วัน: 29 กันยายน 2025

ทนายยืนยัน ทักษิณ ยื่นขออภัยโทษครั้งที่ 2

ทนายยืนยัน “ทักษิณ” ยื่นขออภัยโทษครั้งที่ 2 ชี้เป็นสิทธิของผู้ต้องขังเด็ดขาด

ในวงการการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวล่าสุด มีข่าวสำคัญที่กำลังเป็นที่สนใจของประชาชนจำนวนมาก นั่นคือ ทนายยืนยัน “ทักษิณ” ยื่นขออภัยโทษครั้งที่ 2 ชี้เป็นสิทธิของผู้ต้องขังเด็ดขาด เรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาให้จำคุกนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นเวลา 1 ปี เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 จากนั้นเพียงวันถัดมา นายทักษิณก็ได้ยื่นคำร้องขอพระราชทานอภัยโทษต่อกระทรวงยุติธรรมทันที

ทนายยืนยัน “ทักษิณ” ยื่นขออภัยโทษครั้งที่ 2 ชี้เป็นสิทธิของผู้ต้องขังเด็ดขาด

จากข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวของนายทักษิณ ระบุว่าการยื่นขออภัยโทษครั้งนี้เป็นสิทธิพื้นฐานของผู้ต้องขังเด็ดขาดทุกคน ไม่ใช่เรื่องพิเศษสำหรับใครคนใดคนหนึ่ง โดยกระบวนการนี้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน ทนายวิญญัติได้เข้าเยี่ยมนายทักษิณที่เรือนจำเมื่อช่วงเช้าวันที่ 29 กันยายน 2568 และยืนยันว่าคำร้องดังกล่าวได้ถูกยื่นไปจริง รวมถึงเป็นครั้งที่ 2 แล้วด้วย

การขออภัยโทษเฉพาะรายนี้ ถือเป็นกระบวนการปกติที่ผู้ต้องขังสามารถยื่นทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษได้ โดยไม่ต้องรอคอยการพิจารณาแบบหมู่ ทนายวิญญัติชี้แจงเพิ่มเติมว่าครั้งนี้ใช้เวลาดำเนินการนานกว่าครั้งแรกที่ใช้เพียง 6 วัน ปัจจุบันกระบวนการเอกสารและการทำความเห็นใช้เวลาประมาณ 14 วัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรอบคอบและไม่เร่งรีบในขั้นตอน

ขั้นตอนการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษ

เพื่อให้เข้าใจกระบวนการให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ขั้นตอนการยื่นขออภัยโทษเฉพาะรายมีดังนี้:

  • ยื่นคำร้อง: ผู้ต้องขังเด็ดขาดหรือญาติ เช่น บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร สามารถยื่นเรื่องผ่านเรือนจำหรือทัณฑสถาน
  • การสอบสวนเบื้องต้น: เรือนจำจะทำการสอบสวน รวบรวมเอกสาร และส่งต่อไปยังกรมราชทัณฑ์
  • การประมวลข้อเท็จจริง: กรมราชทัณฑ์จะสรุปข้อเท็จจริงเพื่อประกอบความเห็นของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
  • ส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง: ความเห็นจะถูกส่งไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี จากนั้นไปยังสำนักงานองคมนตรี
  • ผลฎีกา: เมื่อมีผลพระราชกฤษฎีกา จะแจ้งกลับมายังเรือนจำเพื่อดำเนินการต่อไป

กระบวนการทั้งหมดนี้เน้นความโปร่งใสและเป็นธรรม โดยขึ้นอยู่กับพระราชอำนาจและพระเมตตาของพระองค์ท่าน ซึ่งไม่มีใครสามารถก้าวล่วงได้ ทนายวิญญัติยังย้ำว่าการยื่นครั้งที่ 2 สามารถทำได้ตามสิทธิ และไม่ใช่เรื่องผิดปกติ

นอกจากนี้ ยังมีข่าวลือในสังคมเกี่ยวกับสถานการณ์ของนายทักษิณหลังเข้าอยู่ในเรือนจำ แต่จากข้อมูลที่ได้รับการยืนยัน ทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบปกติ ผู้ต้องขังเด็ดขาดมีสิทธิยื่นขออภัยโทษได้ตลอดเวลา หากมีคุณสมบัติครบถ้วน การเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่สะท้อนให้เห็นถึงระบบยุติธรรมไทยที่ให้โอกาสแก่ผู้ต้องโทษในการขอพิจารณาความเมตตา

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย การขออภัยโทษเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดความแออัดในเรือนจำ และเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังที่สำนึกผิดได้กลับสู่สังคม หากนายทักษิณได้รับพระราชทานอภัยโทษ อาจส่งผลกระทบต่อกระแสการเมืองในไทยในอนาคตอันใกล้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพรรคที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม ประชาชนควรติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อมูลเท็จที่อาจทำให้เข้าใจผิด หากคุณสนใจเรื่องกฎหมายและสิทธิผู้ต้องขัง แนะนำให้ศึกษากฎหมายเพิ่มเติมเพื่อความรู้รอบด้าน

สุดท้ายนี้ การเคลื่อนไหวของนายทักษิณครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าสิทธิพื้นฐานในระบบยุติธรรมยังคงมีอยู่ และหวังว่าจะนำไปสู่ความยุติธรรมที่แท้จริงสำหรับทุกคน

ที่มา – ทนายยืนยัน “ทักษิณ” ยื่นขออภัยโทษครั้งที่ 2 ชี้เป็นสิทธิของผู้ต้องขังเด็ดขาด

“พินทองทา” พร้อมสามี เยี่ยม “ทักษิณ” เสื้อแดงรอให้กำลังใจ

ในวันที่ 29 กันยายน 2568 บรรยากาศหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมคึกคักไปด้วยผู้สื่อข่าวและมวลชนที่มารอติดตามเหตุการณ์สำคัญ โดยเฉพาะการเข้าเยี่ยมของ “พินทองทา” พร้อมสามี เข้าเยี่ยม “ทักษิณ” มวลชนเสื้อแดงมาปักหลักรอให้กำลังใจ ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนให้ความสนใจ

“พินทองทา” พร้อมสามี เข้าเยี่ยม “ทักษิณ” มวลชนเสื้อแดงมาปักหลักรอให้กำลังใจ

เมื่อเวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวจากหลายสำนักต่างพากันมารอหน้าศูนย์บริการเยี่ยมญาติของเรือนจำกลางคลองเปรม เพื่อรายงานความเคลื่อนไหวล่าสุดของครอบครัวชินวัตร โดยวันนี้ น.ส.พินทองทา ชินวัตร หรือที่รู้จักกันในชื่อ เอม บุตรสาวคนกลางของนายทักษิณ ชินวัตร เป็นตัวแทนครอบครัวที่เดินทางมาเยี่ยมพ่อ

ข่าวลือเรื่องการยื่นทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานอภัยโทษครั้งที่ 2 ของนายทักษิณ ทำให้บรรยากาศยิ่งตึงเครียด ผู้สื่อข่าวต่างรอสัมภาษณ์เพื่อเคลียร์ประเด็นนี้ ขณะที่มวลชนเสื้อแดงจากจังหวัดสิงห์บุรีและนนทบุรีเดินทางมาร่วมให้กำลังใจอย่างคึกคัก พวกเขาปักหลักรอตั้งแต่เช้า สร้างความอบอุ่นให้กับครอบครัวชินวัตร

เวลา 11.00 น. น.ส.พินทองทาและนายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ สามีของเธอ เดินทางมาถึงเรือนจำ ท่ามกลางเสียงตะโกน “เรารักทักษิณ” ที่ดังกึกก้องจากกลุ่มเสื้อแดง นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวนายทักษิณ รอต้อนรับและพาครอบครัวเข้าไปด้านใน ระหว่างทาง ผู้สื่อข่าวพยายามถามถึงเรื่องยื่นขออภัยโทษ แต่น.ส.พินทองทายิ้มรับโดยไม่ตอบคำถาม

