วัน: 24 กันยายน 2025

ผ้าไหมใยกล้วย: นวัตกรรมใส่สบาย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม


มหาวิทยาลัยมหาสารคามนำเสนอนวัตกรรมสุดล้ำ ผสาน “รังไหม” เข้ากับใยกล้วยและใยต้นหม่อน จนได้ออกมาเป็นสุดยอดผลิตภัณฑ์ “ผ้าไหมใยกล้วย” ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยเพิ่มรายได้และลดรายจ่ายให้แก่เกษตรกรไทย

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ภาควิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้เปิดตัวงานวิจัยชิ้นใหม่ที่น่าสนใจอย่าง “ผ้าไหมใยกล้วย” ซึ่งถือเป็นการต่อยอดและเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นรังไหม ใยกล้วย หรือต้นหม่อน ที่เกษตรกรผู้เลี้ยงไหมคุ้นเคยกันดี กลายมาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ทุกคนสามารถจับต้องได้ง่าย มีความนุ่มสบายเมื่อสวมใส่ และที่สำคัญคือ ระบายอากาศได้ดี เหมาะกับสภาพอากาศของภาคอีสานเป็นอย่างยิ่ง

ผศ.ดร.ทนงศักดิ์ มูลตรี หัวหน้าโครงการ ‘น้ำมั่นคงไม่ท่วมไม่แล้ง’ ของสถาบันวิจัยแห่งชาติ ซึ่งเป็นผู้ดูแลเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดมหาสารคามและขอนแก่น ได้ให้ข้อมูลว่า โครงการได้ลงพื้นที่เพื่อพัฒนางานวิจัยใหม่ “ผ้าไหมใยกล้วย” โดยมีจุดประสงค์หลักคือการเพิ่มมูลค่าให้กับเกษตรกรที่รวมกลุ่มเลี้ยงไหมอีลี่ในบ้านหนองหญ้าปล้อง อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น ซึ่งใช้เวลาในการเลี้ยงเพียง 45 วัน ก็จะได้เส้นใยไหม น้ำหนัก 1 กิโลกรัม แต่จะได้ไหมเพียง 1 ขีดเท่านั้น ส่วนที่เหลือคือรังไหมและตัวดักแด้

ด้วยเหตุนี้ ทีมงานวิจัยจึงได้ริเริ่มนำรังไหมที่เหลือใช้มาผสมผสานกับใยกล้วยและใยต้นหม่อน จนกลายเป็น “ผ้าไหมใยกล้วย” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง อีกทั้งยังช่วยเพิ่มรายได้และลดรายจ่ายให้กับเกษตรกรได้อย่างยั่งยืน

ผ้าไหมใยกล้วย

สำหรับกระบวนการผลิตนั้น เริ่มจากการให้เกษตรกรนำรังไหมมาปั่นรวมกับใยกล้วยที่ผ่านการขูดเนื้อกาบกล้วยออกด้วยชุดลูกกลิ้งและใบมีด จากนั้นนำเส้นใยที่ได้ไปทำความสะอาดอย่างพิถีพิถัน ล้างเส้นใยให้สะอาดหมดจดเพื่อกำจัดสิ่งสกปรกและสิ่งปนเปื้อนต่างๆ ออกให้หมด เมื่อทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว จึงนำรังไหมมาผสมกับใยกล้วย นำเส้นใยที่ผ่านการทำความสะอาดแล้วไปตากให้แห้งสนิท แล้วจึงนำไปปั่นเป็นเส้นด้าย ก่อนจะนำไปทอเป็นผืนผ้าที่สวยงาม ซึ่งจะให้ความอ่อนนุ่ม ความแข็งแรงทนทาน และลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์

ทำไมผ้าไหมใยกล้วยถึงน่าสนใจ?

การนำใยกล้วยมาผสมกับรังไหม ทำให้ได้ผ้าที่มีเท็กซ์เจอร์ที่แตกต่างและโดดเด่นไม่เหมือนใคร และยังสามารถนำไปสร้างสรรค์เป็นชุดที่สวยงามหรือสินค้าโอทอปต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย การผสมผสานใยกล้วยที่มีลักษณะพิเศษเข้ากับเส้นไหม ทำให้ได้เนื้อผ้าที่มีลวดลายและความรู้สึกในการสัมผัสที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร ที่สำคัญคือ ใยกล้วยเป็นเส้นใยธรรมชาติที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน นับเป็นทางเลือกที่ดีในการผลิตสิ่งทอที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

การสร้างสรรค์ ผ้าไหมใยกล้วย ไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเท่านั้น แต่ยังเป็นการสนับสนุนเกษตรกรให้มีรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจแบบ BCG (Bio-Circular-Green Economy) ที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน

มองหาเสื้อผ้าที่ใส่สบาย ดีต่อใจ และเป็นมิตรกับโลกอยู่หรือเปล่า? ลองเปิดใจให้กับ ผ้าไหมใยกล้วย แล้วคุณจะหลงรักในความนุ่มสบายและเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครของผ้าชนิดนี้อย่างแน่นอน!

