วัน: 1 ตุลาคม 2025

ผบ.ทบ. ย้ำ มทภ.1-มทภ.2 เกาะติดชายแดน ชี้กัมพูชายั่วยุ

ในสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่ตึงเครียด ผบ.ทบ. ย้ำ “มทภ.1-มทภ.2” เกาะติดชายแดน ชี้ “กัมพูชา” ใช้กิจกรรมตัวนำ ยั่วยุ หวังฟ้องสังคมโลก ได้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนให้ความสนใจ โฆษกกองทัพบกเปิดเผยข้อมูลล่าสุดที่แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์ของฝั่งกัมพูชาในการสร้างสถานการณ์เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง สถานการณ์นี้ไม่เพียงแต่กระทบต่อความมั่นคงชายแดนเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีโลกด้วย

ผบ.ทบ. ย้ำ “มทภ.1-มทภ.2” เกาะติดชายแดน ชี้ “กัมพูชา” ใช้กิจกรรมตัวนำ ยั่วยุ หวังฟ้องสังคมโลก

วันที่ 1 ตุลาคม 2567 ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์เสียงปืนยิงเข้ามาฝั่งไทยในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 การตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบการใช้อาวุธใดๆ ไม่ว่าจะเป็นปืนเล็กหรือเครื่องยิงระเบิด ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา กัมพูชาพยายามเน้นการสื่อสารไปยังสังคมโลก เพื่อสร้างผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของไทย แต่เชื่อว่าทุกฝ่ายตระหนักถึงกลอุบายนี้ จึงต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง เพื่อหลีกเลี่ยงการตกหลุมพรางที่กัมพูชาวางไว้

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกองทัพและกระทรวงการต่างประเทศ ได้ชี้แจงยุทธวิธีของกัมพูชาอย่างชัดเจน การใช้กิจกรรมเป็นตัวนำ เช่น การชุมนุมของชาวกัมพูชาที่บ้านหนองหญ้าแก้วและบ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ถือเป็นกลยุทธ์เพื่อนำภาพเหตุการณ์ไปขยายผลในเวทีโลก อย่างไรก็ตาม ฝ่ายไทยใช้กำลังฝ่ายปกครองที่ไม่ใช่ทหารในการดูแล ทำให้กัมพูชาไม่สามารถนำไปโจมตีได้ นอกจากนี้ ชาวกัมพูชายังแสดงท่าทีก้าวร้าวและใช้ความรุนแรงต่อเจ้าหน้าที่ไทย ซึ่งฝ่ายไทยรับมือได้ดี และนำข้อเท็จจริงไปชี้แจงต่อประชาคมโลก เป้าหมายของกัมพูชาที่จะทำให้สังคมโลกมองไทยในแง่ลบจึงยังไม่สำเร็จ

กำชับทหารอดทนอดกลั้นในสถานการณ์ชายแดน

พล.อ. พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้กำชับแม่ทัพภาคที่ 1 และแม่ทัพภาคที่ 2 ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เตรียมความพร้อมสูงสุด และดูแลกำลังพลให้ดี เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ต้องใช้ความอดทนและอดกลั้นสูง ทหารไทยต้องรักษาความสงบเพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดที่อาจถูกนำไปใช้ประโยชน์

สำหรับการประชุมอาเซียนที่มาเลเซีย มีความกังวลว่ากัมพูชาอาจยั่วเย้าสร้างสถานการณ์อีก แต่สถานการณ์ต้องติดตามวันต่อวัน โดยพิจารณาหลายองค์ประกอบ การเคลื่อนไหวของกัมพูชามีสองรูปแบบหลัก ในจังหวัดสระแก้วใช้มวลชนที่จัดตั้งอย่างเป็นระบบ ส่วนในกองทัพภาคที่ 2 เป็นการใช้อาวุธ รูปแบบอื่นๆ ยังไม่ชัดเจน

MOU 43 และปัญหาสะสมยาวนาน

เกี่ยวกับ MOU 43 ที่ทำไว้เมื่อปี 2543 ยังคงอยู่ในกระบวนการพิจารณา กองทัพยึดถือและปฏิบัติตาม แต่มีปัญหาการละเมิดกว่า 500 ครั้ง ซึ่งมักจบด้วยการประท้วง ไม่นำไปสู่การแก้ไขจริง การตัดสินใจยกเลิกหรือไม่ เป็นเรื่องของฝ่ายบริหาร กองทัพสามารถทำงานได้ตามคำสั่งและกรอบกฎหมายอยู่แล้ว ที่ผ่านมาเราไม่เคยละเลย

ปัญหานี้สะสมมานานกว่า 20 ปี ฝ่ายปฏิบัติมีข้อมูลการละเมิดและทำหนังสือประท้วงผ่านกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงการพูดคุยในระดับพื้นที่ แต่ไม่นำไปสู่การแก้ไขอย่างจริงจัง จนปัญหาค้างคา หากฝ่ายนโยบายสอบถาม ฝ่ายความมั่นคงก็มีข้อมูลพร้อม แต่ต้องพิจารณาหลายส่วน

แผนสร้างรั้วชายแดนเพื่อความมั่นคง

ยอดบริจาคสำหรับกองทุนหทัยทิพย์ ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์ ที่สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ ทรงพระราชทานทุนเริ่มต้น 1 ล้านบาท ปัจจุบันทะลุ 100 ล้านบาทแล้ว การสร้างรั้วชายแดนจะแบ่งตามพื้นที่ โดยเริ่มจากพื้นที่ที่มีการลักลอบเข้าออกผิดกฎหมายและกระทบความมั่นคง เพื่อแสดงมาตรการต่อต้านสิ่งผิดกฎหมาย พื้นที่อื่นๆ ต้องรอกระบวนการ เช่น การประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) รูปแบบรั้วอาจเป็นแบบถาวรหรืออิเล็กทรอนิกส์ ยังไม่สรุปรายละเอียด

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ผบ.ทบ. ย้ำ “มทภ.1-มทภ.2” เกาะติดชายแดน ชี้ “กัมพูชา” ใช้กิจกรรมตัวนำ ยั่วยุ หวังฟ้องสังคมโลก แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกองทัพไทยในการรักษาอธิปไตยและความสงบสุข ด้วยการรับมืออย่างมืออาชีพและยึดหลักกฎหมาย

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสื่อสารและการทูตที่เข้มแข็ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดในเวทีโลก ไทยควรเสริมสร้างความร่วมมือกับชาติเพื่อนบ้านให้มากขึ้น หากคุณมีมุมมองเกี่ยวกับประเด็นชายแดนนี้ สามารถแสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลแพร่กระจายต่อไป

ที่มา – ผบ.ทบ. ย้ำ “มทภ.1-มทภ.2” เกาะติดชายแดน ชี้ “กัมพูชา” ใช้กิจกรรมตัวนำ ยั่วยุ หวังฟ้องสังคมโลก

จับแล้ว มือดีพ่นสีบนกำแพง กลางเมืองโคราช ทับภาพวาด “หลวงพ่อคูณ”

เหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวโคราชเกิดขึ้นแล้ว เมื่อเจ้าหน้าที่สามารถ จับแล้ว มือดีพ่นสีบนกำแพง กลางเมืองโคราช ทับภาพวาด “หลวงพ่อคูณ” ได้สำเร็จ ภาพวาดอันศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ซึ่งเป็นที่เคารพรักของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ ถูกทำลายด้วยฝีมือของผู้ไม่หวังดี ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโซเชียลมีเดีย ชาวโคราชหลายคนรู้สึกผิดหวังและเรียกร้องให้มีการลงโทษอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น

