วัน: 24 กันยายน 2025

กองทัพบกให้ญาติ “ร.ต.ธีรยุทธ” รับราชการ: ครอบครัวซาบซึ้ง

เรื่องราวสุดซึ้งใจ! กองทัพบกได้ให้โอกาสญาติของ “ร.ต.ธีรยุทธ” พลทหารผู้เสียสละ เข้ารับราชการที่ มทบ.26 สร้างความซาบซึ้งใจให้กับครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง มาติดตามรายละเอียดเรื่องราวนี้กันครับ

จากเหตุการณ์ความสูญเสียที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2568 ที่ช่องตาเฒ่า อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ จากการปะทะกันระหว่างทหารไทยและทหารกัมพูชา ทำให้ พลทหารธีรยุทธ กระจ่างทอง อายุ 22 ปี ต้องเสียชีวิตในหน้าที่

เรื่องราวของพลทหารธีรยุทธ ได้สร้างความสะเทือนใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ เมื่อทราบว่าครอบครัวของเขาอาศัยอยู่อย่างยากลำบากบนที่ดินของหลวง ในกระท่อมหลังเล็กๆ ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปา ภาพของเสาบ้านและหลังคาที่พลทหารธีรยุทธเก็บหอมรอมริบเงินเดือนทหารเพื่อสร้างบ้านให้พ่อแม่ กลายเป็นภาพที่สะกิดใจผู้คนมากมาย

ด้วยความเมตตาจากผู้ใจบุญทั่วประเทศ เงินบริจาคหลั่งไหลมาช่วยเหลือครอบครัวพลทหารธีรยุทธ เพื่อสร้างบ้านให้สำเร็จ รวมถึงพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ที่พระราชทานบ้านชั่วคราว (บ้านน็อคดาวน์) ให้กับครอบครัวในทันที

ล่าสุด กองทัพบกได้แสดงความขอบคุณและตอบแทนความเสียสละของพลทหารธีรยุทธ โดยให้โอกาส น.ส.หอมจันทร์ กระจ่างทอง พี่สาวของ “ร.ต.ธีรยุทธ” พลทหารผู้เสียสละ ได้เข้ารับราชการ สังกัดมณฑลทหารบกที่ 26 จ.บุรีรัมย์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอการอบรมและเข้าทำงาน

กองทัพบกให้ญาติ “ร.ต.ธีรยุทธ” รับราชการ

น.ส.หอมจันทร์ ได้กล่าวด้วยความตื้นตันว่า เธอรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่คนไทยใจบุญไม่ทอดทิ้งครอบครัวของเธอ และขอขอบคุณกองทัพไทยที่ให้ความช่วยเหลือมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่กองทัพให้โอกาสเธอได้เข้ารับราชการ ถือเป็นพระคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และเธอจะตั้งใจทำงานรับใช้ชาติให้ดีที่สุด

นายกิมแดง และนางติน กระจ่างทอง พ่อและแม่ของพลทหารธีรยุทธ ยังคงทำใจกับการจากไปของลูกชายไม่ได้ แต่ก็รู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของคนไทย และความช่วยเหลือจากกองทัพบกเป็นอย่างมาก

กองทัพบกตอบแทนความเสียสละของ “ร.ต.ธีรยุทธ”

รายงานข่าวแจ้งว่า กองทัพบกได้ดำเนินการปูนบำเหน็จ 7 ชั้นยศ 5 ขั้นเงินเดือน เลื่อนยศร้อยตรี ให้แก่ พลทหารธีรยุทธ กระจ่างทอง และยังได้ดูแลสิทธิและเงินช่วยเหลือตามสิทธิของทางราชการและภาคส่วนต่างๆ พร้อมกับจะให้ความช่วยเหลือครอบครัวในด้านอื่นๆ ต่อไป

การตัดสินใจของกองทัพบกในการให้โอกาสญาติของ “ร.ต.ธีรยุทธ” พลทหารผู้เสียสละ เข้ารับราชการ ถือเป็นการแสดงความขอบคุณและให้เกียรติแก่ผู้ที่เสียสละเพื่อชาติอย่างแท้จริง เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับทหารและครอบครัวทหารทุกคนว่า ความเสียสละของพวกเขานั้น ไม่ได้สูญเปล่า

เรื่องราวของพลทหารธีรยุทธ และครอบครัว เป็นเครื่องเตือนใจให้เราเห็นถึงความเสียสละของทหารกล้าที่ปกป้องประเทศชาติ และความเอื้ออาทรของคนไทยที่พร้อมจะช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามยากลำบาก

ที่มา – กองทัพบกให้ญาติ “ร.ต.ธีรยุทธ” พลทหารพลีชีพ รับราชการที่ มทบ.26 ครอบครัวสุดซาบซึ้ง

“อนุทิน” สั่งเร่งสอบ ถนนทรุดตัวเร็วที่สุด รฟม.รับผิดชอบ

“นายกฯ อนุทิน” สั่งหาสาเหตุดินทรุดตัวให้เร็วที่สุด ให้ รฟม. สำรวจความเสียหายเตรียมเยียวยา และสำรวจแนวรถไฟฟ้าทั้งหมด “ชัชชาติ” ชี้ รัศมี 100 เมตร บริเวณ สน.สามเสน ยังอันตราย ขณะที่ รฟม. น้อมรับความเสียหาย รพ.วชิระ ยัน ผู้ป่วยในยังให้บริการตามปกติ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 24 กันยายน 2568 ที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ถึงกรณีการ“อนุทิน” สั่งเร่งสอบถนนทรุดตัวเร็วที่สุด สามเสน หน้าบริเวณโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีม่วงใต้ ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่เป็นการเสียหายจากทรัพย์สิน คาดว่าการทรุดตัวจะหยุดอยู่เพียงเท่านี้ ส่วนบริเวณตรงกลางถนนที่เป็นการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินจะเป็นโครงสร้างคอนกรีตที่รับการสไลด์ได้อยู่แล้ว แต่ที่น่าเป็นห่วงตอนนี้ก็คืออาคารของสถานีตำรวจนครบาลสามเสน ที่เสาเข็ม ทรุดลงไปประมาณ 2-3 ต้น ซึ่งขณะนี้ได้อพยพผู้คนออกจากอาคารเหล่านี้หมดแล้ว ในเรื่องของความปลอดภัยของชีวิตได้ควบคุมไว้หมดแล้ว จากนี้ไปในเรื่องของด้านเทคนิคจะมอบหมายให้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่มีความรู้ด้านวิศวกรชี้แจงเรื่องรายละเอียดต่อไป

ส่วนโรงพยาบาลวชิรพยาบาลอยู่ในสังกัด กทม. โดยจะขอให้ปิดโรงพยาบาล 1-2 วันนี้ก่อนและประสานโรงพยาบาลในเครือข่ายเชื่อมต่อกับโรงพยาบาลในกรุงเทพฯซึ่งมั่นใจว่าสามารถรองรับและให้บริการผู้ป่วยได้โดยที่ไม่มีอุปสรรคใดๆ

