วัน: 1 ตุลาคม 2025

การมีส่วนร่วมของอิสราเอลไม่อยู่ในวาระ FIFA

การมีส่วนร่วมของอิสราเอลไม่อยู่ในวาระ FIFA สำหรับการประชุมคณะกรรมการ FIFA ที่จะจัดขึ้นในซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในวันพฤหัสบดีนี้ สร้างความสนใจจากทั่วโลก โดยเฉพาะท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อหน่วยงานฟุตบอลในการลงโทษอิสราเอล หลังจากคณะกรรมาธิการสอบสวนของสหประชาชาติสรุปเมื่อเดือนที่แล้วว่าอิสราเอลกระทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ต่อชาวปาเลสไตน์ในกาซา

การมีส่วนร่วมของอิสราเอลไม่อยู่ในวาระ FIFA แต่ยังมีโอกาสหารือ

แม้ว่าเรื่องนี้จะไม่อยู่ในวาระหลัก แต่ก็อาจถูกนำมาพูดคุยภายใต้หัวข้อ ‘อื่นๆ’ ได้ BBC Sport ได้ติดต่อ FIFA แล้วเพื่อสอบถามว่าการมีส่วนร่วมของอิสราเอลในฟุตบอลระหว่างประเทศจะถูกหารือหรือไม่ ในปัจจุบัน ทีมชาติอิสราเอลกำลังลงแข่งขันในรอบคัดเลือกยุโรปสำหรับฟุตบอลโลกชายฤดูร้อนหน้า ขณะที่สโมสรยิวอย่าง Maccabi Tel Aviv ก็กำลังเล่นในยูโรป้า ลีก

แรงกดดันจากองค์กรสิทธิมนุษยชนต่อ FIFA และ UEFA

องค์กรแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเป็นหน่วยงานล่าสุดที่เรียกร้องให้ FIFA ซึ่งจัดการฟุตบอลโลก และ UEFA ซึ่งจัดการแข่งขันในยุโรป สั่งพักการแข่งขันของสมาคมฟุตบอลอิสราเอล (IFA) จากทัวร์นาเมนต์ของทั้งสององค์กร รองประธาน FIFA อย่าง Victor Montagliani กล่าวว่า UEFA ควรเป็นผู้ตัดสินใจ เนื่องจากอิสราเอลเป็นสมาชิกของ UEFA “ก่อนอื่นและสำคัญที่สุด อิสราเอลเป็นสมาชิกของ UEFA เหมือนกับที่ผมต้องจัดการกับสมาชิกในภูมิภาคของผมด้วยเหตุผลใดๆ พวกเขาต้องจัดการเรื่องนั้นเอง” เขากล่าว

ทีมชาติอิสราเอลอยู่อันดับสามในกลุ่มคัดเลือกฟุตบอลโลกที่จัดการโดย UEFA โดยตามหลังผู้นำกลุ่มอย่างนอร์เวย์ 6 แต้ม ทีมหัวหน้าสุดของแต่ละกลุ่มจะได้สิทธิ์เข้ารอบอัตโนมัติ ขณะที่รองอันดับสองจะเข้าเพลย์ออฟ ฟุตบอลโลก 2026 จะถูกจัดร่วมโดยสหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และแคนาดา

รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้สัญญาว่าจะต่อสู้กับความพยายามใดๆ ที่จะขัดขวางการมีส่วนร่วมของอิสราเอล รายงานของสหประชาชาติบอกว่ามีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่าสี่ในห้าพฤติกรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ตามกฎหมายระหว่างประเทศถูกกระทำตั้งแต่เริ่มสงครามในปี 2023

คณะผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติได้เรียกร้องให้ FIFA และ UEFA พักทีมชาติอิสราเอลจากการแข่งขันฟุตบอลระหว่างประเทศ โดยกล่าวว่า “กีฬาต้องปฏิเสธภาพลักษณ์ที่ว่าทุกอย่างเป็นปกติ”

อิสราเอลปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าการกระทำของตนในกาซาเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และอ้างว่าเป็นการป้องกันตัวที่ชอบธรรม กระทรวงการต่างประเทศของอิสราเอลเรียกรายงานของสหประชาชาติว่า “บิดเบือนและเท็จ”

ในขณะเดียวกัน แบรนด์กีฬา Reebok ยืนยันว่ารายงานที่ว่าพวกเขาขอให้ IFA เอาลายเซ็นของบริษัทออกจากชุดแข่งเป็น “ไม่จริง” หลังจากการสนทนาระหว่างประธาน IFA Moshe Zuares Reebok และตัวแทนจำหน่ายในท้องถิ่น บริษัทได้ยกเลิกการตัดสินใจยุติสัญญากับทีมชาติอิสราเอล และชุดแข่งในนัดระหว่างประเทศจะยังคงมีโลโก้ของบริษัทตามเดิม คำแถลงของ IFA ที่รายงานโดย Telegraph ระบุ

โฆษกของ Reebok กล่าวว่าบริษัท “ภูมิใจในประวัติศาสตร์ที่เป็นตัวรวมวัฒนธรรมทั้งในและนอกสนาม” พวกเขาเสริมว่า “เราจะยังคงรักษาคำมั่นสัญญาของแบรนด์และตัวแทนจำหน่ายในท้องถิ่นต่อ IFA เราทำกีฬา ไม่ทำการเมือง”

ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของกีฬาโลกที่ผสมผสานกับการเมืองระหว่างประเทศ การมีส่วนร่วมของอิสราเอลไม่อยู่ในวาระ FIFA ครั้งนี้ แต่แรงกดดันยังคงมีอยู่ และอาจส่งผลกระทบต่ออนาคตของฟุตบอลในภูมิภาค

  • แรงกดดันจาก UN และ Amnesty ต่อ FIFA และ UEFA
  • สถานะปัจจุบันของทีมอิสราเอลในรอบคัดเลือก
  • การตอบสนองจากแบรนด์กีฬาและรัฐบาล

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ กีฬาควรเป็นเวทีที่รวมคน แต่เมื่อเกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน การตัดสินใจของ FIFA จะถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด คุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างและติดตามข่าวฟุตบอลล่าสุดจากเราเพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ

ที่มา – Israel participation not on Fifa agenda

เราจะหยุดไม่อยู่ กิบส์-ไวท์รอฟอร์เรสต์คลิก

“เราจะหยุดไม่อยู่ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อพยายามก้าวสู่จุดสูงสุด คุณจะมีช่วงสะดุดเสมอ แต่เมื่อเราได้ชัยชนะแรก เราจะหยุดไม่อยู่”

ความมั่นใจที่แผ่ออกมาจากมอร์แกน กิบส์-ไวท์ แสดงให้เห็นว่าทีม Nottingham Forest ไม่ขาดความเชื่อมั่น

พวกเขายังคงรอชัยชนะแรกภายใต้การคุมทีมของ Ange Postecoglou หลังจาก 5 นัดแรก และจะเผชิญกับ FC Midtjylland ในยูโรป้า ลีก วันพฤหัสบดีนี้

เราจะหยุดไม่อยู่ กิบส์-ไวท์รอฟอร์เรสต์คลิก

Postecoglou เข้ามาแทนที่ Nuno Espirito Santo เมื่อเดือนที่แล้ว โดย Nuno นำ Forest กลับสู่ฟุตบอลยุโรปครั้งแรกในรอบ 30 ปี ด้วยเป้าหมายชัดเจนในการคว้าแชมป์

