วัน: 11 ตุลาคม 2025

ทูตจีนหนุนไทย-กัมพูชาคุยปัญหา เป็นมิตรทั้งสองฝ่าย

นายหวัง เหวินปิน เอกอัครราชทูตจีนประจำกัมพูชาโพสต์ข้อความยืนยัน จีนเป็นมิตรกับทั้งไทยและกัมพูชา และพยายามอย่างแข็งขันในการส่งเสริมการพูดคุยเพื่อสันติภาพ

เมื่อวันเสาร์ที่ 11 ต.ค. 2568 นายหวัง เหวินปิน เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศกัมพูชาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ยืนยันว่าจีนเป็นมิตรกับทั้งไทยและกัมพูชา ลั่นยึดหลักเท่าเทียมและเสมอภาค หลังก่อนหน้านี้เขาโพสต์ข้อความระบุว่า “จีนสนับสนุนกัมพูชาอย่างมั่นคง” จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง

“นับตั้งแต่เกิดความขัดแย้งบริเวณพรมแดนระหว่างกัมพูชาและไทย ในฐานะที่จีนเป็นเพื่อนบ้านที่เป็นมิตรของทั้งสองประเทศ จีนยึดมั่นในจุดยืนเรื่องความเท่าเทียมและเสมอภาค และได้พยายามอย่างแข็งขันในการส่งเสริมการพูดคุยเพื่อสันติภาพ”

“รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน กัมพูชา และไทย ได้บรรลุผลลัพธ์ในการประชุมที่อำเภออันหนิง มณฑลยูนนานของจีน ทั้งสามประเทศได้จัดการหารืออย่างไม่เป็นทางการ และผู้แทนพิเศษด้านกิจการเอเชียของกระทรวงการต่างประเทศจีน ได้เดินทางไปปฏิบัติภารกิจทางการทูตแบบไปกลับเพื่อสันติภาพระหว่างทั้งสองฝ่ายหลายครั้ง ด้วยความพยายามอย่างแข็งขันของจีน มาเลเซีย และฝ่ายต่าง ๆ กัมพูชาและไทยได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิง และทั้งสองฝ่ายกำลังสื่อสารกันผ่านกลไกทวิภาคี ฝ่ายที่เกี่ยวข้องชื่นชมจีนสำหรับบทบาทที่ไม่มีใครแทนได้ในกระบวนการนี้”

“จีนสนับสนุนให้กัมพูชาและไทยแก้ไขข้อพิพาทผ่านการเจรจาและการปรึกษาหารือ และสนับสนุนมาเลเซียในฐานะประธานเวียนของอาเซียนในการส่งเสริมการแก้ไขปัญหาทางการเมืองผ่านวิถีอาเซียน (ASEAN Way) จีนพร้อมที่จะสานต่อการส่งเสริมการพูดคุยเพื่อสันติภาพในแบบของตัวเอง ตามความประสงค์ของกัมพูชาและไทย และจะส่งเสริมการพูดคุยเพื่อทำให้ข้อตกลงหยุดยิงมั่นคงและผลักดันการแก้ไขข้อพิพาทอย่างสันติ”

“จีนดำเนินการเรื่องความร่วมมือทางทหารตามปกติกับทุกประเทศในอาเซียน รวมถึงกัมพูชาและไทย สื่อตะวันตกบางสำนักพยายามใช้ความร่วมมือดังกล่าวเพื่อสร้างความแตกแยกระหว่างจีนกับประเทศที่เกี่ยวข้อง แต่ความพยายามเช่นนั้นจะไม่มีทางประสบความสำเร็จ”

ทูตจีนประจำกัมพูชาแจงยิบ หนุนไทย-กัมพูชาคุยแก้ปัญหา ลั่นเป็นมิตรทั้ง 2 ฝ่าย

จากกรณีความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาที่ผ่านมา ท่าทีของจีนต่อทั้งสองประเทศเป็นสิ่งที่หลายฝ่ายจับตามอง ล่าสุด ทูตจีนประจำกัมพูชาได้ออกมาแสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่าจีนสนับสนุนให้ ทูตจีนประจำกัมพูชาแจงยิบ หนุนไทย-กัมพูชาคุยแก้ปัญหา ลั่นเป็นมิตรทั้ง 2 ฝ่าย โดยพร้อมเป็นตัวกลางในการเจรจาเพื่อสันติภาพ

จีนกับการสนับสนุนการพูดคุยระหว่างไทยและกัมพูชา

นายหวัง เหวินปิน ย้ำว่าจีนยึดมั่นในหลักการความเท่าเทียมและเสมอภาค และพร้อมที่จะเป็นมิตรกับทั้งสองประเทศ การที่จีนเข้าไปมีบทบาทในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีที่จีนมีต่อทั้งไทยและกัมพูชา

ความพยายามในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างประเทศ ถือเป็นบทบาทสำคัญที่จีนแสดงให้เห็นในเวทีระหว่างประเทศ การสนับสนุนให้ ทูตจีนประจำกัมพูชาแจงยิบ หนุนไทย-กัมพูชาคุยแก้ปัญหา ลั่นเป็นมิตรทั้ง 2 ฝ่าย เป็นการแสดงออกถึงความปรารถนาดีและความตั้งใจที่จะช่วยให้ภูมิภาคนี้มีความสงบสุขและมั่นคง

การที่รัฐมนตรีต่างประเทศของทั้งสามประเทศได้มีการประชุมหารือกันที่มณฑลยูนนาน ก็เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือและความพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาร่วมกัน การที่จีนส่งผู้แทนพิเศษไปปฏิบัติภารกิจทางการทูต ก็เป็นอีกหนึ่งความพยายามที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของจีนในการช่วยแก้ไขความขัดแย้ง

นอกจากนี้ การสนับสนุนของจีนต่อมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ เพราะแสดงให้เห็นว่าจีนให้ความสำคัญกับบทบาทของอาเซียนในการแก้ไขปัญหาในภูมิภาค การที่จีนพร้อมที่จะสานต่อการส่งเสริมการพูดคุยเพื่อสันติภาพในแบบของตัวเอง ก็เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงความตั้งใจจริงของจีนในการช่วยให้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชาได้รับการแก้ไข

การที่สื่อตะวันตกบางสำนักพยายามที่จะสร้างความแตกแยกระหว่างจีนกับประเทศในอาเซียน เป็นสิ่งที่นายหวัง เหวินปิน ได้ออกมาเตือนถึงเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ เพราะความร่วมมือระหว่างจีนกับประเทศในภูมิภาคนี้เป็นไปในทิศทางที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย

สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชาเป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การที่จีนเข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหาครั้งนี้ จะเป็นอย่างไรต่อไป เป็นสิ่งที่น่าสนใจและต้องรอดูว่าจะส่งผลต่อเสถียรภาพในภูมิภาคนี้อย่างไร

จีนแสดงบทบาทชัดเจนในการสนับสนุน ทูตจีนประจำกัมพูชาแจงยิบ หนุนไทย-กัมพูชาคุยแก้ปัญหา ลั่นเป็นมิตรทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาคนี้

ที่มา – ทูตจีนประจำกัมพูชาแจงยิบ หนุนไทย-กัมพูชาคุยแก้ปัญหา ลั่นเป็นมิตรทั้ง 2 ฝ่าย

งวดนี้หวยออก 16 ต.ค. สถิติเลขเด็ดน่าสน

นักเสี่ยงโชคเตรียมตัว! ส่องสถิติงวดนี้หวยออก 16 ต.ค. ย้อนหลัง 10 ปี พบเลขท้ายสองตัวที่น่าสนใจอย่าง 38 และ 15 เคยออกซ้ำมาแล้วถึง 2 งวดติด! ใครที่กำลังมองหาเลขเด็ด หรือเลขดัง อย่าพลาด เพราะงวดนี้มีเลขที่เคยออกซ้ำ แถมยังมีเลขเบิ้ลให้พิจารณาอีกด้วย

งวดนี้หวยออก 16 ต.ค.

เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล ลองมาดูสถิติหวยออกย้อนหลังในวันที่ 16 ตุลาคมกัน:

  • สถิติหวยออกวันที่ 16 ต.ค. ย้อนหลัง

  • วันที่ 16 ต.ค. 2567

รางวัลที่ 1 คือ 482962
เลขท้าย 2 ตัว 00
เลขหน้า 3 ตัว 648, 561
เลขท้าย 3 ตัว 919, 493

  • วันที่ 16 ต.ค. 2566

รางวัลที่ 1 คือ 931446
เลขท้าย 2 ตัว 44
เลขหน้า 3 ตัว 167, 398
เลขท้าย 3 ตัว 970, 272

  • วันที่ 16 ต.ค. 2565

รางวัลที่ 1 คือ 613106
เลขท้าย 2 ตัว 15
เลขหน้า 3 ตัว 158, 037
เลขท้าย 3 ตัว 606, 799

  • วันที่ 16 ต.ค. 2564

รางวัลที่ 1 คือ 386372
เลขท้าย 2 ตัว 38
เลขหน้า 3 ตัว 602, 964
เลขท้าย 3 ตัว 295, 798

  • วันที่ 16 ต.ค. 2563

รางวัลที่ 1 คือ 286051
เลขท้าย 2 ตัว 38
เลขหน้า 3 ตัว 464, 189
เลขท้าย 3 ตัว 045, 980

  • วันที่ 16 ต.ค. 2562

รางวัลที่ 1 คือ 812564
เลขท้าย 2 ตัว 15
เลขหน้า 3 ตัว 625, 255
เลขท้าย 3 ตัว 132, 598

  • วันที่ 16 ต.ค. 2561

รางวัลที่ 1 คือ 200515
เลขท้าย 2 ตัว 93
เลขหน้า 3 ตัว 392, 186
เลขท้าย 3 ตัว 810, 561

  • วันที่ 16 ต.ค. 2560

รางวัลที่ 1 คือ 413494
เลขท้าย 2 ตัว 86
เลขหน้า 3 ตัว 180, 971
เลขท้าย 3 ตัว 287, 128

  • วันที่ 16 ต.ค. 2559

รางวัลที่ 1 คือ 571947
เลขท้าย 2 ตัว 98
เลขหน้า 3 ตัว 692, 885
เลขท้าย 3 ตัว 032, 587

  • วันที่ 16 ต.ค. 2558

รางวัลที่ 1 คือ 968630
เลขท้าย 2 ตัว 62
เลขหน้า 3 ตัว 457, 134
เลขท้าย 3 ตัว 412, 054

จากสถิติงวดนี้หวยออก 16 ต.ค. ที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่ามีเลขที่ออกซ้ำอยู่บ้าง การนำสถิติเหล่านี้มาวิเคราะห์ร่วมกับความฝัน หรือเลขที่ได้จากแหล่งอื่นๆ อาจช่วยเพิ่มโอกาสในการถูกรางวัลได้ อย่างไรก็ตาม การเล่นหวยเป็นการเสี่ยงโชค ควรเล่นแต่พอดี และไม่ควรหวังรวยทางลัด

ขอให้ทุกท่านโชคดีกับการเสี่ยงโชคในงวดนี้! อย่าลืมพิจารณาเลขเด็ดและสถิติที่นำเสนอไปประกอบการตัดสินใจ งวดนี้หวยออก 16 ต.ค. ขอให้เป็นวันที่ดีของทุกคนนะครับ!

ที่มา – งวดนี้หวยออก 16 ต.ค. นักเก็บสถิติสดใสเจอ “เลขเด็ด” เคยออกซ้ำมาแล้ว 2 รอบ

เกาหลีใต้เรียกทูตกัมพูชา ปมนักศึกษาถูกฆ่า!

รัฐบาลเกาหลีใต้เรียกตัวเอกอัครราชทูตกัมพูชาเข้าพบ เพื่อแสดงความกังวลกรณีนักศึกษาเกาหลีใต้ถูกสังหารในกัมพูชา และหลอกลวงที่มุ่งเป้าหมายไปที่ชาวเกาหลีใต้ พร้อมยกระดับเตือนการเดินทาง เรื่องนี้กำลังเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2568 กระทรวงต่างประเทศของเกาหลีใต้เรียกตัวเอกอัครราชทูตกัมพูชาเข้าพบ เพื่อประท้วงกรณีการเสียชีวิตของนักศึกษาชาวเกาหลีใต้ในประเทศกัมพูชา และได้ยกระดับการแจ้งเตือนสำหรับการเดินทางไปกรุงพนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชา เนื่องจากคดีหลอกลวงทางออนไลน์ที่มุ่งเป้าไปที่ชาวเกาหลีใต้

นาย โช ฮยอน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ได้แสดงความกังวลต่อ นายควน โพน รัตนาก เอกอัครราชทูตกัมพูชา เรื่องการหลอกลวงเรื่องงานและการควบคุมตัวพลเมืองชาวเกาหลีใต้ในกัมพูชาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชาเร่งออกมาตรการที่รวดเร็วและปฏิบัติได้จริงเพื่อกำจัดการหลอกลวงทางออนไลน์