เมื่อถามว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะต้องมีเจ้าภาพในการดูแลทั้งหมดหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าความเสียหายส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเรื่องทรัพย์สิน ทางหน่วยงานหลักคือ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ก็จะต้องเป็นคนที่รวบรวมความเสียหายต่างๆ และไล่ทอดไปว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ เบื้องต้นต้องไปดูว่าเกิดจากอะไร เกิดจากการก่อสร้างการออกแบบหรือจากธรรมชาติ โดยจะต้องมีทีมงานต่างๆ เข้ามา คงต้องกลับไปใช้ในรูปแบบเหมือนตอนที่ตึกสตง. ถล่ม ที่จะต้องมีการระดมกำลังกัน ซึ่งจะต้องมีการเคลียร์พื้นที่ให้กลับมาสู่สภาพเดิมให้เร็วที่สุด และจะต้องเยียวยาผู้เสียหาย ที่เป็นเรื่องของรถยนต์ที่ตกลงไป รวมถึงเรื่องของการพิสูจน์ว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจากอะไร ที่ตอนนี้ยังไม่สามารถบอกได้ แต่ยืนยันได้ว่าเป็นเรื่องของการผิดพลาดแน่นอน เรื่องนี้เป็นเรื่องของวิศวกรรมศาสตร์ล้วนๆ ที่จะต้องหาสาเหตุให้ได้

เมื่อถามว่ากรณีดินไหลเข้ารถไฟฟ้าเรื่องของการผิดพลาดทางวิศวกรรมใช่หรือไม่ นายอนุทินระบุว่าตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการสันนิษฐานซึ่งต้องไปขยายผลว่ามันเริ่มมาจากอะไร ที่เมื่อช่วงเช้าจุดเริ่มคือคนเห็นว่ามีน้ำเอ่อขึ้นมาบนพื้นถนนซึ่งเป็นความผิดปกติ แล้วจากนั้นก็มีการยุบตัวและทรุดตัว จึงต้องไล่ขยายผลไปเรื่อยๆว่าเกิดจากอะไร การถมดินของอุโมงค์ทั้ง 2 ชั้นแน่นหรือไม่ และเรื่องปริมาณน้ำที่ไหลเข้ามาไหลมาได้อย่างไร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางรฟม.จะต้องเร่งสำรวจแนวเส้นรถใต้ดินทั้งหมด ทั้งที่ก่อสร้างเสร็จไปแล้วและกำลังก่อสร้างอยู่ และต้องเร่งดำเนินการที่จะทำให้เกิดความปลอดภัยของประชาชนสูงสุด โดย 1-2 วันนี้จะต้องสามารถหาสาเหตุให้ได้ ส่วนเรื่องซ่อมแซมก็จะต้องให้เร็วที่สุดเพราะบริเวณนี้จะต้องใช้งานต่อไป

“ตอนนี้ถ้าถามทางด้านเทคนิคยังไม่มีใครฟันธงได้จึงต้องขอลงไปในรายละเอียด โดยทางกรมโยธาธิการและผังเมืองจะต้องเป็นเจ้าภาพในการรวบรวมนักวิชาการผู้มีความรู้ทางด้านเทคนิคต่างๆรวมถึงแสวงหาความร่วมมือกับหน่วยงานที่มีเทคโนโลยีเจาะอุโมงค์ ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือการ“อนุทิน” สั่งเร่งสอบถนนทรุดตัวเร็วที่สุดก่อน”

ด้านนายชัชชาติ กล่าวว่าเมื่อช่วงเช้าได้มีการสั่งการให้ปิดน้ำเนื่องจากท่อประปาแตกทำให้ดินสไลด์ตัวมากขึ้นรวมถึงให้การไฟฟ้านครหลวงมาตัดไฟ ไม่เช่นนั้นเสาไฟอาจจะไปดึงที่อื่นล้ม ขณะที่ทางรฟม.ต้องเร่งอุดอุโมงค์เพื่อให้หยุดการสไลด์และสามารถถมดินเพื่อให้เร่งกลับมาใช้งานได้ ส่วนกรมโยธาธิการและผังเมืองและกรุงเทพมหานครต้องประเมินอาคารโดยรอบซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการประเมินอยู่ ยืนยันว่าทางโรงพยาบาลวชิรพยาบาลไม่ได้มีความกังวลเพราะมีกำแพงกั้นอยู่ จึงหยุดให้การบริการผู้ป่วยนอกก่อนเพื่อหยุดการเดินทางของประชาชนมาในพื้นที่ ส่วนผู้ป่วยในยังอยู่ได้ ส่วนฝ่ายตรงข้ามที่เป็นสถานีตำรวจยังเป็นจุดอันตรายต้องมีการควบคุมเพื่อไม่ให้ประชาชนเข้ามาในรัศมีประมาณ 100 เมตรจากจุดเกิดเหตุ แต่สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังต่อคือเรื่องฝน หากมีฝนเข้ามาอาจจะทำให้ดินมีการสไลด์มากขึ้นโดยให้ทางสำนักระบายน้ำเตรียมเครื่องมือรองรับเรียบร้อยแล้ว ที่คาดว่าน่าจะมีฝนตกเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28- 29 กันยายน นี้

ขณะที่ นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม.กล่าวว่า ที่เกิดเหตุเป็นการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีม่วงใต้ บริเวณสถานีโรงพยาบาลวชิรพยาบาลซึ่งเป็นอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินที่มุ่งหน้าไปทางอาคารรัฐสภาซึ่งเป็นอุโมงค์ซ้อนกัน 2 ชั้น โดยอุโมงค์ชั้นบนลึกประมาณ 15 เมตร และชั้นล่างอยู่ประมาณ 20 เมตรเศษ โดยสาเหตุที่เกิดขณะนี้ รฟม. และภาควิชาการ อยู่ระหว่างการตรวจสอบสาเหตุที่เกิดขึ้น แต่จากข้อเท็จจริง คือ มีการเคลื่อนตัว ซึ่งคาดว่าเกิดจากน้ำใต้ดินและดินที่มีการเคลื่อนตัวในอุโมงค์ชั้นล่าง ทำให้รอยต่อระหว่างตัวอุโมงค์และผนังสถานีมีการเคลื่อนตัว ส่งผลให้ดินมีทรุดตัวลงไป และดินบางส่วนพร้อมกับน้ำที่บริเวณท่อประปาหลักหักด้วย ทำให้น้ำและดินไหลเข้าไปบริเวณสถานีบางส่วน โดยขณะนี้ทาง รฟม. กำลังเร่งหยุดการเคลื่อนตัวของดินทั้งหมด และจะรีบคืนสภาพโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ ความเสียหายที่เกิดขึ้น รฟม. รับผิดชอบทั้งหมด