ที่มา – “ผ้าไหมใยกล้วย” นวัตกรรมผสมรังไหมกับใยกล้วยนุ่มใส่สบาย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

สภาฯ ผ่านร่างแรงงาน **มีประจำเดือนหยุดได้ 3 วัน ลาพักร้อนได้ 10 วัน/ปี**


สภาฯ ผ่านร่างแรงงาน มีประจำเดือนหยุดได้ 3 วัน ลาพักร้อนได้ 10 วัน/ปี

ข่าวดีสำหรับผู้ใช้แรงงาน! สภาผู้แทนราษฎรมีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองแรงงาน 2 ฉบับสำคัญ ที่จะช่วยยกระดับสิทธิประโยชน์และคุณภาพชีวิตของลูกจ้างให้ดียิ่งขึ้น โดยสาระสำคัญของร่างกฎหมายทั้งสองฉบับนี้ จะช่วยให้ผู้หญิงสามารถมีประจำเดือนหยุดได้ 3 วัน ลาพักร้อนได้ 10 วัน/ปี และยังมีสิทธิประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย

ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฉบับแรก นำเสนอโดยนายจรัส คุ้มไข่น้ำ สส.ชลบุรี พรรคประชาชน มีเนื้อหาหลักในการปรับปรุงเวลาทำงานให้เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยกำหนดให้เวลาทำงานของลูกจ้างต่อสัปดาห์ไม่เกิน 40 ชั่วโมง และจัดให้ลูกจ้างมีวันหยุดประจำสัปดาห์อย่างน้อย 2 วัน นอกจากนี้ ยังเพิ่มสิทธิวันลาพักผ่อนประจำปีสำหรับลูกจ้างที่มีอายุงานตั้งแต่ 120 วันขึ้นไป ให้สามารถลาพักร้อนได้ปีละไม่น้อยกว่า 10 วัน ส่วนลูกจ้างที่ทำงานไม่ถึง 120 วัน ให้นายจ้างสามารถกำหนดวันลาพักผ่อนได้ตามสัดส่วน

ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานอีกฉบับ นำเสนอโดยน.ส.วรรณวิภา ไม้สน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน มีสาระสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของลูกจ้างหญิง โดยกำหนดให้ลูกจ้างหญิงสามารถลาหยุดเนื่องจากมีประจำเดือนหยุดได้ 3 วัน ลาพักร้อนได้ 10 วัน/ปี โดยไม่ถือเป็นวันลาป่วย นอกจากนี้ ยังให้ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อไปดูแลบุคคลในครอบครัว หรือบุคคลที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดที่ป่วยอยู่ในโรงพยาบาลได้ปีละไม่เกิน 15 วัน

นอกจากสิทธิในการลาแล้ว ร่างกฎหมายฉบับนี้ยังให้ความสำคัญกับการดูแลบุตรของลูกจ้าง โดยกำหนดให้นายจ้างจัดหาสถานที่ที่เหมาะสมและปลอดภัยสำหรับลูกจ้างในการพักให้นมบุตรหรือบีบเก็บน้ำนมในที่ทำงาน เพื่อใช้เลี้ยงบุตรของตนเอง โดยอนุญาตให้ลูกจ้างพักให้นมบุตรหรือบีบเก็บน้ำนมไม่น้อยกว่า 2 ครั้งๆ ละ 30 นาที ในช่วง 8 ชั่วโมงการทำงาน ตลอดระยะเวลาอย่างน้อย 1 ปีหลังคลอด

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ใหม่: มีประจำเดือนหยุดได้ 3 วัน ลาพักร้อนได้ 10 วัน/ปี

การที่สภาฯ รับหลักการร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกจ้างในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยให้พวกเขามีความสุขและมีประสิทธิภาพในการทำงานมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิทธิในการมีประจำเดือนหยุดได้ 3 วัน ลาพักร้อนได้ 10 วัน/ปี จะช่วยให้ลูกจ้างหญิงสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างเหมาะสม และมีเวลาพักผ่อนที่เพียงพอ

สรุปสิทธิประโยชน์สำคัญที่ได้รับ:

  • เวลาทำงานไม่เกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
  • วันหยุดประจำสัปดาห์อย่างน้อย 2 วัน
  • ลาพักร้อนได้ปีละไม่น้อยกว่า 10 วัน (สำหรับผู้ที่ทำงาน 120 วันขึ้นไป)
  • มีประจำเดือนหยุดได้ 3 วัน/เดือน (ไม่นับเป็นวันลาป่วย)
  • ลาดูแลครอบครัวได้ปีละไม่เกิน 15 วัน
  • มีสถานที่ให้นมบุตรในที่ทำงาน

การปรับปรุงกฎหมายคุ้มครองแรงงานครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของภาครัฐต่อความเป็นอยู่และสิทธิของแรงงาน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ การมีสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสม จะช่วยสร้างแรงจูงใจและเพิ่มขวัญกำลังใจในการทำงาน ทำให้แรงงานสามารถสร้างผลผลิตที่มีคุณภาพ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศได้อย่างเต็มศักยภาพ

ทั้งนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวจะต้องผ่านกระบวนการพิจารณาในรายละเอียดจากคณะกรรมาธิการ และการพิจารณาในวาระที่ 2 และ 3 ก่อนที่จะมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตาม การรับหลักการในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่า สิทธิของแรงงานไทยกำลังจะได้รับการยกระดับให้ดียิ่งขึ้น

การผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิแรงงานให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างความเป็นธรรมและความเท่าเทียมในระบบแรงงาน ซึ่งจะนำไปสู่สังคมที่เข้มแข็งและยั่งยืน

ที่มา – สภาฯ ผ่านร่างแรงงาน 2 ฉบับ มีประจำเดือนหยุดได้ 3 วัน ลาพักร้อนได้ 10 วัน/ปี

ร.ต.อ. เจ้าของรถติดในอุโมงค์: เรื่องราวระทึก!

