วัน: 15 ตุลาคม 2025

สลด! ไฟไหม้โรงงานสิ่งทอบังกลาเทศ คร่า 16 ศพ

เหตุการณ์น่าเศร้าเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อเกิด ไฟไหม้โรงงานสิ่งทอบังกลาเทศ ในกรุงธากา เมืองหลวงของประเทศบังกลาเทศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 16 ราย จากเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่รายงานว่ามีการระเบิดเกิดขึ้นภายในโกดังเก็บสารเคมี ซึ่งทำให้เกิดการรั่วไหลของแก๊สพิษไปยังอาคารโดยรอบ

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่โรงงานผลิตเสื้อผ้าและโกดังเก็บสารเคมีในย่านเมียร์ปูร์ กรุงธากา เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน่าสลดใจอย่างน้อย 16 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมาก ข้อมูลดังกล่าวได้รับการยืนยันจากหน่วยดับเพลิงและกู้ภัยของบังกลาเทศ

พันโท โมฮัมหมัด ตาจูล อิสลาม เชาดูรี ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการของกรมดับเพลิงและป้องกันพลเรือน ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เพลิงเริ่มต้นที่ชั้น 3 ของอาคารสูง 7 ชั้น ซึ่งเป็นส่วนของโรงงานผลิตเสื้อผ้า และจากนั้นเพลิงได้ลุกลามไปยังโกดังเก็บสารเคมีที่อยู่ใกล้เคียง ทำให้เกิดการระเบิดตามมา การระเบิดส่งผลให้เกิดการรั่วไหลของแก๊สพิษไปทั่วบริเวณ ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากจากการสูดดมแก๊สพิษเข้าไป ถึงแม้ว่าเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะสามารถควบคุมสถานการณ์เพลิงไหม้ได้ในช่วงเย็นของวันเดียวกัน แต่ภารกิจการค้นหาผู้รอดชีวิตยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง

ไฟไหม้โรงงานสิ่งทอบังกลาเทศ: โศกนาฏกรรมซ้ำรอย

เหตุการณ์ ไฟไหม้โรงงานสิ่งทอบังกลาเทศ ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้นในประเทศนี้ บังกลาเทศเป็นประเทศผู้ผลิตเสื้อผ้ารายใหญ่อันดับสองของโลก รองจากจีน มีแรงงานในอุตสาหกรรมนี้ประมาณ 4 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง อุตสาหกรรมสิ่งทอสร้างรายได้มากกว่า 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีจากการส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาและยุโรป อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมนี้ขึ้นชื่อในเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยที่ต่ำ และมักเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้และอาคารถล่มอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการละเมิดกฎหมายก่อสร้างและการขาดการตรวจสอบที่เข้มงวด

ความท้าทายด้านความปลอดภัยในอุตสาหกรรมสิ่งทอ

ความท้าทายที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งคือการปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยในโรงงานสิ่งทอ รัฐบาลและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมต้องร่วมมือกันเพื่อบังคับใช้กฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้น ดำเนินการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ และให้การฝึกอบรมแก่คนงานเกี่ยวกับโปรโตคอลความปลอดภัย การลงทุนในระบบดับเพลิงที่ทันสมัย ​​และการจัดการสารเคมีที่เหมาะสมสามารถช่วยป้องกันอุบัติเหตุและปกป้องชีวิตคนงานได้

นอกจากนี้ แบรนด์และผู้ค้าปลีกระดับโลกมีบทบาทในการรับรองความปลอดภัยของคนงานในโรงงานที่พวกเขาจัดหาสินค้า การตรวจสอบโรงงานอย่างละเอียดและการเรียกร้องให้มีการปรับปรุงสามารถทำให้ซัพพลายเออร์รับผิดชอบและสร้างแรงจูงใจในการจัดลำดับความสำคัญของความปลอดภัย

เหตุการณ์ ไฟไหม้โรงงานสิ่งทอบังกลาเทศ แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของคนงานและความสำคัญของการบังคับใช้กฎระเบียบอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมเช่นนี้อีกในอนาคต

  • การบังคับใช้กฎหมายความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด
  • การตรวจสอบโรงงานอย่างสม่ำเสมอ
  • การฝึกอบรมด้านความปลอดภัยให้กับคนงาน
  • การลงทุนในระบบดับเพลิงที่ทันสมัย
  • การจัดการสารเคมีอย่างปลอดภัย

เหตุการณ์เศร้าสลด ไฟไหม้โรงงานสิ่งทอบังกลาเทศ ครั้งนี้ ควรเป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในอุตสาหกรรมสิ่งทอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมเช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต และเพื่อให้แรงงานทุกคนสามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยและมีสุขอนามัยที่ดี

ที่มา – สลด ไฟไหม้โรงงานสิ่งทอบังกลาเทศ แก๊สเคมีระเบิดคร่าชีวิตคนงาน 16 ศพ

ฮามาสส่งศพตัวประกัน: อิสราเอลขู่ตอบโต้ทันที!

กองทัพอิสราเอลยืนยันว่ากลุ่มฮามาสได้ส่งมอบศพของตัวประกันอิสราเอลเพิ่มอีก 4 ราย คืนให้กับอิสราเอลเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา พร้อมขู่หากฮามาสถ่วงเวลาส่งศพตัวประกันมาไม่ครบ จะตอบโต้ทันที

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากอิสราเอลออกคำเตือนชัดเจนว่าจะจำกัดความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าสู่ฉนวนกาซา หากฮามาสไม่ส่งคืนศพตัวประกันทั้งหมด 28 รายที่ยังคงสูญหาย โดยก่อนหน้านี้ฮามาสได้ส่งตัวประกันกลับคืนแล้ว 24 ราย แบ่งเป็น 20 รายที่ยังมีชีวิตอยู่และ 4 รายที่เสียชีวิต

ขณะเดียวกัน กาชาดยังยืนยันว่า ได้ส่งมอบศพชาวปาเลสไตน์ 45 รายที่ถูกควบคุมตัวในอิสราเอล กลับคืนสู่ฉนวนกาซาเมื่อวันอังคารเช่นกัน

ฮามาสส่งศพตัวประกัน: อิสราเอลขู่ตอบโต้ทันที!

แผนหยุดยิงทรัมป์ส่อสะดุด

ข้อตกลงหยุดยิงที่เสนอโดย ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งอิสราเอลและฮามาสต่างตอบรับ กำหนดให้กระบวนการส่งมอบตัวประกันทั้งหมด 48 รายแล้วเสร็จภายในเที่ยงวันจันทร์ที่ผ่านมา แม้ตัวประกันที่ยังมีชีวิตทั้งหมดถูกส่งคืนแล้ว แต่ปัญหาค้างคาเรื่อง ศพของอีก 20 ราย กำลังกลายเป็นจุดเดือดทางการเมืองและมนุษยธรรม

โฆษกกองทัพอิสราเอลแถลงว่าฮามาสต้องปฏิบัติตามข้อตกลงและพยายามอย่างเต็มที่เพื่อนำตัวประกันอิสราเอลทั้งหมดกลับคืนสู่ครอบครัวของพวกเขาเพื่อการฝังศพอย่างสมเกียรติ ด้านรัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอลเตือนว่า หากฮามาส จงใจหลีกเลี่ยงหรือถ่วงเวลา จะถือเป็นการละเมิดข้อตกลงอย่างร้ายแรง และอิสราเอลจะตอบโต้ทันที

เจ้าหน้าที่อิสราเอลระบุเพิ่มเติมว่า การส่งความช่วยเหลือและการเปิดด่านชายแดนราฟาห์กับอียิปต์ถูกชะลอไว้ชั่วคราว เนื่องจากฮามาสยังไม่ส่งคืนศพตัวประกันครบตามที่ตกลงไว้

ด้านฮามาสอ้างว่า การค้นหาศพผู้เสียชีวิตเป็นเรื่องยาก เนื่องจากบางส่วนถูกฝังหรือสูญหายจากการสู้รบในกาซา ซึ่งสอดคล้องกับสำเนาข้อตกลงที่สื่ออิสราเอลเผยแพร่เมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งระบุว่า ฮามาสและกลุ่มติดอาวุธอื่นอาจไม่สามารถค้นหาศพทั้งหมดได้ตามกรอบเวลาที่กำหนด