ด้านผศ.นพ.จักราวุธ มณีฤทธิ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล กล่าวว่า ขณะนี้ รพ.วชิระ หยุดให้บริการเฉพาะในส่วนผู้ป่วยนอก 2 วัน คือ วันที่ 24-25 ก.ย. 68 แต่ในส่วนของผู้ป่วยฉุกเฉินและผู้ป่วยใน ยังคงให้บริการตามปกติ ส่วนในเรื่องการตัดไฟฟ้าของ กฟน. ไม่มีผลกระทบ เพราะโรงพยาบาลมีระบบไฟฟ้าสำรองเพียงพอ สำหรับในส่วนของเรื่องน้ำก็ได้รับการสนับสนุนรถน้ำจากการประปานครหลวง

“อนุทิน” สั่งเร่งสอบถนนทรุดตัวเร็วที่สุด

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับ “อนุทิน” สั่งเร่งสอบถนนทรุดตัวเร็วที่สุด

สรุปได้ว่าเหตุการณ์“อนุทิน” สั่งเร่งสอบถนนทรุดตัวเร็วที่สุดนั้น ทาง รฟม. ได้น้อมรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น และกำลังเร่งหาสาเหตุของการทรุดตัวอย่างละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในอนาคต การตรวจสอบนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของประชาชนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

เราควรติดตามข่าวสารและความคืบหน้าของเหตุการณ์นี้อย่างใกล้ชิด เพื่อรับทราบข้อมูลที่เป็นประโยชน์และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

ที่มา – “อนุทิน” สั่งเร่งสอบถนนทรุดตัวเร็วที่สุด – รฟม. ขอน้อมรับความเสียหายทั้งหมด

ประธานกมธ. หวังเชือดทุจริตเรียกเงินแลกสัญชาติ

กมธ.ปกครอง สภาฯ ขยายปม “ส่วยสัญชาติ” จี้ อธิบดีกรมการปกครองเอาจริง หลังมีหลักฐานชัด เจ้าหน้าที่เรียกรับเงินชาวบ้าน หวัง นายกรัฐมนตรีเชือดเป็นคดีตัวอย่าง

เมื่อเวลา 09.35 น. วันที่ 24 กันยายน 2568 ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส. อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การปกครอง สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุม กมธ. วันนี้ ว่า มีวาระพิจารณาศึกษาและติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคลให้บุคคลที่อพยพเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลานาน และกลุ่มบุคคลที่เกิดในราชอาณาจักรแต่ไม่ได้สัญชาติไทย โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล เช่น ปลัดกระทรวงมหาดไทย, อธิบดีกรมการปกครอง, ผู้อำนวยการสำนักบริหารการทะเบียน, ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย โดยประเด็น 1. จริงหรือไม่ กรณีที่มีการร้องเรียนว่าบุคคลบางกลุ่มใช้ช่องทางนโยบายของรัฐบาลไปหาประโยชน์โดยการไปเรียกรับเงิน หรือหาผลประโยชน์ใดๆ จากพี่น้องประชาชนที่ควรจะได้รับสิทธิสัญชาติไทย 2. วิธีการและขั้นตอนในการอำนวยความสะดวกเนื่องจากมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ออกมาช่วงปลายปี 2567 และโครงการดังกล่าวมีระยะเวลา 1 ปี จะไปสิ้นสุดโครงการช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2569 เท่ากับยังมีเวลาเหลือมากพอสมควรที่มอบสัญชาติให้ แล้วติดขัดปัญหาจุดไหน เท่าที่ทราบคือ ต้องมีการจัดคิว จึงคาดว่าจะมีปัญหาในเรื่องของกำลังคน ซึ่งนโยบายของรัฐบาลถือเป็นเรื่องใหญ่ของกระทรวง จึงควรมีการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้

ประเด็นการเรียกเงินแลกสัญชาติ กลายเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก และ กมธ. ปกครอง สภาฯ ก็ได้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาพิจารณาอย่างจริงจัง โดยมุ่งหวังที่จะให้นายกรัฐมนตรีเข้ามาจัดการกับเจ้าหน้าที่ที่ทุจริตในคดีตัวอย่าง

ประธานกมธ.ปกครอง สภาฯ หวังนายกรัฐมนตรีเชือดเจ้าหน้าที่ทุจริตเรียกเงินแลกสัญชาติเป็นคดีตัวอย่าง

บี้ “อ.ปค.” เอาจริง มีหลักฐานชัด 

นายกรวีร์กล่าวต่อว่า หลังจากที่ กมธ. เปิดรับเรื่องร้องทุกข์ มีประชาชนให้เบาะแสส่งเอกสารหลักฐานที่มีการสนทนากับบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ไปเรียกรับเงินกับประชาชนที่เข้ามาติดต่อขอสัญชาติ มีหลักฐานการโอนเงิน, มีการเรียกรับเงินเป็นจำนวน 3 หมื่นบาท เป็นค่าดำเนินการ แต่ต้องโอนค่ามัดจำไปก่อน 1 หมื่นบาท แต่คนแจ้งเขามีแค่ 8 พันบาท กำลังจะไปหาอีก 2 พันบาท ทั้งนี้ ต้องไปดูว่าโยงถึงผู้มีอำนาจ ทั้ง ผู้ใหญ่บ้าน, นายอำเภอ, ปลัดอำเภอ ซึ่งคนในพื้นที่เขากังวลเรื่องความปลอดภัย อาจไม่กล้าออกมาเป็นพยานให้ ดังนั้น อธิบดีและรองอธิบดีกรมการปกครอง, นายอำเภอและผู้ว่าฯ ต้องจริงจังกับเรื่องนี้ ซึ่งเอกสารที่ กมธ.ได้รับมาทั้งหมด จะส่งต่อให้กรมการปกครองไปตรวจสอบหาข้อเท็จจริง ใครที่ทำผิดต้องถูกลงโทษอย่างเด็ดขาด และต้องถูกปราบปราม เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้อำนาจของรัฐในทางที่ไม่ชอบ ไปหากินบนความเดือดร้อนของประชาชน

การเปิดโปงขบวนการเรียกเงินแลกสัญชาติครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการปราบปรามการทุจริตในวงราชการ ซึ่งประชาชนต่างคาดหวังว่าการดำเนินการดังกล่าวจะเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