ด้านนายควนกล่าวว่า เขาเข้าใจถึงความกังวลและจุดยืนของรัฐบาลเกาหลีใต้ และจะรายงานเรื่องนี้ให้รัฐบาลของเขาทราบ

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวของกระทรวงต่างประเทศของเกาหลีใต้เกิดขึ้นหลังจากมีรายงานว่า นักศึกษาหนุ่มชาวเกาหลีใต้วัย 23 ปี เดินทางไปยังกัมพูชาเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม โดยบอกกับครอบครัวในเมืองเยชอน จังหวัดคยองซังเหนือ ว่า จะเดินทางไปร่วมงานนิทรรศการ

แต่ 1 สัปดาห์ต่อมา ครอบครัวของนักศึกษาหนุ่มรายนี้ก็ได้รับโทรศัพท์จากชายปริศนา พูดภาษาเกาหลีสำเนียงจีนอ้างว่า พวกเขาจับตัวนักศึกษารายนี้เอาไว้ พร้อมเรียกค่าไถ่เป็นเงิน 50 ล้านวอน (ราว 1.15 ล้านบาท) เพื่อแลกกับการปล่อยตัว

ครอบครัวของนักศึกษาหนุ่มรีบแจ้งต่อสถานทูตกัมพูชาและตำรวจทันที แต่การติดตามคดีเป็นไปด้วยความยากลำบาก จนกระทั่งในวันที่ 8 ส.ค. มีการพบศพนักศึกษารายนี้ใกล้กับภูเขาบกกอร์ จังหวัดกำปอต เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกับสถานทูตกัมพูชายืนยันว่า เขาเสียชีวิตจากการหัวใจวายเนื่องจากการทรมานและความเจ็บปวดแสนสาหัส

ในแถลงการณ์อีกฉบับเมื่อวันศุกร์ (10 ต.ค. 2568) กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ประกาศยกระดับการแจ้งเตือนสำหรับการเดินทางไปยังกรุงพนมเปญ จากเดิมอยู่ที่ระดับ 2 ให้เป็นระดับ “พิเศษ” โดยเริ่มมีผลบังคับใช้ในเวลา 21.00 น.วันเดียวกันนี้ตามเวลาท้องถิ่น

ทั้งนี้ คำเตือนการเดินทางระดับ “พิเศษ” ของเกาหลีใต้ เทียบเท่ากับระดับ 2.5 จากทั้งหมด 4 ระดับ หมายความว่า ให้พลเรือนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังเมืองที่ถูกประกาศ หรือให้พลเรือนออกจากเมืองดังกล่าวหากอยู่ที่นั่น โดยจะมีผลบังคับใช้นาน 90 วัน และสามารถขยายเวลาได้หากจำเป็น

เกาหลีใต้เรียกทูตกัมพูชาเข้าพบ ปมนักศึกษาถูกฆ่า ยกระดับเตือนเดินทาง

สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตระหนักถึงความเสี่ยงในการเดินทางไปต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนเกิดขึ้น เราควรติดตามข่าวสารและคำเตือนการเดินทางอย่างใกล้ชิด

ทำไมเกาหลีใต้ถึงเรียกทูตกัมพูชาเข้าพบ ปมนักศึกษาถูกฆ่า?

การตัดสินใจของเกาหลีใต้ในการเรียกทูตกัมพูชาเข้าพบ ปมนักศึกษาถูกฆ่า ยกระดับเตือนเดินทาง เป็นการแสดงออกถึงความกังวลอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของพลเมืองเกาหลีใต้ในกัมพูชา นอกจากนี้ยังเป็นการเรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชาดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อป้องกันเหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นการเตือนใจให้ระมัดระวังในการรับข้อเสนอเกี่ยวกับการทำงานหรือการท่องเที่ยวที่ดูดีเกินจริง และควรตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจเดินทางไปยังต่างประเทศ

เราควรทำอย่างไรเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ:

  • ลงทะเบียนกับสถานทูตหรือสถานกงสุล
  • แจ้งแผนการเดินทางให้ครอบครัวหรือเพื่อนสนิททราบ
  • ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศที่จะเดินทางไป
  • ระมัดระวังทรัพย์สินส่วนตัว
  • ติดต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลทันทีหากมีปัญหา

เรื่อง เกาหลีใต้เรียกทูตกัมพูชาเข้าพบ ปมนักศึกษาถูกฆ่า ยกระดับเตือนเดินทาง เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราต้องใส่ใจในเรื่องความปลอดภัยเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ และควรเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันเสมอ

ที่มา – เกาหลีใต้เรียกทูตกัมพูชาเข้าพบ ปมนักศึกษาถูกฆ่า ยกระดับเตือนเดินทาง

คลาร์กสร้างสถิติ: ไม่คิดว่าจะมาได้ไกล แต่ยัง ‘กระหาย’ เพิ่ม

ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก: สกอตแลนด์ พบ เบลารุส

สนาม: แฮมป์เดนพาร์ก, กลาสโกว์ วันที่: วันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคม เวลา: 19:45 BST

รับชม: ทาง BBC Scotland, BBC Two และ BBC iPlayer; รับฟังทาง BBC Radio Scotland & Radio Nan Gaidheal; ติดตามรายงานสด, คลิปในเกม และร่วมสนทนาได้ที่เว็บไซต์และแอป BBC Sport

สตีฟ คลาร์ก ยอมรับว่าเขาไม่คิดว่าจะ “มาได้ไกลขนาดนี้” แต่บอกว่าเขายัง “กระหายมากขึ้น” ในขณะที่สกอตแลนด์ตั้งเป้าที่จะไปฟุตบอลโลกชายครั้งแรกตั้งแต่ปี 1998 หัวหน้าโค้ชคลาร์ก วัย 62 ปี จะคุมทีมชาติเป็นครั้งที่ 72 ในการพบกับเบลารุสที่แฮมป์เดนในวันอาทิตย์นี้ ซึ่งถ่ายทอดสดทาง BBC ทำลายสถิติเดิมที่ทำไว้โดยเครก บราวน์

ชัยชนะเหนือเบลารุสที่ไม่มีแต้มจะทำให้สกอตแลนด์ขึ้นเป็นจ่าฝูงของกลุ่มคัดเลือกฟุตบอลโลก เดนมาร์กเจ้าบ้านจะพบกับกรีซในวันอาทิตย์นี้ โดยความพ่ายแพ้ของฝ่ายหลังจะรับประกันตำแหน่งเพลย์ออฟสำหรับทีมของคลาร์ก หากพวกเขาชนะ

