพย์สินของรัฐและเอกชนจะไม่ถูกทำลาย

จุดยืนที่ชัดเจนของกัมพูชา

ฮุน เซน กล่าวถึงเรื่องการเปิดด่านข้ามพรมแดนกัมพูชา-ไทยอีกครั้ง ว่าในช่วงที่ผ่านมา มีการหารือกันมากมายในสังคม โดยเฉพาะจากผู้ใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ชาวกัมพูชา ในขณะที่บุคคลทางการเมือง, ผู้นำกองทัพ และเจ้าหน้าที่รัฐเงียบเกี่ยวกับเรื่องนี้มาตลอด

“แต่ดูที่ฝั่งไทย เราได้ยินเสียงมากมายจากคนทุกระดับในสังคม ตั้งแต่บนสุดยันล่างสุด พูดออกมาซ้ำๆ ว่าให้ปิดด่านต่อไป นับตั้งแต่กองทัพไทยปิดชายแดนแต่เพียงฝ่ายเดียว เราเพียงแจ้งไปยังฝั่งไทยว่า ในเมื่อไทยเป็นฝ่ายปิดด่าน พวกเขาก็ควรเป็นฝ่ายที่เปิดมัน ไม่มีความจำเป็นต้องเจรจากับกัมพูชา และเมื่อไทยเปิดด่านฝั่งพวกเขาแล้ว กัมพูชาจะเปิดด่านฝั่งตัวเองภายใน 5 ชั่วโมงต่อมา” ฮุน เซน กล่าว

ฮุน เซน ย้ำว่านี่คือจุดยืนที่กัมพูชายึดมั่นและจะไม่เปลี่ยนแปลง กัมพูชาจะไม่ลดตัวไปขอร้องให้ไทยเปิดด่านอีกครั้ง และต่อให้ไทยตัดสินใจที่จะปิดด่านต่อไปอีก 100 ปี กัมพูชาก็ไม่ตาย

นอกจากนี้ ฮุน เซน ยังกล่าวขอบคุณประเทศไทยที่ปิดด่าน เพราะเป็นการสกัดกั้นการนำเข้าสินค้าไทย ซึ่งส่งผลให้สินค้าภายในประเทศของกัมพูชามีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ชาวกัมพูชาผู้รักชาติร่วมใจกันสนับสนุนและบริโภคสินค้าที่ผลิตในประเทศ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว

ตลอด 3 เดือนที่ไม่มีสินค้านำเข้าจากไทย ตลาดของกัมพูชาก็ยังคงมีเสถียรภาพ มีสินค้าเพียงพอและอัตราเงินเฟ้อต่ำ และในแง่ของเศรษฐศาสตร์มหภาค การบริหารจัดการเศรษฐกิจก็ถือว่ามีประสิทธิภาพ

สำหรับเรื่องคำขอของญี่ปุ่น ซึ่งมีการลงทุนทั้งในไทยและกัมพูชา ที่ต้องการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนกัมพูชา-ไทยนั้น ญี่ปุ่นควรติดต่อกับฝ่ายไทย เพราะกัมพูชาได้ให้การอนุมัติเรียบร้อยแล้ว

ฮุน เซน ยังได้เรียกร้องให้ชาวกัมพูชาอดทน และปล่อยให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหานี้ด้วยสันติวิธีต่อไป โดยย้ำว่าไม่สามารถยุติสงครามด้วยสงครามได้

บทสรุปและข้อคิด

จากท่าทีที่แข็งกร้าวของฮุน เซน ทำให้เห็นได้ถึงความมุ่งมั่นของกัมพูชาที่จะพึ่งพาตนเอง และลดการพึ่งพาการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ การปิดด่านพรมแดนอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ในระยะยาว อาจเป็นโอกาสให้กัมพูชาพัฒนาศักยภาพในการผลิตสินค้าภายในประเทศ และสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจของตนเองได้ในที่สุด สิ่งที่น่าสนใจคือ ท่าทีดังกล่าวจะส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของทั้งสองอย่างไร และจะมีแนวทางแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนได้อย่างไร ต้องติดตามกันต่อไป

โดยรวมแล้ว สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และความสำคัญของการพึ่งพาตนเองทางเศรษฐกิจ ฮุน เซน กร้าว! ไม่ลดตัวขอให้ไทยเปิดด่าน ลั่นปิดอีก 100 ปีกัมพูชาก็ไม่ตาย ข้อความนี้ไม่ได้เป็นเพียงคำประกาศ หากแต่เป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศกัมพูชา

ที่มา – ฮุน เซน กร้าว ไม่ลดตัวขอให้ไทยเปิดด่าน ลั่นปิดอีก 100 ปีกัมพูชาก็ไม่ตาย

ทร.ลั่น! กัมพูชาต้องรื้อถอนกาสิโน-คูเลต

โฆษกกองทัพเรือ ลั่น กัมพูชาสร้างกาสิโน-คูเลต-ฐานปฏิบัติการในพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อน ก็ต้องเป็นฝ่ายรื้อถอน ปรับพื้นที่ให้อยู่ในสภาพเดิม เผย ตอบรับขั้นต้นแล้ว