ด้านโดนัลด์ ทรัมป์โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ว่า “ภาระอันใหญ่หลวงได้ถูกยกออกไปแล้ว แต่ภารกิจยังไม่เสร็จสิ้น! ศพตัวประกันยังไม่ถูกส่งคืนตามสัญญา! ขั้นตอนที่สองเริ่มต้นตอนนี้”

ภายใต้แผนสันติภาพ 20 ข้อของทรัมป์ สหรัฐฯ อ้างว่าได้ปล่อยนักโทษและผู้ต้องขังชาวปาเลสไตน์เกือบ 2,000 คน เพื่อแลกกับการยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานกว่า 2 ปี

ข้อตกลงหยุดยิงเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยมีผู้นำหลายประเทศร่วมลงนามกับทรัมป์ รวมถึงอียิปต์ กาตาร์ และตุรกี ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการไกล่เกลี่ย ขณะที่ผู้นำอิสราเอลและฮามาสไม่ได้เข้าร่วม

อย่างไรก็ตาม เหตุปะทะยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง โดยรายงานจาก BBC และสำนักข่าววาฟา ระบุว่า มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตอย่างน้อย 7 คนในวันอังคาร จากการโจมตีของอิสราเอลในพื้นที่กาซาตะวันออกและข่านยูนิส

ตามแผนของสหรัฐฯ ฉนวนกาซาจะถูกบริหารโดย คณะกรรมการชั่วคราวของผู้เชี่ยวชาญชาวปาเลสไตน์ ภายใต้การกำกับของ “คณะกรรมการสันติภาพ” ก่อนจะส่งมอบอำนาจคืนให้รัฐบาลปาเลสไตน์ (PA) หลังผ่านการปฏิรูป

แต่สิ่งที่ยังต้องเจรจากันอย่างยืดเยื้อคือ การถอนทหารอิสราเอล, การปลดอาวุธฮามาส, และอนาคตการปกครองของกาซา ซึ่งฮามาสยืนยันชัดว่า จะไม่ปลดอาวุธจนกว่าจะมีการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์อย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ สงครามในกาซาที่ปะทุขึ้นตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2023 หลังฮามาสบุกโจมตีภาคใต้ของอิสราเอล คร่าชีวิตประชาชนกว่า 1,200 คน และจับตัวประกันไป 251 ราย นับจนถึงปัจจุบัน มีผู้เสียชีวิตในฉนวนกาซาแล้วกว่า 67,000 ราย ตามข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขที่อยู่ภายใต้การควบคุมของฮามาส.

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับตัวประกันอิสราเอล

สถานการณ์การส่งมอบศพตัวประกันยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การที่อิสราเอลขู่ตอบโต้หากฮามาสไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง แสดงให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ยังคงอยู่ และอาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการสันติภาพในอนาคต

ที่มา – ฮามาสส่งศพตัวประกัน 4 รายคืน ขณะที่อิสราเอลขู่หากส่งไม่ครบ พร้อมตอบโต้ทันที

ป.ป.ส. **ลุยจับร้านกระท่อม** ทั่วประเทศ!

ป.ป.ส. เปิดปฏิบัติการเชิงรุกจัดระเบียบ “ร้านกระท่อม” ทั่วประเทศ! หลังจากกฎหมายใหม่มีผลบังคับใช้ พบว่าหลายพื้นที่ยังฝ่าฝืนกฎหมาย ทั้งการตั้งร้านใกล้สถานศึกษา ขายพ่วงยาแก้ไอ และกัญชา เลขาธิการ ป.ป.ส. เน้นย้ำว่านี่คือภัยคุกคามต่ออนาคตของชาติ สั่งเดินหน้าตรวจสอบอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ผู้ฝ่าฝืนมีสิทธิ์โดนปรับสูงสุดถึง 5 หมื่นบาท!

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้ออกมาเปิดเผยถึงผลการปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อจัดระเบียบสังคมตามประกาศกระทรวงฯ คุมเข้มร้านขายใบกระท่อม ซึ่งมีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยกล่าวว่า “ตามข้อสั่งการที่ได้ให้ไว้กับทุกหน่วยงานทั่วประเทศ ในการบังคับใช้กฎหมายทันที เพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของเรา” ภายหลังจากที่ประกาศกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดสถานที่ วิธีการ หรือลักษณะต้องห้ามในการขายใบกระท่อม พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้ สาระสำคัญคือ ห้ามขายใบกระท่อมและน้ำต้มใบกระท่อมในระยะ 1,000 เมตรจากสถานศึกษา และห้ามขายในลักษณะแผงลอยหรือเร่ขาย หากฝ่าฝืนมีโทษปรับเป็นพินัยสูงสุดถึง 50,000 บาท

ป.ป.ส. ลุยจับร้านกระท่อม ปูพรมทั่วประเทศ พบลอบขายพ่วงกัญชา-ยาแก้ไอใกล้สถานศึกษา

สำนักงาน ป.ป.ส. ได้เปิดปฏิบัติการปูพรมตรวจสอบร้านจำหน่ายกระท่อมที่เข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายพร้อมกันทั่วประเทศ และพบการกระทำผิดที่น่ากังวลในหลายพื้นที่ ตัวอย่างเช่น เจ้าหน้าที่ ปปส.ภ.9 ร่วมกับตำรวจ สภ.เมืองสงขลา เข้าตรวจสอบร้านขายกระท่อมบริเวณโดยรอบมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา และมหาวิทยาลัยทักษิณ พบร้าน “ราชาใบกระท่อม” เปิดจำหน่ายและยอมรับว่าร้านตั้งอยู่ในเขต 1,000 เมตรจากมหาวิทยาลัย แต่ที่น่าตกใจกว่านั้นคือ จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าร้านดังกล่าวยังมีการลักลอบจำหน่ายยาแก้ไอ และกัญชา ซึ่งเป็นยาเสพติดและสมุนไพรควบคุม เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการจับกุมนายสุเมธ ผู้ขาย ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสงขลา ดำเนินคดีอาญาทันที

ขณะเดียวกัน ในพื้นที่ภาคกลาง ปปส.ภ.1 ได้นำกำลังร่วมกับฝ่ายปกครองและตำรวจ จ.ปทุมธานี ลงพื้นที่ อ.ลาดหลุมแก้ว พบร้านกระท่อมกระทำผิดกฎหมาย 3 ร้าน มีลักษณะความผิดคล้ายกันคือ ตั้งเป็นแผงลอยริมถนน และอยู่ในระยะไม่เกิน 1,000 เมตรจากสถานศึกษา อีกทั้งยังไม่ติดป้ายประกาศเตือนตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนในพื้นที่ภาคเหนือ ปปส.ภ.5 นำทีมร่วมกับฝ่ายปกครอง อ.เมืองลำพูน ตรวจสอบร้านค้าบนถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่-ลำปาง พบร้านแผงลอย 2 แห่งลักลอบขายน้ำกระท่อมและใบกระท่อมสดริมทาง โดยผู้กระทำผิดทั้งหมดในพื้นที่ จ.ปทุมธานี และ จ.ลำพูน เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการพิจารณาโทษปรับเป็นพินัยต่อไป

ทำไม ป.ป.ส. ถึงต้อง **ลุยจับร้านกระท่อม** อย่างจริงจัง?