จับแล้ว มือดีพ่นสีบนกำแพง กลางเมืองโคราช ทับภาพวาด “หลวงพ่อคูณ” สาเหตุจากความขัดแย้งส่วนตัว

จากรายงานของผู้สื่อข่าว เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา ได้นำตัวเยาวชนชายวัย 17 ปี ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ณ จุดเกิดเหตุ ซึ่งอยู่บริเวณซอยหลังโรงเรียนมารีย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา ผู้ต้องหาพ่นสีดำเป็นลักษณะคล้ายชื่อภาษาอังกฤษของตัวเอง ชื่อ “สมัคร” ทับลงบนภาพวาดหลวงพ่อคูณที่ศิลปินท้องถิ่นบรรจงสร้างสรรค์ไว้ ทำให้ภาพวาดเสียหายบางส่วน

ผู้ต้องหายอมรับสารภาพตรงหน้าสื่อมวลชนว่า สาเหตุมาจากความบันดาลโทสะ เนื่องจากขัดแย้งกับคู่อริในวงการกราฟฟิตี้ ซึ่งเคยพ่นทับผลงานของตนมาก่อน แต่เขาไม่ทันคิดว่าการกระทำดังกล่าวจะไปกระทบภาพวาดศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นสัญลักษณ์ของความศรัทธาในหลวงพ่อคูณ ผู้เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งบ้านไร่ อันเป็นบ้านเกิดของนครราชสีมา การกระทำนี้ไม่เพียงทำลายทรัพย์สินสาธารณะ แต่ยังสร้างความเจ็บปวดทางใจให้กับชุมชนที่ยกย่องหลวงพ่อคูณในฐานะผู้สืบทอดพุทธศาสนา

จับแล้ว มือดีพ่นสีบนกำแพง กลางเมืองโคราช ทับภาพวาด หลวงพ่อคูณ

ผลกระทบต่อชุมชนและกระแสสังคมหลังเหตุการณ์

เหตุการณ์นี้ก่อให้เกิดความไม่พอใจอย่างกว้างขวางในหมู่ประชาชน โดยเฉพาะในนครราชสีมา ซึ่งหลวงพ่อคูณถือเป็นบุคคลสำคัญทางวัฒนธรรมและศาสนา ภาพวาดบนกำแพงกลางเมืองนี้ไม่ใช่แค่ผลงานศิลปะ แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความศรัทธาที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวและชาวบ้านให้มาสักการะ หลายเพจดังในโคราชอย่างเพจข่าวท้องถิ่นและกลุ่มชุมชน ได้นำภาพเหตุการณ์ไปเผยแพร่ พร้อมข้อความเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งรัดคดี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้อีก

นอกจากนี้ ยังมีผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะและวัฒนธรรมออกมาแสดงความเห็นว่า การพ่นกราฟฟิตี้บนกำแพงสาธารณะอาจเป็นรูปแบบการแสดงออก แต่หากไปกระทบมรดกทางวัฒนธรรมที่ได้รับการยอมรับ เช่น ภาพวาดหลวงพ่อคูณ ย่อมเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและควรมีกฎหมายควบคุมที่ชัดเจนมากขึ้น ชาวโคราชหลายคนเรียกร้องให้มีการฟื้นฟูภาพวาดให้กลับมาสวยงามดังเดิม เพื่อรักษาคุณค่าทางจิตใจของคนในพื้นที่

ผู้ต้องหาก้มหน้ายอมรับสารภาพ จับแล้ว มือดีพ่นสีบนกำแพง กลางเมืองโคราช ทับภาพวาด หลวงพ่อคูณ

ผู้ต้องหาแสดงความสำนึกผิด โดยยกมือไหว้ขอโทษต่อหน้าสื่อและสังคม ยอมรับว่านี่คือความผิดพลาดครั้งใหญ่ในชีวิต และสัญญาว่าจะไม่ก่อเหตุซ้ำรอยอีก พร้อมยอมรับผิดทุกประการเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมาย ฐานทำลายทรัพย์สินสาธารณะและสร้างความเสียหายทางวัฒนธรรม

  • สาเหตุหลัก: ความขัดแย้งในวงการกราฟฟิตี้
  • ผลกระทบ: สร้างความสะเทือนใจให้ชุมชนและกระแสออนไลน์
  • การดำเนินการ: ผู้ต้องหาถูกจับและทำแผนรับสารภาพ
  • คำมั่นสัญญา: จะไม่เกิดเหตุซ้ำและฟื้นฟูภาพวาด

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าการแสดงออกทางศิลปะต้องเคารพในคุณค่าทางสังคมและวัฒนธรรม หากเราต้องการรักษามรดกของหลวงพ่อคูณให้คงอยู่เพื่อคนรุ่นหลัง ชาวโคราชควรรวมพลังกันปกป้องสิ่งเหล่านี้ หากคุณมีประสบการณ์คล้ายๆ กันหรือเห็นด้วยกับเรื่องนี้ ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อให้เราร่วมกันสร้างสังคมที่เคารพซึ่งกันและกันมากขึ้น

เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวผู้ต้องหา จับแล้ว มือดีพ่นสีบนกำแพง กลางเมืองโคราช ทับภาพวาด หลวงพ่อคูณ

ที่มา – จับแล้ว มือดีพ่นสีบนกำแพง กลางเมืองโคราช ทับภาพวาด “หลวงพ่อคูณ”

“ศุภจี” มอบ 7 นโยบาย “Quick Big Win” ลดค่าครองชีพ-แก้ราคาข้าว-ดันส่งออก

“ศุภจี” มอบ 7 นโยบาย “Quick Big Win” ลดค่าครองชีพ-แก้ราคาข้าว-ดันส่งออก

ในยุคที่เศรษฐกิจเผชิญความท้าทายมากมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ได้ประกาศนโยบายสำคัญที่มุ่งแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประชาชนและภาคธุรกิจไทย โดยเฉพาะ “ศุภจี” มอบ 7 นโยบาย “Quick Big Win” ลดค่าครองชีพลดราคาข้าวและผลักดันการส่งออก ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะสั้นและยั่งยืน นโยบายเหล่านี้ไม่เพียงช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน แต่ยังเสริมศักยภาพการค้าของไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

“ศุภจี” มอบ 7 นโยบาย “Quick Big Win” ลดค่าครองชีพ-แก้ราคาข้าว-ดันส่งออก

นโยบาย “Quick Big Win” นี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้เกิดผลลัพธ์รวดเร็วและมีนัยสำคัญ โดยมี 7 ด้านหลักที่ครอบคลุมปัญหาหลักๆ ของเศรษฐกิจไทย ข้อแรกคือการเจรจากับสหรัฐอเมริกาเพื่อสรุปความตกลงว่าด้วยภาษีตอบโต้ไทย-สหรัฐฯ (ART) ภายในเดือนธันวาคม 2568 การเจรจานี้ใกล้เสร็จสิ้นแล้ว เหลือเพียงปรับปรุงกฎถิ่นกำเนิดสินค้า เพื่อให้สินค้าไทยได้รับสิทธิลดภาษีตอบโต้ 19% แม้รัฐบาลสหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะชัตดาวน์ แต่ไม่กระทบต่อกระบวนการนี้ และคาดว่าจะเสนอให้คณะรัฐมนตรีและสภาเห็นชอบก่อนลงนาม

