วัน: 10 ตุลาคม 2025

สภาเปรูถอดถอน ปธน. เซ่นวิกฤตอาชญากรรมพุ่งสูง

สมาชิกสภานิติบัญญัติของเปรู ได้ลงมติถอดถอนประธานาธิบดี ดีนา โบลูอาร์เต ออกจากตำแหน่ง ท่ามกลางกระแสความไม่พอใจอย่างรุนแรงของประชาชนจากปัญหาอาชญากรรมที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ รวมถึงเหตุกราดยิงในกรุงลิมาที่ซ้ำเติมความโกรธแค้นของสังคม สถานการณ์สภาเปรูลงมติถอดถอน ปธน. ดีนา โบลูอาร์เต พ้นตำแหน่ง เซ่นวิกฤตอาชญากรรมพุ่งสูงนี้ กำลังเป็นที่จับตามองจากทั่วโลก

ก่อนหน้านี้ สมาชิกรัฐสภาได้ลงคะแนนเพื่ออภิปรายถอดถอนเธอในข้อหา “ไร้ความสามารถทางศีลธรรม” และได้เรียกให้เธอเข้าชี้แจงต่อสภาในคืนวันเดียวกัน แต่เธอกลับปฏิเสธที่จะปรากฏตัว ทำให้ฝ่ายนิติบัญญัติมีคะแนนเสียงเพียงพอที่จะดำเนินการถอดถอนอย่างรวดเร็ว

โฮเซ่ เฆรี ผู้นำรัฐสภาเปรู ประกาศผลการลงมติว่า สส. จำนวนถึง 118 เสียง จากทั้งหมด 122 เสียง ลงคะแนนเห็นชอบให้ถอดถอนเธอออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี ด้วยคะแนนที่ท่วมท้นอย่างมาก การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่น่าตกใจนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเกิดเหตุการณ์ยิงกันในคอนเสิร์ตกลางเมืองหลวง ซึ่งยิ่งโหมกระพือความโกรธแค้นต่อวิกฤตอาชญากรรมที่กำลังกัดกินประเทศ

การลงมติถอดถอนครั้งนี้แตกต่างจากความพยายามครั้งก่อนๆ ถึง 8 ครั้ง เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่กลุ่มการเมืองเกือบทุกฝ่ายในรัฐสภาแสดงการสนับสนุนข้อเสนอดังกล่าวอย่างชัดเจน

ประธานาธิบดีโบลูอาร์เต เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนธันวาคม 2565 หลังจากรัฐสภาได้ใช้กลไกเดียวกันนี้ถอดถอนอดีตประธานาธิบดีคนก่อนหน้าของเธอเช่นกัน

รัฐบาลของโบลูอาร์เตประสบปัญหาอย่างหนักในการรับมือกับอาชญากรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคดีฆาตกรรมและการขู่กรรโชกทรัพย์ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (8 ต.ค.) เธอกล่าวโทษปัญหาอาชญากรรมส่วนหนึ่งว่าเป็นผลมาจากผู้อพยพที่อาศัยอยู่ในประเทศอย่างผิดกฎหมาย

“อาชญากรรมเหล่านี้ถูกบ่มเพาะมานานหลายทศวรรษ และถูกเสริมความแข็งแกร่งโดยการอพยพที่ผิดกฎหมาย ซึ่งรัฐบาลในอดีตไม่สามารถจัดการได้” เธอกล่าวระหว่างพิธีทางทหาร “แต่กลับเปิดประตูพรมแดนของเรา และอนุญาตให้ผู้กระทำผิดเข้ามาทุกที่ โดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ”

ตัวเลขอย่างเป็นทางการเผยว่า มีผู้เสียชีวิตจากการฆาตกรรม 6,041 ราย ระหว่างเดือนมกราคมถึงกลางเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในช่วงเวลาเดียวกันนับตั้งแต่ปี 2560 ขณะที่เรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการขู่กรรโชกทรัพย์รวมอยู่ที่ 15,989 กรณี ระหว่างเดือนมกราคมถึงกรกฎาคม ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 28% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567

วิกฤตประธานาธิบดีครั้งล่าสุดของเปรูปะทุขึ้น หลังจากมีชายคนหนึ่งเปิดฉากยิงและทำให้มีผู้บาดเจ็บ 5 ราย ในระหว่างการแสดงคอนเสิร์ตของวงดนตรีแนวคัมเบียยอดนิยมที่สุดของเปรู เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

แม้ว่านายเอดูอาร์โด อารานา นายกรัฐมนตรี จะออกมาปกป้องประธานาธิบดีโบลูอาร์เตในการไต่สวนต่อรัฐสภาเกี่ยวกับปัญหาอาชญากรรมเมื่อวันพฤหัสบดี แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนใจ สส. ในการเดินหน้าถอดถอนประธานาธิบดีออกจากตำแหน่ง

“ความกังวลของรัฐสภาไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการยื่นญัตติถอดถอน และยิ่งไปกว่านั้นคือการอนุมัติญัตติ” นายอารานาชี้แจงต่อสภา “เราไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง เราอยู่ตรงนี้ และเรารู้ตั้งแต่ต้นว่าวันแรกที่เราทำงาน อาจเป็นวันสุดท้ายที่เราอยู่ในตำแหน่งด้วยเช่นกัน”.

สภาเปรูลงมติถอดถอน ปธน. ดีนา โบลูอาร์เต พ้นตำแหน่ง เซ่นวิกฤตอาชญากรรมพุ่งสูง

สถานการณ์ทางการเมืองในเปรูยังคงร้อนระอุ หลังสภาเปรูลงมติถอดถอน ปธน. ดีนา โบลูอาร์เต พ้นตำแหน่ง เซ่นวิกฤตอาชญากรรมพุ่งสูง การตัดสินใจครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อเสถียรภาพของประเทศ และอนาคตทางการเมืองของเปรูจะเป็นอย่างไรต่อไป เป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ทำไมสภาเปรูถึงลงมติถอดถอน ปธน. ดีนา โบลูอาร์เต พ้นตำแหน่ง เซ่นวิกฤตอาชญากรรมพุ่งสูง

เหตุผลหลักของการถอดถอนมาจากความไม่พอใจของประชาชนต่อการจัดการปัญหาอาชญากรรมที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว รัฐบาลของโบลูอาร์เตถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และประชาชนรู้สึกไม่ปลอดภัย

  • อาชญากรรมที่เพิ่มสูงขึ้น: คดีฆาตกรรมและการขู่กรรโชกทรัพย์เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ
  • การกล่าวโทษผู้อพยพ: การที่ประธานาธิบดีกล่าวโทษผู้อพยพว่าเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาทำให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้น
  • เหตุการณ์กราดยิง: เหตุการณ์กราดยิงในคอนเสิร์ตเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ประชาชนโกรธแค้น

วิกฤตการณ์ทางการเมืองครั้งนี้เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความท้าทายที่เปรูกำลังเผชิญอยู่ และความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมอย่างจริงจัง การสภาเปรูลงมติถอดถอน ปธน. ดีนา โบลูอาร์เต พ้นตำแหน่ง เซ่นวิกฤตอาชญากรรมพุ่งสูง อาจเป็นการเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเปรู

ที่มา – สภาเปรูลงมติถอดถอน ปธน. ดีนา โบลูอาร์เต พ้นตำแหน่ง เซ่นวิกฤตอาชญากรรมพุ่งสูง

“สีหศักดิ์” พร้อมคุยสหรัฐฯ ปมไทย-กัมพูชา

“สีหศักดิ์”ย้ำไทยมีแนวทางสันติภาพปมไทย-กัมพูชา พร้อมคุย “สหรัฐ”หลังทำข้อเสนอถึง “อนุทิน” ยืนยันหากอยากช่วยให้เห็นสันติภาพ มีแนวทางตามที่นายกรัฐมนตรีระบุไว้แล้ว

เมื่อเวลา 09.50 วันที่ 10 ตุลาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ทางสหรัฐอเมริกา ทำหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กรณีปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาว่า เขาก็มีความปรารถนาที่จะเข้ามาช่วย สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ในขณะนี้ ซึ่งหากอยากช่วยให้เห็นสันติภาพจริงๆ เราก็มีแนวทางตามที่นายกฯระบุไว้แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากนี้ ทางการไทยต้องทำอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ก็มีการพูดคุยกันแล้ว สื่อสารให้เข้าใจว่า เราให้ความสำคัญกับเรื่องอะไรบ้าง และหวังว่าจะมีความคืบหน้า ซึ่งในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ ก็มีบทบาทในการพูดคุยกับทางสหรัฐอยู่แล้ว

“สีหศักดิ์”พร้อมคุย “สหรัฐ”หลังทำข้อเสนอถึง “อนุทิน” ย้ำหากอยากช่วยไทยมีแนวทางไว้แล้ว

