วัน: 11 ตุลาคม 2025

กิลมอร์ควรเป็นตัวจริงในแดนกลางสกอตแลนด์หรือไม่?

ณ ช่วงพักครึ่งของการแข่งขันที่แฮมป์เดนพาร์กเมื่อคืนวันพฤหัสบดี นีล แมคแคนน์ หันไปถาม สก็อตต์ บราวน์ อดีตนักเตะทีมชาติสกอตแลนด์ด้วยกันระหว่างการถ่ายทอดสดของ BBC ด้วยคำถามที่คนส่วนใหญ่น่าจะสงสัยเช่นกัน

สตีฟ คลาร์ก ควรส่ง บิลลี่ กิลมอร์ ลงสนามหรือไม่?

กองกลางจากนาโปลีได้รับการยกย่องจากหลายๆ คนว่าเป็นผู้เล่นที่มีความสามารถทางเทคนิคดีที่สุดของสกอตแลนด์ในแดนกลาง แต่เหมือนกับเกมที่เจอกับเดนมาร์กเมื่อเดือนที่แล้ว เขาก็ยังคงนั่งอยู่บนม้านั่งสำรอง

กิลมอร์ถูกส่งลงสนามในนาทีที่ 58 ของเกมกับกรีซ และถึงแม้ว่าทีมเยือนจะทำประตูได้หลังจากนั้น 4 นาที แต่ด้วยอิทธิพลที่ละเอียดอ่อนของเขาที่มีต่อเกม ช่วยให้สกอตแลนด์เปลี่ยนจากฟอร์มการเล่นที่แผ่วๆ กลายเป็นชัยชนะที่ดุดันในสถานการณ์ที่ยากลำบาก

เมื่อ ลูอิส เฟอร์กูสัน และ ไรอัน คริสตี้ ติดโทษแบนสำหรับการมาเยือนของเบลารุส เขาจะเข้ามาอยู่ในทีมโดยธรรมชาติ แต่เกมสำคัญในเดือนหน้าที่จะออกไปเยือนกรีซและเล่นในบ้านกับเดนมาร์กจะเป็นอย่างไร?

ตำแหน่งของกิลมอร์ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ คำถามคือ กิลมอร์ควรเป็นตัวจริงในแดนกลางสกอตแลนด์หรือไม่?

กิลมอร์ควรเป็นตัวจริงในแดนกลางสกอตแลนด์หรือไม่?

เมื่อ คอสตาส ซิมิกาส กวาดบอลเข้าประตูในนาทีที่ 62 มันเป็นผลมาจากการเล่นที่กรีซส่งบอลต่อกันเกือบ 54 ครั้งโดยไม่มีใครเข้ามาขัดขวางเป็นเวลา 3 นาที ซึ่ง แอนดี้ โรเบิร์ตสัน โหม่งบอลเพื่อเคลียร์บอลข้ามเป็นสัมผัสเดียวของสกอตแลนด์

มันแสดงให้เห็นถึงความไม่กระตือรือร้นในช่วงชั่วโมงแรกของการแข่งขัน

“ฉันสงสัยว่าสตีฟจะพิจารณาส่งบิลลี่ กิลมอร์ลงมาหรือไม่” แมคแคนน์กล่าวในช่วงพักครึ่ง

“ฉันไม่คิดว่ามันจะได้ผลเมื่อไรอัน [คริสตี้] และลูอิส [เฟอร์กูสัน] เล่นแคบและลึกจริงๆ เพราะพวกเขาไม่ได้สัมผัสบอล เราไม่สามารถสร้างเกมรุกผ่านพวกเขาได้”

กิลมอร์ไม่ได้ลงมาและคว้าเกมมาครองด้วยตัวเองและเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ แต่ถึงกระนั้นอิทธิพลของเขาก็ปรากฏให้เห็นหลังจากที่คริสตี้ยิงประตูตีเสมอ

โอกาสที่แท้จริงครั้งแรกที่เขาจะได้เงยหน้าขึ้นและส่งบอลคือในนาทีที่ 69 และเขาส่งมันผ่านช่องแคบๆ ไปให้เฟอร์กูสัน ซึ่งส่งบอลต่อแบบไม่จับให้ เช อดัมส์ แต่พลาดไปอย่างหวุดหวิดเมื่อสกอตแลนด์พุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

ฟรีคิกที่ชาญฉลาดของกิลมอร์ยังเปิดโอกาสให้ อดัมส์ ได้โอกาสดีๆ ในช่วง 1-1 และเขาส่งบอลเข้าสู่พื้นที่สุดท้ายถึง 5 ครั้งในช่วงครึ่งชั่วโมงที่เขาอยู่ในสนาม

มีเพียง โรเบิร์ตสัน และ เฟอร์กูสัน เท่านั้นที่ทำได้มากกว่า – และพวกเขาเล่นเกือบเต็มเกม

“ฉันคิดว่าการที่บิลลี่ กิลมอร์ลงมาในสนามเป็นสิ่งสำคัญในการที่เราจะได้ครองบอล” แมคแคนน์กล่าวในช่วงท้ายเกมในรายการ Sportscene ของ BBC Scotland

“เขามีบทบาทสำคัญในการส่งบอลข้ามสนามซึ่ง ซิมิกาส ตัดบอลจาก เฟอร์กูสัน เมื่อเขายิงประตูได้ในที่สุด”

ตามที่แมคแคนน์อธิบาย รอยเท้าของกิลมอร์อยู่ในช่วงเริ่มต้นของประตูที่สองเมื่อตำแหน่งของเขาอนุญาตให้ แกรนท์ แฮนลีย์ ส่งบอลให้เขาระหว่างผู้เล่นกรีซสองคน

เขาพลิกบอลและส่งต่อไปให้ คริสตี้ รับบอลกลับมา ส่งบอลให้ โรเบิร์ตสัน ก่อนที่จะส่งบอลสำคัญเมื่อ แม็คโทมิเนย์ ส่งบอลกลับมาให้เขา

ซิมิกาส ทำฟาวล์ เฟอร์กูสัน และนักเตะจากโบโลญญาทำได้อย่างยอดเยี่ยมในการใช้โอกาสของเขาในกรอบเขตโทษจากฟรีคิกเมื่อสกอตแลนด์ขึ้นนำ

ภาพจาก Opta แสดงให้เห็นว่า กิลมอร์ (หมายเลขแปดสีดำ) ยึดตำแหน่งกองกลางของสกอตแลนด์ในช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้าย โดยอยู่ในใจกลางสนามเมื่อพื้นที่นั้นว่างเปล่าก่อนหน้านี้

ไม่เพียงแต่จะช่วยให้เขาได้ครองบอลเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ เฟอร์กูสัน และ คริสตี้ สามารถดันขึ้นไปข้างหน้าได้มากขึ้น โดยอดีตพัฒนาขึ้นอย่างมากเมื่อเกมดำเนินไป

เฟอร์กูสัน สามารถขึ้นไปรอบๆ กรอบเขตโทษได้ โดยได้รับฟรีคิกที่สำคัญซึ่งนำไปสู่การทำประตูของเขา โดยใช้คุณสมบัติที่เขาแสดงให้เห็นสำหรับโบโลญญา

กิลมอร์ยังแย่งบอลกลับมาได้ 3 ครั้ง ซึ่งมากเท่ากับผู้เล่นคนอื่นๆ ของสกอตแลนด์

โดยรวมแล้วมันเป็นการแสดงที่ละเอียดอ่อนแต่มีประสิทธิภาพ ซึ่งนำมาซึ่งการพัฒนาจากกองกลางทั้งหมด

แล้วทำไมกิลมอร์ถึงไม่ได้เป็นตัวจริง? ใครกันแน่ที่เหมาะสม กิลมอร์ควรเป็นตัวจริงในแดนกลางสกอตแลนด์หรือไม่?