การค้าชายแดนและลดค่าครองชีพ

ด้านที่สองมุ่งแก้ปัญหาการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ผ่านการจัดมหกรรมธงฟ้าลดค่าครองชีพ สนับสนุนค่าขนส่งสินค้าฟรี 100 บาทต่อชิ้น ร่วมกับไปรษณีย์ไทย และเพิ่มช่องทางการตลาดใหม่ นอกจากนี้ ยังมีมาตรการดูแลค่าครองชีพโดยร่วมมือกับโรงพยาบาลเอกชนกว่า 100 แห่ง ภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อเปิดเผยราคายาก่อนชำระเงิน ประชาชนสามารถนำใบสั่งยาไปซื้อนอกโรงพยาบาลได้ คาดว่าจะช่วยลดรายจ่ายได้ปีละกว่า 32,400 ล้านบาท นี่คือส่วนสำคัญของ “ศุภจี” มอบ 7 นโยบาย “Quick Big Win” ลดค่าครองชีพ-แก้ราคาข้าว-ดันส่งออก ที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพราคาถูกลง

สำหรับด้านที่สาม คือการเดินหน้าเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) และบุกตลาดใหม่ โดยตั้งเป้าปิดการเจรจากับเกาหลีใต้ในปีนี้ และขยายตลาดไปยังตะวันออกกลางอย่างซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงแอฟริกาใต้ อินเดีย และเวียดนาม การบุกตลาดใหม่เหล่านี้จะช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสส่งออก

รักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร

นโยบายที่สี่เน้นการดูแลราคาสินค้าเกษตร โดยเฉพาะข้าว ซึ่งเป็นหัวใจของเกษตรกรไทย จะเร่งผลักดันการส่งออกข้าวให้ได้ 1 ล้านตันในระยะสั้น ผ่านการขายรัฐต่อรัฐ (G2G) กับจีน 500,000 ตัน MOU กับสิงคโปร์ 100,000 ตัน และเจรจากับญี่ปุ่นให้คงโควตานำเข้าอย่างน้อย 300,000 ตัน นอกจากนี้ ยังมีมาตรการเชิงรุกก่อนผลผลิตออกสู่ตลาด เพื่อรักษาเสถียรภาพราคา “ศุภจี” มอบ 7 นโยบาย “Quick Big Win” ลดค่าครองชีพ-แก้ราคาข้าว-ดันส่งออก จึงเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญสำหรับเกษตรกรที่ต้องการความช่วยเหลือ

ด้านที่หกคือการเสริมแกร่ง SME และเพิ่มมูลค่าสินค้าไทย ผ่านการสนับสนุนเข้าถึงตลาดใหม่ พัฒนาศักยภาพด้วยเทคโนโลยี และสินเชื่อพิเศษ สุดท้าย ด้านที่เจ็ดมุ่งปรับกฎระเบียบและใช้เทคโนโลยี เช่น นำ AI มาวิเคราะห์ข้อมูลทางการค้า ขยายช่องทางขายออนไลน์ และปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อธุรกิจ

จากข้อมูลของกรมการค้าภายใน โรงพยาบาลเอกชนเครือใหญ่ๆ เช่น ธนบุรี เกษมราษฎร์ และอื่นๆ ได้ร่วมมือแล้ว คาดเริ่มมาตรการเปิดเผยราคายาได้ตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้ ขณะที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเตรียมจัดคณะเจรจาธุรกิจกับจีน เวียดนาม อินเดีย และเชิญผู้นำเข้าจากสหรัฐฯ มาจับคู่ธุรกิจ คาดว่าการส่งออกปีนี้จะโต 6-7% มูลค่าทะลุ 12 ล้านล้านบาท สูงสุดในประวัติศาสตร์ แม้เป้าหมายเดิมจะอยู่ที่ 2-3%

นโยบายเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของนางศุภจีที่มุ่งเน้นผลลัพธ์รวดเร็ว หากประชาชนและผู้ประกอบการติดตามและมีส่วนร่วม จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน หากคุณเป็นเกษตรกรหรือผู้ประกอบการ สามารถติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับประโยชน์จากนโยบายเหล่านี้ได้ทันที

ที่มา – “ศุภจี” มอบ 7 นโยบาย “Quick Big Win” ลดค่าครองชีพ-แก้ราคาข้าว-ดันส่งออก

ฝ่ายกัมพูชาเคลื่อนไหว กองทัพภาคที่ 2 ตรวจพบโดรน 1 ลำ ที่ จ.บุรีรัมย์

ฝ่ายกัมพูชาเคลื่อนไหว กองทัพภาคที่ 2 ตรวจพบโดรน 1 ลำ ที่ จ.บุรีรัมย์

ในช่วงเวลาที่สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงตึงเครียด ฝ่ายกัมพูชาเคลื่อนไหว โดยกองทัพภาคที่ 2 ได้ตรวจพบโดรน 1 ลำในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความกังวลให้กับประชาชนและหน่วยงานความมั่นคงของไทย ข่าวนี้มาจากศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ที่สรุปสถานการณ์ประจำวันที่ 1 ตุลาคม 2568 เวลา 14.00 น. สถานการณ์โดยรวมยังคงอยู่ภายใต้การควบคุม แต่การตรวจพบโดรนดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวที่ต้องจับตา

ฝ่ายกัมพูชาเคลื่อนไหว กองทัพภาคที่ 2 ตรวจพบโดรน 1 ลำ ที่ จ.บุรีรัมย์

กองทัพภาคที่ 2 ได้รายงานว่ามีการตรวจพบโดรน 1 ลำบริเวณพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นจุดที่อยู่ใกล้แนวชายแดนไทย-กัมพูชา เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่ยังไม่คลี่คลาย โดยฝ่ายกัมพูชามีการเคลื่อนไหวที่เพิ่มขึ้น ทำให้หน่วยงานไทยต้องเพิ่มมาตรการเฝ้าระวัง ปัจจุบัน กองกำลังทั้งสองฝ่ายยังคงวางกำลังตามแนวที่มั่นของตนเอง โดยฝ่ายไทยได้จัดกำลังพลประจำจุดเฝ้าตรวจ เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามอย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตอบโต้ตามสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

การตรวจพบโดรนในครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์คล้ายกันในพื้นที่ชายแดน โดรนเหล่านี้มักถูกใช้สำหรับการลาดตระเวนหรือสอดแนม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ ประชาชนในพื้นที่บุรีรัมย์และจังหวัดใกล้เคียงต่างตื่นตัวกับข่าวนี้ โดยหลายคนแสดงความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย แต่กองทัพไทยยืนยันว่าสถานการณ์ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้

มาตรการรับมือจากกองทัพภาคที่ 2

เพื่อรับมือกับ ฝ่ายกัมพูชาเคลื่อนไหว กองทัพภาคที่ 2 ได้เพิ่มการลาดตระเวนด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ระบบเรดาร์ตรวจจับโดรน และการประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังมีการฝึกซ้อมปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างความพร้อมของกำลังพล การตรวจพบโดรน 1 ลำ ที่ จ.บุรีรัมย์ ในครั้งนี้ ทำให้หน่วยงานต้องเร่งตรวจสอบเส้นทางการบินและที่มาของอุปกรณ์ดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น

  • เพิ่มกำลังพลเฝ้าตรวจตามจุดสำคัญ
  • ใช้เทคโนโลยีตรวจจับโดรนและอากาศยานไร้คนขับ
  • ประสานงานกับประชาชนในพื้นที่เพื่อรายงานความเคลื่อนไหวที่น่าสงสัย
  • เตรียมแผนตอบโต้หากสถานการณ์บานปลาย