หลังจากคว้าแชมป์ยูโรป้า ลีกกับท็อตแนมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ก่อนถูกไล่ออก 16 วันต่อมา โค้ชวัย 60 ปีคนนี้รู้ดีว่าความก้าวหน้าฟุตบอลไม่ได้เป็นเส้นตรงเสมอไป ซึ่ง กิบส์-ไวท์ ก็เห็นด้วย

“เส้นทางสู่จุดสูงสุดไม่ได้สวยงามเสมอไป และไม่ใช่ทุกครั้งที่เต็มไปด้วยความรุ่งโรจน์ ในช่วงเดือนครึ่งที่ผ่านมา เราเปลี่ยนผู้จัดการทีม” นักเตะทีมชาติอังกฤษคนนี้กล่าว

“มีหลายสิ่งที่เกิดขึ้นในสโมสร เราไม่มีชัยชนะเลย ดังนั้นมันจึงไม่ใช่ทุกอย่างที่รุ่งเรือง เราเคยตกชั้น และมีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ตอนนี้เราอยู่ในยุโรปแล้ว”

“ผู้จัดการทีมปรับตัวกับกลุ่มนักเตะได้ดี เราเชื่อมั่นในเขาและไอเดียของเขา เขาได้รับการเคารพในทีม และคุณสามารถเห็นได้จากสไตล์การเล่นของเรา”

“แน่นอนว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่เมื่อได้ชัยชนะแรก เราจะไม่มีปัญหา”

เราจะหยุดไม่อยู่ กิบส์-ไวท์รอฟอร์เรสต์คลิกเข้าที่

นี่คือการแข่งขันยุโรปครั้งแรกที่ City Ground นับตั้งแต่ปี 1996 ที่ Bayern Munich ชุดที่มี Jurgen Klinsmann, Oliver Kahn และ Lothar Matthaus ถล่มพวกเขาด้วยสกอร์ 5-1 ในเดือนมีนาคม

Forest ไม่ได้กลับมาด้วยการแพ้รอบ 8 ทีมสุดท้ายกับ Bayern ด้วยสกอร์รวม 7-2 ก่อนที่ Bayern จะคว้าแชมป์

Midtjylland มาเยือนหลังจาก Forest เสมอ 2-2 กับ Real Betis ในนัดเปิดยุโรปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

การได้คะแนนในนัดยุโรปแรกที่มองว่าเป็นความผิดหวัง – Anthony ทำประตูตีเสมอในนาทีสุดท้าย – แสดงให้เห็นว่า Forest มาถึงจุดไหนแล้ว ใน 15 เดือนนับจากรอดตกชั้นในวันสุดท้ายของฤดูกาล 2023-24

และหลังจากห่างหายไปนาน ฟุตบอลยุโรปคือสิ่งที่ Forest จะต้องรักษาไว้ ซึ่ง Postecoglou ตระหนักดี

“ผมรู้สึกเป็นเกียรติจริงๆ นั่นคือผลจากการทำงานของคนอย่าง Coops (Steve Cooper) และ Nuno ที่นำเราไปสู่จุดนี้ ผมคือผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ และผมไม่ดูเบาเรื่องนี้” เขากล่าว

“มันเป็นเกียรติ แต่ผมตั้งตารอ – ความรับผิดชอบในการนำสโมสรกลับสู่ยุโรปครั้งแรกใน 30 ปี และหวังว่าจะเป็นแคมเปญที่น่าจดจำ สิ่งสำคัญกว่าคือ สโมสรฟุตบอลแห่งนี้ต้องการทำแบบนี้ทุกฤดูกาล”

“คืนยุโรปคือคืนพิเศษ หลังจากห่างหาย 30 ปี ผมเชื่อว่ามันจะเป็นคืนที่น่าประทับใจ”

บริบทสำคัญในการมองการเริ่มต้นที่ช้า

นัดเปิดฤดูกาลที่แพ้ Arsenal 3-0 เมื่อเดือนที่แล้ว เกิดหลังจากการฝึกซ้อมเต็มทีมครั้งแรกหลังเบรกทีมชาติ

มีช่วงเวลาที่เห็นสไตล์การเล่นที่ไหลลื่น รวดเร็วสูงตามที่เขาต้องการ แต่ยังไม่สามารถคว้าผลลัพธ์ได้ เสมอ 1-1 ในพรีเมียร์ลีกที่ Burnley หลังจากล้มเหลวในช่วงท้ายในคาราบาว คัพ ที่ Swansea

ไม่ว่าจะ 5 นัด Postecoglou คุมทีมมาเพียง 22 วัน ด้วยเวลาฝึกซ้อมจำกัด ทำให้ไม่มีปัญหาภายในจากผลงานไร้ชัยชนะ พวกเขาเชื่อว่าต้องใช้เวลา

“สิ่งสำคัญที่ผู้จัดการพูดคือ เมื่อทุกคนเข้าใจสไตล์และแทคติก ผลลัพธ์จะมาถึงเร็วขึ้น” ฟูลแบ็ค Neco Williams บอกกับ Sky Sports เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

“ตอนนี้ขึ้นอยู่กับเราที่จะปรับตัวกับแทคติกและสไตล์ใหม่ ซึ่งแตกต่างจากผู้จัดการคนก่อน ยิ่งปรับตัวได้เร็ว ผลลัพธ์จะมาเร็ว”

Postecoglou เองมั่นใจว่าผลลัพธ์จะมาถึงเมื่อทีมปรับตัวกับสไตล์ของเขา หลังจากเกือบ 2 ปีภายใต้ Nuno

จนถึงตอนนี้ สถิติดูคล้ายกัน – แม้ความ expansive ของทีมจะชัดเจน

ภายใต้ Nuno ที่คุม 3 นัดลีกฤดูกาลนี้ Forest มี possession 57% เทียบกับ 58% ภายใต้ Postecoglou

Forest ทำพาสเพิ่ม 146 ครั้งใน 3 นัดลีกกับโค้ชใหม่ และยิง 44 ครั้ง – เทียบกับ 31 ครั้งภายใต้ Nuno – แต่ทำประตูได้แค่ครั้งเดียว

พวกเขาเจอการยิงมากกว่า (39) ในนัดของ Postecoglou เทียบกับ 30 ครั้งภายใต้ Nuno แต่ xG ต่อสู้ลดจาก 5.0 เป็น 3.9

เมื่อดู Tottenham ของ Postecoglou เทียบ Forest ของ Nuno เมื่อฤดูกาลที่แล้ว มีความแตกต่างชัดเจนในเมตริกสำคัญ

Spurs ทำข้อผิดพลาดนำไปสู่ประตู 11 ครั้ง เทียบกับ 4 ครั้งของ Forest ในขณะที่ xG ต่อสู้ของ Spurs สูงเป็นอันดับ 4 ในลีกที่ 64.3 โดย Forest อันดับ 12 ที่ 49.6

Forest ทำพาส 12,956 ครั้งใน 2024-25 ซึ่งต่ำสุดในลีก ขณะที่ Spurs อันดับ 6 ที่ 18,248

Spurs ยังมี possession มากกว่า xG มากกว่า และครอสมากกว่า – แสดงสไตล์บุกของ Postecoglou – แต่ Forest จบอันดับ 7 ห่าง Tottenham ที่อันดับ 17 ถึง 27 คะแนน

“เราต้องพัฒนาฟุตบอลของเราให้ดีขึ้น” Postecoglou กล่าว “ไม่ใช่เพราะลดแรงกดดัน แต่ผมเชื่อว่าทีมเราจะเป็นทีมชั้นนำและผลลัพธ์จะไหลมา”

“ผมไม่อยากให้ถึงช่วงท้ายฤดูกาลแล้วมองย้อนและเสียดายที่ไม่มีชัยชนะเพิ่ม ผมไม่อยากไล่ตามตัวเอง”

“ผมมั่นใจว่าผลลัพธ์จะมา และเราจะเป็นทีมที่น่าดูด้วยสไตล์การเล่น และผลลัพธ์จะตามมา”

“สำคัญในช่วงเริ่มต้นที่ชนะนัดเพื่อให้เมื่อทุกอย่างคลิก คุณอยู่ในตำแหน่งที่ดีเพื่อความสำเร็จ”

จากมุมมองของผม การปรับตัวของ Forest ภายใต้ Postecoglou จะนำมาซึ่งความสำเร็จยิ่งใหญ่ หากแฟนๆ สนับสนุนต่อไป พวกเขาจะกลับมาเป็นทีมที่น่ากลัวในยุโรป ลองติดตามและเชียร์ Forest ให้คลิกเข้าที่กันเถอะ!

