วัน: 28 กันยายน 2025

คอหวยขอเลขเด็ด “พญาบึ้ง” ลุ้นรวยงวดนี้!

นักเสี่ยงโชคไม่พลาด! แห่ขอเลขเสี่ยงทาย “พญาบึ้ง” หลังวัดโบสถ์ราชศรัทธา จ.อ่างทอง คอหวยรอคอยไม่ผิดหวัง ได้เลขเสี่ยงทาย “พญาบึ้ง” สวยๆ ไปลุ้นรวยกันงวดนี้

เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2568 ที่บริเวณด้านหลังวัดโบสถ์ราชศรัทธา ตำบลบางระกำ อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง เหล่านักเสี่ยงดวงต่างเดินทางมารวมตัวกันเพื่อขอโชคลาภเลขเสี่ยงทาย “พญาบึ้ง” ตามความเชื่อที่มีมาอย่างยาวนาน

วิธีการขอเลขเด็ดคือการนำกระดาษเขียนตัวเลข 0-9 จำนวน 3 ชุด แล้วนำมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นจึงหย่อนกระดาษตัวเลขเหล่านั้นลงไปในรูของพญาบึ้ง เพื่อให้พญาบึ้งเลือกเลขนำโชคออกมาให้

สำหรับในการเสี่ยงทายงวดนี้ คอหวยหลายท่านรอคอยกันตั้งแต่ช่วงเย็นจนถึงค่ำมืด เพื่อรอให้พญาบึ้งคีบตัวเลขออกมาจากรู ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการเสี่ยงทายตามความเชื่อส่วนบุคคล เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม พญาบึ้งก็ได้คีบตัวเลขออกมาทั้งหมด 3 ครั้ง และเมื่อเปิดดูตัวเลขที่ได้คือ 7, 2 และ 5

บรรดานักเสี่ยงโชคต่างพากันจดจำตัวเลขที่ได้ในวันนี้ เพื่อนำไปใช้ในการเสี่ยงดวงซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลในงวดวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ที่จะถึงนี้ โดยหวังว่าเลขเสี่ยงทาย “พญาบึ้ง” จะนำพาโชคลาภและความร่ำรวยมาให้

เลขเสี่ยงทาย “พญาบึ้ง”

ความเชื่อเรื่องการขอหวยจากพญาบึ้งนั้นได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มนักเสี่ยงโชคที่มองหาแนวทางในการซื้อหวยที่ไม่เหมือนใคร พิธีกรรมการขอหวยจากพญาบึ้งมักจะจัดขึ้นในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ หรือสถานที่ที่มีความเชื่อทางไสยศาสตร์ เพื่อเพิ่มความเป็นสิริมงคลและความขลังในการขอหวย

ขั้นตอนการขอเลขเด็ดจากพญาบึ้ง

  • เตรียมกระดาษเขียนตัวเลข 0-9 จำนวน 3 ชุด
  • คลุกเคล้ากระดาษตัวเลขให้เข้ากัน
  • หย่อนกระดาษตัวเลขลงในรูพญาบึ้ง
  • รอให้พญาบึ้งคีบตัวเลขออกมา
  • นำตัวเลขที่ได้ไปเสี่ยงดวง

นอกจากนี้ การขอเลขเสี่ยงทาย “พญาบึ้ง” ยังถือเป็นกิจกรรมที่สร้างความสนุกสนานและความตื่นเต้นให้กับผู้ที่เข้าร่วมอีกด้วย เนื่องจากนักเสี่ยงโชคจะต้องลุ้นว่าพญาบึ้งจะคีบตัวเลขอะไรออกมา และตัวเลขนั้นจะตรงกับที่ตนเองต้องการหรือไม่

อย่างไรก็ตาม การเสี่ยงโชคและการพนันมีความเสี่ยง ควรเล่นอย่างมีสติและรู้จักประมาณตนเอง การขอหวยจากพญาบึ้งเป็นเพียงความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ

สำหรับใครที่สนใจอยากลองเสี่ยงโชคจากพญาบึ้ง สามารถเดินทางไปยังสถานที่ที่มีการจัดพิธีกรรม หรือลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเชื่อและวิธีการขอหวยจากพญาบึ้งได้จากแหล่งข้อมูลต่างๆ

อย่าลืมว่าการเสี่ยงโชคเป็นเรื่องของดวงและโชคชะตา หากไม่มีโชคก็อย่าท้อแท้ ลองมองหาวิธีอื่นๆ ในการสร้างรายได้และความสุขให้กับตนเอง การทำงานหนักและความขยันหมั่นเพียรต่างหากคือหนทางสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน

ที่มา – คอหวยทำพิธีขอเลขเสี่ยงทาย “พญาบึ้ง” งวดนี้ไม่ผิดหวังได้เลขสวยมาลุ้นรวย

ศรัทธาคอหวย ไขรหัส “แม่ศรีมณีทอง” นำเลขเด็ด

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 ตุลาคม 2568 เหล่านักเสี่ยงโชคต่างพากันแสวงหาเลขเด็ดจากทั่วสารทิศ และหนึ่งในสถานที่ที่ได้รับความนิยมอย่างมากคือ วัดศรีอุทุมพร จังหวัดนครสวรรค์ ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของตะเคียน “แม่ศรีมณีทอง” นำเลขเด็ด 1/10/68 ไปลุ้นโชค

บรรยากาศภายในวัดคึกคักไปด้วยผู้คนที่เดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศ เพื่อมากราบไหว้สรีระสังขารของหลวงพ่อจ้อย อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีอุทุมพร ที่ชาวบ้านให้ความเคารพศรัทธาเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ เหล่านักเสี่ยงโชคยังให้ความสนใจเป็นพิเศษกับตอตะเคียน “แม่ศรีมณีทอง” นำเลขเด็ด 1/10/68 ที่เชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์และให้โชคลาภแก่ผู้ที่มาขอพร

ตามรายงานข่าว ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์นักเสี่ยงโชคหลายรายที่เดินทางมายังวัดแห่งนี้ พวกเขาเล่าว่าได้ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับแม่ศรีมณีทองจากเว็บไซต์ไทยรัฐและรายการโทรทัศน์ และหลายคนก็เคยได้รับโชคลาภจากการตีเลขเด็ดที่ได้จากแม่ศรีมณีทองมาแล้วหลายงวด ทำให้งวดนี้ตั้งใจเดินทางมาเพื่อขอโชคลาภอีกครั้ง

ศรัทธาคอหวย ไขรหัสปริศนาตะเคียน “แม่ศรีมณีทอง” นำเลขเด็ด 1/10/68 ไปลุ้นโชค

สำหรับเลขเด็ดที่นักเสี่ยงโชคได้จากแม่ศรีมณีทองในงวดนี้ ปรากฏอยู่ในกระดาษที่ติดอยู่บริเวณลำต้นของตะเคียน โดยมีข้อความว่า “ช้างกับเต่าสองตัวตายขึ้นบน ปลาเจ็ดตัวลงล่างตาย” พร้อมด้วยตัวเลข 219 และ 708 ซึ่งบรรดานักเสี่ยงโชคต่างพากันนำเลขดังกล่าวไปเสี่ยงโชคซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลกันอย่างคึกคัก

ความศักดิ์สิทธิ์ของแม่ศรีมณีทอง

เรื่องราวความศักดิ์สิทธิ์ของแม่ศรีมณีทองเป็นที่เลื่องลือในวงกว้าง ทำให้มีผู้คนจำนวนมากหลั่งไหลมาขอโชคลาภอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการขอเลขเด็ด การขอให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน หรือแม้แต่การขอให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งหลายคนก็สมหวังดังที่ตั้งใจไว้ ทำให้ความศรัทธาในแม่ศรีมณีทองยิ่งเพิ่มพูนขึ้นไปอีก