รายละเอียดการเยี่ยมและสุขภาพของนายทักษิณ

การเยี่ยมครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก่อนที่น.ส.พินทองทาและสามีจะเดินออกมา เมื่อผู้สื่อข่าวถามซ้ำเรื่องขออภัยโทษ เธอรีบขึ้นรถโดยไม่ตอบ ขณะที่นายณัฐพงศ์ก็ยิ้มให้แทนคำตอบเมื่อถูกถามถึงการเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย

นายวิญญัติให้สัมภาษณ์ว่า สุขภาพของนายทักษิณดีขึ้น หน้าตาสดใส แม้ยังมีอาการป่วยเรื่องความดันและระบบหัวใจ แต่เขาพยายามปรับตัวและรักษาตัวเองในเรือนจำ กิจวัตรประจำวันยังปกติ โดยเฉพาะปัญหากระดูกต้นคอที่ต้องระวังเพราะอาจทับเส้นประสาท แต่ยังไม่รุนแรงถึงขั้นเดินไม่ได้ แพทย์ในเรือนจำตรวจสุขภาพเป็นประจำ และนายทักษิณอยู่ในแดนพยาบาลสำหรับผู้สูงอายุ

ส่วนการเยี่ยมญาติ มีทั้งแบบเห็นหน้าค่าตาและทางไลน์ ซึ่งครอบครัวเลือกแบบเห็นหน้ากันเพื่อให้กำลังใจ นายวิญญัติเชื่อว่าถ้ามีกิจกรรมเยี่ยมใกล้ชิด นายทักษิณก็จะได้รับสิทธิ์ตามปกติ การสนทนาระหว่างทนายและนายทักษิณเป็นเรื่องทั่วไป เช่น ความห่วงใยต่าง ๆ และขอบคุณมวลชนเสื้อแดงที่มารอให้กำลังใจ โดยนายทักษิณขอให้ทุกคนสงบเรียบร้อยเพราะเป็นสถานที่ราชการ

เมื่อถูกถามถึงผลเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 5 นายวิญญัติปฏิเสธไม่ตอบประเด็นการเมือง และยืนยันว่าการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษครั้งที่ 2 เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องขังทุกคน กระบวนการใช้เวลานานกว่าเดิม ราว 14 วัน เพื่อทำความเห็นเอกสาร โดยเป็นพระราชอำนาจที่ไม่อาจก้าวล่วง

  • สุขภาพนายทักษิณ: ดีขึ้นแต่ต้องระวังความดันและกระดูกต้นคอ
  • การเยี่ยมญาติ: เน้นแบบเห็นหน้ากันเพื่อกำลังใจ
  • มวลชนเสื้อแดง: มาร่วมให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง
  • ประเด็นอภัยโทษ: ยื่นครั้งที่ 2 ตามกระบวนการปกติ

เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความผูกพันระหว่างครอบครัวชินวัตรและฐานเสียงที่เหนียวแน่น แม้จะมีประเด็นการเมืองร้อนแรง แต่ครอบครัวยังคงเงียบขรึมและมุ่งเน้นเรื่องส่วนตัว

สำหรับผู้อ่านที่สนใจข่าวการเมืองไทย ลองติดตามอัปเดตเพิ่มเติมจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ เพื่อเข้าใจสถานการณ์ลึกซึ้งยิ่งขึ้น คุณคิดเห็นอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? แชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย

ที่มา – “พินทองทา” พร้อมสามี เข้าเยี่ยม “ทักษิณ” มวลชนเสื้อแดงมาปักหลักรอให้กำลังใจ

“บวรศักดิ์” ยันรัฐบาลไม่ทำรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เชื่อ 2 พรรคใหญ่ไม่แตะหมวด 1-2

ในสถานการณ์การเมืองไทยที่กำลังร้อนระอุ การแก้ไขรัฐธรรมนูญกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกฝ่ายจับตามอง ล่าสุด “บวรศักดิ์” ยันรัฐบาลไม่ทำรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เชื่อ 2 พรรคใหญ่ไม่แตะหมวด 1-2 ซึ่งเป็นการชี้แจงที่สร้างความชัดเจนให้กับประชาชนและนักการเมืองหลายคน

“บวรศักดิ์” ยันรัฐบาลไม่ทำรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เชื่อ 2 พรรคใหญ่ไม่แตะหมวด 1-2

วันที่ 29 กันยายน 2568 นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาชี้แจงต่อที่ประชุมรัฐสภาถึงแนวนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยยืนยันว่ารัฐบาลมีเจตนาเพียงสนับสนุนให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามที่ได้แถลงไว้เท่านั้น แต่รัฐบาลไม่ต้องการจัดทำรัฐธรรมนูญทั้งฉบับด้วยตนเอง การชี้แจงนี้เกิดขึ้นท่ามกลางข้อกังวลจากฝ่ายค้านและประชาชนที่หวั่นเกรงว่ารัฐบาลจะใช้อำนาจในการร่างกฎหมายสูงสุดนี้

นายบวรศักดิ์ยังแสดงความเชื่อมั่นว่าพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นสองพรรคใหญ่ จะไม่แตะต้องหมวด 1 และหมวด 2 ของรัฐธรรมนูญปัจจุบัน หมวดเหล่านี้กำหนดรูปแบบของรัฐและระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของโครงสร้างการปกครองไทย หากมีการแก้ไขอาจขัดต่อมาตรา 255 ของรัฐธรรมนูญ ทำให้กระบวนการทั้งหมดเสี่ยงต่อการถูกศาลตีความว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย การยืนยันนี้ช่วยคลายข้อครหาที่ว่ารัฐบาลอาจพยายามเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานของชาติ

รายละเอียดการลงประชามติและการเลือกตั้ง

นอกจากนี้ รัฐบาลวางแผนจัดทำประชามติในวันเดียวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลังการยุบสภา เพื่อประหยัดงบประมาณถึง 6,000 ล้านบาท โดยประชาชนจะได้รับบัตรลงคะแนนถึง 4 ใบ ซึ่งครอบคลุมประเด็นสำคัญหลายเรื่อง ประเด็นแรกคือการลงประชามติว่าประชาชนเห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ประเด็นที่สองคือเห็นชอบกับวิธีการจัดทำรัฐธรรมนูญตามร่างที่รัฐสภาออกแบบหรือไม่

ที่สำคัญกว่านั้น รัฐบาลยังเตรียมประชามติเรื่องที่สาม เพื่อสอบถามความเห็นประชาชนเกี่ยวกับการยกเลิก MOU ไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นประเด็นระหว่างประเทศที่ละเอียดอ่อน นายบวรศักดิ์ย้ำว่ารัฐบาลเฉพาะกิจไม่ควรตัดสินใจเองในเรื่องนี้ แต่ต้องขอฉันทามติจากประชาชนในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตย การนำเรื่องนี้มาลงประชามติแสดงถึงความโปร่งใสและให้เกียรติต่อประชาชน ซึ่งเป็นหลักการสำคัญของระบอบประชาธิปไตย

ในส่วนของข้อครหาเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ นายบวรศักดิ์ชี้แจงว่านายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีที่รัฐบาลรักษาการชุดก่อนหน้าได้อนุมัติไว้เกือบ 10 ตำแหน่ง โดยไม่มีเจตนาดึงกลับมาเพื่อใส่บุคคลจากพรรคของตนเอง การยืนยันนี้ช่วยลดความกังวลว่าการเมืองจะแทรกแซงระบบราชการ นอกจากนี้ ยังย้ำว่านายกรัฐมนตรีจะไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมในคดีที่เป็นประเด็นสาธารณะ เช่น คดีฮั้วสว. และที่ดินเขากระโดง โดยปล่อยให้ดำเนินไปตามหลักกฎหมายที่ถูกต้อง