การได้สามแต้มจากการเจอกับทีมที่พวกเขาเอาชนะ 2-0 ในฮังการีเมื่อเดือนที่แล้วคือเป้าหมายหลักของคลาร์ก แต่เขายอมรับว่าเหตุการณ์สำคัญนี้เป็นสิ่งที่เขา “ภูมิใจ”

“ผมคงโง่ถ้าผมไม่เป็น เพราะผมเป็นคนแรกที่ทำได้ถึงจำนวนเกมนั้น” เขากล่าว “นั่นเป็นเรื่องดีสำหรับผม แต่มันเป็นเรื่องส่วนตัวเล็กน้อย

“มันไม่ควรเกี่ยวกับผม แต่เป็นเรื่องของทีมและการพยายามไปฟุตบอลโลก”

คลาร์กเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าทีมชาติต่อจากอเล็กซ์ แม็คลีช ในปี 2019 และนำสกอตแลนด์ไปเล่นในยูโรเปี้ยนแชมเปียนชิปสองครั้ง

หลังจากพลาดฟุตบอลโลกปี 1990 อย่างหวุดหวิดในฐานะผู้เล่น และแพ้ให้กับยูเครนในการเพลย์ออฟสำหรับรอบชิงชนะเลิศครั้งล่าสุดในฐานะหัวหน้าโค้ชของสกอตแลนด์ เขาตั้งใจที่จะเพิ่มรายการระดับโลกในการประสบความสำเร็จในอาชีพการงานของเขา

“ภารกิจคือการผ่านเข้ารอบทัวร์นาเมนต์” เขากล่าวเมื่อทบทวนช่วงเวลาที่เขาคุมทีม “เราทำได้สองครั้งแล้ว และเราอยากทำอีกครั้งเพราะเราทุกคนต่างก็กระหาย”

“ผมคิดไหมว่าจะมาได้ไกลขนาดนี้? อาจจะไม่ แต่เราก็อยู่นี่แล้ว

“เราได้สร้างแกนหลักที่แข็งแกร่งขึ้นมา ซึ่งเราสามารถสร้างต่อยอดได้ นั่นคือสิ่งที่สร้างสภาพแวดล้อมเพราะพวกเขารู้จักกัน และผลลัพธ์ที่ดีก็ช่วยได้

“ผมมีผู้เล่นมากมายที่ผมไว้ใจมาตลอดและไม่เคยทำให้ผมผิดหวัง มันเป็นความคุ้นเคย แต่สิ่งนั้นจะไม่เกิดขึ้นหากคุณไม่ประสบความสำเร็จ เพราะผมคงถูกไล่ออกไปแล้วถ้าเราไม่เป็น”

คลาร์กสร้างสถิติ: ไม่คิดว่าจะมาได้ไกล แต่ยัง ‘กระหาย’ เพิ่ม

หลังจากฟื้นตัวจากชั่วโมงแรกที่แตกต่างออกไปเพื่อกลับมาเอาชนะกรีซ 3-1 ในวันพฤหัสบดี สกอตแลนด์จะทำการเปลี่ยนแปลงสำหรับการทดสอบประเภทต่างๆ

ลูอิส เฟอร์กูสัน และไรอัน คริสตี ถูกแบน และแอรอน ฮิกกี้ ได้รับบาดเจ็บ หมายความว่าบิลลี่ กิลมอร์, ลินดอน ไดค์ส และโทนี่ ราลสตัน อาจจะได้ออกสตาร์ท

คลาร์กคาดว่าเบลารุสจะนั่งลึกที่แฮมป์เดนและทำให้สกอตแลนด์เจาะยาก แต่บอกว่าภาระอยู่ที่ทีมของเขา

“ในช่วงเวลาที่ผมอยู่ที่นี่ เราทำได้ดีในการเจอกับทีมที่เรียกว่าด้อยกว่า และมันสำคัญมากที่คุณต้องเก็บแต้มจากพวกเขา” เขากล่าว

“พวกเขาจะมาที่นี่และจัดระเบียบ พวกเขาจะเจาะยาก และจนกว่าคุณจะเจาะพวกเขาได้ มันจะเป็นคืนที่ยาวนาน

“มันขึ้นอยู่กับเราที่จะเข้าถึงเกมอย่างเหมาะสม ซึ่งเราจะทำ มันขึ้นอยู่กับเราที่จะสร้างโอกาสให้มากพอที่จะทำให้แฟนๆ ตื่นเต้น ซึ่งเราหวังว่าจะเป็น”

คลาร์กยืนยันว่าเขาไม่ได้คิดอะไรเกินกว่าเกมวันอาทิตย์นี้ โดยมีการเดินทางไปกรีซและเกมในบ้านกับเดนมาร์กในเดือนหน้า

“สิ่งที่ผมพยายามเน้นย้ำเสมอคือ ถ้าคุณต้องการผ่านเข้ารอบ นี่คือเกมที่คุณต้องชนะ” เขากล่าว “ถ้าคุณทำแต้มหล่นให้กับทีมที่อยู่ในอันดับต่ำกว่าคุณ มันจะทำให้การผ่านเข้ารอบเป็นเรื่องยาก

“ไม่มีที่ว่างสำหรับความพึงพอใจ ไม่ว่าในกรณีใดๆ ผมไม่ได้มองไปข้างหน้ามากเกินไป

“ผมอยู่ในเกมมานานแล้ว และถ้าคุณมองไปข้างหน้ามากเกินไป บางครั้งคุณก็สะดุด เหมือนที่ [ผู้ช่วยโค้ช] สตีเวน เนสมิธ ทำในการฝึกซ้อมวันนี้ตอนที่เขาเข้าร่วม”