ที่มา – ‘We’ll be unstoppable’ – Gibbs-White waiting for Forest to click

ตึกอพาร์ตเมนต์ 20 ชั้นในนิวยอร์กพังถล่มบางส่วน คาดแก๊สระเบิด

ตึกอพาร์ตเมนต์ 20 ชั้นในนิวยอร์กพังถล่มบางส่วน คาดแก๊สระเบิด เป็นข่าวร้ายที่เกิดขึ้นในเมืองใหญ่ของสหรัฐอเมริกา เมื่ออาคารที่อยู่อาศัยสูง 20 ชั้นในเขตบรองซ์ รัฐนิวยอร์ก เกิดพังถล่มลงมาบางส่วน โดยสาเหตุเบื้องต้นมาจากการระเบิดของแก๊ส แต่โชคดีที่ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต เรื่องนี้ทำให้หลายคนตื่นตัวเรื่องความปลอดภัยในอาคารสูง

ตึกอพาร์ตเมนต์ 20 ชั้นในนิวยอร์กพังถล่มบางส่วน คาดแก๊สระเบิด: รายละเอียดเหตุการณ์

เหตุการณ์ตึกอพาร์ตเมนต์ 20 ชั้นในนิวยอร์กพังถล่มบางส่วน คาดแก๊สระเบิด เกิดขึ้นเมื่อเช้าวันพุธที่ 1 ตุลาคม 2568 ตามเวลาท้องถิ่น โดยประมาณ 8.10 น. สำนักข่าวต่างประเทศอย่าง BBC รายงานว่า ตึกดังกล่าวชื่อ “มิทเชล เฮาส์เซส” (Mitchel Houses) เป็นอาคารสาธารณะที่รัฐบาลนิวยอร์กเป็นเจ้าของ ตั้งอยู่ในเขตบรองซ์ ซึ่งเป็นย่านที่มีประชากรหนาแน่น

ภาพจากโซเชียลมีเดียเผยให้เห็นว่ามุมหนึ่งของอาคารพังทลายลงทั้งหมด ท่ามกลางควันและฝุ่นฟุ้งกระจาย แต่ทางการท้องถิ่นยืนยันว่า ไม่มีห้องพักอาศัยที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ทำให้ผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่ปลอดภัย สำนักงานดับเพลิงนิวยอร์กกำลังเร่งตรวจสอบและตอบสนองต่อเหตุการณ์นี้ทันที โดยเบื้องต้นคาดว่าเป็นการรั่วไหลของแก๊สที่นำไปสู่การระเบิด

สาเหตุเบื้องต้นของตึกอพาร์ตเมนต์ 20 ชั้นในนิวยอร์กพังถล่มบางส่วน

จากข้อมูลเบื้องต้น ตึกอพาร์ตเมนต์ 20 ชั้นในนิวยอร์กพังถล่มบางส่วน คาดแก๊สระเบิด อาจเกิดจากการเปิดใช้งานเครื่องทำความร้อนครั้งแรกในฤดูใบไม้ร่วง วันที่ 1 ตุลาคมเป็นวันแรกที่เครื่องต้มน้ำ (boilers) ถูกเปิด เพื่อเตรียมรับมืออากาศหนาวเย็น นายเอริก อดัมส์ นายกเทศมนตรีนิวยอร์ก กล่าวว่า ผู้อยู่อาศัยจำนวนมากกำลังเปิดสวิตช์เครื่องต้มน้ำของตัวเอง ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสี่ยงหากไม่มีการบำรุงรักษาที่ดี

นอกจากนี้ อาคารยังมีประวัติการละเมิดกฎหมายที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข 3 รายการ ตามข้อมูลจาก BBC แต่กรรมาธิการกรมอาคารของนครนิวยอร์ก นายเจมส์ อ็อดโด ชี้แจงว่า ข้อละเมิดเหล่านี้เป็นบกพร่องที่ “ไม่เกี่ยวข้อง” กับความปลอดภัยของเครื่องต้มน้ำ และยังไม่ทราบความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์นี้ เขาขอให้สังคมอย่าด่วนสรุปสาเหตุ

ผลกระทบและมาตรการป้องกันหลังเหตุตึกอพาร์ตเมนต์ 20 ชั้นในนิวยอร์กพังถล่มบางส่วน

แม้จะไม่มีผู้บาดเจ็บ แต่เหตุตึกอพาร์ตเมนต์ 20 ชั้นในนิวยอร์กพังถล่มบางส่วน คาดแก๊สระเบิด สร้างความกังวลให้กับชุมชนในบรองซ์และทั่วทั้งนิวยอร์ก เจ้าหน้าที่กำลังประเมินสถานการณ์อย่างละเอียด เพื่อตรวจสอบโครงสร้างอาคารที่เหลือและหาสาเหตุที่แท้จริง นายกเทศมนตรีอดัมส์เรียกร้องให้ผู้อยู่อาศัยในอาคารสูงใช้งานแก๊สและเครื่องทำความร้อนอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนฤดู

  • ตรวจสอบเครื่องต้มน้ำและระบบแก๊สเป็นประจำ เพื่อป้องกันการรั่วไหล
  • หลีกเลี่ยงการเปิดใช้งานอุปกรณ์โดยไม่มีการบำรุงรักษา
  • รายงานความผิดปกติทันทีหากพบกลิ่นแก๊สหรือเสียงแปลกๆ
  • รัฐบาลควรเร่งตรวจสอบอาคารเก่าในย่านหนาแน่น เพื่อลดความเสี่ยง

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการบำรุงรักษาอาคารสูง โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่อากาศหนาวเย็นต้องพึ่งพาระบบทำความร้อน หากคุณอาศัยในอพาร์ตเมนต์หรือคอนโด ควรตรวจสอบระบบความปลอดภัยของตัวเองบ้าง

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าระบบโครงสร้างพื้นฐานในเมืองใหญ่ต้องได้รับการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องชีวิตผู้อยู่อาศัย คุณคิดอย่างไร ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ

ที่มา – ตึกอพาร์ตเมนต์ 20 ชั้นในนิวยอร์กพังถล่มบางส่วน คาดแก๊สระเบิด

เบลลิงแฮม คว้ารางวัลนักเตะชายยอดเยี่ยมอังกฤษ

จู๊ด เบลลิงแฮม ได้รับเลือกเป็นนักเตะชายยอดเยี่ยมของทีมชาติอังกฤษ สำหรับฤดูกาล 2024-25