วันที่ 23 กันยายน 2568 พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ รองโฆษกกองทัพเรือ ให้สัมภาษณ์ที่วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ถึงประเด็นบ่อนกาสิโนรุกล้ำพื้นที่ดินแดนไทย ว่า กาสิโนที่เป็นประเด็นอยู่ เป็นอาคารสิ่งปลูกสร้างบริเวณด่านท่าเส้น อ.เมือง จ.ตราด ก่อนหน้านี้ผู้บัญชาการทหารเรือได้ให้ข้อมูลไปแล้วว่าจะต้องดำเนินการตามกติกากฎหมายระหว่างประเทศ คือมีการประท้วงไปตั้งแต่ตรวจพบว่ากัมพูชาสร้างอาคารอยู่ในพื้นที่ที่เราอ้างสิทธิทับซ้อน 

จากการตรวจสอบอาคารที่สร้างปัจจุบันยังไม่มีการใช้งานและไม่มีผู้อยู่อาศัย ซึ่งเจตนารมณ์ของฝ่ายไทยคือการผลักดันให้ฝ่ายตรงข้ามที่รุกล้ำเข้ามายังเขตแดนอธิปไตยของไทยในพื้นที่อ้างสิทธิให้ออกไปจากพื้นที่ทั้งหมด โดยขณะนี้ทั้ง 17 จุด และกาสิโน ไม่ปรากฏว่ามีการเข้าใช้ประโยชน์ ทั้งฝ่ายทหารและฝ่ายพลเรือน 

ส่วนการดำเนินการหลังจากนี้ เนื่องจากเป็นพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อน เราจะดำเนินการจากเบาไปหาหนัก เริ่มจากการเจรจารื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ไม่ใช่แค่กาสิโน แต่รวมไปถึงคูเลตและฐานปฏิบัติการของฝั่งตรงข้ามทั้งหมด จะต้องปรับพื้นที่ให้อยู่ในสภาพเดิม จากการพูดคุยท่าทีของฝั่งกัมพูชาก็มีการตอบรับในขั้นต้น ซึ่งก็เข้าใจว่าตามระบบของกัมพูชาจะต้องดำเนินการตั้งแต่ทหารระดับพื้นที่รายงานไปตามชั้นภูมิภาค ก่อนจะรายงานกลับไปที่พนมเปญ

พล.ร.ต.ปารัช กล่าวอีกว่า ในวันนี้ทางกองทัพเรือ และกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีตราด (กปช.จต.) ก็ได้ติดตามทวงถามอย่างใกล้ชิดว่าฝั่งกัมพูชาจะมีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างไรบ้าง แต่ยอมรับว่าเรื่องนี้ไม่ได้มีกำหนดระยะเวลาว่าจะต้องทำการรื้อถอนและผลักดันให้กลับไปสู่สภาพเดิมเมื่อไหร่ ทางฝั่งไทยไม่อยากพูดคำว่ากดดัน แต่จะใช้ช่องทางเจรจาดำเนินการให้เป็นไปตามกติกา 

เมื่อถามว่าฝั่งไทยมีโอกาสจะทุบสิ่งปลูกสร้างที่กัมพูชารุกล้ำได้หรือไม่ พล.ร.ต.ปารัช เผยว่า ฝั่งกัมพูชาเป็นผู้ดำเนินการสร้าง ก็ต้องเป็นฝ่ายรื้อถอนและปรับให้อยู่ในสภาพเดิม เนื่องจากพื้นที่นั้นเป็นอธิปไตยของไทย แต่ถ้ายังดื้อดึงไม่ยอมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างตามที่พูดคุยตกลงกันไว้ไทยก็อาจจะมีการยกระดับต่อไป

ทร. ลั่น กัมพูชาต้องรื้อถอนกาสิโน-คูเลต-ฐานปฏิบัติการ ปรับพื้นที่เป็นสภาพเดิม

สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชายังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการอ้างสิทธิทับซ้อนในพื้นที่บางส่วน ซึ่งล่าสุดกองทัพเรือไทยได้ออกมาเน้นย้ำถึงจุดยืนที่ชัดเจนว่า กัมพูชาจะต้องดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่สร้างขึ้นในพื้นที่ดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นกาสิโน คูเลต หรือฐานปฏิบัติการต่างๆ เพื่อให้พื้นที่กลับคืนสู่สภาพเดิมก่อนที่จะมีการก่อสร้างใดๆ ทั้งสิ้น

ความคืบหน้าล่าสุดในการเจรจา

ถึงแม้ว่าทางกัมพูชาจะตอบรับในหลักการเบื้องต้นเกี่ยวกับการรื้อถอน แต่ยังไม่มีกำหนดเวลาที่ชัดเจนว่าการดำเนินการดังกล่าวจะเกิดขึ้นเมื่อใด ทางกองทัพเรือไทยยืนยันว่าจะใช้ช่องทางการเจรจาเป็นหลักในการผลักดันให้กัมพูชาปฏิบัติตามข้อตกลง โดยจะติดตามสถานการณ์และทวงถามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง

การเจรจาเป็นแนวทางที่ต้องการหลีกเลี่ยงความขัดแย้งและการเผชิญหน้า แต่หากสถานการณ์ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง และกัมพูชายังคงดื้อดึงไม่ยอมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ฝ่ายไทยก็อาจจำเป็นต้องพิจารณามาตรการที่เข้มข้นขึ้นเพื่อรักษาสิทธิอธิปไตยของประเทศ

ผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ประเด็นการรุกล้ำพื้นที่อธิปไตยและการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม การดำเนินการตามกฎหมายและหลักสากลจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อสร้างความเข้าใจอันดีและรักษาผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย

การเคารพซึ่งกันและกันในเรื่องอธิปไตยและเขตแดนเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศ หากทั้งสองฝ่ายสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ด้วยความเข้าใจและเจรจาอย่างสร้างสรรค์ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาและความร่วมมือในภูมิภาคในระยะยาว

สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ การเจรจาและการทูตเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหา แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน เพื่อปกป้องประเทศชาติและประชาชน

ในฐานะประชาชนคนไทย พวกเราควรติดตามข่าวสารและสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลและกองทัพเรือในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติได้อย่างยั่งยืน

ทร. ลั่น กัมพูชาต้องรื้อถอนกาสิโน-คูเลต-ฐานปฏิบัติการ ปรับพื้นที่เป็นสภาพเดิม เป็นเรื่องที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด การดำเนินการของทั้งสองฝ่ายจะส่งผลต่อความสัมพันธ์และเสถียรภาพในภูมิภาคนี้

ที่มา – ทร. ลั่น กัมพูชาต้องรื้อถอนกาสิโน-คูเลต-ฐานปฏิบัติการ ปรับพื้นที่เป็นสภาพเดิม

ออกหมายจับ “ไฮโซลูกนัท” ทำร้ายคนขับรถ


ศาลจังหวัดพัทยาได้อนุมัติออกหมายจับ นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ไฮโซลูกนัท” ในข้อหาทำร้ายร่างกายคนขับรถจาก U Drink I Drive หลังจากที่เขาไม่มาพบตำรวจตามหมายเรียกถึง 3 ครั้ง

ออกหมายจับ “ไฮโซลูกนัท” ทำร้ายร่างกายคนขับรถ หลังเบี้ยวหมายเรียก

เรื่องราวเริ่มต้นจากกรณีที่ ปรางค์ อภินรา ศรีกาญจนา ผู้บริหารของ U Drink I Drive ได้โพสต์คลิปวิดีโอลงบนโซเชียลมีเดีย เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ “พี่ฉลองชัย” พนักงานขับรถของบริษัท ซึ่งถูก “ไฮโซลูกนัท” ซึ่งเป็นลูกค้า ทำร้ายร่างกายขณะที่กำลังขับรถไปส่งยังสัตหีบ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบคดี และได้รับการยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง โดย “ไฮโซลูกนัท” ได้ว่าจ้างนายฉลองชัย พนักงานขับรถของ U Drink I Drive ให้ไปส่งที่สนามยิงปืนในสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อเดินทางมาถึงจังหวัดชลบุรี ระหว่างทาง “ไฮโซลูกนัท” พยายามเร่งให้คนขับรถไปถึงที่หมายโดยเร็ว และบังคับให้ขับรถฝ่าไฟแดง ซึ่งคนขับรถไม่ยินยอม จึงถูกทำร้ายร่างกาย จนทำให้ผู้เสียหายต้องจอดรถและวิ่งหนีเข้าไปหลบซ่อนตัวในโรงแรมแห่งหนึ่งย่านถนนสุขุมวิท ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี จนกระทั่งมีการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.บางละมุง ให้เข้ามาช่วยเหลือและระงับเหตุการณ์ ก่อนที่จะให้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน

ก่อนหน้านี้ พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียก “ไฮโซลูกนัท” แล้วถึง 3 ครั้ง แต่เขาก็ไม่ได้มาพบพนักงานสอบสวนตามกำหนดนัดหมาย

ศาลอนุมัติหมายจับ “ไฮโซลูกนัท”

ล่าสุด ศาลจังหวัดพัทยาได้อนุมัติหมายจับ นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือ “ไฮโซลูกนัท” ในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ความคืบหน้าของเหตุการณ์นี้จะมีการรายงานให้ทราบต่อไป

การกระทำรุนแรงเช่นนี้เป็นสิ่งที่สังคมไม่ควรยอมรับ และการที่ผู้มีชื่อเสียงกระทำผิดกฎหมายยิ่งต้องได้รับโทษตามกระบวนการยุติธรรม เพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่สังคมว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายได้

ที่มา – ออกหมายจับ “ไฮโซลูกนัท” ทำร้ายร่างกายคนขับรถ หลังเบี้ยวหมายเรียก

วิลล่าใกล้แต่งตั้ง Olabe แทน Monchi

แอสตัน วิลล่า กำลังอยู่ในขั้นตอนการเจรจาขั้นสูงกับ โรแบร์โต้ โอลาเบ อดีตผู้อำนวยการกีฬาของ เรอัล โซเซียดาด เพื่อเข้ามาแทนที่ มอนชี ประธานฝ่ายปฏิบัติการฟุตบอลที่กำลังจะลาออก

โอลาเบ วัย 57 ปี ใช้เวลาเจ็ดปีที่โซเซียดาด ก่อนจะลาออกเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลที่แล้ว

การลาออกที่กำลังจะเกิดขึ้นของมอนชี เกิดขึ้นในขณะที่วิลล่าอยู่อันดับที่ 18 ในพรีเมียร์ลีก หลังจากการเริ่มต้นฤดูกาลที่ไม่ชนะใครเลย