จากกรณีดังกล่าว นายสีหศักดิ์เน้นย้ำว่าประเทศไทยมีแนวทางที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งกับกัมพูชาโดยสันติวิธี และพร้อมที่จะหารือกับสหรัฐอเมริกาหลังจากที่สหรัฐฯ ได้ยื่นข้อเสนอไปยังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแล้ว โดยนายสีหศักดิ์ยืนยันว่า หากสหรัฐฯ มีความประสงค์ที่จะช่วยเหลือให้เกิดสันติภาพอย่างแท้จริง ประเทศไทยก็มีแนวทางที่นายกรัฐมนตรีได้ระบุไว้แล้ว

ท่าทีของไทยต่อข้อเสนอจากสหรัฐฯ

นายสีหศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางการไทยได้มีการพูดคุยและสื่อสารกับสหรัฐฯ เพื่อให้เข้าใจถึงความสำคัญของประเด็นต่างๆ ที่ประเทศไทยให้ความสำคัญ และหวังว่าจะมีความคืบหน้าในประเด็นดังกล่าว โดยกระทรวงการต่างประเทศจะมีบทบาทสำคัญในการเจรจากับสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและมีความซับซ้อน การที่สหรัฐอเมริกาแสดงความสนใจที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหานี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของภูมิภาคนี้ในสายตาของนานาชาติ อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาจะต้องเป็นไปในแนวทางที่เคารพอธิปไตยของทั้งสองประเทศ และคำนึงถึงผลประโยชน์ร่วมกันของทุกฝ่าย

การที่นายสีหศักดิ์ออกมาให้สัมภาษณ์ในครั้งนี้ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของประเทศไทยในการเปิดโต๊ะเจรจากับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางออกที่ยั่งยืนสำหรับปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา การพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเข้าใจและความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน

นอกจากนี้ การที่นายสีหศักดิ์กล่าวถึงแนวทางที่นายกรัฐมนตรีได้ระบุไว้แล้ว แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไทยได้มีการเตรียมความพร้อมและวางแผนอย่างรอบคอบในการรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น การมีแผนการที่ชัดเจน จะช่วยให้การเจรจาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

การแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ด้วยความมุ่งมั่นและความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เชื่อว่าสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคนี้จะเป็นจริงได้ในที่สุด “สีหศักดิ์”พร้อมคุย “สหรัฐ”หลังทำข้อเสนอถึง “อนุทิน”และย้ำถึงความสำคัญของแนวทางสันติวิธีที่ไทยยึดมั่นมาโดยตลอด ประเทศไทยพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกฝ่ายเพื่อสร้างความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาคนี้

การที่ “สีหศักดิ์”พร้อมคุย “สหรัฐ”หลังทำข้อเสนอถึง “อนุทิน” แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลไทยในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี และพร้อมเปิดรับความช่วยเหลือจากนานาชาติหากเป็นไปในทิศทางที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย

ดังนั้นเราต้องติดตามกันต่อไปว่าการพูดคุยระหว่าง “สีหศักดิ์”พร้อมคุย “สหรัฐ”หลังทำข้อเสนอถึง “อนุทิน” จะเป็นอย่างไร และผลลัพธ์จะออกมาในทิศทางใด หวังว่าทุกอย่างจะราบรื่นและนำพามาซึ่งสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค

ที่มา – “สีหศักดิ์”พร้อมคุย “สหรัฐ”หลังทำข้อเสนอถึง “อนุทิน” ย้ำหากอยากช่วยไทยมีแนวทางไว้แล้ว

รูนีย์ปกป้องทีมชาติอังกฤษ: ‘เราพยายามแล้ว’

รูนีย์ปกป้องทีมชาติอังกฤษ: ‘เราพยายามแล้ว’

ตำนานทีมชาติอังกฤษ เวย์น รูนีย์ ไม่คิดว่าทีมชุดปัจจุบันมีทัศนคติที่ดีกว่า ‘ยุคทอง’ ของเขา และกล่าวว่าทีมของเขาเพียงแค่ ‘ไม่สามารถก้าวข้ามเส้นไปได้’ เท่านั้นเอง

อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษ สตีเวน เจอร์ราร์ด ได้สร้างความฮือฮาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเมื่อเขากล่าวว่าการที่พวกเขาไม่ประสบความสำเร็จนั้นเป็นเพราะผู้เล่นหลักเป็น ‘คนขี้แพ้ที่เห็นแก่ตัว’

เจอร์ราร์ด ซึ่งลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษ 114 ครั้งระหว่างปี 2000 ถึง 2014 กล่าวเสริมว่า ‘เราไม่ใช่ทีม’

แต่รูนีย์ ซึ่งพูดในพอดแคสต์ของเขา BBC podcast The Wayne Rooney Show ไม่ได้มองอย่างนั้น

รูนีย์ลงเล่น 120 ครั้งให้ทีมชาติอังกฤษ ทำสถิติ 53 ประตูระหว่างปี 2003 ถึง 2018

ทั้งเจอร์ราร์ดและรูนีย์ไม่เคยไปถึงรอบรองชนะเลิศกับทีมชาติอังกฤษ แต่ทีมชาติอังกฤษได้เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศของการแข่งขันชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปสองครั้งและรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลกตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

‘แน่นอนว่าเราไม่ได้ชนะอะไรเลย’ อดีตกองหน้าแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด รูนีย์กล่าว

‘ฉันจะไม่พูดแบบนั้น แต่ฉันรู้ว่าเขากำลังพูดอะไร มีตัวละครใหญ่มากมายในห้องแต่งตัว’

‘ฉันจะไม่บอกว่า [ทีมชาติอังกฤษในตอนนี้มี] ทัศนคติที่ดีกว่า นั่นไม่เคารพต่อพวกเราในฐานะผู้เล่น เพราะเราทำงานหนัก เราพยายามแล้ว เราไม่สามารถทำได้’

‘แม้แต่เมื่อคุณมองย้อนกลับไปถึงผู้เล่นที่เรามี เราสามารถทำได้ดีกว่านี้หรือไม่ เราทำได้ แต่ก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้น’ รูนีย์กล่าวถึงความพยายามของพวกเขาว่า ‘เราพยายามแล้ว’ อย่างเต็มที่

เขากล่าวต่อว่า ‘สิ่งที่คุณมีในตอนนี้คือผู้เล่น [ทีมคู่แข่ง] ฝึกซ้อม [ด้วยกัน] ก่อนที่พวกเขาจะกลับไปฝึกซ้อมช่วงปรีซีซั่นด้วยกัน ฟิล โฟเดน และ มาร์คัส แรชฟอร์ด เป็นต้น’

‘มันเป็นคนละยุคกัน สิ่งสำคัญคือการรายงานข่าวของสื่อนั้นดีขึ้นมาก ผู้เล่นเข้ากันได้ดีกับสื่อ จากภายนอกมันให้ความรู้สึกที่ดีกว่า’

ความสัมพันธ์ระหว่างนักเตะในทีมชาติอังกฤษ

เจอร์ราร์ด ซึ่งพูดในฐานะแขกรับเชิญในพอดแคสต์ Rio Ferdinand Presents กล่าวว่าอดีตผู้เล่นแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดและลิเวอร์พูลหลายคนเข้ากันได้ดีกว่าในฐานะนักวิจารณ์มากกว่าที่พวกเขาเคยทำในฐานะเพื่อนร่วมทีมชาติอังกฤษ

‘ฉันไม่รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของทีม ฉันไม่รู้สึกเชื่อมโยงกับเพื่อนร่วมทีมของฉัน กับอังกฤษ’ เขากล่าว

ในการตอบกลับ รูนีย์กล่าวว่า ‘มัน [เป็น] เรื่องยากที่จะมีความสัมพันธ์แบบนั้นกับผู้เล่นลิเวอร์พูลและแมนฯ ยูไนเต็ด ตอนนี้มันง่ายกว่า’

‘ฉันคุยกับสตีเวนตลอดเวลา [ตอนนี้] คุณสามารถมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นได้ในตอนนี้เพราะคุณสามารถดื่มเบียร์ด้วยกันและผ่อนคลายมากขึ้น’

‘ฉันสบายดีกับทุกคน ฉันเข้ากับทุกคน ฉันรู้ว่าเบ็คส์ [เดวิด เบ็คแฮม] และ แกรี่ เนวิลล์ และ สโคลซี่ [พอล สโคลส์] คุณจะเห็นได้ว่าพวกเขาจะไม่สนิทกับผู้เล่นลิเวอร์พูล’

‘แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือทุกคนทำงานหนักเพื่อกันและกัน ฉันไม่คิดว่านั่นเป็นปัญหา เราแค่ไม่สามารถก้าวข้ามเส้นไปได้ ฉันไม่เห็นอย่างนั้นเลย’ รูนีย์กล่าวเน้นย้ำว่า ‘เราพยายามแล้ว’ อย่างเต็มที่

รูนีย์ เช่นเดียวกับเจอร์ราร์ด ลงเล่นในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ 6 รายการให้กับทีมชาติอังกฤษ แต่ไปถึงรอบก่อนรองชนะเลิศเท่านั้น

แต่เขากล่าวว่าผู้เล่น ‘100%’ ‘เชื่อมั่นว่าเราสามารถชนะได้อย่างแน่นอน’ การที่ ‘เราพยายามแล้ว’ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

การออกมาปกป้องทีมชาติอังกฤษของรูนีย์ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในสถานการณ์และความมุ่งมั่นที่ผู้เล่นทุกคนมี แม้ว่าผลลัพธ์อาจจะไม่เป็นไปตามที่หวัง แต่ความพยายามและความทุ่มเทของพวกเขานั้นควรค่าแก่การได้รับการยกย่อง

รับชม Wayne Rooney Show ได้ที่ BBC Sport YouTube,, external และ iPlayer. ฟังได้ที่ BBC Sounds.