การชี้แจงของนายบวรศักดิ์ครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างความชัดเจนในประเด็นรัฐธรรมนูญเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการรักษาความสมดุลระหว่างอำนาจและการมีส่วนร่วมของประชาชน ในบริบทของการเมืองไทยที่ผ่านมาเคยมีข้อถกเถียงเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญหลายครั้ง การยืนยันว่า “บวรศักดิ์” ยันรัฐบาลไม่ทำรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เชื่อ 2 พรรคใหญ่ไม่แตะหมวด 1-2 จึงเป็นสัญญาณบวกที่ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่น

  • ประเด็นหลัก: รัฐบาลสนับสนุนแต่ไม่ร่างเอง
  • การไม่แตะหมวด 1-2: รักษาโครงสร้างการปกครอง
  • ประชามติ 4 ใบ: เพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน
  • ไม่แทรกแซง: ราชการและยุติธรรมต้องโปร่งใส

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการเหล่านี้ยังต้องเผชิญกับความท้าทายจากฝ่ายตรงข้ามที่อาจมองว่าเป็นกลยุทธ์ทางการเมือง นักวิเคราะห์การเมืองหลายคนเห็นว่าการลงประชามติพร้อมเลือกตั้งจะช่วยเพิ่มอัตราการมีส่วนร่วมของประชาชน แต่ก็อาจนำไปสู่ความสับสนหากข้อมูลไม่ชัดเจนพอ ในมุมมองของผู้เขียน การเคลื่อนไหวนี้เป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลเคารพเสียงของประชาชน หากดำเนินการได้สำเร็จ จะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นในระบบประชาธิปไตยไทยได้อย่างมาก

คุณคิดอย่างไรกับแผนการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – “บวรศักดิ์” ยันรัฐบาลไม่ทำรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เชื่อ 2 พรรคใหญ่ไม่แตะหมวด 1-2

Ferry ไม่หงุดหงิดที่พลาด MLS – ข่าวลือ

Ferry ไม่หงุดหงิดที่พลาด MLS – ข่าวลือ

ในวงการฟุตบอลสกอตแลนด์ ล่าสุดมีข่าวลือที่น่าสนใจเกี่ยวกับนักเตะดันดี ยูไนเต็ด มิดฟิลด์อย่างวิล เฟอร์รี่ ที่ปฏิเสธข้อเสนอหกหลักจากแวนคูเวอร์ ไวท์แคปส์ ในลีก MLS ของแคนาดา โดยเฟอร์รี่ยืนยันว่าเขาไม่มีปัญหาใดๆ กับการตัดสินใจของสโมสร Ferry ไม่หงุดหงิดที่พลาด MLS เลยสักนิด เพราะเขายังคงมุ่งมั่นกับการเล่นในสกอตติช พรีเมียร์ชิป

Ferry ไม่หงุดหงิดที่พลาด MLS: รายละเอียดเบื้องหลัง

วิล เฟอร์รี่ นักเตะวัย 28 ปี ได้รับความสนใจจากทีมในอเมริกาเหนือ แต่ดันดี ยูไนเต็ดเลือกปฏิเสธข้อเสนอที่ค่อนข้างน่าดึงดูดนั้น เฟอร์รี่เปิดใจว่ามันเป็นเกียรติที่ได้รับข้อเสนอ แต่เขายังต้องการพัฒนาตัวเองกับทีมปัจจุบัน ข่าวนี้กลายเป็นหัวข้อร้อนในสื่อสกอตแลนด์ ทำให้แฟนๆ ชาวไทยที่ติดตามฟุตบอลสกอตแลนด์ต่างพูดถึงกันอย่างกว้างขวาง Ferry ไม่หงุดหงิดที่พลาด MLS แต่กลับรู้สึกดีกับการอยู่ต่อและช่วยทีมสู้ศึกในลีก

นอกจากนี้ ยังมีข่าวอื่นๆ ในวงการฟุตบอลสกอตแลนด์ที่ไม่ควรพลาด ลุค แม็คโควาน จากเซลติก เชื่อว่าทีมของเขาจะไม่ต้องกังวลกับการท้าชิงแชมป์จากฮาร์ทส์ ถ้าเซลติกดูแลผลงานตัวเองให้ดี โดยแม็คโควานมองว่าฮาร์ทส์ที่นำจ่าฝูงตอนนี้ยังไม่ใช่ภัยคุกคามใหญ่หลวง

สถานการณ์นักเตะอื่นๆ ในสกอตติช พรีเมียร์ชิป

สำหรับนิโก้ รัสกิน มิดฟิลด์ของเรนเจอร์ส หลังจากคืนฟอร์มและกลายเป็นตัวหลัก เขาน่าจะอยู่กับทีมต่อไปหลังหน้าต่างตลาดมกราคม ไม่มีโอกาสย้ายออกอีกแล้ว ส่วนอัลฟี่ สจ๊วต ดาวรุ่งวัยเยาวชนของเอบาร์ดีน ที่ยิงประตูที่สองของฤดูกาลในสัญญายืมตัวกับอินเวอร์เนสส์ คาลีย์ ธิสเทิล บอกว่าการยืมตัวครั้งนี้สนุกมาก และเขากำลังเพลิดเพลินกับโอกาสที่ได้รับ

  • ข่าวเบลอรัส vs สกอตแลนด์: ประธานสหพันธ์ฟุตบอลเบลอรัส ยอมรับว่าทีมชาติของเขาอ่อนแอมากก่อนลงสนามนัดคัดบอลโลกกับสกอตแลนด์ที่แฮมป์เดน ซึ่งอาจเป็นจุดอ่อนที่สกอตแลนด์ใช้ประโยชน์ได้
  • เซลติกกับฮาร์ทส์: แม็คโควานย้ำว่าเซลติกต้องโฟกัสที่ตัวเองเพื่อคว้าแชมป์
  • รัสกินที่เรนเจอร์ส: การอยู่ต่อช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ทีม

ข่าวลือเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความคึกคักในตลาดนักเตะและการแข่งขันที่ดุเดือดในสกอตติช พรีเมียร์ชิป แฟนฟุตบอลชาวไทยสามารถติดตามอัปเดตได้ทุกวัน เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ Ferry ไม่หงุดหงิดที่พลาด MLS เป็นตัวอย่างของความมุ่งมั่นที่นักเตะมืออาชีพมีต่อสโมสร

นอกจากข่าวหลักแล้ว ยังมีมุมมองจากแฟนๆ ที่ชื่นชอบการย้ายไป MLS แต่เฟอร์รี่เลือกทางที่มั่นคงกว่า สำหรับเซลติก การเอาชนะคู่แข่งอย่างเรนเจอร์สและฮาร์ทส์ยังคงเป็นเป้าหมายหลัก ขณะที่เอบาร์ดีนกำลังสร้างทีมเยาวชนให้แข็งแกร่งด้วยการยืมตัวแบบนี้

ในมุมมองของผม ข่าวลือแบบนี้ช่วยเพิ่มสีสันให้ลีกสกอตแลนด์นอกเหนือจากบิ๊กทูที่ครองซีนเสมอ แฟนๆ ควรติดตามต่อไปเพราะตลาดมกราคมอาจมีเซอร์ไพรส์อีกมาก

คุณคิดอย่างไรกับการตัดสินใจของเฟอร์รี่? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข่าวฟุตบอลสกอตแลนด์แบบเรียลไทม์!

ที่มา – Ferry not frustrated to miss out on MLS – gossip

“จุรินทร์” ชี้ รัฐบาลอนุทิน “หนูตกถังข้าวสาร”

ในวันที่ 29 กันยายน 2568 ที่รัฐสภา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวอภิปรายต่อที่ประชุมอย่างน่าสนใจ โดยชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังอยู่ในสถานะ “หนูตกถังข้าวสาร” จากการที่ได้เก้าอี้รัฐมนตรีแบ่งกันเหลือเฟือ และมีงบประมาณพร้อมใช้ทันที นายจุรินทร์ ยังบอกว่านายกรัฐมนตรี “นายแน่มาก” ที่กล้าตั้งรัฐมนตรีบางคน ซึ่งรัฐบาลชุดที่แล้วยังไม่กล้าตั้งด้วยซ้ำ

“จุรินทร์” ชี้ รัฐบาลอนุทิน “หนูตกถังข้าวสาร” บอกแน่มากกล้าตั้ง รมต.

