วัน: 11 ตุลาคม 2025

สกอตแลนด์กล้าลุยเบลารุสได้! ผลตอบแทนคุ้มค่า

สกอตแลนด์กล้าลุยเบลารุสได้! ผลตอบแทนคุ้มค่า

นีล แมคแคนน์ ผู้เชี่ยวชาญจาก Sportscene สะท้อนถึงชัยชนะของสกอตแลนด์เหนือกรีซ ซึ่งนำพวกเขาเข้าใกล้การคัดเลือกฟุตบอลโลกมากขึ้นอีกก้าวหนึ่ง

ชัยชนะครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสกอตแลนด์ในการแข่งขันรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก พวกเขาแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความสามารถในการเอาชนะคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งอย่างกรีซได้ แม้ว่าเกมจะเต็มไปด้วยความยากลำบาก แต่ในที่สุดพวกเขาก็สามารถคว้าชัยชนะมาได้สำเร็จ

แมคแคนน์เชื่อว่าสกอตแลนด์สามารถเล่นได้อย่างกล้าหาญกว่านี้ในการพบกับเบลารุส โดยเน้นที่การโจมตีและการสร้างโอกาสในการทำประตูมากขึ้น เขากล่าวว่าทีมมีศักยภาพที่จะทำได้ดีกว่านี้และควรใช้ประโยชน์จากความแข็งแกร่งของตนเองอย่างเต็มที่

“ผมคิดว่าสกอตแลนด์สามารถกล้าลุยเบลารุสได้มากกว่านี้ พวกเขามีผู้เล่นที่มีความสามารถในการสร้างสรรค์เกมและทำประตูได้ พวกเขาควรพยายามครองบอลและบุกเข้าใส่เบลารุสตั้งแต่ต้นเกม” แมคแคนน์กล่าว

เขายังกล่าวอีกว่าผลตอบแทนจากการเล่นที่กล้าหาญจะคุ้มค่าอย่างมาก สกอตแลนด์มีโอกาสที่จะคว้าสามแต้มเต็มซึ่งจะทำให้พวกเขาอยู่ในตำแหน่งที่ดีในการแข่งขันเพื่อผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลก

“ถ้าสกอตแลนด์เล่นด้วยความมั่นใจและกล้าหาญ พวกเขาจะสามารถเอาชนะเบลารุสได้ และชัยชนะครั้งนี้จะมีความหมายอย่างมากต่อความหวังในการผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลก” แมคแคนน์กล่าวเสริม

ทำไมสกอตแลนด์กล้าลุยเบลารุสได้

มีหลายปัจจัยที่สนับสนุนให้สกอตแลนด์เล่นอย่างกล้าหาญในการพบกับเบลารุส ประการแรก พวกเขามีผู้เล่นที่มีคุณภาพในทุกตำแหน่ง ผู้เล่นอย่าง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, คัลลัม แม็คเกรเกอร์ และ จอห์น แม็คกินน์ สามารถสร้างความแตกต่างในเกมได้

ประการที่สอง สกอตแลนด์เล่นในบ้าน ซึ่งจะทำให้พวกเขาได้รับการสนับสนุนจากแฟนบอลอย่างเต็มที่ ความได้เปรียบในบ้านสามารถสร้างความฮึกเหิมให้กับทีมและช่วยให้พวกเขาเล่นได้ดีขึ้น

ประการสุดท้าย สกอตแลนด์มีความมั่นใจหลังจากชัยชนะเหนือกรีซ ชัยชนะครั้งนี้จะทำให้พวกเขามีความเชื่อมั่นในตนเองและทำให้พวกเขากล้าที่จะเล่นอย่างกล้าหาญมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม สกอตแลนด์ต้องระวังไม่ประมาทเบลารุส เบลารุสเป็นทีมที่แข็งแกร่งและมีผู้เล่นที่มีความสามารถในการสร้างปัญหาให้กับคู่ต่อสู้ สกอตแลนด์จะต้องเล่นด้วยความเคารพและมุ่งมั่นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ

  • จุดแข็งของสกอตแลนด์: ผู้เล่นที่มีคุณภาพ, ความได้เปรียบในบ้าน, ความมั่นใจ
  • สิ่งที่ต้องระวัง: ไม่ประมาทเบลารุส

โดยรวมแล้ว สกอตแลนด์มีทุกสิ่งที่จำเป็นในการเล่นอย่างกล้าหาญและเอาชนะเบลารุสได้ หากพวกเขาเล่นด้วยความมั่นใจและมุ่งมั่น พวกเขาก็จะมีโอกาสที่ดีในการคว้าสามแต้มเต็มและเข้าใกล้การคัดเลือกฟุตบอลโลกมากขึ้น

ผลตอบแทนที่คุ้มค่าจากการลุย

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น หากสกอตแลนด์ กล้าลุยเบลารุสได้ และคว้าชัยชนะมาได้ ผลตอบแทนที่ได้นั้นคุ้มค่าอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้ารอบฟุตบอลโลก หรือการสร้างความสุขให้กับแฟนบอลทั่วประเทศ

ดังนั้น สกอตแลนด์ควรพยายามอย่างเต็มที่ในการเล่นอย่างกล้าหาญและคว้าชัยชนะในการแข่งขันกับเบลารุส

การที่สกอตแลนด์ กล้าลุยเบลารุสได้ ไม่ได้หมายความว่าต้องบุกแหลกอย่างเดียว แต่เป็นการผสมผสานระหว่างเกมรุกที่สร้างสรรค์ และเกมรับที่เหนียวแน่น เพื่อให้สามารถควบคุมเกม และสร้างโอกาสในการทำประตูได้มากที่สุด

ผมเชื่อว่าหากสกอตแลนด์เล่นได้อย่างที่ผมกล่าวมา พวกเขาจะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน การที่สกอตแลนด์กล้าลุยเบลารุสได้ คือกุญแจสำคัญสู่ชัยชนะ!

ที่มา – ‘Scotland can be more cavalier against Belarus… and rewards are huge’

ปภ.กทม. เผย ซ่อมถนนทรุด-รื้อตึก สน.สามเสน

ถนนสามเสนทรุดตัวและการรื้อถอนอาคาร สน.สามเสนแห่งใหม่ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ล่าสุด ปภ.กทม. ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการป้องกันดินสไลด์ที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องบริเวณใกล้เคียง

ผู้อำนวยการกองบริหารงานก่อสร้าง 4 (รฟม.) ได้กล่าวถึงความคืบหน้าในการแก้ไขซ่อมถนนยุบ-รื้อตึก สน.สามเสนว่า มีการปรับแผนให้เหมาะสมกับสถานการณ์หน้างาน พร้อมทั้งเฝ้าระวังอาคาร สน.สามเสนที่อาจได้รับผลกระทบจากการทรุดตัว ในขณะเดียวกัน ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร (สปภ.กทม.) ได้แจ้งว่ายังคงพบดินสไลด์บริเวณใกล้เคียงและก้นหลุม ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการดำเนินการ

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2568 ณ โรงพยาบาลวชิรพยาบาล นายปฏิเวช เหระยัง ผอ.กองบริหารงานก่อสร้าง 4 (รฟม.) ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการซ่อมถนนยุบ-รื้อตึก สน.สามเสน โดยระบุว่าผู้รับจ้างได้ทำการเจาะสำรวจดิน เพื่อเติมวัสดุเกร้าท์ (Grouting) เสริมความแข็งแรงของดินและทรายถม ปัจจุบันได้ดำเนินการขุดเจาะสำรวจดินไปแล้ว 5 หลุม และเริ่มอัดฉีดวัสดุเพื่อเสริมเสถียรภาพของดินด้วยแรงดันต่ำ (Low Pressure Grout) จำนวน 3 หลุม