นอกจากนี้ กองทัพยังขอความร่วมมือจากประชาชนในการป้องกันการรับข้อมูลข่าวสารที่คลาดเคลื่อน บิดเบือน หรือข่าวปลอม (Fake news) ขอให้ทุกท่านใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูล และติดตามจากช่องทางอย่างเป็นทางการของส่วนราชการเท่านั้น เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลา

ผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจท้องถิ่น

สถานการณ์ชายแดนที่ตึงเครียดแบบนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันของประชาชนในจังหวัดบุรีรัมย์และพื้นที่ใกล้เคียง เช่น การค้าขายข้ามชายแดนที่อาจชะงักงัน หรือการท่องเที่ยวที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านในพื้นที่ต่างเข้าใจและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ โดยหลายคนได้เข้าร่วมเป็นหูเป็นตาในการรายงานเหตุการณ์ผิดปกติ ฝ่ายกัมพูชาเคลื่อนไหว ครั้งนี้ยิ่งทำให้หน่วยงานต้องเร่งหาทางแก้ไขปัญหาทวิภาคีกับกัมพูชา เพื่อความสงบสุขในระยะยาว

จากประสบการณ์ในอดีต เหตุการณ์ตรวจพบโดรนเคยนำไปสู่การเจรจาระหว่างสองประเทศ ซึ่งช่วยคลี่คลายความตึงเครียดได้ในที่สุด ดังนั้น การติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกฝ่าย

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างความมั่นคงชายแดนด้วยเทคโนโลยีและการทูตที่เข้มแข็ง หากไทยและกัมพูชาสามารถเจรจาได้สำเร็จ จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่ายในด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง

สุดท้ายนี้ เราแนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และหลีกเลี่ยงการแชร์ข้อมูลที่ไม่ได้รับการยืนยัน หากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อขอคำปรึกษา เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

ที่มา – ฝ่ายกัมพูชาเคลื่อนไหว กองทัพภาคที่ 2 ตรวจพบโดรน 1 ลำ ที่ จ.บุรีรัมย์

ลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” ต.ค. 2568 ผ่านแอปเป๋าตัง

โครงการคนละครึ่งพลัสกำลังกลับมาอีกครั้ง! ถ้าคุณกำลังรอลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” ต.ค. 2568 ไม่ต้องห่วง เพราะรัฐบาลเตรียมเปิดให้ใช้สิทธิผ่านแอปฯ เป๋าตังแล้ว โดยคาดว่าจะเริ่มลงทะเบียนไม่เกินกลางเดือนตุลาคม 2568 นี่เป็นโอกาสดีสำหรับประชาชนที่อยากช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม

ลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” ต.ค. 2568 เตรียมเปิดใช้สิทธิผ่านแอปฯ เป๋าตัง

หลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้นำนโยบายคนละครึ่งกลับมาใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมุ่งเป้าไปที่ผู้เสียภาษีในสัดส่วน 60:40 เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนเงินในระบบเร็วขึ้น ล่าสุด นายกฯ ย้ำว่างบประมาณปี 2569 สำหรับโครงการนี้ถูกจัดสรรไว้แล้ว คาดว่าหลักการจะเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์หน้า และเปิดให้ลงทะเบียนได้ทันที ไม่เกินกลางเดือนตุลาคม 2568 เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการได้ใช้สิทธิโดยเร็ว

นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงบประมาณ เปิดเผยว่า โครงการคนละครึ่งพลัสจะใช้วงเงินรวม 60,000 ล้านบาท โดยแบ่งสิทธิให้ประชาชน 3 กลุ่มหลัก เพื่อครอบคลุมผู้มีรายได้น้อย ผู้เสียภาษี และผู้อยู่นอกระบบ

สิทธิในโครงการคนละครึ่งพลัสสำหรับแต่ละกลุ่ม

กลุ่มที่ 1: ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13 ล้านคน

  • ได้รับเงินสนับสนุนเพิ่ม 1,700 บาทต่อเดือน รวมกับเงินเดิม 300 บาท เป็น 2,000 บาทต่อเดือนในงวดเดียว
  • ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ ใช้งบ 22,000 ล้านบาท จากเงินเหลือปี 2568 โอนตรงให้ผู้มีรายได้น้อย

กลุ่มที่ 2: ผู้อยู่ในระบบภาษี จำนวน 11 ล้านคน (ที่ยื่นแบบภาษี)

  • ปรับสัดส่วนจาก 50:50 เป็น 60:40 รัฐสมทบ 2,400 บาท ประชาชนเติม 2,000 บาท
  • จับจ่ายได้วันละไม่เกิน 200 บาท

กลุ่มที่ 3: ผู้อยู่นอกระบบภาษี จำนวน 9 ล้านคน

  • ได้รับเงินเติม 2,000 บาท

สำหรับกลุ่ม 2 และ 3 ใช้องบ 40,000 ล้านบาท จากงบปี 2569 โครงการนี้จะช่วยให้เงินไหลเวียนสู่ผู้ประกอบการร้านค้าปลีกขนาดเล็กได้ดีขึ้น

ขั้นตอนสมัครและใช้งานแอปฯ เป๋าตัง สำหรับลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” ต.ค. 2568

ก่อนใช้สิทธิ คุณต้องมีแอปฯ เป๋าตัง ที่รองรับ Android 9.0 ขึ้นไป หรือ iOS 15.0 ขึ้นไป นี่คือขั้นตอนง่ายๆ:

  1. ดาวน์โหลดแอปฯ เป๋าตัง จาก App Store (iOS) หรือ Google Play (Android)
  2. ค้นหา “เป๋าตัง” แล้วกดติดตั้ง
  3. เปิดแอปฯ และให้ความยินยอมจัดการข้อมูล
  4. เตรียมบัตรประชาชน ถ่ายรูปหน้าบัตรเพื่อยืนยันตัวตน
  5. กรอกเลขบัตรประชาชนและเบอร์โทรเพื่อรับ OTP
  6. ใส่ OTP 6 หลัก
  7. กรอกข้อมูลเพิ่มเติม
  8. เลือกวิธียืนยันตัวตน: ด้วยบัญชี Krungthai NEXT หรือสแกนใบหน้า

หากใช้ Krungthai NEXT: เข้าสู่ระบบ ใส่ PIN รับ OTP จากเบอร์ที่ผูก แล้วตั้งรหัส PIN ใหม่ ต้องใช้บัตรประชาชนเลขเดียวกัน

หากสแกนใบหน้า: เตรียมใบหน้า สแกน (ข้ามได้ถ้ากล้องชำรุด) ตั้ง PIN และยืนยัน

ตั้งแต่กก PIN แล้ว ยอมรับเงื่อนไข ระบบจะตรวจสอบข้อมูล และหากสำเร็จ จะแสดง wallet ให้สมัครบริการ

โครงการคนละครึ่งพลัสนี้จะช่วยลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นการใช้จ่ายในชุมชน ลองนึกภาพว่าคุณซื้อของที่ร้านค้าใกล้บ้าน แล้วรัฐช่วยสมทบส่วนหนึ่ง มันน่าตื่นเต้นใช่ไหม? เตรียมตัวให้พร้อม รีบดาวน์โหลดแอปฯ เป๋าตัง ตั้งแต่วันนี้ เพื่อไม่พลาดสิทธิในเดือนตุลาคม 2568