เลขเด็ด “แม่ศรีมณีทอง” 1/10/68 ที่ได้รับความนิยม

  • เลขเด่น: 2, 7
  • เลขสองตัว: 21, 19, 70, 08
  • เลขสามตัว: 219, 708

อย่างไรก็ตาม การเสี่ยงโชคเป็นเพียงความเชื่อส่วนบุคคล ควรพิจารณาอย่างรอบคอบและมีสติในการลงทุน อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาเกินจริง และไม่ควรทุ่มเงินทั้งหมดที่มีในการเสี่ยงโชค เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาทางการเงินตามมาได้

สำหรับใครที่สนใจอยากจะเดินทางไปกราบไหว้แม่ศรีมณีทอง สามารถเดินทางไปยังวัดศรีอุทุมพร จังหวัดนครสวรรค์ได้ทุกวัน ที่วัดมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทุกคน

การเดินทางมาขอโชคลาภจากแม่ศรีมณีทอง ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความนิยมในช่วงใกล้หวยออก อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการใช้ชีวิตอย่างมีสติและรู้จักประมาณตน ไม่ประมาทในการใช้จ่าย และไม่หลงเชื่อในสิ่งที่ยังไม่พิสูจน์

ท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านโชคดีกับการเสี่ยงโชคในงวดนี้ และขอให้ทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัย

ทั้งนี้ การแสวงหาเลขเด็ดเป็นเพียงความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลและตัดสินใจ

ที่มา – ศรัทธาคอหวย ไขรหัสปริศนาตะเคียน “แม่ศรีมณีทอง” นำเลขเด็ด 1/10/68 ไปลุ้นโชค

กกต.ปลื้ม! แห่ใช้สิทธิ์เลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ เขต 5

ในวันที่ 28 กันยายน 2568 การเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ศรีสะเกษ เขต 5 ดำเนินไปอย่างคึกคัก โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำ王国 (กกต.) แสดงความยินดีที่ประชาชนแห่กันมารอใช้สิทธิ์ตั้งแต่เช้าตรู่ แม้จะมีสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน แต่กกต. มั่นใจว่าการเลือกตั้งจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสุจริต คาดว่าผู้มีสิทธิ์จะออกมาใช้สิทธิ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 และเบื้องต้นคาดว่ารู้ผลไม่เกิน 20.00 น.

กกต.ปลื้มประชาชนแห่รอใช้สิทธิ์เลือกตั้งซ่อม สส.ศรีสะเกษ เขต 5 คึกคัก คาดไม่เกิน 2 ทุ่ม รู้ผล

เมื่อเวลา 08.30 น. นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. พร้อมด้วยนายวีระ ยี่แพร รองเลขาธิการ กกต. เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบการเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งที่ 12 อาคารโรงเรียนบ้านจะเนียว เทศบาลตำบลกระหวัน อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่อำเภอขุนหาญและอำเภอภูสิงห์ พวกเขาได้ให้กำลังใจคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นย้ำให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างรอบคอบ สุจริต และเป็นไปตามกฎหมาย เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นตัวอย่างของความโปร่งใสในระบบประชาธิปไตยไทย

ภาพประชาชนรอคิวใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

เลขาธิการ กกต. กล่าวขอบคุณชาวศรีสะเกษในเขต 5 ที่มีจิตใจเข้มแข็ง แม้จะมีความกังวลจากสถานการณ์รอบข้าง แต่จากที่สังเกตเช้านี้ พบว่าประชาชนมารอคิวกันแน่นหนา สภาพอากาศเป็นใจ แม้คืนก่อนจะมีฝนตก แต่เช้าวันนี้ท้องฟ้าแจ่มใส ผู้มีสิทธิ์ทั้งหมด 127,134 คน ใน 236 หน่วยเลือกตั้ง สามารถมาใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. กกต. ขอเชิญชวนให้ทุกท่านออกมาใช้สิทธิ์โดยเร็ว ก่อนที่ฝนอาจจะเทลงมาอีก

คึกคักตั้งแต่เปิดบัตร แม้เหตุไม่สงบ

แม้จะมีข่าวความไม่สงบตามแนวชายแดน แต่กกต. มั่นใจว่าปัจจัยเหล่านี้จะไม่กระทบต่อการออกมาใช้สิทธิ์ของประชาชน จากการพูดคุยกับผู้มาใช้สิทธิ์ พวกเขายังคงเชื่อมั่นในระบบความมั่นคงของรัฐที่จะปกป้องชีวิตและทรัพย์สิน ฝ่ายความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประสานงานกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การเลือกตั้งผ่านพ้นไปด้วยดี คาดว่าอัตราการมาใช้สิทธิ์จะไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าพอใจสำหรับการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้

ในส่วนของการร้องเรียน กกต. ได้รับแจ้งเรื่องการปราศรัยของผู้สมัครจากทั้งสองพรรค แต่ยังอยู่ในกรอบกฎหมาย ไม่มีพฤติกรรมที่ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต ชุดเคลื่อนที่เร็วได้ออกตรวจตราตั้งแต่คืนก่อน เพื่อป้องกันเหตุร้ายใดๆ ภาพรวมทั้งหมดจึงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

เลขาธิการ กกต. ลงพื้นที่ตรวจสอบบรรยากาศที่หน่วยเลือกตั้ง

สำหรับผลการนับคะแนน กกต. คาดว่าจะประกาศผลอย่างเป็นทางการไม่เกิน 20.00 น. ของวันเดียวกันนี้ นับเป็นการเลือกตั้งที่รวดเร็วและโปร่งใส ผู้สมัครทั้งสองฝ่ายจากพรรคใหญ่ๆ กำลังลุ้นผลกันอย่างใกล้ชิด การเลือกตั้งซ่อม สส.ศรีสะเกษ เขต 5 ครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะเติมเต็มที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความศรัทธาของประชาชนในกระบวนการเลือกตั้งของไทย

กกต.ปลื้มประชาชนแห่รอใช้สิทธิ์เลือกตั้งซ่อม สส.ศรีสะเกษ เขต 5 คึกคัก คาดไม่เกิน 2 ทุ่ม รู้ผล นี่คือสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าประชาธิปไตยไทยยังคงแข็งแกร่ง แม้เผชิญความท้าทายต่างๆ ในฐานะนักข่าวการเมือง เรามองว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนในระดับสูงเช่นนี้ จะช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสถาบันการเมือง หากคุณเป็นผู้มีสิทธิ์ในพื้นที่นี้ อย่าลืมออกมาใช้สิทธิ์เพื่อกำหนดอนาคตของจังหวัดศรีสะเกษ

นอกจากนี้ การเลือกตั้งครั้งนี้ยังเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับกกต. ในการจัดการกับสถานการณ์ที่ซับซ้อน หากผลออกมาดี จะเป็นแบบอย่างสำหรับการเลือกตั้งใหญ่ในอนาคต ขอให้ทุกฝ่ายเคารพผลที่ออกมา และร่วมกันสร้างสังคมที่สงบสุข

  • ผู้มีสิทธิ์: 127,134 คน
  • หน่วยเลือกตั้ง: 236 หน่วย
  • คาดการณ์การมาใช้สิทธิ์: มากกว่าร้อยละ 60
  • เวลาประกาศผล: ไม่เกิน 20.00 น.