นอกจากนี้ ยังมีการเฝ้าระวังอาคาร สน.สามเสน และถนนสามเสนอย่างต่อเนื่อง เพื่อวัดค่าการทรุดตัว ผู้รับจ้างได้สกัดผิวถนนแอสฟัลท์ติกบริเวณใกล้แยกวชิระ และเตรียมนำเครื่องจักรไซเลนท์ไวโบร์เข้าพื้นที่ เพื่อปักชีทไพล์ (sheet pile) ป้องกันดินสไลด์ การติดตามตรวจสอบและประเมินสภาพอาคารแฟลตตำรวจและอาคารโดยรอบยังคงดำเนินต่อไป เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ปภ.กทม. เผย ซ่อมถนนยุบ-รื้อตึก สน.สามเสน

นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากปฏิบัติการ พบว่ายังมีดินสไลด์บริเวณใกล้เคียงและก้นหลุม ดังนั้น ผู้รับเหมาและ รฟม. จึงได้ปรับแผนให้เหมาะสมกับหน้างาน มีการเตรียมชีทไพล์ (เหล็กกันดินสไลด์) เพื่อให้รถเครนปักชีทไพล์ลงไป โดยเฉพาะบริเวณใกล้สี่แยกไฟแดงและทางม้าลาย เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ปฏิบัติงาน เนื่องจากยังมีการสไลด์ตัวของดินโดยรอบหลุมยุบ

อุปสรรคในการซ่อมถนนยุบ-รื้อตึก สน.สามเสน

การปรับเสถียรภาพของดินบริเวณก้นหลุมให้มีความแข็งแรงเป็นสิ่งสำคัญ จากนั้นจะมีการนำทรายถมสูงประมาณ 7 เมตร เพื่อให้เท่ากับพื้นผิวจราจรด้านบน เมื่อถนนมีความแข็งแรงแล้ว จะนำรถเครนเข้ามาบริเวณด้านหน้า สน.สามเสน เพื่อให้การรื้อถอนอาคารเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็ว การใช้โรบอตหรือหุ่นยนต์ในการรื้อถอนอาคารก่อนหน้านี้เป็นไปอย่างล่าช้าและเกิดอุปสรรค ดังนั้นการปรับเปลี่ยนวิธีการจึงมีความจำเป็น แม้ว่าจะมีแผนปฏิบัติงานอยู่แล้ว แต่ยังไม่สามารถกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนได้ เนื่องจากหน้างานยังมีปัญหาที่ต้องปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา

การแก้ไขสถานการณ์ซ่อมถนนยุบ-รื้อตึก สน.สามเสนเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและท้าทาย ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมถึงการปรับแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานและประชาชนทั่วไปควรเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการดำเนินการ

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการวางแผนและการจัดการโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่รัดกุม การประเมินความเสี่ยงอย่างรอบด้าน และการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน

ที่มา – ปภ.กทม.เผย ซ่อมถนนยุบ-รื้อตึก สน.สามเสน ยังพบดินสไลด์ต่อเนื่อง-เตรียมนำชีทไพล์ป้องกัน

ขาวจั๊ว! BMW M2 Turbo Design Edition 2026

BMW M เฉลิมฉลองชัยชนะด้านยอดขายของหนึ่งในรถยนต์สมรรถนะสูงตระกูล M Power ด้วยการเปิดตัวรถคูเป้รุ่นพิเศษ ขาวจั๊ว BMW M2 Turbo Design Edition 2026 เป็นการผสมผสานรูปลักษณ์จากรถซิ่งในยุค 1970 เข้ากับเทคโนโลยีปัจจุบัน พร้อมราคาที่ดูเหมือนจะเป็นอนาคต ด้วยราคา (ในสหรัฐอเมริกายังไม่รวมอัตราภาษีนำเข้า) 84,075 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 2,749,377 บาท M2 Turbo Design Edition แพงกว่า M2 รุ่นมาตรฐาน 490,000 บาท ลูกค้าของรถ M คันเล็กในอเมริกา จะได้ M รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น (BMW ไม่ได้บอกว่าลิมิเต็ดอิดิชั่นจะจำกัดขนาดไหน) อุปกรณ์ตกแต่ง Turbo Design Edition ได้รับแรงบันดาลใจจาก 2002 Tii Turbo ในตำนานที่เปิดตัวในเดือนกันยายน ปี 1973

ขาวจั๊ว BMW M2 Turbo Design Edition 2026 ทุกคันมาในสีขาว Alpine White หลังคาคาร์บอนไฟเบอร์ หลังคาเป็นออปชั่นเสริมสำหรับ M2 ทั่วไปในราคา 125,000 บาท แตกต่างด้วยเแถบสี M คาดจากหน้าไปหลัง นอกจากนี้ยังมีแถบ M บนฝากระโปรงหน้าและฝากระโปรงหลัง ที่พ่นสีด้วยมือ ซึ่งช่วยอธิบายราคาที่แพงขึ้นได้บ้างไม่มากนัก
M2 Turbo Design Edition ใส่ล้อ Matte Gold Bronze Style 1000M สุดหรู เป็นออปชั่นราคาแพง การอัปเกรดเบาะหนังสปอร์ต Black Vernasca Leather ธรรมดาให้เป็นเบาะคาร์บอน ราคาจะทะยานขึ้นไปเฉียดๆ 500,000 บาท

สปอยเลอร์หลังคาร์บอนไฟเบอร์ M Performance, ไฟ M Shadowline พร้อมไฟ LED Adaptive, ตกแต่งภายในคาร์บอนไฟเบอร์ พวงมาลัย M Alcantara ที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย จอแสดงผลบนกระจกหน้า HUD

ขาวจั๊ว BMW M2 Turbo Design Edition 2026 มีรุ่นเกียร์ธรรมดา 6 สปีดให้เลือกเพียงแบบเดียวโดยไม่มีรุ่นเกียร์อัตโนมัติ ZF 8 สปีด ซึ่งจริงๆ แล้ว หากไม่ชอบเปลี่ยนเกียร์เอง คงต้องเลือก M2 รุ่นอื่นแทน สมรรถนะยังคงเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทั้งๆที่นำเอาชื่อ Turbo Edition มาใช้ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.1 วินาที ระบบจำกัดความเร็วจะเข้าควบคุมความเร็วที่ 250 กม./ชม. แพ็คเกจ M Driver’s Package ที่ต้องจ่ายเพิ่ม จะปลดล็อกความเร็วไปจนถึง 285 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมรับสิทธิ์เข้าคอร์สอบรมการขับรถสมรรถนะสูงที่ BMW Performance Center เป็นเวลา 1 วัน อีกด้วย

M2 Turbo Design Edition เครื่องยนต์ S58 หกสูบเรียง 3.0 ลิตร ให้กำลัง 523 แรงม้า (530 แรงม้า) และแรงบิด 4 649 นิวตันเมตร

การปรับแต่งภายนอกด้วยการเชื่อมโยงกับรูปลักษณ์และสไตล์ของรถเด่นในอดีต เป็นเรื่องปกติของบริษัทรถที่ต้องหาหนทางในการเพิ่มยอดขาย โดยเฉพาะรถคูเป้ที่ขายสู้เอสยูวีไม่ได้ แต่สปอยเลอร์หลังทรง Ducktail สุดเท่ ชุดแต่ง M คาร์บอนรอบคัน ล้อน้ำหนักเบา เบรกประสิทธิภาพสูง และถังน้ำมัน M Carbon ที่เป็นอุปกรณ์มาตรฐานของ M2 CS ดูน่าสนใจกว่ามาก แม้จะมีราคาที่แพงกว่าก็ตาม จุดที่ ทำให้ลูกค้า M หลายคนเกิดความลังเลใจก็คือ M2 CS มีแต่รุ่นเกียร์อัตโนมัติเท่านั้น ส่วน ขาวจั๊ว BMW M2 Turbo Design Edition 2026 ก็มีแต่เกียร์ธรรมดาให้เลือกเหมือนกัน ไม่ว่าจะไปทางไหน ก็ล้วนแล้วแต่สนุกทั้งนั้นแหละครับ.

ขาวจั๊ว BMW M2 Turbo Design Edition 2026

ทำไมต้องเลือก ขาวจั๊ว BMW M2 Turbo Design Edition 2026?

