วัน: 1 ตุลาคม 2025

พท. เห็นด้วย ภท. ต่ออายุไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย จี้ควรทำทุกเส้นทาง

พท. เห็นด้วย ภท. ต่ออายุไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย จี้ควรทำทุกเส้นทาง

ในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจน โดยเห็นด้วยกับการตัดสินใจของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่ผลักดันให้รัฐบาลต่ออายุโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายอีก 2 เดือน สำหรับสายสีแดงและสีม่วง นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวแสดงความยินดีกับมติคณะรัฐมนตรีที่ช่วยยืดหยุ่นโครงการนี้ต่อไป หากรัฐบาลยังไม่มีนโยบายช่วยเหลือค่าเดินทางที่เป็นระบบมากกว่านี้

พท. เห็นด้วย ภท. ต่ออายุไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย จี้ควรทำทุกเส้นทาง

โครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ถือเป็นนโยบายที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากประชาชนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพราะช่วยลดภาระค่าเดินทาง ทำให้การใช้ระบบขนส่งสาธารณะเข้าถึงได้ง่ายขึ้น นายชนินทร์ ชี้ว่าการต่ออายุโครงการนี้เป็นเรื่องจำเป็น เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเผชิญกับค่าโดยสารที่สูงขึ้นทันที ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะกลุ่มคนรายได้น้อยที่พึ่งพารถไฟฟ้าในการเดินทางไปทำงานหรือเรียนหนังสือ

นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยยังเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนมติเดิมที่ไม่ขยายโครงการไปยังทุกเส้นทาง โดยย้ำว่านโยบายนี้คือจุดเริ่มต้นสำคัญในการแก้ปัญหาโครงสร้างการสัญจรในเมืองอย่างยั่งยืน การทำให้ค่าโดยสารรถไฟฟ้าถูกลง 20 บาทตลอดสาย จะช่วยส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้รถไฟฟ้ามากขึ้น แทนการใช้รถยนต์ส่วนตัว ซึ่งจะนำไปสู่การลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 การจราจรติดขัด และมลพิษทางอากาศที่เป็นปัญหาเรื้อรังของกรุงเทพฯ

ประโยชน์ของโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทต่อสังคมและเศรษฐกิจ

โครงการนี้ไม่เพียงช่วยเหลือประชาชนเท่านั้น แต่ยังมีผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม การเพิ่มจำนวนผู้ใช้รถไฟฟ้าจะช่วยกระตุ้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การเชื่อมโยงระบบรถเมล์ให้เป็น Feeder Line ที่รองรับรถไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การเดินทางภายในเมืองราบรื่นยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้เกิดการลงทุนในพื้นที่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า สร้างงานและรายได้ให้กับชุมชน

  • ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางสำหรับประชาชน
  • บรรเทาปัญหาการจราจรและมลพิษ
  • ส่งเสริมการใช้ขนส่งสาธารณะอย่างยั่งยืน
  • กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นรอบเส้นทางรถไฟฟ้า

พรรคเพื่อไทยยืนยันว่านโยบาย 20 บาทตลอดสายควรขยายไปทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นสายสีน้ำเงิน สีเขียว หรือเส้นทางอื่นๆ เพื่อให้เกิดความครอบคลุมทั่วถึง นายชนินทร์ เน้นย้ำว่า รัฐบาลไม่ควรเกรงใจคำวิจารณ์จากพรรคประชาชนที่มองว่าเป็นการใช้ภาษีช่วยเหลือเฉพาะคนเมือง เพราะนโยบายรัฐสามารถมีเป้าหมายหลากหลายได้ ไม่จำเป็นต้องมุ่งเน้นกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น การดำเนินโครงการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อคนทั้งประเทศในระยะยาว โดยช่วยลดภาระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพสาธารณะ

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่ง นโยบายนี้ยังสอดคล้องกับแผนแม่บทการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนของกรุงเทพฯ ที่มุ่งเน้นความยั่งยืน หากขยายโครงการไปทุกเส้นทาง คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นกว่า 30% ภายในปีหน้า ซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันและก๊าซหุงต้ม ลดการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ และประหยัดงบประมาณแผ่นดินในด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับมลพิษ

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลควรศึกษาผลกระทบทางการเงินให้รอบคอบ เพื่อหาแหล่งงบประมาณที่ยั่งยืน เช่น การจัดเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ประกอบการหรือการเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บค่าโดยสาร นี่คือโอกาสสำคัญที่รัฐบาลจะแสดงให้เห็นถึงการแก้ปัญหาแบบบูรณาการ

สุดท้ายนี้ การผลักดันนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายไม่ใช่แค่การช่วยเหลือประชาชน แต่เป็นการลงทุนในอนาคตของเมืองหลวง หากคุณเห็นด้วยกับนโยบายนี้ ลองแบ่งปันความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวสารการขนส่งสาธารณะเพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

ที่มา – พท. เห็นด้วย ภท. ต่ออายุไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย จี้ควรทำทุกเส้นทาง

“เท้ง” ติด TIME 100 Next 2025 บุคคลแห่งปี ในหมวดผู้นำ

“เท้ง” ติด TIME 100 Next 2025 บุคคลแห่งปี ในหมวดผู้นำ

ในวงการการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ชื่อของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญา หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เท้ง” กำลังเป็นที่จับตามองจากทั่วโลก หลังจากได้รับคัดเลือกให้ติดอันดับ “เท้ง” ติด TIME 100 Next 2025 บุคคลแห่งปี ในหมวดผู้นำ ซึ่งเป็นเกียรติยศจากนิตยสาร TIME ชื่อดังของสหรัฐอเมริกา การประกาศครั้งนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงบทบาทผู้นำของเขาในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการนำพาประเทศไทยสู่การปฏิรูปที่แท้จริง

“เท้ง” ติด TIME 100 Next 2025 บุคคลแห่งปี ในหมวดผู้นำ

วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ทีมประชาสัมพันธ์พรรคประชาชนได้เผยแพร่ข่าวดีผ่านไลน์กลุ่มสื่อมวลชน โดยระบุว่านายณัฐพงษ์ เรืองปัญญา ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน 100 บุคคลที่มีอิทธิพลต่ออนาคต ในรายการ TIME 100 Next 2025 โดยเฉพาะในหมวด Leader หรือผู้นำ ซึ่งเป็นหมวดที่เน้นบุคคลที่มีวิสัยทัศน์ในการนำพาการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและการเมือง นิตยสาร TIME ได้บรรยายถึง “เท้ง” ว่าเป็นผู้นำของพรรคการเมืองฝ่ายก้าวหน้าที่สืบทอดเจตนารมณ์จากพรรคก้าวไกล ซึ่งเคยชนะการเลือกตั้งใหญ่ในปี 2566 อย่างถล่มทลาย

หลังจากพรรคก้าวไกลถูกยุบพรรคโดยศาลรัฐธรรมนูญในปี 2567 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ที่เหลือ 143 คนได้ย้ายมาร่วมกับพรรคประชาชน และผลักดันให้นายณัฐพงษ์ก้าวขึ้นเป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภา การเคลื่อนไหวนี้นำไปสู่บทบาทที่สำคัญยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตการเมือง เมื่อศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ นายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทำให้การเลือกตั้งใหม่กำลังใกล้เข้ามา ชาวไทยรุ่นใหม่จำนวนมากต่างมองว่านายณัฐพงษ์คือความหวังที่จะนำพาประเทศไปสู่การปกครองที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