นายจุรินทร์ เริ่มต้นด้วยการยินดีกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนายอนุทินและคณะรัฐมนตรีทั้งหมด โดยมองว่านี่คือ “นโยบายควิกวิน” ที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่ยังไม่แถลงนโยบายเสียด้วยซ้ำ พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะฝ่ายค้าน จะทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเป็นกลาง ไม่มีอคติหรือความแค้นใดๆ แต่จะค้านตามเนื้อผ้าเพื่อประโยชน์ของประชาชน ร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรค

นโยบายรัฐบาลชุดนี้มี 7 หน้า 5 หมวด ซึ่งเขียนกว้างๆ เหมือนมหาสมุทร ไม่เฉพาะเจาะจงมากนัก เพราะเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจที่วางรากฐานไว้สำหรับอนาคต แต่สิ่งที่น่าสะดุดใจคือ นโยบายหาเสียงก่อนเลือกตั้งหลายเรื่องหายตัวไปจากนโยบายนี้ ทำให้ต้องตั้งคำถามและข้อเสนอแนะเพื่อประโยชน์ภาพรวม

ดักทางรัฐบาล ไม่ใช่ 3 ข้อจำกัด แต่มี 4 แต้มต่อ

ประเด็นแรกที่นายจุรินทร์ชี้ให้เห็นคือ คำตัดพ้อของรัฐบาลในนโยบายหน้าที่ 2 ที่ระบุข้อจำกัด 3 ข้อ ได้แก่ เวลาจำกัด ไม่ได้จัดทำงบประมาณ และเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยหรือ “รัฐบาลเป็ดง่อย” จากการเมืองที่พิสดาร รัฐบาลนี้โทษใครไม่ได้เพราะเลือกทางนี้เอง นายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นนักธุรกิจ คงคำนวณแล้วว่าคุ้มค่า เพราะแลกกับตำแหน่งนายกฯ และการจัดตั้งรัฐบาล ฝ่ายหนึ่งได้นายกฯ อีกฝ่ายได้ยุบสภาและแก้รัฐธรรมนูญ

ถึงเวลาจะเป็นข้อจำกัด แต่รัฐบาลนี้อาจอยู่ได้ถึง 9 เดือน ไม่ใช่แค่ 4 เดือน นายจุรินทร์มองว่ามี 4 แต้มต่อมากกว่า: 1. ผู้ที่ลงคะแนนให้นายกฯ โดยไม่ขอเก้าอี้รัฐมนตรี ทำให้ “หนูตกถังข้าวสาร” มีเก้าอี้เหลือเฟือ 2. มีงบเหลือปี 2568 กว่า 60,000 ล้านบาท และงบ 2569 อีก 3.78 ล้านล้านบาท รวมงบฉุกเฉิน 98,000 ล้านบาท 3. มีนโยบายสำเร็จรูปจาก MOA 5 ข้อที่ทำได้ทันที 4. เหลือแค่คิดเอง 3 เรื่อง คือ นโยบายแถลง การจัดครม. และการทำให้สำเร็จ MOA อาจลืมปัญหาประชาชน แต่ไม่มีผลผูกพันรัฐสภา

ชม รมต.คนนอก ติ โควตา กลุ่มการเมืองหวยล็อก

การจัดคณะรัฐมนตรีเป็นหัวใจสำคัญ เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับนโยบาย ครม.ชุดนี้มีเก้าอี้เหลือเฟือ แบ่งเป็นคนในจากโควตาพรรค และคนนอก นายจุรินทร์ชมว่านายกฯ แน่มากที่กล้าตั้งรัฐมนตรีที่รัฐบาลที่แล้วไม่กล้า เพราะกลัวซ้ำรอยอดีตนายกฯ สำหรับคนนอก หลายตำแหน่งดีเยี่ยม ถูกฝาทุกตัว แต่บางตำแหน่งทำให้ครม.กระดำกระด่าง นายกฯ คงรู้ในใจ จากการเปิดตัวคนนอกเกือบทุกคน แต่บางตำแหน่งทำลับๆ ล่อๆ จนสุดท้ายหวยล็อกออกมา

สำหรับนโยบาย 7 หน้า 5 หมวด นายจุรินทร์ติง 6 ประเด็นหลัก: 1. โจทย์ประเทศลืมภัยที่ 5 คือคอร์รัปชั่นซึ่งเป็นต้นตอ 2. แก้รัฐธรรมนูญ ถ้าศาลให้แก้ทั้งฉบับแต่ไม่แตะหมวด 1-2 รัฐบาลจะสนับสนุนไหม และมาตรา 60 เรื่องคุณสมบัติซื่อสัตย์ ถ้ากลับหลังหน้ากาก รัฐบาลจะสนับสนุนหรือไม่ 3. ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา จะเอาของที่เสียไปคืนยังไง จัดการบ่อนเขมรล้ำแดนอย่างไร และ MOU 43 หรือ 44 จะทำประชามติเมื่อไหร่ 4. เกษตรกร 9 เดือนพอคลายทุกข์ไหม นโยบายข้าวเกวียน 12,000 บาท มัน 4 บาท/กก. หายไป ต้องจัดการราคาข้าว มันสำปะหลัง ปาล์ม ข้าวโพด ผลไม้ที่ตกต่ำ

5. รักษานิติธรรมเคร่งครัด เจ้าพนักงานใช้กฎหมายเพื่อการเมืองผิดวินัยและอาญา รัฐบาลจะจัดการเด็ดขาดไหม รวมถึงกรมราชทัณฑ์และ DSI ที่ค้างคดีนักการเมือง ถ้ายังทำต่อจะผิดนโยบายนี้หรือไม่ 6. ฝาก 5 คาถา: 6.1 อย่าลืมคำถวายสัตย์ อย่าโกง อาวุธมีไว้รบเขมรไม่ใช่ทิ้งก่อนยุบสภา 6.2 อย่าเล่นพรรคเล่นพวกโยกย้ายขรก. ทำลายอนาคตประเทศ 6.3 อย่าเลือกปฏิบัติ พัฒนาทุกพื้นที่ไม่ใช่แค่ที่เลือกเรา 6.4 อย่าลุแก่อำนาจซ้ำรอยอดีต 6.5 อย่าแทรกแซงยุติธรรม เป็นของแสลงยิ่ง ถ้าทำได้ รัฐบาลจะรอด

การอภิปรายของนายจุรินทร์นี้สะท้อนมุมมองฝ่ายค้านที่ต้องการตรวจสอบเพื่อประชาชน หากรัฐบาลนำไปปรับใช้ จะช่วยให้การบริหารมีประสิทธิภาพมากขึ้น คุณคิดว่านโยบายชุดนี้จะแก้ปัญหาประเทศได้จริงหรือไม่ ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ

ที่มา – “จุรินทร์” ชี้ รัฐบาลอนุทิน “หนูตกถังข้าวสาร” บอกแน่มากกล้าตั้ง รมต. ที่รัฐบาลที่แล้วยังไม่กล้า

เกาหลีใต้ยกเว้นวีซ่ากลุ่มทัวร์จีนกระตุ้นเศรษฐกิจ

เกาหลีใต้ยกเว้นวีซ่ากลุ่มทัวร์จีนกระตุ้นเศรษฐกิจ

เกาหลีใต้ยกเว้นวีซ่ากลุ่มทัวร์จีนเข้าประเทศ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ-สานสัมพันธ์เพื่อนบ้าน เป็นข่าวดีสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีนและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของเกาหลีใต้ โดยรัฐบาลเกาหลีใต้ได้เริ่มมาตรการนี้ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 29 กันยายน 2568 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนำร่องที่มุ่งฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด-19 และเสริมสร้างความสัมพันธ์กับจีน ประเทศเพื่อนบ้านที่สำคัญ