สำหรับคนที่รักในความคลาสสิกของเกียร์ธรรมดา และหลงใหลในดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจจากรถในตำนาน ขาวจั๊ว BMW M2 Turbo Design Edition 2026 เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์อย่างแน่นอน แม้ว่าราคาจะสูงกว่ารุ่นปกติ แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความพิเศษและประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เหมือนใคร

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail [email protected]
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

ที่มา – ขาวจั๊ว BMW M2 Turbo Design Edition 2026 มีเฉพาะรุ่นเกียร์ธรรมดานะจ๊ะ!

รวบแก๊งหลอกลงทุน สารภาพถอนเงิน 10 ล้าน!

ตำรวจ ปอท. รวบ 2 สมาชิกแก๊งมิจฉาชีพ ปลอมเพจชาตรามือ หลอกเหยื่อลงทุน สารภาพพาบัญชีม้าไปตระเวนถอนเงินสดวันละกว่า 10 ล้านบาท กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความฮือฮาในวงการนักลงทุนออนไลน์

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2568 พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท.สั่งการ พ.ต.อ.ชิษณุพงศ์ ไหวดี ผกก.3 บก.ปอท. นำกำลังจับกุม นายสมชัย อายุ 27 ปี และ นายมงคล อายุ 43 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ทุจริตหรือหลอกลวงโดยนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ, สบคบฟอกเงิน และ ร่วมกันฟอกเงิน” โดยจับกุมนายสมชัย ได้ที่บริเวณด้านหน้า สน.สุทธิสาร แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง กทม. ส่วนนายมงคล จับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าแมนชั่นแห่งหนึ่ง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม.

สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ได้มีกลุ่มมิจฉาชีพ สร้างเพจเฟซบุ๊กชาตรามือปลอมขึ้นมา ยิงแอดโฆษณาชักชวนผู้คนให้นำเงินมาร่วมลงทุน โดยช่วงแรกมีการจ่ายผลตอบแทนจริง เพื่อหลอกให้เหยื่อตายใจ นำเงินมาลงทุนเพิ่ม ก่อนจะเชิดเงินทั้งหมดหนีหายไป ที่ผ่านมามีผู้หลงเชื่อสูญเงินรวมกันเป็นจำนวนมาก กระจายเข้าแจ้งความไว้ตามที่ต่างๆ จนมีการออกหมายจับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวนมาก

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมทราบว่า นายสมชัย และ นายมงคล ผู้ต้องหาทั้งสองรายนี้ที่อยู่ร่วมในขบวนการดังกล่าวทำหน้าที่เป็นคนควบคุมบริหารจัดการบัญชีม้า รวมถึงเป็นคนคอยตระเวนถอนเงินสดตามธนาคารต่างๆ ปัจจุบันได้หลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ กทม. จึงนำกำลังตามจับกุมตัวได้ในที่สุด

สอบสวนทั้งสองรายให้การรับสารภาพ โดยนายสมชัย ยอมรับว่า เป็นผู้พาบัญชีม้าไปตระเวนถอนเงินวันละกว่า 10 ล้านบาท จากนั้นจะนำไปส่งที่ร้านรับแลกคริปโตฯ เถื่อนสกุล USDT ย่านห้วยขวาง โดยจะได้รับค่าจ้างวันละ 3,000-5,000 บาท ส่วนนายมงคล รับว่า เป็นคนตระเวนไปตามตู้ ATM เพื่อถ่ายคิวอาร์โค้ด สำหรับถอนเงิน แล้วส่งให้บัญชีม้าสแกนคิวอาร์โค้ดจากระยะไกล เพื่อทำการถอนเงินและนำไปส่งให้ผู้ร่วมขบวนการ

เบื้องต้นจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท. ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

รวบ 2 สมาชิกแก๊งหลอกลงทุน สารภาพพาบัญชีม้าไปตระเวนถอนเงินสดวันละกว่า 10 ล้าน

คดีนี้ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจนักลงทุนออนไลน์ทั้งหลาย ให้ระมัดระวังกลโกงของมิจฉาชีพที่นับวันจะยิ่งมีรูปแบบที่ซับซ้อนและแนบเนียนมากยิ่งขึ้น การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนเสมอ

รายละเอียดการจับกุมแก๊งหลอกลงทุน สารภาพพาบัญชีม้าไปตระเวนถอนเงินสดวันละกว่า 10 ล้านบาท

  • ผู้ต้องหา: นายสมชัย และ นายมงคล
  • ข้อหา: ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ทุจริตหรือหลอกลวงโดยนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ, สบคบฟอกเงิน และ ร่วมกันฟอกเงิน
  • พฤติการณ์: สร้างเพจ Facebook ปลอม หลอกเหยื่อลงทุน และเชิดเงินหนี
  • บทบาทผู้ต้องหา: บริหารจัดการบัญชีม้า และตระเวนถอนเงินสด
  • ยอดเงินที่ถอน: กว่า 10 ล้านบาทต่อวัน

การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการทำงานอย่างหนักของตำรวจ ปอท. ที่มุ่งมั่นในการปราบปรามอาชญากรรมทางออนไลน์ เพื่อปกป้องประชาชนจากภัยร้ายเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม เราทุกคนก็มีส่วนช่วยได้ด้วยการเพิ่มความระมัดระวัง และตรวจสอบข้อมูลให้ถี่ถ้วนก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนใดๆ

อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาชวนเชื่อที่เกินจริง และอย่าโลภมากจนเกินไป เพราะอาจจะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้ง่ายๆ

การลงทุนที่ดีที่สุด คือการลงทุนในความรู้ และสติของตัวเอง

ที่มา – รวบ 2 สมาชิกแก๊งหลอกลงทุน สารภาพพาบัญชีม้าไปตระเวนถอนเงินสดวันละกว่า 10 ล้าน

นายกฯ มั่นใจคุยสันติภาพภาคใต้คืบหน้า-กต.เจรจา

“อนุทิน” ย้ำให้ มท.ภ.4 ทำงานเต็มกำลัง สั่งการ 3 ข้อเน้นความปลอดภัยประชาชน มั่นใจพูดคุยสันติสุขคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ เข้มป้องกันเหตุเน้นการข่าวปิดช่องทางธรรมชาติ แย้ม กต. คุยทีม รมต.กัมพูชา 12 ต.ค.

วันที่ 11 ตุลาคม 2568 เมื่อเวลา 11.50 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พร้อมคณะ เดินทางถึงท่าอากาศยานทหาร กองบิน 56 จ.สงขลา โดยมี นายณัฐชนนท์ ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย นายชลัฐ รัชกิจประการ สส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย นายซาการียา สะอิ สส.นราธิวาสพรรคภูมิใจไทย และนายศาสตรา ศรีปาน สส.สงขลา พรรครวมไทยสร้างชาติ รอให้การต้อนรับ จากนั้นนายอนุทินและคณะขึ้นเฮลิคอปเตอร์ต่อไปยังค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เพื่อเป็นประธานการประชุมฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ โดยพล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน และหน่วยงานในพื้นที่เข้าร่วมประชุม โดยนายอนุทิน กล่าวว่า ตนและคณะ มาตรวจเยี่ยมหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยความห่วงใยต่อประชาชนและเจ้าหน้าที่ทุกคน เพราะสถานการณ์ยังมีความอ่อนไหวและมีความท้าทาย จึงขอให้แม่ทัพภาค 4 นำความผาสุกมาสู่สังคมและประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ ซึ่งจากสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นบ่อยในระยะที่ผ่านมา ต้องขอแสดงความเสียใจต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบ และขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็ง และพร้อมสนับสนุนหน้าที่ในการปฏิบัติเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ เป้าหมาย และรักษาอธิปไตยของชาติไว้เหนือสิ่งอื่นใด

สั่งการ 3 ข้อเน้นความปลอดภัยปชช.