เบลลิงแฮม วัย 22 ปี ซึ่งเป็นกองกลางของเรอัล มาดริด ยิงได้ 1 ประตูจาก 8 นัดที่ลงเล่น ขณะที่ทีมชาติอังกฤษเลื่อนชั้นในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก ภายใต้การนำของกุนซือชั่วคราว ลี คาร์สลีย์ ก่อนจะเริ่มต้นการแข่งขันรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกกับโธมัส ทูเคิ่ล ผู้จัดการทีมคนใหม่

เขาครองอันดับหนึ่งเหนือเดแคลน ไรซ์ และแฮร์รี่ เคน ที่ได้อันดับสองและสามตามลำดับ จากการโหวตของแฟนบอล

เบลลิงแฮม เป็นนักเตะคนที่สองที่คว้ารางวัลนี้ในขณะที่เล่นให้สโมสรนอกอังกฤษ โดยก่อนหน้านี้ โอเว่น ฮาร์กรีฟส์ จากบาเยิร์น มิวนิค ได้รับรางวัลในปี 2006

เบลลิงแฮม ยิงประตูใส่กรีซในเนชันส์ ลีก เดือนตุลาคม 2024 สร้าง 2 แอสซิสต์ และได้จุดโทษในนัดกับสาธารณรัฐไอร์แลนด์ เดือนพฤศจิกายน ก่อนจะแอสซิสต์อีก 1 ครั้งในนัดคัดเลือกฟุตบอลโลกกับแอลเบเนีย เดือนมีนาคม

เขากลับมาฟิตเต็มที่หลังจากบาดเจ็บไหล่ที่ต้องผ่าตัดในเดือนกรกฎาคม และพักยาวจนถึงเดือนกันยายน

เบลลิงแฮม คาดว่าจะพร้อมลงเล่นในนัดต่อไปของอังกฤษกับเวลส์ในวันที่ 9 ตุลาคม และลัตเวียในวันที่ 14 ตุลาคม (ทั้งคู่นัดเวลา 19:45 BST)

โคล พาล์มเมอร์ คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำปีที่แล้ว ขณะที่บูกาโย่ ซาก้า คว้า 2 สมัยติดต่อกันก่อนหน้า

ผู้ชนะรางวัลนักเตะหญิงยอดเยี่ยมจะถูกประกาศในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ โดยอัลเลสซิอา รุสโซ่ เป็นหนึ่งใน 18 ผู้ท้าชิง หลังจากเธอพาทีมชาติหญิงอังกฤษคว้าแชมป์ยูโรเป็นสมัยที่สอง นับตั้งแต่คว้ารางวัลส่วนตัวเมื่อปีที่แล้ว

เบลลิงแฮม นักเตะชายยอดเยี่ยมอังกฤษ จะเป็นปัจจัยสำคัญหากทูเคิ่ลพาฟุตบอลโลกสู่ความสำเร็จ

การที่เบลลิงแฮม ได้รับเลือกเป็นนักเตะชายยอดเยี่ยมของทีมชาติอังกฤษ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของเขาที่มีต่อสามสิงโต

เขาสร้างโมเมนต์สุดยอดหลายครั้ง เช่น การโหม่งลูกในช่วงทดเจ็บใส่สโลวาเกียในยูโรเมื่อปีที่แล้ว และในวัยเพียง 22 ปี เขามีประสบการณ์ติดทีมชาติถึง 44 นัดแล้ว

ในฤดูกาลที่ผ่านมา อิทธิพลของเขายิ่งเพิ่มขึ้น ด้วยส่วนร่วมในการทำประตู 5 ครั้งจาก 8 นัดที่ลงเล่น

เขาลงตัวจริงทุกนัดคัดเลือกฟุตบอลโลกที่ฟิตพอภายใต้ทูเคิ่ล แต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เคยตึงเครียด เมื่อกุนซืออังกฤษวิจารณ์พฤติกรรมของเบลลิงแฮม ในสนามว่า “น่ารังเกียจ” ระหว่างสัมภาษณ์สด

ทูเคิ่ล ขอโทษแล้ว และมักจะยกย่องเบลลิงแฮม อยู่เสมอ

เบลลิงแฮม พลาดนัดที่ดีที่สุดภายใต้ทูเคิ่ล เมื่ออังกฤษถล่มเซอร์เบีย 5-0 เดือนที่แล้ว แต่หลังจากหายจากปัญหาไหล่ เขาควรกลับมาลงตัวจริงทันทีในช่วงพักเบรกทีมชาติรอบนี้ ขณะที่ทูเคิ่ล พยายามหาสุดยอด 11 ตัวจริง

ศักยภาพของเบลลิงแฮม ในฐานะนักเตะชายยอดเยี่ยมอังกฤษ

เบลลิงแฮม สะสมประสบการณ์จากทัวร์นาเมนต์ใหญ่ 3 ครั้ง คว้าแชมป์กับเรอัล มาดริด และเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผู้นำในทีมชาติอังกฤษ ดังนั้น หากทูเคิ่ล พาอังกฤษคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกฤดูร้อนหน้า ศักยภาพของเบลลิงแฮม จะเป็นปัจจัยหลักอย่างแน่นอน

ในฐานะแฟนฟุตบอล เราควรจับตาดูการพัฒนาของเบลลิงแฮม ต่อไป เพราะเขาอาจกลายเป็นสตาร์ตัวจริงของอังกฤษในอนาคตอันใกล้ การเล่นของเขาที่ผสมผสานระหว่างความดุดันและความฉลาด จะช่วยให้ทีมชาติอังกฤษแข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในศึกรอบคัดเลือกและทัวร์นาเมนต์ใหญ่

ไม่เพียงแต่ผลงานในนานาชาติ แต่เบลลิงแฮม ยังเป็นกำลังสำคัญในสโมสรเรอัล มาดริด ที่เขาช่วยพาทีมคว้าแชมป์ลาลีกาและแชมเปี้ยนส์ลีก การกลับมาจากอาการบาดเจ็บ ทำให้เขาเตรียมพร้อมสำหรับฤดูกาลใหม่ที่จะท้าทายยิ่งขึ้น

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบฟุตบอลอังกฤษ การติดตามเบลลิงแฮม จะเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น ลองติดตามนัดต่อไปของทีมชาติ และดูว่าเขาจะสร้างเซอร์ไพรส์อะไรอีกบ้าง

คุณคิดว่าเบลลิงแฮม จะพาอังกฤษคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้หรือไม่? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – Bellingham named England men’s player of the year

Finalissima คืออะไร?