สถิติการแข่งขันที่น่าสนใจ

  • สกอตแลนด์ชนะ 3 จาก 5 ครั้งหลังสุดที่พบกับเบลารุส (เสมอ 1 แพ้ 1) ทั้งหมดในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก
  • นี่จะเป็นการเดินทางไปสกอตแลนด์ครั้งที่สามของเบลารุส โดยแพ้ครั้งแรก 4-1 ในเดือนกันยายน 1997 ก่อนที่จะชนะครั้งล่าสุด 1-0 ในเดือนตุลาคม 2005
  • สกอตแลนด์ตั้งเป้าที่จะหลีกเลี่ยงความพ่ายแพ้ในรอบคัดเลือกรอบแรกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่แคมเปญคัดเลือกฟุตบอลโลกปี 2002 (หกครั้งแรก)
  • เบลารุสแพ้ 4 นัดล่าสุด โดยประสบความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองเมื่อครั้งที่แล้วกับเดนมาร์ก (0-6, 0-8 กับเบลเยียมในเดือนมีนาคม 2021)
  • สกอตแลนด์ชนะ 11 เกมหลังสุดที่พบกับชาติที่อยู่ในอันดับ 100 หรือต่ำกว่า นับตั้งแต่แพ้ 3-0 ในคาซัคสถาน (อันดับ 117) ในเดือนมีนาคม 2019 พวกเขาไม่เคยแพ้ในบ้านให้กับชาติที่อยู่นอกท็อป 100 นับตั้งแต่มีการเปิดตัวการจัดอันดับในปี 1992 (P21 W19 D2)
  • เบลารุสแพ้ในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 10 นัดล่าสุด โดยเสียประตูรวม 35-4 และแพ้ 17 นัดล่าสุดนอกเบลารุส
  • ชัยชนะครั้งต่อไปของคลาร์กจะเป็นครั้งที่ 32 ของเขา และจะทำให้เขาเสมอกับบราวน์ในการทำสถิติชนะมากที่สุดในประวัติศาสตร์ทีมชาติ
  • ลินดอน ไดค์ส ทำไป 3 ประตูในฐานะตัวสำรองของสกอตแลนด์ มีเพียงเจมส์ แม็คแฟดเดน (5) เท่านั้นที่ทำประตูได้มากกว่าจากม้านั่งสำรอง

คลาร์กสร้างสถิติ: ไม่คิดว่าจะมาได้ไกล แต่ยัง ‘กระหาย’ เพิ่ม แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความสามารถในการสร้างทีมที่แข็งแกร่งของเขา การพาทีมชาติไปสู่ทัวร์นาเมนต์ใหญ่เป็นความสำเร็จที่น่าชื่นชม และความกระหายที่จะทำมากขึ้นไปอีกคือสิ่งที่แฟนบอลสกอตแลนด์ทุกคนต้องการเห็น

ที่มา – Record-breaking Clarke didn’t expect to ‘last this long’ – but is ‘greedy’ for more

แม่ทัพภาค 2 ไม่นิ่งนอนใจ ทหารกัมพูชารื้อรั้วลวดหนาม

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตา เมื่อ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้ออกมาแสดงความไม่นิ่งนอนใจต่อกรณี ทหารกัมพูชารื้อรั้วลวดหนามของประเทศไทย พร้อมทั้งสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างรอบคอบ หลังจากที่ กกล.บูรพา ตรวจพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN เพิ่มเติมอีก 3 จุด

แม่ทัพภาคที่ 2 ไม่นิ่งนอนใจ ทหารกัมพูชารื้อรั้วลวดหนาม

พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้กล่าวถึงกรณีดังกล่าวเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2568 ว่า ทางกองทัพไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ ทหารกัมพูชารื้อรั้วลวดหนามอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม การเข้าไปวางแนวรั้วลวดหนามใหม่ยังไม่สามารถทำได้ในทันที เนื่องจากต้องให้เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) เข้าไปเคลียร์พื้นที่ให้เรียบร้อยเสียก่อน เพื่อความปลอดภัยของกำลังพล

แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เน้นย้ำว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ EOD เร่งเข้าดำเนินการตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด แม้ว่าจะยังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากมีความกังวลว่าทหารกัมพูชาอาจมีการวางทุ่นระเบิดเพิ่มเติม ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อกำลังพลไทย และอาจถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างสถานการณ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์

หากการตรวจสอบพื้นที่แล้วเสร็จและปลอดภัย แม่ทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่าจะส่งกำลังพลเข้าไปวางแนวรั้วลวดหนามในพื้นที่เดิมทันที นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตามมาตรการที่กำหนดไว้ทันที หากพบว่ามีทหารกัมพูชาเข้ามารื้อรั้วลวดหนามอีก

การตรวจพบทุ่นระเบิด PMN เพิ่มเติม

ขณะเดียวกัน กกล.บูรพา โดย ฉก.12 ได้รายงานผลการปฏิบัติงานประจำวันที่ 11 ตุลาคม 2568 ว่า ได้ตรวจพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิดระเบิดอยู่กับที่ PMN จำนวน 3 ทุ่น ในพื้นที่ปฏิบัติการ บ้านหนองหญ้าแก้ว โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • ทุ่นระเบิด PMN จำนวน 1 ทุ่น ตรวจพบเมื่อเวลา 13.12 น. ในพื้นที่บริเวณพิกัด 48P 0255119
  • ทุ่นระเบิด PMN จำนวน 1 ทุ่น ตรวจพบเมื่อเวลา 16.39 น. ในพื้นที่บริเวณพิกัด 48P0255122
  • ทุ่นระเบิด PMN จำนวน 1 ทุ่น ตรวจพบเมื่อเวลา 16.48 น. ในพื้นที่บริเวณพิกัด 48P0255122

ทุ่นระเบิดทั้ง 3 ทุ่นมีสภาพพร้อมใช้งาน และเจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บกู้ตามขั้นตอนที่กำหนดเรียบร้อยแล้ว

สถานการณ์ชายแดนที่ยังคงมีความตึงเครียดนี้ ทำให้เห็นถึงความสำคัญของการรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ การดำเนินการอย่างรอบคอบและระมัดระวังของกองทัพจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น และรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ

ที่มา – แม่ทัพภาคที่ 2 ไม่นิ่งนอนใจ “ทหารกัมพูชา” รื้อรั้วลวดหนามไทย พบทุ่นระเบิด PMN 3 จุด

นายกฯ ไหว้พระขอพรให้ประเทศไทยมีชัยชนะ ดูแล จนท.

นายกรัฐมนตรีเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุชายแดนใต้ บอกหายแล้วกลับไปทำงาน รอบรรจุเข้ารับราชการ ก่อนกลับ กทม. แวะปิดทองหัวใจพระนอน ขอพรให้ประเทศไทยมีชัยชนะ เผยไร้เรื่องการเมือง

วันที่ 11 ตุลาคม 2568 ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม และให้กำลังใจผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ เมื่อนายกรัฐมนตรีเดินทางถึงได้เข้าเยี่ยมเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ที่ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนใต้ จำนวน 4 ราย ประกอบด้วยตำรวจ ทหาร และอาสาสมัครทหารพราน ซึ่งพักรักษาตัวอยู่ ณ หอผู้ป่วยพิเศษเฉลิมพระบารมี 8 และหอผู้ป่วยศัลยกรรมกระดูกและข้อชาย โดยนายกรัฐมนตรีได้สอบถามอาการ พูดคุยให้กำลังใจ และรับฟังรายงานการดูแลรักษาจากทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด

นายกรัฐมนตรีได้พูดคุยกับอาสาสมัครทหารพรานที่ได้รับบาดเจ็บจากการลาดตระเวนคุ้มครองเด็กไปโรงเรียน โดยกล่าวให้กำลังใจว่า “เดี๋ยวก็หาย รักษาตัวให้หายดี พักผ่อนเยอะ ๆ ไม่ต้องห่วง หายแล้วกลับไปทำงาน รอบรรจุเข้ารับราชการนะ หายไว ๆ”

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้สอบถามอาการของเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) จังหวัดยะลา ที่ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งสอบถามผู้บังคับบัญชาหน่วยงานต้นสังกัดถึงสวัสดิการและการช่วยเหลือผู้ทุพพลภาพ โดยย้ำว่าหลังจากรักษาหายดีแล้วสามารถกลับเข้ารับราชการได้ตามเดิม พร้อมมอบกระเช้าของเยี่ยม ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP โดยครอบครัวได้ขอถ่ายรูปร่วมกับนายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้บาดเจ็บและครอบครัว

ภายหลังการเยี่ยมเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บ นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่า ผู้บาดเจ็บได้รับการรักษาและฟื้นตัวอย่างดี ถือเป็นข่าวดี พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลให้การเยียวยาอย่างเต็มที่ โดยมีกฎระเบียบและมาตรการดูแลผู้ประสบเหตุ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ได้กำชับให้หน่วยงานต้นสังกัดดูแลอย่างใกล้ชิด

นายกฯ บอก จนท. บาดเจ็บหายแล้วรอบรรจุ-แวะไหว้พระขอพรให้ประเทศไทยมีชัยชนะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังนายอนุทิน เสร็จสิ้นภารกิจ ก่อนเดินทางกลับกทม. นายอนุทิน ได้แวะไหว้พระที่ วัดมหัตตมังคลาราม (วัดหาดใหญ่ใน) ตามคำเชิญของนายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) โดยได้เข้าสักการะองค์พระพุทธมหัตตมงคลซึ่งเป็นพระนอน จากนั้น ได้เข้าไปปิดทองหัวใจพระนอน เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและคณะ โดยนายอนุทิน กล่าวว่า ตนเองได้อธิษฐาน ขอพรให้ประเทศไทยมีชัยชนะ ต่อผู้ที่ไม่ประสงค์ดี โดยปราศจากเงื่อนไข ทั้งเรื่องสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ และทุกอย่าง ใครไม่หวังดีกับประเทศไทยต้องพินาศ เมื่อถามว่าได้ขอพรให้พรรคภูมิใจไทยได้ สส.ยกจังหวัดสงขลาหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ได้ขอพรเรื่องการเมืองเลย จากนั้น ทางเจ้าอาวาสวัดหาดใหญ่ใน ได้มอบ “พระกริ่งมหาราชมหาราชราชา” สร้างพลับพลา 2 มหาราช ปี 2568 จากนั้นได้มีการถ่ายภาพหมู่ร่วมกับคณะที่เดินทางมาในครั้งนี้ ก่อนที่นายกฯจะมาไหว้ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เพื่อความเป็นสิริมงคล และก่อนเดินทางกลับทางพระที่วัด และเจ้าอาวาส ได้ให้พรขอให้มีแรง ขอให้มีฤทธิ์ ขอให้มีกำลัง และยังขอให้โชคดี

แต่ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะขึ้นรถเดินทางกลับ ได้มีประชาชนที่อยู่ภายในวัดมาขอถ่ายรูปกับนายกรัฐมนตรีและให้กำลังใจในการทำงานอีกด้วย

นายกฯ ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และขอพรให้ประเทศไทยมีชัยชนะ

จากเหตุการณ์นี้ สิ่งที่เราได้เห็นคือความห่วงใยที่นายกรัฐมนตรีมีต่อเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และความตั้งใจที่จะ ขอพรให้ประเทศไทยมีชัยชนะ ต่ออุปสรรคต่างๆ การรวมใจเป็นหนึ่งเดียวกันจึงเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า นายกฯ บอก จนท. บาดเจ็บหายแล้วรอบรรจุ-แวะไหว้พระขอพรให้ประเทศไทยมีชัยชนะ ถือเป็นกำลังใจให้ทุกคน

ที่มา – นายกฯ บอก จนท. บาดเจ็บหายแล้วรอบรรจุ-แวะไหว้พระขอพรให้ประเทศไทยมีชัยชนะ

ว่าที่เจ้าบ่าว ถูกขโมย โชคดีรอดสินสอด!

เกือบอดแต่งงาน! “ว่าที่เจ้าบ่าว ถูกหัวขโมยย่องฉกของในร้านซ่อมรถ โชคดีไม่เห็นกระเป๋าเงินใส่สินสอด” เรื่องราวสุดระทึกของหนุ่มปราจีนบุรีที่เกือบต้องเลื่อนงานวิวาห์ เพราะถูกโจรย่องเบาเข้าบ้าน แต่โชคดีที่คนร้ายไม่ได้ทรัพย์สินสำคัญไป มาอ่านรายละเอียดกันเลย

วันที่ 11 ต.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ “อู่ช่างลักษ์” ร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี นายภูมินทร์ จิตรพานิช อายุ 25 ปี เจ้าของร้านดังกล่าว ได้เผยภาพจากกล้องวงจรปิด เผยให้เห็นภาพคนร้ายวัยรุ่นจำนวน 3 คน สวมเสื้อแขนยาวมีฮูทคลุมศีรษะ ย่องเข้ามาในร้าน รื้อค้นอุปกรณ์ซ่อมรถ ก่อนที่จะขโมยของไปหลายรายการ แต่เคราะห์ดีที่คนร้ายมองไม่เห็นกระเป๋าสตางค์ ซึ่งภายในมีเงินสดเก็บออมไว้ถึง 60,000 บาท เพื่อเตรียมไว้สำหรับงานแต่งงานในวันที่ 2 พ.ย. 2568 ที่กำลังจะมาถึงนี้