นายอนุทิน กล่าวว่า เพื่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานขอให้ 1. ยกระดับงานด้านการข่าวเชิงรุก ด้วยการทำงานให้เร็วกว่าผู้ก่อเหตุหนึ่งก้าวเสมอเป็นอย่างน้อย 2. บังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม ประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องได้รับการคุ้มครอง ขณะเดียวกัน ผู้ที่กระทำผิดและใช้ความรุนแรงจะต้องถูกนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างเด็ดขาดและเข้มงวด และ 3. ผนึกกำลังทุกภาคส่วนอย่างเป็นเอกภาพ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และภาคประชาชน ต้องทำงานเป็นเนื้อเดียวกัน รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน อธิปไตยของชาติ เพราะฉะนั้น จึงให้ทุกหน่วยงานโดยเฉพาะ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า และตำรวจ ให้ความสำคัญกับภารกิจการรักษาความปลอดภัยพื้นที่ โดยเฉพาะการควบคุมมิให้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงที่กระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นลำดับต้น ๆ เพราะห้วงที่ผ่านมามีความถี่ของเหตุการณ์และการเกิดเหตุขนาดใหญ่ โดยเฉพาะ จ.นราธิวาส และจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ช่องทางข้ามแดนต่าง ๆ ที่เป็นปัจจัยเอื้อในการที่ผู้ก่อเหตุใช้หลบหนี ยึดมั่นว่าความมั่นคงที่แท้จริง คือ การที่พี่น้องประชาชนสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ โดยไม่ต้องหวาดระแวง และรู้สึกว่าเจ้าหน้าที่รัฐ คือ ที่พึ่งได้อย่างแท้จริง

ทั้งนี้ในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีและคณะ จะเดินทางเยี่ยมกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความไม่สงบพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

มั่นใจพูดคุยสันติสุขคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ

ต่อมาเมื่อเวลา 13.30 น. ที่ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ ว่าตนได้รับฟังสถานการณ์ในพื้นที่ และได้ให้ความมั่นใจกับทุกหน่วยงานว่า ขอให้บูรณาการการทำงานอย่างเต็มที่ ตนที่กำกับดูแลกระทรวงมหาดไทย ขอให้การทำงานกลับมาเป็นหนึ่งเดียวเหมือนอดีต และการบังคับใช้กฎหมายให้เด็ดขาด ยกระดับการทำงานด้านการข่าวเน้นความปลอดภัยของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ เมื่อถามถึงกรณีแต่งตั้งพล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนทำงานร่วมกับ พล.อ.สมศักดิ์ มานานตั้งแต่เป็นเลขาธิการสมช. เมื่อรมว.กลาโหมเสนอชื่อมา ก็มั่นใจว่าจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ เพราะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับกองทัพและมีประสบการณ์การทำงาน มั่นใจว่าการเจรจาสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับความเป็นห่วงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ตนเป็นห่วงความปลอดภัยประชาชน แต่ไม่ห่วงเรื่องความสามารถของกองทัพไทย ความสามารถในการดำเนินเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของกระทรวงการต่างประเทศ ไม่ห่วงเรื่องความตั้งใจของตน ที่จะสนับสนุนการปฏิบัติงานในฐานะหัวหน้ารัฐบาลในทุกภารกิจ ที่จะทำให้ผลลัพธ์บรรลุผลสำเร็จ

เข้มป้องกันเหตุเน้นการข่าวปิดช่องทางธรรมชาติ

เมื่อถามว่าเหตุปล้นทองที่นราธิวาส และเหตุระเบิดหลายจุดในจ.ยะลา มีการรายงานอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า ตำรวจภูธรภาค 9 ดำเนินการอย่างเต็มที่ และพื้นที่สามจังหวัดใต้มักเกิดเหตุบ่อยเพราะภูมิประเทศเอื้ออำนวยให้ผู้กระทำผิดสามารถข้ามแดนได้ทันทีในระยะเวลาอันสั้น สิ่งเหล่านี้เราต้องตั้งชุดตรวจลาดตระเวน ปิดช่องทางออกตามธรรมชาติให้ได้มากที่สุด และขอความร่วมมือทุกภาคส่วนให้บูรณาการการทำงานรักษากฎหมายให้เข้มข้น สำหรับการก่อเหตุในช่วงเปลี่ยนถ่ายกำลังพลถือเป็นการท้าทายหรือไม่นั้น เราอ่านใจเขาไม่ได้ อาจเป็นสิ่งที่เขาวางแผนไว้แล้ว แต่มาสอดคล้องกับจังหวะพอดีที่มีการเปลี่ยนผ่าน ทั้งแม่ทัพภาค 4 เลขาศอ.บต. ผวจ.หรือแม้กระทั่งนายกฯ เราไม่มีช่วงทดลองงาน เข้ามาต้องทำงานได้เลยจะไม่บอกว่าเพราะเราเข้ามาใหม่เกิดก่อนแล้ว 2-3 เดือนค่อยว่าใหม่ไม่ใช่แน่นอน หากมีคนที่เข้ามาใหม่ก็ต้องดำเนินการอย่างเต็มที่เอาคนผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้เร็วที่สุด เมื่อถามถึงการติดตามตัวผู้ก่อเหตุที่หลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน นายอนุทิน กล่าวว่า เราต้องใช้ทุกกลไกที่มีฝ่ายนโยบายมีหน้าที่สนับสนุน เมื่อถามว่าจะมีแผนระยะยาวป้องกันไม่ให้ผู้ก่อเหตุไปประเทศเพื่อนบ้าน มีโอกาสที่จะทำแนวรั้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า กองทัพจะดำเนินการทุกอย่างในการรักษาอธิปไตยไม่มีใครอยากให้ไปถึงจุดนั้น แต่ถ้ามีการล่วงละเมิดกฎหมายมีความอันตรายต่ออธิปไตยต่อประชาชนเราพร้อมดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้น

แย้ม กต. คุยทีม รมต.กัมพูชา 12 ต.ค.

นายอนุทิน ยังให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ กรณีนำ รมว.ต่างประเทศรวมคณะมาด้วยนั้น จะพูดคุยประเด็นอะไรถึงมาเลเซียเป็นพิเศษหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรามองประเทศมาเลเซียเป็นประเทศมหามิตร มีการแสวงหาความร่วมมือ และมีความสัมพันธ์ที่ดีระดับผู้นำประเทศ และปัญหากับกัมพูชา ทางมาเลเซียก็พยายามนำไปสู่การเจรจาสู่สันติภาพ วันนี้เรามาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ได้เชิญ รมว.การต่างประเทศเพื่อมาพูดคุยกัน วันที่ 12 ต.ค. รมว.การต่างประเทศก็จะไปมาเลเซียไปพบกับทีมของกัมพูชาในระดับรัฐมนตรี มาเลเซียเป็นผู้ดำเนินการ อะไรที่นำไปสู่การเจรจาลดความรุนแรงนำไปสู่สันติภาพเราให้ความร่วมมือ จุดยืนของเราไม่มีเปลี่ยนแปลง เราไม่พูดคุยไม่ได้ เราต้องพูดคุยไป แต่จุดยืน 4 ข้อต้องได้รับการตอบสนองก่อนการบรรลุข้อตกลงใด ๆ

จากนั้นเวลา 14.05 น. นายอนุทิน เสร็จภารกิจการประชุมมอบแนวทางการบริหารจัดการสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเดินทางต่อไปยังค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อปฏิบัติภารกิจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่รพ.สงขลานครินทร์ ม.สงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

นายกฯ มั่นใจคุยสันติภาพภาคใต้คืบหน้า และกระทรวงการต่างประเทศเตรียมเจรจากับทีมกัมพูชาในวันที่ 12 ตุลาคมนี้ ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ชายแดนภาคใต้

สถานการณ์คุยสันติภาพภาคใต้คืบหน้าจริงหรือไม่?