หวัง “นายกฯ” เชือดเป็นตัวอย่าง คดีเรียกเงินแลกสัญชาติ

เมื่อถามว่า เรื่องที่รับแจ้งมามีทั้งหมดกี่เคส นายกรวีร์กล่าวว่า มี 4-5 กรณี และทราบว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมา กรมการปกครองส่งทีมลงพื้นที่สืบหาข้อเท็จจริง และรวบรวมพยานหลักฐาน กมธ. เราจะซักต่อว่า เกิดในพื้นที่ใดบ้าง มีนายอำเภอและผู้ใหญ่บ้านเกี่ยวข้องหรือไม่ หรือปลัดอำเภอที่ดูแลเรื่องทะเบียนรู้เห็นด้วยหรือไม่ หากพบว่าใครเกี่ยวข้อง ตนถือเป็นเรื่องใหญ่ กระทรวงมหาดไทยและรัฐบาลชุดใหม่ ที่นายกรัฐมนตรี เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ด้วย ตนอยากเห็นความจริงจังเข้มงวด เอาเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทำผิดมาลงโทษให้ถึงที่สุด เมื่อถามย้ำว่า มีเจ้าหน้าที่ยศใหญ่กว่าปลัดอำเภอเกี่ยวหรือไม่ นายกรวีร์กล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ที่ระดับอำเภอ เพราะเรื่องนี้สามารถทำเสร็จที่อำเภอได้ กรมการปกครองต้องสอบสวนข้อเท็จจริงให้ได้ว่า เรื่องนี้จบที่แค่อำเภอ หรือสูงกว่าระดับอำเภอ กระทรวงมหาดไทยต้องทำให้เห็นว่า เราจริงจังกับเรื่องนี้

การที่ประธาน กมธ. ปกครอง สภาฯ ออกมาแสดงความหวังว่านายกรัฐมนตรีจะเชือดเจ้าหน้าที่ทุจริตเรียกเงินแลกสัญชาติเป็นคดีตัวอย่าง แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในระบบราชการอย่างจริงจัง

การที่ผู้มีอำนาจลงมาจัดการกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง จะเป็นสัญญาณที่ดีต่อสังคม และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่า รัฐบาลมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาการทุจริต และพร้อมที่จะลงโทษผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด

คดีนี้จะเป็นบทพิสูจน์ความเด็ดขาดของรัฐบาลในการจัดการกับปัญหาการทุจริต และจะเป็นคดีตัวอย่างที่สำคัญในการป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตในลักษณะเดียวกันขึ้นอีกในอนาคต

ที่มา – ประธานกมธ.ปกครอง สภาฯ หวังนายกรัฐมนตรีเชือดเจ้าหน้าที่ทุจริตเรียกเงินแลกสัญชาติเป็นคดีตัวอย่าง

ทำเนียบฯ เตรียมพร้อม! ครม.ใหม่ เตรียมตั้ง “ไตรศุลี” เลขาฯนายกฯ

ทำเนียบรัฐบาลเตรียมพร้อมรับครม.ชุดใหม่ หลังเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณเย็นนี้ เตรียมแต่งตั้ง “ไตรศุลี”นั่งเลขานายกฯ กำชับพรรคร่วมรัฐบาลเร่งเสนอชื่อข้าราชการการเมือง

วันที่ 24 ก.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว. มหาดไทย นำคณะรัฐมนตรี(ครม.) เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เวลา 18.00 น.

โดยตั้งแต่ช่วงเช้า เจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล ได้จัดเตรียมสถานที่ตามจุดต่างๆ โดยที่เวลา 14.00 น. ครม.ทั้งหมดจะถ่ายรูปเดี่ยวติดบัตร ที่ห้องสีเหลือง ตึกสันติไมตรี และตรวจ ATK ที่ห้องสีฟ้า ตึกสันติไมตรี จากนั้นเวลา 15.30 น. ถ่ายภาพหมู่ที่สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า และเวลา 16.00 น. ครม.เดินทางออกจากตึกสันติไมตรี ไปยังพระที่นั่งอัมพรสถาน

ภายหลังเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ จะมีการประชุม ครม.นัดแรก ที่ห้อง 501 ตึกบัญชาการ 1 ซึ่งมีวาระสำคัญที่จะมีการเสนอให้ครม.เห็นชอบ คือ ร่างนโยบายของครม.แถลงต่อรัฐสภา การแบ่งงานรองนายกรัฐมนตรี และรมต.ประจำสำนักนายกฯ และการเสนอแต่งตั้ง น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ส่วนการแต่งตั้งข้าราชการทางการเมืองจะมีการแต่งตั้งในการประชุมครม. ครั้งถัดไป

ทั้งนี้ การประชุมแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลที่พรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2568 ที่ประชุมได้มีการกำชับให้พรรคร่วมรัฐบาลเร่งเสนอรายชื่อบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งข้าราชการทางการเมือง เนื่องจากต้องใช้เวลาในการตรวจสอบคุณสมบัติ พร้อมกันนี้ ในที่ประชุมแกนนำพรรคภูมิใจไทยยังได้เน้นย้ำว่า จะยุบสภาภายใน 4 เดือนแน่นอน

ทำเนียบรัฐบาลเตรียมพร้อมรับครม.ชุดใหม่ เตรียมแต่งตั้ง “ไตรศุลี”นั่งเลขานายกฯ

การเตรียมความพร้อมของทำเนียบรัฐบาลเพื่อต้อนรับคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ (ครม.) เป็นไปอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเตรียมการสำหรับการแต่งตั้ง น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล ดำรงตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ถือเป็นประเด็นสำคัญที่ได้รับความสนใจจากหลายฝ่าย การเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งสำคัญเช่นนี้ มักนำมาซึ่งการปรับเปลี่ยนนโยบายและการดำเนินงานของรัฐบาล

ทำไมการแต่งตั้ง “ไตรศุลี” นั่งเลขานายกฯ จึงน่าจับตามอง?

การแต่งตั้งบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายและการบริหารประเทศ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี มีบทบาทสำคัญในการประสานงานและสนับสนุนการทำงานของนายกรัฐมนตรี การเลือกบุคคลที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล ผู้ซึ่งได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว ย่อมต้องมีคุณสมบัติและความสามารถที่เหมาะสม เพื่อที่จะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ การเร่งรัดให้พรรคร่วมรัฐบาลเสนอชื่อข้าราชการทางการเมือง ก็เป็นอีกประเด็นที่น่าสนใจ การมีทีมงานที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้รัฐบาลสามารถดำเนินนโยบายต่างๆ ได้อย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จ การตรวจสอบคุณสมบัติอย่างละเอียดรอบคอบจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

สิ่งที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ การที่พรรคภูมิใจไทยได้เน้นย้ำถึงการยุบสภาภายใน 4 เดือน ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งใหม่ การดำเนินงานของรัฐบาลในช่วงเวลาที่เหลือนี้นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างความเชื่อมั่นและความนิยมจากประชาชน

ทำเนียบรัฐบาลเตรียมพร้อมรับครม.ชุดใหม่ เตรียมแต่งตั้ง “ไตรศุลี”นั่งเลขานายกฯ ถือเป็นข่าวสารที่สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงและการเตรียมความพร้อมของรัฐบาลในการบริหารประเทศ การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้เราเข้าใจถึงทิศทางและการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ดังนั้น การจับตาดูการทำงานของ ครม.ชุดใหม่ และการดำเนินงานของ น.ส.ไตรศุลี ในตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจ เพราะจะมีผลต่อการบริหารประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