ในมุมมองของเรา การเลือกตั้งที่โปร่งใสแบบนี้คือกุญแจสำคัญสู่การพัฒนาประเทศ เชิญชวนผู้อ่านติดตามผลการเลือกตั้ง และมีส่วนร่วมในกิจกรรมประชาธิปไตยต่อไป

ที่มา – กกต.ปลื้มประชาชนแห่รอใช้สิทธิ์เลือกตั้งซ่อม สส.ศรีสะเกษ เขต 5 คึกคัก คาดไม่เกิน 2 ทุ่ม รู้ผล

กรมการค้าต่างประเทศ ยกทัพบุกญี่ปุ่น เจรจาขยายตลาดผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย

กรมการค้าต่างประเทศ ยกทัพบุกญี่ปุ่น เจรจาขยายตลาดผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย

ในยุคที่การค้าขายระหว่างประเทศกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว กรมการค้าต่างประเทศของไทยได้ตัดสินใจยกทัพบุกตลาดญี่ปุ่น เพื่อเจรจาขยายตลาดผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกหลักของประเทศ โดยกิจกรรมครั้งนี้จะจัดขึ้นที่เมืองฟูกูโอกะและเมืองคุมาโมโตะ ภูมิภาคคิวชู ระหว่างวันที่ 28 กันยายน ถึง 2 ตุลาคมนี้ คณะผู้แทนการค้าประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและนักวิชาการด้านอาหารสัตว์ จะไปประชาสัมพันธ์และหาโอกาสใหม่ๆ สำหรับมันสำปะหลังไทย

กรมการค้าต่างประเทศ ยกทัพบุกญี่ปุ่น เจรจาขยายตลาดผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยถึงภารกิจสำคัญครั้งนี้ว่า ญี่ปุ่นเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงสำหรับผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ อาหารเพื่อสุขภาพ และอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง การบุกตลาดญี่ปุ่นครั้งนี้จะช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าไทยและกระจายความเสี่ยงทางการค้า ไม่พึ่งพาตลาดใดตลาดเดียว

เมืองฟูกูโอกะและคุมาโมโตะ ถือเป็นแหล่งผลิตเนื้อวัววากิวชื่อดังของญี่ปุ่น ซึ่งต้องการวัตถุดิบคุณภาพสูงสำหรับอาหารสัตว์ มันอัดเม็ดของไทยมีมาตรฐานที่ได้มาตรฐานสากล จึงเหมาะสมที่จะเป็นพันธมิตรหลักในการผลิต คาดว่าจะนำไปสู่การเจรจาที่ยั่งยืนและเพิ่มรายได้เข้าประเทศ

โอกาสใหม่ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์และอาหารคน

การเจรจาครั้งนี้จะเน้นหารือกับภาคเอกชนญี่ปุ่นหลายรายที่สนใจนำเข้ามันอัดเม็ดสำหรับอาหารสัตว์ แป้งมันสำปะหลังสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงทรายแมวและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องอื่นๆ ผู้ประกอบการบางรายเป็นรายใหม่ที่ไม่เคยใช้มันสำปะหลังไทยมาก่อน แต่ได้ยินชื่อเสียงด้านคุณภาพ จึงแสดงความสนใจอย่างมาก

  • ประชาสัมพันธ์คุณภาพมันสำปะหลังไทยให้เป็นที่รู้จักในตลาดใหม่
  • เจรจาสัญญานำเข้าที่ช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้า
  • ขยายช่องทางสู่ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงและสุขภาพ
  • สร้างเครือข่ายพันธมิตรระยะยาวกับผู้ผลิตวากิว

นอกจากนี้ คณะผู้แทนยังจะนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการผลิตที่ยั่งยืนของไทย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของญี่ปุ่น ทำให้โอกาสประสบความสำเร็จสูงขึ้น

ประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทย

กิจกรรมกรมการค้าต่างประเทศ ยกทัพบุกญี่ปุ่น เจรจาขยายตลาดผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย นี้ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การขยายตลาดจะลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาในตลาดหลัก และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น อาหารสัตว์เลี้ยงเพื่อสุขภาพ

จากข้อมูลสถิติ การส่งออกมันสำปะหลังไทยไปญี่ปุ่นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี หากการเจรจาครั้งนี้สำเร็จ จะยิ่งเร่งให้เกิดการเติบโต โดยคาดว่าปีหน้าจะเห็นตัวเลขส่งออกพุ่งสูงกว่าเดิม 20-30% นอกจากนี้ ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์สินค้าไทยในฐานะวัตถุดิบคุณภาพสูงระดับโลก

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การบุกตลาดญี่ปุ่นครั้งนี้เป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด เพราะญี่ปุ่นมีมาตรฐานสูงแต่ก็เปิดรับพันธมิตรที่เชื่อถือได้ มันสำปะหลังไทยจึงมีโอกาสก้าวสู่ตลาดพรีเมียมได้ไม่ยาก

เพื่อให้การส่งออกประสบความสำเร็จยิ่งขึ้น ผู้ประกอบการไทยควรเตรียมเอกสารรับรองคุณภาพและติดตามข่าวสารจากกรมการค้าต่างประเทศอย่างใกล้ชิด หากคุณเป็นเกษตรกรหรือผู้ประกอบการที่สนใจ สามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมการค้าต่างประเทศ เพื่อไม่พลาดโอกาสทองครั้งนี้

ที่มา – กรมการค้าต่างประเทศ ยกทัพบุกญี่ปุ่น เจรจาขยายตลาดผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย

อัปเดตเส้นทางพายุบัวลอยขึ้นเวียดนาม 29 ก.ย.

อัปเดตเส้นทาง พายุไต้ฝุ่น “บัวลอย” จ่อเคลื่อนขึ้นฝั่งเวียดนาม 29 ก.ย.นี้

ในช่วงนี้ สภาพอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นที่เคลื่อนตัวเข้ามา โดยเฉพาะพายุไต้ฝุ่น “บัวลอย” ที่กำลังก่อตัวและเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว กรมอุตุนิยมวิทยาของไทยได้ออกประกาศอัปเดตเส้นทาง พายุไต้ฝุ่น “บัวลอย” จ่อเคลื่อนขึ้นฝั่งเวียดนามในวันที่ 29 กันยายน 2568 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ในประเทศไทย โดยเฉพาะฝนตกหนักและคลื่นลมแรง

อัปเดตเส้นทาง พายุไต้ฝุ่น “บัวลอย” ล่าสุด

จากข้อมูลล่าสุดเมื่อเช้าวันที่ 28 กันยายน 2568 พายุไต้ฝุ่น “บัวลอย” (BUALOI) มีศูนย์กลางอยู่บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ห่างจากเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 170 กิโลเมตร ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางอยู่ที่ประมาณ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วราว 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

คาดการณ์ว่า พายุไต้ฝุ่น “บัวลอย” จะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน โดยเฉพาะบริเวณเมืองวินห์ ในวันที่ 29 กันยายน 2568 หลังจากนั้น พายุจะอ่อนกำลังลงตามลำดับ แต่ก่อนหน้านั้น จะส่งผลกระทบต่อแนวขอบและเส้นทางเดินของพายุ ทำให้ภาคอีสานตอนบน ภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออก มีฝนตกหนักหลายพื้นที่

ผลกระทบต่อประเทศไทยจากพายุไต้ฝุ่น “บัวลอย”