เขาเข้าร่วมทีมวิลล่าในปี 2023 จากสโมสรเซบีย่าในสเปน ซึ่งเขาเคยเป็นผู้อำนวยการกีฬา และเคยร่วมงานกับ อูไน เอเมรี กุนซือของวิลล่ามาแล้วที่สโมสรในลาลีกา

มอนชีและเอเมรีช่วยกันนำวิลล่าเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ยูโรปา คอนเฟอเรนซ์ ลีก ในปี 2024 และคว้าตำแหน่งแชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อพวกเขาจบอันดับที่สี่ในพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนั้น

พวกเขายังคงไปถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลที่ผ่านมา โดยถูกเขี่ยตกรอบโดย ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ผู้ชนะในท้ายที่สุด

วิลล่าเริ่มต้นฤดูกาลนี้ได้อย่างย่ำแย่ ไม่สามารถชนะเกมลีก 5 นัดแรกได้เลย และทำประตูได้เพียงครั้งเดียว

พวกเขายังตกรอบ EFL Cup ด้วยการดวลจุดโทษกับเบรนท์ฟอร์ดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

วิลล่าใกล้แต่งตั้ง Olabe แทน Monchi

ข้อ จำกัด ทางการเงินขัดขวางการใช้จ่าย

มอนชีและเอเมรีพยายามปรับโฉมวิลล่า โดยใช้จ่ายเงินจำนวนมากกับกองกลางตัวรับ อมาดู โอนาน่า ซึ่งเซ็นสัญญาด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์ในปี 2024 และกองหน้า มุสซ่า ดิยาบี้ ซึ่งย้ายมาร่วมทีมในปี 2023 ด้วยค่าตัว 43 ล้านปอนด์

แต่มุสซ่า ดิยาบี ถูกขายให้กับสโมสร อัล-อิตติฮัด ในซาอุดีอาระเบีย โปร ลีก หลังจากอยู่เพียงฤดูกาลเดียว ในขณะที่ อมาดู โอนาน่า ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บ

นักเตะทีมชาติเบลเยียมรายนี้ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในลีกเพียง 22 นัดเมื่อฤดูกาลที่แล้ว หลังจากย้ายมาจากเอฟเวอร์ตันด้วยสถิติสโมสร และตอนนี้เขากำลังพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บที่เอ็นร้อยหวาย และลงเล่นไปเพียงสองนัดในฤดูกาลนี้

ในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา การใช้จ่ายของวิลล่าถูกจำกัดเนื่องจากข้อจำกัดด้านกำไรและความยั่งยืนที่กำหนดโดยพรีเมียร์ลีกและยูฟ่า

ในเดือนกรกฎาคม วิลล่าถูกปรับ 9.5 ล้านปอนด์โดยองค์กรปกครองฟุตบอลยุโรปสำหรับการละเมิดกฎทางการเงิน

พวกเขาจำเป็นต้องขาย ดักลาส ลุยซ์ ในปี 2024 เพื่อรักษาสมดุลของบัญชี โดยกองกลางรายนี้ย้ายไปร่วมทีมยูเวนตุสด้วยค่าตัว 42 ล้านปอนด์ เขาได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในเซเรีย อา เพียง 3 นัดเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และย้ายไปร่วมทีมน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ด้วยสัญญายืมตัวเมื่อเดือนที่แล้ว

การขาย โอมาริ เคลลีแมน ให้กับเชลซีด้วยค่าตัว 19 ล้านปอนด์ และ ทิม อิโรคบูเอนัม ให้กับเอฟเวอร์ตันด้วยค่าตัว 9 ล้านปอนด์ เมื่อปีที่แล้ว ยังสร้างผลกำไรที่สำคัญ ในขณะที่ จาค็อบ แรมซีย์ ถูกขายให้กับนิวคาสเซิลด้วยค่าตัว 40 ล้านปอนด์เมื่อเดือนที่แล้ว โดยทั้งหมดสามคนมาจากอะคาเดมีของสโมสร

มีเพียงสองคนใน 11 ตัวจริงในเกมที่เสมอกับซันเดอร์แลนด์ 1-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ได้แก่ โรเจอร์ส และกองหน้า อีวานน์ เกสซานด์ ที่เซ็นสัญญาโดยเอเมรีและมอนชี

ในช่วงซัมเมอร์นี้ วิลล่าเซ็นสัญญากับผู้รักษาประตู มาร์โก บิโซต์ จากแบรสต์ และ เกสซานด์ จากนีซ ด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์ ก่อนที่ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์, เจดอน ซานโช่ และ วิคตอร์ ลินเดลอฟ จะย้ายมาร่วมทีมในวันสุดท้ายของการซื้อขาย

ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ ผู้เล่นทีมชาติอังกฤษรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี ย้ายมาร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัวจากลิเวอร์พูล โดยมีภาระผูกพันในการซื้อตัวด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์ ในขณะที่ ซานโช่ ย้ายมาร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัวจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ลินเดลอฟ อดีตเพื่อนร่วมทีมจาก โอลด์ แทรฟฟอร์ด ย้ายมาร่วมทีมแบบไม่มีค่าตัว

มอร์แกน โรเจอร์ส ซึ่งเซ็นสัญญามาจากมิดเดิลสโบรห์ด้วยค่าตัวเริ่มต้น 8 ล้านปอนด์ในปี 2024 และ ยูริ ตีเลอมันส์ ที่ย้ายมาร่วมทีมแบบไม่มีค่าตัว ประสบความสำเร็จ โดย โรเจอร์ส กลายเป็นนักเตะทีมชาติอังกฤษ