เหตุการณ์ระทึกขวัญ ร.ต.อ. เจ้าของรถติดในอุโมงค์ ถนนทรุด บริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล สร้างความตกใจให้กับผู้ที่สัญจรไปมาเป็นอย่างมาก โดยเจ้าตัวเผยว่าจอดรถไว้หน้า สน. แต่ไม่ทันได้ตั้งตัวรถก็ร่วงลงไปในหลุมเสียแล้ว

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 ได้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อถนนบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาลเกิดการทรุดตัวเป็นบริเวณกว้าง เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เวลาประมาณ 06.30 น. และขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้รถยนต์ได้รับความเสียหายตกลงไปในหลุมลึกถึง 2 คัน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ร.ต.อ.รัชฏ์วิทย์ สิทธิโชค รอง สว.จร.สน.สามเสน ซึ่งเป็น ร.ต.อ. เจ้าของรถติดในอุโมงค์ เล่าว่า ปกติตนเองจะจอดรถไว้บริเวณหน้า สน. ใกล้กับแบริเออร์ แต่ในเช้าวันนี้ถนนเกิดทรุดตัว ทำให้รถยนต์ของตนตกลงไปอยู่ด้านล่าง ความรู้สึกแรกคือความกังวล เพราะทรัพย์สินส่วนตัวยังอยู่ในรถ แต่เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังเร่งให้ความช่วยเหลือในการกู้ซากรถขึ้นมา ทำให้ต้องรอลุ้นกันอีกทีว่าของที่อยู่ในรถจะได้รับความเสียหายมากน้อยแค่ไหน แม้รถจะตกลงไป แต่ด้วยหน้าที่และความรับผิดชอบ ร.ต.อ.รัชฏ์วิทย์ ยังคงปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่โดยรอบอย่างเข้มแข็ง เนื่องจากวันนี้เป็นวันเข้าเวรเช้าของตนเอง

จากการสอบถาม ร.ต.อ.รัชฏ์วิทย์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ถนนบริเวณหน้าโรงพยาบาลเริ่มมีการทรุดตัวเล็กน้อย จากนั้นก็มีน้ำซึมขึ้นมาจากใต้ดินคล้ายกับท่อประปาแตก ทำให้น้ำเอ่อล้นขึ้นมาเป็นแอ่งขัง ก่อนที่ถนนจะทรุดตัวลงไปอย่างรวดเร็วตามที่ปรากฏในคลิปวิดีโอ

สำหรับอาคาร สน.สามเสน ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างนั้น ยังไม่มีการเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ โดยมีกำหนดจะเปิดใช้งานในปีหน้า แต่จากเหตุการณ์ถนนทรุด อาจจะต้องมีการปิดเพื่อตรวจสอบและซ่อมบำรุงก่อนเพื่อความปลอดภัย ส่วนด้านหลังของอาคาร สน. ซึ่งเป็นแฟลตตำรวจ ได้ทำการอพยพผู้พักอาศัยทั้งหมดแล้วเพื่อความปลอดภัย

ร.ต.อ. เจ้าของรถติดในอุโมงค์

ร.ต.อ. เจ้าของรถติดในอุโมงค์ กับความรับผิดชอบต่อประชาชน

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์ให้เห็นถึงความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การดูแลรักษาโครงสร้างพื้นฐานของเมืองจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต นอกจากนี้ ความรับผิดชอบและจิตสำนึกของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่าง ร.ต.อ.รัชฏ์วิทย์ ที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่แม้รถยนต์ส่วนตัวจะได้รับความเสียหาย ก็เป็นสิ่งที่น่ายกย่องและเป็นแบบอย่างที่ดี

เหตุการณ์ ร.ต.อ. เจ้าของรถติดในอุโมงค์ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ทั้งในระดับบุคคลและระดับหน่วยงานภาครัฐ การมีแผนฉุกเฉินและการฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสียหายและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้

ที่มา – “ร.ต.อ.” เจ้าของรถติดในอุโมงค์ ถนนทรุด บอกจอดหน้า สน. รู้อีกทีร่วงไปแล้ว

สว. พร้อมโหวตแก้รัฐธรรมนูญ แต่ไม่แตะ 1 และ 2

สว. แย้มพร้อมร่วมโหวตแก้รัฐธรรมนูญ แต่ไม่แตะหมวด 1 และ 2 หวังรัฐบาลใหม่ทำงานได้ดีกว่ารัฐบาลที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงษ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 25 กันยายน จะมีการประชุมวิป 3 ฝ่าย เพื่อหารือกรอบเวลาการอภิปรายนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ โดยมี สว. กว่า 30 คน แสดงความจำนงที่จะเข้าร่วมอภิปราย ส่วนตัวคาดหวังว่ารัฐบาลใหม่จะสามารถทำตามนโยบายที่แถลงไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำงานได้ดีกว่ารัฐบาลชุดที่ผ่านมา

นายพิสิษฐ์กล่าวถึงการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นร่างแก้ไขของพรรคการเมือง แต่ขอให้พิจารณาอย่างรอบคอบโดยเฉพาะประเด็นที่อาจขัดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เช่น กรณีที่รัฐสภาไม่สามารถให้ประชาชนเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ได้โดยตรง

อย่างไรก็ตาม นายพิสิษฐ์ระบุว่ามีความเป็นไปได้สูงที่เสียง สว. จำนวน 1 ใน 3 จะเห็นชอบรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระแรก แต่ย้ำจุดยืนส่วนตัวและเชื่อว่า สว. ส่วนใหญ่จะไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน หากมีการแก้ไข หมวด 1 (บททั่วไป) และหมวด 2 (พระมหากษัตริย์) ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและถือเป็นจุดยืนที่สำคัญของ สว. ในการพิจารณาเรื่องนี้

สว. แย้มพร้อมร่วมโหวตแก้รัฐธรรมนูญ แต่ไม่แตะหมวด 1 และ 2

การแสดงท่าทีของ สว. ในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่น่าสนใจ เพราะแสดงให้เห็นถึงความพร้อมที่จะพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญในบางส่วน แต่ก็มีข้อจำกัดที่ชัดเจนในเรื่องของหมวด 1 และ 2 ซึ่งเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อโครงสร้างทางการเมืองของประเทศ การที่ สว. ย้ำจุดยืนในเรื่องนี้ แสดงให้เห็นถึงความระมัดระวังในการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ และต้องการที่จะรักษาไว้ซึ่งหลักการพื้นฐานของประเทศ