ที่มา – ‘We tried’ – Rooney defends his England team

Boeing 777X เลื่อนยาว! ประตูระเบิด เครื่องยนต์ปัญหา

เครื่องบินลำตัวกว้างรุ่นใหม่ Boeing 777X ถูกเลื่อนการเปิดตัวออกไปอีก นี่คือโครงการเครื่องบินเจ็ทรุ่นใหม่ที่เริ่มต้นในปี 2013 และมีแผนเปิดตัวในปี 2020 ล่าสุด คาดว่าจะยังไม่สามารถให้บริการได้จนกว่าจะถึงปี 2027 ข่าวดีคือ Boeing มีความคืบหน้าในการทดสอบการบินของ 777X และดูเหมือนว่าทุกอย่างกำลังดำเนินไปในทิศทางที่ถูกต้อง แทนที่จะหยุดชะงักไปโดยสิ้นเชิง ถึงอย่างนั้น การขอรับรองเครื่องบินลำใหม่จาก FAA ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

ย้อนกลับไปในปี 2019 Boeing 777X ควรจะเสร็จสิ้นการทดสอบเที่ยวบินแรกในช่วงเวลานั้น แต่สุดท้ายก็ต้องเลื่อนออกไปเป็นต้นปี 2020 ความล่าช้า เกิดจากปัญหาเครื่องยนต์ GE9X ของเจเนอรัล อิเล็กทริก ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เทอร์โบแฟนที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยติดตั้งในเครื่องบินพาณิชย์ รวมถึงปัญหาเรื่องความเสถียร ทำให้การรับรองจาก FAA ต้องล่าช้าออกไป

แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเดียว – ในระหว่างกระบวนการทดสอบเพื่อของใบรับรองความปลอดภัยทางการบิน บานประตูของ 777X ก็เกิดระเบิดในระหว่างการทดสอบระบบปรับแรงดัน จากนั้น Boenig ก็ประสบปัญหากับ 737 MAX เมื่อเครื่องสองลำประสบอุบัติเหตุร้ายแรง นั่นยังไม่รวมถึงปัญหาคุณภาพการผลิตของ Boeing ในปี 2024 ซึ่งเป็นเหตุให้ต้องมีการแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงคนใหม่ ปลายปี 2024 พนักงาน Boeing นัดหยุดงานประท้วง ทำให้ 777X ถูกเลื่อนการเปิดตัวออกไปอีก

ปัญหาของ 777X สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนจากการออกแบบและการรับรองเครื่องบินรุ่นใหม่ที่คาดว่าจะเข้ามาปฏิวัติวงการบินพาณิชย์ Boeing 777X นำเสนอนวัตกรรมทางการบินแบบใหม่ ปลายปีกที่พับได้ เครื่องยนต์ GE9X ขนาดมหึมา (เครื่องยนต์ทั้งตัว มีขนาดใหญ่กว่าลำตัวของ 737) โครงสร้างห้องโดยสารออกแบบใหม่ ซึ่งจะช่วยให้สายการบินสามารถปรับแต่งห้องโดยสาร ให้เหมาะกับเส้นทางบินเพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับผู้โดยสารได้อย่างอิสระ

สายการบินขนาดใหญ่ที่สั่งซื้อ 777X มองว่า ห้องโดยสารที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น และมีพิสัยการบินไกลกว่า 777 รุ่นก่อน น่าจะทำกำไรได้ดีกว่าเดิม 777X ใช้ปีกที่ทำจากวัสดุคอมโพสิต เป็นปีกแบบใหม่ที่สามารถพับได้ เครื่องยนต์ GE9X รุ่นใหม่มีกำลังมหาศาล ลดการใช้เชื้อเพลิงและการปล่อยมลพิษลงประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับ 777-300ER ซึ่งยังคงเป็นเครื่องบินหลักของฝูงบินระยะไกลในบางสายการบิน

สำหรับสายการบินที่ประสบปัญหาด้านต้นทุนเชื้อเพลิงและแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อม การปรับเปลี่ยนเครื่องบินที่ทันสมัยกว่า มีความสำคัญอย่างยิ่ง เครื่องบิน 777X-9 บรรทุกผู้โดยสารได้มากกว่า 400 คน ทำให้สายการบินมีโอกาสรวมเส้นทางบินเข้าด้วยกัน ขณะที่เครื่องบิน 777X-8 ขนาดเล็กกว่าจะให้บริการเที่ยวบินระยะไกลพิเศษ ความล่าช้า ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนแผนการบิน รวมถึงการคงเครื่องบินรุ่นเก่าไว้ให้บริการนานกว่าเดิม

สายการบินเอมิเรตส์ (Emirates) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ดูไบ เป็นลูกค้ารายใหญ่ของเครื่อง 777X โดยมีการสั่งซื้อไปแล้วถึง 205 ลำ ประกอบด้วยรุ่น 777X-9 จำนวน 170 ลำ และรุ่น 777X-8 จำนวน 35 ลe ความล่าช้าในการส่งมอบเครื่อง 777X ส่งผลกระทบต่อการวางแผนปรับเปลี่ยนฝูงบินของสายการบินชั้นนำอย่างมาก สายการบินต่างๆ มักสั่งซื้อเครื่องบินโดยคำนึงถึงกลยุทธ์เฉพาะเจาะจง ความล่าช้า ทำให้การวางแผนในอนาคตเกิดความยุ่งยาก

สายการบินเอมิเรตส์จะติดตั้งชั้นเฟิร์สคลาสใหม่บนเครื่องบิน 777X ซึ่งปกติแล้วจะมีให้บริการเฉพาะบนเครื่องบิน 777-300ER ซึ่งล่าช้ามานานสำหรับเครื่องบิน 777 เดิมที Cathay Pacific จะเปิดตัวชั้นธุรกิจ Aria Suites ใหม่ใน 777X แต่ต้องหันไปปรับปรุง 777-300ER

Singapore Airlines จะเปิดตัวทั้งชั้นเฟิร์สคลาสและชั้นธุรกิจใน 777X

Qatar Airways จะเปิดตัวชั้นเฟิร์สคลาสใน 777X

Lufthansa เดิมทีจะเปิดตัวชั้นเฟิร์สคลาส Allegris และชั้นธุรกิจ Allegris ใหม่ใน 777X แต่จากความล่าช้าของการพัฒนา จึงย้ายมาเปิดให้บริการใน A350 และ 787

Lufthansa เป็นลูกค้ารายแรกของเครื่องบินรุ่นนี้ โดยสั่งซื้อเครื่องบินรุ่น 777X-9 เรียบร้อยแล้ว 20 ลำ และสั่งซื้อเครื่องบินขนส่งสินค้ารุ่น 777X จำนวน 7 ลำ

ครื่อง 777X มีหน้าต่างขนาดใหญ่ รับแสงธรรมชาติได้มากขึ้น ห้องโดยสารกว้างขวางและทันสมัย ห้องโดยสารของเครื่องบิน 777X กว้างขึ้น 4 นิ้ว ซึ่งหมายความว่าที่นั่งในชั้นประหยัดกว้างขึ้น

ก่อนหน้านี้ Emirates เคยประกาศว่าจะนำห้องสวีทชั้นเฟิร์สคลาส “Game Changer” มาติดตั้งบนเครื่องบิน 777X ห้องสวีทสุดหรูนี้ มีประตูบานเลื่อนสูงจากพื้นจรดเพดาน พร้อมพื้นที่ส่วนตัวสูงสุด 40 ตารางฟุต ห้องสวีทวางแบบ 1-1-1 และ Emirates มอบทัศนียภาพให้กับผู้โดยสารในห้องสวีทกลาง ด้วยการติดตั้งหน้าต่างเสมือนจริงที่ฉายภาพจากภายนอกที่บันทึกโดยกล้องที่ติดตั้งบนเครื่องบินและถ่ายทอดแบบเรียลไทม์

Boeing 777X เลื่อนยาว

เครื่องบิน 777X กลายเป็นเกมแห่งการรอคอย ทั้งสายการบิน ผู้โดยสาร และ Boeing เอง ต่างเฝ้ารอเครื่องรุ่นใหม่ที่สมบูรณ์แบบและปลอดภัย หากเครื่องบินลำตัวกว้างรุ่นนี้ สามารถทำตามแบบที่เสนอ ทั้งในด้านประสิทธิภาพ ความจุ และความสะดวกสบายของผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น มันก็คุ้มค่ากับการรอคอยละครับ.