เกาหลีใต้ยกเว้นวีซ่ากลุ่มทัวร์จีนเข้าประเทศ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ-สานสัมพันธ์เพื่อนบ้าน

ภายใต้โครงการนี้ กลุ่มนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่ที่มีสมาชิกอย่างน้อย 3 คน สามารถเดินทางเข้าประเทศเกาหลีใต้และพำนักได้นาน 15 วัน โดยไม่ต้องขอวีซ่า มาตรการดังกล่าวมีกำหนดดำเนินการจนถึงเดือนมิถุนายน 2569 ซึ่งตรงกับช่วงที่การท่องเที่ยวกำลังฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว เกาหลีใต้ยกเว้นวีซ่ากลุ่มทัวร์จีนเข้าประเทศนี้ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาววันชาติจีนระหว่าง 1-8 ตุลาคม ที่จะมาพร้อมกับวันหยุดยาวของเกาหลีใต้ ทำให้คาดว่านักท่องเที่ยวจะพลุกพล่าน

ประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากมาตรการยกเว้นวีซ่า

ภาคธุรกิจในเกาหลีใต้ต่างเตรียมพร้อมรับมือกับกระแสนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้น ตัวอย่างเช่น บริษัทชิลลา ดิวตี้ ฟรี ได้จัดทัวร์เรือสำราญพิเศษสำหรับชาวจีน เพื่อให้พวกเขาสามารถช้อปปิ้งสินค้าหรูหราได้สะดวกยิ่งขึ้น ขณะที่แอปพลิเคชันส่งอาหารยอดนิยมอย่าง Baedal Minjok กำลังเพิ่มตัวเลือกการชำระเงินผ่าน Alipay และ WeChat Pay ซึ่งเป็นระบบที่ชาวจีนคุ้นเคย ทำให้การใช้ชีวิตในเกาหลีใต้สะดวกสบายมากขึ้น เกาหลีใต้ยกเว้นวีซ่ากลุ่มทัวร์จีนเข้าประเทศนี้ ไม่เพียงช่วยกระตุ้นรายได้จากท่องเที่ยว แต่ยังส่งผลดีต่อค้าปลีก โรงแรม และร้านอาหารทั่วประเทศ

ก่อนหน้านี้ จีนเคยเสนอยกเว้นวีซ่าให้ชาวเกาหลีใต้พำนักได้นาน 30 วันตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2567 ซึ่งเป็นการตอบแทนที่เกาหลีใต้หวังจะเสริมสร้างความสัมพันธ์สองฝ่าย การประกาศมาตรการนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 และเป็นครั้งที่สองที่เกาหลีใต้ใช้การยกเว้นวีซ่าแบบกลุ่มสำหรับชาวจีนแผ่นดินใหญ่ ครั้งแรกคือระหว่างธันวาคม 2560 ถึงมีนาคม 2561 เพื่อรองรับการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวที่พยองชาง ซึ่งประสบความสำเร็จในการดึงดูดนักท่องเที่ยว

รัฐบาลชุดใหม่ภายใต้ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง มองว่ามาตรการนี้จะช่วยยกระดับความสัมพันธ์กับจีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำเอเชีย-แปซิฟิกในปลายเดือนตุลาคม 2568 ที่คาดว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะเข้าร่วม ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญในการกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการเมือง

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวเกาหลีใต้

ก่อนเกิดโรคโควิด-19 จีนเป็นตลาดนักท่องเที่ยวหลักของเกาหลีใต้ โดยในปี 2562 มีชาวจีนเดินทางเข้าประเทศกว่า 6 ล้านคน สร้างรายได้มหาศาล แต่หลังโควิด จำนวนลดลงอย่างมาก มาตรการเกาหลีใต้ยกเว้นวีซ่ากลุ่มทัวร์จีนเข้าประเทศนี้ จึงเป็นก้าวสำคัญในการฟื้นฟู ในช่วงปีที่ผ่านมา การท่องเที่ยวเกาหลีใต้เติบโตขึ้น 20-30% ต่อเดือน และคาดว่าปีนี้จะถึงเป้าหมาย 10 ล้านคนจากจีน หากโครงการนำร่องประสบความสำเร็จ อาจขยายไปสู่การยกเว้นวีซ่าทั่วไปในอนาคต

  • ดึงดูดกลุ่มทัวร์ขนาดเล็กเริ่มต้น 3 คน ทำให้เข้าถึงได้ง่าย
  • รองรับช่วงวันหยุดยาว สร้างกระแสท่องเที่ยวทันที
  • เสริมโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การชำระเงินดิจิทัล สำหรับชาวจีน
  • กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยเฉพาะโซลและปูซาน

นอกจากนี้ ยังมีแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่าน K-pop และ K-drama ที่เป็นจุดขายหลักสำหรับชาวจีน ทำให้พวกเขาตื่นเต้นที่จะมาเยือนสถานที่ถ่ายทำซีรีส์ดัง

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ มาตรการนี้ไม่เพียงช่วยเศรษฐกิจ แต่ยังลดความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างสองประเทศที่เคยมีปัญหาจากระบบ THAAD ในปี 2560 ซึ่งทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดฮวบ การยกเว้นวีซ่านี้จึงเป็นสัญญาณบวกสำหรับอนาคต หากคุณกำลังวางแผนท่องเที่ยวเกาหลีใต้ ลองเช็คโปรโมชั่นทัวร์กลุ่มจากจีน หรือหากเป็นคนไทยที่สนใจ สามารถใช้โอกาสนี้เดินทางไปช่วงเดียวกันเพื่อหลีกเลี่ยงฝูงชนได้

สุดท้าย เกาหลีใต้ยกเว้นวีซ่ากลุ่มทัวร์จีนเข้าประเทศนี้ แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในการใช้การท่องเที่ยวเป็นสะพานเชื่อมสัมพันธ์ หากมาตรการนี้สำเร็จ จะเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย

ที่มา – เกาหลีใต้ยกเว้นวีซ่ากลุ่มทัวร์จีนเข้าประเทศ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ-สานสัมพันธ์เพื่อนบ้าน

กกต. สรุปผลเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ เขต 5 จินณ์ตวรรณชนะขาด

การเลือกตั้งซ่อมในพื้นที่ศรีสะเกษ เขต 5 ได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก ล่าสุด กกต. สรุปผลเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ เขต 5 “จินณ์ตวรรณ” ภูมิใจไทยชนะขาด ด้วยคะแนนที่เหนือชั้นจากคู่แข่ง ทำให้พรรคภูมิใจไทยสามารถคว้าที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มอีกหนึ่งตำแหน่ง

กกต. สรุปผลเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ เขต 5 “จินณ์ตวรรณ” ภูมิใจไทยชนะขาด

จากข้อมูลที่ กกต. ประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 การเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ 5 ซึ่งครอบคลุมอำเภอขุนหาญและอำเภอภูสิงห์ เพื่อแทนตำแหน่งที่ว่างลง ได้มีผู้มาใช้สิทธิ์จำนวน 76,231 คน จากผู้มีสิทธิ์ทั้งหมด คิดเป็นสัดส่วน 59.95% ถือเป็นตัวเลขที่น่าพอใจสำหรับการเลือกตั้งซ่อมในครั้งนี้

ผู้ชนะคือ นางสาวจินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล ผู้สมัครหมายเลข 2 จากพรรคภูมิใจไทย ที่ได้รับคะแนนสะสมถึง 40,246 คะแนน สูงกว่าคู่แข่งหลักอย่างนางสาวภูริกา สมหมาย ผู้สมัครหมายเลข 1 จากพรรคเพื่อไทย ที่ได้ 31,577 คะแนน การชนะด้วยคะแนนห่างถึงเกือบ 9,000 คะแนน แสดงให้เห็นถึงความนิยมและการสนับสนุนที่แข็งแกร่งจากชาวศรีสะเกษในพื้นที่นี้