ทำเนียบรัฐบาลเตรียมพร้อมรับครม.ชุดใหม่ เตรียมแต่งตั้ง “ไตรศุลี”นั่งเลขานายกฯ เป็นช่วงเวลาที่สำคัญ ที่ทุกภาคส่วนควรติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เข้าใจถึงทิศทางการบริหารประเทศ และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน

ที่มา – ทำเนียบรัฐบาลเตรียมพร้อมรับครม.ชุดใหม่ เตรียมแต่งตั้ง “ไตรศุลี”นั่งเลขานายกฯ

คุมตัว “ไฮโซลูกนัท” สอบเพิ่ม ลุ้นประกันตัว

“ไฮโซลูกนัท” เข้ามอบตัว สภ.บางละมุง คดีทำร้ายคนขับรถ อ้างไม่เห็นหมายเรียก ยันไม่มีเจตนาหลบหนี ทนายเตรียมเงินสด 5 หมื่นบาทประกันตัวในชั้นสอบสวน

ตามที่ น.ส.อภินรา ศรีกาญจนา หรือปรางค์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท U Drink I Drive ได้ทำคลิปเล่าเหตุการณ์ของ นายฉลองชัย อายุ 43 ปี พนักงานประจำ U Drink I Drive ถูก นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย อายุ 33 ปี หรือ “ไฮโซลูกนัท” นักเคลื่อนไหวทางการเมืองชื่อดัง และทายาทธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทำร้ายร่างกาย หลังว่าจ้างให้ นายฉลองชัย ขับรถจากกรุงเทพฯ ไปส่งสนามยิงปืน ในพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พอมาถึงหน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง ริมถนนสุขุมวิท ขาเข้าเมืองพัทยา ไฮโซลูกนัทเกิดไม่พอใจคนขับรถ ได้ลงมือทำร้าย นายฉลองชัย จนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2568 เวลา 15.00 น. ในทางคดี พนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง ได้มีการออกหมายเรียก ไฮโซลูกนัท ครบ 3 ครั้ง และเจ้าตัวไม่มาตามนัด โดยตำรวจเตรียมออกหมายจับตามที่มีข่าวเสนอไปแล้วนั้น

มีความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568 พนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง ได้ขออนุมัติศาลจังหวัดพัทยา ออกหมายจับ นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือ “ไฮโซลูกนัท” ฐานความผิดทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนได้รับอันตรายต่อกายและจิตใจ เลขที่ จ.165 / 2568 ซึ่งก่อนหน้านี้หลังเกิดเหตุ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี มีการออกหมายเรียกถึง 3 ครั้ง แต่เจ้าตัวไม่มาตามนัด จนเป็นที่มาของการออกหมายจับดังกล่าว

ต่อมา เมื่อเวลา 00.30 น. ของวันที่ 24 กันยายน 2568 พ.ต.ท.ปียรัช เวสสะโกศล รอง ผกก.กก.ดส.บช.น. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ดส.บช.น. ได้ควบคุม นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย อายุ 33 ปี หรือ “ไฮโซลูกนัท” มาส่งร้อยเวรสอบสวน สภ.บางละมุง โดยมีทนายความส่วนตัวเดินทางมาด้วย ในเบื้องต้น ไฮโซลูกนัท หลังจากทราบว่าตัวเองถูกออกหมายจับในคดีทำร้ายร่างกายผู้อื่น จึงตัดสินใจเข้ามอบตัวกับตำรวจ กก.ดส.บช.น. เมื่อช่วงเย็น ระหว่างที่คุมตัวมายัง สภ.บางละมุง นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือ “ไฮโซลูกนัท” ไม่ได้มีท่าทีหรือสีหน้ากังวล หลังมีการส่งตัวผู้ต้องหาและลงบันทึกประจำวัน ตำรวจจึงคุมตัวไฮโซลูกนัท เข้าห้องควบคุมขังทันที

ขณะที่ทนายความส่วนตัวของไฮโซลูกนัท ให้ข้อมูลเพียงว่า ยังไม่ขอเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับทางคดี ส่วนคดีนี้ ในเบื้องต้นมีการเจรจาและเยียวยาผู้เสียหายไปบางส่วนแล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผยตัวเลข นอกจากนี้ ไฮโซลูกนัทไม่ได้เห็นหมายเรียกของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง เนื่องจากในระหว่างที่มีการออกหมายเรียก เป็นช่วงเดียวกับที่ถูกตำรวจค้นบ้านพักย่านกรุงเทพฯ โดยยืนยันว่าไม่มีเจตนาจะหลบหนี พอรู้ว่าตัวเองถูกออกหมายจับก็เดินทางเข้ามอบตัวกับตำรวจทันที

สำหรับคดีทำร้ายร่างกายของนายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย “ไฮโซลูกนัท” ในพื้นที่ สภ.บางละมุง เกิดขึ้นก่อนจะมาตกเป็นข่าวใหญ่ เมื่อช่วงเดือนสิงหาคม หลังตำรวจ กก.ดส.บช.น. บุกค้นบ้านพักในหมู่บ้านย่านสวนหลวง กรุงเทพฯ เนื่องจากมีหญิงผู้เสียหายแจ้งความว่าถูกทำร้ายร่างกายและบังคับเสพยา โดยจากการตรวจค้นในครั้งนั้น ตำรวจพบปืนกว่า 20 กระบอก กระสุนมากกว่า 1,000 นัด และยาเสพติด (โคเคนและไอซ์) พร้อมอุปกรณ์เสพ ต่อมาศาลได้ให้ประกันตัวชั่วคราว จนล่าสุด ไฮโซลูกนัทตกเป็นผู้ต้องหา หลังถูกศาลจังหวัดพัทยาออกหมายจับในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น นอกจากนี้ ไฮโซลูกนัทมีการเยียวยาและดูแลฝ่ายคู่กรณีไปแล้วเป็นเงิน 65,000 บาท โดยมีการลงบันทึกประจำวันไว้ในเบื้องต้นแล้ว ก่อนจะถูกออกหมายจับ

สำหรับบริษัท ยูดริ้งค์ ไอไดรฟ์ เป็นบริษัทให้บริการคนขับรถให้แก่กลุ่มลูกค้าที่ไม่สะดวกขับรถเอง และต้องการคนขับรถส่วนตัว โดยไฮโซลูกนัทได้เป็นลูกค้ามาว่าจ้างบริษัทขับรถส่วนตัวไปส่งยิงปืน ที่สนามยิงปืนในพื้นที่อำเภอสัตหีบ ระหว่างทางเกิดไม่พอใจคนขับรถ สาเหตุมาจากการบังคับให้ขับรถฝ่าไฟแดง ก่อนจะลงมือทำร้าย จนคนขับรถต้องตัดสินใจจอดรถทิ้งแล้ววิ่งหนีเข้าไปขอความช่วยเหลือในโรงแรม จากนั้นไฮโซลูกนัทก็ขับรถหลบหนีไป โดยนำกระเป๋าของผู้เสียหายไปด้วย แถมยังข่มขู่คนขับรถว่าจะตามไปขู่ลูกเมียที่บ้านด้วย จากนั้นไฮโซลูกนัทก็ทิ้งคนขับรถไว้ที่บริเวณหน้าโรงแรมดังกล่าว ก่อนจะมีการแจ้งความดำเนินคดีในที่สุด