ทำไม Boeing 777X เลื่อนยาว นานขนาดนี้?

หลายปัจจัยส่งผลให้ Boeing 777X เลื่อนยาว ทั้งปัญหาด้านเครื่องยนต์, การทดสอบความปลอดภัยที่ผิดพลาด, และปัญหาภายในบริษัทเอง

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail [email protected]
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

ที่มา – ประตูห้องเก็บสัมภาระระเบิด เครื่องยนต์ใหม่เกิดปัญหาช่วงทดสอบ ทำ BOEING 777X เลื่อนยาว

กรรมการเทย์เลอร์เผย ครอบครัวเลิกดูเกมเพราะโดนด่า

แอนโธนี เทย์เลอร์ กรรมการพรีเมียร์ลีกวิจารณ์วัฒนธรรม “ความคาดหวังถึงความสมบูรณ์แบบ” ที่เจ้าหน้าที่ต้องเผชิญ และกล่าวว่าครอบครัวของเขาไม่ได้ไปดูเกมของเขาอีกต่อไปเนื่องจากถูกทำร้าย

ในการให้สัมภาษณ์กับ BBC Sport เทย์เลอร์พูดเป็นครั้งแรกเกี่ยวกับการตกเป็นเป้าหมายของแฟนบอลโรมาขณะที่เขา เดินผ่านสนามบินกับครอบครัว, external หลังจากรอบชิงชนะเลิศยูโรปาลีก 2023

ชายวัย 46 ปีกล่าวว่าเขากังวลเกี่ยวกับทัศนคติที่มีต่อกรรมการจนบางครั้งเขาก็คิดว่า ‘มันคุ้มค่าหรือไม่’

อย่างไรก็ตาม เขายังกล่าวอีกว่าการเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงเป็นหนึ่งในงานที่ดีที่สุดในโลก

เทย์เลอร์เป็นกรรมการพรีเมียร์ลีกมาเกือบ 15 ปี ทำหน้าที่ในการแข่งขันฟุตบอลโลกที่กาตาร์ในปี 2022 และการแข่งขันชิงแชมป์ยุโรป 2020 และดูแลรอบชิงชนะเลิศของทั้ง European Super Cup final และ Nations League

เขาเชื่อว่าแนวทาง ‘ชนะด้วยทุกวิถีทาง’ ของฟุตบอลกำลังส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตและประสิทธิภาพของกรรมการในปัจจุบันและอนาคต

‘นั่นเป็นสถานการณ์ที่แย่ที่สุดที่ฉันเคยเจอ’

เทย์เลอร์เผชิญหน้ากับโชเซ่ มูรินโญ่ หัวหน้าทีมโรมา หลังจากที่ทีมของเขาแพ้การดวลจุดโทษให้กับเซบีย่าในรอบชิงชนะเลิศยูโรปาลีก 2023

เจ้าหน้าที่ชาวอังกฤษแจกใบเหลืองให้กับผู้เล่น 13 คนในระหว่างการแข่งขัน และมีการทดเวลาบาดเจ็บ 25 นาทีตลอดทั้งเกมรวมถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ

มูรินโญ่เรียกเทย์เลอร์ว่า “ความอัปยศ” สองครั้งในการแถลงข่าวหลังการแข่งขันก่อนที่จะเผชิญหน้ากับเขาในลานจอดรถ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ ชาวโปรตุเกสถูกแบน 4 นัด

จากนั้นเทย์เลอร์ก็ถูกตะโกนใส่โดยแฟนบอลที่โกรธเคืองขณะที่เขาเดินผ่านสนามบินบูดาเปสต์กับครอบครัวของเขา

“นั่นเป็นสถานการณ์ที่แย่ที่สุดที่ฉันเคยเจอในแง่ของการถูกทำร้าย” เขากล่าว

“ไม่ใช่แค่เพราะฉันเดินทางกับสมาชิกในครอบครัวในขณะนั้นเท่านั้น แต่ยังเน้นย้ำถึงผลกระทบของพฤติกรรมของผู้คนที่มีต่อผู้อื่นด้วย แม้แต่ในการแข่งขันแบบนั้น ซึ่งจริงๆ แล้วไม่มีข้อผิดพลาดร้ายแรงใดๆ ในเกมเลย”

เทย์เลอร์รู้สึกว่าหลังจากการแข่งขันมีการพยายามที่จะ “เปลี่ยนโฟกัสไปที่ใครบางคนที่จะตำหนิ”

เขากล่าวเสริมว่า: “สำหรับฉัน นั่นเป็นแหล่งความผิดหวัง ความหงุดหงิด และความโกรธที่ยิ่งใหญ่”

“ทำไมสิ่งนั้นถึงเป็นที่ยอมรับ ฉันไม่รู้ เพราะฉันแน่ใจว่าคนเหล่านั้นคงไม่ชอบให้ใครหันมาพูดแบบนั้นกับพวกเขาหรือลูกๆ ของพวกเขาเอง”

“มันทำให้คุณหวนคิดถึงว่าคุณทำผิดพลาดที่เดินทางกับครอบครัวของคุณตั้งแต่แรกหรือไม่ พวกเขาไม่ได้ไป [การแข่งขัน] เลยตั้งแต่นั้นมา”

เมื่อถูกถามว่าเขารู้สึกว่าพฤติกรรมของมูรินโญ่อาจมีอิทธิพลต่อแฟนบอลที่ทำร้ายเขาหรือไม่ เขากล่าวว่า: “ใช่ ฉันคิดว่าถ้าเราพูดกันตามตรง ใช่แล้ว”

‘แนวทางชนะด้วยทุกวิถีทางหมายถึงสุขภาพจิตของกรรมการอาจได้รับผลกระทบ’

เทย์เลอร์ไม่ได้เล่นโซเชียลมีเดียเพราะเขาไม่ต้องการ “เสียเวลา” อ่านความคิดเห็นหรือความคิดเห็นเชิงลบ

“หากคุณได้รับแจ้งอย่างต่อเนื่องว่าคุณไม่เก่ง ไม่ว่าจะเป็นจากผู้คนในสื่อ นักวิจารณ์ หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่เก่าๆ สุขภาพจิตของผู้คนก็อาจได้รับผลกระทบ” เขากล่าว

“วัฒนธรรมฟุตบอลโดยทั่วไปคือ ‘เราต้องชนะเกมนี้ด้วยทุกวิถีทาง’

“ความยาวที่ผู้คนไปถึงหลังเกมด้วยสิ่งต่างๆ มากมายในตอนนี้เพื่อเผยแพร่เรื่องราวเท็จ เพื่อเผยแพร่ทฤษฎีสมคบคิดที่เป็นอันตราย… มันสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นลบอย่างมากสำหรับผู้คนที่จะปฏิบัติงาน”

เมื่อถูกถามว่าเป็นเรื่องยุติธรรมหรือไม่ที่กรรมการระดับสูงจะคาดหวังการตรวจสอบในระดับสูงเมื่อพิจารณาถึงสิ่งที่อาจมีความเสี่ยงในสนาม เทย์เลอร์กล่าวว่า: “ฉันจะไม่โต้แย้งกับการตรวจสอบที่นั่น”

แต่เขากล่าวเสริมว่า: “ฉันไม่ได้บอกว่าการตรวจสอบไม่ใช่สิ่งที่ควรคาดหวัง แต่ทุกคนที่ดูฟุตบอลมักจะมองเกมผ่านสายตาของทีมของพวกเขา และผลลัพธ์ของการแข่งขันฟุตบอลและจุดสุดยอดของฤดูกาลฟุตบอลนั้นมีหลายแง่มุม”

“มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่การแข่งขันเพียงคนเดียว มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้เล่นคนเดียวที่พลาดจุดโทษในการแข่งขัน มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับโค้ชคนเดียวที่ทำผิดพลาดทางยุทธวิธีในระหว่างการแข่งขัน เล่นมากกว่า 38 เกม…”

“ดังนั้นคุณจึงบอกว่าข้อโต้แย้งที่การตัดสินใจครั้งเดียวทำให้ใครบางคนเสียทั้งฤดูกาล… มันไม่เป็นความจริงเพราะจะมีเหตุการณ์อื่นๆ อีกมากมายในการแข่งขันหรือตลอดทั้งฤดูกาลที่ผลลัพธ์ของเกมได้รับผลกระทบ”