จากข้อมูลล่าสุด นายกรัฐมนตรีแสดงความมั่นใจว่าการคุยสันติภาพภาคใต้คืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าสถานการณ์ในพื้นที่ยังคงมีความท้าทายอยู่ การเจรจาที่จะมีขึ้นกับทีมกัมพูชาในวันที่ 12 ตุลาคมนี้ จะเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างความเข้าใจและหาทางออกร่วมกัน

การคุยสันติภาพภาคใต้คืบหน้าได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน และประเทศเพื่อนบ้าน การเปิดใจรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน และการมุ่งเน้นไปที่ผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ จะเป็นหนทางสู่สันติภาพที่ยั่งยืน

คุยสันติภาพภาคใต้คืบหน้า: รัฐบาลไทยยังคงมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ โดยเน้นการสร้างความเข้าใจและความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อนำสันติสุขที่ยั่งยืนมาสู่พื้นที่

ที่มา – นายกฯ มั่นใจคุยสันติภาพภาคใต้คืบหน้า- กต. คุยทีมกัมพูชา 12 ต.ค. นี้

ธรรมนัส ขึ้นเชียงรายตามนโยบายรัฐบาล

“ธรรมนัส” ลุยเชียงรายตามนโยบายรัฐบาลต้องคลุกคลีประชาชน ชูยุทธศาสตร์ลดต้นทุนเกษตร ดันราคาวัว-ข้าวใน 3 เดือน เดินหน้าตามนโยบาย “ธรรมนัส ขึ้นเชียงรายตามนโยบายรัฐบาล” อย่างเข้มข้น

วันที่ 11 ตุลาคม 2568 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำคณะผู้บริหารลงพื้นที่ตรวจราชการ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เพื่อมอบนโยบายและแนวทางปฏิบัติแก่ผู้นำท้องถิ่นกว่า 145 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำชุมชนกว่า 1,753 หมู่บ้าน โดย ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานต้องลงพื้นที่เข้าถึงประชาชนอย่างแท้จริง และนำปัญหาที่พบมาเป็นโจทย์หลักในการจัดสรรงบประมาณ โดยปัญหาเร่งด่วนที่เชียงรายคือ ปัญหาน้ำท่วมแม่สายซ้ำซาก และสารเจือปนในแหล่งน้ำจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจะนำเข้าหารือใน ครม. เพื่อหาแนวทางเจรจาในระดับการทูต

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวต่อว่า จ.เชียงรายมีศักยภาพสูงทั้งด้านเกษตรและท่องเที่ยว จึงต้องการพัฒนาให้เกษตรกรสามารถลืมตาอ้าปากได้ โดยเน้นนโยบายสำคัญคือการลดต้นทุนการผลิต จึงสั่งการให้หน่วยงานกระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่แนะนำการใช้ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง และชีวภัณฑ์อย่างเหมาะสม พร้อมมอบให้กรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นหน่วยงานหลักในการผลิตและจำหน่ายปุ๋ย แก่สมาชิกสหกรณ์ และสั่งการให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมปศุสัตว์ และกรมวิชาการเกษตร ทำงานร่วมกันเพื่อดันราคาวัวให้อยู่ที่ 80 บาทต่อกิโลกรัม และข้าวนาปีอยู่ที่ 8,000-10,000 บาทต่อตัน โดยต้องเห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน 3 เดือน

นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังได้กล่าวถึงบทบาทของกระทรวงศึกษาธิการ โดยเน้นย้ำให้มีการเร่งปรับปรุงบ้านพักครูที่ทรุดโทรมและไม่ปลอดภัย เนื่องจากครูเปรียบเสมือนรากฐานสำคัญของเด็กไทย การสร้างคุณภาพการศึกษาที่ดีต้องเริ่มจากการทำให้ครูมีความมั่นคงในชีวิต มีขวัญกำลังใจที่ดี

ธรรมนัส ขึ้นเชียงรายตามนโยบายนายกฯ ที่ให้เร่งลงพื้นที่คลุกคลีกับประชาชน

การลงพื้นที่ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการเกษตร ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจไทย การผลักดันนโยบายลดต้นทุนการผลิต และการยกระดับราคาสินค้าเกษตร จะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

เป้าหมายหลักของการลงพื้นที่ “ธรรมนัส ขึ้นเชียงรายตามนโยบายนายกฯ ที่ให้เร่งลงพื้นที่คลุกคลีกับประชาชน” ครั้งนี้คือการรับฟังปัญหาจากปากของประชาชนโดยตรง โดย ร.อ.ธรรมนัส ได้เน้นย้ำถึงนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ทุกหน่วยงานเข้าถึงประชาชนอย่างแท้จริง และนำปัญหาที่พบมาเป็นโจทย์หลักในการจัดสรรงบประมาณ

ผลักดันนโยบายเกษตร: ลดต้นทุน เพิ่มรายได้

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ ร.อ.ธรรมนัส ให้ความสำคัญคือการลดต้นทุนการผลิตทางการเกษตร โดยได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่ให้คำแนะนำแก่เกษตรกรในการใช้ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง และชีวภัณฑ์อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นหน่วยงานหลักในการผลิตและจำหน่ายปุ๋ยคุณภาพดีในราคาที่เป็นธรรมแก่สมาชิกสหกรณ์

  • ปุ๋ยราคาถูก: สนับสนุนการเข้าถึงปุ๋ยคุณภาพดี ราคาเป็นธรรม
  • เทคโนโลยีการเกษตร: ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลผลิต
  • ตลาดสินค้าเกษตร: ขยายช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ

นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับราคาสินค้าเกษตร โดยได้สั่งการให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมปศุสัตว์ และกรมวิชาการเกษตร ทำงานร่วมกันเพื่อผลักดันราคาวัวให้อยู่ที่ 80 บาทต่อกิโลกรัม และข้าวนาปีอยู่ที่ 8,000-10,000 บาทต่อตัน โดยตั้งเป้าหมายว่าจะต้องเห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน 3 เดือน เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบาย “ธรรมนัส ขึ้นเชียงรายตามนโยบายนายกฯ ที่ให้เร่งลงพื้นที่คลุกคลีกับประชาชน”

การแก้ไขปัญหาบ้านพักครูเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ ร.อ.ธรรมนัส ให้ความสำคัญ โดยมองว่าครูคือรากฐานสำคัญของการศึกษา การปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงานและที่อยู่อาศัยของครู จะช่วยสร้างขวัญกำลังใจและส่งผลดีต่อคุณภาพการศึกษาของประเทศ

โดยภาพรวมแล้ว การลงพื้นที่จังหวัดเชียงรายของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการเกษตร ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย การผลักดันนโยบายลดต้นทุนการผลิต การยกระดับราคาสินค้าเกษตร และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจไทยในระยะยาว การดำเนินการตามนโยบาย “ธรรมนัส ขึ้นเชียงรายตามนโยบายนายกฯ ที่ให้เร่งลงพื้นที่คลุกคลีกับประชาชน” จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

ที่มา – “ธรรมนัส” ขึ้นเชียงรายตามนโยบายนายกฯ ที่ให้เร่งลงพื้นที่คลุกคลีกับประชาชน

“กัน จอมพลัง” ลำเลียงตู้คอนเทนเนอร์ เสริมชายแดน

เสริมแนวรบ! “กัน จอมพลัง” ลำเลียง “ตู้คอนเทนเนอร์” เข้าพื้นที่บ้านหนองจาน สระแก้ว เสริมแกร่งแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่บ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ยังคงคึกคักเป็นพิเศษ หลังจากที่ “กัน จอมพลัง” หรือ กัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังและนักช่วยเหลือสังคม พร้อมทีมงานจาก “มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้” ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อร่วมตรวจสอบและประสานงานในการลำเลียง ตู้คอนเทนเนอร์ จำนวน 20 ตู้ ที่ทยอยเดินทางมาจากจังหวัดชลบุรี โดยมีเป้าหมายเพื่อนำไปเสริมแนวป้องกันบริเวณหลักเขตแดนที่ 46 ตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