นายภูมินทร์ จิตรพานิช หรือ ว่าที่เจ้าบ่าว ถูกหัวขโมยย่องฉกของในร้านซ่อมรถ โชคดีไม่เห็นกระเป๋าเงินใส่สินสอด เจ้าของร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ เล่าว่า ในเช้าวันเกิดเหตุ หลังจากตื่นนอนและออกมาเปิดร้านตามปกติ ก็สังเกตเห็นว่ากล่องใส่อะไหล่และเครื่องมือซ่อมรถจักรยานยนต์ที่วางไว้ข้างร้านได้หายไปหลายรายการ จึงได้เปิดกล้องวงจรปิดเพื่อตรวจสอบ และพบว่ามีกลุ่มวัยรุ่น 3 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ไม่ทราบสียี่ห้อ มาจอดไว้บริเวณฝั่งตรงข้ามร้าน ซึ่งห่างจากร้านประมาณ 20 เมตร

หลังจากนั้น กลุ่มวัยรุ่นได้วิ่งข้ามถนนและตรงไปยังร้านของเขา คนหนึ่งในกลุ่มได้เดินย่องเข้าไปภายในร้าน โดยสวมกางเกงขาสั้นและเสื้อแขนยาวมีฮูทคลุมศีรษะ ซึ่งบริเวณด้านในร้านเป็นห้องนอนที่เขาใช้นอนเป็นประจำ แต่ในขณะเกิดเหตุ เขาได้ลุกไปเข้าห้องน้ำ ทำให้ไม่ได้เผชิญหน้ากับกลุ่มวัยรุ่นที่บุกเข้ามาภายในร้าน

เคราะห์ดีอย่างยิ่งที่คนร้ายมองไม่เห็นกระเป๋าเงิน ซึ่งวางอยู่บนเตียงนอน ภายในกระเป๋ามีเงินสดจำนวน 60,000 บาท ที่เขาเก็บออมไว้เป็นค่าสินสอดสำหรับงานแต่งงานในวันที่ 2 พ.ย.ที่จะถึงนี้ หลังจากนี้ เขาจะเดินทางไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.กบินทร์บุรี เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ว่าที่เจ้าบ่าว ถูกหัวขโมยย่องฉกของในร้านซ่อมรถ โชคดีไม่เห็นกระเป๋าเงินใส่สินสอด

เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำหรับทุกคน โดยเฉพาะผู้ประกอบการร้านค้า ที่ควรติดตั้งกล้องวงจรปิดและเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ การเก็บเงินจำนวนมากไว้ในบ้าน ก็อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ปลอดภัยนัก ควรพิจารณาฝากเงินไว้กับธนาคาร หรือลงทุนในช่องทางอื่นๆ ที่มีความเสี่ยงน้อยกว่า

บทเรียนจากเหตุการณ์ ว่าที่เจ้าบ่าว ถูกหัวขโมยย่องฉกของในร้านซ่อมรถ โชคดีไม่เห็นกระเป๋าเงินใส่สินสอด

  • ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อบันทึกภาพเหตุการณ์ต่างๆ
  • เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย เช่น ติดตั้งเหล็กดัด หรือสัญญาณกันขโมย
  • หลีกเลี่ยงการเก็บเงินสดจำนวนมากไว้ในบ้าน
  • พิจารณาทำประกันภัย เพื่อคุ้มครองทรัพย์สิน

การป้องกันไว้ก่อน ย่อมดีกว่าการตามแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว ขอให้ทุกคนระมัดระวังและดูแลทรัพย์สินของท่านให้ดี เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

สุดท้ายนี้ ขอเป็นกำลังใจให้ ว่าที่เจ้าบ่าว ถูกหัวขโมยย่องฉกของในร้านซ่อมรถ โชคดีไม่เห็นกระเป๋าเงินใส่สินสอด ได้จัดงานแต่งงานอย่างราบรื่นและมีความสุขนะครับ ขอให้ความรักของทั้งคู่เบ่งบานตลอดไป

ที่มา – ว่าที่เจ้าบ่าว ถูกหัวขโมยย่องฉกของในร้านซ่อมรถ โชคดีไม่เห็นกระเป๋าเงินใส่สินสอด

ร้านค้าใหม่เข้าร่วมคนละครึ่งพลัส: วิธีการและสิทธิ์ผู้ซื้อ

ไขข้อสงสัย ร้านค้าใหม่เข้าร่วม “คนละครึ่งพลัส” มีขั้นตอนอย่างไร ลงทะเบียนในฐานะผู้ซื้อได้หรือไม่

ภายหลัง ครม.ไฟเขียว “คนละครึ่งพลัส” อัดงบ 4.4 หมื่นล้าน เติมกำลังซื้อ ปลุกเศรษฐกิจปลายปี 2568 โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เผยเปิดให้คนอายุ 16 ปีขึ้นไปลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 20-26 ตุลาคม 2568 ใช้สิทธิ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 ย้ำให้ใช้สิทธิครั้งแรกก่อนวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 และก่อนเวลา 23:00 น. รัฐอุดหนุน 2,000-2,400 บาทต่อคน ครอบคลุม 20 ล้านคน นั้น

ไทยรัฐออนไลน์ ไขข้อสงสัยและข้อข้องใจสำหรับร้านค้า เกี่ยวกับกรณีคำถามที่ว่า “ถ้าร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการอยู่แล้ว จะสามารถเข้าร่วมคนละครึ่งพลัสในฐานะผู้ซื้อด้วยได้หรือไม่?” ล่าสุด กระทรวงการคลังได้ออกมาชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ระบุว่า “ได้สิครับ ถ้าเป็นประชาชนเป็นคนไทย ก็มีสิทธิ์ไม่ว่าคุณจะเป็นพ่อค้าแม่ค้า ก็สามารถที่จะมาเป็นกลุ่มคนไทยเหมือนกัน อายุเกิน 16 ปีตามสิทธิ์ มีบัตรประชาชนมาลงทะเบียนได้”

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส

1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย

2. มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน

3. มีบัตรประจำตัวประชาชน

4. ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568

5. ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ (1) โครงการคนละครึ่ง (2) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 (3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 (4) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 และ (5) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5

ขั้นตอนการลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส

  • ดาวน์โหลดแอปฯ เป๋าตัง และเปิดใช้บริการ G Wallet
  • กดลงทะเบียนรับสิทธิได้ตั้งแต่ วันที่ 20 ตุลาคม – 26 ตุลาคม 2568 เวลา 06.00 – 22.00 น.
  • ผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตัง
  • ผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่าน SMS และแอปฯ เป๋าตัง
  • ผู้ได้รับสิทธิเข้าแอปฯ เป๋าตัง และกดแบนเนอร์โครงการคนละครึ่งพลัส เพื่อเริ่มใช้จ่าย วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 เวลา 06.00 – 23.00 น.