“สิ่งที่ฉันกำลังบอกคือคุณสามารถมีการตรวจสอบและคุณสามารถมีการวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่มันแทบจะไม่สมดุลเลย ไม่มีใครพูดถึงด้านบวกของสิ่งต่างๆ มากนักในทุกวันนี้”

หน่วยงานกรรมการ Professional Game Match Officials Limited (PGMOL) มีทีมนักจิตวิทยาที่รับผิดชอบด้านสุขภาพจิตของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน และทำงานร่วมกับองค์กรการกุศลด้านสุขภาพจิต Mind

VAR สร้าง ‘ความคาดหวังถึงความสมบูรณ์แบบ’

ระบบวิดีโอช่วยผู้ตัดสิน (VAR) เปิดตัวในพรีเมียร์ลีกในปี 2019

เทย์เลอร์เชื่อว่ามันสร้างความคาดหวังที่ไม่สมจริง และผู้ที่คาดหวังว่ามันจะสร้าง “ยูโทเปีย” ในการตัดสินใจ “ผิดพลาดอย่างมาก”

“จำนวนการตรวจสอบและจำนวนการวิเคราะห์และการพูดคุยเกี่ยวกับฟุตบอลพรีเมียร์ลีกหมายความว่าทุกคนมีความปรารถนาในความสมบูรณ์แบบ” เขากล่าว

“ในความเป็นจริง ความสมบูรณ์แบบไม่มีอยู่จริง เราคาดหวังให้กรรมการตัดสินใจถูกต้องทุกครั้ง เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่เราจะต้องเริ่มพูดคุยเกี่ยวกับผู้คนที่กลัวความล้มเหลวหรือความผิดพลาดจริงๆ

“เราต้องยอมรับว่าถ้าเราไม่สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมเพื่อให้ผู้คนเติบโต ผู้คนก็จะหวาดกลัว และนั่นจะมีผลเสียต่อบุคคลและประสิทธิภาพในระยะยาว ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญ”

เทย์เลอร์กล่าวว่า VAR ได้ “เปลี่ยน” ระดับการตรวจสอบอย่างสิ้นเชิง

“มันนำมาซึ่งความคาดหวังถึงความสมบูรณ์แบบที่มันจะแก้ปัญหาของทุกคนได้อย่างสมบูรณ์และมันจะเป็นยูโทเปีย” เขากล่าวเสริม

“ในความเป็นจริง คนเหล่านั้นผิดพลาดอย่างมาก สัปดาห์หนึ่ง ผู้คนจะพูดว่า: ‘เราไม่ต้องการให้ VAR ละเอียดเกินไป’ สัปดาห์หน้าพวกเขาจะพูดว่า: ‘VAR ไม่ได้เข้ามาแทรกแซงได้อย่างไรในเรื่องนี้?’

“ผู้คนจำเป็นต้องตัดสินใจว่าพวกเขาต้องการอะไร คุณไม่สามารถพูดได้ในสัปดาห์หนึ่งว่า ‘เราไม่ต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมเพราะมันทำลายจังหวะของเกม’ และในสัปดาห์หน้าหันกลับมาพูดว่า ‘นี่เป็นการดูถูกที่ VAR ไม่ได้เข้ามาแทรกแซงที่นี่’

“เราจำเป็นต้องเอาหัวของเราออกจากเมฆบางครั้งเพื่อคิดอย่างมีเหตุผลมากขึ้นว่าเทคโนโลยีมีไว้ทำอะไร”

ความร้อนที่ Club World Cup ‘โหดร้าย’

เทย์เลอร์เป็นหนึ่งในผู้ตัดสินในการแข่งขัน Club World Cup ที่สหรัฐอเมริกาในฤดูร้อน ซึ่งมีการแข่งขันหลายนัดในสภาพอากาศที่ร้อนจัด

เขากล่าวว่าสภาพอากาศอยู่ใน “ระดับที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากสิ่งที่คุณคุ้นเคย”

เอ็นโซ่ มาเรสก้า ผู้จัดการทีมเชลซีกล่าวว่าเป็น “ไปไม่ได้” ที่จะมีช่วงฝึกซ้อมปกติในระหว่างการแข่งขัน ขณะที่กองกลาง เอ็นโซ่ เฟอร์นานเดซกล่าวว่าเขารู้สึก “วิงเวียน” ขณะเล่นในสภาพอากาศที่ร้อน “อันตรายมาก”

“มันโหดร้ายมาก” เทย์เลอร์กล่าว “เราโชคดีมากที่เรามีโอกาสเตรียมตัวอย่างมากก่อนที่เราจะออกจากสหราชอาณาจักรโดยใช้การทำงานของห้องสิ่งแวดล้อม”

“สภาพอากาศเป็นสิ่งที่ท้าทายจริงๆ”

ฟุตบอลโลกฤดูร้อนหน้าจะจัดขึ้นทั่วอเมริกาเหนือ

“ฉันไม่คิดว่ามันจะเป็นปัญหาใหญ่หากเราสามารถเตรียมตัวเหมือนที่ผู้คนทำได้” เทย์เลอร์กล่าว “บุคคลจำเป็นต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าพวกเขาเตรียมตัวเรียบร้อยแล้ว”

‘งานที่ดีที่สุดในโลก’

เทย์เลอร์อยู่ในฤดูกาลที่ 17 ในฐานะกรรมการพรีเมียร์ลีก

“เมื่อถึงจุดนั้น มันเป็นหนึ่งในงานที่ดีที่สุดในโลก” เขากล่าว “คุณอยู่ตรงกลางของการแข่งขันในลีกที่น่าตื่นเต้นที่สุดในโลก”

เมื่อถูกถามว่าเขาจะทำหน้าที่ผู้ตัดสินไปอีกนานแค่ไหน เทย์เลอร์กล่าวว่า: “ฉันไม่รู้ ถ้าฉันซื่อสัตย์กับคุณ”

“ฉันอายุ 47 ปีในสัปดาห์หน้า ดังนั้นจึงค่อนข้างแก่สำหรับใครบางคนที่จะปฏิบัติงานในระดับนี้ วิ่งไล่ผู้คนที่อายุน้อยกว่าคุณมาก”

“เป้าหมายทั้งหมดคือพยายามทำให้แน่ใจว่าเรามีทีมผู้ตัดสินสองทีมในการแข่งขันฟุตบอลโลกปีหน้าที่อเมริกา”

ผลกระทบจากการถูกทำร้ายต่อกรรมการเทย์เลอร์

เรื่องราวของกรรมการเทย์เลอร์เป็นเครื่องเตือนใจที่ชัดเจนถึงผลกระทบที่การถูกทำร้ายสามารถมีต่อผู้คน การที่ครอบครัวของเขาไม่สามารถมาดูการแข่งขันได้อีกต่อไปเนื่องจากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเป็นสิ่งที่น่าเศร้าอย่างยิ่ง

ที่มา – Abuse stopped family coming to games – referee Taylor

“บิ๊กป้อม” ลุย! พปชร. รับ “ตระกูลอดิเรกสาร” สู้ศึก

พลังประชารัฐเปิดภาพ “พล.อ.ประวิตร” คุยบ้านใหญ่สระบุรี “ตระกูลอดิเรกสาร” พร้อมสมัครเป็นสมาชิก ยืนยันนำพรรค พปชร. เดินหน้า“บิ๊กป้อม” ลุยต่อ เปิดพปชร. รับ “ตระกูลอดิเรกสาร” สู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้าต่อ

วันที่ 10 ต.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา นายปองพล อดิเรกสาร อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมบุตรชาย นายปรพล อดิเรกสาร อดีต สส.สระบุรี 2 สมัย เดินทางเข้าพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด พร้อมนั่งพูดคุย โดยมี นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคพปชร. นายสุชาติ ลายน้ำเงิน อดีต สส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย(พท.) และนายพิชัย เกียรติวินัยสกุล อดีต สส.ลพบุรี พรรคพท. ร่วมพูดคุย

โดยเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ทั้งนายปองพล และนายปรพล ได้สมัครสมาชิกพรรคพปชร.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยนายปรพล เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร ยืนยันนำพรรคพปชร.เดินหน้าต่อสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างแน่นอน

“บิ๊กป้อม” ลุยต่อ เปิดพปชร. รับ “ตระกูลอดิเรกสาร”

การเปิดตัวของตระกูลอดิเรกสารเข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้สร้างความฮือฮาในวงการการเมืองไม่น้อย หลายฝ่ายมองว่าการตัดสินใจครั้งนี้เป็นการเสริมทัพครั้งสำคัญของพรรค ก่อนการเลือกตั้งครั้งหน้าที่กำลังจะมาถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรค ได้แสดงความมั่นใจในการนำพาพรรคเดินหน้าต่อไป โดยมีเป้าหมายที่จะคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งหน้าให้ได้