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า การปฏิบัติตามมาตรการควบคุมที่เข้มงวดเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะร้านค้าเหล่านี้อาจเป็นแหล่งมั่วสุม หรือส่งผลให้เกิดการกระทำความผิดกฎหมายอื่นที่ร้ายแรงกว่าได้ การตรวจพบยาแก้ไอและกัญชาในร้านกระท่อมใกล้สถานศึกษา ถือเป็นภัยคุกคามต่ออนาคตของชาติ ท่านได้สั่งการให้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศดำเนินการตรวจสอบเช่นนี้อย่างต่อเนื่องและจริงจัง เพื่อจัดระเบียบสังคมให้ปลอดภัยสำหรับลูกหลานของเรา ท่านยังขอให้เชื่อมั่นว่า สำนักงาน ป.ป.ส. จะทำงานอย่างเต็มที่ และขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเห็นการกระทำผิดในลักษณะนี้ สามารถแจ้งเบาะแสได้ทันทีที่ สายด่วน ป.ป.ส. โทร. 1386 ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติด

การ **ลุยจับร้านกระท่อม** ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการปกป้องเยาวชน และสร้างสังคมที่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด และการได้รับความร่วมมือจากประชาชน จะเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน

ที่มา – ลุยจับร้านกระท่อม ป.ป.ส.ปูพรมทั่วประเทศ พบลอบขายพ่วงกัญชา-ยาแก้ไอใกล้สถานศึกษา

สหรัฐฯ ตัด Huione Group ชี้เป็นศูนย์กลางฟอกเงิน

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศตัดกลุ่มบริษัท Huione Group ของกัมพูชาออกจากระบบการเงินของสหรัฐฯ โดยกล่าวหาว่าบริษัทนี้เป็นศูนย์กลางการฟอกเงิน และเป็นภัยคุกคามต่อระบบการเงินโลก การตัดสินใจครั้งนี้มีผลกระทบอย่างมากต่อ Huione Group และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ (OFAC) และเครือข่ายบังคับใช้กฎหมายอาชญากรรมทางการเงิน (FinCEN) ภายใต้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับ สำนักงานต่างประเทศ เครือจักรภพ และการพัฒนา (FCDO) ของสหราชอาณาจักร ร่วมกันจัดการกับเครือข่ายอาชญากรรม ซึ่งมุ่งเป้าไปที่พลเมืองสหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ ผ่านการหลอกลวงทางออนไลน์ และการฟอกเงิน

FinCEN ได้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายภายใต้มาตรา 311 ของกฎหมาย USA PATRIOT Act เพื่อตัดกลุ่ม Huione Group ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทบริการทางการเงินที่มีฐานอยู่ในกัมพูชา ออกจากระบบการเงินของสหรัฐฯ เนื่องจากกลุ่มบริษัทนี้ทำการฟอกเงินที่ได้จากการหลอกลวงและการโจรกรรมสกุลเงินดิจิทัลให้แก่ผู้กระทำความผิดทางไซเบอร์มานานหลายปีแล้ว

นายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า “การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของการฉ้อโกงข้ามชาติได้สร้างความเสียหายแก่พลเมืองอเมริกันหลายพันล้านดอลลาร์ ทำให้เงินเก็บทั้งชีวิตหายไปในไม่กี่นาที”

“กระทรวงการคลังกำลังดำเนินการเพื่อปกป้องชาวอเมริกันด้วยการปราบปรามแก๊งหลอกลวงจากต่างประเทศ ด้วยการทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลกลางและพันธมิตรระหว่างประเทศ เช่น สหราชอาณาจักร กระทรวงการคลังจะยังคงเป็นผู้นำในการดำเนินความพยายามเพื่อปกป้องชาวอเมริกันจากอาชญากรผู้แสวงหาประโยชน์เหล่านี้ต่อไป”

ทั้งนี้ ตามรายงานของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ Huione Group ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสำคัญในการฟอกเงินที่ได้จากการโจรกรรมไซเบอร์ฝีมือเกาหลีเหนือ และเพื่อองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ (TCO) กลุ่มต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ก่อเหตุหลอกลวงการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งรู้จักกันทั่วไปในชื่อ “Pig Butchering” (หลอกเชือดหมู) และการหลอกลวงอื่น ๆ

ที่สำคัญคือ Huione Group ได้ฟอกเงินที่ได้มาอย่างผิดกฎหมายเป็นมูลค่าอย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ระหว่างเดือนสิงหาคม 2564 ถึงมกราคม 2568 และจากเงินผิดกฎหมายมูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์ดังกล่าว Huione Group ได้ฟอกเงินสกุลเงินดิจิทัลมูลค่าอย่างน้อย 37 ล้านดอลลาร์ ที่มาจากการโจรกรรมไซเบอร์ของเกาหลีเหนือ

ด้วยการตัดสินใจขั้นสุดท้ายนี้ สถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสหรัฐฯ จะถูกห้ามไม่ให้เปิดหรือรักษาบัญชีตัวแทน (correspondent accounts) ให้แก่หรือในนามของ Huione Group และต้องดำเนินการตามสมควรเพื่อไม่ให้ดำเนินการธุรกรรมสำหรับบัญชีตัวแทนของสถาบันธนาคารต่างประเทศในสหรัฐฯ หากธุรกรรมดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ Huione Group เพื่อป้องกันไม่ให้ Huione Group เข้าถึงระบบการเงินของสหรัฐฯ โดยทางอ้อม

ในวันเดียวกันนี้ สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ (OFAC) ได้กำหนดให้กลุ่มบริษัท Prince Holding Group (Prince Group) เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติแล้ว และได้กำหนดมาตรการคว่ำบาตรอย่างครอบคลุม ต่อเป้าหมาย 146 ราย ภายใน Prince Group ซึ่งเป็นเครือข่ายที่มีฐานอยู่ในกัมพูชา นำโดย เฉิน จื้อ พลเมืองกัมพูชา

เครือข่ายนี้ดำเนินกิจการอาชญากรรมข้ามชาติ ผ่านการหลอกลวงการลงทุนออนไลน์มุ่งเป้าไปที่ชาวอเมริกันและบุคคลอื่น ๆ ทั่วโลก โดยมีศูนย์หลอกลวงมากมายในกัมพูชา

กค.สหรัฐฯ ตัด Huione Group จากระบบการเงิน ชี้เป็นศูนย์กลางฟอกเงิน

ทำไมสหรัฐฯ ถึงตัด Huione Group ออกจากระบบการเงิน?

การตัดสินใจของสหรัฐฯ ในการตัด Huione Group ออกจากระบบการเงินนั้นมีเหตุผลสำคัญ คือการป้องกันการฟอกเงินและการฉ้อโกงข้ามชาติ การที่ Huione Group เป็นศูนย์กลางในการฟอกเงินที่ได้จากการโจรกรรมไซเบอร์และองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ทำให้สหรัฐฯ ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาดเพื่อปกป้องระบบการเงินของตนเองและพลเมืองของตน

  • การฟอกเงิน: Huione Group มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินจำนวนมหาศาล ซึ่งเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อความมั่นคงทางการเงิน
  • การฉ้อโกงข้ามชาติ: กลุ่มบริษัทนี้เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงการลงทุนออนไลน์ที่มุ่งเป้าไปที่ชาวอเมริกันและคนอื่นๆ ทั่วโลก
  • ความร่วมมือระหว่างประเทศ: การดำเนินการนี้เป็นผลมาจากการทำงานร่วมกันกับพันธมิตรระหว่างประเทศ เช่น สหราชอาณาจักร

การดำเนินการนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ ในการต่อต้านอาชญากรรมทางการเงินและปกป้องพลเมืองของตนเอง

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

การตัด Huione Group ออกจากระบบการเงินของสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบหลายด้าน:

  • Huione Group จะไม่สามารถเข้าถึงระบบการเงินของสหรัฐฯ ได้โดยตรงหรือโดยอ้อม
  • สถาบันการเงินที่ทำธุรกิจกับ Huione Group อาจถูกลงโทษ
  • การดำเนินการนี้อาจส่งผลกระทบต่อเครือข่ายอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับ Huione Group

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการนี้อาจมีข้อจำกัด เนื่องจาก Huione Group อาจพยายามที่จะหาช่องทางอื่นในการฟอกเงิน ซึ่งอาจต้องมีการตรวจสอบและติดตามอย่างต่อเนื่อง

การตัดสินใจครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า สหรัฐฯ จะไม่ยอมให้มีการใช้ระบบการเงินของตนเพื่อการฟอกเงินและการฉ้อโกงข้ามชาติ และจะดำเนินการอย่างแข็งขันเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเองและพันธมิตร

ที่มา – กค.สหรัฐฯ ตัด Huione Group จากระบบการเงิน ชี้เป็นศูนย์กลางฟอกเงิน

ลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส: คู่มือร้านค้าใหม่และเงื่อนไข

“คนละครึ่งพลัส 2568” เริ่มแล้ววันแรก! เปิดลงทะเบียนร้านค้า ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. – 19 ธ.ค. มาดูวิธีสมัครเข้าร่วมโครงการสำหรับ “ร้านค้าใหม่” พร้อมเงื่อนไขในการพิจารณาให้สิทธิกัน

เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 68 โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ได้เปิดให้ร้านค้าที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ ซึ่งเป็นนโยบายจากรัฐบาลเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน และเพิ่มกำลังซื้อ รวมทั้งช่วยสร้างรายได้ให้ร้านค้ารายย่อย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยโครงการเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. – 31 ธ.ค. 2568 มีจำนวนสิทธิสำหรับประชาชนประมาณ 20 ล้านสิทธิ หรือจนกว่าวงเงิน 4.4 หมื่นล้านบาทจะหมด

สำหรับร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมโครงการ คนละครึ่งพลัส สามารถลงทะเบียนได้ที่บูธกระทรวงมหาดไทยร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. – 19 ธ.ค. 68 โดยใช้งานผ่านแอปฯ ถุงเงิน

ภาพรวมระยะเวลาร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส”

ไทม์ไลน์โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ปี 2568 สำหรับร้านค้าและฟู้ดเดลิเวอรี มีรายละเอียดดังนี้:

15 ต.ค. 68: เปิดลงทะเบียน “ร้านค้าใหม่” สมัครเข้าร่วมโครงการวันแรก

29 ต.ค. 68: ร้านค้าถุงเงินเริ่มรับสิทธิวันแรก

3 พ.ย. 68: เริ่มลงทะเบียน “ฟู้ดเดลิเวอรี”

7 พ.ย. 68: ร้านค้าถุงเงินเริ่มรับสิทธิผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่เข้าร่วมโครงการ

31 ธ.ค. 68: สิ้นสุดโครงการ

ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส สามารถใช้จ่ายได้ระหว่างเวลา 06.00 – 23.00 น. ของทุกวัน

สำหรับร้านค้าฟู้ดเดลิเวอรี สามารถใช้จ่ายได้ระหว่างเวลา 06.00 – 21.00 น. และต้องรับออร์เดอร์ภายในวันที่ 31 ธ.ค. 68 ก่อนเวลา 21:00 น.

วิธีลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” 2568 สำหรับร้านค้าใหม่

หากคุณเป็นร้านค้าใหม่และต้องการเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” นี่คือขั้นตอน:

  1. สมัครร้านค้าถุงเงิน
    • ต้องมีบัญชีธนาคารกรุงไทย
    • สมัครเป็นร้านค้าถุงเงินผ่าน www.ถุงเงินกรุงไทย.com
    • ดาวน์โหลด/อัปเดตแอปฯ ถุงเงินเป็นเวอร์ชันล่าสุด
  2. สมัครเข้าร่วมโครงการ
    • ตรวจสอบประเภทกิจการและดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัคร เพื่อยื่นสมัครกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
    • กรอกใบสมัคร พร้อมแนบบัตรประจำตัวประชาชน และรูปถ่ายร้านค้าที่มีรูปเจ้าของขณะประกอบกิจการ
    • นำเอกสารติดต่อเจ้าหน้าที่ตามหน่วยงานที่กำหนดเงื่อนไขของกลุ่มร้าน

ร้านค้าบุคคลธรรมดาหรือผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มการสมัครร้านค้า สำหรับกระทรวงมหาดไทย

ร้านค้านิติบุคคลรายย่อยหรือธุรกิจเฉพาะ สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มการสมัครร้านค้า สำหรับธนาคารกรุงไทย

  1. การอนุมัติเข้าร่วมโครงการ
    • นำเอกสารที่ได้รับการยืนยันแล้ว มายื่นสมัครเข้าร่วมโครงการ ณ จุดให้บริการ เพื่อขออนุมัติเข้าร่วมโครงการ คนละครึ่งพลัส ได้ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. – 19 ธ.ค. 68
    • หากได้รับการอนุมัติเข้าร่วมโครงการ จะแสดง “เมนูคนละครึ่งพลัส” บนแอปฯ ถุงเงิน
    • รับสิทธิตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. – 31 ธ.ค. 68 เวลา 06:00 – 23:00 น.

“คนละครึ่งพลัส” ร้านค้าเดิมไม่ต้องลงทะเบียนใหม่

ร้านค้าคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) ที่ผ่านเกณฑ์ ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่

  1. ดาวน์โหลด/อัปเดตแอปฯ ถุงเงินให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
  2. ร้านค้าที่ผ่านการอนุมัติจะได้รับการแจ้งเตือนผ่านแอปฯ ถุงเงิน
  3. เมื่อผ่านเข้าร่วมโครงการ แบนเนอร์คนละครึ่งพลัสจะปรากฏบนแอปฯ ถุงเงิน
  4. กดยอมรับเงื่อนไขและข้อตกลงของโครงการ
  5. สามารถใช้งานคนละครึ่งพลัส ได้ทันที

เปิดเงื่อนไขการพิจารณาร้านค้าร่วม “โครงการคนละครึ่ง 2568”

เงื่อนไขการพิจารณาร้านค้าที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ คนละครึ่งพลัส มีดังนี้:

1. ร้านค้ากลุ่มเดิม (ที่ผ่านเกณฑ์ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่)

  • ร้านค้าถุงเงินที่เคยได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง เฟส 5 (ปี 2565) ผ่านเกณฑ์ตามเงื่อนไขโครงการ
  • ร้านค้าธงฟ้าบุคคลธรรมดา ผ่านเกณฑ์ตามเงื่อนไขโครงการ
  • ร้านค้าโครงการกรุงเทพแผงลอย ผ่านเกณฑ์ตามเงื่อนไขโครงการ

2. ร้านค้ากลุ่มใหม่ ลงทะเบียนใหม่

ร้านที่ต้องได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ

(1) ร้านค้าบุคคลธรรมดา

  • ร้านอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป
  • ร้านค้า/บริการของวิสาหกิจชุมชน
  • ผู้ประกอบการรถรับจ้างขนส่งผู้โดยสาร เช่น สามล้อถีบ เป็นต้น
  • ร้านทำเล็บ ทำผม

(2) ร้านค้านิติบุคคล

  • ร้านค้า/บริการของวิสาหกิจชุมชน

มีเงื่อนไขดังนี้:

  • ต้องเป็นร้านค้าถุงเงินที่ได้รับการยืนยันการประกอบกิจการจริงจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ ของกระทรวงมหาดไทย/กทม.
  • นำแบบฟอร์มสมัครร้านค้า สำหรับกระทรวงมหาดไทย/กทม. ที่ได้รับการยืนยันแล้ว ยื่นเอกสารที่จุดตั้งบูธกระทรวงมหาดไทยร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือ ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา
  • สมัครร้านค้าถุงเงิน > ดาวน์โหลดแบบฟอร์มสมัครร้านค้า สำหรับกระทรวงมหาดไทย/กทม. > เจ้าหน้าที่รัฐยืนยันการประกอบกิจการ > ยื่นเอกสารที่จุดตั้งบูธหรือสาขาธนาคารกรุงไทย

ร้านที่ต้องตรวจสอบคุณสมบัติเฉพาะ

(1) ร้านค้าบุคคลธรรมดา

  • ร้านให้บริการนวด สปา
  • ผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะ ได้แก่ แท็กซี่, รถตู้โดยสารประจำทาง, รถยนต์สามล้อ, รถสองแถว, รถจักรยานยนต์รับจ้าง

(2) ร้านค้านิติบุคคล

  • ร้านค้านิติบุคคลขนาดเล็ก มีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท (ยื่น ภ.ง.ด. 50 รอบบัญชี 67 ข้อมูล ณ 30 ก.ย. 68) ซึ่งขายอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป หรือให้บริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม และให้บริการขนส่งสาธารณะ
  • ร้านค้าของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง

มีเงื่อนไข ดังนี้

ร้านค้าถุงเงินที่ต้องตรวจสอบใบอนุญาตหรือใบขับขี่สาธารณะหรือตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานของรัฐ ต้องนำแบบฟอร์มสมัครร้านค้าสำหรับเจ้าหน้าที่กรุงไทย ไปยื่นเอกสารที่จุดตั้งบูธกระทรวงมหาดไทยร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือธนาคารกรุงไทยทุกสาขา

สมัครร้านค้าถุงเงิน > ดาวน์โหลดแบบฟอร์มสมัครร้านค้าสำหรับเจ้าหน้าที่กรุงไทย > ยื่นเอกสารที่จุดตั้งบูธหรือสาขาธนาคารกรุงไทย

ขั้นตอนดาวน์โหลดและติดตั้ง “แอปฯ ถุงเงิน”

  • เปิดแอปฯ App Store หรือ Google Play
  • รองรับโทรศัพท์ระบบปฏิบัติการ Android 10+ และรองรับโทรศัพท์ระบบปฏิบัติการ iOS 15+ ขึ้นไป
  • พิมพ์ค้นหา “ถุงเงิน”
  • กดเลือกติดตั้ง

วิธีการสร้าง QR รับเงิน “คนละครึ่งพลัส” 2568 ทำอย่างไร

  1. เลือกเมนู โครงการคนละครึ่งพลัส
  2. กดยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไข
  3. เข้าสู่หน้าจอ ใส่จำนวนเงิน
  4. ระบุจำนวนเงิน และกดยืนยัน
  5. สร้าง QR รับเงิน เพื่อให้แอปฯ เป๋าตัง สแกน
  6. ได้รับแจ้งเตือน เมื่อลูกค้าสแกนสำเร็จ

การเข้าร่วมโครงการ คนละครึ่งพลัส เป็นโอกาสที่ดีสำหรับร้านค้าในการเพิ่มยอดขายและเข้าถึงลูกค้าใหม่ๆ อย่ารอช้า รีบสมัครเข้าร่วมโครงการกันได้เลย!

ที่มา – ลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” แนะคู่มือสำหรับร้านค้าใหม่ พร้อมเงื่อนไขการพิจารณา

กัปตันอาร์เมเนีย ‘เสียสติ’ – อซาซใบแดง

ฟินน์ อซาซ กล่าวว่า ทิแกรน บาร์เซกห์ยาน กัปตันทีมชาติอาร์เมเนีย “เสียสติ” เมื่อเขาใช้ศีรษะโขกใส่กองกลางทีมชาติไอร์แลนด์ในเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกเมื่อวันอังคารที่ดับลิน

เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในนาทีที่ 52 เมื่อบาร์เซกห์ยานถูกไล่ออกจากสนามหลังจากเอาหัวโขกใส่หน้าของอซาซ ขณะที่ผู้เล่นปะทะกันที่ข้างสนาม

ด้วยความได้เปรียบด้านจำนวนผู้เล่น สาธารณรัฐไอร์แลนด์ก็สามารถทำประตูขึ้นนำได้ในนาทีที่ 70 จากลูกโหม่งของอีแวน เฟอร์กูสัน ซึ่งทำให้พวกเขาได้รับชัยชนะครั้งแรกในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก

อซาซ จากเซาแธมป์ตัน ชี้ให้เห็นถึงใบแดงว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำหรับเจ้าบ้าน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยกลับมาจากการตามหลังฮังการี 2 ประตู ตีเสมอ 2-2 เมื่อเดือนที่แล้ว หลังจากที่โรลันด์ ซัลไล ถูกไล่ออกจากสนาม

“มันเป็นเกมที่ดุเดือด มีอารมณ์ร่วมมากมาย มันเป็นเกมที่ใช้ร่างกาย และช่วงเวลาเหล่านี้ก็เกิดขึ้นได้” อซาซกล่าวกับ BBC Sport NI

“เขาควบคุมอารมณ์ไม่ได้ และผลที่ตามมาคือพวกเขาเหลือผู้เล่น 10 คน มันเป็นการเฮดบัตต์ ผมรู้สึกถึงการปะทะ”

อซาซ ซึ่งถูกใส่ชื่อในทีมตัวจริงโดยเฮมีร์ ฮัลล์กริมส์สัน กล่าวเสริมว่า “ไม่มีอะไรให้ผมพูดมากเกี่ยวกับเรื่องนั้น มันเป็นช่วงเวลาที่ร้อนระอุ และมันก็เปลี่ยนเกม นั่นเป็นส่วนหนึ่งของฟุตบอล”

กัปตันอาร์เมเนีย ‘เสียสติ’ – อซาซใบแดง

ชัยชนะที่น่าตื่นเต้นในดับลินทำให้สาธารณรัฐไอร์แลนด์ขึ้นมาอยู่อันดับสามในกลุ่ม F ตามหลังฮังการีอยู่หนึ่งแต้ม ซึ่งฮังการีกำลังมีโอกาสที่จะผ่านเข้าไปเล่นในรอบเพลย์ออฟด้วยการเสมอช่วงท้ายเกมกับโปรตุเกส

กลุ่มนี้อยู่ในสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อน โดยเหลือการแข่งขันอีกสองนัด หากฮังการีเอาชนะอาร์เมเนียในเกมต่อไป สาธารณรัฐไอร์แลนด์จะต้องได้อย่างน้อยหนึ่งแต้มเพื่อนำการต่อสู้เพื่อชิงอันดับสองไปสู่การเดินทางไปบูดาเปสต์ในวันที่ 16 พฤศจิกายน

โอกาสของสาธารณรัฐไอร์แลนด์ถูกกระทบสองครั้งจากการเสียประตูในช่วงท้ายเกมในช่วงเวลานี้ โดยเสียประตูในนาทีที่ 91 จากรูเบน เนเวส ในเกมที่แพ้โปรตุเกส 1-0 ที่ลิสบอนเมื่อวันเสาร์

อย่างไรก็ตาม อซาซ หวังว่าผู้เล่นชาวไอริชจะสามารถสร้างผลงานจากสัปดาห์ที่แล้วและชัยชนะที่สำคัญในวันอังคารในการแสวงหาการโค่นล้มคริสเตียโน โรนัลโด และเพื่อนร่วมทีมในดับลินในวันที่ 13 พฤศจิกายนได้

“เรารู้ว่ามันจะยาก แต่เราจะได้รับความมั่นใจจากสัปดาห์ที่แล้วและเกมนี้ และเราจะมั่นใจว่าเราสามารถทำสิ่งที่พิเศษได้” อซาซกล่าวเสริม

“มันจะเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ เราเห็นเกมที่แล้วว่าเราสามารถแข่งขันได้ และพวกเขาเป็นผู้เล่นระดับท็อป แต่เราต้องสามารถแข่งขันได้ และไม่ต้องสงสัยเลยว่าเราจะพร้อมสำหรับมันอย่างเต็มที่”

เยกีเช เมลิกยาน ผู้จัดการทีมอาร์เมเนียกล่าวว่า บาร์เซกห์ยานได้กล่าวขอโทษเพื่อนร่วมทีมของเขาหลังจบเกม

“แน่นอน ใบแดงเปลี่ยนเกม มันเป็นความผิดพลาด” เมลิกยานกล่าว

“เขารับผิดชอบ เขาขอโทษทั้งห้องแต่งตัว แต่ถ้าผู้เล่นทำผิดพลาด มันก็เป็นความผิดพลาดของผมด้วย และผมต้องขอโทษสำหรับเรื่องนั้น

“หากไม่มีใบแดงและเราเล่น 11 ต่อ 11 ผมคิดว่าเราน่าจะได้รับผลการแข่งขันที่ดี ผมคิดว่าเราน่าจะชนะได้ แต่เราต้องก้าวไปข้างหน้าและผมคิดว่าเราจะได้รับผลการแข่งขันที่ดีในอนาคตอันใกล้นี้”