แม้ว่าพายุจะไม่เคลื่อนตรงเข้าประเทศไทยโดยตรง แต่ร่องมรสุมและมรสุมจะมีกำลังแรงขึ้น โดยเฉพาะในภาคใต้ฝั่งตะวันตกและภาคตะวันออก ซึ่งจะมีฝนเพิ่มขึ้นและตกหนักบางแห่ง คลื่นลมในทะเลมีกำลังค่อนข้างแรง ในช่วงวันที่ 28 ถึง 30 กันยายน 2568 ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และลมแรง

  • ภาคเหนือตอนบนและตะวันออก: ฝนตกหนักหลายพื้นที่ อาจเกิดน้ำท่วมขัง
  • ภาคอีสานตอนบน: คาดมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง
  • ภาคใต้ฝั่งตะวันตก: คลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวประมงควรหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง
  • ภาคตะวันออก: ฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะเกาะกงและตราด

กรมอุตุนิยมวิทยาแนะนำให้ประชาชนติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพอากาศอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา การเตรียมความพร้อม เช่น เก็บข้าวของสำคัญไว้ในที่สูง และหลีกเลี่ยงการเดินทางในพื้นที่เสี่ยง จะช่วยลดความเสี่ยงได้

นอกจากนี้ ภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดแสดงให้เห็นว่านพายุมีโครงสร้างที่แข็งแกร่ง ด้วยเมฆหมุนวนหนาแน่น ซึ่งบ่งชี้ถึงความรุนแรงที่อาจเพิ่มขึ้นก่อนขึ้นฝั่ง สำหรับเวียดนาม พื้นที่ชายฝั่งตอนบนเตรียมรับมือกับลมพายุและฝนตกหนัก ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรมและการประมง

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ พายุไต้ฝุ่นในทะเลจีนใต้เช่นนี้ มักได้รับอิทธิพลจากน้ำอุ่นในทะเลที่ทำให้พายุมีพลังงานสูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลกอาจทำให้พายุรุนแรงขึ้นในอนาคต ดังนั้น การติดตามข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถืออย่างกรมอุตุนิยมวิทยาเป็นสิ่งสำคัญ

หากคุณอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง แนะนำให้ตรวจสอบพยากรณ์อากาศล่าสุดและเตรียมแผนสำรองไว้ เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและครอบครัว

ที่มา – อัปเดตเส้นทาง พายุไต้ฝุ่น “บัวลอย” จ่อเคลื่อนขึ้นฝั่งเวียดนาม 29 ก.ย.นี้

เปิดประวัติ “เจ๊เกียว” หญิงแกร่งสร้างธุรกิจหมื่นล้าน

ในวงการธุรกิจไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมรถโดยสารและยานยนต์ มีบุคคลสำคัญที่ได้รับการยกย่องอย่างสูง นั่นคือ “เจ๊เกียว” หรือนางสุจินดา เชิดชัย ผู้ถูกเรียกว่า “เจ้าแม่รถทัวร์เมืองไทย” เรื่องราวของเธอคือแรงบันดาลใจให้กับนักธุรกิจรุ่นใหม่ โดยเฉพาะผู้หญิงที่มุ่งมั่นฝ่าฟันอุปสรรค วันนี้เราจะพาคุณไป เปิดประวัติ เจ๊เกียว หญิงแกร่งที่เริ่มจากศูนย์ สร้างอาณาจักรธุรกิจมูลค่าหมื่นล้าน ก่อนจะจากไปอย่างสงบด้วยโรคชรา

เปิดประวัติ “เจ๊เกียว” สุจินดา เชิดชัย

นางสุจินดา เชิดชัย หรือที่คนรู้จักในนาม เจ๊เกียว เกิดเมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2480 ที่จังหวัดนครราชสีมา เธอเป็นลูกคนที่ 6 ในครอบครัวชาวนาธรรมดา ไม่มีฐานะร่ำรวย แต่เจ๊เกียวเป็นเด็กฉลาด เรียนเก่งมาก สอบได้ที่ 1 มาตลอดตั้งแต่เด็กจนถึงชั้นประถม ทว่า ด้วยข้อจำกัดทางเศรษฐกิจของครอบครัว เธอต้องหยุดเรียนเพียงแค่ ป.4 ซึ่งในสมัยนั้นถือเป็นจุดเปลี่ยนที่ยากลำบากสำหรับเด็กสาวจากต่างจังหวัด

หลังจากออกจากโรงเรียน เจ๊เกียวไม่ยอมแพ้ เธอเริ่มต้นชีวิตด้วยการขายของชำและอาหารตามสถานีรถไฟในนครราชสีมา เพื่อหาเงินเลี้ยงชีพตัวเองและช่วยเหลือครอบครัว นี่คือจุดเริ่มต้นของความมานะอุตสาหะที่ทำให้เธอเติบโต จากการค้าขายเล็กๆ น้อยๆ เธอหันไปเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เช่น การตัดเย็บเสื้อผ้า ด้วยการฝึกงานกับช่างตัดเสื้อในท้องถิ่น ต่อมา เจ๊เกียวเปิดโรงเรียนสอนตัดเสื้อของตัวเอง ซึ่งกลายเป็นธุรกิจแรกที่ประสบความสำเร็จ ทำให้เธอมีรายได้มั่นคงและเรียนรู้การบริหารจัดการคน

เส้นทางสู่ความสำเร็จในธุรกิจรถทัวร์

ชีวิตของเจ๊เกียวพลิกผันครั้งใหญ่เมื่อเธอแต่งงานกับนายวิชัย เชิดชัย เจ้าของอู่ต่อรถบรรทุกในนครราชสีมา สามีของเธอมีวิสัยทัศน์ในการขยายธุรกิจ จากการซ่อมและต่อรถบรรทุก พวกเขาค่อยๆ ก้าวสู่ธุรกิจเดินรถโดยสารระหว่างจังหวัด โดยก่อตั้งบริษัท เชิดชัยทัวร์ ซึ่งเริ่มต้นด้วยรถไม่กี่คัน แต่ด้วยความขยันและกลยุทธ์ที่เฉียบแหลม ธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันมีรถโดยสารกว่า 200 คัน ครอบคลุมเส้นทางทั่วภาคอีสานและเชื่อมต่อกรุงเทพฯ

ไม่หยุดแค่นั้น เจ๊เกียวและสามียังลงทุนสร้างโรงงานต่อและผลิตรถโดยสารของตัวเอง โรงงานนี้กลายเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและประกอบรถโดยสารรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สร้างชื่อเสียงให้กับ เชิดชัยทัวร์ ในฐานะผู้นำตลาด เธอได้รับฉายา “เจ้าแม่รถทัวร์เมืองไทย” จากความสามารถในการบริหารที่แข็งแกร่ง ท่ามกลางการแข่งขันดุเดือดในอุตสาหกรรมขนส่ง

นอกจากธุรกิจส่วนตัว เจ๊เกียวยังมีบทบาทสำคัญในระดับสมาคม เธอเคยดำรงตำแหน่งนายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารเอกชนร่วมบริการ (รถร่วม) ของการขนส่งแห่งประเทศไทย (บขส.) ผ่านบทบาทเหล่านี้ เธอช่วยผลักดันนโยบายที่เอื้อต่อผู้ประกอบการ สนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมรถโดยสารให้มีมาตรฐานสูงขึ้น เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารทั่วประเทศ

มรดกและแรงบันดาลใจจากเจ๊เกียว

แม้เจ๊เกียวจะจากไปเมื่อวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2567 สิริอายุ 89 ปี ด้วยโรคชรา แต่เรื่องราวของเธอยังคงเป็นตำนาน หญิงที่จบการศึกษาแค่ ป.4 สามารถสร้างธุรกิจมูลค่าหมื่นล้านได้อย่างไร? คำตอบคือ ความมุ่งมั่น ความซื่อสัตย์ และวิสัยทัศน์ที่มองไกล เธอเป็นตัวอย่างของ “หญิงแกร่งนักสู้” ที่พิสูจน์ว่าความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับวุฒิการศึกษา แต่ขึ้นอยู่กับใจที่ไม่ยอมแพ้