รายละเอียดผลการนับคะแนนและสถิติที่น่าสนใจ

ในส่วนของบัตรที่ใช้ในการเลือกตั้งนั้น พบว่าบัตรดีมีสัดส่วน 94.22% ซึ่งบ่งชี้ถึงความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของกระบวนการ ส่วนบัตรที่ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด หรือ No Vote อยู่ที่ 3.29% ถือว่าน้อยมาก แสดงว่าประชาชนส่วนใหญ่ได้ใช้สิทธิ์ของตนอย่างแท้จริง

  • ผู้สมัครหมายเลข 1 (เพื่อไทย): 31,577 คะแนน
  • ผู้สมัครหมายเลข 2 (ภูมิใจไทย): 40,246 คะแนน (ผู้ชนะ)
  • ผู้มาใช้สิทธิ์: 76,231 คน (59.95%)
  • บัตรดี: 94.22%
  • No Vote: 3.29%

กกต. ยังได้ย้ำว่าการตรวจสอบผลการนับคะแนนจะดำเนินการอย่างละเอียด รวมถึงการรับฟังคำร้องคัดค้านจากทุกฝ่าย หากไม่พบข้อสงสัยในเรื่องความสุจริตและเที่ยงธรรม ผลการเลือกตั้งจะได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการภายใน 60 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง ซึ่งจะช่วยให้สภาผู้แทนราษฎรมีสมาชิกครบจำนวนเร็วขึ้น

การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากตำแหน่งเดิมว่างลง สาเหตุมาจากกรณีผู้แทนเดิมถูกศาลสั่งเพิกถอนสิทธิ์ ทำให้ต้องจัดการเลือกตั้งซ่อมเพื่อให้ประชาชนในเขต 5 ได้มีตัวแทนที่แท้จริง ชาวศรีสะเกษหลายคนแสดงความยินดีกับผลลัพธ์ โดยเฉพาะผู้สนับสนุนพรรคภูมิใจไทยที่มองว่านี่เป็นสัญญาณบวกสำหรับพรรคในอนาคต

นอกจากนี้ ผลการเลือกตั้งยังสะท้อนถึงกระแสการเมืองในภาคอีสานที่กำลังเปลี่ยนแปลง พรรคภูมิใจไทยสามารถขยายฐานเสียงได้ดีในพื้นที่ชนบทอย่างศรีสะเกษ ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีบทบาทสำคัญในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งก่อน ๆ การชนะขาดของจินณ์ตวรรณอาจเป็นตัวอย่างให้พรรคอื่น ๆ พิจารณาในการวางกลยุทธ์หาเสียง

ในมุมมองของนักวิเคราะห์การเมือง ผลนี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพรรครัฐบาล โดยเฉพาะในสภาที่กำลังมีวาระสำคัญรออยู่ หากคุณสนใจข่าวการเมืองล่าสุด แนะนำให้ติดตามเว็บไซต์ของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลแบบเรียลไทม์

สุดท้ายนี้ การเลือกตั้งที่โปร่งใสและเป็นธรรมคือหัวใจของประชาธิปไตยไทย หวังว่าผลครั้งนี้จะนำไปสู่การพัฒนาพื้นที่ศรีสะเกษให้ดียิ่งขึ้น

ที่มา – กกต. สรุปผลเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ เขต 5 “จินณ์ตวรรณ” ภูมิใจไทยชนะขาด

ว่าที่ ผบ.ทร. กดดันกัมพูชารื้อคาสิโนรุกล้ำไทย

ว่าที่ ผบ.ทร. กดดันกัมพูชารื้อคาสิโนรุกล้ำไทย

ในสถานการณ์ชายแดนที่ตึงเครียดระหว่างไทยและกัมพูชา ล่าสุดว่าที่ พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือคนใหม่ ได้ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจน โดยยืนยันว่าจะไม่นิ่งนอนใจต่อปัญหาอาคารคาสิโนที่รุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ไทย จุดนี้เกิดขึ้นที่บ้านท่าเส้น ตำบลทมอดา จังหวัดตราด ซึ่งเป็นประเด็นที่สร้างความกังวลให้กับประชาชนและหน่วยงานความมั่นคงมาอย่างยาวนาน การกดดันกัมพูชารื้อคาสิโนรุกล้ำไทย จึงกลายเป็นวาระสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องจับตามอง

ว่าที่ ผบ.ทร. ยันไม่นิ่งนอนใจ กดดันกัมพูชารื้อคาสิโนรุกล้ำไทย

วันที่ 29 กันยายน 2568 ว่าที่ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีอาคารคาสิโนของกัมพูชาที่บุกรุกเข้ามาในพื้นที่ไทย โดยระบุว่าทางฝ่ายไทยได้ดำเนินการกดดันมาอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมาได้รับข้อมูลว่าฝั่งกัมพูชายังไม่มีการใช้งานอาคารดังกล่าว หากยังไม่ชัดเจนก็จะไม่อนุญาตให้บุคคลเข้าใช้ประโยชน์ แต่เพื่อให้เกิดผลเด่นชัดยิ่งขึ้น ไทยจำเป็นต้องเพิ่มระดับการเจรจาและกดดันให้เข้มข้นมากกว่าเดิม โดยเฉพาะในบริเวณที่ฝั่งกัมพูชาเริ่มมีการก่อสร้างเพิ่มเติม

ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นส่วนหนึ่งของข้อพิพาทชายแดนที่ยืดเยื้อมานาน การกดดันกัมพูชารื้อคาสิโนรุกล้ำไทย ถือเป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ ว่าที่ ผบ.ทร. เน้นย้ำว่าทุกหน่วยงานต้องประสานงานกันอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการต่างประเทศไทย หน่วยงานความมั่นคง หรือกองทัพ เพื่อสร้างแรงกดดันที่ทวีคูณ สร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าปัญหานี้จะได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง

มาตรการเจรจาและกดดันเพื่อรื้อถอนอาคารรุกล้ำ

ในการตอบคำถามว่าการรื้อถอนอาคารคาสิโนนี้ควรเป็นหน้าที่ของฝ่ายใด ว่าที่ ผบ.ทร. ชี้แจงว่าต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน เพราะเรื่องความมั่นคงต้องดูแลโดยหน่วยงานเฉพาะทาง ขณะที่การเจรจาระดับสูงจะมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศนำไปดำเนินการ ยืนยันชัดเจนว่าไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่จะใช้มาตรการกดดันที่เข้มข้นยิ่งขึ้น เพื่อให้ฝั่งกัมพูชาต้องพิจารณาทำลายโครงสร้างที่รุกล้ำ

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเกรงใจนักการเมืองฝั่งไทยที่อาจเกี่ยวข้อง แต่ว่าที่ ผบ.ทร. ย้ำว่าหน่วยงานความมั่นคงจะมุ่งเน้นไปที่การปกป้องดินแดนเท่านั้น โดยให้หน่วยงานในพื้นที่จัดการประเด็นอื่นๆ สำหรับพื้นที่ท่าเส้นนี้ การพูดคุยกับกัมพูชาจะต้องพิจารณาข้อตกลงอย่างรอบคอบ เนื่องจากระบบตรวจการณ์ของไทยมีข้อจำกัดจากภูมิประเทศที่เป็นเหวลึก ขณะที่ฝั่งกัมพูชาเป็นพื้นราบ ทำให้ต้องวางแผนให้รัดกุม

  • ประโยชน์ร่วมกัน: หากสามารถใช้ประโยชน์จากอาคารนี้ร่วมกันได้ จะช่วยลดความขัดแย้ง ตัวอย่างเช่น นำไปใช้เป็นอาคารตรวจการณ์ร่วม
  • ทางเลือกอื่น: ถ้าการเจรจาไม่สำเร็จ ไทยพร้อมใช้วิธีการกดดันอื่นๆ เพื่อบังคับให้เกิดการรื้อถอน
  • ไม่ใช่คาสิโน: ไทยไม่ได้มองว่าจะนำไปทำคาสิโน แต่เน้นการใช้งานที่เป็นประโยชน์ด้านความมั่นคง