กิลมอร์ไม่ใช่ตัวเลือกแรกภายใต้การคุมทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ ที่นาโปลี โดยมี สตานิสลาฟ โลบ็อตก้า เป็นกองกลางตัวรับที่คอนเต้ชื่นชอบเมื่อฟิต

นักเตะวัย 24 ปีรายนี้ได้ออกสตาร์ทเพียงครั้งเดียวให้กับแชมป์เซเรียอาในฤดูกาลนี้ แต่ เฟอร์กูสัน และ คริสตี้ ก็ไม่ได้ลงเล่น 90 นาทีทุกสัปดาห์เช่นกัน

สิ่งที่สองคนหลังนำมาซึ่งสิ่งที่กิลมอร์ไม่มีคือ พลังในการวิ่งและความแข็งแกร่งทางร่างกายที่มากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการเสมอกันที่โคเปนเฮเกนเพื่อเริ่มต้นแคมเปญ

คลาร์กเป็นที่รู้จักในเรื่องความภักดีของเขา และเมื่อเจอกับทีมกรีซที่มีทักษะทางเทคนิคสูง เขาน่าจะรู้ว่าสกอตแลนด์จะต้องทำหน้าที่ป้องกันและไล่บอลอย่างยุติธรรม

“คุณต้องเข้าใจว่าเราทำงานหนักแค่ไหนในการไม่ได้ครองบอล” หัวหน้าโค้ชสกอตแลนด์ชี้ให้เห็นหลังจบเกม

เกมกับเบลารุสที่แฮมป์เดน ซึ่งสกอตแลนด์จะเป็นฝ่ายครองบอล เหมาะสำหรับกิลมอร์

อย่างไรก็ตาม หลังจากสิ่งที่เกิดขึ้นกับกรีซ กรณีที่เขาจะได้ออกสตาร์ทในเกมรีแมตช์ที่เอเธนส์ในเดือนหน้าก็แข็งแกร่งขึ้น

โดยส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่า กิลมอร์ควรเป็นตัวจริงในแดนกลางสกอตแลนด์ เพราะความสามารถในการควบคุมจังหวะเกมและการจ่ายบอลที่แม่นยำของเขาสามารถสร้างความแตกต่างให้กับทีมได้ แม้ว่าเขาอาจจะไม่ได้มีความแข็งแกร่งทางร่างกายเท่ากับผู้เล่นคนอื่นๆ แต่ความฉลาดทางแท็คติกและการอ่านเกมของเขาสามารถชดเชยข้อเสียเปรียบนั้นได้

ที่มา – Does Gilmour have to start in Scotland midfield?

ท้ายเขื่อนเจ้าพระยายังอ่วม น้ำท่วมนาน 1 สัปดาห์

สถานการณ์น้ำท่วมบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยายังอ่วมต่อเนื่อง แม้ว่าระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงนครสวรรค์จะเริ่มลดลงบ้างแล้วก็ตาม หลายพื้นที่ยังคงเผชิญกับน้ำท่วมนาน 1 สัปดาห์ สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านกว่า 100 ครัวเรือน

วันที่ 11 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ว่ามีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,662 ลบ.ม./วินาที ซึ่งลดลงจากก่อนหน้า ส่วนที่สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มีปริมาณน้ำเหนือเขื่อน 16.06 เมตร/รทก. ระบายน้ำในอัตรา 2,300 ลบ.ม./วินาที เป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน ระดับน้ำท้ายเขื่อนทรงตัวอยู่ที่ 15.47 เมตร/รทก. ห่างจากตลิ่ง 87 เซนติเมตร สถานการณ์โดยรวมยังน่าเฝ้าระวัง

ท้ายเขื่อนเจ้าพระยายังอ่วม น้ำท่วมนาน 1 สัปดาห์

ในพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา บริเวณ ต.ตลุก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือน ทำให้ชาวบ้านกว่า 100 ครัวเรือนได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมนาน 1 สัปดาห์ เจ้าหน้าที่จากกรมป่าไม้ จิตอาสา ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ประชาชนจิตอาสา และทหาร ต่างร่วมมือกันกรอกกระสอบทราย เสริมแนวป้องกันและเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อบรรเทาผลกระทบให้ชาวบ้าน

นายธีระ ศรีเจริญ นายกเทศมนตรีตำบลตลุก กล่าวว่า ตำบลตลุกได้รับผลกระทบในหลายหมู่บ้านตามแนวแม่น้ำเจ้าพระยา ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องตามที่กรมชลประทานแจ้งเตือน ทางเทศบาลได้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์และเฝ้าระวังตลอดเวลา พร้อมทั้งเสริมแนวคันกั้นน้ำ โดยได้รับการสนับสนุนจากประชาชนและหน่วยงานต่างๆ

สถานการณ์น้ำท่วมท้ายเขื่อนเจ้าพระยา

หมู่ที่ 1, 3 และ 4 ได้รับผลกระทบมากที่สุด มีบ้านเรือนกว่า 100 ครัวเรือนที่ได้รับความเสียหาย เทศบาลได้ให้ความช่วยเหลือโดยแจกจ่ายถุงยังชีพ สารบำบัดน้ำเสียและขจัดกลิ่นเหม็น พด.6 สำหรับใช้ในพื้นที่น้ำท่วมขังที่มีกลิ่นเหม็น นอกจากนี้ ยังมีการนำกระสอบทรายไปกั้นพื้นที่เสี่ยง และใช้เครื่องสูบน้ำเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับบ้านที่ถูกน้ำท่วมขัง

สถานการณ์ ท้ายเขื่อนเจ้าพระยายังอ่วม และยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แม้ว่าภาพรวมระดับน้ำในบางพื้นที่จะเริ่มทรงตัว แต่ปริมาณน้ำเหนือที่ยังคงไหลลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้สถานการณ์ยังไม่น่าไว้วางใจ การเตรียมพร้อมรับมือ และความร่วมมือของทุกภาคส่วนจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมนาน 1 สัปดาห์

เราหวังว่าสถานการณ์น้ำจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นโดยเร็ว และขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกท่าน

ที่มา – ท้ายเขื่อนเจ้าพระยายังอ่วม น้ำท่วมนาน 1 สัปดาห์ กระทบชาวบ้านกว่า 100 ครัวเรือน

ทายนักบอล! เล่นเลยเกมทายชื่อนักฟุตบอล

ทายนักบอล! เล่นเลยเกมทายชื่อนักฟุตบอล

ช่วงพักเบรคทีมชาติ มาผ่อนคลายสมอง ทดสอบความรู้เรื่องฟุตบอลของคุณกันดีกว่า!