ถึงแม้ว่า สว. จะมีความพร้อมที่จะร่วมโหวตแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ก็ต้องพิจารณาถึงรายละเอียดของร่างแก้ไขอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะในประเด็นที่อาจขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของ สว. ในการโหวตแก้รัฐธรรมนูญ

การตัดสินใจของ สว. ในการโหวตแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น มีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ความคิดเห็นของประชาชน และความเห็นของนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย รัฐบาลและพรรคการเมืองต่างๆ จึงควรที่จะรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปอย่างรอบด้านและเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย

นอกจากนี้ การสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นให้กับประชาชนเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากประชาชนไม่เข้าใจหรือไม่มีความเชื่อมั่นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็อาจจะเกิดความขัดแย้งและความไม่สงบในสังคมได้ ดังนั้น รัฐบาลและพรรคการเมืองต่างๆ ควรที่จะให้ข้อมูลที่ถูกต้องและโปร่งใสแก่ประชาชน และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

สว. แย้มพร้อมร่วมโหวตแก้รัฐธรรมนูญ แต่ไม่แตะหมวด 1 และ 2 เป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด รัฐบาลและพรรคการเมืองต่างๆ ควรที่จะให้ความสำคัญกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างรอบคอบและเป็นธรรม เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง

การที่ สว. แสดงท่าทีชัดเจนว่าจะไม่แตะต้องหมวด 1 และ 2 นั้น เป็นการส่งสัญญาณไปยังพรรคการเมืองต่างๆ ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องอยู่ในกรอบที่กำหนดไว้ และจะต้องไม่กระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นที่เคารพของคนไทยส่วนใหญ่ การที่ สว. ย้ำจุดยืนในเรื่องนี้ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะรักษาไว้ซึ่งความมั่นคงของชาติและความสงบสุขของประชาชน

โดยสรุปแล้ว การที่ สว. แย้มพร้อมร่วมโหวตแก้รัฐธรรมนูญ แต่ไม่แตะหมวด 1 และ 2 นั้น ถือเป็นข่าวที่น่าสนใจและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด รัฐบาลและพรรคการเมืองต่างๆ ควรที่จะให้ความสำคัญกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างรอบคอบและเป็นธรรม เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง การเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

ร่วมติดตามข่าวสารและข้อมูลเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างใกล้ชิด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวและสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างมีเหตุผล!

ที่มา – สว. แย้มพร้อมร่วมโหวตแก้รัฐธรรมนูญ แต่ไม่แตะหมวด 1 และ 2

มาสทานทูโอทำประตูแรก! มาดริดชนะเลบานเต้

มาสทานทูโอทำประตูแรก! มาดริดชนะเลบานเต้

ฟรังโก มาสทานทูโอ วัย 18 ปี ทำประตูแรกให้กับเรอัลมาดริดในเกมที่บุกไปเอาชนะเลบันเต้ 4-1 โดยมี วินิซิอุส จูเนียร์ และคีเลียน เอ็มบัปเป้ ทำประตูได้เช่นกัน นี่คืออีกก้าวสำคัญของนักเตะดาวรุ่งที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพอันยอดเยี่ยม และเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับอนาคตของทีม

ชัยชนะนัดนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเรอัลมาดริด ไม่เพียงแต่เป็นการเก็บสามแต้มเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของทีมเวิร์ค และความสามารถในการปรับตัวกับสถานการณ์ต่างๆ ภายในเกม การมีผู้เล่นดาวรุ่งอย่างมาสทานทูโอที่สามารถก้าวขึ้นมาทำประตูได้นั้น เป็นสิ่งที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เพราะแสดงให้เห็นว่าทีมมีการพัฒนาและสร้างโอกาสให้กับผู้เล่นรุ่นใหม่ได้อย่างดีเยี่ยม

การประสานงานระหว่างผู้เล่นมากประสบการณ์อย่างวินิซิอุส จูเนียร์ และคีเลียน เอ็มบัปเป้ กับดาวรุ่งอย่างมาสทานทูโอ เป็นสิ่งที่น่าสนใจและน่าติดตามอย่างยิ่ง การผสมผสานระหว่างความเก๋าเกมและพลังหนุ่ม ทำให้เรอัลมาดริดกลายเป็นทีมที่น่ากลัวและยากที่จะเอาชนะได้ การที่มาสทานทูโอสามารถทำประตูได้ในเกมสำคัญเช่นนี้ จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับเขาและเป็นแรงผลักดันให้เขาพัฒนาตัวเองต่อไป

แน่นอนว่าชัยชนะเหนือเลบันเต้ไม่ได้มาง่ายๆ เลบันเต้เองก็เป็นทีมที่แข็งแกร่งและสร้างความกดดันให้กับเรอัลมาดริดได้ไม่น้อย อย่างไรก็ตาม ความมุ่งมั่นและความสามารถของผู้เล่นเรอัลมาดริดก็แสดงให้เห็นว่าพวกเขาสามารถเอาชนะอุปสรรคต่างๆ ได้ และคว้าชัยชนะมาครองได้ในที่สุด

มาสทานทูโอทำประตูแรก! มาดริดชนะเลบานเต้ กลายเป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงอย่างมากในวงการฟุตบอลสเปน และเป็นที่จับตามองของแฟนบอลทั่วโลก ความสำเร็จของมาสทานทูโอในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับตัวเขาเองเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับสโมสรเรอัลมาดริด และแฟนบอลทุกคนที่ให้การสนับสนุนทีมมาโดยตลอด

การลงเล่นร่วมกับซูเปอร์สตาร์อย่าง วินิซิอุส และ เอ็มบัปเป้ นอกจากจะเป็นแรงผลักดัน ยังเป็นโอกาสให้ มาสทานทูโอ ได้เรียนรู้และพัฒนาฝีเท้าอย่างรวดเร็ว การได้สัมผัสเกมระดับสูงตั้งแต่ยังอายุน้อย จะช่วยให้เขาเติบโตเป็นนักเตะที่แข็งแกร่ง และเป็นกำลังสำคัญของทีมในอนาคต