วิสัยทัศน์ของ “เท้ง” ในการปฏิรูปประเทศไทย

ในบทความแนะนำบุคคลของ TIME นายณัฐพงษ์ถูกยกย่องว่ามีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการปฏิรูประบบการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม โดยมุ่งขจัดความไม่เป็นธรรมที่ฝังรากลึกมานาน เขาเชื่อมั่นในการสร้างประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ โดยเน้นย้ำถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ “เท้ง” ยังมีบทบาทในการต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยใช้เสียงในสภาเพื่อตรวจสอบอำนาจรัฐและผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่

  • การปฏิรูปการเมือง: สร้างระบบที่โปร่งใสและลดอิทธิพลของกลุ่มอำนาจเก่า
  • เศรษฐกิจที่ยั่งยืน: ลดความเหลื่อมล้ำ สนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
  • สังคมที่เท่าเทียม: ขจัดความไม่ยุติธรรมทางเพศ ชาติพันธุ์ และฐานะทางสังคม

การได้รับเลือกใน TIME 100 Next 2025 ไม่ใช่แค่รางวัล แต่เป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพของผู้นำรุ่นใหม่ที่กล้าท้าทายกรอบเดิมๆ ในสังคมไทย เหตุการณ์นี้ยังจุดประกายให้เยาวชนไทยมองเห็นโอกาสในการมีส่วนร่วมกับการเมืองมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่การเลือกตั้งใหม่กำลังจะมาถึง

จากมุมมองของผู้เขียน การขึ้นแท่นของ “เท้ง” ในระดับโลกนี้แสดงให้เห็นว่าการเมืองไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่เน้นคุณภาพและวิสัยทัศน์ หากคุณสนใจการเมืองไทยและอยากติดตามความเคลื่อนไหวล่าสุด อย่าลืมแวะมาอ่านบทความอื่นๆ ในบล็อกของเรา และแบ่งปันความคิดเห็นของคุณในช่องคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อให้เราร่วมกันสร้างสังคมที่ก้าวหน้าขึ้น

ที่มา – “เท้ง” ติด TIME 100 Next 2025 บุคคลแห่งปี ในหมวดผู้นำ

การเป็นกุนซือทีมสหรัฐฯ เหมือนเป็นปู่ย่าตายาย

การเป็นกุนซือทีมสหรัฐฯ เหมือนเป็นปู่ย่าตายาย – เฮย์ส

เอ็มม่า เฮย์ส กุนซือทีมชาติสหรัฐอเมริกา กล่าวว่าการทำงานในวงการฟุตบอลระหว่างประเทศนั้นเหมือนกับ การเป็นกุนซือทีมสหรัฐฯ เหมือนเป็นปู่ย่าตายาย เพราะผู้จัดการทีมจะได้ใช้เวลากับนักเตะเพียงช่วงสั้นๆ เท่านั้น

อดีตกุนซือเชลซีคนนี้กล่าวหลังจากได้รับการบรรจุชื่อเข้าหอเกียรติยศของพิพิธภัณฑ์ฟุตบอลแห่งชาติ ว่าการคุมทีมสหรัฐฯ นั้น “สนุกสนานอย่างยิ่ง”

การเป็นกุนซือทีมสหรัฐฯ เหมือนเป็นปู่ย่าตายาย

“มันน่าทึ่งมาก มันเป็นจริงๆ” สตรีวัย 48 ปีกล่าว “การเป็นกุนซือทีมสหรัฐฯ เหมือนเป็นปู่ย่าตายาย ในฟุตบอลระหว่างประเทศ คุณไม่ได้เจอนักเตะ [ผู้เล่น] ตลอดเวลา และคุณส่งพวกเขากลับไปหาพ่อแม่ – หรือสโมสร – เมื่อสิ้นสุดช่วงนั้น”

“ผมสนุกมากที่ได้รู้จักนักเตะชุดใหม่และทำงานกับชาติที่ผมรักและเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาของผม”

เฮย์สยังเสริมว่าตนรู้สึกว่า “พร้อมแล้ว” สำหรับการย้ายจากฟุตบอลสโมสร หลังจากอาชีพที่ทำให้เธอคว้าแชมป์ลีก 7 สมัยกับเชลซี และบทบาทใหม่นี้ช่วยให้เธอ “ซูมเอาต์” และใช้ “การคิดเชิงกลยุทธ์” เพื่อมุ่งเน้นโซลูชันระยะยาว

ไม่ถึงสามเดือนหลังจากเข้ารับตำแหน่งกุนซือสหรัฐฯ เธอก็นำทีมคว้า เหรียญทองที่โอลิมปิกปารีส 2024

พวกเขายังเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศของรายการเชิญ SheBelieves Cup ในเดือนกุมภาพันธ์ แม้ว่าจะแพ้ญี่ปุ่น 2-1

“ผมไม่คิดว่าการเปลี่ยนผ่านจะเป็นเช่นนี้ มันสนุกสนานอย่างยิ่ง และผมกำลังเพลิดเพลินกับชีวิตในฐานะโค้ชทีมชาติ” เธอกล่าว

“ในฐานะโค้ชสโมสร คุณต้องไปทุกสามวันและเป็นเกมถัดไป เพื่อมีเวลาคิดนานขึ้นเกี่ยวกับเส้นทางสู่ชัยชนะและวิธีวางแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด ผมรู้สึกว่าการมีเวลานั้นช่วยให้ผมพัฒนาอีกส่วนหนึ่งของตัวเอง”

ความภาคภูมิใจในหอเกียรติยศ

เฮย์สกล่าวว่าเธอ “ภูมิใจ” กับการเข้าหอเกียรติยศ ซึ่งทำให้เธออยู่เคียงข้างผู้จัดการทีมอย่างเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อาร์เซน เวนเกอร์ บ็อบ เพลสลีย์ และไบรอัน คลัฟ

เธอกล่าวว่า: “ผมคิดว่านี่เป็นวันที่ภาคภูมิใจสำหรับผมและครอบครัว และเป็นวันที่เมื่อคุณพักจากงานที่ผมทำที่เชลซี ผมมีโอกาสสะท้อนถึงสิ่งนั้น ผมดีใจมากที่ได้อยู่ที่นี่”

เฮย์สยังแสดงความภาคภูมิใจในผลงานของเชลซีภายใต้กุนซือใหม่ โซเนีย บอมปาสตอร์ และกล่าวว่าผู้สืบทอดของเธอได้พาทีม “ไปสู่อีกระดับ”

เธอยังถวายคำสรรเสริญแด่แมตต์ บีร์ด อดีตกุนซือลิเวอร์พูลและเชลซี หลังจากที่เขาเสียชีวิตเมื่อต้นเดือนนี้ โดยกล่าวว่าเขาจะถูกจดจำในฐานะ “มนุษย์ยอดเยี่ยม”

“ผู้เล่นรักเขา เขาใส่ใจพวกเขา เขาพัฒนาพวกเขา เขาสร้างทีมชนะที่ลิเวอร์พูล” เฮย์สกล่าว “เขามีอิทธิพลมากต่อระบบนิเวศ [ในฟุตบอลหญิง] และเขาทำมันก่อนที่ใครจะมองเห็น เขาทำมันเมื่อเขาไม่มีเงิน”

“การเสียสละของเขายิ่งใหญ่มาก ลิขสิทธิ์ของเขาจะเป็นหลายสิ่งที่สำคัญที่เราต้องส่องแสงต่อไปในความยากลำบากที่มนุษย์สามารถมีได้ และจดจำว่าแมตต์ บีร์ด และชุมชนที่เขาสร้างนั้นไม่เหมือนใครในหลายทาง และเป็นสิ่งที่เราต้องปกป้องเพื่อเกียรติยศในลิขสิทธิ์ของเขา”

การเป็นกุนซือทีมสหรัฐฯ เหมือนเป็นปู่ย่าตายาย นั้นแสดงให้เห็นถึงมุมมองใหม่ที่เฮย์สนำมาสู่ฟุตบอลหญิงระดับนานาชาติ โดยเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ที่อบอุ่นแต่ชั่วคราวระหว่างโค้ชกับนักเตะ ซึ่งช่วยให้เธอใช้ประสบการณ์จากเชลซีในการพัฒนาทีมชาติ การเปลี่ยนผ่านนี้อาจเป็นแรงบันดาลใจสำหรับโค้ชหญิงคนอื่นๆ ที่มองหาช่องทางใหม่ในการเติบโต

ในฐานะแฟนฟุตบอล คุณคิดอย่างไรกับมุมมองนี้? แชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารฟุตบอลหญิงเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด!