เรากลับมาพร้อมกับเกม ทายนักบอล! เล่นเลยเกมทายชื่อนักฟุตบอล ที่ให้คุณได้ทายชื่อนักฟุตบอล 10 คน

พร้อมที่จะลับสมองประลองปัญญากันแล้วรึยัง? มาสนุกไปกับ ทายนักบอล! เล่นเลยเกมทายชื่อนักฟุตบอล ของเรากันเลย!

ทำไมต้องเล่นเกมทายชื่อนักฟุตบอล?

  • ฝึกสมอง: ทบทวนความรู้เกี่ยวกับนักฟุตบอลที่คุณชื่นชอบ
  • คลายเครียด: สนุกสนานไปกับการทายชื่อนักฟุตบอล
  • ท้าทายตัวเอง: แข่งขันกับเพื่อนเพื่อดูว่าใครทายได้ถูกต้องมากที่สุด

สนุกไปกับเกมทายชื่อนักฟุตบอลของเรา

อย่ารอช้า! มาร่วมสนุกและทายชื่อนักฟุตบอลทั้ง 10 คนให้ถูกต้องกัน!

เกมทายนักบอล! เล่นเลยเกมทายชื่อนักฟุตบอลนี้ เหมาะสำหรับแฟนบอลทุกระดับ ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนบอลพันธุ์แท้ หรือเพียงแค่ชอบดูฟุตบอลเป็นครั้งคราว คุณก็จะสนุกไปกับเกมนี้ได้อย่างแน่นอน

เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาทายชื่อนักฟุตบอลให้ถูกต้องทั้งหมด! ขอให้ทุกคนโชคดีกับการเล่นเกมทายนักบอล! เล่นเลยเกมทายชื่อนักฟุตบอล

เคล็ดลับในการทายชื่อนักฟุตบอล

หากคุณกำลังมองหาเคล็ดลับในการทายชื่อนักฟุตบอลให้ถูกต้องมากยิ่งขึ้น ลองพิจารณาเคล็ดลับเหล่านี้:

  • ดูที่สโมสรปัจจุบันของนักฟุตบอล
  • สังเกตสไตล์การเล่นของนักฟุตบอล
  • พิจารณาทีมชาติที่นักฟุตบอลเล่นให้
  • ลองนึกถึงข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับนักฟุตบอล
  • ลองนึกถึงเพื่อนร่วมทีมของนักฟุตบอล

เกมทายชื่อนักฟุตบอลมากกว่าแค่ความสนุก

เกมทายนักบอล! เล่นเลยเกมทายชื่อนักฟุตบอล ไม่ได้เป็นเพียงแค่เกมสนุกๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสที่ดีในการเรียนรู้เกี่ยวกับโลกของฟุตบอลมากยิ่งขึ้น คุณจะได้ทบทวนความรู้เกี่ยวกับนักฟุตบอลที่คุณชื่นชอบ และอาจได้ค้นพบนักฟุตบอลใหม่ๆ ที่คุณไม่เคยรู้จักมาก่อน

ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนบอลฮาร์ดคอร์ หรือเพียงแค่สนใจในกีฬาฟุตบอล ลองเล่นเกมทายชื่อนักฟุตบอลของเรา แล้วคุณอาจจะประหลาดใจกับสิ่งที่คุณได้เรียนรู้!

สำหรับผู้ที่ต้องการทดสอบความรู้ด้านฟุตบอลอย่างเต็มที่ สามารถเข้าไปที่หน้า ควิซฟุตบอล ของเรา และลงทะเบียนเพื่อรับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับควิซใหม่ๆ ที่ส่งตรงถึงอุปกรณ์ของคุณได้เลย

เกมทายชื่อนักฟุตบอลเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และยังช่วยให้คุณได้พัฒนาความรู้เกี่ยวกับฟุตบอลอีกด้วย มาร่วมสนุกและท้าทายตัวเองไปกับเกมทายชื่อนักฟุตบอลของเรากันเถอะ!

ที่มา – Guess the Footballers – play the quiz

“หญิงหน่อย” จี้รัฐบาล ยกเครื่องเยียวยาไฟใต้เท่าเทียม

“คุณหญิงสุดารัตน์” ห่วงไฟใต้ลาม จี้ รัฐบาลเร่งแก้เชิงรุกปรับแผนด้านความมั่นคง แนะยกเครื่องเยียวยาไฟใต้เท่าเทียม เจ้าหน้าที่รัฐสูญเสียเท่าเทียมกรณีไทย-กัมพูชา

วันที่ 11 ตุลาคม 2568 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย(ทสท.) กล่าวถึงสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ตนมีความเป็นห่วงในพื้นที่ดังกล่าวที่ยังคงเกิดเหตุความไม่สงบอย่างต่อเนื่อง ทั้งการปล้นทองและเหตุการณ์ก่อการร้ายที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงสร้างความหวาดวิตกต่อขวัญและกำลังใจของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว พรรคไทยสร้างไทยขอส่งกำลังใจไปยังพี่น้องประชาชนและเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ ทั้งนี้ขอย้ำว่าพรรคจะทำหน้าที่เป็นปากเสียงแทนพี่น้องประชาชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ เพื่อผลักดันให้รัฐบาลเร่งปรับแผนการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเพื่อตอบโจทย์สถานการณ์จริงได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า พรรคขอเรียกร้องต่อรัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลและฟื้นฟูความมั่นคงในพื้นที่ดังกล่าว โดยเน้นการป้องกันเหตุรุนแรงไม่ให้เกิดซ้ำ พร้อมจัดระบบการเยียวยาที่เป็นธรรมและทั่วถึงแก่ทุกฝ่าย โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ต้องเผชิญเหตุการณ์ความสูญเสียจากเหตุความไม่สงบที่ยืดเยื้อมายาวนาน ในโอกาสที่นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้เมื่อไม่นานมานี้ ตนขอเสนอให้รัฐบาลพิจารณาปรับเพิ่มอัตราการเยียวยาความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ รวมถึงเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ ให้มีความเท่าเทียมกับกรณีการสูญเสียจากเหตุปะทะชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อสร้างความเป็นธรรมและเพิ่มขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่และผู้ได้รับผลกระทบ ขอย้ำว่า ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องเปลี่ยนแนวทางการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้จากเชิงรับเป็นเชิงรุก เพื่อฟื้นฟูความสงบสุข ความมั่นคง และสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนในพื้นที่ว่าทุกชีวิตมีคุณค่าและได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียมจากรัฐอย่างแท้จริง

“หญิงหน่อย” จี้รัฐบาลยกเครื่องเยียวยาไฟใต้เท่าเทียม

สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงเป็นปัญหาที่ต้องการการแก้ไขอย่างเร่งด่วนและจริงจัง ไม่เพียงแต่ในด้านความมั่นคงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลยกเครื่องเยียวยาไฟใต้เท่าเทียมกับกรณีชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อสร้างความเป็นธรรมและเป็นขวัญกำลังใจให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ

ทำไมต้องยกเครื่องเยียวยาไฟใต้เท่าเทียม?