Finalissima คืออะไร? Finalissima คือการแข่งขันฟุตบอลที่จัดขึ้นระหว่างแชมป์โคปา อเมริกา ล่าสุดจากทวีปอเมริกาใต้ กับแชมป์ยูโร จากทวีปยุโรป โดยจัดการโดยสมาพันธ์ฟุตบอลอเมริกาใต้ (Conmebol) และสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (Uefa) การแข่งขันนี้ถือเป็นแมตช์พิเศษที่นำทีมชาติดีที่สุดจากทั้งสองทวีปมาปะทะกัน เพื่อชิงความเป็นแชมป์ระดับทวีป

สำหรับ Finalissima ชายที่กำลังจะมาถึงในปี 2026 จะเป็นการดวลกันระหว่างแชมป์อเมริกาใต้อย่างอาร์เจนตินา กับแชมป์ยุโรปอย่างสเปน อาร์เจนตินาจะพยายามป้องกันแชมป์เก่า หลังจากที่เคยเอาชนะอิตาลี แชมป์ยูโร 2020 ไป 3-0 ที่สนามเวมบลีย์ในปี 2022 ซึ่งเป็นชัยชนะที่น่าประทับใจมาก โดยมีลิโอเนล เมสซี่ และเพื่อนๆ สร้างประวัติศาสตร์ให้กับทีม

ในส่วนของ Finalissima หญิง อังกฤษคือแชมป์รายการแรก โดยเอาชนะบราซิล 4-2 ในการดวลจุดโทษ หลังเสมอ 1-1 ในเดือนมิถุนายน 2023 การแข่งขันนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มความตื่นเต้นให้กับแฟนฟุตบอล แต่ยังช่วยเชื่อมโยงฟุตบอลจากทั้งสองทวีปให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น

Finalissima คืออะไร? ประวัติศาสตร์เริ่มต้นอย่างไร

ก่อนหน้านี้ Finalissima เคยถูกเรียกว่า European/South American Nations Cup ซึ่งมีการแข่งขันเพียงสองครั้งเท่านั้น ในปี 1985 และ 1993 ก่อนที่จะถูกยกเลิกไปจนกระทั่งกลับมาอีกครั้งในปี 2022 ในปี 1985 แชมป์ยูโร 1984 อย่างฝรั่งเศสเอาชนะอุรุกวัย แชมป์โคปา อเมริกา 1983 ไป 2-0 ซึ่งเป็นการเริ่มต้นที่น่าจดจำ

หลังจากนั้น ไม่มีการแข่งขันระหว่างแชมป์ยูโร 1988 อย่างเนเธอร์แลนด์กับอุรุกวัย แชมป์โคปา อเมริกา 1987 เนื่องจากไม่สามารถตกลงวันแข่งขันได้ และในปี 1993 อาร์เจนตินา แชมป์โคปา อเมริกาเอาชนะเดนมาร์ก แชมป์ยูโร 1992 ไป 5-4 ในการดวลจุดโทษ แต่หลังจากนั้นรายการนี้也被พักไว้ จนกระทั่งมีการรีบรันด์ใหม่เป็น Finalissima ในปี 2022 และ Finalissima หญิงครั้งแรกในปีถัดมา

การกลับมาของ Finalissima ในยุคสมัยใหม่นี้ ทำให้แฟนบอลทั่วโลกได้เห็นการปะทะกันของสไตล์ฟุตบอลที่แตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นความดุดันจากอเมริกาใต้หรือเทคนิคอันละเอียดอ่อนจากยุโรป ซึ่งช่วยยกระดับมาตรฐานฟุตบอลโลกให้สูงขึ้น

Finalissima คืออะไร? กำหนดการครั้งต่อไป

ปัจจุบันยังไม่มีวันที่แน่นอนสำหรับ Finalissima ชายครั้งต่อไป แต่ Conmebol ได้ระบุไว้ในเว็บไซต์ว่าการแข่งขันจะมีขึ้นในเดือนมีนาคม 2026 คำแถลงจากเดือนพฤษภาคม 2025 ระบุว่าการประชุมระหว่าง Conmebol และ Uefa ได้หารือเรื่องประเด็นสำคัญ เช่น เป้าหมายสถาบัน ความรับผิดชอบในการจัดการ การวางแผนโลจิสติกส์ ตารางการแข่งขันของทั้งสองทีม และวันที่เบื้องต้นสำหรับแมตช์ โดยวันที่จะประกาศอย่างเป็นทางการในเวลาที่เหมาะสม

สำหรับ Finalissima หญิงครั้งต่อไประหว่างอังกฤษกับบราซิล Conmebol ระบุไว้ว่าจะมีขึ้นในเดือนมีนาคมหรือตุลาคม 2026 การแข่งขันเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นโอกาสให้ทีมชาติดีเด่นได้ลงสนาม แต่ยังเป็นเวทีสำหรับนักเตะรุ่นใหม่ในการแสดงศักยภาพ

นอกจากนี้ Finalissima ยังช่วยส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง Conmebol และ Uefa ซึ่งอาจนำไปสู่การแข่งขันข้ามทวีปอื่นๆ ในอนาคต หากคุณเป็นแฟนฟุตบอลตัวยง การติดตามรายการนี้จะทำให้คุณไม่พลาดความตื่นเต้นจากยอดทีมของโลก

Ask Me Anything คืออะไร?

Ask Me Anything คือบริการที่ทุ่มเทในการตอบคำถามของคุณ เราต้องการตอบแทนเวลาของคุณด้วยการบอกสิ่งที่คุณไม่รู้และเตือนใจสิ่งที่คุณอาจลืม ทีมงานจะค้นหาข้อมูลทุกอย่างที่คุณต้องการ และสามารถติดต่อเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญและนักวิเคราะห์ของเราได้

เราจะตอบคำถามจากใจกลางของห้องข่าวกีฬา BBC Sport และไปเบื้องหลังฉากในงานกีฬาใหญ่ๆ ทั่วโลก การนำเสนอของเราจะครอบคลุมเว็บไซต์ BBC Sport แอป โซเชียลมีเดีย และ YouTube รวมถึง BBC TV และวิทยุ

คำถามอื่นๆ ที่ตอบแล้ว…

Finalissima ไม่ใช่แค่การแข่งขัน แต่เป็นสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่ในฟุตบอลโลก หากคุณอยากรู้เพิ่มเติม ลองส่งคำถามมาที่ Ask Me Anything เพื่อให้เราได้ช่วยเหลือคุณต่อไป

ที่มา – What is the Finalissima?

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงแก่ พลเอก จักรภพ

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้น มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก แก่ พลเอก จักรภพ ภูริเดช

ในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำคัญที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับวงการทหารและสังคมไทย เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้น มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก แก่ พลเอก จักรภพ ภูริเดช ซึ่งเป็นเกียรติยศสูงสุดที่แสดงถึงความจงรักภักดีและผลงานอันยอดเยี่ยมในการรับใช้ชาติ

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้น มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก ถือเป็นหนึ่งในเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของประเทศไทย สัญลักษณ์แห่งความเชิดชูเกียรติยศและคุณงามความดีที่ผู้รับถวายแด่องพระราชหฤทัย เครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้มักพระราชทานแก่บุคคลที่มีบทบาทสำคัญในด้านการปกป้องประเทศ การพัฒนาชาติ และการอุทิศตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม พลเอก จักรภพ ภูริเดช เป็นบุคคลที่เหมาะสมอย่างยิ่งกับเกียรติยศนี้ ด้วยประวัติการทำงานที่โดดเด่นในกองทัพบก

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้น มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก แก่ พลเอก จักรภพ ภูริเดช

ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้ตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน พุทธศักราช 2568 เป็นปีที่ 10 ในรัชกาลปัจจุบัน ประกาศดังกล่าวระบุชัดเจนว่าพระองค์ทรงพระราชทานเพื่อเชิดชูผลงานของพลเอก จักรภพ ภูริเดช ผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและมีบทบาทสำคัญในการเมืองและการทหารของไทย พลเอก จักรภพ เกิดเมื่อปี 2481 จบการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และมีประสบการณ์ยาวนานในกองทัพไทย ก่อนเข้าสู่เวทีการเมืองในช่วงวิกฤตการเมืองปี 2549

การพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้ไม่เพียงแต่เป็นการยกย่องส่วนตัวของพลเอก จักรภพเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ พลเอก จักรภพ ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงนี้หลังจากที่ท่านได้อุทิศตนรับใช้ชาติมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในฐานะผู้นำทหารที่เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและนายกรัฐมนตรีชั่วคราว

ความสำคัญของเครื่องราชอิสริยาภรณ์ช้างเผือก

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ช้างเผือกเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ก่อตั้งขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อเชิดชูผู้ที่มีคุณูปการต่อแผ่นดิน ชั้น มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก เป็นชั้นสูงสุด มีลักษณะเป็นแพร่และเครื่องหมายที่งดงาม สวมใส่ในโอกาสพิธีการสำคัญ ผู้ที่ได้รับมักเป็นบุคคลชั้นนำของรัฐ เช่น ข้าราชการการเมือง นายทหารระดับสูง หรือนักการทูต การที่พลเอก จักรภพ ภูริเดช ได้รับพระราชทานนี้ แสดงให้เห็นถึงการยอมรับในผลงานของท่านที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงให้กับประเทศไทย

นอกจากนี้ การประกาศในราชกิจจานุเบกษายังเป็นกระบวนการที่เป็นทางการและโปร่งใส ตามประเพณีราชการไทย ซึ่งช่วยให้ประชาชนทราบถึงพระราชกรณียกิจอันเป็นกุศลของพระมหากษัตริย์ ประชาชนจำนวนมากได้แสดงความยินดีผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยชื่นชมทั้งพระราชกรุณาและความดีความชอบของผู้รับ

  • ประวัติพลเอก จักรภพ: เริ่มจากนายทหารชั้นผู้น้อย สู่ผู้นำระดับชาติ
  • บทบาทในวิกฤตการเมือง: ช่วยรักษาความสงบสุขของแผ่นดิน
  • ความหมายของเครื่องราชอิสริยาภรณ์: สัญลักษณ์แห่งเกียรติยศนิรันดร์
  • ผลกระทบต่อสังคม: สร้างแรงบันดาลใจให้ข้าราชการไทย

ในมุมมองของผู้เขียน การพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้น มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก แก่ พลเอก จักรภพ ภูริเดช เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของระบบราชการไทยที่ให้คุณค่ากับความจงรักภักดีและการอุทิศตน มันไม่ใช่แค่เกียรติยศส่วนบุคคล แต่เป็นการเสริมสร้างความสามัคคีในสังคม หากคุณสนใจเรื่องราวพระราชกรณียกิจเพิ่มเติม ลองติดตามข่าวสารจากราชกิจจานุเบกษาเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้น มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก แก่ พลเอก จักรภพ ภูริเดช

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 26 ราย

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน และเหรียญรัตนาภรณ์ รวม 26 ราย

วันนี้เรามีข่าวดีจากราชกิจจานุเบกษาที่น่าประทับใจมากเลยนะครับ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน และเหรียญรัตนาภรณ์ แก่ข้าราชบริพารในพระองค์จำนวนรวม 26 ราย เป็นการแสดงพระราชหฤทัยอันเปี่ยมด้วยพระกรุณา ที่ทรงแต่งตั้งผู้ที่มีผลงานดีเด่นในการรับใช้ราชการแผ่นดิน

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน และเหรียญรัตนาภรณ์ รวม 26 ราย

ประกาศนี้เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ซึ่งเป็นปีที่ 10 ในรัชกาลปัจจุบัน โดยแบ่งออกเป็น 3 ประกาศหลักๆ ที่ครอบคลุมผู้รับพระราชทานทั้งหมด เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน ถือเป็นเครื่องราชฯ ชั้นสูงที่พระราชทานแก่ข้าราชบริพารหญิงผู้มีคุณูปการ ส่วนเหรียญรัตนาภรณ์ ชั้นที่ 5 ก็เป็นเกียรติยศสำหรับผู้ที่มีผลงานโดดเด่นในการปฏิบัติหน้าที่

การพระราชทานครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการยกย่องส่วนบุคคลเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความสำคัญของการอุทิศตนรับใช้พระองค์ท่านและประเทศชาติด้วยครับ ข้าราชบริพารเหล่านี้ต่างทำงานอย่างมุ่งมั่นในหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับราชสำนัก ทำให้เกิดแรงบันดาลใจให้กับคนไทยทุกคน

รายชื่อผู้รับพระราชทานชั้น จตุตถจุลจอมเกล้า

  • จากประกาศแรก: พันตรีหญิง จุฑารัตน์ เพชรโสม และ พันโทหญิง สุดใจ ปรางทอง
  • จากประกาศที่สอง: พันโทหญิง กุลวธู วงศ์วิริยภัทร, พันโทหญิง อภิรดี เพียงสุวรรณ์, พันตรีหญิง สุภาวดี เรียงเงิน, ร้อยเอกหญิง ศิรินทิพย์ นางาม, ร้อยเอกหญิง สมสวัสดิ์ เชื้อจันทร์, ร้อยโทหญิง อรพรรณ โตยัง
  • จากประกาศที่สาม: พันโทหญิง มาลี มงคล, ร้อยโทหญิง เนตรนภา อ่อนน้อม, ร้อยโทหญิง ช่อมาศ เหง้าน้อย, พันโทหญิง ศิริพร คำนนท์, พันโทหญิง สิริมา พิศสุวรรณ

ทั้งหมดนี้มีประมาณ 13 รายสำหรับชั้น จตุตถจุลจอมเกล้า ซึ่งตั้งแต่วันที่ 11, 13 และ 17 กันยายน 2568 ตามลำดับครับ ผู้รับแต่ละท่านล้วนมีบทบาทสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นในฐานะกำลังพลหรือเจ้าหน้าที่สนับสนุน

รายชื่อผู้รับพระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ ชั้นที่ 5

  • จากประกาศแรก: นางสาวพรปิยา สุนทรวิภาต
  • จากประกาศที่สอง: นางสาวรตณัฐ เหมินทร์, ร้อยเอกหญิง เสวิตา มาลีเลิศ, ร้อยเอก ธันว์ธนิก ศิริวัฒน์, ร้อยตำรวจเอก ศุภกร สมชื่อ, ร้อยตำรวจเอก สรยุทธ์ บุตตะพิมพ์
  • จากประกาศที่สาม: นางสาวศุภสิริ ภู่เชิด, นางสาวจิภาดา ศรแสง, ร้อยเอกหญิง คณินทรา เรื่องยศ, ร้อยตรีหญิง ปิยะเนตร พึ่งพา, นางสาวพัชรี พันแพง, นางสาวตรีรัตน์ อุทรักษ์, ร้อยตรีหญิง กรกช ปัญญาประเสริฐ

ส่วนเหรียญรัตนาภรณ์ ชั้นที่ 5 มีผู้รับอีก 13 รายเช่นกัน ซึ่งรวมเป็น 26 รายพอดี การพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน และเหรียญรัตนาภรณ์ รวม 26 ราย ครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งพระราชกรณียกิจที่แสดงถึงพระราชปณิธานในการส่งเสริมคุณธรรมและความทุ่มเท

หากเราย้อนดูประวัติของเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า จะพบว่ามันเริ่มมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อยกย่องผู้มีคุณงามความดี ในปัจจุบันก็ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของเกียรติยศที่สูงส่ง ข้าราชบริพารที่ได้รับพระราชทานเหล่านี้ มักทำงานในด้านต่างๆ เช่น การดูแลราชสำนัก การรักษาความปลอดภัย หรือการสนับสนุนกิจกรรมพระราชดำริ ซึ่งล้วนแต่ช่วยให้ประเทศชาติพัฒนาขึ้น