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดอาจมีการเปลี่ยนแปลง รอประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาล

ที่มา – ลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” ต.ค. 2568 เตรียมเปิดใช้สิทธิผ่านแอปฯ เป๋าตัง

ชัคตาร์พลัดถิ่น ยังน่าเกรงขามสำหรับเอเบอร์ดีน

คอนเฟอเรนซ์ลีก: เอเบอร์ดีน พบ ชัคตาร์ โดเน็ตสค์

สถานที่: สนามพิตโทรี่ สเตเดี้ยม, เอเบอร์ดีน วันที่: วันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม เวลาเริ่ม: 20:00 BST

การรายงาน: อัปเดตทาง BBC Radio Scotland Extra & Sounds, อัปเดตข้อความสดบนเว็บไซต์และแอป BBC Sport

เซสก์ ฟาเบรกัส หมุนตัวฉลองประตูลูกโทษที่ส่งสเปนเข้าชิงยูโร 2012 โดยเอาชนะโปรตุเกส ท่ามกลางเสียงเชียร์สุดมันส์ของแฟนบอลในเมืองโดเน็ตสค์ทางตะวันออกของยูเครน

สองปีต่อมา เสียงนั้นถูกแทนที่ด้วยเสียงระเบิด ปืน และการยิง

เกือบ 50,000 คนในโดนบาส อารีน่าที่น่าประทับใจคืนนั้น ขณะที่ชมดาวดังอย่างอันเดรส อิเนียสต้า และคริสเตียโน่ โรนัลโด้่ พวกเขาคงไม่เชื่อว่าสนามกีฬาที่แพงที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรปจะกลายเป็นซากปรักหักพัง มีวัชพืชงอกผ่านคอนกรีตที่มีรอยกระสุน กระจกแตกกระจายไปทั่วทางเดินในเวลาไม่นาน

ที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของความหวังในฟุตบอล บ้านของชัคตาร์ โดเน็ตสค์ ได้ถูกทิ้งร้างในดินแดนที่ถูกยึดครองตั้งแต่ปี 2017 ถูกทำลายโครงสร้างจากกระสุน

เมื่อสโมสรฟุตบอลถูกบังคับให้ย้ายไปทางตะวันตกกว่า 700 ไมล์ไปยังลวีฟในปี 2014 สนามนั้นถูกเปลี่ยนเป็นศูนย์ช่วยเหลือมนุษยธรรม แต่หลังจากสามปี แม้กระทั่งสิ่งนั้นก็ไม่ยั่งยืนเนื่องจากความไม่สงบในภูมิภาคท่ามกลางความตึงเครียดกับรัสเซีย

ชัคตาร์พลัดถิ่น ยังคงน่าเกรงขามสำหรับเอเบอร์ดีน

นัดสุดท้ายของชัคตาร์ในสนามนั้น ซึ่งเคยจัดการแข่งขันยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก กับบาร์เซโลน่าและเรอัล มาดริด คือวันที่ 2 พฤษภาคม 2014 ชัยชนะ 3-1 เหนือมาริอูโพล สโมสรฟุตบอลที่ไม่มีอีกต่อไปจากเมืองที่แทบไม่เหลืออยู่หลังจากการยกระดับในปี 2022 และการบุกรุกทั้งหมดของรัสเซีย

และอย่างไรก็ตาม ฟุตบอลยังคงดำเนินต่อไปในยูเครน แม้จะไม่ไกลไปทางตะวันออกเกินครีวีริห์ ซึ่งอยู่ห่างจากฐานที่มั่นของรัสเซียที่ใกล้ที่สุดในประเทศประมาณ 40 ไมล์ และตรงหน้ากับสนามที่ว่างเปล่าส่วนใหญ่

การเตือนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไม่เคยห่างไกล โดยการแข่งขันมักถูกขัดจังหวะด้วยสัญญาณเตือนภัยทางอากาศ โดยโรงแรมที่ทีมชัคตาร์พักเมื่อฤดูกาลที่แล้วถูกมิสไซล์โจมตี

สำหรับสโมสรตะวันออกอย่างชัคตาร์ การเล่นแบบพลัดถิ่นมานานกว่า十年เป็นความท้าทายครั้งใหญ่ ขณะที่พวกเขาพร้อมเยือนเอเบอร์ดีนที่กำลังดิ้นรนสำหรับการเปิดสนามคอนเฟอเรนซ์ลีกในวันพฤหัสบดี

ในความเป็นจริง ทุกนัดที่พวกเขาเล่นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเป็นนัดเยือน โดยนัดเหย้าของพวกเขาในยุโรปจะมีขึ้นในเมืองคราคูฟ ประเทศโปแลนด์ฤดูกาลนี้ ห่างจากชายแดนยูเครนกว่า 600 ไมล์

การผจญภัยในทวีปของพวกเขาให้ความรู้สึกหลุดพ้นจากสิ่งที่เกิดขึ้นที่บ้าน

ตัวอย่างของความจริงนั้นคือชัคตาร์เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลอัมพูทีของยูเครน ซึ่งเปิดตัวท่ามกลางจำนวนผู้ชายที่เพิ่มขึ้นจากความขัดแย้งในแนวหน้า

มันบอกถึงความแข็งแกร่งของชัคตาร์ โดเน็ตสค์ ที่แม้จะพลัดถิ่น พวกเขายังคงประสบความสำเร็จในสนาม

แม้ว่าจะพลาดแชมป์เมื่อฤดูกาลที่แล้ว พวกเขาชนะลีกยูเครนหกสมัยตั้งแต่ถูกบังคับออกจากบ้าน

ผู้ชนะยูฟ่า คัพ รายการสุดท้ายยังคงดำเนินการได้ดีในการแข่งขันยุโรป โดยเข้าถึงรอบน็อกเอาต์ของทั้งยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกและยูโรปาลีกอย่างสม่ำเสมอ

ตอนนี้ ภายใต้โค้ชคนใหม่และอดีตมิดฟิลด์ของตุรกี บาร์เซโลน่า และแอตเลติโก มาดริด อาร์ดา ตูราน พวกเขานำหน้าดิฌาโม เคียฟ แชมป์เก่าสองคะแนน โดยเริ่มต้นฤดูกาลแบบไร้พ่าย ยกเว้นการแพ้ลูกโทษในรอบคัดเลือกยูโรปาลีกกับปานาธิไนคอสที่ทำให้พวกเขาตกมาอยู่ในทัวร์นาเมนต์นี้ครั้งแรก

ทีมคุณภาพระดับแชมเปียนส์ลีก

ชัคตาร์พลัดถิ่น ยังคงน่าเกรงขามสำหรับเอเบอร์ดีนในยูโรปา

อย่างที่เป็นมาในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ชัคตาร์เสริมผู้เล่นท้องถิ่นด้วยชาวบราซิล แม้ว่าหนึ่งในนั้น อลิสซอน ซานตาน่า ที่เซ็นสัญญา 14 ล้านปอนด์ จะพลาดทริปนี้หลังจากหักขา

กัปตันและเซ็นเตอร์แบ็กทีมชาติยูเครน 79 นัด มิโคไล มาตวีเอนโก นำจากด้านหลัง ขณะที่มิดฟิลด์น่าตื่นเต้น อาร์เทม บอนดาเรนโก เป็นภัยคุกคามที่สม่ำเสมอ โดยทำประตู 12 ลูกและแอสซิสต์ 8 ลูกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