การเยียวยาที่แตกต่างกันระหว่างกรณีชายแดนภาคใต้และชายแดนไทย-กัมพูชา สร้างความรู้สึกไม่เป็นธรรมให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งต้องเผชิญกับความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินมาอย่างยาวนาน การยกเครื่องเยียวยาไฟใต้เท่าเทียมจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อ:

  • สร้างความเป็นธรรม: ทุกชีวิตมีค่าเท่าเทียมกัน ไม่ว่าความสูญเสียจะเกิดขึ้นในพื้นที่ใดก็ตาม
  • เพิ่มขวัญกำลังใจ: การเยียวยาที่เหมาะสมเป็นขวัญและกำลังใจที่สำคัญให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน
  • ฟื้นฟูความเชื่อมั่น: แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนในทุกพื้นที่อย่างเท่าเทียม

การแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องอาศัยความเข้าใจและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การเยียวยาที่เป็นธรรมและทั่วถึงจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจระหว่างรัฐและประชาชนในพื้นที่

การปรับปรุงแผนการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง รัฐบาลควรพิจารณาถึงสถานการณ์ปัจจุบันและปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งรวมถึงการเพิ่มมาตรการป้องกันเหตุร้ายและการสร้างความร่วมมือกับชุมชนในท้องถิ่น

นอกจากนี้ การส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยแก้ไขปัญหาความไม่สงบในระยะยาว การสร้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำและความไม่พอใจที่อาจเป็นสาเหตุของความขัดแย้ง

การแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเรื่องที่ซับซ้อนและต้องใช้เวลา แต่ด้วยความมุ่งมั่นและความร่วมมือจากทุกฝ่าย เราสามารถสร้างสันติสุขและความเจริญก้าวหน้าให้กับพื้นที่แห่งนี้ได้ การที่รัฐบาลหันมายกเครื่องเยียวยาไฟใต้เท่าเทียมกับกรณีชายแดนไทย-กัมพูชา จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างความเชื่อมั่นและความปรองดองให้เกิดขึ้นในพื้นที่

รัฐบาลควรเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขและมีความหวังในอนาคต

ที่มา – “หญิงหน่อย” จี้รัฐบาลยกเครื่องเยียวยาไฟใต้เท่าเทียมกรณีชายแดนไทย-กัมพูชา

สถิติชี้ ฮาแลนด์ ซิว ดาวซัลโว แน่นอน!

ด้วยผลงาน 9 ประตูจากการลงเล่น 7 นัดแรกในพรีเมียร์ลีก เออร์ลิง ฮาแลนด์ กองหน้าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เริ่มต้นฤดูกาลได้อย่างร้อนแรง

แม้จะไม่ใช่การเริ่มต้นฤดูกาลที่ดีที่สุดของเขา – เขาทำได้ 11 ประตูจาก 7 นัดแรกในปี 2022-23 และ 10 ประตูในฤดูกาลที่แล้ว – แต่ก็ยังทำให้เขานำหน้าอยู่ 3 ประตูในการลุ้นรางวัลรองเท้าทองคำพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้

ข้อเท็จจริงที่ว่าไม่มีประตูใดที่มาจากจุดโทษยิ่งทำให้ผลงานนี้น่าประทับใจยิ่งขึ้น

แน่นอนว่าอาการบาดเจ็บอาจเข้ามาขัดขวางการคว้าดาวซัลโว ได้ แต่มีสองเหตุผลที่ทำให้ฮาแลนด์เป็นตัวเต็งที่แข็งแกร่งสำหรับรางวัลนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ

ประการแรก จำนวนประตูที่เขาทำได้แล้ว – และที่สำคัญไม่แพ้กัน จำนวนและคุณภาพของโอกาสที่เขาได้รับ และประการที่สอง การเริ่มต้นที่ช้าของคู่แข่งสำคัญของเขาสำหรับรางวัลนี้

จำนวนประตูที่คาดหวัง (xG) ของผู้เล่นบ่งบอกว่าผู้เล่นในพรีเมียร์ลีกทำประตูได้มากน้อยเพียงใดในอดีตจากจำนวนและคุณภาพของโอกาสที่เขาได้รับ

ไม่ใช่ตัวเลขที่นักสถิติสุ่มเลือก แต่มาจากประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก

และถ้าเราดู xG ของผู้เล่นในพรีเมียร์ลีกจนถึงฤดูกาลนี้จากการเล่นปกติ กองหน้าชาวนอร์เวย์ได้รับโอกาสที่ดีในการทำประตูมากกว่าคนอื่นๆ มาก

อันที่จริง แม้ว่าฮาแลนด์จะไม่ได้จบสกอร์ได้ดีกว่าคนอื่นๆ ในลีก เขาก็ยังคงทำประตูได้มากกว่าคนอื่นๆ ถึงสองเท่า

สิ่งนั้นแสดงให้เห็นโดยการแจกแจงจำนวนและคุณภาพของโอกาสที่ผู้เล่นได้รับในลีกสูงสุดจนถึงตอนนี้

ฮาแลนด์ยิงไปแล้ว 29 ครั้งในฤดูกาลนี้ มากกว่าผู้เล่นคนอื่นๆ ถึง 12 ครั้ง

นั่นไม่ใช่เรื่องที่น่าทึ่งสำหรับเขา – เขายิงที่ไม่ใช่จุดโทษมากกว่านี้ในช่วงเวลานี้ในสองฤดูกาลที่แล้ว (30 ในปี 2023-24 และ 34 ในปี 2024-25)

สิ่งที่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแม้แต่สำหรับเขาคือคุณภาพของโอกาสที่เขาได้รับในฤดูกาลนี้ การยิงของเขามีค่า xG โดยเฉลี่ย 0.27