ในยุคที่ผู้หญิงหลายคนยังเผชิญอุปสรรคทางเพศและโอกาส เจ๊เกียวคือไอคอนที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักธุรกิจหญิงรุ่นใหม่ ธุรกิจเชิดชัยทัวร์ที่เธอสร้างไว้ยังคงดำเนินต่อไป โดยลูกหลานและทีมงานที่สืบทอดปรัชญาการทำงานแบบเดิม หากคุณกำลังมองหาแรงผลักดัน ลองศึกษาประวัติของเธอให้ละเอียด แล้วนำไปปรับใช้ในชีวิตของคุณ

สุดท้ายนี้ เรื่องราวของ เจ๊เกียว สอนเราว่า ความสำเร็จที่ยั่งยืนมาจากการเริ่มต้นเล็กๆ แต่สม่ำเสมอ หากคุณชื่นชอบบทความนี้ แชร์เพื่อให้คนอื่นได้รู้จักหญิงแกร่งคนนี้ด้วยกันนะ

  • จุดเริ่มต้นจากขายของที่สถานีรถไฟ
  • ธุรกิจแรก: โรงเรียนสอนตัดเสื้อ
  • ขยายสู่เชิดชัยทัวร์และโรงงานผลิต
  • บทบาทในสมาคมผู้ประกอบการ

ที่มา – เปิดประวัติ “เจ๊เกียว” หญิงแกร่งนักสู้ สร้างธุรกิจหมื่นล้าน ก่อนเสียชีวิตด้วยโรคชรา

จากตัวเต็งอังกฤษสู่ชื่อเสียงพังทลาย – พอตเตอร์

จากตัวเต็งทีมชาติอังกฤษสู่ชื่อเสียงที่พังทลาย – การล้มเหลวของพอตเตอร์ นำทางเขาไปสู่การถูกไล่ออกสองครั้งอย่างน่าปวดใจ หลังจากช่วงเวลาสั้นๆ ที่เชลซีและเวสต์แฮม

กราแฮม พอตเตอร์ กำลังเดินทางลงดิ่ง โดยเปลี่ยนจากโค้ชที่ได้รับการยกย่องมากว่าเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งเซอร์ แกเร็ธ เซาธ์เกต ของทีมชาติอังกฤษ สู่ความเจ็บปวดจากการถูกไล่ออกสองครั้งติดต่อกัน หลังจากคุมทีมเวสต์แฮมเพียง 8 เดือน พวกเขาตกอันดับ 19 ในพรีเมียร์ลีก หลังพ่ายแพ้ 4 จาก 5 นัดล่าสุด การปกครองของเขาต่อเนื่องจาก 7 เดือนที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ก่อนที่จะถูกปลดในลักษณะเดียวกัน

พอตเตอร์ อ้างว่าเขาเป็นเหยื่อของ “พายุสมบูรณ์แบบ” ที่เชลซี การแต่งตั้งของเขาตรงกับเจ้าของใหม่ของสโมสร – ที่ไล่โธมัส ทูเคิล ในเดือนกันยายน 2022 เพื่อแต่งตั้งพอตเตอร์ – เริ่มใช้จ่ายฟุ่มเฟือย 323 ล้านปอนด์ในตลาดซื้อขายเดือนมกราคม

พอตเตอร์ โค้ชที่ละเอียดรอบคอบซึ่งประสบความสำเร็จที่ไบรท์ตันด้วยเวลาและโครงสร้าง ถูกทิ้งไว้กับทีมที่ใหญ่โตจนห้องแต่งตัวไม่พอสำหรับทุกคน เขาถูกไล่ออกในเดือนเมษายน 2023

ตอนนี้ พอตเตอร์ ถูกกลืนกินโดยสภาพแวดล้อมที่วุ่นวายคล้ายกันที่เวสต์แฮม ชื่อเสียงที่เขาสร้างมาอย่างพิถีพิถัน – ร่วมกับทีมที่มีพรสวรรค์ที่ไบรท์ตัน – พังทลายลง

พอตเตอร์ ชนะเพียง 6 จาก 25 นัดตั้งแต่เข้ามาแทนที่ฆูเลน โลเปเตกี บุคลิกภาพที่สงบเงียบของเขาไม่เคยได้รับความนิยมจากแฟนเวสต์แฮมที่ต้องการสูง และสถานการณ์เลวร้ายลงจากผลงานที่ย่ำแย่

จากตัวเต็งอังกฤษสู่ชื่อเสียงพังทลาย – พอตเตอร์

การไล่ออกจากเวสต์แฮมอาจน่าผิดหวังยิ่งกว่าเชลซีสำหรับพอตเตอร์ เพราะที่เชลซี มีความเข้าใจบ้างจากสภาพแวดล้อมที่บ้าคลั่งและไม่มั่นคงภายใต้เจ้าของร่วมท็อดด์ โบห์ลี และเบห์ดัด เอห์บาลี

นี่เพราะพอตเตอร์ รอ 637 วันเพื่อกลับมาที่เกม โดยเชื่อว่าเวสต์แฮมเป็นสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับเขาในการเบ่งบานอีกครั้ง

พอตเตอร์ อธิบายการมาถึงเวสต์แฮมว่า: “เหมือนคริสต์มาส – คริสต์มาสสำหรับผู้ใหญ่”

แต่กลับกลายเป็นฝันร้ายที่ยาวนานและหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้การตัดสินใจของเวสต์แฮมยังคงตั้งคำถาม เพราะเกิดขึ้น 24 ชั่วโมงหลังจากที่พอตเตอร์ ได้ทำหน้าที่สื่อมวลชนก่อนเกมกับเอฟเวอร์ตันในคืนวันจันทร์

พอตเตอร์ ไม่ใช่ผู้กระทำผิดเพียงคนเดียวที่เวสต์แฮม ความโกรธของแฟนบอลยังมุ่งไปที่ประธานเดวิด ซัลลิแวน และรองประธานคาร์เรน เบรดี ด้วยการประท้วงก่อนพ่ายแพ้ที่บ้านให้คริสตัล พาเลซ ซึ่งเป็นนัดสุดท้ายของผู้จัดการทีม

เส้นทางของพอตเตอร์ก่อนการล้มเหลว

พอตเตอร์ เข้าร่วมเวสต์แฮมด้วยความสดชื่นและชื่อเสียงที่ยังดี เขาเป็นบุคคลที่ได้รับการยกย่อง มีการวัดผล ซึ่งอยู่ในแผนการหลังเซาธ์เกตของสมาคมฟุตบอล และยังดึงดูดความสนใจจากเอฟเวอร์ตันเมื่อพวกเขาละเซียน ไดช์

เขาไต่เต้าขึ้นอย่างมั่นคง เป็นผู้สร้างสโมสรและทีมที่คิดคำนวณ ไม่ใช่ผู้แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ทำให้เขาไม่เหมาะกับสโมสรที่ต้องการสูงอย่างเชลซีทั้งในและนอกสนาม

หลังจากรออย่างอดทนสำหรับสโมสรที่ใช่สำหรับพรสวรรค์การจัดการและโค้ชของเขา พอตเตอร์ เดินตรงเข้าไปในหลุมพรางที่เวสต์แฮม