ที่มา – Being USA boss like becoming a grandparent – Hayes

หนุ่มชักมีดแทง โดนยิงสวนดับหน้าแฟลตคลองจั่น

หนุ่มชักมีดแทง โดนยิงสวนดับหน้าแฟลตคลองจั่น ตร.ตามรวบมือปืนบาดเจ็บที่ รพ

เหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นในย่านคลองจั่น เมื่อหนุ่มชักมีดแทง โดนยิงสวนดับหน้าแฟลตคลองจั่น ตร.ตามรวบมือปืนบาดเจ็บที่ รพ สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวชุมชนเป็นอย่างมาก เรื่องราวนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงปัญหาความรุนแรงในสังคม แต่ยังชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการป้องกันและแก้ไขปัญหาบาดหมางเก่าๆ ที่อาจนำไปสู่โศกนาฏกรรมได้

หนุ่มชักมีดแทง โดนยิงสวนดับหน้าแฟลตคลองจั่น ตร.ตามรวบมือปืนบาดเจ็บที่ รพ

จากรายงานเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลาดพร้าว ได้รับแจ้งเหตุมีชายถูกยิงเสียชีวิตบริเวณฝั่งตรงข้ามแฟลตคลองจั่น 10 ซอยเสรีไทย 7 แยก 6 แขวงคลองจั่น ซึ่งเป็นพื้นที่ชุมชนหนาแน่น ที่เกิดเหตุหน้าหนึ่งร้านขายกระท่อม พบศพผู้เสียชีวิตชื่อนายกุลพงศ์ อายุ 26 ปี สภาพร่างกายสวมเสื้อแขนยาวสีดำและกางเกงขายาวสีดำ มีบาดแผลจากการถูกยิง 2 นัดที่ลำคอและขา ทะลุด้านหลัง นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นถนน ข้างๆ กันยังพบมีดพกปลายแหลมตกอยู่

ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายไกรวี อายุ 33 ปี ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการถูกมีดแทงที่ใบหน้าและลำตัว เจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลทันที จุดเกิดเหตุเป็นย่านชุมชนคึกคัก แต่คราบเลือดถูกทำความสะอาดเกือบหมดแล้ว ทำให้การตรวจสอบหลักฐานต้องอาศัยความละเอียดมากยิ่งขึ้น

สาเหตุบาดหมางและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นายนิค อายุ 26 ปี เจ้าของร้านขายกระท่อมที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ เล่าว่า ในคืนนั้นตนและพี่ชายกำลังนั่งคุยกันหน้าร้าน โดยไม่ได้ดื่มสุราหรือของมึนเมา จากนั้นเห็นผู้เสียชีวิตเดินวนเวียน ถ่ายวิดีโอ และพูดคนเดียว แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจ จนกระทั่งผู้เสียชีวิตเดินตรงเข้ามาและใช้มีดแทงพี่ชายจนล้มลง พี่ชายจึงหยิบปืนที่เหน็บไว้ยิงสวนไป 1 นัด และสั่งให้ออกไป แต่ผู้เสียชีวิตไม่ยอม ยังคงคร่อมร่างและแทงต่อ พี่ชายจึงยิงอีกนัด ทำให้ผู้เสียชีวิตเดินออกมาก่อนล้มลงหน้าร้าน จากนั้นพี่ชายก็หยิบมีดออกจากมือผู้ตาย

นายนิคเล่าว่าตนตกใจมาก รีบวิ่งหากู้ภัยช่วยเหลือ พี่ชายยืนยันว่าจะรอตำรวจ แต่บาดเจ็บสาหัสจึงถูกนำส่งโรงพยาบาลก่อน ส่วนสาเหตุคาดว่ามาจากบาดหมางเก่าๆ ประมาณ 1-2 สัปดาห์ก่อน พี่ชายเคยเจอผู้เสียชีวิตและถามว่า “ออกจากคุกแล้วใช่ไหม” ซึ่งผู้เสียชีวิตตอบว่าออกมาหางานทำ และทั้งคู่คุยกันดี แต่หลังจากนั้นไม่เจอกันจนถึงวันเกิดเหตุ นอกจากนี้ ยังพบอุปกรณ์เตรียมการใต้แฟลต คาดว่าผู้เสียชีวิตอาจวางแผนมาก่อน

ป้าของผู้เสียชีวิต นางนงค์ อายุ 66 ปี เล่าว่าเห็นหลานชายนั่งเล่นมือถือหน้าบ้านห่างจุดเกิดเหตุเพียง 10 เมตร ก่อนมีคนมาบอกว่าถูกยิง เธอเสียใจมากและมองว่าเหตุการณ์อุกอาจ โดยเฉพาะการพกปืนในชุมชน ยืนยันว่าผู้เสียชีวิตเพิ่งออกจากเรือนจำต้นเดือน ติดคดีอาวุธปืนและยาเสพติด แต่พยายามปรับตัว ทำงานที่ห้างสรรพสินค้า และมีสติปกติ ไม่ใช่คนสติไม่ดี

พ.ต.อ.ธนาพันธ์ ผดุงการ ผกก.สน.ลาดพร้าว ระบุว่าผู้ยิงกำลังรักษาตัวที่โรงพยาบาล ยังไม่ได้สอบปากคำใคร แต่จะเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

  • ปัญหาบาดหมางเก่าที่ไม่ได้รับการแก้ไข
  • การพกพาอาวุธในพื้นที่ชุมชน
  • ผลกระทบต่อครอบครัวและสังคม

เหตุการณ์นี้ทำให้ชาวคลองจั่นตื่นตัวมากขึ้น หากคุณอาศัยในพื้นที่ชุมชนหนาแน่น ควรระมัดระวังและแจ้งเบาะแสความเสี่ยงให้เจ้าหน้าที่ทราบทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอย

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์หนุ่มชักมีดแทง โดนยิงสวนดับหน้าแฟลตคลองจั่นนี้ ชี้ให้เห็นถึงช่องว่างในระบบบำบัดฟื้นฟูผู้เคยกระทำผิด ควรมีโครงการสนับสนุนการปรับตัวให้มากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงในสังคม

ที่มา – หนุ่มชักมีดแทง โดนยิงสวนดับหน้าแฟลตคลองจั่น ตร.ตามรวบมือปืนบาดเจ็บที่ รพ

ร้านทอง จ.เชียงใหม่ คึกคัก ราคาทองแตะ 60,000 บาท

ในช่วงนี้ ร้านทอง จ.เชียงใหม่ คึกคัก อย่างเห็นได้ชัด หลังจากราคาทองคำในประเทศพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องจนแตะระดับ 60,000 บาทต่อบาททองคำ สร้างความสนใจให้กับทั้งนักลงทุนและประชาชนทั่วไปที่หันมาซื้อขายทองกันอย่างคึกคัก บรรยากาศที่ตลาดวโรรส อำเภอเมืองเชียงใหม่ เต็มไปด้วยผู้คนที่พากันมาถอนเงินจากธนาคารเพื่อซื้อทองเก็งกำไร หรือนำทองที่สะสมไว้ออกมาขายทำกำไร หลังจากราคาทำสถิติใหม่สูงสุด

ร้านทอง จ.เชียงใหม่ คึกคัก ด้วยราคาทองที่พุ่งสูง

วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รายงานถึงสถานการณ์ที่ร้านทองย่านตลาดวโรรส ซึ่งเป็นย่านค้าทองชื่อดังของเชียงใหม่ พบว่ามีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาร่วมซื้อขายทองคำ ตั้งแต่เช้าจรดเย็น ราคาทองที่ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้หลายคนมองว่านี่คือโอกาสทองในการลงทุน โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ถือทองไว้ตั้งแต่ราคาต่ำกว่า 40,000 บาท ซึ่งตอนนี้สามารถทำกำไรได้มหาศาล

ไม่เพียงแต่การซื้อเท่านั้น แต่การขายทองก็คึกคักไม่แพ้กัน ผู้คนจำนวนไม่น้อยนำทองรูปพรรณและทองแท่งที่เก็บสะสมไว้มานานออกมาขาย เพื่อแลกเป็นเงินสดในช่วงที่ราคาสูงสุด บรรยากาศนี้คล้ายกับกระแสเก็งกำไรในตลาดหุ้น แต่ทองคำถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ได้รับความนิยมในยามเศรษฐกิจผันผวน

บรรยากาศร้านทองเชียงใหม่

มุมมองจากเจ้าของร้านทอง

นายฉัตรพล สุนทรไพบูลย์ เจ้าของห้างทองอินทรีทอง หนึ่งในร้านทองชั้นนำของเชียงใหม่ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ลูกค้าของร้านเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการนำทองมาขาย ทั้งทองแท่งและทองรูปพรรณที่สะสมไว้ในช่วงราคาต่ำ นอกจากนี้ ยังมีลูกค้าที่ถอนเงินฝากจากธนาคารมาซื้อทองเพื่อเก็งกำไร โดยมองว่าผลตอบแทนจากทองสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารหลายเท่า มีลูกค้าคนหนึ่งที่ลงทุนซื้อทองรูปพรรณหนักถึง 30 บาททองคำ เพื่อเก็บไว้ในระยะยาว เพราะเชื่อว่าราคาทองยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์นี้ทำให้ร้านทองบางแห่งในจังหวัดเชียงใหม่ต้องหยุดรับซื้อทองชั่วคราว เพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงิน แต่สำหรับร้านขนาดใหญ่ที่มียอดขายสูง ยังคงรับซื้อและขายตามปกติ โดยปรับราคาตามตลาดโลกที่ผันผวนจากปัจจัยต่างๆ เช่น สงครามการค้า อัตราเงินเฟ้อ และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

ลูกค้าที่ร้านทองเชียงใหม่

แนวโน้มราคาทองในอนาคต

สำหรับแนวโน้มราคาทองคำในประเทศไทยหลังจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าอาจมีการย่อตัวลงในบางช่วง เพื่อปรับฐานหลังจากพุ่งสูง แต่ด้วยสถานการณ์โลกที่ซับซ้อน เช่น ความขัดแย้งระหว่างประเทศและนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ราคาทองมีโอกาสขยับขึ้นต่อเนื่อง และอาจแตะระดับ 70,000 บาทต่อบาททองคำในปี 2569 ได้ หากปัจจัยบวกยังคงมีอยู่

การลงทุนในทองคำไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับคนไทย โดยเฉพาะในภาคเหนืออย่างเชียงใหม่ที่เป็นศูนย์กลางการค้าทองใหญ่ ทองคำไม่เพียงเป็นเครื่องประดับ แต่ยังเป็นเครื่องมือเก็บมูลค่าที่ดีในยามวิกฤต นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจ เพราะราคาทองสามารถผันผวนได้สูง หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการลงทุน ลองพิจารณาร้านทอง จ.เชียงใหม่ คึกคักในช่วงนี้ เพื่อดูแนวโน้มด้วยตัวเอง

  • ข้อดีของการลงทุนทอง: สินทรัพย์ปลอดภัย กันเงินเฟ้อได้ดี
  • ความเสี่ยง: ราคาผันผวนตามตลาดโลก
  • เคล็ดลับ: ซื้อในช่วงราคาต่ำ และขายเมื่อสูงเพื่อทำกำไร

ในความเห็นของผู้เขียน การลงทุนทองคำยังคงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับพอร์ตการลงทุน โดยเฉพาะในสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันที่ไม่แน่นอน หากคุณสนใจ ลองเริ่มต้นด้วยจำนวนเล็กๆ และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด หากมีคำถามเพิ่มเติม สามารถคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย

ที่มา – ร้านทอง จ.เชียงใหม่ คึกคัก คนแห่นำทองมาขาย หลังราคาปรับเพิ่ม แตะ 60,000 บาท

PORSCHE ยัน ไม่ยุติสายการผลิตรถสปอร์ตเกียร์ธรรมดา!

PORSCHE ยัน ไม่ยุติสายการผลิตรถสปอร์ตเกียร์ธรรมดา!

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวรถสปอร์ตทุกคน! วันนี้เรามาพูดถึงข่าวดีสำหรับคนรักการขับแบบแมนนวลกันบ้าง Porsche 911 รุ่นเกียร์ธรรมดา กำลังกลายเป็นของหายากที่ราคาแพงหูฉี่ แต่ PORSCHE ยัน ไม่ยุติสายการผลิตรถสปอร์ตเกียร์ธรรมดา! แม้ว่าตลาดรถสปอร์ตจะหันไปหาเกียร์อัตโนมัติกันมากขึ้น แต่ Porsche ยังคงยึดมั่นในความคลาสสิกนี้ อย่าง Carrera T, GT3 และ Sport Classic ที่ยังคงมีเกียร์สับมือให้เลือก แม้ PDK จะเร่ง 0-100 เร็วกว่า แต่ความรู้สึกนุ่มนวลของคลัตช์และการควบคุมเอง มันคือเสน่ห์ที่นักขับตัวจริงขาดไม่ได้

Porsche 911 เกียร์ธรรมดา

PORSCHE ยัน ไม่ยุติสายการผลิตรถสปอร์ตเกียร์ธรรมดา!