ตัวเลขนั้นหมายความว่าผู้เล่นได้เปลี่ยนการยิงที่เขาเคยมีในอดีตในอัตรา 27%

จากผู้เล่นที่ยิงอย่างน้อย 10 ครั้ง มีเพียงเอ็นโซ่ เฟอร์นันเดซ กองกลางเชลซีเท่านั้นที่มีโอกาสทำประตูได้ง่ายกว่าโดยเฉลี่ย – ต้องขอบคุณการซ้ำลูกง่ายๆ สองสามครั้งกับเวสต์แฮมและไบรท์ตัน

xG ของฮาแลนด์ที่ 0.27 สูงกว่า xG ต่อการยิงที่ 0.17 ที่เขาเคยมีเมื่อต้นฤดูกาลที่แล้วมาก

กล่าวโดยสรุป โอกาสที่เขาได้รับในปี 2025-26 นั้นง่ายต่อการทำประตูมากกว่าอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับช่วงต้นฤดูกาลที่แล้วในทีมซิตี้ที่จัดระเบียบใหม่

การเริ่มต้นฤดูกาลอย่างแข็งแกร่งเช่นนี้ ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับฮาแลนด์ หลังจาก 7 เกมในฤดูกาลที่แล้ว เขาทำไปแล้ว 10 ประตู – มากกว่าคนอื่นๆ 4 ประตูและมากกว่าโมฮาเหม็ด ซาลาห์ 6 ประตู

แต่เป็นกองหน้าลิเวอร์พูลที่คว้ารางวัลรองเท้าทองคำด้วย 29 ประตู มากกว่ากองหน้าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 7 ประตู

ในฤดูกาลใหม่ ในขณะที่ฮาแลนด์เริ่มต้นได้อย่างร้อนแรง ซาลาห์กลับทำประตูได้เพียงครึ่งเดียวและมีโอกาส (xG) น้อยกว่าครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับช่วงเวลานี้ของฤดูกาลที่แล้ว

อันที่จริงนี่เป็นการเริ่มต้นฤดูกาลพรีเมียร์ลีกที่เงียบที่สุดที่กองหน้าชาวอียิปต์เคยทำ

ไม่ใช่แค่ซาลาห์เท่านั้นที่เริ่มต้นได้ช้า ถ้าเราดูผู้ทำประตูสูงสุด 11 อันดับแรกในพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ฮาแลนด์ทำประตูได้มากเท่ากับผู้เล่นอีก 10 คนรวมกันจนถึงตอนนี้

ไม่ว่าจะด้วยอาการบาดเจ็บ – โยอัน วิสซ่า, โคล พาลเมอร์ และยอร์เกน สแตรนด์ ลาร์เซ่น – มหากาพย์การย้ายทีมที่ยาวนานในกรณีของอเล็กซานเดอร์ อิซัค หรือเพียงเพราะทีมของพวกเขาต้องดิ้นรน (ไบรอัน เอ็มบิวโม, คริส วูด, โอลลี่ วัตคินส์ และมาเธอุส กุนญ่า) คู่แข่งที่มีแนวโน้มจะเป็นคู่แข่งในการแข่งขันเพื่อชิงรางวัลรองเท้าทองคำยังไม่ได้ระเบิดฟอร์มออกมา

ในขณะที่ฮาแลนด์ดูเหมือนจะเป็นตัวเต็งที่ชัดเจนสำหรับรางวัลรองเท้าทองคำพรีเมียร์ลีก แล้วรางวัลรองเท้าทองคำยุโรปที่มอบให้กับผู้เล่นที่ทำประตูได้มากที่สุดใน 5 ลีกชั้นนำของยุโรปはどうでしょうか?

การแข่งขันนั้นมีการแข่งขันกันมากขึ้นในระยะแรกๆ เพราะแฮร์รี่ เคนและคีเลียน เอ็มบัปเป้ก็เริ่มต้นได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นกัน โดยทำไป 11 และ 9 ประตูตามลำดับ

ข้อเท็จจริงที่ว่าฮาแลนด์ทำประตูได้มากมายและมี xG สูงสุดในบรรดาสามคนนี้โดยยังไม่ได้ยิงจุดโทษเลยทำให้เขาเป็นตัวเต็ง

แต่เนื่องจากเคนและเอ็มบัปเป้เป็นหนึ่งในผู้จบสกอร์ที่ดีที่สุดในวงการฟุตบอลยุโรปในแง่ของการทำผลงานได้ดีกว่า xG ของพวกเขา การแข่งขันจึงเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

สถิติชี้ ฮาแลนด์ ซิว ดาวซัลโว แน่นอน!

จากสถิติที่กล่าวมาทั้งหมด บ่งชี้อย่างยิ่งว่า เออร์ลิง ฮาแลนด์ มีโอกาสสูงมากที่จะคว้ารางวัลดาวซัลโว ประจำฤดูกาลนี้ไปครอง ด้วยฟอร์มการเล่นที่ร้อนแรงตั้งแต่ต้นฤดูกาล โอกาสในการทำประตูที่มากมาย และการที่คู่แข่งคนสำคัญต่างเริ่มต้นฤดูกาลได้ไม่ดีนัก ทำให้ฮาแลนด์อยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบอย่างมาก

ทำไมสถิติถึงชี้ว่า ฮาแลนด์ ซิว ดาวซัลโว แน่นอน?

เหตุผลหลักๆ คือจำนวนประตูที่ฮาแลนด์ทำได้ และคุณภาพของโอกาสที่เขาได้รับ นอกจากนี้ การที่คู่แข่งสำคัญอย่าง ซาลาห์ ยังไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งออกมาได้ ทำให้ฮาแลนด์ยิ่งโดดเด่นมากขึ้นไปอีก

  • จำนวนประตู: ฮาแลนด์ทำไปแล้ว 9 ประตู จาก 7 นัดแรก
  • คุณภาพของโอกาส: ฮาแลนด์มีค่า xG สูงที่สุดในลีก
  • ฟอร์มของคู่แข่ง: คู่แข่งคนสำคัญอย่าง ซาลาห์ ยังไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งออกมาได้

ด้วยปัจจัยเหล่านี้ ทำให้ฮาแลนด์เป็นตัวเต็งที่แข็งแกร่งที่สุดในการคว้ารางวัลดาวซัลโว ประจำฤดูกาลนี้

การที่ฮาแลนด์มีค่า xG ที่สูง แสดงให้เห็นว่าเขาอยู่ในตำแหน่งที่สามารถทำประตูได้บ่อยครั้ง และถึงแม้ว่าเขาจะไม่สามารถจบสกอร์ได้ทุกครั้ง แต่โอกาสที่เขาได้รับก็มีมากพอที่จะทำให้เขาสามารถทำประตูได้มากกว่าคนอื่นๆ ในลีก