ปัญหาการรุกล้ำไม่จำกัดแค่พื้นที่ท่าเส้นเท่านั้น จากการตรวจสอบพบว่ายังมีจุดอื่นๆ ในจังหวัดจันทบุรีและตราด รวม 17 จุดที่กัมพูชาบุกรุก แต่ดีใจที่ไม่มีพื้นที่ใหม่เพิ่มเข้ามา บางจุดเมื่อไทยประท้วง ฝั่งตรงข้ามก็หยุดสร้างหรือปรับเปลี่ยนเส้นทาง เช่น การกลบคูเลตหรือเลี่ยงถนนไปทางอื่น อย่างไรก็ตาม ฐานที่มั่นทางทหารหลักยังคงอยู่ที่บ้านชำราก

การประสานงานเหล่าทัพและรัฐบาลในการกดดัน

เพื่อรับมือกับสถานการณ์ชายแดน ว่าที่ ผบ.ทร. ระบุว่าทุกเหล่าทัพต้องมีการหารือร่วมกัน วางแผนประสานงานระหว่างกองทัพภาคที่ 1, กองทัพภาคที่ 2 และกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรี-ตราด เพื่อให้การดำเนินการไปในทิศทางเดียวกัน นอกจากนี้ รัฐบาลจะใช้เครื่องมือด้านเศรษฐกิจและการทูตควบคู่ไปกับมาตรการทางทหาร สร้างแรงกดดันที่ครอบคลุมทุกมิติ

ส่วนกรณีการขีดเส้นที่จังหวัดสระแก้วในวันที่ 10 ตุลาคม 2568 ให้ชาวกัมพูชาอพยพออกจากบ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว ทหารเราจะสนับสนุนกองทัพภาคที่ 1 อย่างเต็มที่ โดยมีการประสานแผนปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับกองบัญชาการอื่นๆ เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกัน เหมือนการเดินจังหวะเดียวกัน

จากมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกองทัพไทยในการปกป้องชายแดน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญต่อความมั่นคงของชาติ การกดดันกัมพูชารื้อคาสิโนรุกล้ำไทยไม่เพียงช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังปูทางสู่การแก้ไขข้อพิพาทระยะยาว หากประชาชนสนใจติดตามพัฒนาการเพิ่มเติม สามารถสมัครรับข่าวสารจากบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุดได้

ที่มา – ว่าที่ ผบ.ทร. ยันไม่นิ่งนอนใจ เร่งกดดัน “กัมพูชา” รื้ออาคารกาสิโนรุกล้ำแดนไทย

มูรินโญ่ต้องการแสดงเชลซี ‘ฉันอยู่ตรงนี้’

ห้องแต่งตัวเต็มไปด้วยความตกใจ

ผู้เล่นบางคนของเชลซีน้ำตาคลอ ในขณะที่คนอื่นๆ ซ่อนใบหน้า เมื่อโชเซ่ มูรินโญ่เดินไปหาพวกเขาทีละคนเพื่อกล่าวคำอำลา

สิบแปดปีผ่านไปนับจากสมัยแรกของมูรินโญ่ที่สโมสรสิ้นสุดลง แต่ “วันเศร้านั้น” ที่สนามฝึกซ้อมยังคงติดอยู่ในความทรงจำของซาโลมอน คาลู

“มันไม่ใช่แค่ผู้จัดการทีมที่เราสูญเสียไป” คาลู ซึ่งเล่นให้เชลซีตั้งแต่ปี 2006-2012 กล่าว “มันคือบุคคลที่ยิ่งใหญ่ 导师 ผู้ที่ยินดีช่วยเหลือและต่อสู้เพื่อคุณ

“เหตุผลที่เขาเป็น ‘เดอะ สเปเชียล วัน’ เพราะเขามีผลกระทบต่อผู้คน เขานำพาสิ่งพิเศษมาสู่สโมสร”

แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่มีความทรงจำดีๆ เกี่ยวกับมูรินโญ่ จากการกลับมาครั้งที่สองที่เชลซี หรือสโมสรที่เขาเคยคุมทีมหลังจากนั้น

แต่เบนฟิก้าจะหวังว่าทัศนคติพิเศษนั้นจะกลับมาบนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด – ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก – เมื่อมูรินโญ่นำทีมใหม่ของเขากลับมาที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ในวันอังคารนี้

และชายวัย 62 ปีคนนี้จะไม่พอใจแค่นั่งที่โต๊ะชั้นนำของยุโรปอีกครั้ง ดังที่เพื่อนสนิทโชเซ่ เปเซโร่ อธิบาย

“เขาต้องการไปเอาชนะเชลซีเพื่อแสดงให้ทุกคนเห็น ‘ฉันอยู่ตรงนี้'” เขากล่าว

โอกาสที่ไม่คาดคิด

โอกาสเช่นนั้นดูเหมือนจะห่างไกล เมื่อมูรินโญ่ถูกไล่ออกจากเฟนербาฮ์เช่เมื่อเดือนที่แล้ว

แต่โอกาสที่ไม่คาดคิดมาถึงเร็วกว่าที่แม้แต่มูรินโญ่คาดคิด – จากสโมสรที่ตกรอบเพลย์ออฟแชมเปียนส์ลีกของทีมเก่าของเขา

มูรินโญ่กำลังอยู่ในบาร์เซโลนากับภรรยามาติลด์ เมื่อโทรศัพท์จากประธานเบนฟิก้ารูอิ คอสต้าโทรเข้ามา

“คุ้มที่จะคุยไหม?” คอสต้าถาม หลังจากไล่บรูโน่ ลาเก้ ตามความพ่ายแพ้ช็อกของเบนฟิก้าต่อคาราบัค

มันแสดงให้เห็นสถานการณ์ที่ยากลำบากของคอสต้าก่อนการเลือกตั้งประธานสโมสรเดือนหน้า

แต่มูรินโญ่เปิดรับ

事实上 คอสต้าเผยในสัมภาษณ์กับทีวีไอว่า เขาได้ตกลงสัญญาสองปีมูลค่าประมาณ 3 ล้านยูโร (2.6 ล้านปอนด์) สุทธิในช่วงแรก เพิ่มเป็น 4 ล้านยูโร (3.5 ล้านปอนด์) ในฤดูกาลหน้า นั่นคือส่วนหนึ่งของรายได้สูงสุดของเขา

สัญญารวมถึงเงื่อนไขยกเลิกที่ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายสามารถยุติข้อตกลงได้ 10 วันหลังจบฤดูกาลหากต้องการ

ยี่สิบห้าปีหลังจากสมัยแรกที่สั้นๆ ที่เบนฟิก้า ซึ่งเริ่มต้นด้วยประธานคนหนึ่งและจบด้วยอีกคน มูรินโญ่ยินดีเดินเข้าสู่พายุการเมืองอีกครั้งในลิสบอน

แต่นี่คือมูรินโญ่ที่ต่างออกไป จากมือใหม่ที่ไม่เคยคุมทีมสโมสรในปี 2000

ไม่มีใครรู้ดีเท่าโชเซ่ โมไรส์ – ผู้ช่วยของเขาที่เชลซี เรอัล มาดริด และอินเตอร์ มิลาน

“โชเซ่ไม่ใช่แค่ประสบการณ์ ความทะเยอทะยาน และจิตวิญญาณผู้ชนะ” เขากล่าว “เขานำความสามารถในการหล่อหลอมทีมให้ยิ่งใหญ่กว่าผลรวมของส่วนต่างๆ

“เมื่อเขามาที่เบนฟิก้าครั้งแรก ไม่มีใครรู้ว่าเขาทำอะไรได้ และเขาก็จุดประกายไฟขึ้นมา”

มูรินโญ่ไปคว้าแชมป์ใหญ่ 26 รายการที่ปอร์โต้ เชลซี เรอัล มาดริด อินเตอร์ มิลาน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และโรมา

แต่มันสิบปีแล้วที่เขาไม่ได้แชมป์ลีก มากกว่าห้าปีที่เขาไม่ได้คุมแมตช์แชมเปียนส์ลีกจริงๆ และเขามาจากช่วงเวลาที่บอบช้ำที่เฟนербาฮ์เช่

เขาจะย้อนเวลากลับได้จริงหรือ?