ร้านค้าใหม่เข้าร่วม “คนละครึ่งพลัส” มีขั้นตอนอย่างไร

ร้านค้าใหม่ หากต้องการเข้าร่วมโครงการ คนละครึ่งพลัส มีขั้นตอนอย่างไร

1. มีบัญชีธนาคารกรุงไทย และสมัครเป็นร้านค้าถุงเงินสำเร็จ

2. เตรียมบัตรประจำตัวประชาชน และรูปถ่ายร้านค้าที่มีรูปเจ้าของขณะประกอบกิจการ

3. ตรวจสอบประเภทกิจการและดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัคร ไปยื่นสมัครกับหน่วยงานดังนี้

  3.1 หน่วยงานกระทรวงมหาดไทย (แบบฟอร์ม สำหรับเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทย)

    – ร้านค้าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป

    – ร้านค้า/บริการของวิสาหกิจชุมชน และ OTOP

    – สามล้อถีบ

    – ร้านทำผม ทำเล็บ

  3.2 หน่วยงานธนาคารกรุงไทย (แบบฟอร์ม สำหรับเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทย)

    – ผู้ประกอบการขนส่งที่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ (เช่น TAXI-METER รถตู้โดยสารสาธารณะ รถจักรยานยนต์สาธารณะ เป็นต้น)

    – ร้านให้บริการนวดสปา ที่มีใบอนุญาตสถานประกอบการ

    – ร้านค้านิติบุคคลขนาดเล็ก (ภ.ง.ด. 50) รอบบัญชีปี 2567 ข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ย. 2568*

4. นำเอกสารที่ได้รับการรับรองเรียบร้อยแล้ว ติดต่อ ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ

หมายเหตุ: * เฉพาะที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 68 และงบการเงินตามมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.ง.ด. 50) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 2567 ซึ่งขายอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป หรือให้บริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม และให้บริการขนส่งสาธารณะ โดยมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ตามฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 ทั้งนี้ ผู้ให้บริการนวด สปา หรือผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะจะต้องได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย

สำหรับร้านค้าใหม่ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ คนละครึ่งพลัส ควรเตรียมเอกสารให้พร้อมและดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด เพื่อให้ไม่พลาดโอกาสในการเพิ่มยอดขายและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่กว้างขึ้น และอย่าลืมตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ซื้อ เพื่อรักษาสิทธิ์ของตนเองในโครงการนี้

ที่มา – ร้านค้าใหม่เข้าร่วม “คนละครึ่งพลัส” มีขั้นตอนอย่างไร ลงทะเบียนในฐานะผู้ซื้อได้หรือไม่

“กองทัพภาคที่ 2” พบความเคลื่อนไหวชายแดนกัมพูชา

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาล่าสุด “กองทัพภาคที่ 2” รายงานการตรวจพบความเคลื่อนไหวผิดปกติจากฝั่งกัมพูชา บริเวณแนวชายแดน โดยมีการใช้โดรนจำนวนมาก รวมถึงขบวนรถยนต์ที่มุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่ชายแดน ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในพื้นที่

“กองทัพภาคที่ 2” พบความเคลื่อนไหว “กัมพูชา” โดรน-ขบวนรถยนต์ มุ่งหน้าเข้าชายแดน

ตามรายงานจากเฟซบุ๊ก กองทัพภาคที่ 2 เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2568 ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ได้สรุปสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา พบว่ามีการตรวจพบความเคลื่อนไหวของฝ่ายกัมพูชาอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้โดรนในการบินลาดตระเวนในพื้นที่ต่างๆ

รายละเอียดการตรวจพบโดรน:

  • ช่องอานม้า: 1 ลำ
  • ปราสาทพระวิหาร: 3 ลำ
  • ภูมะเขือ: 1 ลำ
  • พลาญหินแปดก้อน: 1 ลำ
  • ปราสาทตาควาย: 23 ลำ

รวมทั้งสิ้น 29 ลำ ซึ่งถือเป็นจำนวนที่ค่อนข้างมากและอาจบ่งบอกถึงความพยายามในการสังเกตการณ์หรือลาดตระเวนในพื้นที่ชายแดนอย่างเข้มข้น

นอกจากโดรนแล้ว ยังมีการตรวจพบขบวนรถยนต์จำนวน 10 คัน มุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่แนวชายแดน โดยในจำนวนนี้เป็นรถพลเรือน 9 คัน และรถทางทหาร 1 คัน ซึ่งอาจเป็นการลำเลียงยุทธภัณฑ์และเสบียง โดยใช้รถพลเรือนเพื่ออำพรางการเคลื่อนที่

สถานการณ์ปัจจุบันและการเตรียมพร้อมของกองทัพไทย

ปัจจุบัน กองกำลังทั้งสองฝ่ายยังคงตรึงกำลังตามแนวที่มั่นของตนเอง โดยฝ่ายไทยได้จัดกำลังพลประจำจุดเฝ้าตรวจตามเหตุการณ์ เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามอย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมในการตอบโต้ตามสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

“กองทัพภาคที่ 2” ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการรับข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้องและทันเวลา โดยขอความร่วมมือจากประชาชนในการใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูล และติดตามข้อมูลจากช่องทางที่เป็นทางการของส่วนราชการ เพื่อป้องกันการรับข้อมูลที่คลาดเคลื่อน บิดเบือน หรือข่าวปลอม (Fake news) ที่อาจสร้างความเข้าใจผิดและความตื่นตระหนก

การตรวจพบความเคลื่อนไหวของฝ่ายกัมพูชาในครั้งนี้ ทำให้ “กองทัพภาคที่ 2” ต้องเพิ่มความระมัดระวังและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดนอย่างเต็มที่ การมีโดรนจำนวนมากและการใช้รถพลเรือนในการลำเลียงสิ่งของ อาจเป็นการพยายามหลีกเลี่ยงการตรวจจับ แต่กองทัพไทยก็พร้อมที่จะรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

สถานการณ์ชายแดนเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และความเข้าใจผิดอาจนำไปสู่ความขัดแย้งได้ การติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้และการไม่แพร่กระจายข่าวลือจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับประชาชนทุกคน

ที่มา – “กองทัพภาคที่ 2” พบความเคลื่อนไหว “กัมพูชา” โดรน-ขบวนรถยนต์ มุ่งหน้าเข้าชายแดน