มาสทานทูโอทำประตูแรก! มาดริดชนะเลบานเต้

มาสทานทูโอทำประตูแรกในลาลีกา

การทำประตูได้ในเกมนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในอาชีพค้าแข้งของมาสทานทูโอ และเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าเขามีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นระดับโลกได้ในอนาคต การได้รับโอกาสลงเล่นในทีมระดับเรอัลมาดริด และสามารถทำประตูได้นั้น เป็นสิ่งที่นักเตะดาวรุ่งทุกคนใฝ่ฝัน และมาสทานทูโอก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาสามารถทำมันได้

สำหรับอนาคตของมาสทานทูโอในทีมเรอัลมาดริด คงต้องติดตามดูกันต่อไปว่าเขาจะสามารถพัฒนาตัวเองไปได้ไกลแค่ไหน แต่ด้วยพรสวรรค์และความมุ่งมั่นของเขา เชื่อว่าเขาจะมีบทบาทสำคัญในทีมในอนาคตอย่างแน่นอน

ท้ายที่สุดแล้ว ชัยชนะของเรอัลมาดริดในเกมนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ผลการแข่งขันเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงอนาคตที่สดใสของทีม และการมีผู้เล่นดาวรุ่งอย่างมาสทานทูโอ ที่พร้อมจะก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของทีม ก็เป็นสิ่งที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง

ที่มา – Mastantuono scores first Real Madrid goal in win at Levante

รวบแล้ว! โจรยกเค้าบ้านแน็ก ชาลี ยึดของกลางคืนเพียบ

ตำรวจสืบ 4 ตามรวบได้แล้ว โจรยกเค้าบ้าน “แน็ก ชาลี” นักแสดงชื่อดัง ยึดของกลางคืนได้เพียบ ทั้งกีตาร์ ไวโอลินอายุกว่า 100 ปี และปืน

จากกรณีที่ แน็ก ชาลี ไตรรัตน์ นักแสดงชื่อดัง ได้ไลฟ์สดผ่าน TikTok เผยให้เห็นสภาพบ้านพักในซอยโชคชัย 4 ที่ถูกคนร้ายงัดแงะเข้ามาขโมยทรัพย์สินไปจนเกลี้ยงเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมีของสะสมจำนวนมากที่สูญหายไป โดยเฉพาะเครื่องดนตรีโบราณ เช่น ไวโอลินอายุกว่า 100 ปี หลายร้อยตัว และกีตาร์ ซึ่งเจ้าตัวเสียดายอย่างมาก รวมทั้งสิ้นเกือบ 1,000 ชิ้น ไม่เว้นแม้แต่เครื่องปรับอากาศ

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 กันยายน 2568 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) และทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล 4 (กก.สส.บก.น.4) ได้ร่วมกันจับกุม นายเอกพันธ์ อายุ 39 ปี และ นายอิทธิพล อายุ 29 ปี ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ หรือร่วมกันรับของโจร” และ “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)”

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากการที่ชุดสืบสวนนครบาล 4 ได้ออกหาข่าว จนพบว่ามีการโพสต์ขายกีตาร์บนแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก ซึ่งแน็ก ชาลี ยืนยันว่าเป็นกีตาร์ของตนที่ถูกขโมยไป เจ้าหน้าที่จึงวางแผนให้สายลับติดต่อขอซื้อ โดยนัดรับของที่ย่านรามคำแหง 60 และสามารถเข้าจับกุม นายเอกพันธ์ ได้พร้อมของกลางเป็นกีตาร์หลายตัว

จากการสอบสวนขยายผล นายเอกพันธ์ ให้การรับสารภาพว่าของกลางที่พบได้มาจากการซื้อขายกับ นายสำอางค์ หรือ “อ้น” ซึ่งถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ในคดีลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2568 และยังซัดทอดว่ายังมีทรัพย์สินอื่นที่ซุกซ่อนไว้ในคอนโดมิเนียมย่านรามคำแหง และห้องเช่าในซอยโชคชัย 4

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำกำลังเข้าตรวจค้นและยึดของกลางเพิ่มเติมได้อีกเป็นจำนวนมาก ทั้ง ไวโอลินโบราณยี่ห้อ Kisosozaki violno co 1720 และ กีตาร์ Yamaha พร้อมกล่อง

นอกจากนี้จากการขยายผลอย่างต่อเนื่อง ชุดสืบสวนยังสามารถติดตามยึดอาวุธปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ ยี่ห้อ BERETTA ขนาด 6.35 มม. และ ไวโอลิน ของแน็ก ชาลี คืนมาได้อีก 8 ตัว

ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

รวบได้แล้ว โจรยกเค้าบ้าน “แน็ก ชาลี” ยึดของกลางคืนได้เพียบ

คดีรวบได้แล้ว โจรยกเค้าบ้าน “แน็ก ชาลี” กลายเป็นข่าวใหญ่ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายและนำทรัพย์สินคืนมาได้จำนวนมาก ถือเป็นผลงานที่น่าชื่นชม

รายละเอียดคดีรวบได้แล้ว โจรยกเค้าบ้าน “แน็ก ชาลี”

จากเหตุการณ์ที่ แน็ก ชาลี นักแสดงชื่อดัง ถูกคนร้ายยกเค้าบ้านพัก ได้สร้างความเสียหายทางทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเครื่องดนตรีโบราณที่มีมูลค่าทางจิตใจสูง การติดตามจับกุมคนร้ายจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง

การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนนครบาล 4 ที่สามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้ในเวลาอันรวดเร็ว แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการทำงานและการบูรณาการข้อมูลเพื่อสืบสวนคดี