มิดฟิลด์บราซิลวัย 18 ปี อีซาค ที่ย้ายจากฟลูมินนาเซ่ในฤดูร้อน กำลังมองหาการฝ่าวงล้อมในการรณรงค์คอนเฟอเรนซ์ลีกครั้งแรกของพวกเขา หลังจากทำประตูแรกให้สโมสรในชัยชนะ 4-0 เหนือรุค วินนิกีเมื่อวันอาทิตย์

เพื่อนร่วมชาติ คาวาอา เอเลียส และเปดรินโญ่ มีแนวโน้มจะเริ่มตัวจริง ตรงหน้าและมิดฟิลด์ตามลำดับ ที่พิตโทรี่ ซึ่งอาจน่ากลัวสำหรับทีมของจิมมี่ เธลิน โดยคนหลังทำสองประตูในวันหยุดสุดสัปดาห์

มันคือทีมระดับแชมเปียนส์ลีก และพวกเขามาถึงเมืองหินแกรนิตในฐานะหนึ่งในตัวเต็งที่จะชนะการแข่งขัน

พวกเขาอาจพลัดถิ่น แต่สถานที่ของชัคตาร์ในลำดับฟุตบอลยูเครนและยุโรปยังคงอยู่

ชัคตาร์พลัดถิ่น ยังคงน่าเกรงขามสำหรับเอเบอร์ดีน แม้จะเผชิญความยากลำบาก แต่ทีมนี้แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและความสามารถที่เหนือชั้น ผู้เล่นบราซิลและดาวรุ่งท้องถิ่นผสานกันอย่างลงตัว ทำให้พวกเขาเป็นภัยคุกคามในทุกรายการ การแข่งขันนี้อาจเป็นโอกาสสำหรับเอเบอร์ดีนที่จะทดสอบตัวเอง แต่ชัคตาร์คือทีมที่ไม่ควรประมาท

สำหรับแฟนบอลเอเบอร์ดีน การเผชิญหน้ากับชัคตาร์พลัดถิ่น ยังคงน่าเกรงขามสำหรับเอเบอร์ดีน จะเป็นบททดสอบที่ยิ่งใหญ่ หากคุณเป็นแฟนฟุตบอล อย่าลืมติดตามการแข่งขันนี้และแบ่งปันความคิดเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – Displaced Shakhtar remain ominous opponents for Aberdeen

ปิดตำนานบันไดไม่เลื่อน กาดหลวงเชียงใหม่

ปิดตำนานบันไดไม่เลื่อน กาดหลวงเชียงใหม่ จุดเช็กอินสุดฮิต

หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม หรือแค่คนเชียงใหม่ที่เติบโตมากับกาดหลวง (ตลาดวโรรส) คุณคงคุ้นเคยกับ ‘บันไดไม่เลื่อน’ จุดเช็กอินยอดฮิตที่อยู่มานานกว่า 50 ปี วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องราวการปิดตำนาน ปิดตำนานบันไดไม่เลื่อน กาดหลวงเชียงใหม่ ที่กำลังจะกลายเป็นอดีต เพื่อให้ทางตลาดปรับปรุงให้ทันสมัยและอำนวยความสะดวกมากขึ้น

ปิดตำนานบันไดไม่เลื่อน กาดหลวงเชียงใหม่: ประวัติศาสตร์กว่า 50 ปี

กาดหลวง หรือตลาดวโรรส เป็นตลาดเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 115 ปี สร้างขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2453 ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตท้องถิ่น ในช่วงประมาณ 50 ปีก่อน ทางตลาดได้ติดตั้งบันไดเลื่อนตัวแรกของเมือง ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมในยุคนั้น แต่ไม่นานมานี้ มันก็ชำรุดและกลายเป็น ‘บันไดไม่เลื่อน’ ที่ทุกคนรู้จัก กลายเป็นสถานที่ถ่ายรูปยอดนิยมสำหรับทั้งชาวบ้านและนักท่องเที่ยว

บันไดเลื่อนนี้ไม่ได้ใช้งานมานานกว่า 40 ปี แต่กลับกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้กาดหลวงมีเสน่ห์แบบย้อนยุค ผู้คนมักมาถ่ายเซลฟี่หรือภาพคู่กับบันไดที่ดูโบราณนี้ เพื่อเก็บความทรงจำก่อนที่มันจะหายไปตลอดกาล ล่าสุด ในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ทางผู้บริหารตลาดได้ประกาศรื้อถอนบันไดเลื่อนเก่า เพื่อติดตั้งชุดใหม่ที่ใช้งานได้จริง โดยคาดว่าจะใช้เวลา 20 วันในการก่อสร้าง

บันไดไม่เลื่อน กาดหลวง

เหตุผลเบื้องหลังการปิดตำนานบันไดไม่เลื่อน

นายเจษฎา มีผล ผู้จัดการตลาดวโรรส อธิบายว่า การตัดสินใจครั้งนี้มาจากการสำรวจความคิดเห็นของผู้ค้าและประชาชนที่ต้องการบันไดเลื่อนที่ใช้งานได้จริง เพื่อความสะดวกและปลอดภัย โดยเฉพาะสำหรับเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการ ที่เดินบันไดลำบาก นอกจากนี้ ยังเป็นส่วนหนึ่งในการปรับโฉมตลาดวโรรสให้ทันสมัย ขณะที่ยังคงรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์ไว้

ข่าวการรื้อถอนนี้แพร่กระจายอย่างรวดเร็วในโซเชียลมีเดีย ทำให้เกิดกระแสไวรัล ผู้คนที่เติบโตมากับกาดหลวงพากันมาถ่ายรูปเก็บความทรงจำ บางคนถึงกับน้ำตาซึมเพราะความผูกพัน แม่ค้าที่ขายแคบหมูข้างบันไดเลื่อนเล่าว่า รู้สึกใจหายที่ต้องจากกันหลังอยู่ด้วยกันหลายสิบปี แต่ก็ยินดีกับการเปลี่ยนแปลงเพื่อประโยชน์ของทุกคน

กาดหลวงเชียงใหม่

นอกจากนี้ ตลาดวโรรสยังมีร้านค้าหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารพื้นเมือง ขนมไทย หรือสินค้าพื้นเมืองที่หาซื้อได้ยาก หากคุณกำลังวางแผนมาเชียงใหม่ อย่าลืม swing by กาดหลวงเพื่อสัมผัสบรรยากาศตลาดร้อยปี ก่อนที่บันไดไม่เลื่อนจะกลายเป็นเพียงความทรงจำ

ผลกระทบต่อชุมชนและนักท่องเที่ยว

การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับความสะดวก แต่ยังดึงดูดนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ให้มาสัมผัสกาดหลวงในมุมที่ทันสมัยมากขึ้น ขณะที่ยังคงเสน่ห์ดั้งเดิมไว้ อย่างไรก็ตาม บางคนกังวลว่าการปรับปรุงอาจทำให้สูญเสียเอกลักษณ์ แต่ผู้จัดการตลาดยืนยันว่าจะรักษาสไตล์เก่าแก่ไว้ให้มากที่สุด

  • ประวัติศาสตร์ตลาดวโรรส: สร้างปี 2453 อายุ 115 ปี
  • บันไดเลื่อนเก่า: ติดตั้งเมื่อ 50 ปีก่อน ชำรุดนาน 40 ปี
  • การรื้อถอน: เริ่มคืนวันที่ 1 ตุลาคม 2568 เสร็จใน 20 วัน
  • ประโยชน์ใหม่: สะดวกสำหรับทุกวัย เพิ่มความปลอดภัย