จากบทสัมภาษณ์ในนิตยสาร Evo กับ Michael Rösler ผู้อำนวยการฝ่ายผลิต Porsche 911 เขายืนยันชัดเจนว่า Porsche กำลังพิจารณาเพิ่มรุ่นเกียร์ธรรมดาให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะใน 911/992.2 Carrera T ที่จะมีオプションเกียร์แมนนวล แม้รุ่นอื่นๆ จะติด PDK เท่านั้น Rösler ผลักดันให้เกิดรุ่นนี้เพราะรู้ว่ายังมีแฟนๆ ต้องการความเป็นเจ้าของที่แท้จริง

ในยุโรป Carrera T เกียร์ธรรมดา ช่วยประหยัดน้ำมันได้ดีขึ้น 2-3% เมื่อเทียบกับ PDK แต่ที่สหรัฐฯ ลูกค้าถึง 50% ของ 911 Carrera GTS เลือกเกียร์ธรรมดา! แม้ระบบไฮบริดใหม่จะไม่รองรับ แต่ Porsche ก็พร้อมออกรุ่นพิเศษราคาแพงเพื่อตอบโจทย์กลุ่มนี้ อย่าง 911 Sport Classic ที่ราคา 31 ล้านบาท ขายหมดทันทีที่เปิดจอง

Porsche Carrera T

ทำไม Porsche ยังยืนยันผลิตเกียร์ธรรมดา

Rösler อธิบายว่าเกียร์ธรรมดาให้ความรู้สึกขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะในเมืองที่จราจรไม่ติดขัด มันส่งต่ออารมณ์ของ Porsche 911 ได้อย่างแท้จริง สำหรับ GT3 พวกเขาปรับเกียร์ 6 สปีดให้กระชับขึ้น โดยตัดเกียร์ 7 โอเวอร์ไดรฟ์ออก เพื่อให้เหมาะกับการขับสปอร์ตที่ต้องเหยียบคลัตช์เองทุกเกียร์ แม้ความนิยมจะลดลง แต่ Rösler มองว่าปัญหาคือซัพพลายเออร์อะไหล่ที่ต้องสต็อกชิ้นส่วนเพิ่ม สร้างต้นทุน แต่ Porsche ยังไม่ยอมแพ้

นอกจากนี้ Porsche ยังวางแผนรุ่นพิเศษในช่วงท้ายวงจรผลิต เช่น Speedster, Sport Classic และ Dakar ที่ประสบความสำเร็จ พวกเขากำลังทดสอบ GT3 Cabriolet ซึ่งอาจนำไปสู่ 911 Speedster รุ่นใหม่บนฐาน GT3 ส่วนระบบ T-Hybrid ใน GTS และ Turbo S เริ่มจากเทอร์โบเดี่ยวเพื่อเหตุผลธุรกิจ แต่เกียร์ธรรมดายังคงเป็นทางเลือกสำหรับคนรักความคลาสสิก

Porsche GT3 เกียร์ธรรมดา
  • จุดเด่นของเกียร์ธรรมดาใน Porsche: ความรู้สึกควบคุมเต็มที่
  • รุ่นพิเศษที่ยังมี: Carrera T, GT3, Sport Classic
  • ปัญหาที่ Porsche เผชิญ: ต้นทุนอะไหล่และความนิยมลดลง
  • อนาคต: รุ่นใหม่ๆ อย่าง Speedster ที่อาจมาพร้อมเกียร์แมนนวล
Michael Rösler Porsche

ในความเห็นผม Porsche กำลังทำถูกแล้วที่ยืนยัน PORSCHE ยัน ไม่ยุติสายการผลิตรถสปอร์ตเกียร์ธรรมดา! เพราะมันคือหัวใจของแบรนด์ ถ้าคุณเป็นนักขับที่รักเกียร์สับมือ ลองติดตามข่าว Porsche 911 รุ่นใหม่ๆ ดูสิ อาจมีเซอร์ไพรส์รออยู่ หากสนใจ ลองแวะโชว์รูม Porsche ใกล้บ้านเพื่อทดลองขับดูนะ จะได้สัมผัสความต่างด้วยตัวเอง

Porsche 911 Speedster

ที่มา – PORSCHE ยัน ไม่ยุติสายการผลิตรถสปอร์ตเกียร์ธรรมดา!

นายกฯ เผยอ.บวรศักดิ์แนะกางฉัตรนรสิงห์ร่มเย็น

นายกฯ เผย “อ.บวรศักดิ์” แนะนำกางฉัตร 7 ชั้นนรสิงห์ เป็นสง่าราศี ร่มเย็นเป็นสุข

ในโลกการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวและประเพณีโบราณ การตัดสินใจเล็กๆ น้อยๆ ของผู้นำมักสะท้อนถึงความเชื่อและวัฒนธรรมที่ลึกซึ้ง วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องที่น่าสนใจจากนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่เพิ่งเผยเหตุผลเบื้องหลังการกางฉัตร 7 ชั้นเหนือรูปปั้นนรสิงห์จำลองที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นคำแนะนำจากรองนายกรัฐมนตรี นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ หรือที่รู้จักในนาม “อ.บวรศักดิ์” นายกฯ เผย “อ.บวรศักดิ์” แนะนำกางฉัตร 7 ชั้นนรสิงห์ เพื่อความเป็นสง่าราศีและร่มเย็นเป็นสุข ซึ่งฟังดูแล้วมีความหมายลึกซึ้งและมีเหตุผลทางวัฒนธรรม

นายกฯ เผย “อ.บวรศักดิ์” แนะนำกางฉัตร 7 ชั้นนรสิงห์ เป็นสง่าราศี ร่มเย็นเป็นสุข

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 12.09 น. ของวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ณ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอย่างเป็นกันเอง เกี่ยวกับการกางฉัตร 7 ชั้นเหนือรูปปั้นนรสิงห์จำลองที่เพิ่งประดิษฐานใหม่ นายกฯ อธิบายว่า คำแนะนำนี้มาจากอ.บวรศักดิ์ ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ด้านวัฒนธรรมและประเพณีไทยอย่างลึกซึ้ง โดยอ.บวรศักดิ์บอกว่า หลังจากประดิษฐ์ฐานรูปปั้นแล้ว ควรนำฉัตร 7 ชั้นมากางให้ เพื่อให้รูปปั้นนรสิงห์มีสง่าราศี และนำพาความร่มเย็นเป็นสุขมาสู่ทุกคนที่เกี่ยวข้อง

นรสิงห์ หรือสิงห์นรในตำนานไทย ถือเป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญ พลังอำนาจ และการปกป้องจากภัยอันตราย ในสมัยโบราณ รูปปั้นนรสิงห์มักถูกใช้เป็นผู้พิทักษ์ประตูวัดหรือสถานที่สำคัญ เพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้าย ส่วนฉัตร 7 ชั้นนั้น เป็นเครื่องหมายแห่งราชันย์และความศักดิ์สิทธิ์ในพุทธศาสนาไทย สูง 7 ชั้นหมายถึงการปกคลุมด้วยบุญและคุณธรรม การนำทั้งสองอย่างมารวมกันจึงเป็นการผสานพลังทางจิตวิญญาณเพื่อความมั่นคงของรัฐบาล นายกฯ อนุทิน ยังย้ำว่าคำแนะนำนี้มีตรรกะและเหตุผลชัดเจน ทำให้รู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่ความเชื่อ แต่เป็นการเคารพประเพณีที่ช่วยเสริมสร้างความสามัคคี

ความเชื่อส่วนตัวของนายกฯ อนุทินในการไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์

นอกจากเรื่องฉัตรนรสิงห์แล้ว การสัมภาษณ์ยังเผยถึงมุมส่วนตัวของนายกฯ อนุทิน ที่เป็นคนศรัทธาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างมาก เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าต้องไหว้รูปปั้นนรสิงห์ทุกวันหรือไม่ นายกฯ ตอบอย่างยิ้มแย้มว่า ตนไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกอย่างที่พบเจอ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้านเกิดในจังหวัดพิษณุโลก ศาลเสด็จเตี่ย หรือกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร แม้แต่รูปปั้นนรสิงห์นี้ก็ไม่เว้น หลังจากกางฉัตรแล้ว นายกฯ ยังขึ้นไปสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล

เมื่อถูกถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับบ้านพิษณุโลกที่เป็นสถานที่สำคัญ นายกฯ ชี้แจงว่า ไม่จำเป็นต้องเข้าไปไหว้ภายใน สามารถไหว้จากข้างนอกได้ และยังไม่คิดใช้บ้านหลังนั้นเป็นที่ทำงาน เพราะทำเนียบรัฐบาลสะดวกกว่ามาก สำหรับคำถามที่ว่าตึกไทยคู่ฟ้ามีห้องนอนหรือไม่ เพื่อให้นายกฯ พักผ่อน นายอนุทินตอบตรงๆ ว่าไม่มี แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะการทำงานที่ทำเนียบมีทุกอย่างพร้อม

เรื่องเหล่านี้แสดงให้เห็นว่านายกฯ อนุทินไม่เพียงแต่เป็นนักการเมืองมืออาชีพ แต่ยังคงรักษาความเชื่อแบบไทยๆ ไว้ ซึ่งช่วยให้ภาพลักษณ์ของท่านดูเข้าถึงง่ายและน่าเชื่อถือมากขึ้น ในยุคที่การเมืองไทยเต็มไปด้วยความท้าทาย การนำประเพณีโบราณมาประยุกต์ใช้ เช่น การกางฉัตร 7 ชั้นนรสิงห์ อาจเป็นสัญญาณของความมั่นคงและความปรองดองที่รัฐบาลต้องการส่งมอบให้ประชาชน

ความหมายทางวัฒนธรรมของนรสิงห์และฉัตร 7 ชั้น

มาขยายความกันหน่อยสำหรับผู้อ่านที่สนใจด้านวัฒนธรรมไทย นรสิงห์ในคติไทยมาจากเรื่องราวในพุทธประวัติและมหากาพย์รามายณะ โดยเป็นรูปเคารพที่ผสมมนุษย์กับสิงห์ สัญลักษณ์ของการต่อสู้กับอธรรม ส่วนฉัตร 7 ชั้นปรากฏในคติพุทธว่าเป็นเครื่องราชอิสริยยศที่ปกป้องพระพุทธเจ้า ในสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ ฉัตรถูกใช้ในพิธีราชาภิเษกเพื่อความเป็นมงคล การกางฉัตรเหนือรูปปั้นนรสิงห์ที่ทำเนียบจึงไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นการเชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบัน เพื่อเสริมพลังให้การบริหารประเทศราบรื่น

จากมุมมอง SEO และการค้นหา คำว่า “นรสิงห์” และ “ฉัตร 7 ชั้น” เป็นคีย์เวิร์ดยอดนิยมในหมู่ผู้สนใจประวัติศาสตร์ไทย หากคุณกำลังมองหาวิธีนำความเชื่อเหล่านี้มาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ลองศึกษาความหมายเพิ่มเติมเพื่อความเป็นสิริมงคล

  • นรสิงห์: สัญลักษณ์ของความกล้าหาญและการปกป้อง
  • ฉัตร 7 ชั้น: แทนความเจริญรุ่งเรืองและบุญบารมี
  • การกางฉัตร: พิธีกรรมเพื่อร่มเงาและความเย็นใจ

นายกฯ เผย “อ.บวรศักดิ์” แนะนำกางฉัตร 7 ชั้นนรสิงห์ เป็นสง่าราศี ร่มเย็นเป็นสุข นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนว่าการเมืองกับวัฒนธรรมสามารถผนึกกันได้อย่างลงตัว

ในฐานะนักสังเกตการณ์การเมือง ผมคิดว่าการกระทำเช่นนี้ช่วยเสริมภาพลักษณ์รัฐบาลให้ดูมั่นคงยิ่งขึ้น หากคุณอยากรู้ข่าวสารการเมืองอัปเดต ลองติดตามบล็อกของเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลน่าสนใจอื่นๆ สอบถามหรือแชร์ความเห็นได้เลย!

ที่มา – นายกฯ เผย “อ.บวรศักดิ์” แนะนำกางฉัตร 7 ชั้นนรสิงห์ เป็นสง่าราศี ร่มเย็นเป็นสุข

Midtjylland กลายเป็นแหล่งเพาะผู้เชี่ยวชาญลูกนิ่ง

ชาวเดนมาร์กเป็นหนึ่งในผู้บริโภคกาแฟที่มากที่สุดในยุโรป ดังนั้นโอกาสที่สต๊าฟฟ์ทุกคนในเอฟซี มิดทียล์แลนด์จะแวะเวียนไปยังห้องพักผ่อนที่คอมเพล็กซ์ฝึกซ้อมหลายครั้งต่อวันนั้นมีสูงมาก

ขณะที่อยู่ที่นั่น พวกเขาจะไม่เพียงแต่ได้รับคาเฟอีนเท่านั้น แต่ยังได้เห็นเครื่องมือสำคัญของสโมสร ซึ่งตั้งอยู่ตรงเหนือเครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่ที่เสิร์ฟกาแฟแก้วแล้วแก้วเล่า

มันไม่ใช่ตารางคะแนนซูเปอร์ลีกา (ซึ่งพวกเขาครองแชมป์ 4 สมัยตั้งแต่ปี 2015) แต่เป็นกราฟที่แสดงความแตกต่างของประตูจากลูกนิ่งของมิดทียล์แลนด์

วันพฤหัสบดีนี้ พวกเขาจะเดินทางมาอังกฤษ – ที่ซึ่งลูกมุมและการเตะเข้าทางกำลังกลับมาเป็นที่นิยม – เพื่อเผชิญหน้ากับน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ในยูโรปา ลีก

ลูกนิ่งกำลังเป็นเทรนด์ในพรีเมียร์ลีก โดยออสติน แมคฟี ของแอสตัน วิลล่า และนิโคลัส โจเวอร์ ของอาร์เซนอล เป็นบุคคลที่รู้จักกันดีบนเส้นข้างสนามทุกครั้งที่มีการรีสตาร์ท

ในช่วงฤดูร้อนปี 2024 เชลซีจ่ายค่าชดเชย 750,000 ปอนด์ให้เบรนท์ฟอร์ดสำหรับโค้ชลูกนิ่ง เบอร์นาร์โด คูเอวา โดยโพสต์ 3 โพสต์ของฟาบริซิโอ โรมาโน่เกี่ยวกับการย้ายทีมนี้ทำยอดวิวได้ 5.9 ล้านครั้ง

มิเคเล่ อาราโกน่า ซึ่งเพิ่งย้ายจากมิดทียล์แลนด์ไปไอปสวิชในฐานะนักวิเคราะห์ลูกนิ่ง จำได้ว่าคิดว่า “นี่จะทำให้ตลาดตกใจ”

“เชลซีเข้าใจดีจริงๆ โดยเฉพาะในพรีเมียร์ลีก ทุกจุดที่ทำได้อาจสร้างมูลค่าหลายล้านปอนด์ และนั่นคือเหตุผลที่พวกเขาเริ่มมองหาทุกโอกาสเล็กๆ น้อยๆ” อาราโกน่ากล่าว

อย่างไรก็ตาม มิดทียล์แลนด์อยู่ข้างหน้าคนอื่นๆ มาตั้งแต่ 10 ปีก่อน ลูกนิ่งเป็นส่วนสำคัญในแนวทางของสโมสรตั้งแต่แมทธิว เบนแฮมซื้อหุ้นส่วนใหญ่ในปี 2014

ปัจจัยร่วมในแชมป์ 4 สมัยของพวกเขา ซึ่งสมัยล่าสุดมาหลังจากเบนแฮมขายหุ้นในปี 2023 คือพวกเขาทำประตูจากลูกนิ่งได้มากกว่าเสียอย่างน้อย 10 ประตู