ข่าวนี้ไม่เพียงทำให้เรารู้สึกภูมิใจในผู้รับพระราชทานเท่านั้น แต่ยังเตือนใจให้เราทุกคนมีจิตสำนึกในการทำความดีเพื่อสังคมด้วยครับ ในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การมีแบบอย่างที่ดีเช่นนี้ยิ่งสำคัญ การพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน และเหรียญรัตนาภรณ์ รวม 26 ราย จึงเป็นแรงผลักดันให้คนรุ่นใหม่มุ่งมั่นมากขึ้น

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถดูเอกสารต้นฉบับจากราชกิจจานุเบกษาได้ที่ลิงก์ด้านล่างนี้ครับ มันช่วยให้เราเข้าใจบริบทได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

สุดท้ายนี้ ผมคิดว่าการพระราชทานครั้งนี้น่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้หลายคนหันมาทำงานเพื่อส่วนรวมมากขึ้น หากคุณมีเรื่องราวหรือความคิดเห็นเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจแบบนี้ ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ หรือสมัครรับข่าวสารจากบล็อกเราเพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญๆ

ที่มา – โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน และเหรียญรัตนาภรณ์ รวม 26 ราย

รูดี โมโลทนิกอฟ ติดทัพสกอตแลนด์ U21

รูดี โมโลทนิกอฟ จากฮิบส์ ถูกเรียกตัวเข้าทีมสกอตแลนด์ U21 สำหรับการแข่งขันรอบคัดเลือกยูโร 2025 เดือนนี้ ซึ่งจะพบกับยิบรอลตาร์และอาเซอร์ไบจาน นับเป็นก้าวสำคัญในอาชีพของนักเตะวัย 19 ปีรายนี้ที่เคยลงเล่นให้ทีมชาติจนถึงระดับ U19 มาแล้ว

ฤดูกาลนี้ โมโลทนิกอฟ ได้เปิดตัวในระดับอาชีพชุดใหญ่ของฮิบส์เป็นครั้งแรกในนัดแพ้เรนเจอร์ส ในถ้วยลีกคัพเมื่อเดือนที่แล้ว ก่อนหน้านี้ เขาลงเล่นครบ 17 นัดในฤดูกาลที่แล้ว และทำประตูได้ 3 ลูก สถิติที่น่าประทับใจสำหรับดาวรุ่งจากอะคาเดมี่ฮิบส์ที่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลัก

การเรียกตัวรูดี โมโลทนิกอฟ ติดทัพสกอตแลนด์ U21 ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเขาในฐานะกองกลางตัวรุกที่มีความสามารถสูง ผู้จัดการทีมสกอต เก็มเมลล์ เชื่อมั่นในตัวนักเตะหนุ่มรายนี้ที่จะช่วยเสริมทีมในเกมรุก โดยเฉพาะหลังจากที่ทีมสกอตแลนด์ U21 พ่ายแพ้ในสองนัดแรกของกลุ่ม B ต่อสาธารณรัฐเช็กและโปรตุเกส

รูดี โมโลทนิกอฟ ติดทัพสกอตแลนด์ U21: ความหวังใหม่ของทีม

รูดี โมโลทนิกอฟ ไม่ใช่ผู้เล่นฮิบส์คนเดียวที่ได้รับโอกาสในทีมชุดนี้ นักเตะจากสโมสรอื่นๆ ก็ติดโผเช่นกัน เช่น แมคคอเลย์ เทต จากฮาร์ทส์ที่ยืมตัวอยู่ลิวิงสตัน ล็enny อากเบร จากรอทแธม ยูไนเต็ด และไคล์ ยูร์ จากเซลติกที่ยืมตัวอยู่เอียร์ ยูไนเต็ด การรวบรวมดาวรุ่งจากสโมสรต่างๆ นี้ จะช่วยสร้างทีมที่แข็งแกร่งขึ้นสำหรับการลุ้นเข้ารอบยูโร U21

โปรแกรมการแข่งขันครั้งนี้ ทีมสกอตแลนด์ U21 จะลงเล่นนัดแรกกับยิบรอลตาร์ที่เดนส์ พาร์ค วันที่ 9 ตุลาคม ก่อนจะเดินทางไปเยือนอาเซอร์ไบจานอีก 5 วัน ถือเป็นโอกาสทองสำหรับรูดี โมโลทนิกอฟ ที่จะได้พิสูจน์ตัวเองในระดับทีมชาติชุดใหญ่ และอาจกลายเป็นดาวเด่นในอนาคตของฟุตบอลสกอตแลนด์

ประวัติและสถิติของรูดี โมโลทนิกอฟ

รูดี โมโลทนิกอฟ เกิดเมื่อปี 2004 ในสกอตแลนด์ เขาเริ่มต้นเส้นทางฟุตบอลในอะคาเดมี่ของฮิบส์ตั้งแต่เด็ก ด้วยสไตล์การเล่นที่คล่องแคล่ว ครีเอทีฟ และมีวิสัยทัศน์ในการจ่ายบอล ทำให้เขาได้รับความสนใจจากสโมสรใหญ่ๆ แต่เลือกอยู่กับฮิบส์เพื่อพัฒนาตัวเอง ในฤดูกาลล่าสุด เขาไม่เพียงทำประตูได้ 3 ลูก แต่ยังแอสซิสต์ให้เพื่อนทำประตูอีกหลายครั้ง นอกจากนี้ เขายังเคยติดทีมชาติ U19 มาแล้ว 5 นัด และยิงได้ 1 ประตู

การติดทัพสกอตแลนด์ U21 ครั้งนี้ จะเป็นก้าวย่างที่สำคัญสำหรับโมโลทนิกอฟ หากเขาได้ลงสนามและแสดงฟอร์มดี อาจนำไปสู่การถูกเรียกตัวชุดใหญ่ในอนาคต ฟุตบอลสกอตแลนด์กำลังอยู่ในยุคที่ต้องการดาวรุ่งหน้าใหม่ๆ เพื่อต่อกรกับทีมชาติยักษ์ใหญ่ในยุโรป

รายชื่อนักเตะทีมสกอตแลนด์ U21 ชุดนี้

ชุดนักเตะสกอตแลนด์ U21 สำหรับนัดนี้ มีดังนี้:

  • ผู้รักษาประตู: รัวริธ อดัมส์ (อีสต์ไฟฟ์ ยืมจากดันดี ยูไนเต็ด), รอรี่ มาฮาดี้ (ลีดส์ ยูไนเต็ด), เลียม แม็คฟาร์เลน (อัลโลอา ยืมจากฮาร์ทส์)
  • กองหลัง: เล็นนี่ อากเบร (รอทแธม ยูไนเต็ด), แมทธิว แอนเดอร์สัน (เควี คอร์ทรุยค์), เจเรมายาห์ ชิโลโกอา-มุลเลน (ดันเฟิร์มลิน แอธเลติก), แซม คลีออล-ฮาร์ดิง (ดันดี ยูไนเต็ด), คอลบี้ ดอนอวน (เซลติก), ลุค เกรแฮม (ดันดี), เบน แม็คเฟอร์สัน (พาร์ติก ทิสเซิ่ล ยืมจากเซลติก)
  • กองกลาง: ฟินด์เลย์ เคอร์ติส (เรนเจอร์ส), รูดี โมโลทนิกอฟ (ฮิบส์), คริสติ มอนต์โกเมอรี่ (แบล็กเบิร์น โรเวอร์ส), แมคคอเลย์ เทต (ลิวิงสตัน ยืมจากฮาร์ทส์), ไคล์ ยูร์ (เอียร์ ยูไนเต็ด ยืมจากเซลติก), เดวิด วัตสัน (คิลมาร์น็อค)
  • กองหน้า: เอมิลิโอ ลอว์เรนซ์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้), ไรアン วัน (เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด), ไดร์ เมบูเด้ (เควีซี เวสเทอร์โล), มิลเลอร์ ทอมสัน (รอสส์ เคาน์ตี้ ยืมจากดันดี ยูไนเต็ด), เจมส์ วิลสัน (ฮาร์ทส์)