โดยรวมแล้ว แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงทีมอาจต้องใช้เวลา แต่มอนชีและเอเมรีก็เผชิญกับความท้าทายอย่างแท้จริงในการพยายามสร้างทีมที่สามารถแข่งขันในระดับสูงสุดได้ และการเข้ามาของ Olabe อาจเป็นก้าวต่อไปในการสร้างทีมที่แข็งแกร่งขึ้นสำหรับวิลล่า วิลล่าใกล้แต่งตั้ง Olabe แทน Monchi จะนำพาความเปลี่ยนแปลงมาสู่ทีมได้มากน้อยแค่ไหน ต้องติดตามดูกันต่อไป

ที่มา – Villa close to appointing Olabe to replace departing operations chief Monci

มอนชี ส่อแววลา วิลล่า หลังผลงานแย่

มอนชี เพื่อนสนิทของอูไน เอเมรี่ เตรียมอำลาตำแหน่งประธานฝ่ายปฏิบัติการฟุตบอลของแอสตัน วิลล่า

การจากไปที่ใกล้เข้ามาของวัย 56 ปี เกิดขึ้นหลังจากวิลล่าอยู่อันดับ 18 ในพรีเมียร์ลีก หลังออกสตาร์ทฤดูกาลโดยไม่ชนะใคร

มอนชีเข้าร่วมวิลล่าในปี 2023 จากสโมสรเซบีย่าในสเปน ซึ่งเขาเคยเป็นผู้อำนวยการกีฬา โดยก่อนหน้านี้เคยร่วมงานกับอูไน เอเมรี่ ที่สโมสรลาลีกา

ในขั้นตอนนี้ยังไม่ชัดเจนว่ามอนชีถูกไล่ออกหรือเป็นการตัดสินใจของเขาเองที่จะจากไป

ทั้งคู่พาวิลล่าเข้าถึงรอบรองชนะเลิศยูโรปาคอนเฟอเรนซ์ลีกในปี 2024 และคว้าตำแหน่งแชมเปี้ยนส์ลีกเมื่อจบอันดับสี่ในพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนั้น

ต่อมาพวกเขาเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีกในฤดูกาลที่แล้ว โดยถูกปารีส แซงต์-แชร์กแมง ผู้ชนะในท้ายที่สุดเขี่ยตกรอบ

วิลล่าเริ่มต้นฤดูกาลนี้ได้ไม่ดีนัก โดยไม่ชนะเกมลีก 5 นัดแรก และทำประตูได้เพียงครั้งเดียว

พวกเขายังตกรอบอีเอฟแอลคัพด้วยการดวลจุดโทษกับเบรนท์ฟอร์ดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

มอนชี ส่อแววลา วิลล่า หลังผลงานแย่

มอนชีและเอเมรี่พยายามปรับปรุงวิลล่า โดยทุ่มเงินก้อนโตไปกับกองกลางตัวรับอย่างอมาดู โอนาน่า ซึ่งเซ็นสัญญาด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์ในปี 2024 และกองหน้า มุสซ่า ดิยาบี้ ซึ่งย้ายมาร่วมทีมในปี 2023 ด้วยค่าตัว 43 ล้านปอนด์

แต่ดิยาบี้ถูกขายให้กับสโมสรอัล-อิตติฮัด ในซาอุดี โปร ลีก หลังจากเล่นได้เพียงฤดูกาลเดียว ขณะที่โอนาน่าต้องดิ้นรนกับอาการบาดเจ็บ

นักเตะทีมชาติเบลเยียมที่สง่างามรายนี้ออกสตาร์ทในลีกเพียง 22 นัดเมื่อฤดูกาลที่แล้ว หลังจากย้ายมาจากเอฟเวอร์ตันด้วยสถิติสโมสร และขณะนี้เขาได้รับบาดเจ็บที่เอ็นร้อยหวาย โดยลงเล่นเพียงสองครั้งในฤดูกาลนี้

ในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา การใช้จ่ายของวิลล่าถูกจำกัดเนื่องจากข้อจำกัดด้านผลกำไรและความยั่งยืนที่กำหนดโดยพรีเมียร์ลีกและยูฟ่า

ในเดือนกรกฎาคม วิลล่าถูกปรับ 9.5 ล้านปอนด์โดยองค์กรปกครองฟุตบอลยุโรป ฐานละเมิดกฎทางการเงิน

พวกเขาต้องการขายดักลาส ลุยซ์ ในปี 2024 เพื่อสร้างสมดุลให้กับบัญชี โดยกองกลางรายนี้ย้ายไปร่วมทีมยูเวนตุสด้วยค่าตัว 42 ล้านปอนด์ เขาออกสตาร์ทในเซเรีย อา เพียง 3 นัดเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และเข้าร่วมทีมฟอเรสต์ด้วยสัญญายืมตัวเมื่อเดือนที่แล้ว

การขายโอมารี เคลลีแมนให้กับเชลซีด้วยค่าตัว 19 ล้านปอนด์ และทิม อิโรคบูนัมให้กับเอฟเวอร์ตันด้วยค่าตัว 9 ล้านปอนด์เมื่อปีที่แล้ว ยังสร้างผลกำไรที่สำคัญ ขณะที่จาค็อบ แรมซีย์ ถูกขายให้กับนิวคาสเซิลด้วยค่าตัว 40 ล้านปอนด์เมื่อเดือนที่แล้ว โดยทั้งสามคนมาจากอะคาเดมีของสโมสร