นอกจากนี้ การที่คู่แข่งคนสำคัญอย่าง ซาลาห์ ยังไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งออกมาได้ ก็ยิ่งทำให้ฮาแลนด์โดดเด่นมากขึ้นไปอีก เพราะไม่มีใครสามารถไล่ตามเขาได้ทัน

ดังนั้น จากสถิติที่กล่าวมาทั้งหมด เราสามารถสรุปได้ว่า เออร์ลิง ฮาแลนด์ มีโอกาสสูงมากที่จะคว้ารางวัลดาวซัลโว ประจำฤดูกาลนี้ไปครอง

อย่างไรก็ตาม ฟุตบอลก็มีสิ่งที่คาดเดาไม่ได้เสมอ เราต้องรอดูกันต่อไปว่าฮาแลนด์จะสามารถรักษาฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมนี้ไปได้ตลอดทั้งฤดูกาลหรือไม่ และคู่แข่งคนอื่นๆ จะสามารถกลับมาท้าทายเขาได้หรือไม่

ที่มา – The stats that say Haaland will run away with Golden Boot

“วีระ” ขีดเส้นตาย ผลักดันกัมพูชารุกล้ำแผ่นดินไทย!



ร้อนระอุชายแดน! “วีระ สมความคิด” นักเคลื่อนไหวชื่อดัง ขีดเส้นตาย 31 ตุลาคมนี้ ให้เจ้าหน้าที่เร่งผลักดันกัมพูชารุกล้ำแผ่นดินไทย ออกจากพื้นที่บ้านหนองจานและพื้นที่ใกล้เคียง หากไร้ความคืบหน้าเตรียมนำทีมชาวบ้านลงพื้นที่ด้วยตนเอง งานนี้ไม่ขอตอบโต้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หลังถูกปรามาสว่า “มีปากก็พูดไป ไม่เคยทำอะไรเป็นประโยชน์กับบ้านเมือง” แต่สวนกลับด้วยคำถามเดือด!

วีระขีดเส้นตาย 31 ต.ค.นี้ ผลักดันกัมพูชารุกล้ำแผ่นดินไทย

จากสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ณ บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น และแกนนำในการต่อสู้เพื่อทวงคืนผืนแผ่นดินบ้านหนองจาน ได้ปรากฏตัวพร้อมกับชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าของสถานการณ์

นายวีระกล่าวว่า หลังจากได้หารือกับชาวบ้านหนองจาน ได้ข้อสรุปว่าจะให้โอกาสเจ้าหน้าที่ภาครัฐและฝ่ายความมั่นคงในการดำเนินการผลักดันกัมพูชารุกล้ำแผ่นดินไทย ออกจากพื้นที่ที่เข้ามาบุกรุก ทั้งบริเวณบ้านหนองหญ้าแก้วและบ้านหนองจาน โดยกำหนดเส้นตายไว้ภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้ หากเลยกำหนดดังกล่าว และยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ตนและชาวบ้านหนองจานจะดำเนินการเข้าไปในพื้นที่ด้วยตนเอง

“ที่ผ่านมา ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะบีบคั้นหรือกดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด” นายวีระกล่าว “พี่น้องชาวบ้านมีความอดทนมาอย่างยาวนานกว่า 40 ปี ที่ต้องเผชิญกับการรุกล้ำพื้นที่จากชาวกัมพูชา พวกเรายึดมั่นในผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ ควบคู่ไปกับความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และประชาชน”

สำหรับพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้วและบ้านหนองจาน ถือเป็นจุดสำคัญที่จะให้เจ้าหน้าที่ใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ ที่ถูกกัมพูชารุกล้ำ โดยมีหลักเขตแดนที่ชัดเจนมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบมีแผนที่และพิกัดที่ถูกต้องอยู่แล้ว ทำให้การผลักดันกัมพูชารุกล้ำแผ่นดินไทย สามารถทำได้อย่างแน่นอน

“วีระ” ลั่น! 31 ต.ค. นี้ ต้องเห็นผล ผลักดันกัมพูชารุกล้ำแผ่นดินไทย

ส่วนกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงตนว่า “มีปากก็พูดไป ไม่เคยทำอะไรเป็นประโยชน์ให้กับประเทศชาติ” นายวีระกล่าวว่า ตนไม่ขอชี้แจงหรือโต้ตอบใดๆ เพราะตนไม่เคยโกงชาติ ไม่เคยขายชาติ พร้อมกับย้อนถามนายอนุทินว่า “กล้าพูดเต็มปากหรือไม่ว่า ตลอดชีวิตไม่เคยโกงชาติ ไม่เคยขายชาติ”

ขณะเดียวกัน ตัวแทนชาวบ้านหนองจานได้กล่าวว่า เมื่อวานนี้ (10 ต.ค.) ได้มีการพูดคุยกับแม่ทัพแล้ว และถือเป็นการเริ่มต้นมาตรการผลักดันกัมพูชารุกล้ำแผ่นดินไทย ออกจากอธิปไตยของไทย พร้อมทั้งยืนยันว่าจะทำหน้าที่เป็นแนวหลังในการส่งกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ทหารและฝ่ายปกครองทุกฝ่าย และมั่นใจว่ากองทัพจะดำเนินการในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ โดยหวังว่ารัฐบาลและกองทัพจะสามารถดำเนินการผลักดันกลุ่มคนกัมพูชาออกไปได้ก่อนวันที่ 26 ตุลาคมนี้

จากนั้น ชาวบ้านและผู้ร่วมงานได้ร่วมกันร้องเพลงชาติไทยและเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อแสดงจุดยืนในการให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ และพร้อมที่จะสนับสนุนการผลักดันกลุ่มคนกัมพูชาที่รุกล้ำพื้นที่อธิปไตยของไทย ให้ออกไปจากผืนแผ่นดินไทย

ถึงแม้สถานการณ์ชายแดนจะมีความตึงเครียด แต่ความสามัคคีและความมุ่งมั่นของชาวบ้านหนองจาน รวมถึงความเด็ดเดี่ยวของนายวีระ สมความคิด ก็เป็นสิ่งที่น่าชื่นชม และเป็นกำลังใจสำคัญให้กับเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ

ที่มา – “วีระ” ขีดเส้นตาย 31 ต.ค.นี้ ผลักดันกัมพูชารุกล้ำแผ่นดินไทย ไม่ขอตอบโต้ “อนุทิน”

สถานทูตอิสราเอลฉายหนัง รำลึกเหยื่อฮามาส 7 ต.ค. 2566

สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย จัดฉายภาพยนตร์สารคดี We Will Dance Again เพื่อรำลึกและสดุดีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่กลุ่มก่อการร้ายฮามาสบุกโจมตีอิสราเอล เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 หรือที่รู้จักกันในชื่อเหตุการณ์ สถานทูตอิสราเอลจัดฉายภาพยนตร์สารคดีรำลึกเหยื่อเหตุการณ์ฮามาสโจมตี 7 ต.ค. 2566