ตระกูลอดิเรกสาร: กลับสู่สนามการเมือง

การกลับมาของตระกูลอดิเรกสารในครั้งนี้ ถือเป็นการกลับคืนสู่สนามการเมืองอีกครั้งหลังจากที่ห่างหายไปนาน นายปองพล อดิเรกสาร อดีตรองนายกรัฐมนตรี และนายปรพล อดิเรกสาร อดีต สส.สระบุรี ได้ตัดสินใจเข้าร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ ด้วยความเชื่อมั่นในแนวทางและนโยบายของพรรค ที่จะสามารถนำพาประเทศไปสู่ความเจริญก้าวหน้าได้

การเข้าร่วมพรรค พปชร. ของตระกูลอดิเรกสาร ไม่เพียงแต่เป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับพรรคเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังคู่แข่งทางการเมืองว่า พรรคพลังประชารัฐยังคงเป็นพรรคการเมืองที่น่าจับตามอง และพร้อมที่จะต่อสู้เพื่อประชาชนต่อไป

สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พรรคการเมืองต่างๆ ต้องปรับตัวและพัฒนาอยู่เสมอ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน พรรคพลังประชารัฐ ภายใต้การนำของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาพรรคให้มีความทันสมัย และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง

การตัดสินใจของ “บิ๊กป้อม” ลุยต่อ เปิดพปชร. รับ “ตระกูลอดิเรกสาร” ในครั้งนี้ ถือเป็นการเดินหมากที่สำคัญ ที่อาจส่งผลต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองในอนาคต การจับตามองความเคลื่อนไหวของพรรคพลังประชารัฐ และการเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า จึงเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายควรให้ความสนใจ

การที่ พล.อ.ประวิตร ยืนยันว่าจะนำพรรค พปชร. เดินหน้าสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างแน่นอน แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจและความพร้อมของพรรคในการเผชิญหน้ากับการแข่งขันที่กำลังจะมาถึง การมีบุคลากรที่มีประสบการณ์และความสามารถ อย่างตระกูลอดิเรกสาร เข้ามาร่วมทีม จะยิ่งช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับพรรคมากยิ่งขึ้น

ดังนั้น การที่“บิ๊กป้อม” ลุยต่อ เปิดพปชร. รับ “ตระกูลอดิเรกสาร” จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจเเละต้องติดตามกันต่อไป

ที่มา – “บิ๊กป้อม” ลุยต่อ เปิดพปชร. รับ “ตระกูลอดิเรกสาร” ร่วมสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า

สุโขทัยจัดงาน “ลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ 2568” 10 วัน

เตรียมตัวให้พร้อม! จังหวัดสุโขทัยกำลังจะจัดงานใหญ่แห่งปี “ลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ 2568” สุดอลังการ 10 วัน 10 คืน! ผู้ว่าฯ สุโขทัยเน้นย้ำการจัดงานที่คำนึงถึงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงความสวยงามของโทนสีที่เข้ากับโบราณสถาน ใครที่กำลังวางแผนเที่ยวต้องห้ามพลาดงานนี้เลย

สุโขทัย พร้อมจัดงาน “ลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ 2568”

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2568 ณ บริเวณหน้าวัดมหาธาตุ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ได้เป็นประธานในการแถลงข่าวการจัดงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ 2568 อย่างเป็นทางการ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม – 5 พฤศจิกายน รวม 10 วัน 10 คืนเต็มอิ่ม

ในการแถลงข่าวครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อร่วมกันสนับสนุนและประชาสัมพันธ์งานประเพณีสำคัญของจังหวัดสุโขทัยให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

รายละเอียดการจัดงาน “ลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ 2568”

ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยกล่าวถึงความสำคัญของการจัดงานในปีนี้ โดยเน้นย้ำถึงการรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความแออัดของผู้คนที่มาร่วมงาน รวมถึงการควบคุมฝุ่นละออง และการใช้โทนสีที่สวยงามกลมกลืนกับโบราณสถาน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย

ภายในงาน “ลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ 2568” จะมีกิจกรรมมากมายที่น่าสนใจ ดังนี้:

  • พิธีรับรุ่งอรุณแห่งความสุข
  • พิธีบวงสรวงบุรพกษัตริย์สุโขทัยทุกพระองค์
  • การประกวดกระทงใหญ่ กระทงเล็ก โคมชัก-โคมแขวน พนมหมาก พนมดอกไม้
  • การแสดงกระบี่กระบอง
  • การประกวดนางนพมาศ
  • การจำลองวิถีชีวิตสมัยกรุงสุโขทัย
  • การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน
  • การแสดงโขน
  • การแสดงประกอบแสง-เสียง
  • พิธีเผาเทียน
  • การจัดขบวนแห่พระประทีปพระราชทาน
  • พิธีลอยพระประทีปพระราชทาน
  • การจัดแสดงพลุและดอกไม้ไฟ
  • ขบวนแห่วัฒนธรรม 9 อำเภอ
  • การแสดงตำนานท้าวศรีจุฬาลักษณ์
  • นิทรรศการ
  • การจำหน่ายสินค้าหัตถกรรม
  • ตลาดแลกเบี้ย

และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายที่รอให้ทุกท่านได้มาสัมผัส

งาน ลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ 2568 ที่สุโขทัยครั้งนี้ เป็นการร่วมมือกันของหลากหลายหน่วยงาน เพื่ออนุรักษ์และสืบสานประเพณีอันดีงาม ซึ่งเป็นมรดกโลกที่มีเอกลักษณ์ รวมถึงเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดสุโขทัย ให้เป็นที่ประทับใจของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สมกับคำกล่าวที่ว่า “สุโข สุขี ที่สุโขทัย”

อย่าลืม! มาเที่ยวงานลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ 2568 ที่สุโขทัย แล้วคุณจะหลงรักเมืองนี้อย่างแน่นอน สัมผัสความสวยงามของประเพณีไทยโบราณ และร่วมสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามไปด้วยกัน แล้วพบกันที่สุโขทัยนะคะ!

ที่มา – สุโขทัย พร้อมจัดงาน “ลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ 2568” อลังการ 10 วัน 10 คืน

ทรัมป์สร้าง “ดีลกาซา” สำเร็จ ที่ไบเดนทำไม่ได้

ดีลประวัติศาสตร์เพื่อยุติสงครามกาซาเกิดขึ้น หลังโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศข้อตกลงปล่อยตัวประกันทั้งหมด ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญที่รัฐบาลโจ ไบเดน พยายามเกือบสองปีแต่ล้มเหลว นักวิเคราะห์ชี้ ปัจจัยสำคัญมาจากความสัมพันธ์แน่นแฟ้นของทรัมป์กับผู้นำอิสราเอลและประเทศอาหรับ รวมถึงแรงกดดันจากยุโรปและอาหรับที่ต้องการยุติความรุนแรง

เมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลต่อทีมเจรจาของกลุ่มฮามาส ในประเทศกาตาร์ ดูเหมือนจะเป็นการยกระดับความขัดแย้งที่ยิ่งผลักดันโอกาสแห่งสันติภาพให้ห่างไกลออกไป การโจมตีดังกล่าวถือเป็นการละเมิดอธิปไตยของพันธมิตรสหรัฐฯ และเสี่ยงที่จะขยายสงครามไปทั่วภูมิภาค จนดูเหมือนว่าการเจรจาทางการทูตได้พังทลายลงแล้ว

แต่กลับกลายเป็นว่า เหตุการณ์นี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่นำไปสู่ข้อตกลงการปล่อยตัวประกันที่เหลือทั้งหมด ซึ่งประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศในที่สุด ความสำเร็จนี้เป็นเป้าหมายที่ทั้งตัวเขาและอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ต่างพยายามผลักดันมาเกือบสองปี

แม้ว่านี่จะเป็นเพียงก้าวแรกสู่สันติภาพที่ยั่งยืน และรายละเอียดเกี่ยวกับการปลดอาวุธของฮามาส การบริหารกาซา และการถอนทหารอิสราเอลอย่างสมบูรณ์ยังคงต้องเจรจาต่อ แต่หากข้อตกลงนี้เป็นผลสำเร็จ นี่อาจกลายเป็น ผลงานชิ้นโบว์แดง ที่สำคัญที่สุดของทรัมป์ในสมัยที่สอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีมงานของไบเดนไม่สามารถบรรลุได้ สไตล์เฉพาะตัวของทรัมป์ และความสัมพันธ์ที่สำคัญกับอิสราเอลและโลกอาหรับ ดูเหมือนจะเป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่ความก้าวหน้าครั้งนี้

ความสัมพันธ์แนบแน่นที่ไบเดนไม่เคยมี

ความสัมพันธ์อันอบอุ่นระหว่างทรัมป์กับนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชนมาตลอด ทรัมป์เคยย้ายสถานทูตสหรัฐฯ จากเทลอาวีฟไปเยรูซาเลม และยังสนับสนุนอิสราเอลอย่างเปิดเผยในการโจมตีอิหร่านเมื่อเดือนมิถุนายน