สุดท้ายแล้ว การ ปิดตำนานบันไดไม่เลื่อน กาดหลวงเชียงใหม่ ถือเป็นก้าวสำคัญในการอนุรักษ์และพัฒนา หากคุณมีเรื่องราวความทรงจำกับบันไดนี้ ลองแชร์ให้เราฟังในคอมเมนต์ หรือรีบไปถ่ายรูปเก็บไว้ก่อนที่มันจะสายเกินไป! นี่คือโอกาสทองในการเช็กอินจุดฮิตก่อนเปลี่ยนแปลง

ผู้คนถ่ายรูปบันไดไม่เลื่อน

ที่มา – ปิดตำนาน “บันไดไม่เลื่อน” กาดหลวงเชียงใหม่ จุดเช็กอินยอดฮิตที่อยู่มากว่า 50 ปี

Mary Fowler เซ็นสัญญาใหม่กับแมนฯ ซิตี้

Mary Fowler เซ็นสัญญาใหม่กับแมนฯ ซิตี้

ข่าวดีสำหรับแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยเฉพาะทีมหญิง เมื่อ Mary Fowler กองหน้าทีมชาติออสเตรเลีย เซ็นสัญญาใหม่กับสโมสรจนถึงฤดูร้อนปี 2027 นักเตะวัย 22 ปีรายนี้เคยเซ็นสัญญาก่อนหน้าจนถึงซัมเมอร์หน้า แต่การต่อสัญญาครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเธอต่อทีม

Mary Fowler เซ็นสัญญาใหม่กับแมนฯ ซิตี้: รายละเอียดสำคัญ

ตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมจากมงต์เปลลิเย่ร์ในปี 2022 Mary Fowler ได้ลงเล่นให้แมนฯ ซิตี้ไปแล้ว 87 นัด เธอเป็นส่วนสำคัญในทีมหญิงของสโมสรที่กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แม้ปัจจุบันจะกำลังฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าหัวเข่าฉีกขาด ซึ่งคาดว่าจะทำให้เธอหายไม่ทันลงเล่นจนถึงสิ้นปี แต่การเซ็นสัญญาใหม่นี้ยืนยันสถานะของเธอในทีม

“การสนุกกับฟุตบอลเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผมเล่นได้ดี และแมนฯ ซิตี้สร้างสภาพแวดล้อมที่ผมสามารถเติบโตได้” Fowler กล่าว เธอมีประสบการณ์ติดทีมชาติออสเตรเลีย 64 นัด และเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่สโมสรให้ความสำคัญ

ความสำคัญของ Mary Fowler ในทีมแมนฯ ซิตี้

Therese Sjogran ผู้อำนวยการฟุตบอลทีมหญิงแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กล่าวว่า “Mary เป็นบุคคลสำคัญทั้งในและนอกสนาม เธอมีพรสวรรค์ แต่การพัฒนาของเธอทุกปีแสดงถึงทัศนคติและความขยันในการฝึกซ้อม” คำพูดนี้สะท้อนถึงศักยภาพของ Fowler ที่ไม่ใช่แค่ผู้เล่น แต่ยังเป็นแบบอย่างให้ทีม

นอกจากผลงานในสนาม Fowler ยังสร้างชื่อในวงการแฟชั่น โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เธอกลายเป็นนักฟุตบอลหญิงมืออาชีพคนแรกที่เดินบนรันเวย์ในงาน Paris Fashion Week การผสมผสานระหว่างกีฬาและแฟชั่นนี้ทำให้เธอเป็นไอคอนรุ่นใหม่ในวงการฟุตบอลหญิง

  • ประวัติ Fowler: ย้ายจากมงต์เปลลิเย่ร์ในปี 2022
  • สถิติ: 87 นัดกับแมนฯ ซิตี้, 64 นัดทีมชาติออสเตรเลีย
  • บาดเจ็บปัจจุบัน: เอ็นไขว้หน้าหัวเข่าฉีก, พักจนสิ้นปี
  • ความสำเร็จล่าสุด: เดินแบบ Paris Fashion Week

การเซ็นสัญญาใหม่ของ Mary Fowler กับแมนฯ ซิตี้ไม่เพียงยืดอายุการเล่นของเธอ แต่ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ทีมหญิงที่กำลังไล่ล่าความสำเร็จในลีกอังกฤษและยุโรป ในยุคที่ฟุตบอลหญิงเติบโตอย่างรวดเร็ว Fowler ถือเป็นตัวอย่างของนักเตะที่สมดุลระหว่างอาชีพและชีวิตส่วนตัว

สำหรับแฟนๆ ที่ติดตามทีมแมนฯ ซิตี้ การกลับมาของ Fowler ในปีหน้าจะเป็นอะไรที่ต้องรอคอย โดยเฉพาะกับการพัฒนาของทีมที่มุ่งสู่ตำแหน่งแชมป์ หากคุณชื่นชอบฟุตบอลหญิง อย่าลืมติดตามอัปเดตข่าวสารจากสโมสรเพื่อไม่พลาดข้อมูลล่าสุด

ในมุมมองของผม การเซ็นสัญญานี้เป็นการลงทุนที่ชาญฉลาดของแมนฯ ซิตี้ เพราะ Fowler ไม่ใช่แค่ผู้เล่น แต่เป็นแรงบันดาลใจให้รุ่นน้องในวงการ

ที่มา – Man City’s Fowler signs new contract

ผู้ช่วยกวาร์ดิโอล่าต้องพิสูจน์ตัวเองกับเซลติก

ยูโรปา ลีก: เซลติก พบ สปอร์ติ้ง บรากา

สถานที่: เซลติก พาร์ค, กลาสโกว์ วันที่: วันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม เวลาเริ่ม: 17:45 BST

การรายงาน: ฟังทาง BBC Radio Scotland Extra & Sounds, คอมเมนต์ข้อความสดบนเว็บไซต์และแอป BBC Sport

คล้ายกับเกนค์ที่พบเรนเจอร์สเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บรากามาถึงกลาสโกว์ในอารมณ์ที่ค่อนข้างอ่อนแอ แม้จะเริ่มต้นแคมเปญยูโรปา ลีกได้น่าพอใจ

ชัยชนะในนัดแรกเหนือเฟเยนูร์ดไม่ได้ช่วยคลายความไม่พอใจของแฟนบอลที่เห็นทีมตัวเองแพ้ 1-0 ที่บ้านต่อนาซิโอนัลจากมาเดรา ซึ่งเป็นทีมท้ายตาราง ทำให้พวกเขาร่วงลงมาอยู่อันดับ 7 ในตารางลีกาพอร์ตูกัล หลังจากแพ้ติดต่อกัน 5 นัดในลีก

สิ่งนี้ทำให้โค้ชคนใหม่ คาร์ลอส วิเซนส์ วิจารณ์ทัศนคติของนักเตะ ซึ่งตัวเขาเองก็ต้องเผชิญกับความไม่พอใจจากแฟนๆ ล่าสุดคือการโบกผ้าเช็ดหน้าสีขาว ซึ่งเป็นสัญญาณยอดแย่ในสนามบอลไอบีเรียเมื่อเกิดปัญหา

ผู้ช่วยกวาร์ดิโอล่าต้องพิสูจน์ตัวเองกับเซลติก อย่างแท้จริง เพราะชีวิตในฐานะกุนซือหลักค่อนข้างโหดร้าย หลังจากเริ่มต้นฤดูกาลได้ดีแต่ค่อยๆ ดิ่งลง และเขาต้องการผลงานใหญ่ที่เซลติก พาร์คเพื่อพลิกเกม