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัว นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือ “ไฮโซลูกนัท” ออกมาจากห้องขัง สภ.บางละมุง เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม ขณะที่ทีมทนายความเตรียมหลักทรัพย์เงินสด 5 หมื่นบาท เพื่อประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน

คุมตัว “ไฮโซลูกนัท” สอบปากคำเพิ่ม ลุ้นประกันในชั้นสอบสวน หลังนอนห้องขัง 1 คืน

“ไฮโซลูกนัท” ลุ้นประกันตัว หลังถูกคุมตัวสอบเพิ่ม

สถานการณ์ของ “ไฮโซลูกนัท” ยังคงเป็นที่จับตาของสังคม หลังจากถูกคุมตัวสอบปากคำเพิ่มเติมในวันนี้ คดีนี้แสดงให้เห็นว่ากฎหมายนั้นศักดิ์สิทธิ์ และทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นใครหรือมีฐานะทางสังคมอย่างไร

ที่มา – คุมตัว “ไฮโซลูกนัท” สอบปากคำเพิ่ม ลุ้นประกันในชั้นสอบสวน หลังนอนห้องขัง 1 คืน

ชัชชาติ เผยสาเหตุถนนทรุดตัว สน.สามเสน สั่ง 7 ข้อ!

จากเหตุการณ์ถนนทรุดตัว สน.สามเสน ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา สร้างความกังวลใจให้กับประชาชนในพื้นที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์และเปิดเผยถึงสาเหตุของถนนทรุดตัว สน.สามเสน พร้อมทั้งสั่งการมาตรการเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาและป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

ชัชชาติ เผยสาเหตุถนนทรุดตัว สน.สามเสน

นายชัชชาติกล่าวว่า สาเหตุหลักของถนนทรุดตัว สน.สามเสน มาจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ซึ่งบริเวณสถานีวชิรพยาบาลมีอุโมงค์เชื่อมต่อกับสถานี โดยจุดที่เกิดเหตุเป็นบริเวณที่อุโมงค์เชื่อมต่อกับสถานีพอดี ทำให้เกิดช่องว่างขนาดใหญ่ เมื่ออุโมงค์เกิดความเสียหายและมีรอยแตก ดินจึงไหลเข้าไปในอุโมงค์ ส่งผลให้ดินบริเวณโดยรอบสไลด์และยุบตัวลง นอกจากนี้ ยังมีท่อประปาขนาดใหญ่ที่แตก ทำให้น้ำไหลเข้าไปในสถานีเพิ่มความรุนแรงของปัญหา

“สถานีตำรวจอยู่ในจุดที่ไม่มีกำแพงกันดิน เมื่อดินไหลไปก็จะเห็นเสาเข็มชัดเจน” นายชัชชาติกล่าว

ถนนทรุดตัว สน.สามเสน

มาตรการเร่งด่วน 7 ข้อที่สั่งการ

เพื่อแก้ไขสถานการณ์และป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น นายชัชชาติได้สั่งการ 7 ข้อดังนี้:

  • หยุดจ่ายน้ำในบริเวณนี้ก่อน และนำน้ำจากจุดอื่นมาจ่ายน้ำให้คนในพื้นที่
  • ให้การไฟฟ้าดูเรื่องการตัดสายไฟ เพื่อไม่ให้ดึงล้มต่อไป
  • ผู้รับเหมา และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ต้องดูเรื่องการไหลของดินต่อ
  • ดูสถานการณ์โดยรอบ ความปลอดภัย และทาง กทม. เป็นผู้รับผิดชอบประเมินสถานการณ์
  • สั่งให้มอนิเตอร์ติดตั้งกล้อง CCTV รอบพื้นที่ และติดตั้งตัวเคลื่อนการเคลื่อนที่ของดิน เพื่อให้รู้ว่าอะไรอันตราย
  • ประเมินอาคารโดยรอบอาคารใหญ่ เพื่อให้ความมั่นใจว่าจะเปิดให้บริการได้อย่างไร
  • เรื่องการจราจร ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ ยังได้มีการจัดตั้งวอร์รูมเพื่อประเมินสถานการณ์และติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด โดยมีผู้อำนวยการเขตและรองปลัด กทม. เป็นผู้อำนวยการเหตุการณ์

นายชัชชาติ เน้นย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้คือการอุดปิดรูที่ทำให้ดินไหลลงไปในอุโมงค์ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้รับเหมาและ รฟม. ในการหาทางแก้ไข นอกจากนี้ ยังต้องเฝ้าระวังเรื่องฝนตกที่อาจชะล้างดินเพิ่มเติม และหาวิธีป้องกันไม่ให้ดินไหลลงไปในช่อง

รัศมีความลึกที่ต้องเฝ้าระวังคือประมาณ 100 เมตร เนื่องจากหลุมลึกถึง 50 เมตร อาคารโดยรอบที่ไม่มีกำแพงกันดินยังถือว่าเป็นจุดอันตรายที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะบริเวณสถานีตำรวจที่เห็นเสาเข็มอย่างชัดเจน

ในส่วนของโรงพยาบาลวชิรพยาบาล แม้จะมีกำแพงกันดินที่แข็งแรง แต่เพื่อความปลอดภัยจึงได้สั่งปิดให้บริการผู้ป่วยนอกเป็นการชั่วคราว โดยผู้ป่วยนอกสามารถเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลอื่นแทนได้ ส่วนผู้ป่วยในยังคงให้บริการตามปกติ

ถนนทรุดตัว สน.สามเสน

เหตุการณ์ถนนทรุดตัว สน.สามเสน ครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ต้องนำไปพิจารณาในการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ในอนาคต การวางแผนและการป้องกันความเสี่ยงอย่างรอบคอบเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก

ที่มา – ชัชชาติ เผยสาเหตุถนนทรุดตัว สน.สามเสน มองเห็นเสาเข็ม สั่งการ 7 ข้อ-ตั้งวอร์รูม

มาครงแนะทรัมป์ ยุติสงครามกาซา ได้โนเบลสันติภาพ

ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ออกมากล่าวอย่างชัดเจนว่า หากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ต้องการได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพอย่างแท้จริง สิ่งที่เขาต้องทำคือการยุติสงครามในฉนวนกาซา เพราะมีเพียงสหรัฐฯ เท่านั้นที่มีอำนาจในการกดดันอิสราเอลให้ยุติความขัดแย้งนี้ได้

ระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ BFM TV ของฝรั่งเศส ณ นครนิวยอร์ก ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง กล่าวถึงการกล่าวสุนทรพจน์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่การประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UN) โดยระบุว่า ทรัมป์เป็นเพียงคนเดียวที่สามารถทำบางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับสงครามในฉนวนกาซาได้

มาครงกล่าวว่า “เหตุผลที่เขาสามารถทำได้มากกว่าพวกเรา ก็เพราะพวกเราไม่ได้จัดหาอาวุธที่อนุญาตให้มีการทำสงครามในกาซา เราไม่ได้จัดหาอุปกรณ์ที่ทำให้การทำสงครามในกาซาเกิดขึ้น แต่สหรัฐอเมริกาทำ”

ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กล่าวสุนทรพจน์ที่เวทีสหประชาชาติ โดยปฏิเสธการเคลื่อนไหวของพันธมิตรตะวันตกที่สนับสนุนการก่อตั้งรัฐปาเลสไตน์ และอ้างว่าการกระทำดังกล่าวจะเป็นการให้รางวัลกับกลุ่มติดอาวุธฮามาส

แม้ว่าทรัมป์จะเคยกล่าวว่า “เราต้องยุติสงครามในกาซาทันที เราต้องเจรจาสันติภาพทันที” แต่มาครงก็สวนกลับทันควันว่า “ผมเห็นประธานาธิบดีอเมริกันที่มีส่วนร่วม ซึ่งกล่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากเวทีนี้เมื่อเช้านี้ว่า ‘ผมต้องการสันติภาพ ผมได้ยุติความขัดแย้งมาแล้ว 7 ครั้ง’ ผู้ที่ต้องการรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพจะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อคุณยุติความขัดแย้งนี้”

ทั้งนี้ ทรัมป์เคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพจากหลายประเทศ เช่น กัมพูชา อิสราเอล และปากีสถาน สำหรับการเป็นตัวกลางในการเจรจาสันติภาพหรือการหยุดยิง ขณะที่ทำเนียบขาวได้ยืนยันว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ทำเพื่อสันติภาพมากกว่าผู้นำทั้งหมดที่เข้าร่วมประชุมสหประชาชาติรวมกันเสียอีก.

การออกมาแสดงความคิดเห็นของประธานาธิบดีมาครงในครั้งนี้ จุดประกายให้เกิดการถกเถียงในวงกว้างเกี่ยวกับบทบาทของสหรัฐอเมริกาในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคตะวันออกกลาง และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการแสวงหาแนวทางแก้ไขโดยสันติวิธี

สถานการณ์ในฉนวนกาซายังคงมีความซับซ้อนและเปราะบาง การแทรกแซงของนานาชาติและการเจรจาอย่างจริงจังจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อบรรเทาความทุกข์ทรมานของประชาชนผู้บริสุทธิ์ และสร้างรากฐานที่มั่นคงสำหรับสันติภาพที่ยั่งยืนในระยะยาว

มาครงแนะทรัมป์ หากอยากได้โนเบลสันติภาพ ต้องยุติสงครามกาซาให้ได้

การที่ประธานาธิบดีมาครงออกมากล่าวเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของนานาชาติเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในฉนวนกาซา และความต้องการที่จะเห็นผู้นำโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้นำของประเทศมหาอำนาจ เช่น สหรัฐอเมริกา เข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง

ความหวังที่จะเห็นสันติภาพเกิดขึ้นในภูมิภาคนี้ยังคงมีอยู่ แม้ว่าหนทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยความท้าทายก็ตาม

ทรัมป์กับโอกาสโนเบลสันติภาพ หากยุติสงครามกาซา

ประธานาธิบดีทรัมป์เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพมาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่เคยได้รับรางวัลนี้ การที่ประธานาธิบดีมาครงออกมากล่าวในครั้งนี้ อาจเป็นการกระตุ้นให้ทรัมป์พิจารณาถึงบทบาทของตนเองในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในฉนวนกาซาอย่างจริงจังมากขึ้น

หากทรัมป์สามารถผลักดันให้เกิดการหยุดยิงและนำไปสู่การเจรจาสันติภาพระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ได้สำเร็จ ก็อาจเป็นไปได้ที่เขาจะได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในที่สุด

ผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

การที่ประธานาธิบดีมาครงออกมาวิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีทรัมป์อย่างเปิดเผยเช่นนี้ อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกาได้ อย่างไรก็ตาม ทั้งสองประเทศก็มีความสัมพันธ์ที่ยาวนานและซับซ้อน ซึ่งน่าจะสามารถแก้ไขความขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้

นอกจากนี้ การออกมาแสดงความคิดเห็นของประธานาธิบดีมาครง อาจเป็นการส่งสัญญาณไปยังประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศโดยสันติวิธี

บทบาทของสหรัฐอเมริกา

ดังที่ประธานาธิบดีมาครงกล่าวไว้ สหรัฐอเมริกามีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในฉนวนกาซา เนื่องจากเป็นผู้ให้การสนับสนุนทางทหารแก่อิสราเอลอย่างต่อเนื่อง สหรัฐอเมริกาสามารถใช้ความสัมพันธ์นี้ในการกดดันให้อิสราเอลยุติการใช้ความรุนแรงและหันมาเจรจาสันติภาพกับปาเลสไตน์

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจว่าจะทำเช่นนั้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับประธานาธิบดีทรัมป์และรัฐบาลสหรัฐฯ

การที่มาครงออกมาเสนอแนะว่าทรัมป์ควรยุติสงครามกาซาหากต้องการได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพนั้น เป็นการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการกระทำที่ส่งผลต่อสันติภาพอย่างแท้จริง มากกว่าเพียงแค่คำพูดสวยหรู การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่ซับซ้อนนี้ต้องการความมุ่งมั่นและการทำงานอย่างหนัก แต่ผลตอบแทนที่ได้คือสันติภาพที่ยั่งยืนและรางวัลอันทรงเกียรติที่อาจตามมา

ที่มา – มาครงแนะทรัมป์ หากอยากได้โนเบลสันติภาพ ต้องยุติสงครามกาซาให้ได้

สเปค Toyota Hilux Revo Z-Edition เน้นทนทาน

มาดูสเปค Toyota Hilux Revo Z-Edition รถกระบะที่เน้นความทนทานและรูปลักษณ์ที่เตี้ยลงเล็กน้อย หลังเกิดเหตุการณ์รถกระบะรุ่นนี้ตกไปในหลุมยุบขนาดใหญ่บริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ทำให้หลายคนให้ความสนใจและอยากรู้สเปคของรถรุ่นนี้กันมากขึ้น

จากเหตุการณ์ถนนทรุดตัวบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาลเมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา พบว่ามีรถกระบะ Toyota Hilux Revo Z-Edition ตกลงไปในหลุมดังกล่าว ทำให้เกิดกระแสในโลกโซเชียลที่ต้องการทราบรายละเอียดเกี่ยวกับรถรุ่นนี้