การสนับสนุนอย่างเปิดเผยเหล่านี้ อาจทำให้ทรัมป์มีพื้นที่ในการกดดันอิสราเอลอย่างลับๆ โดยมีรายงานว่า ผู้เจรจาของทรัมป์ได้กดดันเนทันยาฮูอย่างหนัก จนต้องยอมรับการหยุดยิงชั่วคราวเพื่อแลกกับการปล่อยตัวประกันบางส่วน และการที่ทรัมป์ได้ออกโรงกดดันนายกรัฐมนตรีอิสราเอลถึงขั้นที่ไม่เคยมีประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใดทำมาก่อน สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลที่ทรัมป์มีเหนือผู้นำอิสราเอล

ในทางตรงกันข้าม ความสัมพันธ์ของไบเดนกับรัฐบาลเนทันยาฮูมีความตึงเครียดมากกว่า ไบเดนต้องระมัดระวังทุกก้าวเดิน เนื่องจากความแตกแยกทางการเมืองภายในพรรคเดโมแครตเกี่ยวกับสงครามกาซา ในขณะที่ทรัมป์ได้รับแรงสนับสนุนที่แข็งแกร่งจากฐานเสียงพรรครีพับลิกัน ทำให้เขามีอิสระในการดำเนินงานทางการทูตมากกว่า

สายสัมพันธ์ทางธุรกิจช่วยหนุนการสนับสนุนจากชาติอาหรับ

หลังจากการโจมตีของอิสราเอลในโดฮา ซึ่งทำให้พลเมืองกาตาร์เสียชีวิต ทรัมป์ได้ยื่นคำขาดต่อเนทันยาฮูว่า สงครามต้องยุติลง การโจมตีบนแผ่นดินกาตาร์ถือเป็นเรื่องที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง และทำให้ทรัมป์มีแนวโน้มเข้าใกล้จุดยืนของชาติอาหรับในการยุติสงคราม

ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดของทรัมป์กับรัฐกลุ่มประเทศอ่าว ซึ่งมีทั้งการดำเนินธุรกิจกับกาตาร์และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตลอดจนการเยือนซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และเอมิเรตส์ ในปีนี้ ได้ช่วยเปลี่ยนแนวคิดของเขา ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การที่ทรัมป์ไม่แวะเยือนอิสราเอลแต่ไปเยือนเมืองหลวงของประเทศในคาบสมุทรอาหรับ ทำให้เขาได้รับฟังเสียงเรียกร้องซ้ำๆ ให้ยุติสงคราม

ภายในหนึ่งเดือนหลังการโจมตีในโดฮา นายกฯ เนทันยาฮูได้โทรศัพท์ขอโทษกาตาร์ด้วยตนเอง และในวันเดียวกันนั้น ผู้นำอิสราเอลได้ลงนามในแผนสันติภาพ 20 ข้อของทรัมป์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากชาติมุสลิมสำคัญในภูมิภาค

นักวิเคราะห์ชี้ว่า หากความสัมพันธ์ของทรัมป์กับเนทันยาฮูเปิดโอกาสให้เขากดดันอิสราเอลได้ ประวัติความสัมพันธ์กับผู้นำมุสลิมก็ช่วยให้ทรัมป์ได้รับการสนับสนุนจากพวกเขา และอาจช่วยให้พวกเขาโน้มน้าวให้ฮามาสยอมรับข้อตกลงได้

อิทธิพลของยุโรปกดดันอิสราเอล

การประณามอิสราเอลจากทั่วโลกต่อการปฏิบัติการในกาซา ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของทรัมป์เช่นกัน เนื่องจากสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในกาซาเลวร้ายถึงขีดสุด ทำให้รัฐบาลเนทันยาฮูโดดเดี่ยวในระดับนานาชาติมากขึ้น

เมื่ออิสราเอลเข้าควบคุมเส้นทางเสบียงอาหาร และประกาศแผนโจมตีเมืองกาซาซิตี ประเทศสำคัญในยุโรป นำโดยประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ได้ตัดสินใจที่จะไม่ยึดมั่นในจุดยืนสนับสนุนอิสราเอลอย่างไม่มีเงื่อนไขของวอชิงตันอีกต่อไป นำไปสู่ความแตกแยกครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ กับพันธมิตรยุโรป

ในที่สุด ทรัมป์ต้องเผชิญกับทางเลือกระหว่างพันธมิตรยุโรป-อาหรับ กับกลุ่มชาตินิยมและฝ่ายขวาจัดของอิสราเอล และทรัมป์ได้เลือกพันธมิตรในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ ข้อตกลงสันติภาพของฝรั่งเศส-ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากทรัมป์ มีการอ้างถึงการจัดตั้ง “รัฐปาเลสไตน์” ในอนาคต ทำให้ทรัมป์บีบเนทันยาฮูอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อให้ยุติสงคราม

แม้ว่าสไตล์การทูตที่ฉีกแนวของทรัมป์มักจะสร้างความตกตะลึง แต่สุดท้ายก็สามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นที่ยอมรับได้ในที่สุด ซึ่งในสถานการณ์นี้ การดำเนินงานที่ดูไม่เป็นไปตามแบบแผนของเขา ได้พิสูจน์แล้วว่า มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการสามารถปลดล็อกทางตันที่ยืดเยื้อมานานได้สำเร็จ

ข้อตกลงนี้ทำให้อิสราเอลตกลงที่จะปล่อยตัวนักโทษชาวปาเลสไตน์กว่า 1,000 คน และถอนทหารบางส่วนออกจากกาซา ส่วนฮามาสจะปล่อยตัวประกันที่เหลือทั้งหมด ทั้งที่ยังมีชีวิตและเสียชีวิต ที่ถูกจับไปในระหว่างการโจมตีเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 และทำให้การสิ้นสุดของสงครามในกาซาซึ่งคร่าชีวิตชาวปาเลสไตน์ไปแล้วกว่า 67,000 คน เป็นไปได้ในที่สุด.

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของ “ดีลกาซา” ที่ทรัมป์สร้างขึ้นนี้ ยังคงเป็นที่น่าจับตามองว่า จะสามารถนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนได้จริงหรือไม่ และจะเป็นบทเรียนให้กับผู้นำคนอื่นๆ ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่ซับซ้อนนี้ได้อย่างไร

ทรัมป์สร้าง “ดีลกาซา” สำเร็จ ความสำเร็จที่ไบเดนทำไม่ได้

ทำไมทรัมป์ถึงสร้าง “ดีลกาซา” สำเร็จ?

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทรัมป์สามารถสร้าง “ดีลกาซา” สำเร็จ มาจากความสัมพันธ์ส่วนตัวที่แน่นแฟ้นกับผู้นำอิสราเอลและชาติอาหรับ รวมถึงแรงกดดันจากนานาชาติที่ต้องการให้ยุติสงคราม

สิ่งที่น่าสนใจคือ ความแตกต่างของวิธีการดำเนินงานระหว่างทรัมป์และไบเดน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า สไตล์การทูตที่แตกต่างกัน อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันได้

การเจรจาที่นำไปสู่ “ดีลกาซา” นี้แสดงให้เห็นว่า การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่ซับซ้อน จำเป็นต้องมีความเข้าใจในบริบททางวัฒนธรรม การเมือง และเศรษฐกิจของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และต้องมีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

ที่มา – ทรัมป์สร้าง “ดีลกาซา” สำเร็จ เปิดทางสู่สันติภาพ ความสำเร็จที่ “ไบเดน” ทำไม่ได้

รวบ! **จับ 8 คนไทย ลอบข้ามกลับจากกัมพูชา**

ทีมข่าว SEE TRUE ติดตามทหาร ฉก.กรมทหารราบที่ 2 อรัญประเทศ ปฏิบัติการ **จับ 8 คนไทย ลอบข้ามกลับจากกัมพูชา** พบหนึ่งในนั้นอ้างว่าถูกหลอกไปขายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และรู้เห็นเหตุการณ์ในคลิปช็อตไฟฟ้า ทำร้ายร่างกายคนไทยเมื่อ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา

ทีมข่าว SEE TRUE ไทยรัฐทีวี ติดตามการปฏิบัติการของทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 2 อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ขับรถลาดตระเวนสังเกตการณ์ตามถนนชายแดนไทย-กัมพูชา ในตำบลผ่านศึก อำเภออรัญประเทศ ช่วงค่ำวันที่ 9 ต.ค. 68 ที่ผ่านมา หลังจากที่พื้นที่แห่งนี้มีขบวนการผู้มีอิทธิพลเป็นกลุ่มผู้นำท้องถิ่น นำพาทั้งคนไทย คนกัมพูชา และคนจีน ลักลอบข้ามแดนไปมาระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยไม่สนใจว่าทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 2 เฝ้าสกัดจับ และจับได้หลายครั้ง