แนวทางที่เคย獨特กำลังถูกเลียนแบบทั่วยุโรป แต่ถ้าคุณเคยได้ยินชื่อผู้เชี่ยวชาญลูกนิ่ง มีโอกาสสูงที่พวกเขาจะจบจาก “อะคาเดมี” ชั่วคราวของมิดทียล์แลนด์ก่อนไปตำแหน่งปัจจุบัน

การที่ศิษย์เก่าของพวกเขามีชื่อเสียงและกระจายตัวกว้างถูกเฉลิมฉลอง

“เราลงทุนพลังงานมากมายในเรื่องนี้ จนเป็นเรื่องธรรมชาติที่เราจะมีคนเก่งๆ บางคนจากไป” เจคอบ ลาร์เซ่น ผู้อำนวยการฟุตบอลของมิดทียล์แลนด์กล่าว

ก่อนอื่นคือโค้ช ในพรีเมียร์ลีก วิลล่ามีแมคฟี ในขณะที่มาร์ติน มาร์คย้ายมาร่วมนิวคาสเซิ่ลในบทบาทเดียวกันช่วงฤดูร้อนนี้ โจเวอร์เคยใช้เวลาอย่างไม่เป็นทางการที่มิดทียล์แลนด์มาก่อน

ในระดับทีมชาติ แมดส์ บูทเกร이트 เป็นโค้ชลูกนิ่งของเยอรมนีภายใต้ยูเลียน นาเกิลส์มันน์ ขณะที่ลาร์ส นูดเซ่นจัดการทีมชาติเดนมาร์ก U21 ในปัจจุบัน เขาเคยโค้ชลูกนิ่งที่เลสเตอร์ ซิตี้ฤดูกาล 2022-23

จากนั้นคือนักวิเคราะห์ คาร์เลส ซาฟอนท์ ทำงานกับทีมชุดใหญ่ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขณะที่มาร์ค ออร์ติ เอสเตบันอยู่กับเบรนท์ฟอร์ดจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ปัจจุบันเขาอยู่ที่นิวอิงแลนด์ รีโวลูชั่น โจเซ่ โรดริเกซ คัลโว่ย้ายจากวิลล่าไปเรอัล โซเซียดาดช่วงฤดูร้อนนี้

อาราโกน่าอธิบายกับ BBC Sport ว่าบทบาทของโค้ชลูกนิ่งและนักวิเคราะห์ลูกนิ่งมักถูกสับสน พวกเขาแตกต่างแต่เชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก แม้ว่าขอบเขตจะแตกต่างกันไปตามสโมสร

“เราทำงานร่วมกันแบบ symbiotic” เขากล่าว “แต่โค้ชคือคนที่นำเสนอการประชุมและเซสชั่นบนสนาม ผมจะไปหานักเตะแต่ละคน ตรวจสอบให้ทุกอย่างถูกต้องในระดับบุคคล หรือดูแลเงาโจมตีคู่ต่อสู้

“ผมจะแสดงคลิปและทำให้ทุกอย่างสมจริงที่สุด แต่บางนักวิเคราะห์อาจบอกว่าพวกเขาอยู่ในออฟฟิศ”

นอกจากนี้ อาราโกน่าใช้เวลาวิเคราะห์คู่ต่อสู้และฟุตเทจหลังจบแมตช์ ขณะที่เขาร่วมมือกับโค้ชในกลยุทธ์การแข่งขัน

มิดทียล์แลนด์เล่นในเฮอร์นิง เมืองทางตะวันตกของเดนมาร์กที่มีประชากร 55,000 คน และฝึกซ้อมในอิกัสต์ เมืองที่มีประชากรประมาณ 20,000 คน

พวกเขาอยู่ห่างไกลจากแสงสี และต้อง “สร้างสรรค์” ตามที่ลาร์เซ่นกล่าว “เริ่มจากพัฒนาการพรสวรรค์” เขาบอก BBC Sport แต่ก็มีความทะเยอทะยาน “เรายังอยากเป็นแชมป์เดนมาร์กทุกปี”

ลูกนิ่งกลายเป็นจุดเด่นของมิดทียล์แลนด์อย่างรวดเร็ว

“ตอนผมเล่น ลูกนิ่งได้เวลา 10 นาทีสุดท้ายของการฝึกก่อนแมตช์” ลาร์เซ่นอธิบาย “เราลอง 2 แบบและจบแค่นั้น

“ตอนนี้เราพยายามใส่ไว้ในทุกเซสชั่นฝึกและหาวิธีสร้างสรรค์ในการพูดคุยเพื่อกระตุ้นนักเตะให้สนุกกับลูกนิ่งเท่ากับส่วนอื่นๆ”

แต่ในขณะที่ภาพในหัวคือรูปแบบแฟนซี กับการวิ่งหลอกซับซ้อนและการเคลื่อนไหว extravagant ตามที่อาราโกน่ากล่าวนั้นเป็น “ความเข้าใจผิดทั่วไป”

“ผู้คนคิดว่า ‘โอ้ เราต้องสร้างรูปแบบต่างกันสำหรับทุกเกมตามจุดอ่อนคู่ต่อสู้’ แต่ไม่ใช่แบบนั้น” เขากล่าว “รูปแบบสามารถชนะเกมได้ แต่ถ้าคุณอยากสร้างอะไรที่สม่ำเสมอและดีที่สุดในช่วงหลายปี มันต้องเป็นสิ่งที่ทำซ้ำได้”

Midtjylland กลายเป็นแหล่งเพาะผู้เชี่ยวชาญลูกนิ่ง

การมุ่งเน้นลูกนิ่งของมิดทียล์แลนด์เป็นระดับสโมสรทั้งหมด รูเน่ ดูริงรับผิดชอบในระดับเยาวชน โดยแต่ละชุดอายุมีโค้ชคนหนึ่งที่ดูแลลูกนิ่ง

“ในอะคาเดมี เรามองนักเตะแต่ละคนและคิดว่า ‘เราจะให้ข้อได้เปรียบพิเศษในลูกนิ่งให้เขาได้ไหม?'” ลาร์เซ่นกล่าว

“แน่นอน มีสถานการณ์เฉพาะ แต่เราเป็นสโมสรพัฒนาพรสวรรค์ เราต้องการพูดคุยกับนักเตะและลองให้พวกเขาคิดเองและหาไอเดียและ解决方案ในแมตช์”

แน่นอน การมุ่งเน้นระหว่างรับและรุกแตกต่างกันตามสโมสร

“สมดุลที่เรามีคือ 90% รุก 10% รับ” อาราโกน่าอธิบายเกี่ยวกับฤดูกาลที่แล้วของมิดทียล์แลนด์

พวกเขาเสียแชมป์ 2024-25 ให้เอฟซี โคเปนเฮเก้นด้วยคะแนนต่าง 1

“เราแทบไม่เสียโอกาสเลย ดังนั้นความคิดของเราคือ ‘ทำไมเราต้องเน้นรับมากถ้าทุกอย่างไปได้สวย?!'”