ทรัพย์สินที่ถูกยึดคืนมาได้ ไม่ว่าจะเป็น กีตาร์, ไวโอลินโบราณ, หรือปืน ล้วนเป็นของที่มีมูลค่าและมีความสำคัญต่อผู้เสียหาย การที่สามารถนำทรัพย์สินเหล่านี้กลับคืนมาได้ ถือเป็นสิ่งที่น่ายินดี

อย่างไรก็ตาม คดีรวบได้แล้ว โจรยกเค้าบ้าน “แน็ก ชาลี” ยังคงเป็นอุทาหรณ์ให้ทุกคนต้องระมัดระวังทรัพย์สินของตนเอง และเพิ่มความปลอดภัยให้กับบ้านพักอาศัย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก

ทั้งนี้ การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถคลี่คลายคดีได้อย่างรวดเร็ว และนำทรัพย์สินคืนมาได้เป็นจำนวนมาก ทำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม

ที่มา – รวบได้แล้ว โจรยกเค้าบ้าน “แน็ก ชาลี” ยึดของกลางคืนได้เพียบ

รังสิมันต์ โรม จี้รัฐบาลอนุทิน! เร่งแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์

“รังสิมันต์ โรม” จี้รัฐบาล “อนุทิน” แก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นวาระเร่งด่วน พร้อมบอกเตรียมข้อมูลไว้อภิปรายในการแถลงนโยบายแล้ว

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 นายรังสิมันต์ โรม สส. พรรคประชาชน ผู้เคยเปิดโปงข้อมูลนักการเมืองไทยพัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา ได้ให้สัมภาษณ์กับไทยรัฐทีวี โดยเรียกร้องให้รัฐบาลของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ยกปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นวาระเร่งด่วนที่จะต้องแก้ไขให้เห็นผลภายใน 4 เดือน

นายรังสิมันต์ระบุว่า แม้จะมีหลายฝ่ายพยายามผลักดันเรื่องนี้เป็นวาระสำคัญในการเจรจากับกัมพูชา แต่การดำเนินการจริงกลับมีความคืบหน้าน้อยมาก โดยชี้ให้เห็นว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ฝั่งกัมพูชาเท่านั้น แต่ยังมีขบวนการในประเทศไทยที่คอยอำนวยความสะดวกให้นักธุรกิจและนักการเมืองไทยเข้าไปเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งรัฐบาลชุดก่อนก็ไม่ได้ดำเนินการอย่างจริงจัง

“ถ้าจะแก้ปัญหานี้ต้องอาศัยเจตจำนงทางการเมืองอย่างแท้จริง” นายรังสิมันต์กล่าว พร้อมตั้งคำถามถึงรัฐบาลนายอนุทินว่า จะใช้เวลา 4 เดือนนี้เป็นเวลาทองในการวางรากฐานการแก้ไขปัญหาหรือไม่ เพราะเรื่องนี้ไม่เพียงแต่เป็นปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ แต่ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศอีกด้วย

นายรังสิมันต์ยังทิ้งท้ายว่า ในการอภิปรายแถลงนโยบายต่อรัฐสภา พรรคประชาชนได้เตรียมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์และนักการเมืองที่เกี่ยวข้องไว้แล้ว เพื่อซักถามและเสนอแนะแนวทางการแก้ไขให้รัฐบาลใหม่นำไปพิจารณาต่อไป

รังสิมันต์ โรม จี้รัฐบาล “อนุทิน” แก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นวาระเร่งด่วน

ปัญหากลุ่มมิจฉาชีพที่ใช้ชื่อว่า “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ยังคงเป็นภัยร้ายที่คุกคามสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง สร้างความเดือดร้อนและความเสียหายให้กับประชาชนจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการหลอกลวงให้โอนเงิน การขโมยข้อมูลส่วนตัว หรือการข่มขู่ต่างๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ความเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์

การที่นายรังสิมันต์ โรม ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์นั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องและสมควรอย่างยิ่ง เพราะปัญหานี้ไม่ใช่แค่ปัญหาอาชญากรรมธรรมดา แต่เป็นปัญหาที่มีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกับหลายภาคส่วน ทั้งในและต่างประเทศ การแก้ไขปัญหาจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย และต้องมีการดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

สิ่งที่น่าสนใจคือ การที่นายรังสิมันต์ โรม ได้เตรียมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์และนักการเมืองที่เกี่ยวข้องไว้แล้ว เพื่อนำไปอภิปรายในสภา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจของพรรคประชาชนในการผลักดันให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง

การที่รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล จะให้ความสำคัญกับปัญหานี้มากน้อยแค่ไหน และจะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่นั้น ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามดูกันต่อไป แต่สิ่งที่แน่นอนคือ ประชาชนคาดหวังว่ารัฐบาลจะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างเด็ดขาด และสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจให้กับประชาชนได้อีกครั้ง

แนวทางแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ควรพิจารณา:

  • เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด: ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และเพิ่มโทษสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพื่อเป็นการป้องปรามไม่ให้มีการกระทำผิดซ้ำ
  • สร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจให้กับประชาชน: ต้องมีการให้ความรู้และข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับกลโกงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพื่อให้ประชาชนสามารถป้องกันตนเองจากการถูกหลอกลวงได้
  • ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ: ต้องมีการประสานงานและความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์
  • พัฒนาระบบเทคโนโลยีเพื่อป้องกันการหลอกลวง: ต้องมีการพัฒนาระบบเทคโนโลยีที่สามารถตรวจจับและป้องกันการหลอกลวงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นปัญหาที่ซับซ้อนและส่งผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง การแก้ไขปัญหาจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และต้องมีการดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อให้ประเทศไทยสามารถกำจัดภัยร้ายนี้ให้หมดไปจากสังคมได้ในที่สุด