เนื่องจากการขนย้าย ตู้คอนเทนเนอร์ ในครั้งนี้ต้องเผชิญกับเส้นทางที่ค่อนข้างแคบและมีความซับซ้อน ทำให้ต้องมีการจัดการและจัดระเบียบการเข้า-ออกของรถบรรทุกและรถเครนอย่างละเอียดและรอบคอบ ซึ่งได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือจากกองทัพภาคที่ 1 ที่เข้ามาช่วยประสานงานเพื่อให้การเคลื่อนย้ายเป็นไปอย่างปลอดภัยและราบรื่น

ประชาชนในพื้นที่จำนวนมากได้ออกมาให้กำลังใจทีมงานของกัน จอมพลัง พร้อมกับร่วมลุ้นให้การขนย้ายตู้คอนเทนเนอร์เข้าสู่พื้นที่เป้าหมายสำเร็จลุล่วงโดยไม่มีอุปสรรคใด ๆ ขณะเดียวกัน “กัน จอมพลัง” ยังได้มอบปัจจัยเพื่อสนับสนุนการทำงานของมูลนิธิฯ และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เพื่อช่วยเสริมสร้างภารกิจในการป้องกันแนวชายแดนให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น

ทางด้าน “กัน จอมพลัง” ได้กล่าวถึงความร่วมมือและพลังของพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศ ที่ทำให้ขณะนี้สามารถจัดหา ตู้คอนเทนเนอร์ ได้ครบตามจำนวน 60 ตู้ และจะทยอยทำการขนส่งมายังพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยยืนยันว่าการดำเนินงานทั้งหมดนี้มีจุดประสงค์เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงให้กับพื้นที่ชายแดน และเป็นกำลังใจให้กับทหารไทยที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่แนวหน้า

นอกจากนี้ เขายังกล่าวถึงปฏิบัติการจิตวิทยาที่ได้ดำเนินการ โดยใช้วิธีการเปิดเสียงจำลอง เช่น เสียงเครื่องบินรบ และเสียงร้องโหยหวน ผ่านเครื่องขยายเสียง เพื่อสร้างความรบกวนและความตื่นตระหนกให้กับกลุ่มชาวกัมพูชาที่รุกล้ำเข้ามาในพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว ซึ่งเขาระบุว่าจะดำเนินการควบคู่ไปกับกิจกรรมอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามได้รับรู้ถึงความจริงว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นของประเทศไทย

“กัน จอมพลัง” ทิ้งท้ายว่า หลังจากนี้จะมีกิจกรรมอื่น ๆ เพิ่มเติมอีกมากมาย เพื่อเป็นการยืนยันสิทธิ์และศักดิ์ศรีของคนไทยในพื้นที่ชายแดน พร้อมทั้งเชิญชวนให้ประชาชนร่วมส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่แนวหน้าอย่างเข้มแข็งต่อไป

“กัน จอมพลัง” ลำเลียง “ตู้คอนเทนเนอร์” เข้าพื้นที่บ้านหนองจาน เสริมแนวป้องกันแนวชายแดน

การลำเลียงตู้คอนเทนเนอร์ของ “กัน จอมพลัง” มีความสำคัญอย่างไร

การที่ “กัน จอมพลัง” ลำเลียง “ตู้คอนเทนเนอร์” เข้ามาในพื้นที่ชายแดนนี้ แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยและความตั้งใจที่จะช่วยเหลือสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับพื้นที่ชายแดน เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่

การกระทำของ “กัน จอมพลัง” เป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงพลังของภาคประชาชนในการร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศชาติ หวังว่าการช่วยเหลือในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์และสร้างความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นให้กับพื้นที่ชายแดนต่อไป

ที่มา – “กัน จอมพลัง” ลำเลียง “ตู้คอนเทนเนอร์” เข้าพื้นที่บ้านหนองจาน เสริมแนวป้องกันแนวชายแดน

แบรดลีย์ฟอร์มเยี่ยม! เสียหายหนักเกมเยอรมนี

การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก: ไอร์แลนด์เหนือ พบ เยอรมนี

สนาม: วินด์เซอร์ พาร์ค, เบลฟัสต์ วันที่: วันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม เวลา: 19:45 BST

การถ่ายทอดสด: รับชมทาง BBC Two และ BBC iPlayer, รับฟังทาง BBC Radio Ulster และ BBC Sounds; รายงานสดทางเว็บไซต์และแอป BBC Sport

จากความพยายามของทุกคนในเกมที่ไอร์แลนด์เหนือเอาชนะสโลวะเกีย 2-0 ในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกเมื่อเย็นวันศุกร์ที่ผ่านมา ผู้จัดการทีม Michael O’Neill ไม่ต้องการที่จะยกย่องใครเป็นพิเศษ

อย่างไรก็ตาม Trai Hume ผู้ทำประตูไม่ได้มีความกังวลเช่นนั้น

“ในความคิดของผม Conor Bradley เป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดในสนามอย่างไม่ต้องสงสัย” กองหลังจาก Sunderland กล่าว ซึ่งประตูแรกในนามทีมชาติของเขาช่วยปิดเกมและคว้าสามแต้มสำคัญในช่วงท้าย

Shea Charles กองกลาง กล่าวชื่นชมในทำนองเดียวกัน โดยบรรยายถึงฟอร์มการเล่นของเพื่อนร่วมทีมว่า “เหลือเชื่อ”

หลังจากประเดิมสนามให้ทีมชาติไอร์แลนด์เหนือตั้งแต่อายุยังไม่ครบ 18 ปี Bradley กองหลังจากลิเวอร์พูล ก็ได้รับโอกาสลงเล่นเป็นครั้งที่ 28 แล้ว โดยครั้งที่สามในฐานะกัปตันทีมในชัยชนะที่ทำให้ประเทศของเขายังคงมีเป้าหมายที่จะได้ไปเล่นในทัวร์นาเมนต์ที่อเมริกาเหนือในช่วงซัมเมอร์หน้า

ดาวเตะวัย 22 ปีรายนี้กลับมาสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมอีกครั้ง ทั้งตอนที่มีบอลและไม่มีบอล เขาลากบอลเข้าใส่แนวรับของสโลวะเกีย และยังเป็นผู้นำในการเพรสซิ่งอีกด้วย

หากมีสิ่งใดที่ไม่ดีสำหรับไอร์แลนด์เหนือในค่ำคืนที่ทำให้พวกเขาเสมอกับเยอรมนีและสโลวะเกียด้วยคะแนน 6 แต้มในช่วงครึ่งทางของกลุ่ม A ก็คือใบเหลืองของ Bradley ในครึ่งหลัง ซึ่งหมายความว่าเขาจะพลาดเกมที่จะพบกับทีมของ Julian Nagelsmann ในวันจันทร์นี้

หลังจากได้รับบาดเจ็บในช่วงปรีซีซั่นและพลาด 3 เกมแรกของลิเวอร์พูลในพรีเมียร์ลีก นี่คือการเริ่มต้นฤดูกาล 2025-26 ที่ไม่ต่อเนื่องสำหรับ Bradley

แน่นอนว่าเกมเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี ซึ่งเขาได้ดวลกับ Jack Grealish ของเอฟเวอร์ตันอย่างสนุกสนาน เป็นเกมเดียวที่เขาได้ลงเล่นมากกว่า 45 นาทีให้กับสโมสรของเขาในฤดูกาลนี้

อย่างไรก็ตาม ไม่มีวี่แววของการขาดเกมการแข่งขันเมื่อเจอกับสโลวะเกีย เขาสร้างความแตกต่างตั้งแต่เริ่มต้นในการแสดงของไอร์แลนด์เหนือที่เต็มไปด้วยพลัง

“เมื่อเขาใส่เสื้อทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ เขารู้ว่าเขาต้องเล่นเกมรุกอย่างเต็มที่” O’Neill กล่าว พร้อมทั้งบรรยายถึงฟอร์มการเล่นของเขาว่า “ยอดเยี่ยม” และ “โดดเด่น”

เมื่อ Charles ฉายแสงในแดนกลางอีกคน การประสานงานระหว่าง Bradley กับ Ethan Galbraith ของ Swansea City กลายเป็นประเด็นหลักของครึ่งแรก