เพียงสองคนใน 11 ตัวจริงในการเสมอกับซันเดอร์แลนด์ 1-1 เมื่อวันอาทิตย์ – โรเจอร์ส และกองหน้า เอวานน์ เกสซันด์ – ถูกเซ็นสัญญาโดยเอเมรี่และมอนชี ส่อแววลา วิลล่า หลังผลงานแย่

ซัมเมอร์นี้ วิลล่าเซ็นสัญญากับผู้รักษาประตูมาร์โก บิซ็อตจากแบรสต์และเกสซันด์จากนีซด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์ ก่อนที่ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์, เจดอน ซานโช และวิคตอร์ ลินเดลอฟจะย้ายมาร่วมทีมในวันสุดท้ายของการซื้อขายนักเตะ

เอลเลียตต์ นักเตะทีมชาติอังกฤษรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี ย้ายมาร่วมทีมแบบยืมตัวจากลิเวอร์พูล พร้อมข้อผูกมัดซื้อขาด 35 ล้านปอนด์ ขณะที่ซานโชย้ายมาจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และลินเดลอฟ อดีตเพื่อนร่วมทีมจากโอลด์ แทรฟฟอร์ด ย้ายมาร่วมทีมแบบไม่มีค่าตัว

มอร์แกน โรเจอร์ส ซึ่งเซ็นสัญญาจากมิดเดิลสโบรห์ด้วยค่าตัวเริ่มต้น 8 ล้านปอนด์ในปี 2024 และยูริ ตีเลอมันส์ ที่ย้ายมาร่วมทีมแบบไม่มีค่าตัว ประสบความสำเร็จ โดยโรเจอร์สกลายเป็นนักเตะทีมชาติอังกฤษ

ผลกระทบต่อทีมหลังจาก มอนชี ส่อแววลา วิลล่า หลังผลงานแย่

การจากไปของมอนชีอาจส่งผลกระทบต่อการวางแผนระยะยาวของแอสตัน วิลล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการซื้อขายนักเตะและการสร้างทีม เอเมรี่อาจต้องหาคนมาทำหน้าที่แทนที่สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ทีมสามารถเดินหน้าต่อไปได้

ผลงานที่ย่ำแย่ในช่วงต้นฤดูกาลนี้เป็นสัญญาณเตือนว่าวิลล่าต้องปรับปรุงอย่างเร่งด่วน หากพวกเขายังต้องการที่จะแข่งขันในระดับสูง การเปลี่ยนแปลงในทีมงานบริหารอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็น อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงใดๆ ก็ตามต้องทำอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้ส่งผลเสียต่อความมั่นคงของทีม

มอนชี ส่อแววลา วิลล่า หลังผลงานแย่ อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ภายในสโมสร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออนาคตของทีมในระยะยาว แฟนบอลคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่าวิลล่าจะสามารถกลับมาสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จได้หรือไม่

ที่มา – Emery ally Monchi set to leave Aston Villa after poor start to season

แจ้งข้อหา หนุ่มถีบห้องเพื่อนบ้านในคอนโดฯ

พนักงานสอบสวนดินแดง แจ้งข้อหาหนุ่มถีบห้องเพื่อนบ้าน-เอาเลือดมาป้ายในคอนโดฯ ย่านดินแดง ทำหนุ่มอินฟลูเอนเซอร์ผวา ก่อนปล่อยตัวชั่วคราว คดี แจ้งข้อหา หนุ่มถีบห้องเพื่อนบ้านในคอนโดฯ นี้กำลังเป็นที่สนใจของสังคม

จากกรณีอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังโพสต์เตือนภัยลูกบ้านคอนโดฯ ย่านดินแดง พบเพื่อนบ้านมีพฤติกรรมน่ากลัว ทั้งเคาะประตู ถีบประตู เอามีดมาขู่ และนำเลือดมาป้ายหน้าห้อง พร้อมด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย ทำให้ผู้เสียหายหวาดกลัว ต้องหลบซ่อนและเกิดความวิตกกังวล แม้จะแจ้งนิติบุคคลและตำรวจแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือเท่าที่ควร จนผู้ก่อเหตุเดินลงไปที่ล็อบบี้เอง เนื่องจากทำมีดบาดหัวตัวเองขณะก่อเหตุ ซึ่งต่อมา พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ได้สั่งการให้ สน.ดินแดง เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2568 พนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ได้สอบปากคำผู้เสียหายเพิ่มเติมเพื่อยืนยันการกระทำความผิดของผู้ก่อเหตุ พร้อมทั้งเรียกตัวผู้ต้องหามาสอบสวน โดยผู้ต้องหาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี ยินยอมให้ตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด ซึ่งผลการตรวจไม่พบสารเสพติด และเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจค้นห้องพักของผู้ต้องหา พบอาวุธมีดที่ใช้ในการก่อเหตุ

พนักงานสอบสวนได้ แจ้งข้อหา หนุ่มถีบห้องเพื่อนบ้านในคอนโดฯ ในข้อหา พยายามบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีอาวุธในเวลากลางคืน, ทำให้เสียทรัพย์, ข่มขู่ให้ตกใจกลัว, ก่อความเดือดร้อนรำคาญ และดูหมิ่นซึ่งหน้า

ผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นสอบสวน และพนักงานสอบสวนจะทำการสืบสวนสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป คดี แจ้งข้อหา หนุ่มถีบห้องเพื่อนบ้านในคอนโดฯ นี้สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้พักอาศัยในคอนโดฯ เป็นอย่างมาก

แจ้งข้อหา หนุ่มถีบห้องเพื่อนบ้านในคอนโดฯ

เหตุการณ์ แจ้งข้อหา หนุ่มถีบห้องเพื่อนบ้านในคอนโดฯ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความปลอดภัยในที่พักอาศัย โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของผู้คนจำนวนมาก การมีเพื่อนบ้านที่มีพฤติกรรมไม่ปกติ อาจนำมาซึ่งความเดือดร้อนและอันตรายต่อผู้อยู่อาศัยรายอื่น ๆ ได้ ดังนั้น การดูแลรักษาความปลอดภัยและการจัดการปัญหาเพื่อนบ้านจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับนิติบุคคลและผู้พักอาศัยทุกคน

ความสำคัญของการแจ้งความเมื่อเกิดเหตุ

การแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดปกติ หรือมีพฤติกรรมที่น่าสงสัยจากเพื่อนบ้าน เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้ามาตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายได้ หากปล่อยปละละเลย อาจนำไปสู่เหตุการณ์ที่ร้ายแรงกว่าเดิมได้

นอกจากนี้ การแจ้งความยังเป็นหลักฐานสำคัญในการดำเนินคดี หากผู้เสียหายต้องการฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุในภายหลัง ดังนั้น อย่าลังเลที่จะแจ้งความเมื่อรู้สึกไม่ปลอดภัย

  • การป้องกันที่ดีที่สุดคือการระมัดระวัง
  • สังเกตพฤติกรรมเพื่อนบ้าน
  • แจ้งนิติบุคคลหากพบสิ่งผิดปกติ
  • แจ้งตำรวจหากรู้สึกไม่ปลอดภัย

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้ที่พักอาศัยในคอนโดมิเนียม ให้ระมัดระวังและสังเกตพฤติกรรมของเพื่อนบ้าน หากพบสิ่งผิดปกติ ควรรีบแจ้งนิติบุคคลหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น

ที่มา – แจ้งข้อหา หนุ่มถีบห้องเพื่อนบ้านในคอนโดฯ ทำหนุ่มอินฟลูฯ ผวา

“น้องข้าวต้ม” ลูกช้างป่าผิดปกติแต่กำเนิด

ทีมสัตวแพทย์เร่งดูแล “น้องข้าวต้ม” ลูกช้างป่าพลัดหลงที่ทองผาภูมิ พบภาวะโครงสร้างร่างกายผิดปกติแต่กำเนิด ข้อเท้าหน้าทั้งสองข้างมีลักษณะผิดรูป

วันที่ 23 กันยายน 2568 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เปิดเผยผลการตรวจสุขภาพ “น้องข้าวต้ม” ลูกช้างป่าเพศเมียแรกเกิดที่พลัดหลงจากแม่ในพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี โดยพบภาวะโครงสร้างร่างกายผิดปกติแต่กำเนิดหลายจุด แม้ไม่พบการแตกหักของกระดูก

ทีมสัตวแพทย์ที่เข้าร่วมการดูแลและวินิจฉัยอาการของ “พังข้าวต้ม” ประกอบด้วย น.สพ.ภัทรพล มณีอ่อน หัวหน้ากลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า, สพ.ญ.ลักษณา ประสิทธิชัย นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ, สพ.ญ.กานต์พิชชา หาญอาษา นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) สพ.ญ.ณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ชำนาญการ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก และศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก, ผศ.สพ.ญ.ดร.สุภาเพ็ญ ศรีพิบูลย์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน และสพ.ญ.สุธีรานันท์ พิพิธวนิชธรรม คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน

จากการตรวจร่างกายเบื้องต้น ณ ศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก พบว่า “พังข้าวต้ม” มีอายุประมาณ 1 สัปดาห์ น้ำหนัก 118 กิโลกรัม ข้อเท้าหน้าทั้งสองข้างมีลักษณะผิดรูป ไม่สามารถเหยียดตรงได้ และมีอาการเจ็บเมื่อสัมผัสบริเวณสะโพก

ผลการวินิจฉัยเชิงลึกด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ ได้แก่ เอกซเรย์: ไม่พบการแตกหักของกระดูก โดยภาพรวมกระดูกเรียงตัวปกติ ยกเว้นบริเวณสะโพกที่ยังไม่สามารถวินิจฉัยได้ชัดเจน; อัลตราซาวด์: พบความผิดปกติของเส้นเอ็นบริเวณข้อเท้าหน้า และพบการอักเสบลักษณะก้อนเลือด (Hematoma) ที่สะโพกขวา และมีการเจาะเลือดส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อประเมินสุขภาพและโรคสำคัญ

คณะสัตวแพทย์สรุปว่าอาการดังกล่าวเกิดจากภาวะโครงสร้างร่างกายผิดปกติแต่กำเนิด ประกอบกับภาวะร่างกายที่อ่อนแอและความพยายามเอาตัวรอดในธรรมชาติ อาจส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บเพิ่มเติม