รัฐบาลควรรับฟังข้อเสนอแนะและข้อมูลจากทุกฝ่าย เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนากลยุทธ์ในการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ที่มา – “รังสิมันต์ โรม” จี้รัฐบาล “อนุทิน” แก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นวาระเร่งด่วน

สคบ. กำหนดรถยนต์ จยย. สินค้าควบคุมฉลาก

สคบ. ประกาศ! รถยนต์และรถจักรยานยนต์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์สันดาปภายในหรือรถยนต์ไฟฟ้า จะถูกจัดให้เป็นสินค้าควบคุมฉลาก เพื่อยกระดับมาตรฐานและความโปร่งใสในการซื้อขาย

สคบ. กำหนดรถยนต์ จยย. ทุกเครื่องยนต์ถือเป็นสินค้าควบคุมฉลากเพื่อความโปร่งใส

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้เปิดเผยว่า คณะกรรมการว่าด้วยฉลากได้ออกประกาศสำคัญ กำหนดให้รถยนต์, รถยนต์ไฟฟ้า, รถจักรยานยนต์, รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานไฟฟ้า เป็นสินค้าที่ต้องควบคุมฉลาก การตัดสินใจครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายหลักเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค สร้างมาตรฐานที่เป็นธรรม และเพิ่มความโปร่งใสในตลาดรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

สาระสำคัญของประกาศนี้คือ ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องจัดทำฉลากสินค้าให้มีความชัดเจน ครอบคลุมข้อมูลที่จำเป็นต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคอย่างครบถ้วน เช่น รุ่นรถ, เดือนและปีที่ผลิต, เงื่อนไขการรับประกัน, ประเภทของแบตเตอรี่ (สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า) และรายละเอียดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปพิจารณาประกอบการตัดสินใจซื้อได้อย่างรอบคอบและมั่นใจ

เลขาธิการ สคบ. ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันการซื้อขายรถยนต์และรถจักรยานยนต์มีความซับซ้อนมากขึ้น และอาจนำไปสู่ข้อพิพาทหรือความเข้าใจผิดได้ หากไม่มีการเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน การประกาศให้สินค้าเหล่านี้อยู่ภายใต้การควบคุมฉลากจึงเป็นกลไกสำคัญในการสร้างหลักประกันด้านความโปร่งใสและความเป็นธรรม ทั้งต่อผู้ซื้อและผู้ขาย

ทำไม สคบ. กำหนดรถยนต์ จยย. เป็นสินค้าควบคุมฉลากจึงสำคัญ

มาตรการใหม่นี้ไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับความเชื่อมั่นในตลาดรถยนต์และรถจักรยานยนต์ แต่ยังมีส่วนช่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างเป็นธรรม และส่งเสริมให้ผู้บริโภคหันมาบริโภคสินค้าและบริการที่ปลอดภัยและยั่งยืนมากขึ้นในอนาคต การมีฉลากที่ชัดเจนและถูกต้องจะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบข้อมูลและตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการและงบประมาณของตนเองได้อย่างเหมาะสม

สคบ. ขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบธุรกิจทุกรายให้ปฏิบัติตามกฎหมายและประกาศฉบับนี้อย่างเคร่งครัด และขอให้ผู้บริโภคตรวจสอบฉลากสินค้าอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจซื้อทุกครั้ง หากผู้บริโภคได้รับความเสียหายจากการใช้สินค้าและบริการ สามารถขอคำปรึกษาและร้องเรียนได้ที่สายด่วน 1166, ผ่านแอปพลิเคชัน OCPB Connect, หรือเว็บไซต์ www.ocpb.go.th

นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังสามารถร้องเรียนได้ที่คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัดทุกจังหวัด, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใกล้บ้าน, เมืองพัทยา, สำนักงานเขตทุกแห่งในกรุงเทพมหานคร, และช่องทางดิจิทัลผ่านระบบ Traffy Fondue เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

การที่ สคบ. กำหนดรถยนต์ จยย. ทุกเครื่องยนต์ถือเป็นสินค้าควบคุมฉลากเพื่อความโปร่งใส ถือเป็นก้าวสำคัญในการคุ้มครองผู้บริโภคและสร้างความเป็นธรรมในตลาดรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ผู้บริโภคควรใช้สิทธิของตนเองในการตรวจสอบข้อมูลและร้องเรียนหากพบปัญหา เพื่อให้ตลาดสินค้าและบริการมีความโปร่งใสและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น

การตัดสินใจของ สคบ. กำหนดรถยนต์ จยย. ทุกเครื่องยนต์ถือเป็นสินค้าควบคุมฉลากเพื่อความโปร่งใส นี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการคุ้มครองผู้บริโภคและยกระดับมาตรฐานการซื้อขายสินค้าและบริการในประเทศไทย ผู้บริโภคควรตระหนักถึงสิทธิของตนเองและใช้ประโยชน์จากช่องทางต่างๆ ที่ สคบ. จัดเตรียมไว้ เพื่อให้ได้รับการคุ้มครองอย่างเต็มที่

ที่มา – สคบ. กำหนดรถยนต์ จยย. ทุกเครื่องยนต์ถือเป็นสินค้าควบคุมฉลากเพื่อความโปร่งใส

อนาคตของ มาร์ติน กับ เรนเจอร์ส ขึ้นอยู่กับ 4 นัดถัดไป

อนาคตของ รัสเซลล์ มาร์ติน ในฐานะหัวหน้าโค้ชของเรนเจอร์สแขวนอยู่บนเส้นด้าย โดยมีรายงานว่าสี่เกมข้างหน้าจะเป็นตัวตัดสินชะตากรรมของเขา ขณะเดียวกันแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ใกล้ที่จะเซ็นสัญญากับดาวรุ่งจากฮาร์ทส์ ออฟ มิดโลเธียน