ดูเหมือนว่าแนวรับของสโลวะเกียจะเสียขวัญทุกครั้งที่ Bradley วิ่งเข้าใส่ แต่กลับเป็นการส่งบอลที่ชาญฉลาดกับ Galbraith ที่บังคับให้ Patrik Hrosovsky ทำเข้าประตูตัวเองหลังจากผ่านไป 18 นาที

‘เขาเต็มที่ 100% ตลอดเวลา’

ตอนนี้ ทีมต้องเผชิญหน้ากับทีมเต็งของกลุ่มโดยไม่มีผู้เล่นที่ดีที่สุดของพวกเขา

Bradley ผู้ซึ่งได้รับใบเหลืองสามครั้งในการลงเล่นในพรีเมียร์ลีก 5 นัดในฤดูกาลนี้ ได้รับใบเหลืองที่สองในการแข่งขันรอบคัดเลือกในนาทีที่ 76 จากการเข้าสกัด Lukas Haraslin

O’Neill กล่าวว่าการตัดสินใจครั้งนี้ “น่าผิดหวังอย่างยิ่ง” และรู้สึกว่าผู้เล่นของเขาพยายามที่จะถอนตัวจากการเข้าสกัดแล้ว

“มีการเข้าสกัดที่แย่กว่านั้นในเกม และมีการเข้าสกัดที่แย่กว่านั้นกับ Isaac Price ที่ผู้ตัดสินปล่อยไป” เขากล่าว “การแจกใบเหลืองสำหรับการเข้าสกัดนั้นเป็นเรื่องที่น่าผิดหวัง”

Stuart Dallas อดีตกองหลังของไอร์แลนด์เหนือและลีดส์ ยูไนเต็ด กล่าวใน BBC Sport NI ว่า Bradley ได้ “ทำให้ผู้ตัดสินต้องตัดสินใจ” แต่เห็นด้วยกับอดีตผู้จัดการทีมชาติของเขาว่าการตัดสินใจครั้งนี้รุนแรงเกินไป

หากไม่ใช่เพราะการถูกแบน มันก็คงเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยในการแสดงที่ยอดเยี่ยม

Bradley เป็นหนึ่งในสี่ผู้เล่นใน 11 ตัวจริงที่รู้ว่าการได้รับใบเหลืองจะทำให้พวกเขาพลาดเกมในวันจันทร์ แต่ Hume กล่าวว่าพวกเขาไม่ต้องการที่จะลดความดุดันของเขา

“เราคุยกันก่อนเกมเกี่ยวกับคนที่ได้รับใบเหลือง พยายามที่จะไม่ให้โดนใบเหลือง แต่ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้” เขากล่าว

“คุณไม่สามารถลงเล่นในเกมโดยพยายามที่จะไม่โดนใบเหลือง คุณต้องเล่นตามจุดแข็งของคุณ

“เขาเต็มที่ เขาเต็มที่ 100% ตลอดเวลา”

นับตั้งแต่ประเดิมสนามในพรีเมียร์ลีกในเดือนมกราคม 2024 Bradley ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง 15 จาก 17 เกมของประเทศ โดยพลาดเพียงเกมกระชับมิตรกับสวีเดนและสวิตเซอร์แลนด์ในเดือนมีนาคม

จะชดเชยการขาดหายไปของ แบรดลีย์ฟอร์มเยี่ยม! ได้อย่างไร

O’Neill ยังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องพิจารณาว่าจะดึงผลการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการคุมทีมครั้งที่สองของเขาได้อย่างไร

แม้ว่าจะไม่มีตัวแทนโดยตรงในทีม แต่ Brodie Spencer ของ Oxford United คาดว่าจะเข้ามาเติมเต็มช่องว่างในตำแหน่งวิงแบ็คขวาในการเจอกับแชมป์โลก 4 สมัย

“คุณได้เห็น Brodie เล่นวิงแบ็คซ้าย, วิงแบ็คขวา, เขาเคยเล่นในกองหลังสามคนด้วยซ้ำ เรารู้ว่าเขาแข็งแกร่งและมีพละกำลังมากแค่ไหน” Hume กล่าวเสริม

“แน่นอนว่า Conor จะหายไปมาก แต่เราเป็นกลุ่มใหญ่ เราเป็นทีมที่แข็งแกร่ง และเราอยู่ด้วยกัน

“นี่คือสิ่งที่เราต้องรับมือ และเราจะพร้อม”

การขาดหายไปของ แบรดลีย์ฟอร์มเยี่ยม! ถือเป็นความเสียหายอย่างมากต่อทีมไอร์แลนด์เหนืออย่างไม่ต้องสงสัย ทีมจะต้องปรับตัวและหาวิธีชดเชยช่องว่างนี้ให้ได้ เพื่อให้ยังมีโอกาสที่ดีในการแข่งขันกับเยอรมนีและทีมอื่นๆ ในกลุ่ม

การที่ แบรดลีย์ฟอร์มเยี่ยม! ไม่สามารถลงสนามได้ อาจเป็นโอกาสให้ผู้เล่นคนอื่นๆ ได้แสดงศักยภาพออกมาและพิสูจน์ตัวเองกับทีม เชื่อว่าทีมไอร์แลนด์เหนือจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเอาชนะอุปสรรคนี้และคว้าผลการแข่งขันที่ดีที่สุด

ที่มา – ‘Terrific’ Bradley will be big loss in Germany tie

“บิ๊กดุลย์” ห้ามเชื่อ! ปมผลักดันชาวกัมพูชา

จากกรณีที่มีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ล่าสุด พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์และสร้างความเข้าใจกับประชาชน โดยเน้นย้ำว่าอย่าหลงเชื่อข่าวลือเกี่ยวกับการผลักดันชาวกัมพูชา เพราะอาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่ลุกลามได้

นอกจากนี้ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยังได้เดินทางไปเยี่ยมปั๊มน้ำมันที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ความไม่สงบ เพื่อให้กำลังใจและมอบความช่วยเหลือ โดยทั้งสองท่านได้ร่วมกันลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดน

วันที่ 11 ตุลาคม 2568 นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่โรงเรียนภูมิซรอลวิทยา อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ก่อนเดินทางต่อไปยังบริเวณภูมะเขือ เพื่อตรวจเยี่ยมและสำรวจพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติ

พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่ร่วมกับนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ว่า การเดินทางมาครั้งนี้ตั้งใจเดินทางมา หลังจากได้รับมอบนโยบายของนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการดูแลและอำนวยความสะดวกให้แก่กำลังพลประจำการในพื้นที่ชายแดน ซึ่งมีความยากลำบากในการเข้าถึง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่เส้นทางชำรุดและเต็มไปด้วยอุปสรรค วันนี้ได้รับความร่วมมือจากกระทรวงคมนาคมที่จะดำเนินการปรับปรุงเส้นทางให้หน่วยกำลังรบสามารถเข้าถึงแนวชายแดนได้สะดวกยิ่งขึ้น เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งในด้านการเสริมกำลัง การลำเลียงยุทธปัจจัย และการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บให้รวดเร็วขึ้น ขณะเดียวกันกระทรวงพลังงานจะดำเนินการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ เพื่อให้พื้นที่ชายแดนมีไฟฟ้าใช้ ครอบคลุมทั้งงานสื่อสารทางทหารและการดำรงชีวิตประจำวันของกำลังพล โดยยึดแนวคิดหลัก “น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์” เพื่อให้ทหารชายแดนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตามสมควรแก่อัตภาพ

พลโท อดุลย์ กล่าวอีกว่า จากการลงพื้นที่วันนี้ พบว่าถนนบางช่วงชำรุดทรุดโทรมตามสภาพและกาลเวลา จึงได้มอบหมายให้หน่วยทหารร่วมกับแขวงทางหลวงดำเนินการซ่อมแซมในระยะเร่งด่วน ก่อนจะเสริมความแข็งแรงถาวรในระยะต่อไป โดยจะเริ่มดำเนินการโดยเร็วที่สุด ซึ่งถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก

พร้อมย้ำว่า ปัจจุบันรัฐบาล กองทัพ และประชาชน เป็นหนึ่งเดียวกันในการดูแลความมั่นคงของประเทศ ซึ่งนับเป็นเรื่องดีที่หน่วยงานต่าง ๆ ได้รับไฟเขียวให้ดำเนินการในพื้นที่ที่เคยเป็นเขตอุทยานและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เพื่อสนับสนุนภารกิจชายแดนอย่างถูกต้องตามขั้นตอน

สำหรับความกังวลของชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนศรีสะเกษ ว่าอาจเกิดเหตุลุกลามจากการผลักดันชาวกัมพูชาออกจากพื้นที่บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้วนั้น พลโท อดุลย์ กล่าวยืนยันว่า ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกหรือหลงเชื่อข่าวลือ เพราะทุกหน่วยงานมีระบบการรายงานข่าวความมั่นคงอย่างใกล้ชิด โดยจะประสานงานผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน เพื่อแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่อย่างทันท่วงที

พร้อมฝากถึงพี่น้องประชาชนให้งดเข้าไปในพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่กำหนดห้ามเข้า เพื่อความปลอดภัย และมั่นใจได้ว่าทุกกระทรวงได้เตรียมความพร้อมดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิดในทุกสถานการณ์

“บิ๊กดุลย์” ห้ามเชื่อ! ปมผลักดันชาวกัมพูชา

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมเน้นย้ำว่า อย่าเชื่อข่าวลือเรื่อง “บิ๊กดุลย์” ห้ามเชื่อ! ปมผลักดันชาวกัมพูชา เพราะสถานการณ์ยังคงอยู่ในการควบคุม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับ “บิ๊กดุลย์” ห้ามเชื่อ! ปมผลักดันชาวกัมพูชา

สถานการณ์ชายแดนยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในพื้นที่ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ จึงออกมาให้ความมั่นใจว่ารัฐบาลและกองทัพกำลังทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชน

“รมว.พลังงาน” มอบโซลาร์เซลล์ 100 จุด เยี่ยมปั๊มเสียหายจากเหตุระเบิด

ภายหลังการตรวจเยี่ยมแนวชายแดน นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เดินทางต่อไปยังปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเคยได้รับความเสียหายจากเหตุระเบิดที่ยิงข้ามมาจากฝั่งกัมพูชา จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย โดยมีเจ้าของปั๊มน้ำมันออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับความเสียหายและผลกระทบที่เกิดขึ้น

หลังการพูดคุย นายอรรถพล เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเช้า ได้รับทราบถึงความต้องการของเจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน โดยเฉพาะเรื่องของระบบไฟฟ้า ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตและภารกิจด้านความมั่นคง กระทรวงพลังงานจึงได้วางแผนติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในพื้นที่ชายแดนทั้งหมด 100 จุด เพื่อให้กำลังพลในพื้นที่สามารถใช้งานไฟฟ้าได้อย่างทั่วถึง

ทั้งนี้ ได้มีประธานเจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้าฝ่ายการผลิตลงพื้นที่ร่วมสำรวจ เพื่อกำหนดจุดที่เหมาะสมในการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ โดยจะให้ทหารในพื้นที่ช่วยระบุจุดที่มีความจำเป็นมากที่สุด เนื่องจากเป็นผู้รู้สภาพพื้นที่ดีที่สุด จากนั้นจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดส่งกลับมายังกระทรวงพลังงานเพื่อดำเนินการเสนอของบประมาณและเร่งติดตั้งโดยเร็วที่สุด

นายอรรถพล กล่าวเพิ่มเติมว่า หากทุกขั้นตอนดำเนินไปตามแผน คาดว่าภายในหนึ่งเดือนจะสามารถติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ครบทั้ง 100 จุด เพื่อให้ทหารตามแนวชายแดนมีไฟฟ้าใช้อย่างต่อเนื่องและเพียงพอ ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของกำลังพล พร้อมทั้งเสริมประสิทธิภาพในการปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตยของชาติ

สำหรับกรณีปั๊มน้ำมันที่ได้รับผลกระทบจากเหตุระเบิด นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ภาคเอกชน โดยเฉพาะบริษัท OR และร้าน 7-Eleven ได้เข้ามาช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่แล้ว เบื้องต้นได้มีการปรับปรุงและซ่อมแซมอาคารร้านค้าให้กลับคืนสู่สภาพเดิม ซึ่งคาดว่าร้านเซเว่นอีเลฟเว่นจะกลับมาเปิดให้บริการได้ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้

ส่วนความเสียหายด้านอื่น ๆ ทั้งในแง่ของทรัพย์สินและผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ เจ้าของสถานประกอบการได้จัดทำรายละเอียดและตัวเลขความเสียหายส่งให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษแล้ว เพื่อให้ประสานต่อไปยังหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในการให้ความช่วยเหลือ ซึ่งทางรัฐบาลเองก็ให้ความสำคัญและพร้อมดูแลเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่

ในส่วนของความกังวลของชาวบ้านในพื้นที่ นายอรรถพลย้ำว่า “เรื่องการสื่อสารถือว่าสำคัญมาก” โดยได้หารือกับหน่วยทหารในพื้นที่ให้มีแนวทางการแจ้งข่าวสารและเหตุการณ์ต่าง ๆ ไปยังชุมชนอย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันความตื่นตระหนกในยามเกิดสถานการณ์อ่อนไหว พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข่าวจากหน่วยงานภาครัฐโดยตรง เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและช่วยสร้างความมั่นใจให้กับทุกคนในพื้นที่ชายแดน

เจ้าของปั๊มดีใจ รมต.มาเยี่ยม หวังได้รับชดเชยตามจริง

ด้านนางสาวกมนรัตน์ พลเศรษฐเลิศ เจ้าของปั๊มน้ำมันที่ได้รับความเสียหาย เปิดเผยว่า วันนี้รู้สึกดีใจและขอบคุณรัฐมนตรีที่ลงพื้นที่มาพูดคุยและให้กำลังใจ รวมถึงเข้ามาตรวจสอบตัวเลขความเสียหายเพื่อเตรียมดำเนินการเยียวยา ซึ่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษจะนำข้อมูลไปส่งต่อให้หน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยดำเนินการต่อไป หวังว่าจะได้รับเงินชดเชยที่ตรงตามความเป็นจริง เพราะตัวเลขที่ส่งไปนั้นประเมินตามข้อมูลจริงทั้งหมด

เจ้าของปั๊มยังกล่าวขอบคุณบริษัทเอกชนอย่าง CP และ ปตท. ที่เข้ามาดูแลและให้ความช่วยเหลือ พร้อมบอกว่าการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเดินทางมารับฟังปัญหาด้วยตัวเอง ถือเป็นสัญญาณที่ดีและสร้างขวัญกำลังใจให้กับคนในพื้นที่อย่างมาก เชื่อว่าทุกอย่างจะค่อย ๆ ดีขึ้น

สำหรับผลกระทบทางธุรกิจ ตอนนี้ยอดขายน้ำมันลดลงไปประมาณ 20% ซึ่งไม่ใช่เฉพาะปั๊มของตน แต่ปั๊มอื่น ๆ รวมถึงร้านค้าในพื้นที่ชายแดนต่างก็ได้รับผลกระทบในลักษณะเดียวกัน ส่วนร้านเซเว่นอีเลฟเว่นในพื้นที่ปั๊ม คาดว่าจะกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบได้ในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น การสื่อสารที่ถูกต้องและรวดเร็วจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่ชายแดน การรับฟังข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้และการตรวจสอบข้อมูลก่อนที่จะเผยแพร่ต่อ จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้เพื่อช่วยกันสร้างความสงบและความมั่นคงในพื้นที่

ที่มา – “บิ๊กดุลย์” ขออย่าเชื่อผลักดันชาวกัมพูชาแล้วเหตุจะลุกลาม-“อรรถพล” เยี่ยมปั๊มที่โดนระเบิด