การก้าวขึ้นมาของวิเซนส์ต้องขอบคุณการฝึกงานที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ซึ่งชาวมาลอร์ก้านี้เริ่มจากตำแหน่งฝึกงาน ก่อนจะได้ตำแหน่งเต็มตัวช่วยโค้ชทีมเยาวชนรุ่น 12-13 ปี และสร้างความประทับใจพอที่จะได้ร่วมงานกับเป๊ป กวาร์ดิโอล่าในปี 2021

หลังจาก 4 ปี ทำงานภายใต้กุนซือที่ยอดเยี่ยมที่สุดในยุคสมัย วิเซนส์อยากลองทำทีมของตัวเอง และบรากาที่เพิ่งแยกทางกับคาร์ลอส คาร์วาหัล ก็เรียกตัวเขา

เริ่มต้นอย่างระมัดระวัง ด้วยการเสมอ 0-0 นอกบ้านกับเลฟสกี้ โซเฟีย ในรอบคัดเลือกยูโรปา ลีก ก่อนจะชนะแบบเฉียดฉิวในเลกสองที่บ้าน

แต่ชัยชนะรวม 4-1 เหนือคลูจ และสองชัยชนะ 3-0 ในลีกช่วงต้นฤดูกาล ดูเหมือนจะเป็นสัญญาณดีสำหรับบรากาภายใต้วิเซนส์

รอบเพลย์ออฟก็สบายๆ เหนือลินคอล์น เรด อิมป์ส คู่ปรับเก่าของเซลติกจากยิบรอลตาร์ แต่ระหว่างนั้นมีสัญญาณสะดุดแรกคือเสมอที่บ้านกับเอวิเอส ซึ่งยังคงเป็นแต้มเดียวของทีมบ๊าฤดูกาล

บรากาไม่ชนะในลีก 4 นัดติด และแพ้ทั้งสองนัดที่บ้าน สิ่งนี้ทำให้แฟนๆ โกรธมาก

นี่คือบริบทที่พวกเขามาเซลติก พาร์ค ซึ่งเคยแพ้ในการเยือนครั้งเดียวเมื่อสิงหาคม 2010 ในรอบคัดเลือกแชมเปียนส์ ลีก แม้เซลติกจะชนะ 2-1 ในเลกสองแต่ไม่พอพลิก 3-0 จากเลกแรก

อันดับ 3 ในกลุ่มแชมเปียนส์ ลีกฤดูกาลนั้นนำไปสู่แคมเปญยูโรปาที่ดีที่สุดของพวกเขา หลังหลุดลงมาแล้วทะยานถึงรอบชิงชนะเลิศ แต่แพ้ปอร์โต้ คู่ปรับเก่าของเซลติกปี 2003

ผลงานดีที่สุดหลังจากนั้นถูกเรนเจอร์สหยุดในรอบก่อนรองชนะเลิศปี 2022 ก่อนที่เรนเจอร์สจะไปถึงรอบชิง

ฤดูกาลที่แล้ว ชัยชนะเหนือมาคคาบี้ เทล อาวิว, ฮอฟเฟนไฮม์ และลาซิโอก็ไม่พอพาพวกเขาลงเพลย์ออฟ จบอันดับ 25 แพ้เฟเนอร์บาฮ์เช่แค่ลูกเดียว ซึ่งเฟเนอร์แพ้เรนเจอร์ส

น่าสนใจที่พวกเขาได้แค่แต้มเดียวจากการเดินทาง (ที่เอลฟ์สบอร์ก) แพ้นอกบ้านให้โอลิมเปียกอส, โรมา, ยูเนี่ยน แซงต์-กิลลัวส์ และแพ้ที่บ้านให้โบโด/กลิมต์

ผู้ช่วยกวาร์ดิโอล่าต้องพิสูจน์ตัวเองกับเซลติก

ว่าทีมชุดนี้ฤดูกาลนี้พร้อมประสบความสำเร็จมากขึ้นหรือไม่ ยังต้องรอดู

พวกเขาจ่ายเงินก้อนโตซื้อกองหน้าสเปน พาว วิคเตอร์ จากบาร์เซโลน่า (เกือบ 10.5 ล้านปอนด์) และกองกลางไอวอรี่โคสต์หนุ่ม มาริโอ้ ดอร์เกเลส จากนอร์ดเยลแลนด์ (9.6 ล้านปอนด์) แต่ดอร์เกเลสอาจพลาดนัดนี้ หลังไม่ลงสนาม 5 นัดติด

ลาเกอร์บีลเก้ กลับมาเซลติก พาร์ค

นัดนี้จะเป็นการกลับมาของกุสตาฟ ลาเกอร์บีลเก้ ปราการหลังที่ย้ายไปโปรตุเกสซัมเมอร์นี้ เขาลงเล่นแค่ 10 นัดภายใต้เบรนแดน ร็อดเจอร์สหลังเซ็นปี 2023 แต่เป็นตัวหลักแทบทุกนัดให้สโมสรใหม่ และหวังจะหยุดเพื่อนเก่าได้เมื่อเกมเริ่มวันพฤหัสบดีเย็น

ในการแข่งขันครั้งนี้ ผู้ช่วยกวาร์ดิโอล่าต้องพิสูจน์ตัวเองกับเซลติก อย่างแท้จริง เพราะนี่คือโอกาสสำคัญที่จะแสดงศักยภาพที่ได้จากยุคกวาร์ดิโอล่า ไม่ว่าจะเป็นการวางแผน战术หรือการจัดการทีม วิเซนส์ต้องนำบรากาผ่านเซลติกที่แข็งแกร่งในบ้าน เพื่อฟื้นฟูความมั่นใจและอันดับในลีก

เซลติกเองก็มีโมเมนตัมดีจากลีกสกอตติช และการกลับมาของลาเกอร์บีลเก้จะเพิ่มความน่าตื่นเต้น แฟนเซลติกคงอยากเห็นทีมตัวเองเอาชนะทีมจากโปรตุเกสให้ได้ เพื่อรักษาฟอร์มในยูโรปา ลีก

นอกจากนี้ การลงทุนในผู้เล่นใหม่ของบรากาแสดงถึงความทะเยอทะยาน แต่ผลงานล่าสุดทำให้เกิดคำถามมากมาย วิเซนส์ต้องปรับทัศนคติทีมให้ดีขึ้น มิเช่นนั้นฤดูกาลนี้อาจล้มเหลวตั้งแต่ต้น

สำหรับแฟนบอลที่ติดตามยูโรปา ลีก นี่คือแมตช์ที่น่าจับตา เพราะทั้งสองทีมมีประวัติศาสตร์ในรายการนี้ และ ผู้ช่วยกวาร์ดิโอล่าต้องพิสูจน์ตัวเองกับเซลติก จะเป็นบททดสอบใหญ่ หากบรากาชนะได้ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ

สุดท้ายแล้ว การแข่งขันในยูโรปา ลีกมักเต็มไปด้วยเซอร์ไพรส์ และนัดนี้เซลติกอาจได้เปรียบจากแฟนบอล แต่บรากาก็มีศักยภาพ หากวิเซนส์ใช้ประสบการณ์จากกวาร์ดิโอล่าได้ดี

คุณคิดว่าผู้ช่วยกวาร์ดิโอล่าจะพิสูจน์ตัวเองได้ไหม? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามการอัปเดตผลการแข่งขัน!

ที่มา – Guardiola understudy has much to prove against Celtic