ลาร์เซ่นยอมรับอย่างเต็มใจว่าลูกนิ่งมีบทบาทสำคัญในการสนทนาการสรรหา มิดทียล์แลนด์เป็นสโมสรที่ใช้จ่ายหนักตามมาตรฐานเดนมาร์ก – 36.6 ล้านยูโรที่พวกเขาจ่ายสำหรับนักเตะใน 2023-24 เป็นสถิติสูงสุดของชาติ

มีตามลาร์เซ่น ไม่มีเกณฑ์ความสูงขั้นต่ำ แต่ตัวชี้วัดนั้นถูกพิจารณาร่วมกับคุณสมบัติเช่นความสามารถโหม่ง ลูกโยนไกล และการยิงฟรีคิก

แนวทางแบบบุคคล

อย่างไรก็ตาม มิดทียล์แลนด์เล่นฟุตบอลแบบ “บุคคล” เมื่อเทียบกับเพื่อนร่วมชาติ ลาร์เซ่นกล่าว

“เราเล่นด้วยร่างกายและเกณฑ์บุคคลมาก มีระบบมากกว่าทีมอื่น และโครงสร้างที่พวกเขาเล่นเป็นทีมมากกว่า ที่นี่เน้นบุคคลมากกว่า แต่จิตวิญญาณครอบครัวรวมเราด้วยกัน”

วัฒนธรรมนั้นเป็นหนึ่งในสี่เสาหลักของมิดทียล์แลนด์

“จากภายนอก คุณเห็นสโมสรที่ก้าวร้าวมาก สร้างสรรค์และก้าวหน้าที่สุดในเดนมาร์ก” ลาร์เซ่นเพิ่ม “แต่พอเข้ามาใกล้ คุณจะพบค่านิยมอ่อนโยน”

พวกเขามีโรงเรียนสำหรับเยาวชนนักเตะเข้าเรียนควบคู่การฝึก และอาราโกน่าชมเชยสมดุลชีวิตการทำงานในเดนมาร์กอย่างมาก

“ตอนผมมาถึงมิดทียล์แลนด์ ทุกคนบอกว่า ‘งานสำคัญ แต่ครอบครัวสำคัญกว่า – ถ้าคุณต้องทำอะไรกับพวกเขา อย่ามาทำงาน’ สมดุลชีวิตการทำงานสมบูรณ์แบบ คุณฝึกตอนเช้า กินข้าวกลางวันด้วยกันแล้วทุกคนกลับบ้าน ถ้าโทรไปจะเป็นวอยซ์เมล!”

ยังคง เพื่อประสบความสำเร็จในฟุตบอลต้องมีด้านดุร้าย และที่ซิตี้ กราวด์วันพฤหัสบดีนี้ พวกเขาจะถูกจัดการโดยไมค์ ตุลเบิร์ก – แต่งตั้งปลายเดือนสิงหาคมหลังจากโธมัส โธมัสเบิร์กถูกปลด

ความพ่ายแพ้ของคนหลังคือสถิติไม่แพ้ 17 นัด ซึ่งรวมการจบอันดับสองในลีกและเข้ารอบกลุ่มยูโรปา ลีก

ข้อมูลพื้นฐานดูเหมือนจะบอกความจริงที่ต่างออกไป

การที่ Midtjylland กลายเป็นแหล่งเพาะผู้เชี่ยวชาญลูกนิ่งแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ระยะยาวที่สามารถเปลี่ยนเกมฟุตบอลได้ หากสโมสรไทยอยากแข็งแกร่ง ลองนำแนวทางนี้มาปรับใช้ดู

ที่มา – How Midtjylland became hotbed for set-piece experts

เขตบางคอแหลม ตรวจสอบเหตุถนนทรุดยานนาวา ปิด 2 ช่องจราจร

เขตบางคอแหลม ตรวจสอบเหตุถนนทรุด บริเวณด้านหน้าการไฟฟ้ายานนาวา ปิด 2 ช่องจราจร

เมื่อเช้าวันที่ 1 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 08.00 น. สำนักงานเขตบางคอแหลมได้รีบรุดลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุการณ์ถนนทรุดตัวที่เกิดขึ้นบริเวณด้านหน้าการไฟฟ้ายานนาวา ซึ่งเป็นจุดสำคัญในย่านยานนาวา กรุงเทพมหานคร เหตุการณ์นี้สร้างความกังวลให้กับชาวบ้านและผู้ใช้รถใช้ถนนในพื้นที่ เนื่องจากถนนที่ทรุดตัวลงไปกลายเป็นโพรงดินขนาดใหญ่ ส่งผลกระทบต่อการจราจรและความปลอดภัยโดยตรง

เขตบางคอแหลม ตรวจสอบเหตุถนนทรุด บริเวณด้านหน้าการไฟฟ้ายานนาวา ปิด 2 ช่องจราจร

จากการตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ พบว่าจุดถนนทรุดตัวเป็นโพรงดินใต้พื้นถนนคอนกรีต มีความลึกประมาณ 1-2 เมตร พื้นผิวถนนเกิดการแอ่นตัวลงอย่างเห็นได้ชัด พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมีความยาวประมาณ 26 เมตร และกว้าง 9 เมตร นอกจากนี้ยังมีกำแพงรั้วของเอกชนที่อยู่ใกล้เคียงได้รับความเสียหายยาวประมาณ 20 เมตร เพื่อป้องกันอันตราย สำนักงานเขตบางคอแหลมจึงสั่งปิดกั้นพื้นที่ทั้งหมด และปิดการจราจร 2 ช่องทางบริเวณด้านหน้าการไฟฟ้าเขตยานนาวา โดยห้ามรถโดยสารประจำทางจอดรับ-ส่งผู้โดยสารในบริเวณใกล้เคียง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

สาเหตุและมาตรการป้องกันชั่วคราว

สาเหตุของถนนทรุดนี้อาจเกิดจากการชะล้างของดินใต้พื้นถนน หรือปัญหาโครงสร้างพื้นฐานที่เสื่อมสภาพตามกาลเวลา ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยในเขตกรุงเทพฯ ที่มีระบบระบายน้ำเก่าแก่ สำนักงานเขตบางคอแหลมได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที โดยติดต่อสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร เพื่อบล็อกกั้นแนวท่อระบายน้ำและติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ป้องกันน้ำไหลเข้าไปในโพรงดิน ทำให้ปัญหาทวีความรุนแรง นอกจากนี้ยังนัดหมายประชุมร่วมกับสำนักการโยธา สำนักการระบายน้ำ การไฟฟ้าเขตยานนาวา การประปานครหลวง และหน่วยงานอื่นๆ เพื่อวางแผนแก้ไขระยะยาว เช่น การซ่อมแซมถนน การเสริมโครงสร้าง และตรวจสอบระบบสาธารณูปโภคใต้ดิน

  • ปิดกั้นพื้นที่ถนนทรุดตัวทันที
  • ห้ามรถโดยสารประจำทางจอดใกล้เคียง
  • ประสานงานติดตั้งเครื่องสูบน้ำและบล็อกท่อระบาย
  • วางแผนประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ผู้ขับขี่ควรหลีกเลี่ยงเส้นทางนี้ชั่วคราว และติดตามประกาศจากทางการเพื่อข้อมูลอัปเดต สิ่งนี้ช่วยลดผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชนในย่านยานนาวาและบางคอแหลม

ในฐานะที่เป็นประชาชนในพื้นที่ เราควรตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้และสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานรัฐ โดยรายงานเหตุผิดปกติที่พบเห็นได้ทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงกว่านี้ การแก้ไขถนนทรุดไม่ใช่แค่การซ่อมแซม แต่เป็นการลงทุนเพื่อความปลอดภัยของทุกคน

หากคุณอาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง แนะนำให้ตรวจสอบเส้นทางจราจรผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก เพื่อวางแผนการเดินทางให้เหมาะสม สุดท้ายนี้ โปรดติดตามข่าวสารจากสำนักงานเขตบางคอแหลมสำหรับความคืบหน้าของการแก้ไขปัญหานี้

ที่มา – เขตบางคอแหลม ตรวจสอบเหตุถนนทรุด บริเวณด้านหน้าการไฟฟ้ายานนาวา ปิด 2 ช่องจราจร