รายชื่อนี้ประกอบด้วยดาวรุ่งจากสโมสรพรีเมียร์ลีกและลีกรองของอังกฤษ รวมถึงสโมสรสกอตติช ทำให้ทีมมีมิติที่หลากหลาย ผู้เล่นอย่างโมโลทนิกอฟ จะเป็นตัวเชื่อมเกมกลางสนามที่สำคัญ

ในมุมมองของผม การที่รูดี โมโลทนิกอฟ ติดทัพสกอตแลนด์ U21 แสดงถึงอนาคตสดใสของฟุตบอลสกอตแลนด์ หากเขาและเพื่อนร่วมทีมสามารถเอาชนะยิบรอลตาร์และอาเซอร์ไบจานได้ จะช่วยฟื้นฟูความมั่นใจของทีมหลังจากแพ้สองนัดแรก คุณคิดอย่างไร ลองติดตามและเชียร์ทีมชุดนี้กันเถอะ!

ที่มา – Hibs Molotnikov called up by Scotland Under-21s

เหยื่อแผ่นดินไหวฟิลิปปินส์พุ่ง 69 ศพ บาดเจ็บนับร้อย อาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่อง

เหยื่อแผ่นดินไหวฟิลิปปินส์พุ่ง 69 ศพ บาดเจ็บนับร้อย อาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่อง เป็นข่าวร้ายที่ทำให้ชาวโลกต้องตื่นตัวกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งนี้เกิดจากแผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 6.9 แมกนิจูด นอกชายฝั่งภาคกลางของฟิลิปปินส์ เมื่อคืนวันอังคารที่ 30 กันยายน 2568 ทำให้เกิดความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะในจังหวัดเซบูและพื้นที่ใกล้เคียง

เหยื่อแผ่นดินไหวฟิลิปปินส์พุ่ง 69 ศพ บาดเจ็บนับร้อย อาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่อง

ตามรายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศชั้นนำ เช่น BBC และ Channel News Asia สถานการณ์ล่าสุดเผยว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจเป็น 69 รายแล้ว ขณะที่ผู้บาดเจ็บมีมากกว่าร้อยราย ประชาชนจำนวนมากต้องอพยพออกจากบ้านเรือน ใช้ชีวิตบนท้องถนนท่ามกลางความมืดมิดและความหวาดกลัวจากอาฟเตอร์ช็อกที่เกิดขึ้นไม่ขาดสาย แรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงสุดระดับ 6 แมกนิจูด ทำให้โครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่เสียหายหนัก โดยเฉพาะอาคารที่พังทลายและถนนที่แตกร้าว

จังหวัดเซบูซึ่งเป็นศูนย์กลางของความเสียหาย ได้ประกาศภาวะภัยพิบัติอย่างเป็นทางการในช่วงเช้าวันพุธที่ 1 ตุลาคม 2568 เพื่อเร่งรัดการช่วยเหลือและฟื้นฟู ประชาชนหลายพันคนต้องหลบภัยกลางแจ้งตลอดคืน เนื่องจากกลัวอาฟเตอร์ช็อกจะทำให้บ้านเรือนถล่มลงมาอีก เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ในฟิลิปปินส์ที่เพิ่งผ่านพ้นพายุไต้ฝุ่นสองลูกติดต่อกันเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 20 รายแล้ว ทำให้ประเทศนี้กำลังเผชิญวิกฤตภัยพิบัติต่อเนื่อง

พื้นที่ได้รับผลกระทบหนักจากแผ่นดินไหวฟิลิปปินส์

ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในเมืองโบโก (Bogo) ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ในหมู่เกาะวิซายัสตอนกลาง และเป็นจุดที่ใกล้ศูนย์กลางแผ่นดินไหวมากที่สุด ที่นี่มีรายงานผู้เสียชีวิตจำนวนมากจากอาคารที่พังทลาย ขณะที่ผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 147 รายกระจายไปทั่วหมู่เกาะวิซายัส อาคารพาณิชย์และที่อยู่อาศัยเสียหายรวม 22 แห่ง การค้นหาและกู้ภัยกำลังดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยดับเพลิงของฟิลิปปินส์เป็นแนวหน้าในการปฏิบัติการ

นอกจากนี้ ในช่วงเย็นวันพุธ เมืองโบโกยังเผชิญอาฟเตอร์ช็อกอีกครั้งขนาด 4.7 แมกนิจูด ซึ่งรู้สึกได้ถึงเมืองเซบูและหมู่เกาะเลย์เตที่อยู่ใกล้เคียง โชคดีที่ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม แต่แรงสั่นสะเทือนนี้ทำให้ประชาชนตื่นตระหนกและเร่งอพยพมากขึ้น คณะกรรมการบริหารจัดการและลดความเสี่ยงภัยพิบัติแห่งชาติ (NDRRMC) กำลังประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อแจกจ่ายสิ่งของบรรเทาทุกข์ เช่น อาหาร น้ำดื่ม และอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงเร่งซ่อมแซมระบบไฟฟ้าที่ดับลงในหลายพื้นที่

  • จำนวนผู้เสียชีวิต: อย่างน้อย 69 ราย
  • ผู้บาดเจ็บ: กว่า 100 ราย โดยเฉพาะในวิซายัส
  • อาฟเตอร์ช็อก: เกิดขึ้นหลายครั้ง แรงสุด 6 แมกนิจูด
  • ความเสียหาย: อาคาร 22 แห่ง และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ
  • มาตรการช่วยเหลือ: ประกาศภาวะภัยพิบัติ และปฏิบัติการค้นหา-กู้ภัย

ภัยพิบัติครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงจากรอยเลื่อนแผ่นดินในบริเวณวงแหวนไฟภาคพื้นแปซิฟิก ซึ่งฟิลิปปินส์ตั้งอยู่ใจกลาง ชาวบ้านในพื้นที่เรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มงบประมาณในการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติมากขึ้น เพื่อป้องกันการสูญเสียในอนาคต

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สถานการณ์อาฟเตอร์ช็อกที่ต่อเนื่องนี้อาจกินเวลาหลายวัน ดังนั้นจึงแนะนำให้ประชาชนในพื้นที่หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้建筑物ที่เสียหาย และติดตามประกาศจากทางการอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

หากคุณสนใจติดตามข่าวสารภัยพิบัติและการช่วยเหลือระหว่างประเทศ ลองแวะมาอ่านบทความอื่นๆ ในเว็บไซต์ของเรา เพื่อรับข้อมูลล่าสุดและเคล็ดลับการเตรียมตัวรับมือภัยธรรมชาติในประเทศไทยด้วย

ที่มา – เหยื่อแผ่นดินไหวฟิลิปปินส์พุ่ง 69 ศพ บาดเจ็บนับร้อย อาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่อง