ผลกระทบจากเหตุการณ์กัปตันอาร์เมเนีย ‘เสียสติ’ – อซาซใบแดง

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการควบคุมอารมณ์ในเกมฟุตบอล ใบแดงไม่เพียงแต่ส่งผลเสียต่อทีมอาร์เมเนียในเกมนั้น แต่ยังอาจส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของทีมในระยะยาวอีกด้วย สาธารณรัฐไอร์แลนด์ใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบนี้และคว้าชัยชนะที่สำคัญได้สำเร็จ แสดงให้เห็นว่าการรักษาความสงบและมีสมาธิจนจบเกมมีความสำคัญเพียงใด

ดังนั้น ในการแข่งขันฟุตบอลระดับสูง การควบคุมอารมณ์และการตัดสินใจที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง การที่ กัปตันอาร์เมเนีย ‘เสียสติ’ – อซาซใบแดง เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับนักกีฬาและทีมงานทุกคน

ที่มา – Armenia captain ‘lost his head’ – Republic of Ireland’s Azaz on red card

สหรัฐฯ ฟ้องยึดทรัพย์ ปธ. Prince Group คดีหลอกลวง

สหรัฐฯ ฟ้องยึดทรัพย์ ปธ.บริษัท Prince Group เป็นบิตคอยน์มูลค่ากว่า 4.9 แสนล้านบาท ฐานเปิดศูนย์หลอกลวงในกัมพูชา ทั้งบังคับใช้แรงงานและฉ้อโกงเงินดิจิทัล มีเหยื่อทั่วโลก

เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2568 กระทรวงยุติธรรมยื่นฟ้องนาย เฉิน จื้อ ผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Prince Holding Group (Prince Group) ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจข้ามชาติที่มีฐานอยู่ในกัมพูชา เพื่อขอให้ริบทรัพย์สินครั้งใหญ่ที่สุด มูลค่าประมาณ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ในรูปแบบ Bitcoin ที่อยู่ในการดูแลของสหรัฐฯ

คำฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลางในเมืองบรูคลิน รัฐนิวยอร์ก กล่าวหานาย เฉิน จื้อ หรือที่รู้จักกันในชื่อ วินเซนต์ ผู้ถือสัญชาติสหราชอาณาจักรกับกัมพูชา และมีเชื้อสายจีน วัย 37 ปี ในข้อหา สมคบคิดฉ้อโกงทางโทรศัพท์ และสมคบคิดฟอกเงิน จากการสั่งให้กลุ่ม Prince Group เปิดฐานหลอกลวงบังคับใช้แรงงานไปทั่วกัมพูชา

บุคคลที่ถูกกักขังไว้ในฐานที่มั่นดังกล่าวมีส่วนร่วมใน แผนการฉ้อโกงการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Pig Butchering” (หลอกเชือดหมู) ขโมยเงินหลายพันล้านดอลลาร์จากเหยื่อในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก โดยขณะนี้จำเลยยังอยู่ระหว่างการหลบหนี

ในวันอังคาร สำนักงานอัยการสหรัฐฯ ประจำเขตตะวันออกของนิวยอร์ก และแผนกความมั่นคงแห่งชาติของกระทรวงยุติธรรม ยังได้ยื่นฟ้องร้องทางแพ่งเพื่อ ริบทรัพย์สินของนายเฉิน เป็น Bitcoin ประมาณ 127,271 เหรียญบิตคอยน์ ซึ่งมีมูลค่าปัจจุบันประมาณ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.9 แสนล้านบาท)

โดย Bitcoin เหล่านี้เป็นเงินที่ได้มาและเป็นเครื่องมือในการฉ้อโกงและการฟอกเงินของจำเลย ปัจจุบันเงินทุนเหล่านี้ รัฐบาลสหรัฐฯ อายัดเอาไว้แล้ว โดยการฟ้องร้องครั้งนี้ถือเป็นการดำเนินการริบทรัพย์สินครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของกระทรวงยุติธรรม

น.ส.พาเมลา บอนดี อัยการสูงสุดสหรัฐฯ และนายทอดด์ บลานเช รองอัยการสูงสุด กล่าวว่า “การดำเนินการในวันนี้ถือเป็นหนึ่งในการโจมตีครั้งสำคัญที่สุดเท่าที่เคยมีมาต่อมหันตภัยของการค้ามนุษย์และการฉ้อโกงทางการเงินที่ใช้ไซเบอร์เป็นเครื่องมือในระดับโลก”

“ด้วยการทำลายอาณาจักรอาชญากรรมที่สร้างขึ้นจากการหลอกลวงและการบังคับใช้แรงงาน เรากำลังส่งสารที่ชัดเจนว่า สหรัฐอเมริกาจะใช้เครื่องมือทุกอย่างที่มีเพื่อปกป้องเหยื่อ กู้คืนทรัพย์สินที่ถูกขโมยไป และนำตัวผู้ที่แสวงหาผลประโยชน์จากกลุ่มเปราะบางมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม เราขอขอบคุณสำหรับการทำงานอย่างหนักของผู้อำนวยการ พาเทล (ผอ.FBI) และเจ้าหน้าที่ชายหญิงของ FBI ทุกคน”

แถลงการณ์ของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุอีกว่า นับตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา นายเฉิน จื้อ หรือจำเลยในคดีนี้ เป็นผู้ก่อตั้งและประธานของ Prince Group ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ในกัมพูชาที่ดำเนินกิจการธุรกิจหลายสิบแห่งในกว่า 30 ประเทศทั่วโลก

Prince Group นั้นตั้งเป้าหมายหลักในด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ บริการทางการเงิน และบริการผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม จำเลยและผู้บริหารระดับสูงได้ดำเนินการอย่างลับๆ ขยาย Prince Group ให้กลายเป็นหนึ่งใน “องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

ภายใต้การสั่งการของจำเลย Prince Group ได้ทำกำไรมหาศาลจากการ ดำเนินการฐานที่มั่นของแก๊งหลอกลวง ทั่วกัมพูชา ซึ่งกระทำการ ฉ้อโกงการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล

แผนการของ Prince Group มุ่งเป้าไปที่เหยื่อทั่วโลก รวมถึงใน สหรัฐอเมริกา ด้วยความช่วยเหลือจากเครือข่ายท้องถิ่นที่ทำงานในนามของ Prince Group เครือข่ายหนึ่งได้ดำเนินการอยู่ใน บรูคลิน นครนิวยอร์ก และอำนวยความสะดวกในการโอนเงินที่ฉ้อโกงและการฟอกเงินหลายล้านดอลลาร์ในนามของ Prince Group จากเหยื่อกว่า 250 ราย ในนิวยอร์กและทั่วประเทศ

Prince Group ยังลักลอบนำแรงงานหลายร้อยชีวิตเข้ามาในกัมพูชา และบังคับให้พวกเขาใช้ทำงานหลอกลวง ในศูนย์ต่างๆ และบ่อยครั้งที่พวกเขาถูกข่มขู่ด้วยการใช้ความรุนแรง ศูนย์หลอกลวงดังกล่าวประกอบด้วย หอพักขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงและลวดหนาม และทำหน้าที่เป็น ค่ายที่บังคับใช้แรงงานด้วยความรุนแรง

จำเลยมีส่วนร่วมโดยตรงในการ บริหารจัดการฐานที่มั่นของแก๊งหลอกลวง และเก็บรักษาบันทึกที่เกี่ยวข้องกับสถานที่แต่ละแห่ง มีบัญชีติดตามผลกำไรและบันทึกว่าแผนการฉ้อโกงใดดำเนินการจากสถานที่ใดบ้าง

จำเลยยังเก็บเอกสารที่อธิบายและแสดงภาพ “ฟาร์มโทรศัพท์” (phone farms) ในฐานที่มั่น ซึ่งเป็นศูนย์บริการทางโทรศัพท์อัตโนมัติที่ใช้โทรศัพท์หลายพันเครื่องและหมายเลขโทรศัพท์มือถือหลายล้านหมายเลขเพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินแผนการฉ้อโกงต่างๆ

จำเลยยังมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในการ ใช้ความรุนแรงต่อบุคคลที่อยู่ภายในค่ายบังคับใช้แรงงาน และครอบครองรูปภาพวิธีการใช้ความรุนแรงของ Prince Group ซึ่งรวมถึงภาพถ่ายที่แสดงให้เห็นถึง การทุบตีและวิธีการทรมานอื่น ๆ จำเลยได้สื่อสารโดยตรงกับผู้ใต้บังคับบัญชาเกี่ยวกับการทุบตีบุคคลที่ “ก่อปัญหา” โดยในกรณีหนึ่งได้ระบุเจาะจงว่าเหยื่อ ไม่ควรถูก “ทุบตีจนตาย”

เพื่อดำเนินแผนการฉ้อโกงเหล่านี้ จำเลยและเครือข่ายใกล้ชิดของผู้บริหารระดับสูงของ Prince Group ได้ใช้ อิทธิพลทางการเมือง ของตนในหลายประเทศต่าง ๆ เพื่อปกป้ององค์กรอาชญากรรมของตน และได้ ติดสินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกขัดขวางจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย

หลังจากนั้น พวกเขาได้ ฟอกเงินที่ได้จากการฉ้อโกง ผ่านปฏิบัติการฟอกเงินอย่างเป็นมืออาชีพและผ่านเครือข่ายกิจการธุรกิจที่ดูเหมือนจะถูกต้องตามกฎหมายของ Prince Group เอง ซึ่งรวมถึง การพนันออนไลน์และการขุดสกุลเงินดิจิทัล

จำเลยและผู้สมรู้ร่วมคิดนำเงินที่ได้จากการก่ออาชญากรรมบางส่วนไปใช้เพื่อ การเดินทางและความบันเทิงต่างๆ ซื้อ ทรัพย์สินฟุ่มเฟือยมากมายเช่น นาฬิกา เรือยอชต์ เครื่องบินเจ็ตส่วนตัว บ้านพักตากอากาศ ของสะสมราคาสูง และงานศิลปะหายาก ซึ่งรวมถึง ภาพวาดของปิกัสโซ ที่ซื้อผ่านโรงประมูลในนครนิวยอร์ก

หากถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีเหล่านี้ จำเลยจะต้องโทษจำคุกสูงสุด 40 ปี

อนึ่ง ในวันเดียวกันนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังกำหนดให้กลุ่ม Prince Group เป็น องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และ ประกาศมาตรการคว่ำบาตร ต่อจำเลย ตลอดจนบุคคลและนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องหลายราย สำหรับบทบาทของพวกเขาในการกระทำผิดกฎหมาย

นอกจากนั้น สำนักงานต่างประเทศ เครือจักรภพ และการพัฒนาของสหราชอาณาจักร ก็ประกาศมาตรการคว่ำบาตรด้วยเช่นกัน

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของอาชญากรรมข้ามชาติและการหลอกลวงออนไลน์ที่นับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น เราควรตระหนักถึงกลโกงเหล่านี้และระมัดระวังในการลงทุนออนไลน์อยู่เสมอ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : justice.gov

สหรัฐฯ ฟ้องยึดทรัพย์ ปธ.บริษัท Prince Group เปิดศูนย์หลอกลวงในกัมพูชา

ล่าสุด สหรัฐฯ ได้ทำการ ฟ้องยึดทรัพย์ ปธ.บริษัท Prince Group จากการที่บริษัทนี้ได้เข้าไปเปิดศูนย์หลอกลวงในประเทศกัมพูชา

ทำไมสหรัฐฯ ถึงฟ้องยึดทรัพย์ ปธ.บริษัท Prince Group?

การตัดสินใจ ฟ้องยึดทรัพย์ ปธ.บริษัท Prince Group ของสหรัฐฯ มาจากการที่พบว่าบริษัทนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปิดศูนย์หลอกลวงในกัมพูชา ซึ่งทำให้เกิดการฉ้อโกงและบังคับใช้แรงงาน

สถานการณ์นี้ทำให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบและการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศในการจัดการกับอาชญากรรมข้ามชาติ

ที่มา – สหรัฐฯ ฟ้องยึดทรัพย์ ปธ.บริษัท Prince Group เปิดศูนย์หลอกลวงในกัมพูชา

ทูเคิลยิ้มรับเสียงเชียร์: อารมณ์ขันแบบอังกฤษทำให้ผมยิ้ม

โธมัส ทูเคิล กุนซือทีมชาติอังกฤษ กล่าวว่า เขายอมรับเสียงเชียร์ที่มุ่งตรงมาที่เขาจากแฟนบอลระหว่างเกมที่ชนะลัตเวีย ซึ่งเป็นการยืนยันว่าอังกฤษได้ไปเล่นฟุตบอลโลก

กองเชียร์อังกฤษที่เดินทางไปเชียร์ ได้ร้องเพลงต่างๆ ที่พุ่งเป้าไปที่ทูเคิลตลอดทั้งเกม หลังจากที่ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันวิพากษ์วิจารณ์แฟนบอลหลังจากเกมที่ชนะเวลส์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ทูเคิลกล่าวว่า เขารู้สึกไม่ประทับใจกับการสนับสนุนจากแฟนบอลในบ้านที่เวมบลีย์ระหว่างเกมกระชับมิตรที่ชนะ 3-0 เมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งความคิดเห็นดังกล่าวจุดประกายการตอบสนองด้วยเสียงจากแฟนบอลอังกฤษที่เดินทางไปริกา

และเมื่อพูดถึงชัยชนะ 5-0 ในเมืองหลวงของลัตเวีย ซึ่งเป็นการจองพื้นที่ของอังกฤษในการแข่งขันฟุตบอลโลกช่วงซัมเมอร์หน้า ทูเคิลกล่าวว่า “วันนี้ผมโดนด่าไปบ้างในครึ่งแรก ก็สมควรแล้ว ผมรับมันด้วยอารมณ์ขันที่ดี ด้วยอารมณ์ขันที่ดี ผมยอมรับมัน

“พวกเขามีเหตุผลในวันนี้จากความคิดเห็นล่าสุดของผม และผมเดาว่ามันก็สมเหตุสมผลแล้ว

“ผมโดนด่าไปบ้าง และผมพบว่ามันค่อนข้างสร้างสรรค์ มันทำให้ผมยิ้มได้ และนี่คือสิ่งที่เป็น มันคืออารมณ์ขันแบบอังกฤษ และผมสามารถรับมันได้อย่างแน่นอน ไม่เกิดอันตรายใดๆ”

เกี่ยวกับผลกระทบของแฟนบอลอังกฤษระหว่างนี้จนถึงฟุตบอลโลก ทูเคิลกล่าวเสริมว่า “มันสำคัญมาก พวกเขาอยู่ที่นี่ และผมบอกว่าการสนับสนุนในเซอร์เบียนั้นยอดเยี่ยมมาก การสนับสนุนในวันนี้ยอดเยี่ยมมาก และเรามั่นใจมากว่าการสนับสนุนในอเมริกาจะยอดเยี่ยมมาก เราต้องการมัน

“มันสร้างความแตกต่างอย่างมากหากคุณออกไปในฐานะผู้เล่นหรือในฐานะโค้ช และคุณเห็นแฟนๆ อยู่ข้างหลังทีมและร้องเพลง นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เราทำ

“เราต้องการทำให้พวกเขาภูมิใจ เราต้องการทำให้พวกเขามีความสุข พวกเขาควรมีความสุขที่ได้ดูเรา และพวกเขาควรจะสามารถระบุได้ว่าเราเล่นอย่างไร

“เรากำลังอยู่ในเส้นทางที่จะสร้างบางสิ่งบางอย่าง และผลงานที่ยอดเยี่ยมจากพวกเขาในวันนี้”

‘Kane sets the example’

กัปตันทีมแฮร์รี่ เคน ทำประตูได้ 2 ครั้งในครึ่งแรกที่ริกา ทำให้เขายิงไป 20 ประตูในฤดูกาลนี้จากการลงเล่น 11 นัดให้กับทีมชาติอังกฤษและสโมสรบาเยิร์น มิวนิค

แต่เป็นความขยันและความเป็นผู้นำของเขาที่สร้างความประทับใจให้ทูเคิลมากที่สุด

“แฮร์รี่เพิ่งกล่าวสุนทรพจน์เมื่อเขาบอกว่าทุกคนจะพร้อมที่จะทำให้สิ่งนี้ดำเนินต่อไปในเดือนพฤศจิกายน โดยไม่มีใครถอยหลังและถือว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องปกติ พวกเขารู้สึกว่าพวกเขากำลังสร้างบางสิ่งบางอย่าง