เพื่อตอบสนองความอยากรู้ของผู้ที่สนใจ ทีมข่าวได้รวบรวมข้อมูลและสเปค Toyota Hilux Revo Z-Edition มาให้ดังนี้

ทะเบียนรถกระบะที่ตกลงไปในหลุมหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล คือ 2 ฒว 4854

รถกระบะรุ่นดังกล่าวคือ Toyota Hilux Revo 2.4 Z-Edition ENTRY Smart Cab MT ซึ่งมีราคาอยู่ที่ 669,000 บาท

Toyota Hilux Revo 2.4 Z-Edition ENTRY Smart Cab MT มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล รหัส 2GD-FTV ขนาด 2.4 ลิตร 2,393 ซีซี. VN-Turbo ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 2,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง รองรับน้ำมันสูงสุดดีเซล B20 มาตรฐาน EURO5 / DPF

สเปค Toyota Hilux Revo Z-Edition โดยละเอียด

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับช่วงล่างและระบบเบรก:

  • ช่วงล่างด้านหน้า: อิสระแบบปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง
  • ช่วงล่างด้านหลัง: แหนบซ้อน
  • ระบบเบรกด้านหน้า : ดิสก์เบรก พร้อมครีบระบายความร้อน
  • ระบบเบรกด้านหลัง: ดรัมเบรก

พวงมาลัยเป็นแบบแร็คแอนด์พีเนียน พร้อมพาวเวอร์ช่วยผ่อนแรง

ทำไม Toyota Hilux Revo Z-Edition ถึงได้รับความนิยม

Toyota Hilux Revo Z-Edition เป็นรถกระบะที่ได้รับความนิยมเนื่องจากความทนทานของเครื่องยนต์ ช่วงล่างที่แข็งแกร่ง และดีไซน์ที่สวยงามลงตัว ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการรถกระบะที่ใช้งานได้หลากหลาย

สเปค Toyota Hilux Revo Z-Edition ที่กล่าวมาข้างต้น แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของรถกระบะรุ่นนี้ ที่ไม่ได้มีดีแค่รูปลักษณ์ภายนอก แต่ยังมาพร้อมกับสมรรถนะที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง

สำหรับใครที่กำลังมองหารถกระบะที่เน้นความทนทานและใช้งานได้หลากหลาย Toyota Hilux Revo Z-Edition ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม

ที่มา – สเปค Toyota Hilux Revo Z-Edition หล่อ เตี้ยนิดหน่อย แต่อึดทน

กรวีร์ชี้ ถนนทรุดต้องรอนายกฯ อนุทิน ตรวจสอบ

จากกรณีถนนทรุดที่เกิดขึ้นใจกลางกรุงเทพฯ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส. พรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาแสดงความคิดเห็น โดยเน้นย้ำว่าเหตุการณ์ถนนทรุดดังกล่าวไม่ควรเกิดขึ้น และต้องรอให้นายกรัฐมนตรี “อนุทิน” ลงพื้นที่สำรวจก่อนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส. พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีถนนสามเสนทรุด บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคมและกรุงเทพมหานคร ต้องเข้ามาตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะในมุมของประชาชนนั้นเกิดความไม่สบายใจอย่างมาก หลังจากที่เคยเห็นเหตุการณ์ถนนพระราม 2 ทรุดมาก่อนแล้ว และไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ทำนองเดียวกันขึ้นอีกในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ขณะเดียวกัน สาเหตุของถนนทรุดในครั้งนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ในมุมมองของประชาชนทั่วไป เหตุการณ์เช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้นอย่างแน่นอน จะต้องมีมาตรการป้องกันและรักษาความปลอดภัยในระหว่างการก่อสร้าง และควรมีมาตรฐานการก่อสร้างที่เข้มงวดอยู่แล้ว

“เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข เพราะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการสัญจรของประชาชน และยังสร้างความกังวลใจให้กับผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง” นายกรวีร์กล่าว

ส่วนประเด็นที่ว่า จะต้องมีการทบทวนโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินในกรุงเทพฯ หรือไม่ เนื่องจากระบบชั้นดินของกรุงเทพฯ เริ่มมีปัญหา นายกรวีร์ กล่าวว่า หากเป็นถนนของกระทรวงคมนาคม พื้นที่ของกรุงเทพมหานคร หรือของกระทรวงมหาดไทย จะต้องมีการสำรวจกรณีอื่นๆ ในพื้นที่อื่นๆ ด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอย หากเป็นปัญหาโครงสร้างดิน จะต้องพิจารณาว่าในอนาคต การก่อสร้างโครงการลักษณะนี้ จะมีการกำหนดมาตรฐานต่างๆ เพิ่มเติมอย่างไร เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยอย่างสูงสุด ซึ่งหากนายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่พร้อมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก็จะได้รับทราบรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างแน่นอน

กรวีร์ชี้ ถนนทรุดต้องรอนายกฯ อนุทิน ตรวจสอบ

มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาถนนทรุด

นายกรวีร์ยังกล่าวถึงมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาถนนทรุด ว่า ผู้รับเหมาจะต้องหาวิธีการและมาตรการป้องกันที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องตรวจสอบและดูแลโครงสร้างพื้นฐานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่ามีความปลอดภัยและแข็งแรง

ความสำคัญของการตรวจสอบพื้นที่ก่อนการก่อสร้าง

“การตรวจสอบสภาพชั้นดินและโครงสร้างพื้นฐานก่อนการก่อสร้างใดๆ เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต” นายกรวีร์กล่าวเสริม

ปัญหาถนนทรุดที่เกิดขึ้นนี้ เป็นสัญญาณเตือนให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหันมาใส่ใจและให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอย่างจริงจัง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทุกคน

  • ตรวจสอบสภาพชั้นดินอย่างละเอียดก่อนการก่อสร้าง
  • กำหนดมาตรฐานการก่อสร้างที่เข้มงวด
  • ดูแลรักษาโครงสร้างพื้นฐานอย่างสม่ำเสมอ
  • มีมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้มั่นใจว่ากรุงเทพมหานครและประเทศไทยของเรา จะเป็นเมืองที่ปลอดภัยและน่าอยู่สำหรับทุกคน

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาระยะยาวและการป้องกันอนาคตถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่า การลงทุนในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อปรับปรุงวิธีการก่อสร้างและบำรุงรักษาถนน ควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด และการส่งเสริมความตระหนักรู้ของประชาชนเกี่ยวกับความปลอดภัยทางถนน จะช่วยลดความเสี่ยงของอุบัติเหตุและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากปัญหาถนนทรุดได้

ที่มา – “กรวีร์” ชี้ เรื่องถนนทรุด ต้องรอนายกฯ “อนุทิน” ลงพื้นที่สำรวจก่อน