มูรินโญ่ต้องการแสดงเชลซี ‘ฉันอยู่ตรงนี้’

ผมขาวขึ้นแล้ว

มูรินโญ้พรรณนาตัวเองว่า “เห็นแก่ผู้อื่นมากขึ้น” และ “เห็นแก่ตัวน้อยลง” ซึ่งจะทำให้คนที่ติดตามอาชีพของเขาหัวเราะ

ผู้จัดการเบนฟิก้ายังยืนยันว่าเขาไม่ได้กลับมาบ้านเกิดเพื่อ “ทำสงคราม” หลังจากติดต่อประธานปอร์โต้อันเดร วิลลาส-โบอัส – เพื่อนร่วมงานเก่า – และประธานสปอร์ติ้ง เฟเดริโก้ วารันดาส

แต่ความหมกมุ่นยังคงอยู่

“คนอื่นยอมรับความพ่ายแพ้ แต่เขาต่อสู้กับมัน” เปเซโร่กล่าว “แม้ตอนนี้ เขายังไม่ยอมแพ้ เขาใช้ชีวิตเพื่อฟุตบอล

“ปกติเมื่ออายุมากขึ้น คุณจะเข้าใจ ‘ฉันแพ้ ไม่เป็นไร มันคือชีวิต’ – แต่เขายังเหมือนเดิม เขามีเพื่อนน้อยกว่าคนอื่นเพราะโฟกัสคือฟุตบอล ฟุตบอล ฟุตบอล เขาเป็นคนหลงใหล เขาไม่ชอบแพ้ เขาต้องการชนะ”

ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่ในสัปดาห์แรกที่เบนฟิก้า มูรินโญ่โจมตีวิดีโอผู้ช่วยผู้ตัดสิน

เขายังพูดตรงๆ กับผู้ตัดสินเซอร์จิโอ้ กูเอลโฮที่ครึ่งเวลาเพื่อถามว่าทำไมไม่แจกใบเหลืองให้ผู้รักษาประตูรีโอ อาวเว เซซารี่ มิชต้า สำหรับการยื้อเวลาในนัดเสมอ 1-1

และเขาไม่ได้ขี้อายในการวิจารณ์ทีมตัวเองต่อสาธารณะ อ้างว่าพวกเขา “ไร้เดียงสา” หลังเสียประตูสุดท้าย

ฟังคุ้นๆ ไหม?

คาลูอายุ 20 เมื่อเข้าร่วมเชลซีและเดินเข้าห้องแต่งตัวหนักแน่นหลังจากคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกติดต่อกันภายใต้มูรินโญ่

ชาวไอวอรีนรู้อย่างรวดเร็วว่าผู้จัดการใหม่ของเขาเป็นคนพูดตรง

“สิ่งที่ผมชอบในตัวเขามากที่สุดคือความซื่อสัตย์” เขากล่าว “เขาไม่เคยปกปิดอะไรเลย ในฐานะนักเตะ ผมเคารพสิ่งนั้น”

คาลูรู้สึกถึงลิ้นมีดคมของมูรินโญ่แม้หลังจากชาวโปรตุเกสจากไป

หลังจากดูคาลูทำประตูใส่ทีมอินเตอร์ มิลานของเขาในปี 2010 มูรินโญ่เคาะประตูรถบัสทีมเชลซีหลังจบแมตช์และขอให้อดีตผู้เล่นมาร่วม

“ตอนอยู่กับฉัน นายไม่ทำประตูแบบนี้” เขาบอกเขา “ระวังตัวด้วย!”

ฟุตบอลเปลี่ยนไป แน่นอน

แต่มูรินโญ่ทำให้ชัดเจนกับผู้เล่นเบนฟิก้าว่าจะ “ตรงไปตรงมา”

นอกจากสัญญาว่าจะพูด “สิ่งดีๆ มากมาย” เขายังสัญญาว่าจะบอก “สิ่งไม่ดีมากมาย”

‘ไฟของโชเซ่ยังไม่มอดดับ’

มูรินโญ่ต้องการแสดงเชลซี ‘ฉันอยู่ตรงนี้’ อีกครั้ง

การจับสลากตารางการแข่งทำให้มูรินโญ่เตรียมพาทีมเบนฟิก้าไปสแตมฟอร์ด บริดจ์แล้ว

และประวัติศาสตร์บอกว่ามันไม่เคยน่าเบื่อเมื่อเขาอยู่ในม้านั่งฝั่งตรงข้าม

มูรินโญ่ประกาศว่า“ยูดาสคืออันดับหนึ่ง” หลังจากแฟนเชลซีหันหลังให้เขาในสมัยแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

อีกครั้ง ชาวโปรตุเกส – ซึ่งบ้านครอบครัวอยู่ไม่ไกลจากสนาม – ยกสามนิ้วเพื่อบ่งบอกจำนวนแชมป์ที่เขาคว้าที่สโมสร

เขาแม้กระทั่งไปรับงานสเปอร์สในปี 2019 หลังจากเคยอ้างว่าไม่สามารถทำได้เพราะ “รักแฟนเชลซีมากเกินไป”

บางทีจึงไม่แปลกที่คุณจะไม่พบภาพถ่ายของผู้จัดการที่ประสบความสำเร็จที่สุดของเชลซีบนกำแพงตำนานนอกสแตมฟอร์ด บริดจ์ และเสื้อโค้ทอาร์มานี่เครื่องหมายการค้าของเขาไม่โดดเด่นในพิพิธภัณฑ์สโมสรเหมือนเคย

แต่คุณูปการของเขาไม่ได้ถูกลืม

ทิม รอลส์ ผู้ถือตั๋วฤดูกาลทำนายแม้ว่ามูรินโญ่จะได้รับการต้อนรับ “เชิงบวกมาก” ในวันอังคาร

“เขาทำมากมายให้สโมสร” เขากล่าว “เขาคว้าแชมป์ลีกสามสมัยและพลิกโฉมสโมสร มัน 20 ปีแล้วนับจากแชมป์แรกภายใต้เขา

“我知道ว่าเขาเป็นผู้จัดการสเปอร์ส แต่那是เมื่อนานมาแล้ว และถ้าดูโดยรวม เขาเป็นสิ่งยิ่งใหญ่สำหรับเชลซี ฟุตบอลคลับ ผมไม่คิดว่าจะมีความเป็นศัตรูเลย”

แน่นอนว่านัดนี้รู้สึกต่างออกไปเพราะมูรินโญ่ไม่ได้คุมคู่แข่งในลีก

แต่ผู้จัดการเบนฟิก้าพูดถึง “การลืมความรู้สึก” แล้ว ซึ่งไม่แปลกสำหรับคนที่รู้จักเขาดี

“เราทุกคนพัฒนา” โมไรส์กล่าว “เวลาขอให้เราเป็นเช่นนั้น แต่ความหลงใหลและความทะเยอทะยานยังเหมือนเดิม ไฟของโชเซ่ยังไม่มอดดับ”

การกลับมาของมูรินโญ่ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ครั้งนี้คือโอกาสที่จะพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง แฟนๆ เชลซีควรจับตาดูว่าเขาจะแสดง ‘ฉันอยู่ตรงนี้’ อย่างไร นี่คือการปะทะที่น่าตื่นเต้นที่หาได้ยากในแชมเปียนส์ลีก

รายงานเพิ่มเติมโดย Nizaar Kinsella

ที่มา – Mourinho wants to show Chelsea ‘I am here’ on return