เขาโด่งดังที่โอสเตอร์ซุนด์ ในสวีเดน ก่อนได้รับแต่งตั้งที่สวอนซีในเดือนมิถุนายน 2018 และสไตล์การเล่นที่น่าดึงดูดทำให้เขาได้ย้ายไปไบรท์ตันหนึ่งปีต่อมา

ไบรท์ตันเป็นแพลตฟอร์มที่สมบูรณ์แบบสำหรับพอตเตอร์ ที่ซึ่งมีความอดทนและการวางแผนภายใต้เจ้าของโทนี่ บลูม ร่วมกับผู้อำนวยการด้านเทคนิคแดน แอชเวิร์ธ และทีมสรรหาที่ชาญฉลาดที่ค้นพบเพชรเม็ดงามอย่างมอยเซส ไกเซโด และอเล็กซ์ แมค อัลลิสเตอร์

พอตเตอร์ เก่งที่สุดในสนามฝึกซ้อม นำไบรท์ตันไปอยู่อันดับ 9 ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลก่อนออกจากทีม ทิ้งพวกเขาไว้ที่อันดับ 4 หลังชนะ 4 จาก 6 นัดแรก รวมถึงชัยชนะเปิดฤดูกาลที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เขาสามารถชี้ไปที่การนำเชลซีเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายของแชมเปียนส์ลีกขณะที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ แต่ – เช่นเดียวกับที่เวสต์แฮม – พอตเตอร์ ดูเหมือนถูกเหตุการณ์กลืนกินก่อนถูกไล่ออกอย่างโหดร้าย

การล้มลงของพอตเตอร์ มาจากการเข้าร่วมสองสโมสรที่มีแนวทางตรงข้ามกับไบรท์ตัน ที่ซึ่งบลูมไม่เคยสูญเสียศรัทธาแม้หลังจากช่วงเริ่มต้นที่ชนะเพียง 2 จาก 19 นัด พอตเตอร์ มีความไว้วางใจจากผู้บริหารในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นอีก

มาร์ติน คีโอน อดีตแนวรับอังกฤษบอกบีบีซีว่า: “พอตเตอร์ อยู่ที่เชลซีไม่นานมานี้ เขาอาจเป็นผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ

“ตอนนี้คุณดูอาชีพของเขาและเปอร์เซ็นต์ชนะที่เชลซีและเวสต์แฮม งานต่อไปในพรีเมียร์ลีก ถ้าเขาได้ จะสำคัญมากสำหรับเขา”

พอตเตอร์ ไม่เคยมีเปอร์เซ็นต์ชนะสูงในอาชีพพรีเมียร์ลีกของเขา

ใน 120 นัดที่ไบรท์ตัน เขาชนะ 34 และแพ้ 42 ด้วยอัตรา 28% ที่เชลซีคือ 32% ด้วย 7 ชัยชนะ ขณะที่เวสต์แฮม 6 เกมหรือ 26%

จุดแข็งของพอตเตอร์ ในฐานะโค้ชคือการจัดระเบียบและวินัยทางแทคติก แต่เขาดูหลงทางแม้ในบริบทนี้ที่เวสต์แฮม โดยเฉพาะเซ็ตพีซ

คีโอน กล่าวว่า: “ผมดูพวกเขาเล่นสเปอร์ส สองสามสัปดาห์ก่อน และเห็นเซ็ตพีซ

“พวกเขาเสีย 7 ประตูจากเซ็ตพีซฤดูกาลนี้ ดูเหมือนเด็กนักเรียน – ไม่มีทิศทางจริง สุดท้ายมันต้องกลับมาที่ผู้จัดการทีม”

บุคลิกภายนอกที่สงบของพอตเตอร์ ถูกแทนที่ด้วยบุคลิกที่ดูเหมือนแบกน้ำหนักทั้งโลกขณะที่ความล้มเหลวในพรีเมียร์ลีกครั้งที่สองเกิดขึ้น

พอตเตอร์ จะไปไหนต่อเป็นเพียงการคาดเดา ทวีปยุโรปอาจเรียกหา ที่ซึ่งเขาอาจพบการตั้งค่าที่เหมาะกับเขา แต่แนวคิดของตำแหน่งใหญ่ในพรีเมียร์ลีกเป็นเรื่องเพ้อฝันสุดขีด

จุดจบของพอตเตอร์ ที่เวสต์แฮม ปิดฉากการตกต่ำอย่างน่าทึ่งจากดินแดนที่เขาเคยเป็นตัวเต็งในบทสนทนาของผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ

การล้มเหลวของพอตเตอร์ สอนให้เห็นว่าการจัดการทีมฟุตบอลต้องอาศัยทั้งเวลาและการสนับสนุนที่มั่นคง หากคุณเป็นแฟนฟุตบอล อย่าลืมติดตามข่าวสารล่าสุดจากพรีเมียร์ลีกเพื่อไม่พลาดการเปลี่ยนแปลงที่น่าติดตาม

ที่มา – From England contender to reputation in tatters – Potter’s fall from grace

“พิพัฒน์” ลงดูถนนทรุด คืนจราจร 8 ต.ค.

“พิพัฒน์” ลงดูถนนทรุด เทปูนแล้ว 1,200 คิว หากไม่มีอุปสรรคคืนผิวจราจร 8 ต.ค.

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2568 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ถนนทรุดตัวบริเวณถนนสามเสน หน้าที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครมาอย่างต่อเนื่อง “พิพัฒน์” ลงดูถนนทรุด เทปูนแล้ว 1,200 คิว หากไม่มีอุปสรรคคืนผิวจราจร 8 ต.ค. เป็นข่าวดีที่หลายคนเฝ้ารอ โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้มาพร้อมกับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อติดตามความคืบหน้าและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอย่างหนัก

“พิพัฒน์” ลงดูถนนทรุด เทปูนแล้ว 1,200 คิว หากไม่มีอุปสรรคคืนผิวจราจร 8 ต.ค.

จากข้อมูลล่าสุด นายพิพัฒน์ยืนยันว่าการซ่อมแซมกำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ โดยไม่พบอุปสรรคใหญ่ที่อาจชะลอความคืบหน้า ปัจจุบันมีการเทปูนคอนกรีตแล้วกว่า 1,200 คิว ซึ่งมีระดับความสูงประมาณ 5 เมตร และกำลังรอให้วัสดุเซ็ตตัวอย่างสมบูรณ์ หากไม่มีฝนตกหนักหรือปัญหาอื่นๆ คาดว่าจะสามารถคืนพื้นผิวการจราจรให้ประชาชนได้ในวันที่ 8 ตุลาคม 2568 นี้ อย่างไรก็ตาม อาจมีการเลื่อนออกไป 1-2 วันหากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย

นายพิพัฒน์ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ทั้งสำหรับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานและประชาชนรอบพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อตรวจจับการเคลื่อนไหวของอาคารใกล้เคียงกว่า 10 จุด รวมถึงฝั่งโรงพยาบาลวชิรพยาบาลและสถานีตำรวจนครบาลสามเสน จากการตรวจสอบพบว่าอาคารสถานีตำรวจมีการเคลื่อนตัวเล็กน้อย แต่ไม่กระทบต่อโครงสร้างโดยรวม ทำให้สถานการณ์โดยรวมยังคงนิ่ง

ขั้นตอนการซ่อมแซมและป้องกันดินสไลด์

นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าทีมงานมีการทบทวนแผนการดำเนินงานทุกวัน และปรับเปลี่ยนขั้นตอนตามสถานการณ์จริง โดยขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการเคลื่อนย้ายวัสดุที่ตกค้างในหลุมออกมา คาดว่าจะใช้เวลา 4-5 วันสำหรับการถมทรายซีเมนต์ ควบคู่ไปกับการพ่นปูนหนา 10 เซนติเมตร เพื่อเสริมความแข็งแรงด้านข้างของอาคารสถานีตำรวจนครบาลสามเสน ป้องกันการสไลด์ของดินที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติม

ผศ.ดร.ธเนศ วีระศิริ ที่ปรึกษาภัยพิบัติสภาวิศวกร กล่าวเพิ่มเติมว่าสถานการณ์ในพื้นที่คงที่มาประมาณ 2 วัน หากยังคงนิ่งแบบนี้และไม่มีฝน ก็จะทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามกำหนดการ โดยจะมีการเสริมเสาเข็มที่ขาดหายไปจากเหตุถนนทรุด จากนั้นจึงถมพื้นที่กลับสู่สภาพเดิม การพ่นปูนใต้ฐานอาคารยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความแข็งแรงของผนังดินอีกด้วย

ในวันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ใช้เครนขนาดใหญ่ 3 ตัวในการทำงาน โดยแบ่งหน้าที่ชัดเจน เครนตัวแรกติดตั้งกระเช้าสำหรับพ่นปูนใต้ฐานอาคาร ขณะที่อีก 2 ตัวใช้ตัดสายสื่อสารและเสาไฟฟ้าที่ล้ม รวมถึงเคลื่อนย้ายวัสดุหนักขึ้นมา การทำงานแบบนี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพและการประสานงานที่แน่นหนา

  • เทปูนคอนกรีตกว่า 1,200 คิว รอเซ็ตตัว
  • ถมทรายซีเมนต์และพ่นปูนป้องกันดินสไลด์
  • ติดตั้งกล้องตรวจจับการเคลื่อนไหว
  • เสริมเสาเข็มและคืนพื้นผิวถนน

เหตุการณ์ถนนทรุดครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นบททดสอบสำหรับหน่วยงานรัฐ แต่ยังสะท้อนถึงความสำคัญของการบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานในเมืองใหญ่ การลงพื้นที่ของนายพิพัฒน์ช่วยสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าปัญหาจะได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็วและถาวร

ในฐานะที่ติดตามข่าวสารด้านโครงสร้างพื้นฐานมาโดยตรง ผมเชื่อว่าการซ่อมแซมครั้งนี้จะเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับการจัดการภัยพิบัติในอนาคต หากคุณอาศัยใกล้เคียงพื้นที่ แนะนำให้ติดตามประกาศจากหน่วยงานอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัย

ที่มา – “พิพัฒน์” ลงดูถนนทรุด เทปูนแล้ว 1,200 คิว หากไม่มีอุปสรรคคืนผิวจราจร 8 ต.ค.

โค้ชเซตพีซจะทำให้ยักษ์ใหญ่ของนิวคาสเซิลยิงได้อีกหรือ?

นิก วอลเทอเมด รู้สึกเหมือนอยู่บ้านทันทีที่นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ในหลายๆ ด้าน

เป็นครั้งแรกในอาชีพของเขา กองหน้าสูง 6 ฟุต 6 นิ้วคนนี้ตระหนักว่าเขาไม่ใช่ผู้เล่นที่สูงที่สุดในห้องแต่งตัวอีกต่อไป หลังจากย้ายมาด้วยค่าตัวสถิติสโมสรจากสตุ๊ตการ์ทเมื่อเดือนที่แล้ว

เคียงข้างแดน เบิร์น (6 ฟุต 7 นิ้ว) ชาวเยอรมันคนนี้พบว่าตัวเองถูกล้อมรอบด้วยบุคคลตัวสูงอึดอัด เช่น มาลิค เธียว สเวน บ็อทแมน โจเอลินตอน และวิลเลี่ยม โอซูล่า

ผู้เล่นเหล่านี้ไม่ได้ลงตัวจริงพร้อมกันทุกนัด แต่ทีมตัวสูงมหึมาของนิวคาสเซิลยังคงมีส่วนผสมที่สมบูรณ์แบบในการสร้างความคุกคามจากเซตพีซ

แต่จนถึงตอนนี้ มันยังไม่เกิดขึ้นกับยักษ์ใหญ่ของเอ็ดดี้ ฮาว ในด้านการทำประตูฤดูกาลนี้

“เรามีผู้เล่น เรามีความสูง และเรามีการส่งบอล” หัวหน้าโค้ชนิวคาสเซิลกล่าวก่อนเผชิญหน้ากับอาร์เซนอล ผู้เชี่ยวชาญเซตพีซ ในวันอาทิตย์ “แต่บางอย่างยังไม่คลิก ซึ่งไม่ใช่การวิจารณ์โค้ชคนใด นั่นคือการวิจารณ์ผม

“ผมรับผิดชอบในที่สุด เราสามารถทำได้ดีกว่านี้ในด้านนั้น และเราจะทำงานเพื่อพยายามดีขึ้น”

‘เราควรเป็นที่หนึ่งของโลก’

น่าสนใจที่ฮาวเคยตอบคำถามคล้ายๆ นี้เกือบปีที่แล้ว

นิวคาสเซิลเพิ่งผ่านมุมมอง 50 ครั้งโดยไม่ทำประตูในพรีเมียร์ลีก – แต่ในที่สุดพวกเขาก็เริ่มยิงได้อีก

เมื่อนิวคาสเซิลลงแข่งชิงชนะเลิศคาราบาวคัพฤดูกาลที่แล้วในเดือนมีนาคม ฮาวแม้กระทั่งรู้สึกถึงโอกาสขณะที่เขเน้นกับสตาฟว่า “เซตพีซอาจชนะเกมให้เรา… มาดูรายละเอียดที่อาจพลิกเกม”

นิวคาสเซิลใช้เวลาสองสัปดาห์ถัดมาในการฝึกฟรีคิกและมุม หลังจากพบจุดอ่อนของลิเวอร์พูลในพื้นที่ลึกภายในกรอบเขตโทษ

รูปแบบเหล่านั้นอาจไม่เวิร์คในสนามฝึก แต่หนึ่งในนั้นเกิดขึ้นเมื่อสำคัญที่สุดที่เวมบลีย์ ขณะที่แม็กพายส์ยุติการรอคอยถ้วยรางวัลใหญ่ในประเทศ 70 ปี

ประตูแรกของเบิร์นในวันนั้นแสดงให้เห็นถึงผลงานของผู้ช่วยผู้จัดการเจสัน ทินดัลล์ และนักวิเคราะห์เซตพีซ คีเรียน เทย์เลอร์ ซึ่งมีส่วนในการทำประตู 13 ลูกจากฟรีคิกและมุมในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ด้วยปริมาณงานมหาศาล ฮาวมองหาโค้ชเซตพีซเพิ่มเติมเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระมานาน

และสถิติของมาร์ติน มาร์ก ที่มิดทิลลันด์ นักนวัตกรรมเซตพีซ แน่นอนว่าดีเยี่ยมเมื่อเขาร่วมนิวคาสเซิลในเดือนมิถุนายน

มิดทิลลันด์ทำประตูจากเซตพีซมากที่สุด (19 ลูก) ในลีกเดนมาร์กฤดูกาลที่แล้ว – แม้ไม่รวมลูกโทษ – และการใช้ประโยชน์จากสถานการณ์บอลนิ่งพิสูจน์ว่าสำคัญต่อการคว้าแชมป์ปีก่อน

คริสเตียน บาค หัวหน้าฝ่ายกีฬาของมิดทิลลันด์ กล่าวว่าความกระหายของมาร์ก “เปล่งประกายจริงๆ” ในช่วงเวลาที่ MCH Arena