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2566 สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย จัดฉายภาพยนตร์สารคดี We Will Dance Again ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเทศกาลดนตรีโนวา (Nova Music Festival) ซึ่งเดิมเป็นงานเฉลิมฉลองดนตรี สันติภาพ และเสรีภาพ แต่กลับกลายเป็นสมรภูมิแห่งความตายในการโจมตีของกลุ่มก่อการร้ายฮามาส เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 เหตุการณ์ สถานทูตอิสราเอลจัดฉายภาพยนตร์สารคดีรำลึกเหยื่อเหตุการณ์ฮามาสโจมตี 7 ต.ค. 2566 ได้สร้างความสะเทือนใจไปทั่วโลก

การโจมตีครั้งนี้คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปมากกว่า 1,200 คน รวมถึงทั้งชาวอิสราเอลและชาวต่างชาติ ในจำนวนนั้นมีแรงงานชาวไทย 46 คนที่เสียชีวิต เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการก่อการร้ายครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของอิสราเอล และเป็นการสังหารหมู่พลเรือนครั้งเลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยมีมา

นอกจากนี้ ยังมีผู้ถูกจับไปเป็นตัวประกันรวม 255 คน ประกอบด้วยชาย หญิง เด็ก ผู้สูงอายุ และทารก ในจำนวนนั้นมีชาวไทย 31 คนรวมอยู่ด้วย ปัจจุบันยังมีผู้ถูกคุมขังอยู่ในกาซา 48 คน รวมถึงร่างของแรงงานชาวไทยสองคนที่ถูกสังหารในเหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม

ดร.อโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยกล่าวว่า สิ่งสำคัญที่เราต้องจดจำคือ เทศกาลดนตรีโนวา ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองมิตรภาพ สันติภาพ และเสรีภาพ ได้กลับกลายเป็นสถานที่แห่งความสยองขวัญ เป็นพื้นที่ของการสังหารหมู่ที่จุดชนวนให้เกิดสงครามในฉนวนกาซาในปัจจุบัน เทศกาลนี้เต็มไปด้วยคนหนุ่มสาวจากทั่วประเทศอิสราเอล ที่มารวมตัวกันเพื่อเต้นรำ ฉลองคุณค่าของชีวิต สันติภาพและมิตรภาพ ในสถานที่ที่ควรจะปลอดภัยและมีความสุข แต่แล้วในพริบตา ความฝันนั้นก็พังทลาย และโศกนาฏกรรมก็เริ่มต้นขึ้น

ทั้งนี้ ภาพยนตร์สารคดี We Will Dance Again เป็นภาพยนตร์สารคดีที่สร้างขึ้นในปี 2567 ถ่ายทอดคำให้การของผู้รอดชีวิตกว่า 20 คน ที่บอกเล่าเรื่องราวแห่งความกล้าหาญ มนุษยธรรม และวีรกรรม โดยมีการใช้ภาพจริงที่บันทึกจากโทรศัพท์มือถือของผู้เข้าร่วมงาน ในขณะที่วิ่งหนีหรือซ่อนตัวระหว่างการบุกโจมตี โดยภาพยนตร์เขียนบทและกำกับโดย ยาริฟ โมเซอร์.

สถานทูตอิสราเอลจัดฉายภาพยนตร์สารคดีรำลึกเหยื่อเหตุการณ์ฮามาสโจมตี 7 ต.ค. 2566

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ สถานทูตอิสราเอลจัดฉายภาพยนตร์สารคดีรำลึกเหยื่อเหตุการณ์ฮามาสโจมตี 7 ต.ค. 2566

การจัดฉายภาพยนตร์ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตและตอกย้ำถึงความโหดร้ายของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการแสดงความขอบคุณต่อประเทศไทยที่ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนอิสราเอลมาโดยตลอด

ผลกระทบจากเหตุการณ์

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อจิตใจของผู้คนทั่วโลก และยังคงเป็นบาดแผลที่ยากจะเยียวยา การฉายภาพยนตร์สารคดีนี้เป็นหนึ่งในความพยายามที่จะสร้างความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรง

ความสำคัญของการรำลึกถึง

การรำลึกถึงเหตุการณ์ สถานทูตอิสราเอลจัดฉายภาพยนตร์สารคดีรำลึกเหยื่อเหตุการณ์ฮามาสโจมตี 7 ต.ค. 2566 มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้เราไม่ลืมความสูญเสียและความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น และเพื่อเป็นบทเรียนในการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต

การจัดฉายภาพยนตร์นี้เป็นสิ่งที่ควรสนับสนุน เพื่อให้ผู้คนได้รับรู้ถึงความจริงและร่วมกันสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นในโลกของเรา

ที่มา – สถานทูตอิสราเอลจัดฉายภาพยนตร์สารคดีรำลึกเหยื่อเหตุการณ์ฮามาสโจมตี 7 ต.ค. 2566

นายกฯ ตอบปม “พิธา” ติง ยกเลิก MOU 43-44

จากกรณีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ตั้งคำถามถึงการดำเนินการของรัฐบาลในการยกเลิก MOU 43-44 โดยสงสัยว่าเหตุใดจึงไม่ใช้กลไกรัฐสภาในการพิจารณาเรื่องนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาตอบคำถามดังกล่าว โดยชี้แจงว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอน

นายอนุทินกล่าวเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2568 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง ว่ารัฐสภากำลังศึกษาเรื่องนี้อยู่ ทั้งในส่วนของวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร เมื่อถูกถามว่าสามารถใช้มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการยกเลิก MOU 43-44 ได้เลยหรือไม่ นายอนุทินย้ำว่าทุกอย่างต้องมีขั้นตอนที่ถูกต้อง

เมื่อถามถึงความคืบหน้าของการพิจารณาโดยคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาข้อดี-ข้อเสียของ MOU 43-44 นายอนุทินกล่าวว่า “ในเมื่อกมธ.ทั้ง 2 สภา ทั้งวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรกำลังศึกษาอยู่ เราก็รอฟังผลการศึกษา” เขากล่าวเพิ่มเติมว่า หากผลการศึกษาออกมาเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย ก็อาจจะไม่จำเป็นต้องทำประชามติในเรื่องนี้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องรอผลการศึกษาออกมาก่อนแล้วค่อยนำมาพิจารณาร่วมกัน

นายกฯ ย้ำขั้นตอน ยกเลิก MOU 43-44

ประเด็นการยกเลิก MOU 43-44 กลายเป็นที่สนใจของสังคมอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่นายพิธาตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในการใช้กลไกรัฐสภาในการพิจารณาเรื่องนี้ การตอบสนองของนายกรัฐมนตรีที่เน้นย้ำถึงความสำคัญของขั้นตอนต่างๆ แสดงให้เห็นถึงความระมัดระวังในการตัดสินใจในประเด็นที่มีความละเอียดอ่อนและอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

การศึกษาข้อดีข้อเสียของ MOU 43-44 โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการพิจารณาถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการยกเลิกข้อตกลงดังกล่าว การเปิดโอกาสให้ทั้งวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรได้มีส่วนร่วมในการศึกษาและพิจารณาเรื่องนี้ จะช่วยให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างรอบคอบและครอบคลุมทุกมิติ

การที่นายอนุทินกล่าวว่า “รอให้ผลการศึกษาออกมาก่อน แล้วค่อยมาพิจารณาร่วมกัน” แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป การมีส่วนร่วมของรัฐสภาในการพิจารณาเรื่องนี้ จะช่วยสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือในการตัดสินใจของรัฐบาล

ทำไมต้องรอผลการศึกษา ยกเลิก MOU 43-44?

การรอผลการศึกษาจากคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจาก MOU 43-44 เป็นข้อตกลงที่มีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน การศึกษาอย่างละเอียดจะช่วยให้เข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการยกเลิกข้อตกลงดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ สังคม หรือการเมือง การตัดสินใจโดยปราศจากข้อมูลที่ครบถ้วนอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้

  • ความสำคัญของการมีส่วนร่วมของรัฐสภา: การเปิดโอกาสให้รัฐสภาได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาเรื่องนี้ จะช่วยสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือในการตัดสินใจของรัฐบาล
  • การพิจารณาอย่างรอบคอบ: การศึกษาข้อดีข้อเสียของ MOU 43-44 อย่างละเอียด จะช่วยให้เข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการยกเลิกข้อตกลงดังกล่าว
  • การรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน: การรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จะช่วยให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างรอบด้านและครอบคลุมทุกมิติ

ในขณะที่สังคมรอคอยผลการศึกษาจากคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับ MOU 43-44 อย่างใกล้ชิด ถือเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้เข้าใจถึงสถานการณ์และประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้อง การมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างสร้างสรรค์ จะช่วยให้สังคมสามารถร่วมกันหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับประเทศไทยได้

อนาคตของการยกเลิก MOU 43-44 ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ การตัดสินใจในเรื่องนี้จะต้องเป็นไปอย่างรอบคอบ โปร่งใส และคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ

ที่มา – นายกฯ บอกทุกอย่างมีขั้นตอน หลัง “พิธา” ติงยกเลิก MOU 43-44 ทำไมไม่ใช้กลไกสภา

“บิ๊กดุลย์” โยน GBC-RBC ถก หลังกัมพูชาไม่รับ

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตามองล่าสุด รมช.กลาโหม ได้ออกมาเปิดเผยถึงการหารือระหว่างไทยและกัมพูชาเกี่ยวกับประเด็นชายแดนที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ โดยมีการโยนให้วง GBC-RBC ถกร่วมกัน หลังกัมพูชาไม่รับเงื่อนไขไทย

พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม ได้ลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ เพื่อติดตามและเสริมศักยภาพการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่บริเวณชายแดน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ห่างไกล

โครงการ “น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี” เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่รัฐบาลให้ความสำคัญ โดยมีการติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อให้กำลังพลมีไฟฟ้าใช้ และมีการสร้างถนนเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและการขนส่ง รวมถึงการปรับปรุงระบบสัญญาณโทรศัพท์เพื่อให้กำลังพลสามารถติดต่อสื่อสารกับครอบครัวและเพื่อนร่วมงานได้

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงคือการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ไทย-กัมพูชา ที่ถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากกัมพูชาไม่ยอมรับเงื่อนไขที่ไทยเสนอ ทำให้เกิดความไม่แน่นอนในการแก้ไขปัญหาชายแดน

พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า หากกัมพูชาไม่รับเงื่อนไขของไทย ก็จะต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ไทย-กัมพูชา และ RBC ที่จะหารือร่วมกัน เพื่อหาทางออกในภาพรวม

“บิ๊กดุลย์” โยนวง GBC-RBC ถกร่วมกัน หลังกัมพูชาไม่รับเงื่อนไขไทย

การที่กัมพูชาไม่ยอมรับเงื่อนไขของไทยในการประชุม RBC ทำให้สถานการณ์ชายแดนมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น การเลื่อนการประชุมออกไปอย่างไม่มีกำหนดแสดงให้เห็นถึงความท้าทายในการเจรจาและแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับชายแดน

อนาคตของการเจรจา GBC-RBC

การที่ พล.ท.อดุลย์ โยนประเด็นนี้ให้วง GBC-RBC ถกร่วมกัน แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะหาทางออกในระดับที่สูงขึ้น โดยหวังว่าการหารือในวงกว้างจะนำไปสู่ข้อตกลงที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การที่กัมพูชาไม่รับเงื่อนไขของไทยในการประชุม RBC ทำให้เกิดความไม่แน่นอนในการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับชายแดน จำเป็นต้องมีการเจรจาและหารือในระดับที่สูงขึ้นเพื่อหาทางออกที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย และเพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศ

การพัฒนาคุณภาพชีวิตของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนเป็นสิ่งสำคัญ รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการสนับสนุนและพัฒนาพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กำลังพลมีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และสามารถปกป้องอธิปไตยของชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • การแก้ไขปัญหาชายแดนต้องอาศัยความร่วมมือและความเข้าใจซึ่งกันและกัน
  • การพัฒนาพื้นที่ชายแดนเป็นสิ่งสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ
  • การดูแลคุณภาพชีวิตของกำลังพลเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

การที่ “บิ๊กดุลย์” โยนวง GBC-RBC ถกร่วมกัน หลังกัมพูชาไม่รับเงื่อนไขไทย นั้น อาจเป็นทางออกที่ดีที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบัน แต่ก็ต้องติดตามต่อไปว่าผลการหารือจะเป็นอย่างไร และจะมีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชาอย่างไรบ้าง

การเจรจาและการแก้ไขปัญหาชายแดนเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและความอดทน ทั้งสองฝ่ายต้องเปิดใจและพร้อมที่จะประนีประนอมเพื่อให้บรรลุข้อตกลงที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน

การแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ด้วยความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริงของทั้งสองฝ่าย เชื่อว่าเราจะสามารถหาทางออกที่ยั่งยืนและเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศได้ในที่สุด

การที่ “บิ๊กดุลย์” โยนวง GBC-RBC ถกร่วมกัน หลังกัมพูชาไม่รับเงื่อนไขไทย เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง เราหวังว่าการหารือในครั้งนี้จะนำไปสู่ความเข้าใจและความร่วมมือที่ดียิ่งขึ้นระหว่างไทยและกัมพูชา

ที่มา – “บิ๊กดุลย์” โยนวง GBC-RBC ถกร่วมกัน หลังกัมพูชาไม่รับเงื่อนไขไทย