ทีมข่าว SEE TRUE พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร พบแรงงานลอบเข้าไทย
ทีมข่าว SEE TRUE พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร พบแรงงานลอบเข้าไทย

ทหารที่พาทีม SEE TRUE ไปซุ่มสังเกตุการณ์ คือ ร้อยเอกเตชสิทธิ์ ฤทธิ์จรูญ ผู้บังคับกองร้อยทหารราบยานเกราะที่ 2 และจ่าสิบเอกสุรวุฒิ  พรมราช นายสิบสื่อสารกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ซึ่งมีผลงานในการจับขบวนการนี้ได้นับครั้งไม่ถ้วน

หลังจากซุ่มอยู่ใกล้หมู่บ้านโนนสาวเอ้ ตำบลผ่านศึก จนถึงเวลาประมาณตี 5 ได้ยินเสียงรถยนต์ ขับอยู่ใกล้แนวชายแดน ผู้กองเตชสิทธิ์ จึงรีบขับรถฝ่าความมืด ไปดักใกล้แนวพรมแดน ที่ได้ยินเสียงรถ และสั่งการให้ทหารที่ซุ่มวางกำลังตามจุดต่างๆ ดักเส้นทางไว้ เพราะจากการวิทยุถามกัน พบรถยนต์เป้าหมายที่เป็นสมาชิกขบวนการเข้าไปในพื้นที่

จังหวะนั้น ผู้กองเตชสิทธิ์ จอดรถ ดักริมถนนศรีเพ็ญ ส่วนผู้สื่อข่าวทีม SEE TRUE นั้น จ่าสิบเอกสุรวุฒิ พาเดินฝ่าไร่อ้อย ไปที่บริเวณรอยต่อพรมแดน ซึ่งมีคลองน้ำใสกั้นพรมแดน และพบรอยเท้าคน เพิ่งข้ามมาจากฝั่งกัมพูชาใหม่ๆ น้ำในคลองยังคงเป็นฟองอากาศอยู่ พอข้ามมาได้ ก็เดินเข้าไปในไร่อ้อย จ่าสิบเอกสุรวุฒิ จึงพาเดินตามเข้าไป พอเดินฝ่าไร่อ้อยไปได้ประมาณ 50 เมตร ทะลุไปเจอกับคลองน้ำใส ที่ตีโค้งรอบไร่อ้อย และตรงนี้ที่พบคนกำลังแอบข้ามคลองน้ำใส จากฝั่งกัมพูชาเข้ามาในประเทศไทย

จ่าสิบเอกสุรวุฒิ จึงตะโกนให้ทุกคนออกมา ซึ่งตอนนั้นมีคนที่ข้ามมาแล้ว 6 คน บอกว่าตัวเองเป็นคนไทย แต่ยังมีผู้ชายกับผู้หญิงอีก 2 คน ที่ยังไม่ข้ามมา ซึ่งสุดท้ายเพื่อนที่ข้ามมาแล้วก็ช่วยพาข้ามเข้ามาได้ ส่วนคนนำพาชาวกัมพูชาอีก 3 คน ซึ่งยืนอยู่ในฝั่งกัมพูชา มองซ้ายมองขวาแล้วก็เดินออกไป

หลังจากทุกคนข้ามน้ำเข้ามาในฝั่งไทยได้ นับได้ 8 คน เป็นผู้ชาย 4 คน ผู้หญิง 4 คน อายุระหว่าง 19 – 34 ปี เป็นคนจังหวัดสระแก้ว 4 คน ขอนแก่น 1 คน ระนอง 1 คน เพชรบูรณ์ 1 คน และศรีสะเกษ 1 คน โดยมีผู้ชายอายุ 28 ปี ชื่อมิน ชาวจังหวัดระนอง อ้างว่าถูกหลอกไปขายต่อให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แล้วหาทางหนีออกมา และจะข้ามกลับไทยตามช่องทางธรรมชาติ ด้วยการมีคนรู้จักกันจ่ายเงินให้ขบวนการนำพาก่อน 8,000 บาท

ส่วนคนอื่นๆ อีก 7 คน จากการสอบถามเบื้องต้น อ้างว่าสมัครใจเข้าไปทำเว็บพนันออนไลน์ ได้เงินเดือน 20,000-25,000 บาท โดยส่วนใหญ่บอกว่าเข้าไปกัมพูชาเมื่อประมาณ 4-5 เดือนก่อน ตามช่องทางธรรมชาติ ซึ่งตอนนั้นทางเว็บพนันจ่ายค่านำพาให้ก่อนคนละ 9,000 บาท ส่วนการเดินทางกลับ ก็จ่ายค่านำพาให้กับชาวกัมพูชาคนละ 9,000 บาท แต่ก็มาถูกทหารจับกุมเสียก่อน

จากนั้นเจ้าหน้าที่ทหาร ได้พาทั้ง 8 คน เข้าไปซักถามต่อที่ฐานปฏิบัติการของ ฉก.กรมทหารราบที่ 2 โดยนายมิน อายุ 28 ปี ชาวจังหวัดระนอง ที่อ้างว่าตัวเองถูกหลอกไปขายต่อให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยคนที่หลอกไปขาย คือผู้ชายที่ปรากฏภาพในคลิป เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ว่าถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ช็อตไฟฟ้าและทำร้ายร่างกาย แต่ที่จริงแล้ว ชายคนดังกล่าวชื่อ นายพี อายุ 23 ปี ชาวจังหวัดระยอง

นายมิน อ้างว่า นายพีเป็นคนไทยในปอยเปต ที่จัดหาทั้งบัญชีม้า และหลอกคนไทยไปขายให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีน โดยจะขายให้กับบอสคนจีนรายหนึ่ง ซึ่งตนไม่รู้จักชื่อ แต่ว่านายพี กลับหลอกคนไทยไปขายให้บอสคนจีนรายอื่น ที่ไม่ใช่บอสคนจีนรายเดิมจำนวนหลายคน และยังอมเงินของคนที่ไปเปิดบัญชีม้า ทำให้บรรดาบัญชีม้าไม่พอใจ จึงฟ้องกับหัวหน้าที่เป็นคนไทย เมื่อตรวจสอบแชตในโทรศัพท์ พบว่า นายพี มีพฤติกรรมอย่างนั้นจริง จึงถูกหัวหน้าคนไทย และบรรดาบัญชีม้าคนไทยที่ไม่พอใจรุมซ้อม 2 ครั้ง ประมาณวันที่ 10 และวันที่ 15 สิงหาคม ส่วนตัวเองถูกนายพี หลอกไปขายให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในปอยเปต จากนั้นถูกขายต่อไปยังพนมเปญ และขายต่อไปยังเมืองบาเวต ติดชายแดนเวียดนาม แต่หนีออกมาได้

จับ 8 คนไทย ลอบข้ามกลับจากกัมพูชา

สถานการณ์การลักลอบข้ามแดนยังคงเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง การ **จับ 8 คนไทย ลอบข้ามกลับจากกัมพูชา** ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการหลีกเลี่ยงกฎหมาย และอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ

ความเสี่ยงของการลักลอบข้ามแดน

การลักลอบข้ามแดนมีความเสี่ยงหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการถูกหลอกลวง ถูกเอารัดเอาเปรียบ หรืออาจตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรม ดังนั้น การเดินทางเข้าออกประเทศอย่างถูกกฎหมายจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

เรื่องราวของนายมินที่อ้างว่าถูกหลอกไปขายให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจ และสะท้อนให้เห็นถึงภัยร้ายที่แฝงตัวอยู่ในการชักชวนไปทำงานในต่างแดน การตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจเดินทางไปทำงานต่างประเทศจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น

  • ตรวจสอบข้อมูลบริษัทจัดหางาน
  • สอบถามประสบการณ์จากคนที่เคยไปทำงานในประเทศนั้นๆ
  • แจ้งญาติหรือเพื่อนสนิทให้ทราบถึงแผนการเดินทาง

เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบสวนเหตุการณ์ **จับ 8 คนไทย ลอบข้ามกลับจากกัมพูชา** เพื่อขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเป็นสิ่งสำคัญในการปราบปรามการลักลอบข้ามแดนและการค้ามนุษย์

การ **จับ 8 คนไทย ลอบข้ามกลับจากกัมพูชา** เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงปัญหาการลักลอบข้ามแดน และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ที่หลงเชื่อคำชักชวนไปทำงานในต่างแดนอย่างผิดกฎหมาย เราควรให้ความสำคัญกับการตรวจสอบข้อมูลและความถูกต้องของแหล่งที่มา ก่อนตัดสินใจใดๆ เพื่อความปลอดภัยของตนเอง

ที่มา – จับ 8 คนไทย ลอบข้ามกลับจากกัมพูชา บางคนอ้าง ถูกหลอกไปขายแก๊งคอลฯ