“มาร์ตินยืนหยัดเพื่อไอเดียว่าเราควรเป็นที่หนึ่งของโลกในสาขานั้น” เขากล่าวถึงชายวัย 32 ปี “สำหรับเขา ทุกวันต้องมีเซตพีซ และการมีคนแบบนั้นเป็นของขวัญ

“ความกระหายและความใส่ใจในรายละเอียดแบบเนิร์ดของเขาส่งผลต่อหลายแผนก และเขาเก่งในการเผยแพร่ความสำคัญของเซตพีซทั่วทั้งองค์กร เขายกระดับส่วนนั้นขึ้นไป”

การโยนไกลกลับมา

มีแน่นอนการเปลี่ยนแปลงในแนวทางของนิวคาสเซิลฤดูกาลนี้

แม็กพายส์โยนไกลเข้าหน้าเขตโทษเพียงครั้งเดียวในพรีเมียร์ลีกปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ตามออปต้า ทีมของฮาวโยนไกลเข้าพื้นที่เขตโทษไปแล้ว 13 ครั้งในห้าเกมเปิดฤดูกาลใหม่

เช่นเดียวกับการรีสตาร์ทสไตล์รักบี้ของนิวคาสเซิลที่ตามเทรนด์กว้างในเกม – พวกเขายิงบอลออกนอกสนามจากเตะเปิดเพื่อกดดันคู่ต่อสู้ลึกในแดนตัวเอง – การใช้โยนไกลของแบล็กแอนด์ไวท์ก็เช่นกัน

แม้จะเป็นตัวอย่างขนาดเล็ก แต่มีค่าเฉลี่ย 3.4 ครั้งของโยนไกลเข้าพื้นที่เขตโทษต่อนัดในพรีเมียร์ลีกปีนี้ เพื่อเปรียบเทียบ ในทั้งฤดูกาล 2020-21 ค่านั้นคือ 0.9 ครั้งต่อเกม

ไม่น่าแปลกใจที่โธมัส ทูเคิ่ล ผู้จัดการทีมอังกฤษ กล่าวว่า “โยนไกลกลับมาแล้ว”

ลิเวอร์พูลพบว่าอย่างนั้นเมื่อแชมป์มาเซนต์เจมส์ พาร์คเมื่อเดือนที่แล้ว ในคืนที่บอสอาร์น สล็อตยอมรับว่า “คุณไม่สามารถควบคุมเกมฟุตบอลได้ถ้าทุกบอลถูกโยนเข้าหน้าเขตโทษ 18 หลา”

ประตูแรกของนิวคาสเซิลจริงๆ มาจากสถานการณ์เช่นนั้น โยนไกลของติโน่ ลิฟราเมนโต้ถูกโหม่งกลับมาที่เขาผู้เล่นทางซ้าย และด้วยเพื่อนร่วมทีมยังอยู่ข้างหน้า แบ็คซ้ายสามารถเลือกโหม่งของบรูโน่ กิमार็องส์ที่เสาไกล

จากนั้นสำหรับประตูที่สอง ผู้รักษาประตูนิค โป๊ปก้าวขึ้นมาเตะฟรีคิกและบอลยาวไปข้างหน้าถูกเบิร์นเขี่ยต่อและโอซูล่าช่วยตัวสำรองยิงเข้า

สองประตูจากสองสถานการณ์บอลนิ่งดึงนิวคาสเซิล 10 คนกลับมาเสมอ ขณะที่เกมเริ่มวุ่นวาย

แม้ 니วคาสเซิลจะแพ้ในที่สุด แต่เป็นเครื่องเตือนใจทันเวลาถึงพลังของเซตพีซ

‘ผู้ชายที่มีพรสวรรค์จริงๆ’

การหาวิธีสร้างความโกลาหลดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอคือความท้าทายสำหรับนิวคาสเซิล

มีเพียงสี่ทีมพรีเมียร์ลีกที่ยิงจากเซตพีซมากกว่านิวคาสเซิล (ห้าครั้ง) ฤดูกาลนี้ แต่ 니วคาสเซิลทำประตูได้เพียงครั้งเดียวจากมุมหรือฟรีคิกในทุกรายการ

เมื่อพูดถึงประตูคาดหวังจากสถานการณ์บอลนิ่ง นิวคาสเซิล (1.56) อยู่ห่างจากอาร์เซนอล (3.55) ซึ่งนำตารางในด้านนี้ในลีกชั้นนำ

นิวคาสเซิลยังไม่เสียประตูจากเซตพีซ แต่ฮาวเป็นคนแรกที่ยอมรับว่าทีมของเขามี “งานต้องทำ” ที่อีกฟาก

ดังนั้นจะใช้เวลาหรือไม่?

“ผมหวังว่าไม่” เขากล่าว “นั่นไม่ใช่แผน การแผนคือสร้างความแตกต่างจากเซตพีซ ผมคิดว่าเราเคยเก่งมากในด้านนั้นมานาน

“เมื่อดูเกมอย่างบอร์นมัธ [เสมอ 0-0] ถ้าคุณเล่นอย่างที่เราทำ ป้องกันอย่างที่เราทำ และชิงเกม 1-0 จากเซตพีซ มันคือการแสดงผลสมบูรณ์แบบนอกบ้าน – แต่เราไม่ได้”

คู่แข่งวันอาทิตย์อาร์เซนอลแน่นอนที่ใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ดังกล่าว

ครึ่งหนึ่งของประตูอาร์เซนอลในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้มาจากเซตพีซ รวมถึงที่เป็นผู้ชนะที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเปิดเกมกับน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ และลีดส์ ยูไนเต็ด

อาร์เซนอลยังคงเป็นทีมที่ต้องเอาชนะในด้านนั้น

แต่โธมัส กรอนเนมาร์ค ผู้เชี่ยวชาญโยนไกลอิสระที่เคยทำงานกับมาร์กที่มิดทิลลันด์ฤดูกาลที่แล้ว ไม่สงสัยว่านิวคาสเซิลจะคลิกจากเซตพีซในที่สุด

“มาร์ตินเป็นผู้ชายที่มีพรสวรรค์จริงๆ” เขากล่าว “ใช่ เขายังเด็กมาก แต่ผมไม่สนใจว่าคนนั้นอายุ 15 หรือ 80 ปี

“ถ้าพวกเขาเก่งพอสำหรับงานและคุณเห็นมุมมอง คุณควรจ้าง และมาร์ตินเป็นคนแฟนตาสติกที่จะทำงานด้วย ผมคิดว่าเขาจะเป็นส่วนเสริมใหญ่สำหรับนิวคาสเซิล”

ด้วยโค้ชเซตพีซจะทำให้ยักษ์ใหญ่ของนิวคาสเซิลยิงได้อีกหรือ? มันเป็นคำถามที่แฟนๆ กำลังรอคำตอบ แต่จากแนวโน้มใหม่ๆ อย่างโยนไกลและความมุ่งมั่นของทีม นิวคาสเซิลมีโอกาสสูงที่จะกลับมาทำประตูจากเซตพีซได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลองติดตามผลงานของพวกเขาในนัดต่อไปเพื่อเห็นการเปลี่ยนแปลง

โค้ชเซตพีซจะจุดประกายนิวคาสเซิลอย่างไร?

  • เพิ่มการฝึกเฉพาะด้านเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ
  • ใช้ประโยชน์จากความสูงของผู้เล่นหลัก
  • นำกลยุทธ์จากมิดทิลลันด์มาปรับใช้

ที่มา – Can set-piece coach get Newcastle’s giants firing again?