อนาคตของ มาร์ติน กับ เรนเจอร์ส ขึ้นอยู่กับ 4 นัดถัดไป

การแข่งขันกับเกงค์, สตวร์ม กราซ, ลิฟวิงสตัน และฟัลเคิร์ก จะเป็นตัวตัดสินว่า รัสเซลล์ มาร์ติน จะมีอนาคตเป็นหัวหน้าโค้ชของเรนเจอร์สต่อไปหรือไม่ โดยผู้บริหารสโมสรได้เริ่มประเมินทางเลือกอื่น ๆ แล้วในกรณีที่พวกเขาจำเป็นต้องปลดเขา (Football Insider)

เซลติกไม่น่าจะสามารถเซ็นสัญญากับ ราฮีม สเตอร์ลิง แบบยืมตัวหรือถาวรได้ เนื่องจากพวกเขาน่าจะสามารถจ่ายเงินเดือนเพียงเล็กน้อยจาก 300,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ที่ปีกที่ไม่ได้รับความนิยมรายนี้ได้รับในฐานะผู้เล่นที่ได้รับค่าเหนื่อยสูงสุดของเชลซี (Football Insider)

อิสลาม เชสโนคอฟ ซึ่งสัญญาของเขากับโทบอล คอสตาเนย์ จะหมดลงในวันที่ 31 ตุลาคม คาดว่าจะเดินทางถึงฮาร์ทส์ในต้นเดือนธันวาคม โดยปีกวัย 25 ปี จะได้รับเวลาพักฟื้นจากฤดูกาลคาซัคสถาน พรีเมียร์ลีก ที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก ก่อนเดินทางไปเอดินบะระเพื่อเริ่มต้นบทใหม่ในอาชีพค้าแข้งของเขา (Edinburgh Evening News)

ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังแข่งขันกันเพื่อเซ็นสัญญากับ เคียร์ แมคมีคิน กองกลางของฮาร์ทส์ โดยซิตี้เป็นหนึ่งในหลายสโมสรที่ยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการเพื่อครอบคลุมค่าชดเชยการฝึกอบรม แต่สโมสรจากสกอตติช พรีเมียร์ชิพ ได้ยื่นข้อเสนอสัญญาที่น่าสนใจของพวกเขาเองเพื่อเซ็นสัญญาเมื่อเขาอายุ 16 ปีในเดือนกุมภาพันธ์ (Edinburgh Evening News)

เคียร์ แมคมีคิน กองกลางทีมชาติสกอตแลนด์ชุดอายุต่ำกว่า 17 ปี มีแนวโน้มที่จะเซ็นสัญญากับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แม้จะได้รับความสนใจจากสโมสรอื่น ๆ ในพรีเมียร์ลีก ที่มีต่อแข้งวัย 15 ปีของฮาร์ทส์ โดยการเจรจาอยู่ในขั้นสูง และวัยรุ่นและครอบครัวของเขาได้ใช้เวลาสองสามวันที่แมนเชสเตอร์แล้ว (The Talent Hunter on X)

นักรณรงค์ด้านฟุตบอลเยาวชนของสกอตแลนด์อ้างว่าได้รับชัยชนะครั้งใหญ่ในการต่อสู้ที่ดำเนินมายาวนานกับสมาคมฟุตบอลสกอตแลนด์และสมาคมฟุตบอลอาชีพของสกอตแลนด์เกี่ยวกับวิธีการปฏิบัติต่อเด็กในระบบ Club Academy Scotland (CAS) หลังจากที่ได้รับการเปิดเผยต่อ MSPs ที่รัฐสภาสกอตแลนด์ว่ากฎข้อขัดแย้งสองข้อถูกยกเลิก (The Herald)

คู่ต่อสู้ของอเบอร์ดีนใน Conference League อย่าง ชัคตาร์ โดเนตส์ค จะไม่มี อัลลิสัน ซานตาน่า ปีกชาวบราซิล เมื่อพวกเขาพบกันในวันพฤหัสบดีหน้า หลังจากที่ดาวเตะวัย 20 ปีที่ย้ายมาจาก อัตเลติโก มิไนโร ด้วยค่าตัว 14 ล้านปอนด์ กระดูกหัก (Press & Journal)

ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ได้ทำนายว่าเรนเจอร์สจะจบอันดับที่ 16 ในยูโรปาลีก โดยเซลติกกลับมาอยู่ในอันดับที่ 21 (Scottish Sun)

กลุ่มผู้สนับสนุนเซลติกหลายกลุ่มได้ปฏิเสธคำเชิญของสโมสรให้หารือเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยในการแข่งขันกับเรนเจอร์สในเดือนมีนาคม ซึ่งตำรวจได้รับอำนาจพิเศษที่อนุญาตให้พวกเขาสกัดผู้สนับสนุนที่พวกเขาเชื่อว่าอยู่ภายใต้ “reasonable suspicion” ว่ากระทำความผิด (The Herald)

อนาคตของ มาร์ติน กับ เรนเจอร์ส จะเป็นอย่างไรต่อไป?

สถานการณ์ของ รัสเซลล์ มาร์ติน กับ เรนเจอร์ส แสดงให้เห็นถึงความไม่แน่นอนในโลกฟุตบอล การตัดสินใจขึ้นอยู่กับผลการแข่งขันที่กำลังจะมาถึง ซึ่งเน้นย้ำถึงแรงกดดันที่โค้ชต้องเผชิญอยู่เสมอ การประเมินผลงานอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในวงการฟุตบอลอาชีพ

อนาคตของ มาร์ติน กับ เรนเจอร์ส ขึ้นอยู่กับ 4 นัดถัดไป และผลลัพธ์ของการแข่งขันเหล่านั้นจะกำหนดทิศทางของสโมสรไปข้างหน้า

ที่มา – ‘Martin’s Rangers future rests on next four matches’ – gossip