“หากคุณดูแค่ประตูในนาทีที่ 85 ประตูจาก Ebs (Eze) เราเสียบอลและแฮร์รี่ก็กลับไปที่แดนตัวเองและก้มหัวลงในการวิ่งอีกครั้งเพื่อป้องกัน” ทูเคิลอธิบาย

“ในฐานะกัปตัน ในฐานะหมายเลขเก้า ไม่มีความจำเป็นที่แท้จริงที่จะต้องทำเช่นนี้ ไม่มีใครตำหนิเขาหากเขาไม่ได้ทำ แต่เขาทำ และนั่นคือมาตรฐาน และนั่นคือตัวอย่างที่เขาสร้างขึ้น และสิ่งที่ทุกคนรู้สึกในขณะนี้

“และนั่นเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมมากที่ได้เห็นเพราะเขาช่วยเราแย่งบอลกลับมา และในที่สุดก็เป็นประตูจาก Ebs ซึ่งเป็นประตูที่ยอดเยี่ยม

“แฮร์รี่พร้อมที่จะทุ่มเทความเข้มข้นและการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็น เป็นเรื่องน่ายินดีที่มีเขา เขาอยู่ในสภาพร่างกายและจิตใจที่ยอดเยี่ยม อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุด ดังนั้นทุกอย่างจึงเรียบร้อยดี”

ทูเคิลยิ้มรับเสียงเชียร์: อารมณ์ขันแบบอังกฤษทำให้ผมยิ้ม

ทูเคิลยิ้มรับเสียงเชียร์: อารมณ์ขันแบบอังกฤษทำให้ผมยิ้ม ความเห็นของแฟนบอลเป็นสิ่งที่สร้างความสนุกสนานและเป็นสีสรรค์ให้กับวงการฟุตบอล แน่นอนว่าการวิพากษ์วิจารณ์ก็เป็นส่วนหนึ่งของเกม แต่การตอบรับด้วยอารมณ์ขันเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม เพราะแสดงให้เห็นถึงสปิริตและความเข้าใจ

อะไรคืออารมณ์ขันแบบอังกฤษที่ทำให้ทูเคิลยิ้มได้

ทูเคิลยิ้มรับเสียงเชียร์: อารมณ์ขันแบบอังกฤษทำให้ผมยิ้ม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาเข้าใจและยอมรับการแสดงออกของแฟนบอลได้เป็นอย่างดี การที่เขาสามารถมองเรื่องนี้เป็นเรื่องตลกได้ แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพและความเป็นผู้ใหญ่ของเขา

ในโลกฟุตบอลที่เต็มไปด้วยความกดดัน การมีอารมณ์ขันเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผ่อนคลายและรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ดี ทูเคิลยิ้มรับเสียงเชียร์: อารมณ์ขันแบบอังกฤษทำให้ผมยิ้ม และแสดงให้เห็นว่าเขามีคุณสมบัตินี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง

การที่ทูเคิลสามารถหัวเราะให้กับตัวเองได้ แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นคนที่เปิดใจและพร้อมที่จะเรียนรู้จากประสบการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ที่ดีหรือร้าย

ที่มา – ‘British humour made me smile’ – Tuchel enjoys fans’ chants

ทรัมป์สุมไฟอีก ขู่ยุติทำธุรกิจบางอย่างกับจีน

โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่จะยุติการทำธุรกิจกับจีนในบางเรื่อง รวมถึงการนำเข้าน้ำมันปรุงอาหาร เพื่อตอบโต้ที่จีนจงใจไม่ซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ สถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เมื่ออดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อจีน

เมื่อวันอังคารที่ 14 ตุลาคม 2568 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความเติมเชื้อไฟในสงครามการค้ากับจีนให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้ประกาศจะตั้งกำแพงภาษีสินค้าจีน 100% จนทำให้ตลาดเงินคริปโตปั่นป่วนอย่างหนัก ก่อนที่เขากับรองประธานาธิบดีจะพยายามผ่อนคลายสถานการณ์

ข้อความล่าสุดของนายทรัมป์ซึ่งโพสต์บน Truth Social ระบุว่า “ผมเชื่อว่าการที่จีนจงใจไม่ซื้อถั่วเหลืองของเรา และก่อให้เกิดความยากลำบากต่อเกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลืองของเรานั้น ถือเป็นการกระทำที่เป็นปรปักษ์ทางเศรษฐกิจ”

“เรากำลังพิจารณาที่จะยุติการทำธุรกิจกับจีน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันปรุงอาหาร และองค์ประกอบทางการค้าอื่น ๆ เพื่อเป็นการตอบโต้ ตัวอย่างเช่น เราสามารถผลิตน้ำมันปรุงอาหารเองได้อย่างง่ายดาย เราไม่จำเป็นต้องซื้อจากจีน” คำขู่ของทรัมป์ครั้งนี้ ส่งผลให้เกิดความกังวลในตลาดโลกเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศมหาอำนาจ

ทรัมป์สุมไฟอีก ขู่ยุติทำธุรกิจบางอย่างกับจีน

การที่ทรัมป์ออกมาขู่ว่าจะ ยุติการทำธุรกิจบางอย่างกับจีน นั้น สร้างความไม่แน่นอนให้กับหลายภาคส่วน ภาคธุรกิจจะต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว นักลงทุนเองก็ต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

ผลกระทบจากการที่ทรัมป์ขู่ ยุติการทำธุรกิจบางอย่างกับจีน

  • ภาคการเกษตร: เกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลืองในสหรัฐฯ อาจได้รับผลกระทบโดยตรง หากจีนลดการนำเข้าถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ
  • ภาคพลังงาน: หากสหรัฐฯ ยุติการนำเข้าน้ำมันปรุงอาหารจากจีน อาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันปรุงอาหารในประเทศ
  • ตลาดการเงิน: ความไม่แน่นอนทางการค้าอาจส่งผลให้ตลาดหุ้นผันผวน และนักลงทุนอาจหันไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่า

สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ การพึ่งพาซึ่งกันและกันมากเกินไป อาจนำมาซึ่งความเสี่ยงเมื่อเกิดความขัดแย้งทางการเมือง การกระจายความเสี่ยงและแสวงหาตลาดใหม่ๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจในยุคปัจจุบัน

ทรัมป์สุมไฟอีก ขู่ยุติทำธุรกิจบางอย่างกับจีน ท่าทีแข็งกร้าวของทรัมป์ที่มีต่อจีนนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่การออกมาขู่ว่าจะยุติการทำธุรกิจบางอย่างนั้น ถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งขึ้นไปอีกขั้น สิ่งที่น่าจับตามองคือ จีนจะตอบโต้อย่างไร และสถานการณ์นี้จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างไรบ้าง

การที่ทรัมป์กลับมาแสดงบทบาทในเวทีการเมืองอีกครั้ง ยิ่งทำให้สถานการณ์โลกมีความไม่แน่นอนมากขึ้น การตัดสินใจของเขาอาจส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ ทุกฝ่ายจึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น

การที่ทรัมป์ออกมาโจมตีจีนในเรื่องการค้า สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของสหรัฐฯ เกี่ยวกับความได้เปรียบทางการค้าของจีน สหรัฐฯ มองว่าจีนใช้กลยุทธ์ที่ไม่เป็นธรรมในการแข่งขัน และพยายามที่จะลดการพึ่งพาจีนในหลายๆ ด้าน

ไม่ว่าผลลัพธ์ของความขัดแย้งนี้จะเป็นอย่างไร สิ่งที่แน่นอนคือ ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนจะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกในอนาคตอันใกล้นี้ การทำความเข้าใจพลวัตของความสัมพันธ์นี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้อง

ที่มา – ทรัมป์สุมไฟอีก ขู่ยุติทำธุรกิจบางอย่างกับจีน ตอบโต้ไม่ซื้อถั่วเหลืองสหรัฐฯ