เบื้องต้นได้มีการฉีดยาลดปวดและลดอักเสบ พร้อมวางแผนการรักษาระยะยาว โดยเน้นการให้อาหารเสริมโภชนาการควบคู่กับการทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อฟื้นฟูให้ลูกช้างสามารถยืนและเคลื่อนไหวได้ในอนาคต หากอาการไม่ดีขึ้นตามที่คาด ทีมสัตวแพทย์จะดำเนินการตรวจซ้ำอีกครั้ง

“น้องข้าวต้ม” ลูกช้างป่าพลัดหลง พบภาวะโครงสร้างร่างกายผิดปกติแต่กำเนิด

ลำดับเหตุการณ์การช่วยเหลือ “น้องข้าวต้ม”

  • วันที่ 21 กันยายน เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติลำคลองงูได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบลูกช้างป่าเพศเมียในสภาพอ่อนแรงและบาดเจ็บ จึงเข้าช่วยเหลือและตั้งชื่อว่า “ข้าวต้ม” เนื่องจากได้ป้อนน้ำข้าวต้มเพื่อให้พลังงาน
  • วันที่ 22 กันยายน กรมอุทยานฯ เคลื่อนย้ายลูกช้างไปยังศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก โดยมีทีมสัตวแพทย์ดูแลตลอดการเดินทาง

ด้านแม่ช้าง เจ้าหน้าที่รายงานว่าได้กลับเข้าฝูงแล้ว และฝูงช้างได้เคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่เดิมไปไกลหลายกิโลเมตร

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้กำชับให้ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ดูแล “น้องข้าวต้ม” ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยและโอกาสฟื้นตัวแข็งแรงโดยเร็วที่สุด ข่าวการช่วยเหลือ “น้องข้าวต้ม” สร้างความประทับใจให้กับคนรักสัตว์เป็นอย่างมาก และเป็นกำลังใจให้ทีมสัตวแพทย์ในการดูแลอย่างเต็มที่

การดูแล “น้องข้าวต้ม” เป็นภารกิจที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญและ Passion เป็นอย่างมาก ต้องขอบคุณทีมงานทุกท่านที่ช่วยเหลือชีวิตน้อยๆ นี้ครับ

ที่มา – “น้องข้าวต้ม” ลูกช้างป่าพลัดหลง พบภาวะโครงสร้างร่างกายผิดปกติแต่กำเนิด

ม็อบกัมพูชาบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว: ไทยเฝ้าระวัง

สถานการณ์ล่าสุด (23 ก.ย.) พบว่า ม็อบกัมพูชา ยังปักหลักบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว ในจังหวัดสระแก้วอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยยังคงเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย และยังไม่พบสิ่งผิดปกติหรือเหตุการณ์ความรุนแรงใดๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณบ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว พบว่ายังคงมีความเคลื่อนไหวจากฝั่งกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการรวมตัวของกลุ่มคนที่ ม็อบกัมพูชา ยังปักหลักบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว

ม็อบกัมพูชา ยังปักหลักบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว

ในพื้นที่บ้านหนองจาน บริเวณใกล้หลักเขตที่ 46 พบกำลังพลกัมพูชา (กพช.) ประมาณ 30-40 นาย ยังคงปักหลักเฝ้าระวังในพื้นที่ มีการจัดเวรยามและใช้เพิงพักชั่วคราวเป็นที่พักอาศัย ส่วนในพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว พบชาวกัมพูชาอยู่ในพื้นที่ประมาณ 40-50 คน โดยมีทั้งทหารและตำรวจที่ประจำการตามแนวชายแดน และชาวบ้านที่เข้ามารวมตัวกันที่เพิงพักบริเวณชายแดนเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ

นอกจากนี้ ยังมีความเคลื่อนไหวในฝั่งกัมพูชา โดยมีพระผู้ใหญ่ เจ้าคณะเขต เจ้าอาวาส และพระสังฆาธิการจากหลายจังหวัด เช่น จังหวัดบันเตียเมียนเจย (บันทายมีชัย), พระตะบอง, อุดรมีชัย, พระวิหาร, เสียมราฐ และโพธิ์สัตว์ เดินทางมาร่วมลงพื้นที่ พร้อมทั้งนำสิ่งของบริจาค เช่น อาหารสด อาหารแห้ง เสื้อผ้า และของใช้จำเป็นอื่นๆ มามอบให้แก่ชาวบ้านและเด็กๆ ที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน รวมถึงเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจกัมพูชาที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณบ้านหนองหญ้าแก้ว

สถานการณ์ ม็อบกัมพูชา ยังปักหลักบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว

ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางความเคลื่อนไหวและความเป็นไปได้ในอนาคต พร้อมทั้งยืนยันที่จะปกป้องอธิปไตยตลอด 24 ชั่วโมง โดยยังไม่พบเหตุการณ์ความรุนแรงหรือสิ่งผิดปกติใดๆ เกิดขึ้น

สถานการณ์ชายแดนยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ไทยถือเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันเหตุไม่คาดฝัน และรักษาสันติภาพในพื้นที่ชายแดน การที่ ม็อบกัมพูชา ยังปักหลักบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว เป็นสิ่งที่ต้องติดตามต่อไป

ที่มา – ​ม็อบกัมพูชา ยังปักหลักบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว ฝ่ายไทยเฝ้าระวัง 24 ชม.